บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : พรุ่งนี้ไปทำบุญ


พรุ่งนี้ข้าน้อยจะชวนสหายจอมยุทธทั้งหลาย ที่ร่ำสุราเป็นประจำ งดการร่ำสุราซักวันเพื่อไปทำบุญที่วัด

โดย : พันจอกไม่เมา
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 19 : 3 ]


สาธุ - อนุโมทนาบุญ

โดย : เสาะแสวง - แสงสว่าง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 20 : 19 ]



โดย : พู่กันหยก
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 23 ]

สาธุค่ะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 3 : 0 ]

ปรัชญาแห่งมาฆบูชากับ ”พระไพศาล วิสาโล”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2548

ในบรรดาพระสงฆ์ที่ทรงภูมิธรรมในยุคปัจจุบันนั้น ชื่อของ “พระไพศาล วิสาโล” เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มปัญญาชน

ดังนั้น เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา “ผู้จัดการออนไลน์” จึงได้กราบนมัสการเพื่อขอคำอธิบายเกี่ยวกับความหมายของวันมาฆบูชา รวมกระทั่งถึงแง่คิด หลักปฏิบัติ และมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคนไทยในยุคนี้สมัยนี้

พระไพศาลอธิบายถึงความสำคัญของวันมาฆบูชาให้ฟังว่า เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมที่สรุปย่นย่อได้ว่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ สรุปแนวทางการดำเนินชีวิตเพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดที่มนุษย์จะไปได้ ในวันนั้นพระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมหลังจากที่ทรงตรัสรู้ได้ไม่นา ต่อหน้าประจักษ์พยาน พระอรหันต์ 1,250 รูป ซึ่งกาลต่อมาล้วนแล้วแต่เป็นกำลังสำคัญเผยแผ่พระธรรมคำสอน

ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหาโดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส สิ่งสำคัญคือ การใช้ชีวิตอย่างมีอุดมคติ

สังคมทุกวันนี้ เป็นสังคมที่ปราศจากอุดมคติ ที่มีก็เป็นอุดมคติสั้นๆ ประเภท อยากมีรถ อยากมีบ้าน แต่หลักธรรมโอวาทปาติโมกข์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงมีจุดมุ่งหมายมากกว่านั้น คือ การหลุดพ้นจากทุกข์ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายอยู่ในทุกข์ นั่นคือการมุ่งสู่จุดหมายสูงสุด คือ นิพพาน ซึ่งถือเป็นบรมธรรมที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ

“โอวาทที่ไปถึงนิพพานมีอะไรบ้าง ก็มี เช่น ความอดทน ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น การประมาณตนในการบริโภค ยุคนี้เป็นยุคบริโภคนิยม คนไม่รู้จักคำว่าพอเพียงซึ่งเป็นสิ่งที่ในหลวงทรงย้ำเสมอๆว่าความพอเพียง คือการรู้จักพอดีในการบริโภค ไม่ก่อกิเลสความอยากได้ อยากมี จนดิ้นรนทำตัวเองให้เป็นทุกข์เพื่อให้ได้สิ่งที่ได้มา คนในยุคนี้ต่างก็เป็นโรคอยากรวยกันหมดทั้งโลก ความอยากรวยก็คือการอยากบริโภคมาก เมื่ออยากบริโภคมากก็ไม่รู้จักพอจนต้องดิ้นรนแสวงหา หาเงินหาทอง หาวัตถุ ก็กลายเป็นไม่รู้จักพอกันเสียที”

พระไพศาลให้แง่คิดด้วยว่า ในวันมาฆบูชานี้ จึงควรทบทวนการใช้ชีวิตไม่เฉพาะปัจเจกชนเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้ชีวิตของทั้งสังคมด้วย สังคมทุกวันนี้กำลังหลงทาง ไม่เข้าใจว่าชีวิตที่ดี สงบเย็น เป็นอย่างไร ควรทบทวนหันมาไตร่ตรองชีวิตและจิตใจของเราว่าที่ผ่านมาใช้ชีวิตกันอย่างไร เป็นชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือเป็นชีวิตที่ดิ้นรนหาแต่ทุกข์ ความสุขที่เกิดจากการได้สิ่งของที่พึงใจเป็นความสุขจริงหรือ หรือว่าสุขเพียงชั่วครู่แล้วก็อยากได้ของใหม่ รุ่นใหม่อีก

สำหรับการไปวัด ไหว้พระ เวียนเทียนประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ในวันมาฆบูชา มองได้ใน 2 มุม คือมุมของวัฒนธรรมประเพณี และมุมของศาสนธรรม การทำพิธีกรรมอย่างเดียวโดยไม่เข้าถึงหลักธรรมคำสอน และแก่นแท้ที่อยู่ข้างในก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด พิธีกรรมคือทำให้ใจสงบ เมื่อได้ฟังธรรมก็รับสาระเข้าไปในจิตใจ ไม่เฉพาะแต่วันนี้เท่านั้นที่ควรเข้าวัด ทำได้ทุกวัน ที่สำคัญคือ ต้องสร้างวัดในใจด้วย เพื่อให้สัมผัสพระธรรมได้ในทุกขณะ วัดอยู่ในตัวเราเอง อยู่ในจิตใจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ข้างในติดตัวเราไปตลอด จะทำให้เรามีสติ มีความสงบ ไปที่ไหนก็ปลอดภัย

“อยากฝากถึงคนที่เป็นพ่อแม่ว่า พ่อแม่เป็นสื่อกลางที่ดีในการนำพระธรรมคำสอนจากวัดมาสู่ลูก เป็นแบบอย่างให้แก่ลูก เราพูดกันอยู่ตลอดว่าเด็กไม่รู้จักวันมาฆบูชา แต่รู้จักวันวาเลนไทน์มากกว่า ซึ่งจะไปโทษเด็กไม่ได้ ถามว่าพ่อแม่ได้ทำหน้าที่สื่อกลางถ่ายทอดหรือเปล่า หรือละเลยไม่ได้ทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดี มัวแต่มุ่งแสวงหาวัตถุ”

“เรื่องนี้โยงไปถึงนักการเมืองได้ว่า ทุกวันนี้มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของวัตถุมากกว่าจิตใจ นโยบายรัฐบาลต้องไม่ใช่คิดแต่เรื่องเงิน หวยบนดิน สร้างกาสิโน หรือเอาธุรกิจสีเทาเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสังคม เรื่องจิตใจบ้าง กระตุ้นให้บริโภคเท่าไหร่ สังคมนี้ไม่มีความพอ และย่อมไม่มีความสงบสุข รัฐบาลนี้เก่งแต่การคิดค้นเรื่องเศรษฐกิจ แต่ไม่มีนวัตกรรมทางสังคมและวัฒนธรรม”

ส่วนกับวัยรุ่นนั้น พระไพศาลให้คำแนะนำว่า วันมาฆบูชานี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะลองถามตัวเองว่า ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหนแน่ เกิดจากการบริโภคหรือจากการทำสิ่งที่ดีงาม ทุกวันนี้คนไม่เข้าใจความสุข ไม่เข้าใจความรัก เน้นแต่เรื่องวัตถุ เรื่องกายภาพ ไม่เข้าใจมิติในทางจิตใจ พิจารณาทบทวนชีวิตที่ผ่านมาว่า เวลาที่มีความสุขที่เกิดจากได้ของใหม่ ได้โทรศัพท์มือถือ เป็นความสุขที่ยั่งยืนหรือไม่ หรืออยากได้รุ่นใหม่กว่าเดิมอีก เปรียบเทียบกับความสุขจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น อาสาสมัครที่ไปช่วยเหลือที่วัดย่านยาว จ.พังงา เป็นความสุขที่อิ่มใจกว่า ถ้าจับจุดตรงนี้ได้ จะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ใจ อยู่ที่การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

...ทั้งหมดนี้คือ สาระที่เราจะได้จากวันมาฆบูชา มากกว่าการเข้าวัด ฟังธรรมอย่างเดียว ที่ผ่านมาเป็นการเรียนการสอนแบบท่องจำจึงไม่เข้าใจว่าความสำคัญของวันมาฆบูชาจะเกี่ยวข้องกับคนและสังคมอย่างไร



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 10 : 25 ]

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook