บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : "กฤษณาอยู่ใกล้พันธุ์ไม้หอม "

"กฤษณาอยู่ใกล้พันธุ์ไม้หอม "

คนพาลพบคนพาลจ้องจับผิด
บัณฑิตพบบัณฑิตเชิดชูกัน
.........

กฤษณาอยู่ใกล้พันธุ์ไม้หอม
ก็ดมดอมกลิ่นจรุงฟุ้งทั่วถิ่น
ปลาร้าใกล้ของเน่าเกลือกกลั้วสิ้น
ก็เหม็นคลุ้งทั้งแผ่นดินหมดสิ้นกัน

คนพาลโฉดเขลาเมากิเลส
พอพบกันก็หาเหตุมาหยามหยัน
แต่บัณฑิตพบพาสนทนากัน
ล้วนเลือกสรรเชิดชูค่าปัญญามี

เป็นบัณฑิตรู้ทันเห็นเช่นบัณฑิต
มองด้วยจิตพิจารณาในทุกที่
จิตแน่นหนักไม่ดูแคลนชูความดี
รู้สิ่งที่มีสาระเพลินเจริญจิต

หาใช่เป็นดั่งพาลระรานทั่ว
ให้ภัยท่านใส่ภัยตัวมัวหลงผิด
คนพาลพบคนพาลจ้องจับผิด
บัณฑิตพบบัณฑิตเชิดชูกัน ฯ
.........

บางอารมณ์............
วันนี้เอง.........
และเมื่อกี้เอง.....




โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 43 ]

คบพาล พาลคอยจ้อง ข้องทั่วทิศ

โดย : ทิกิ_tiki
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 50 ]

อโหสิ อโหสิ

โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 55 ]




โดย : เม่ยหลิง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 5 ]

งั้นข้าพเจ้าจะเป็นบัณฑิต

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 20 ]

วันนี้อารมณ์ดีครับ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 28 ]


วันนี้เราอารมณ์ดีกว่า

โดย : เม่ยหลิง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 40 ]

อโหสิ เเถอะท่าน

โดย : บุปผา
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 44 ]


ยินดี ยินดี ที่ท่านเม่ยหลิงอารมณ์ดี
งานคงเพลาๆ แล้วนะ
ดีใจจัง


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 45 ]

คบคนพาล พาลพา ไปหา บัณทิตย์
คบบัณฑิตย์ บัณฑิตย์ พาไปผาดโผน
แยกโจรแยกบัณฑิตย์ด้วยจิตตน
ใช่เชื่อในคำคน ต้องกลลวง

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 12 ]

ท่านพี่อิสฯ
นู่ว่างอะคะ
คิดถึงทุกคนเลยนะเนี่ย


โดย : เม่ยหลิง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 12 ]

เป็นบัณฑิตด้วยคน

โดย : กระบี่น้อย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 27 ]


ปัญญา......อยู่ไหนหมด
ฮ้าๆ

โดย : เทพอาถรรพ์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 32 ]


เจ้าขาเอ้ยมีคนมาถามหาปัญญา
เอออ..คนถามทำไมไม่ตอบเองอะคะ

โดย : เม่ยหลิง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 1 ]

ยินดีปรีดาที่ได้เห็นหลายๆท่านมาร่วมอารมณ์ดี

ปัญญามีไม่มี

อารมณ์ดีมีให้พอ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 35 ]


นั่นสิ

โดย : เม่ยหลิง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 45 ]

ข้าก็ว่า...........นั่นสิ

แต่วันนี้สหายเงียบจัง



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 38 ]

ณ ศาลาริมน้ำ ข้างแม่น้ำเจ้าพระยา
หัวค่ำของวันที่ลมโชยพัดอ่อนๆ ข้าฯนั่งอยู่ภายใต้ความมืดและเงียบสงัด
ต้นลำพูต้นใหญ่เอนลำต้นออกไปที่ชายน้ำ
เหล่าหิ่งห้อยหลายสิบตัวบินส่องแสงอยู่เรืองๆ
กระพริบระยิบระยาบมองให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจยิ่งนัก
คล้ายดังแสงแห่งทิพยืก็มิปาน
ผักตบกอผักบุ้งลอยมาตามน้ำอยู่ไหวไหว
ตรงข้ามอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา
มีเรือนไทยสมัยโบราณอยู่หลังหนึ่ง
ให้ข้าฯอดสงสัยตามประสาคนช่างคิดไม่ได้ว่า
คนที่อาศัยอยู่ในเรือนหลังนั้นเป็นใคร และเป็นบุคคลเช่นใด
จะเหมือนกับที่ข้าฯเคยดูในหนังหรือไม่
มองออกไปตามสายน้ำไหลสุดสายตาเท่าที่แสงพอจะสว่างถึง
และเท่าที่สายตาไม่สั้นไม่เอียงของข้าฯจะพอเห็นได้
มันคล้ายจะพบอะไรแต่กลับไม่เห็น
มันคลุมเครือเหมือนชีวิตคน
และคนชอบคิดอย่างข้าฯ
คงต้องจินตนาการไปอีกตามเคย
.........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 58 ]

ภาคต่อ.......

