บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ความร่ำรวยมาจากไหนกัน


เห็นกันอย่างไรบ้างครับกับความร่ำรวยของบรรดา
ทายาทนักการเมือง ที่ครองอันดับร่ำรวยกันแบบสุดๆ
แล้วสมัยหน้า คุณจะเลือกใครเข้ามาทำการทุจริตเชิงนโยบาย
กันครับ จะเอาพวกเดิมๆ หรือพวกหน้าเก่าแต่เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่
ครับท่านไม่ผิดหรอกครับที่ท่านร่ำรวยกันแบบถ้วนหน้า แต่กระผมผิดเองที่เลือกนายทัพเช่นพวกท่านในครั้งนั้น
แต่แลไปข้างหน้า ผมก็มิอาจเห็นอัศวินขี่ม้าขาวมาเลยสักคนเดียว
รือ สยามประเทศจะหมดสิ้นแล้วซึ่งคนดี เฮ่อๆ

โดย : แค่อยากถามไถ่
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 15 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 16 : 12 ]

นิทานกบเลือกนาย
ไปหาอ่านบ้าง
หน้าจะสำนึกกันบ้าง
+++++++++++++++มีใครบ้างไม่มีข้อเสีย


โดย : ครูชั่ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 15 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 19 : 34 ]


ประกาศ ... ประกาศ
ครูชั่ว..ออกอาละวาดแล้ว
หลังจากห่างเหินวงการมานาน
ปล่อยให้ใครๆเอ่ยคิดถึง มาแต่กระทู้ก่อนๆ โน่น
...หรือใครจุดธูปมา
...
ยินดี...ยินดี
สหายเก่าเก็บกลับมาแวะเวียน
เอ้า...ดื่ม...


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 15 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 19 : 46 ]

ร่วมวง..........ยกจอก
ความร่ำรวยมาจาก.....หลายทางและหลายวิธี..ความอุสาหะ..คือทางหนึ่ง..

โดย : พู่กันหยก
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 15 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 21 : 29 ]

มิน่าหล่ะปาเทดไทยถึงไม่เจริญ
เพราะมีครูอย่างนี้นี่เอง การศึกษาถึงได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
แล้วเด็กอย่างนู๋จะเอาแบบอย่างที่ดีมาจากไหนกัน
ชั่วเอ๊ยยยยยยยยย

โดย : เด็กอนุบาล
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 8 : 13 ]

พจนานุกรมฉบับ "อัมมาร" ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง
ผู้เขียน: คนไม่เลือก ทรท.
4 ปีที่แล้ววลีคลาสสิกสุดฮิตที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวกับศาลรัฐธรรมนูญให้หลุดพ้นข้อกล่าวหาในคดีซุกหุ้น คือ "บกพร่องโดยสุจริต"
ทว่า 2 ปีถัดมาจนถึงปัจจุบัน คำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" และ "คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย" คนไทยได้ยินแทบทุกวัน กระทั่งเกิดกระแสรู้ทันไปทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะชนชั้นกลางเริ่มส่ายหัวกับคนที่เขาเลือกมากับมือ ต่างก็ได้แค่รู้ทัน รู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับคนขี้โกงมากขึ้น แต่ทำอะไรไม่ได้
ถึงขั้นว่า ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวไว้ในงานสัมมนา "ปอกเปลือกคอร์รัปชั่น" ที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย สมาคมนักข่าวฯ และองค์กรพันธมิตร ร่วมกันจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมวินเซอร์สวีท ซึ่งตรงกับวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลพอดี
ดร.อัมมารบอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยนั้นคุ้นเคยกับคำว่า "คอร์รัปชั่น" เปรียบเสมือนอากาศที่สังคมไทยต้องหายใจเข้าอยู่เช้าเย็น มันอยู่ในบรร ยากาศตลอดเวลาจนกระทั่งว่าเราชินจมูกไปแล้ว
"มันไม่ใช่เป็นมะเร็งร้าย เพราะมะเร็งร้ายสามารถตัดทิ้งออกได้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นหัวใจของสังคมไทยไปแล้ว"
ท่ามกลางความมืดมน ดร.อัมมารขยายคำศัพท์เกี่ยวกับคนขี้โกงให้ผู้ร่วมสัมมนารู้จักในมุมที่ไม่เคยมอง เผื่อว่าก่อนการเลือกตั้ง"48 คนไทยจะรู้ทัน ไม่กากบาทให้กับคนโกง
เริ่มจาก "การฉ้อราษฎร์บังหลวง" ในพจนา นุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึงการที่พนักงานเจ้าหน้าที่เก็บเงินจากราษฎรแล้วไม่ส่งหลวงหรือเบียดบังเงินหลวง แต่ ดร.อัมมารยังหมายรวมถึงการกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ ที่เจตนาก่อความเสียหาย หรือความเสี่ยงต่อความเสียหายแก่สาธารณประโยชน์ และเบี่ยงเบนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาให้แก่ผู้กระทำหรือแก่ผู้อื่น
ดร.อัมมารบอกอีกว่า เนื่องจาก "เจตนา" นั้นสำคัญ เพราะความเสียหายอาจเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้กระทำผิดก็ได้ หรือจากความประมาทหรือมีที่มาจากเหตุผลอื่นที่บังเอิญขึ้น ควบคู่ไปกับการกระทำที่ถูกกล่าวหา
ในขณะที่ "ความโปร่งใส" ดร.อัมมารอธิบายว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สังคมจะป้องกันและรู้ถึงปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อย่างสะดวก จำเป็นที่จะต้องวางกฎระเบียบเพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ต้องเปิดเผยล่วงหน้าถึงเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจ รวมไปถึงกระบวนการตัดสินใจและมาตรการที่จะวัดผลอันเกิดจากการตัดสินใจนั้นๆ
ความโปร่งใสไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่สังคมอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า หากผู้มีอำนาจบิดพลิ้วไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หรือ "ไม่โปร่งใส" ผู้นั้นเจตนาที่จะฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือกำลังปกปิดพฤติกรรมดังกล่าว
ส่วน "การมีส่วนได้ส่วนเสีย" หรือ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ดร.อัมมารชี้ว่า เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอาจสวมบทบาทอื่น เช่น อาจจะเป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในธุรกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมหรือกำกับของรัฐ หรือธุรกิจดังกล่าวจะมีการซื้อขายสินค้าหรือบริการกับรัฐ หากตนเองมีอำนาจหรืออิทธิพลเหนือองค์กรที่กำกับหรือควบคุมธุรกิจนั้น ก็ต้องถือว่าเกิดภาวะการมีส่วนได้ส่วนเสีย กฎหมายอาจมิได้ถือว่าการมีส่วนได้ส่วนเสียนั้นเป็นความผิด
สุดท้ายคือ คำว่า "การแต่งตั้งพวกพ้องเครือญาติ" ดร.อัมมารมองว่า คือการเข้าไปในตำแหน่งที่จะเอื้อประโยชน์กับตน ผลของพฤติ กรรมประเภทนี้ไม่แตกต่างจากการมีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นแต่วิธีหนึ่งที่เลี่ยงกฎหมายหรือข้อครหาหรือข้อยุ่งยากอันเกิดจากการที่บุคคลคนเดียวมีส่วนได้เสียใน 2 บทบาทควบกัน เพราะเมื่อสามารถแต่งตั้งพวกพ้องเครือญาติที่ตนไว้วางใจก็มีโอกาสที่จะได้ประโยชน์เทียบเท่ากัน
ปีนี้องค์การสหประชาชาติได้ออกแบบ ตราสัญลักษณ์ประจำการเฉลิมฉลอง ดังกล่าว โดยในตรานั้นมีข้อ ความว่า "with corruption everyone pays" ซึ่ง แปลเป็นไทยว่า "ที่ใดมี คอร์รัปชั่นทุกคนที่นั่นต้องร่วมชดใช้"
.........ครูชั่ว ลาออกเถอะสงสารเด็กมัน....

โดย : หมาคาบข่าว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 8 : 24 ]

ชำแหละพฤติกรรมคอร์รัปชันฉ้อฉลของรัฐบาลทักษิณ
ผู้เขียน: เรื่องจริง
9 ธันวาคม 2547 วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายต่างๆ เกือบ 10 องค์กรได้ร่วมกันชำแหละพฤติกรรมฉ้อฉลของรัฐบาลใน 2 กรณีใหญ่ คือ ไอ.พี.สตาร์และท่าเรือแหลมฉบัง
งานนี้ "สังศิต พิริยะรังสรรค์" ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดประเด็นเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นแบบร้อนแรงอีกเช่นเคย โดยกล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นทางการเมืองเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ที่คนไทยจะได้เรียนรู้ร่วมกันในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการนำทรัพยากรของรัฐไปใช้อย่างกว้างขวาง มีการนำเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปให้นักการเมืองทอดกฐินวัดละ 30,000-50,000 บาททั่วประเทศ แล้วรัฐบาลจะอธิบายปรากฏการณ์อย่างนี้อย่างไรถ้าไม่เรียกว่า การคอร์รัปชั่นทาง การเมือง
ที่สร้างความร่ำรวยให้นักการเมืองปัจจุบันถึงระดับหมื่นล้านบาท และอาจเป็นแสนล้านได้
ซึ่งรูปแบบการคอร์รัปชั่นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นการโกงกินงบประมาณ หาประโยชน์จากการโยกย้ายตำแหน่ง เปลี่ยนเป็นการคอร์รัปชั่นในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันมากว่าตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้า
สุดท้ายรองประธานสภาที่ปรึกษาสภาเศรษฐ กิจและสังคมฯได้เรียกร้องให้องค์กรภาคประชาชนร่วมกันตรวจสอบการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะหากไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มบุคคลที่กำลังใช้อำนาจ ใช้เงินทองไปซื้อเสียงเข้ามาได้ การคอร์รัปชั่นในอนาคตอาจจะมีโอกาสรุนแรงกว่านี้อีก
ท่าแหลมฉบัง 2.7 แสนล้าน
โปรเจ็กต์ฉาวในรอบปี
ต่อจากนั้น "นพนันท์ วรรณเทพสกุล" จากศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชำแหละกรณีศึกษาท่าเรือแหลมฉบังให้สังคมรับรู้ว่า โครงการนี้ไม่ธรรมดา เป็นโครงการที่ทำให้มูลค่าของการคอร์รัปชั่นในปีสุดท้ายมีมูลค่าสูงที่สุด เนื่องจากมีมูลค่าสูงถึง 270,000 ล้านบาท แต่ใช้เวลาเพียง 5 เดือนในการเซ็นสัญญา เรียกได้ว่าโครงการที่เป็นข่าวในอดีตเทียบไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นสนามบินหนองงูเห่าที่แยกย่อยเป็นโครงการเล็กๆ ประมาณ 40 กว่าโครงการยังมีมูลค่าเพียง 120,000 บาทเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาสังคมไม่ค่อยให้ความสนใจกับโครงการนี้เท่าใดนัก
"นพนันท์" กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าโครง การนี้มีความไม่โปร่งใสในหลายประเด็น เรื่องแรกคือการรวมการประมูลท่าเทียบเรือ 6 ท่าในคราวเดียวกันอย่างขาดหลักการด้วยการอ้างผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาทั้งที่บริษัทไม่ได้วิเคราะห์การรวมท่าชุด C และชุด D เข้าด้วยกัน และไม่ได้วิเคราะห์ถึงการรวมท่า A3 เข้าด้วยกัน
ต่อมาคือ เรื่องความไม่สมเหตุสมผลในการกำหนดเงื่อนไขในข้อกำหนดโครงการ โดยอ้างการประมูลท่าเรือ 6 ท่าในคราวเดียวกันว่าจำเป็นเร่งด่วนแต่กลับให้เวลาก่อสร้างแก่เอกชนถึง 7 ปี สำหรับท่าชุด D ทั้งที่สามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 3 ปี และผู้เสนอแผนก่อสร้างได้เร็วกว่ากลับได้คะแนนน้อยกว่าและแพ้ประมูล
ส่วนเกณฑ์การให้คะแนนก็ดูเหมือนจะไม่มีความเป็นธรรม โดยคะแนนเต็ม 100 คะแนน ให้คะแนนด้านประสบการณ์ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน 40 คะแนน, คะแนนด้านแผนการดำเนินธุรกิจ 40 คะแนน และผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงิน 20 คะแนน ข้อกำหนดเช่นนี้ทำให้กลุ่มซึ่งเสนอผลตอบแทนในส่วน additional fee เพียง 1.3 พันล้าน ชนะประมูล ขณะที่กลุ่มที่เสนอสูงกว่าคือ 7 พันล้านบาทแพ้ประมูล
นอกจากนี้ ยังเอื้อเอกชนผูกขาด 13-30 ปี
ท้ายที่สุดรัฐต้องสูญเสียผลประโยชน์ 22,822 ล้านบาท เพราะมีการประเมินรายได้ต่ำเกินไปและเป็นเหตุให้ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เกิน 12% จ่ายค่าสัมปทานแก่รัฐในอัตราคงที่ คิดเป็น 22.4% ของรายได้ และต่ำกว่าการประเมิน 22,822 ล้านบาท โดยมีเงินที่ประหยัดได้จากการจ่ายให้รัฐเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 4,502 ล้านบาท
"ไอพีสตาร์" ปมเงื่อนแห่งความไม่โปร่งใส
ส่วนกรณีศึกษา "อุ้มดาวเทียมไอพีสตาร์" เป็นอีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
"ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์" ผอ.วิจัยด้านเศรษฐกิจสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น เริ่มตั้งแต่การให้บีโอไอแก่โครงการนี้ รวมถึงการปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์ต่อกระทรวงคมนาคมของพม่าที่เลือกเทคโนโลยีดาวเทียมความเร็วสูง และการเสียภาษีเงินได้ให้กระทรวงการคลัง
จากการเข้าศึกษาโครงการนี้พบว่า เส้นทางการเงินของกลุ่มชินแซทฯจะมาจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะมีการแบ่งรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนำกำไรที่เหลือไปชำระภาษีเงินได้ให้กระทรวงการคลัง โดยแบ่งรายได้ให้ผู้ถือหุ้นในรูปเงินปันผล
ส่วนกรณีที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ให้กู้แก่โครงการโทร คมนาคมในประเทศพม่า ในอัตราดอกเบี้ย 1-2% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการปล่อยกู้ในประเทศที่อิงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (MLR) ที่อยู่ระดับ 7-8% เป็นการโอนความเสี่ยงจากภาคเอกชนไปสู่ภาครัฐ
ถ้าพม่าจะกู้เองโดยไม่ผ่าน ธสน.จะมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 7% แต่การให้สิทธิพิเศษแก่พม่า ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเงินส่วนที่หายไปตกอยู่ที่ใครและคาดว่าจะมีการล็อกสเป็กเทคโนโลยี
นอกจากนี้ มีประเด็นสาธารณะว่า เหตุใด ธสน.ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของสัญญาเงินกู้ดังกล่าว และอาจมีการตั้งบริษัทสายส่งตัว แทนจำหน่ายวงจรสื่อสารดาวเทียม โดยกลุ่มชินแซทฯ ถือหุ้นเกือบ 100% ที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยใช้ชื่อว่าไอพีสตาร์ Aus และ ไอพีสตาร์ Newz ซึ่งโครงการไอพีสตาร์ได้ดำเนินการไปล่วงหน้าแล้ว 7% ทำให้มีรายได้เข้ามาสู่ NSO (คือไอพีสตาร์ Aus+ไอพีสตาร์ Newz)
และมีข้อน่าสงสัยว่า รายได้ส่วนนี้จำเป็นต้องส่งเงินเข้ารัฐหรือไม่ และส่วนแบ่งรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายใดๆ ที่กลุ่มชินฯส่งให้จะเท่ากับที่ได้จากลูกค้าหรือไม่ ถ้าไม่เท่าเงินหายไปอยู่ในมือใคร
หากชั่วโมงที่เหลือทุกฝ่ายชูธงเปิดแผล ทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลกันอย่างเข้มแข็ง ต้นปี 2548 เผลอๆ พรรคไทยรักไทยอาจจะสะดุดขาตัวเองได้เก้าอี้ ส.ส.ไม่ถึงเป้า เพราะทั้งฉลามและเหาฉลามหากินกันอย่างแหลกลาญ
------------------
ทรท. คงย่อมาจาก ไทยร่วมทำลาย
คอร์รัปชันแบบเปิดเผย แต่คนกลับหูตึง ดาวเทียมพัง ปล่อยชาติล่มจม

โดย : ขอคาบด้วยคน
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 8 : 29 ]

เชื่อหรือยังเล่น การเมือง ทำให้ครอบครัว รวย แล้วเรียนบริหารไปเป็นลูกน้องนักการเมืองเหรอ
แล้วจะเป็นนักธุรกิจกันไปทำไมมาเล่นการเมืองไม่ดีกว่าเหรอ
ไม่ต้องกลัวว่าราคาหุ้นจะตกต่ำ ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุน
ตัวอย่าง
แค่ทำ FTA กับต่างประเทศ
ในต่างประเทศ - สินค้าบริษัทเราส่งไปขายไม่ต้องเสียภาษี ส่วนสินค้าอื่น ส่วนสินค้าอื่นภาษีสูงชังหัวแม่มัน
ในบ้านเรา - ลดต้นทุนโดยการไม่ต้องจ่ายภาษี สินค้ายองบริษัทที่นำเข้ามา แล้วเอาประเทศเป็นหนูทดลองยา(GMO)

ต่อให้พรุ่งนี้มีข่าวว่า หกล้มในห้องน้ำตาย ก็ไม่สมควรกับกรรมที่มันทำไว้มากมาย

โดย : เขาส่งมาให้คาบ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 8 : 45 ]

ดูก่อนชาวยุทธ์
สำหรับเราชาวยุทธ
...สิ่งล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า
ไม่ใช่ทรัพย์ศฤงคารอันใด
หากแต่เป็นน้ำใจ...
ท่านจะนำพาใยกับความรุ่มรวยของผู้อื่น
"กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลงทรามและปราณีตแตกต่างกัน"
ฉันใดก็ฉันนั้น
..ชีวิตน้อยๆ ของพวกเราใยมิใช่มีความสุขอยู่กับการได้ให้และได้รับน้ำใจจากสหายร่วมแนวมิใช่หรือ..
น่ำท้ง

โดย : นายน้อย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 13 : 17 ]

ผมสนับสนุน ครูชั่วฯ คราว
1 นักการเมือง ถ้าไม่หวังผลประโยชน์ นอนเล่นที่บ้านดีกว่า
สุขสบายอยู่ใกล้ลูกเมีย เก้าอี้ที่บ้านนุ่มกว่า
2 นักการเมือง เล่นการเมือง เพื่อใช้หนี้ นายทุน ไม่เล่น การเมือง รับรอง ตามไปถึง ชาติหน้า ก็จ่ายหนี้ไม่หมด
3. นักการเมือง เล่น เพื่อปกป้อง ผลประโยชน์
ของตนเอง และพวกพ้อง
หานักการเมือง ที่จะเล่นเพื่อ บันทึกเป็นเกียรติภูมิ ลำบาก
เพราะ เมื่อ เริ่ม ด้วยการ ลงทุน ท้ายสุด ก็ต้องมีการ ถอนทุน
ใต้ระบบ ประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์พูด ไม่มีถูกมีผิด
ตราบที่ยัง ไม่ตรา เป็นกฏหมาย

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 20 : 16 ]

สวัสดีครับท่านพี่วาสิน อิสตรีมาร และพู่กันหยก
ที่ยังจำผมได้นะครับ
++++++++++++++000000
หมาคาบข่าวกับขอคาบด้วยคนเป็นคนคนเดียวกันหรือเปล่า
++++++++++++000000
คนส่วนมากชอบเลื่อยขาเก้าอี้เจ้านาย
แล้วก็เยียบขึ้นไป
+++++++++ผมชั่วไม่หนักหัวใคร

โดย : ครูชั่ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 21 : 52 ]

เออ...เค้ารวยแล้วไปอิจฉาเค้าหรือ
เค้าเล่นการเมืองเพื่อโกง...แน่จริงไปจับกลโกงให้ได้สิ
พอใจในสื่งทีตัวเองมีสุขกว่าไหนๆ
ใครรวยช่างใคร
ใครโง่ช่างใคร
ใครจนช่างใคร
คิดมากทำไมรกสมองเปล่าๆ กินอิ่ม นอนหลับ ไม่เป็นหนี้ใครก็พอแล้ว อ้อ ต้องเลิกคิดด่าคนอื่นด้วย ฮิฮิ เพราะมันไร้สาระสิ้นดี

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 23 : 30 ]


เป็นกรรมทำเป็นเป็นธรรม
เล่นอำเล่นจริงสิ่งเห็น
เป็นเมืองเป็นการลำเค็ญ
เล่นเป็นดูดีมีเชียร์



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 2 : 4 ]


ช่างหัวมันเอาหัวเผือกเลือกหัวอยู่
มันแกวดูน้องสมหวัง(แห้ว)นั่งหลอกขาย
สัปปะรดก็ไม่สนคนวุ่นวาย
นอนสบายกินสนุกสุขจริงวา



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 2 : 15 ]

ขอถามหน่อยเถอะครับคุณชั่วว่าคุณจะรอให้พวกนี้แปรรูปส่วนราชการที่สำคัญๆ
ไปเป็นรัฐวิสาหกิจ แล้วใช้เงินใช้อำนาจที่มีอยู่ล้นฟ้า มารวบซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของกิจการและบ้านเมืองแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับพวกเผด็จการทุนนิยมหนะเหรอครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็มีพฤติกรรมเช่นนี้กันทั้งนั้น แต่เพิ่งจะมาร้อนแรงและถูกรู้ทันก็ตอนนี้แหละ เพราะมันฮุบเหยื่อมากเกินควรจนคนเขาจับได้ไล่ทันไม่โง่เหมือนที่ผ่านๆมา แล้วไอ้การที่ผมจะพยายามเรียกร้องร่ำหาผู้นำที่ดีมาสร้างสรรค์สังคมและพัฒนาบ้านเมืองนั้น
มันไร้จิตสำนึกและเป็นการอิจฉาเขาตรงไหนครับ แตุ่คคุณชั่วและคุณอาอี้คงตอบคำถามผมไม่ได้หรอกครับเพราะมัวแต่ไปจับผิดและเล่านิทานหลอกเด็กไปวันๆ
ฉะนั้นขอแนะนำนะครับท่านทั้งสองถ้าว่างๆคุณต้องยอมให้พวกกบทั้งหลายช่วยยกกะลาที่มันครอบอยู่บนศรีษะ
ของคุณออกหน่อยถ้าจะดี เพราะถ้าขืนคุณมัวแต่มุดหัวอยู่แต่ในกะลาผมกลัวว่าคุณจะขาดออกซิเจนตายไปเสียก่อนก่อนที่จะมีชีวิตรอดออกมา
ตีความหมายคำว่า"สำนึกและอิจฉา" ได้ถูกต้องตรงตามหลักภาษาไทยและถ้าเผื่อบังเอิญมีชีวิตรอดออกมาได้จริงๆรบกวนกรุณาพาตัวไปขอกราบกราน
เข้าเป็นพวกพ้องกบด้วยนะครับ จะได้รู้จักเลือกนายบ้าง จะได้ไม่อายกบมัน น่าอนาถใจยิ่งนัก กบยังรู้จักเลือกนายเลย
อ้อ ผมเห็นด้วยกับการที่คนเรามีทั้งข้อดีและข้อเสียแต่มันไม่เกี่ยวกันกับข้อเสียที่จะนำมาซึ่งความวิบัติของชาติบ้านเมืองหรอกเหรอครับ
ถ้าเช่นนั้นถ้ามีคนมาขี้กองไว้แล้วให้คุณกินถ้าคุณเลือกไดและมีสิทธิเลือกคุณจะตัดสินใจอย่างไร หรือว่าคุณจะยอมกินขี้ครับ อืมมม ค่อยๆกินอย่าแย่งกัน้

โดย : แค่อยากถามไถ่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 8 : 53 ]

ท่านจอมยุทธทั้งหลาย รักสามัคคีกันไว้เถิด เป็นถึงจอมยุทธแค่แสดงความคิดเห็น ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเห็น แต่สำนึกที่ดีย่อมมีทุกคน จงรวมพลังขจัดสิ่งที่ไม่ดีไปจากโลกนี้ให้ได้
......................มันร้ายมากกว่าที่คุณคิด
......................มันผิดกว่าที่คุณเห็น
......................มันชั่วกว่าที่มันเป็น
......................มันเส็งเคร็งเกินคำบรรยาย


โดย : อาหมวย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 13 : 5 ]

พู้น้อยขอคารวะ
รวยแล้วสุขก็ดีไป ผมคนจนมีความสุขไม่เว้นวัน
หาเช้ากินค่ำไปวันๆมีก็กินไม่มีก็ไม่กิน แต่ในใจมีความสุข
ไม่เหมือกิน
จนแต่รวยน้ำใจใครจะว่ายังไรคนจนเป็นพู้ยิ่งใหญ่..

โดย : พู้น้อยกระบี่ในใจ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 14 : 19 ]

ไม่ตามมาต่อล้อต่อเถียงก็มิใช่อาอี้ผู้โอหัง ฮ่าฮ่า
แค่อักษรไม่กี่ตัว ยังทำให้เด็กอย่างท่านมีโทสะ แล้วจะมีชีวิตที่ปกติสุขพอสมควรได้อย่างชาวบ้านเขาได้อย่างไร
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ กล่าวว่า
กระบี่อยู่ที่ใจ พระพุทธองค์อยู่กลางใจ
ใจนั้นอ่อนไหว แบบบาง อ่อนหยุ่น แกร่ง แหลมคมทุกด้านดังกระบี่เทพยาดา จึงจะตัดทุกสิ่งได้ขาดกระจุย มั่นคงไว้ๆๆๆน้อง
พระพุทธองค์ สอนแต่เรื่องจริง เปรียบเทียบได้เป็นวิทยาศาสตร์สากล ไม่มีรูปเคารพ ไม่มีอภินิหาริย์ ท่านสอนคำว่า อุเบกขาสี่ ท่านสอนว่า จงฟังหูไว้หู นี่อาไร้....แค่นี้ก็ทนม่ายด้ายยยย ปั๊ดโธ่... ข้าวมีไม่กินดั๊นจะไปกินขี้...อร่อยไม๊ล่ะ บอกกันมั่งจิ รสชาติน่ะ


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 0 : 48 ]

แปรรูปส่วนราชการที่สำคัญๆ
ไปเป็นรัฐวิสาหกิจ
ก็ดีนีจะได้ไม่มีเช้าชามเย็นชาม
++++++++++เป็นไปได้หรือ
คำว่ารัฐวิสาหกิจ ผมเข้าใจว่ารัฐบาลถือหุ้นอยู่ที่50%
+++++++++++++00000
ผมว่าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ บางอย่างถ้าแปรรูปซะก็ดี
รัฐก็ไม่ต้องแบกพาระไว้อีก เสียเงินภาษีโดยใช่เหตุ
++++++++++++++++++มีใครบ้างไม่แดก
ใหม่ๆเก่าๆก็แดกเหมือนกันนะวะ

โดย : ครูชั่ว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 ธ.ค. ปี 2004 [ เวลา 20 : 0 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook