
ในช่วงเวลาดังกล่าว
เมืองเพชรบุรี
น่าจะเป็นเมืองท่าค้าขายเช่นเดียวกับเมืองราชบุรีซึ่งเป็นเมืองร่วมสมัยเดียวกัน
ได้พบหลักฐานเครื่องถ้วยชามจีนในชุมชนโบราณหลายแห่ง
ที่เป็นชุมชนโบราณสมัยทวารวดี
ได้พบเศษภาชนะดินเผาของจีน
ที่มีอายุตั้งแต่สมัยห้าราชวงศ์
จนถึงราชวงศ์สุ้ง หยวน และเหม็ง
เป็นจำนวนมาก
แสดงให้เห็นถึงการติดต่อกับจีน
ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-16
จนถึงพุทธศตววรษที่ 18-19
ปราสาทหินวัดกำแพงแลง
เป็นโบราณสถานที่สำคัญกำแพงศิลาแลง
ปราสาททั้ง 5
องค์สร้างด้วยศิลาแลงล้วน
ตั้งเป็นรูปแถว 3 แถว คือ
จากทิศเหนือมาใต้เรียง 3 องค์
จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกก็นับได้
3 องค์ เหมือนกัน
ลักษณะของปราสาททั้ง 5
ที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้คือ
- ปรางค์องค์กลาง
สร้างแบบจตุรมุขย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง
ต่อยอดขึ้นไปเป็นชั้นๆ
หน้าบันมีลวดลายสวยงาม
ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูป
หินแดง จากวัดกุฎีทอง
- ปรางค์ทิศใต้
สร้างแบบจตุรมุขเช่นกัน
แต่แตกต่างกันในรายละเอียด
มุขด้านทิศตะวันออกมีบันไดและทวารเข้าไปในคูหาองค์ปรางค์
ได้
ปัจจุบันมีผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ไว้ในคูหาปรางค์องค์นี้
- ปรางค์องค์ทิศเหนือ
สร้างลักษณะเดียวกับปรางค์องค์ทิศใต้
แต่มุขด้านตะวันออกได้พังลงมาปิดคูหาหมด
และองค์ปรางค์ได้พัง
แต่ยอดลงมาแถบหนึ่ง
- ปรางค์องค์ทิศตะวันตก
ได้พังลงมา
แต่เนินและรากฐานของปรางค์ยังปรากฏอยู่
- ปรางค์องค์ทิศตะวันออก
เป็นปราสาทที่สูงและใหญ่กว่าทุกปราสาทสร้างแบบจตุรมุข
ภายในเป็นคูหา
ท่านผู้รู้ได้อธิบายถึงปราสาทหินแห่งนี้ตรงกันว่า
เดิมคงจะสร้างขึ้นในศาสนาพราหมณ์
ต่อมาในสมัยอยุธยาได้เปลี่ยนเป็นพุทธสถานได้สร้างพระอุโบสถขึ้น
โดยมิได้เปลี่ยนสภาพเดิมไปมากนัก
จะเห็นได้ว่ารอบๆ
วัดยังมีกำแพงที่ก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบอยู่


|