พลันสิ่งที่ข้ากำลังเฝ้ารอคอยก้เริ่มๆรางๆจะปรากฎตัวขึ้น
เรือหางยาวลำเล็กๆลำหนึ่งเคลื่อนตัวทวนน้ำเข้ามาเรื่อยๆ
ข้าฯเริ่มมองเห็นเงาของคนผู้หนึ่งบนลำเรือ
ใช่แล้ว !
นางมาแล้ว มาตามที่เราได้นัดหมายกันเอาไว้เมื่อหัวค่ำ
หักใจข้าฯอดที่จะเต้นระทึกไม่อยู่แล้ว
ทั้งที่เราก็นัดพบกัน หลายครั้งแล้วก็ตาม
เรือเทียบที่ท่าน้ำบันไดศาลา
ข้าฯพลางเดินพลางพุดออกไปพร้องกันว่า
"เอามาด้วยหรือเปล่า"
นางยิ้มจนแก้มแทบปริแล้วเอ่ยบอกกับข้า
ด้วยถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งมวลสดใสว่า
"นี่ไงจ๊ะ"
พลางยกถุงพลาสติกขึ้นมา
"โอว นางมิได้ลืมจริงๆด้วย" ข้าฯคิดในใจ
พร้อมกับที่เดินลงไปถึงตัวนาง
ข้าฯล้วงกระเป๋ากางเกงและจ่ายเงินให้นางไป
พร้อมกับรับเอาถุงใส่ขวดสุราจากนาง
กลืนน้ำลายเอือกใหญ่
รับเงินแล้วนางก้ส่งยิ้มและลอยลำเรือจากไป
..................มามาสหายใครดื่มกับข้า

.........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 28 ]

ภาคต่อ..................

แหล่ะแล้วความอบอุ่นกรุ่นไอมิตรภาพในชุมชนแห่งนี้ก็กลับมา
คืนวันที่ผ่านมาผ่านไป
ล้วนแล้วแต่เป็นแบบฝึกหัดทดสอบจิตใจเราเป็นอย่างดี
บางครั้งและหลายครั้งเราก็พลาดสติ
หลงใหลไปในโลกธรรม
มีลาภ เสื่อมลาภ
มียศ เสื่อมยศ
สุข ทุกข์
นินทา สรรเสริญ
และเมื่อมองหันกลับไปมองดูเรื่องราวเหล่านั้น
ก็อดที่จะละอายใจมิได้สักที
ที่จะทำได้ก็เพียงแต่ภาวนาเอาไว้ในใจว่า
ครั้งต่อไปจะทำให้ดีกว่านี้
ชีวิตเราทุกคนล้วนเป็นแบบ one take only ทั้งนั้น
ทุกบททุกบาทล้วนแสดงได้ครั้งเดียว
.........ใต้ต้นลำพูต้นเดิม
วันนี้ข้าจะคุยอะไรกับสหายดี
.........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 28 ]



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 35 ]

ภาคต่อ.............

อารมณ์ของผู้ใช้จินตนาการเขียนงาน
ล้วนอ่อนไหวได้ง่ายๆกับสิ่งที่เข้ามากระทบ
ไม่เป็นการยากเลยที่จะมองหิ่งห้อยแล้วอิ่มในความสุขนั้นนานนับนาน
และไม่เป็นการง่ายเลยที่จะห้ามใจมิให้รู้สึกตกใจกับการได้ยินเสียงเข็มกระทบตกพื้น
แต่สิ่งที่ผู้มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ควรจะมีให้มากก็คือ
การแยกแยะเอาสิ่งที่รู้สึกสัมผัสออกมาจากสิ่งที่เก็บเอาไปยึดถือ
การเลือกเฟ้นสิ่งที่คิดและเห้นกับจินตนาการที่ปรุงแต่ง
การกำหนดรู้ทันอายตนะ ตา หู จมุก ลิ้น กาย ใจ
และรู้เท่าทันสิ่งที่มากระทบ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์
เมื่อตาพบรูปเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อหูพบเสียงเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อจมูกพบกลิ่นเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อลิ้นพบรสเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อกายพบสัมผัสเกิดการปรุงแต่ง
และเมื่อใจพบธรรมารมณ์เกิดการปรุงแต่ง
ให้รู้เท่าทันที่เกิดเพราะสิ่งทั้งปวงเป็นแต่เพียงเราปรุงแต่งเอาเองเท่านั้น
ปรุงแต่งเองยึดมั่นถือมั่นเอง ก็เกิดทุกข์
เพราะสิ่งปรุงแต่งมันไม่มีตัวตนของมันเอง
และมันก็เปลี่ยนแปลงออกไปทุกขณะเวลา
ยึดถือไม่ได้

วันที่ข้าฯคุยกับนามกาย
........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 46 ]

ข้าน้อยนั้นโง่เขลาอีกทั้งด้อยปัญญาในความหมายของพี่ท่านอะไรคือการปรุงแต่ง ข้าน้อยเพียงคิดเอาคนเดียวว่าปรุงแต่งก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกรูปนาม
ป.ล.ขออภัยที่แสดงความโง่เขลา

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 2 ]

ภาคต่อ...........

ถ้อยคำที่ข้าฯเขียนเป็นแค่สัญลักษณ์ทางภาษาชนิดหนึ่ง
ที่จับเอาอักษรแต่ละตัวมาเรียงกันไว้
การที่บุคคลผ่านมาอ่านและเข้าใจได้
เป็นเพราะเขานำเอาประสบการณ์ที่เคยได้เรียนรู้ในสัญลักษณ์นั้น
เข้ามาจับในสัญลักษณ์ที่ข้าได้เรียบเรียงเอาไว้
นำทั้งสองอย่ามารวมกัน
และปรุงแต่งนึกคิด ทำให้เกิดความหมายที่เขาเข้าใจขึ้นมาได้
ซึ้งความหมายนั้นๆก็จะแตกต่างกันออกไปบ้างล้วนแล้วแต่ประสบการณ์ของบุคคลแต่ละคนที่เคยสัมผัสมา
.................
ในทางกลับกัน
อักษรเหล่านี้ ก็เป็นสัญลักษณ์ที่ข้าปรุงแต่งขึ้น
จากประสบการณ์ในการเรียนรู้ทางภาษาสัยลักษณ์เหล่านี้
และอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจของข้าฯ
และแม้แต่อารมณ์นั้นข้าฯก้ปรุงแต่งขึ้น
จากสิ่งที่มากระทบอีกที
........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 27 ]

ขออภัยด้วยข้าน้อยผิดไปแล้ว

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 34 ]

....แจ่มแจ้งดีแท้...ท่านตนแรมทาง...........

.......ขอขอบคุณที่เพิ่มทางสว่างแห่งปัญญาให้..........
.................ขอคาราวะ........

โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 50 ]

มิได้มีอันใดผิดหรอกท่าน แชแช
ในยุทธภพแห่งบ้านนี้ เราล้วนเข้ามาเพื่อมิตรภาพ
มิใช่หาถูกหาผิด ดั่งกลอนกฤษณาฯ ของข้าฯเบื้องบน
ข้าฯยินดีที่บางถ้อยคำพอจะมีประโยชน์ต่อท่าน จอมยุทธไม่มีเสร็จบ้าง
.......
.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 50 ]

เขียนกลอนเขียนกาพย์แท้ ทึกทัก ท่านเอย
เขียนบ่ทำนิ่งเฉย ใส่รู้
คิดเห็นว่าทักเลย เฉลยกล่าว กันนา
แลกเปลี่ยนความคิดผู้ แผ่แท้ ปัญญา ฯ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 28 ]

สหายข้าฯดียิ่ง
อย่ารบกวนเขาเลย
นักเลงภาษามาเลย
ข้าฯก็เคยเป็นเปรียญ ฯ

---------------------------------------------------

เจ้าว่าเจ้าเป็นบาเรียญ.......................ยิ่งใหญ่
ข้าอ่านแล้วมิกล้ามาจนไอ้...................นั่น หดหาย
ว่า"นิยตมิจฉาทิฏฐิ" มิถูกใจ...............เดี๋ยวโดน เจ้าเตะ
เพลานี้ข้าน้อยแค่ได้มากล้ำกราย........ขนลุก ขนลุก



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 39 ]

----->แก้ไข "บาเรียญ" แก้เป็น "บาเรียน" เป็นคำนาม แปลว่าผู้เล่าเรียน, ผู้รู้ธรรม, ผู้คงแก่เรียน, คำว่า "เปรียญ" ก็เรียก

ที่ต้องแก้ เดวแม่หญิงทั้งหลาย ทั้งแก่ทั้งสาวจะขุ่น ขุ่น ข้าเจ้ายุทธ์อีก

ที่พิมพ์ผิดเพราะกลัวเจ้าคนมีเปรียญ

----------------------------------------------------
จากกลอนของเจ้าเปรียญ

มาเป็นกลอนเป็นกาพย์ข้าไม่ว่า
เป็นธรรมะว่ามาข้าไม่เฉย
กวนตีนอย่างนี้นี่ใช่เลย
ข้าเคยเหยียบจมธรณี

--------------------------------------------

อะโหอะโหโขอีกหน่อย
จ่อยมหาโกรธาขึ้งฉุนเฉียว
ว่าธรรมะไม่ได้หน่อยนักเชียว
คงต้องเลี้ยวเดี๋ยวโดนเตะเละจมปฐพี


โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 9 ]

จากวาโยธาตุของเจ้าบะหมี่แห้งน้ำ 3

ชีวิตเพียงนี้
เรามีอิ่มหนำ
หยัดอยู่ในธรรม
เพียงพอพอดี

---------------------------------------------

บะหมี่เอ๋ยบะหมี่แห้ง
ชีวิตเจ้าไม่แล้งในธรรมดีแล้ว
ยถาโลภสันโดษเจ้าแจ่มแจ๋ว
ไม่แคล้วชีวิตต้องโสตถิจีรังกาล



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 19 ]

ชีวิตข้าว่ากลอนมิเก่งดอก
มิชาญวอกเหมือนเจ้าเฝ้าเปรียญ
พอแต่งไกวไขแปรแก้อ่านเขียน
ว่ามากเพี้ยนเจ้าเปรียญมันเตะเอา


โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 24 ]

ข้าแก่หูตาคงฟ้าฟางอย่าถือสา

(แก้ไข) จากวาโยธาตุของเจ้าบะหมี่แห้งน้ำ 3
ชีวิตเพียงนี้
เรามีอิ่มหนำ
หยัดอยู่ในธรรม
เพียงพอพอดี

---------------------------------------------

บะหมี่เอ๋ยบะหมี่แห้ง
ชีวิตเจ้าไม่แล้งในธรรมดีแล้ว
ยถาโลภสันโดษเจ้าแจ่มแจ๋ว <-----ยะถาลาภะสันโดษ
ไม่แคล้วชีวิตต้องโสตถิจีรังกาล
โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 19 ]



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 26 ]

อ่านไปอ่านมาบาทาเขยิบ ของใครหว่ากลอนนี่

เจ้าตอบหรือยังคำถามข้าฯ
ไม่รู้ก็บอกมาไม่ต้องส่ายหาง
สัตว์แม่งกวนตีนกูทุกทาง
สหายจงปล่อยวางอย่าถือเรา ฯ

------------------------------------------------------

เจ้านั่นเองชอบเบ่งนักเลงนี่
คำถามนี้ข้าถามไปใช่ตอบนี่
อ่านนัยน์ในตาก็ถ้วนถี่อเวจี
ไม่มีที่ทางสวรรค์ให้มันจร

เจ้ามาว่าข้าไม่ตอบเจ้าไม่รู้
หรือว่าครูเปรียญไม่สั่งสอน
เฮ้อสงสัยเจ้าบวชคงกินแล้วก็นอน
บ่ายพักผ่อนเย็นค่ำพร่ำไวไว




โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 43 ]

งั้นอโหสิกรรมให้ข้าฯด้วย
ข้าฯได้เขียนบรรยายความรู้สึกไว้ข้างบนแล้ว

............
"อารมณ์ของผู้ใช้จินตนาการเขียนงาน
ล้วนอ่อนไหวได้ง่ายๆกับสิ่งที่เข้ามากระทบ
ไม่เป็นการยากเลยที่จะมองหิ่งห้อยแล้วอิ่มในความสุขนั้นนานนับนาน
และไม่เป็นการง่ายเลยที่จะห้ามใจมิให้รู้สึกตกใจกับการได้ยินเสียงเข็มกระทบตกพื้น
แต่สิ่งที่ผู้มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ควรจะมีให้มากก็คือ
การแยกแยะเอาสิ่งที่รู้สึกสัมผัสออกมาจากสิ่งที่เก็บเอาไปยึดถือ
การเลือกเฟ้นสิ่งที่คิดและเห้นกับจินตนาการที่ปรุงแต่ง
การกำหนดรู้ทันอายตนะ ตา หู จมุก ลิ้น กาย ใจ
และรู้เท่าทันสิ่งที่มากระทบ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์
เมื่อตาพบรูปเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อหูพบเสียงเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อจมูกพบกลิ่นเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อลิ้นพบรสเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อกายพบสัมผัสเกิดการปรุงแต่ง
และเมื่อใจพบธรรมารมณ์เกิดการปรุงแต่ง
ให้รู้เท่าทันที่เกิดเพราะสิ่งทั้งปวงเป็นแต่เพียงเราปรุงแต่งเอาเองเท่านั้น
ปรุงแต่งเองยึดมั่นถือมั่นเอง ก็เกิดทุกข์
เพราะสิ่งปรุงแต่งมันไม่มีตัวตนของมันเอง
และมันก็เปลี่ยนแปลงออกไปทุกขณะเวลา
ยึดถือไม่ได้

วันที่ข้าฯคุยกับนามกาย
................................................................
ผิดพลาดอันใดอโหสิ
ถ้าเกินกว่านั้นแล้วแต่ท่าน
บางอารมณ์มันขุ่นมัวมิรู้ตัว ขึงขังพลันแล่นไปฉุดไม่ทัน
บางครั้งมิได้พิจารณา ปากเร็วกว่าใจ
อ่อนไหวกับสิ่งกระทบ
ข้าฯจะพิจารณาตัวเองอีกที
ให้สมกับที่เหล่าท่านทั้งหลายเรียก....สหาย.....ได้เต็มปากเต็มคำ

ด้วยไมตรี........


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 57 ]

เฮย เฮย ข้ารู้แล้ว ข้าก็แกล้งว่าไปงั้นแล เห็นเจ้าแต่งว่าไปงั้นวาจาสงวนทีท่าของข้า ถ้าไม่ตอบไป เกิดเด็กน้อยคนอื่น ๆ มาอ่านเข้าจะหาว่าข้าไม่มีน้ำยาขนมจีน เจ้าก็ว่าแล้วมิใช่หรือเป็นเสือต้องไว้ลาย ชาติชายต้องไว้เชื้อ

ดี ดี ดี เจ้า เฒ่า รออยู่ที่ 0848 - ถึงฅนแรมทาง โดย กระบี่น้อย โน่น แวะไปเยี่ยมเจ้ากระบี่น้อย อยู่



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 5 ]

ข้าฯเข้าใจน้ำใจท่านชัดแล้วท่านเจ้ายุทธ์

นับถือคมคำพูดและท่าที

สมเป็นชายชาติพยัฆค์มักไว้ลายจริงๆนับถือๆ

ไปดื่มชาอู่หลงที่0848กันเถอะ

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 16 ]

อ่านเหอะอ่านไปได้ความรู้
ถึงอ่านดูไว้ใช้ครายเหงา
เก็บเอาไว้อ่านเอาไว้ใจจะเมา
มิเหี่ยวเฉาความรู้รู้จักความ

รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม..........

โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 0 ]

อืม...............
จะแวะไปชม
จะนั่งชมอยู่ตรงกลาง

โดย : ด...เด็ก
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 8 ]

ภาคต่อ............

บ้างมีบางเวลาที่เราอ่อนล้าเต็มที่
ไม่มีแม้จินตนาการที่จะรังสรรค์มุมมองใหม่ๆในบทกลอน
ไม่มีพลังแม้จะข่มตาให้หลับได้ในยามค่ำคืน
ไม่มีความสามารถแม้แต่จะบอกใจของตัวเองให้สงบได้
ทำได้ก้เพียงแต่คิด คิด และคิด อยุ่แต่เรื่องราวเดิมๆ
ที่บอกให้ตัวเองไม่คิด
ที่บอกคนอื่นว่าไม่ได้คิดแล้ว
..วันนี้จันทร์ก็นวลผ่องสวยงามขึ้น14ค่ำ
สมกับเป็นวันที่มีบรรยากาสน่าร่ายกลอน พาให้ใจสุนทรีย์เป็นอย่างยิ่ง
แต่หัวใจข้าฯกลับว้าวุ่นมองไม่เห็นความสวยงามของแสงจันทร์
..เสียดาย..สหาย..เสียดาย
บางครั้งชีวิตมักจะเผชิญปัญหาเอาตอนที่ฟ้าแจ่มใส....

........................................................
.........................................................
................ข้าฯ ณ บางปะอิน อยุธยา.............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 18 ]

ช่างเศร้านัก
เราจะรอวันที่ท่านเบิกบานไปพร้อมกับฟ้าที่แจ่มใส
แล้วเราค่อยมาตอแยให้ท่านคุยด้วยใหม่
ไม่กวนแล้ว .. ไปละ

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 34 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook