|
|
|
หน้าบ้านจอมยุทธ
>>
สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก >>
มาเก๊า มรดกโลก |
|
|
|
|
ทริปนี้บริษัทพาพนักงานไปเปิดหูเปิดตาครับ รู้ล่วงหน้าเดือนกว่า จากนั้นก็หาข้อมูล
จึงได้รู้ว่านอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องคาสิโนแล้ว มาเก๊ายังมีอะไรๆ
ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง และที่สำคัญ มาเก๊าเป็นเมืองมรดกโลก
โปรดทราบ
วันศุกร์ที่
7 พฤศจิกายน 2551
เสร็จพิธีการผ่านแดน เข้าประตูมาก็พบศาลาที่จัดไว้เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพี่นางฯ และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มองไปข้างหน้าก็เห็นประติมากรรมชื่อว่า กวนเกษียรสมุทร บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก โดดเด่นมาก... สมคำร่ำลือ
ส่วนตำนานกวนเกษียรสมุทรนั้นมีอยู่ว่า เนื่องจากเทวดาและยักษ์มักจะสู้รบกันอยู่บ่อยครั้ง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เรื่อยมา ฝ่ายเทวดาจึงไปขอคำปรึกษากับพระอินทร์ว่า ทำอย่างไรจึงจะรบชนะเหล่ายักษ์ได้ตลอดทุกครั้ง พระอินทร์จึงแนะนำเรื่องการกวนเกษียรสมุทรเพื่อผลิตน้ำอมฤต น้ำอมฤตนั้นมีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่ได้ดื่มกินเป็นอมตะ และต้องใช้เวลาถึง 1,000 ปี ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่และต้องใช้พละกำลังมาก โดยใช้ภูเขามันทระเป็นแกนหมุน ใช้นาควาสุกรีแทนเชือกพันรอบเขามันทระ แล้วแบ่งเป็นสองฝ่ายผลัดกันดึงสลับไปมา เหล่าเทวดาจึงออกอุบายยืมแรงยักษ์ให้มาช่วยดึงนาคเพื่อกวนทะเลน้ำนม และให้สัญญาว่าจะแบ่งน้ำอมฤตที่ได้ให้ ฝ่ายยักษ์เห็นดีก็ตอบตกลง จึงแบ่งด้านกันกวน ฝ่ายเทวดาดึงนาควาสุกรีด้านหาง ฝ่ายยักษ์ให้ดึงด้านหัว การกวนครั้งนั้นใช้เวลานาน เขามันทระก็ค่อยๆ เจาะโลกลึกลงๆ พระนารายณ์เป็นห่วงว่าโลกจะทะลุหรือแตกสลาย จึงได้อวตารเป็นเต่า (ปางกูรมาวตาร) เอากระดองรองรับเขามันทระไว้
ฝ่ายเทวดา
ท้ายสุดของพิธี
เกิดคลื่นน้ำไหลวนปั่นป่วน ปรากฏเทพบุตรนามว่า "ธนวันตริ"
ทูนคนโทบรรจุน้ำอมฤตลอยขึ้นมาเป็นลำดับสุดท้าย
ด้วยเกรงว่าเหล่ายักษ์จะแย่งชิงน้ำอมฤตไปดื่ม
พระนารายณ์จึงแปลงกายเป็นเทวีหน้าตางดงามนามว่า "โมหิณี"
หลอกล่อให้ยักษาตามพระองค์ไป
ฝ่ายยักษาเห็นหญิงงามก็พากันลืมเรื่องน้ำอมฤตแล้ววิ่งตามพระนารายณ์แปลงในทันที
เหล่านางอัปสรก็ช่วยกันมอมสุรายักษ์จนเมามัว พวกเทวดาเห็นสบโอกาสเหมาะจึงแบ่งกันดื่มน้ำอมฤตในทันใด
ทางออกอาคารผู้โดยสาร จะขึ้นเครื่องกันแล้วครับ ส่วนนี้ห้ามถ่ายรูป
นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกห้ามสำหรับทริปนี้
|