บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ดาบปลายแหลม แถมมีสองคม

หลวงตามหาบัวถวายฎีกา ดาบปลายแหลม แถมมีสองคม

วงการคณะสงฆ์ไทยเกิดอาการกระเพื่อมไหวขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๔ มีนาม ๒๕๔๘ หนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวอย่างน้อยสองฉบับคือ ไทยโพสต์ และหนังสือพิมพ์บ้านเมือง พาดหัวข่าวมีข้อความคล้ายกันว่า "ตาบัวระดมพลพระป่าถวายฎีกาถอดสมเด็จเกี่ยว" ต่อจากนั้นข่าวได้รายงานว่า (ไทยโพสต์) "หลวงตาบัวระดมพลพระป่าแสดงมติถวายฎีกาขอพระราทานบิณฑบาตถอดสมณศักดิ์เกี่ยว ไม่โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง วิษณุ บริหารราชการแผ่นดิน ระบุเหตุร่วมกันทำลายพระพุทธศาสนา"

ข่าวแจ้งว่า หลวงตาพระมหาบัว หรือสมณศักดิ์ที่พระธรรมวิสุทธิมงคล ได้ให้พระสุดใจ ทนุตมโน พระเลขานุการส่วนตัว มีหนังสือนัดนิมนต์พระสงฆ์ร่วมประชุมสังฆกรรมสามัคคีธรรม เพื่อรับทราบร่างถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การประชุมมีขึ้นเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม๒๕๔๘ ทั้งนี้ได้นัดสื่อมวลชนทุกแขนงรับทราบร่างฎีกาฉบับดังกล่าว

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้ลงข้อความบางตอนในฎีกาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่าหลวงตาพระมหาบัวระบุเรื่องของฎีกา คือ ขอพระราชทานบิณฑบาตถอดสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)ออกจากสมณศักดิ์ และไม่โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ให้บริหารราชการแผ่นดิน เนื้อข่าวนอกนั้นได้แสดงการกระทำความผิดของสมเด็จพระพุฒาจารย์และนายวิษณุ เครืองาม ซึ่งปรากฏในฎีกา ของหลวงตามหาบัว

วันต่อมาหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ลงข่าวการแถลงการณ์ของหลวงตาพระมหาบัว ซึ่งใช้คำพูดที่พูดถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ และนายวิษณุ เครืองาม เป็นการประณามอย่างรุนแรงเพื่อชี้ให้เห็นว่า ท่านทั้งสองเป็นภัยต่อพระพุทธศาสนาและแผ่นดิน และได้มอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร เป็นผู้แทนนำฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯผ่านสำนักพระราชวัง

ในกรณีนี้ใคร่แสดงทัศนะเพียงบางประการอันจะพึงเข้าใจง่ายๆ ต่อสถานภาพและวิธีการถวายฎีกา เพื่อให้เข้าใจกันทุกฝ่ายดังนี้

๑. ใคร่ขอให้พระเดชพระคุณพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตาพระมหาบัว ซึ่งเป็นสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ พร้อมทั้งศิษยานุศิษย์ทั้งที่เป็นบรรพชิต และคฤหัสถ์ได้ลองอ่านคำพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ โดยใช้คำว่า "ตาบัว" ซึ่งแต่เดิมที่มีการชุมนุมครั้งก่อนๆ มิได้เคยใช้คำนี้ แต่มาบัดนี้สื่อได้ใช้คำนี้ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกแสลงใจไหววาบว่า เดี๋ยวนี้ความรู้สึกของสื่อสารมวลชนหรือประชาชนนั้นรู้สึกต่อหลวงตาพระมหาบัวเป็นเพียงแค่ "ตาบัว" ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกชาวบ้านนอกบ้านนานั่น เป็นเรื่องที่หลวงตาและลูกศิษย์ต้องกลับไปวิเคราะห์ดูใหม่เสียแล้วว่า ที่คิดมั่นใจนักหนาว่าผลงานและฌานสาบัติพร้อมท้งความเป็นพระอรหันต์ที่ตนเองประกาศนั้น สังคมเขามองอย่าง "บัวพ้นน้ำ" หรือเปล่า ภายใต้การสนทนาของนักการศาสนา นักบริหาร นักวิชาการนั้น เขามองเลยนะขอรับ เขาพูดกันตั้งแต่วันนั้นจนบัดนี้ว่า "อวดอุตริมนุสธรรม" ซึ่งหลวงตาก็คงทราบอาบัติข้อนี้ถึงขาดจากความเป็นพระ มิใช่เท่านั้น จากพฤติกรรมที่แสดงออกทางวาจาที่ด่าพระรูปโน้นคนผู้นั้นเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรกนั้นในวงการเขาเสื่อศรัทธาระอาใจทั้งหลวงตาและนายทองก้อน เขาจึงเรียกหลวงตาพระมหาบัวว่า "นอกจากไม่ใช่บัวพ้นน้ำแล้ว ยังเป็นบัวใต้น้ำที่มีหินทับเอาไว้" เพียงเท่านี้ก็ต้องกลับไปสำรวจสถานภาพของตนเองต่อสังคม

๒.การที่หลวงตาพระมหาบัวได้ก้าวไหลมาจนถึงกร้าวแกร่งและก้าวร้าวต่อพระสงฆ์และนักการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์เมื่อครั้งเป็นรัฐบาล และท่านายกทักษิณ ชินวัตร โดยกล้ายื่นข้อแม้ในทางการเมือง อีกทั้งยังกล้าขอบิณฑบาตในฎีกาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯนั้น เป็นเพราะว่า หลวงตาและลูกศิษย์คิดว่าได้สร้างคุณประโยชน์อันมหาศาลแก่ประเทศชาติพระพุทธศาสนาด้วยการสามารถเรี่ยไรระดมเงินและทองคำ มอบเข้าเป็นกองทุนประเทศในภาวะที่ประเทศประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความสำเร็จนี้น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คิดว่าไม่มีใครทำได้อย่างนี้ ในกรณีนี้อยากจะให้ทบทวนดูสักสองสามประเด็นว่าที่ได้เงินมากขนาดนั้นย่อมมีเหตุผลสมทบอยู่หลายประการ คือ
ก. เพราะคนไทยรักประเทศชาติ
ข. เพราะมีพระออกมาขอเรี่ยไร
ค. เพราะมีการจัดการอย่างเป็นกระบวนการ โดยอาศัยอำนาจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการทอดผ้าป่าและลุกลามไปทั่วสารทิศ
ง. เพราะบารมีของหลวงตาพระมหาบัวส่วนหนึ่ง
จ. ที่สำคัญคือแสงแห่งพระบารมีที่สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระราชศรัทธาถวายผ้าป่า จึงเป็นที่มาของประชาชนได้ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล

๓. ขอให้หลวงตาพระมหาบัวและคณะศิษย์ศึกษาคำว่า "ถวายฎีกา" ให้มีความเข้าใจถ่องแท้ การถวายฎีกานั้นมิใช่ฎีกาอย่างที่หลวงตาเรี่ยไร การถวายฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ โดยที่ตนเองเป็นสงฆ์จะถวายพระพรขอต่อรองใดใดมิได้เด็ดขาด"สุดแท้จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า" เท่านั้น แต่ฎีกาของพระมหาบัวได้ขอบิณฑบาตให้ถอดสมณศักดิ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) และขอมิให้ทรงแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การทูลขอเช่นนี้เป็นการอันควรหรือไม่ ซึ่ง ณ วันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอันเป็นไปตามวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งเดินตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดิน สภาวการณ์ของหลวงตาพระมหาบัวและคณะศิษย์ตอนนี้ตกอยู่ในสภาพอย่างไรกับสิ่งที่ทูลขอ

๔. การถวายฎีกาย่อมเป็นความลับอย่างยิ่งระหว่างผู้ทูลเกล้าและผู้นำทูลเกล้าฯ แต่หลวงตาและคณะศิษย์ได้นัดนักข่าวทุกสื่อรับฟังการแถลงการณ์นำข้อความในฎีกาเปิดเผยจนหมดสิ้นแล้ว จึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมทั้งกลับมาแถลงการณ์ว่า สำนักพระราชวังรับว่าจะดำเนินการให้โดยเร็ว อย่างนี้ย่อมเป็นความล่อแหลมต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างที่สุด อันมิได้มีผู้ใดเคยกระทำมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ได้รับฎีกาเข้าถวายพระธรรมเทศนาต่อหน้าพระที่นั่ง เมื่อแต่งเทศนาไปแสดงให้ผู้อื่นฟังแล้วถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่งในภายหลังถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้แต่การนำบทพระธรรมเทศนาไปพิมพ์หนังสือโดยที่มิได้ขอพระบรมราชานุญาตก่อนก็ดูหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะพระสงฆ์รูปนั้นอาจมีเจตนาแอบแฝงแสดงตนว่า ได้รับการโปรดปรานจากพระมหากษัตริย์เป็นพิเศษ อาจทำให้ประชาชนศรัทธาเลื่อมใสถวายลาภผล แต่ในกรณีหลังนี้ที่มิได้ดูว่า เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็เพราะว่าเป็นพระสงฆ์ ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องถวายคำแนะนำหลวงตาและคณะศิษย์ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้จนไม่อาจให้อภัยในทางกฎหมายได้

๕. หลวงตาพระมหาบัวและคณะศิษย์ควรได้ทราบด้วยว่า การที่ถวายฎีกาแล้วจะนำเอาความในฎีกามาพูดจาอีกมิได้ อีกประการหนึ่งจากวันที่ถวายฎีกาห้ามมิให้กราบทูลทวงถามทั้งด้วยวาจาหรือโดยหนังสือ ถ้ากระทำเช่นนั้นแล้วย่อมเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากวันนี้ไปการพูดจากันในหมู่คณะของหลวงตาและลูกศิษย์จึงควรสังวรระวังการเอ่ยอ้างถึงการทูลเกล้าถวายฎีกาให้เป็นที่ยิ่ง การที่จะวิจารณ์การแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ก็ไม่ควรที่จะพูดถึง เท่านี้ก็เป็นการสอนให้รู้จักการควรไม่ควรอะไรอีกหลายอย่าง และที่สำคัญก็คือหลวงตาเองก็ไม่รู้ว่าในกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าลูกศิษย์นั้น มีใครแอบแฝงอยู่ อยู่ในฐานะอะไร

๖. การที่หลวงตาพระมหาบัวได้อ้างถึงความไม่ชอบธรรมในการแต่งตั้งตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชและการปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ว่าไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัยและพระราชบัญญัติฉบับที่ใช้อยู่นี้เป็นการลิดรอนอำนาจพระมหากษัตริย์นั้น ต้องเข้าใจว่าพระราชบัญญัติทุกฉบับนั้นต้องผ่านสภาฯแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย หากมิทรงเห็นชอบก็จะทรงงดการลงพระปรมาภิไธย เมื่อเลยกำหนดวันตามรัฐธรรมนูญแล้ว ถือว่ามิทรงเห็นชอบตามร่างพระราชบัญญัตินั้น แต่พระราชบัญญัติที่ถือใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นพระราชบัญญัติที่ทรงเห็นชอบแล้ว การที่จะกล่าวว่าไม่ถูกไม่ต้องไม่ดี ไม่เป็นธรรมนั้น ก็พึงสังวรระวังให้จงหนัก

๗. หลวงตาพระมหาบัว ได้พูดโจมตีโดยทางวาจาออกสื่อหลายประเภทว่ามหาเถรสมาคมไม่ยึดพระธรรมวินัยและความชอบธรรมเป็นผู้ทำลายพระธรรมวินัยของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้เข้าใจว่าการที่หลวงตาเป็นเจ้าอาวาสหรือมีสมณศักดิ์ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบัน การทำลายวินัยขอสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมิได้มีผู้ใดทำลายได้ เพราะพระวินัยเป็นกฎกรรม คือเป็นนิติธรรม ที่ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม ย่อมมีความผิดโดยสภาวะ จะมีผู้ใดเห็นหรือไม่ก็ตาม แต่การทำลายพระธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สูงสุดคือ "การอวดอุตริมนุสธรรมได้แก่การแสดงตนว่าบรรลุคุณธรรมสูงสุดโดยที่มิได้มีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับรอง" นี่คือการทำลายพระธรรมที่มีโทษสูงสุดทางพระวินัย

๘. สถานการณ์และสถานภาพของหลวงตามหาบัว ณ วันนี้น่าเสียดายและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง "ใครเป็นผู้เอาผ้าดำผูกตาหลวงตา แล้วกำลังพาไปสู่ปากเหว และใครจะเป็นผู้แก้ผ้าดำเปิดตาให้หลวงตาพระมหาบัว"
"เจ้าคุณพิพิธ" วัดสุทัศน์ (พระราชวิจิตรปฏิภาณ)
คอลัมน์บนความเคลื่อนไหว หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

โดย : พี่เณรเอามาฝาก
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 46 ]

นานาคติ
ไม่ขอแสดงความคิดเห็น


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 30 ]

กัมมัง สัตเต วิภะชะติ ยะทิทัง หีนัปปะณีตัตตายะ

เราอย่าไปยุ่งกะพระกะเจ้าให้เกิดความวุ่นวายไปเลย ถ้าท่านเป็นพระสติวินัยครบ 100% จริง ๆ ปัจจัตตัง รู้เองแหละว่าไรผิดไรถูก
สาธุชน ควรนิ่งอย่าติงพระ บาปหนา บาปหนา อย่าเจ้ากี้เจ้าการให้มากเลย เด็ดหัวนายทองก้อนชะ ยุ่งกะพระมากไปแล้ว หายไปจากควาททรงจำชะ ศาสนาจะได้สงบ สงบ ยุแยงตะแคงรั่วดีนัก

โดย : เอ็ม 100 เอ็ม 150 และเอ็ม 16
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 23 ]

"ผิดถูกฟ้าดินเป็นพยาน"

ปุถุชนอย่างหมื่อปีแสงไม่ขอแสดงความคิดเห็น



เบื่อโลกมนุษย์

โดย : หมื่นปีแสง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 43 ]

นี่ไงนิทานระหว่าเฒ่าโล้ว กับ คนแรมทาง ดัง ๆ ข่าวสุดดัง

เดลินิวส์ ข่าวสด มติชน ทุกนิตยสาร ออกกันดังแซด
"เนาะ ฅนแรมทาง เนาะ"

สงสัยเจ้ายุทธ์ไม่มาแล้ว เพราะว่าพวกท่านมันตุ๊ด555

ผู้ชายอะไรมีเนาะ แถมชวนกันออกหน้าออกตา อายชาวบ้านเขาบ้าง ท่านเฒ่าโล้ว ลองนึกภาพสิ ใช้นามว่าเฒ่าโล้ว แต่งหน้าแต่งตาทาเล็บ สวมกระโปรง ใส่ส้นสูง มีเดือยที่หว่างขา 555555555

ชาวยุทธ์ทุกท่านลองนึกภาพ เฒ่าโล้ว กับ คนแรมทางสิ

ว่ามันตัวอะไรกันเนี่ย

ทั้งตุ๊ดทั้เกย์ ระบาดเว็บบ้านจอมยุทธ์

โดย : ผู้รักสันติ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 13 ]

สันติก็เป็นพวกเดียวกันกับเฒ่าโล้ว กับค คนแรมทาง 555555

ประกาศข่าว

โดย : ไร้ชื่อรือนาม
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 28 ]

เก่งจัง

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 8 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook