บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ขอความคิคเห็นจากผู้ที่เคยอ่านสามก๊ก


ที่ว่ากันว่า "ใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้" และที่ว่า "ใครไม่ได้อ่านสมาก๊กอย่าคิดทำการใหญ่" จะเป็นจริงประการใด ?

โดย : จื่อหลาน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 41 ]

ผมไม่เชื่อ?
คนอ่านสามก๊ก ได้สามจบ คงไม่ค่อยมีเวลา ไปคบผู้อื่นแล้ว
ผม ยีนยัน ผมอ่าน มาแล้ว 3 จบ และยังมีคนคบผม
และ ผมยังคบคนอื่นอยู่
ผมอ่านสามก๊ก จบแล้ว ก็ไม่สนใจ ที่จะคิดการใหญ่
เพราะคนเรา ยื่งใหญ่ ยิ่งเปลืองผ้าตัดกางเกง และผ้าตัดเสื้อ
มิหนำซ้ำตอนตาย เปลืองพลังงาน ในการเผาทำลายซาก

แต่ถ้าอ่านสามก๊ก แล้วเข้าใจ มนุษย์ มากขึ้น ผมเห็นด้วย
โดยเฉพาะ โจโฉ อุยเอี๋ยน ฮองตง ซุนเซ็ก ม้าเฉียว
คนประเภทนี้ เป็นคนธรรมดา ในโลกมนุษย์มีแยะ
และ เราๆ ท่านๆ ก็เป็นอยู่ เมื่ออารมณ์ ปรกติ นอกนั้น
คงต้องได้รับการ อบรม และขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 34 ]

อยู่ที่ว่า อ่านจบแล้วท่านได้อะไร คนเราต่างใจ ต่างความคิด บางคนจบอ่านแล้ว ได้เท่ากับตอนที่ยังไม่ได้อ่านก็มี.....ผู้น้องก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น ยังอ่านไม่จบเลย

โดย : จันทร์ในบ่อ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 32 ]

เราเองก็ไม่นึกว่าจะมีคนอ่านจบ 3 รอบนะเนี่ย ข้าน้อยขอคาระวะ ข้าน้อยกำลังอยากอ่าน แต่คิดไปคิดมา ไม่อ่านดีกว่า ขี้เกียจ รอให้ผู้อื่นเล่าให้ฟังดีก่า ฮ่อ............

โดย : กรงเล็บกระดูกขาว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 8 ]

อ่านครบสามรอบล้วนโง่เง่า
ผู้กล่าวขานคำขวัญโง่เง่ากว่า

ผู้มีปัญญาที่สุดย่อมใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อเข้าใจสิ่งหนึ่งๆ
ผู้มีปัญหาที่สุดย่อมใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด เพื่อเข้าใจสิ่งหนึ่งๆ
ผู้จำเป็นต้องอ่านถึงสามรอบ นอกจากไม่เข้าใจแล้ว ยังยึดติดอีกด้วย

และยิ่งยึดติดแต่เล่าปี่, บูชาขงเบ้งแล้วละก็ยิ่งโง่ดักดาน

ไยล่อกวนตง จึงต้องมีตัวละครมากมาย? ไยตัวละครบางตัวโผล่มาเพียงฉากสั้นๆ แล้วหายไป? หากตัดออกก็ไม่กระทบเนื้อเรื่อง? แต่กลับไม่ตัด? ตัวละครที่เราๆ ท่านๆ ไม่สนใจ เป็นคนส่วนน้อยในสังคม? สังคมที่วุ่นวายด้วยสงคราม ผู้โดดเด่นคือ ผู้โง่เขลาที่เก่งที่สุด แต่ผู้ที่ปลีกตัวออก นั่นแหละคือ ผู้ชาญฉลาด



โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 26 ]

ยังม่ะเคยอ่านเป็นจริงเป็นจังเลย
เอาไว้ขอไปอ่านก่อนนนะ

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 33 ]

สามเก็กเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อ่านครั้งแรกทำให้เราเค้าใจโคลงเรื่องและมีความสนุกสนาน อ่านครั้งที่สองทำให้เราเข้าใจในสัจธรรมที่แฝงมากับสถานการณ์แต่การตัดสินใจของตัวละครในเรื่อง พอเริ่มอ่านครั้งที่สามจะทำให้เกิดความเคยชินและเป็นนิสัยติดตัว ไม่ยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ และอ่านนิสัยผู้คนรอบกายได้ชัดเจนขึ้น ใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู ใครควรคบและใครไม่ควรคบ ส่วนเรื่องที่กล่าวว่า ไม่เคยอ่านสามก็อย่าริทำการใหญ่ เนื่องจาก คนที่จะทำการใหญ่ได้ต้องใจเด็ดแม้ต้องเสียทุกคนรอบกายหรือแม้แต่คนที่เรารักเพื่อให้ได้มาซึ่งการใหญ่ที่เราต้องการ ก็ต้องยอม หากยังรังเรยืนยันว่าไม่สำเร็จแน่นอน ผมชื่นชมในตัวโจโฉและความเป็นผู้นำ แต่สุดท้ายสูงสุดสู่สามัญชนเช่นเดิม ผมสงสารขงเบ้งแต่ประทับใจในความสามารถ ถ้าขงเบ้งอยู่กับโจโฉประเทษจีนคงรวมเป็นหนึ่งได้เร็วกว่านี้และไม่ต้องเสียไล่พลมากมายเช่นนี้แน่นอน

โดย : เซ็กเทา
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 13 ]

ยิ่งอ่านแยอะยิ่งดี อ่านกี่รอบก็ช่าง คนที่ไม่ใด้อ่านคบไม่ใด้ก็แยะ อ่านจนถึงที่สุดแล้วการใหญ่ที่คิดไว้คงไม่อยากทำ เพราะท้ายที่สุดคนคำนวนมิสู้ฟ้าลิขิต

โดย : 8ทิศ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 48 ]

อ่านครบสามรอบคบไม่ได้เพราะ....คนพูดกลัวความฉลาดร้ายกาจของโจโฉจะครอบงำคนที่เค้าจะคบหาด้วย

ไม่อ่านสามก๊ก อย่าคิดทำการใหญ่....วลีนี้บอกนัยยะแห่งการทำศึกที่เต็มไปด้วยอุบายชั้นเชิง เล่ห์เหลี่ยม เด็ดขาด ความซื่อสัตย์ในผู้ใต้บังคับบัญชาและท้ายสุด สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน มือประสานขอสิบทิศ เอ๊ะ ผิดเรื่องแฮะ
อีกทั้งในเรื่องยังบอกนัยด้วยว่า ในบางแง่มุมยังต้องใช้วิชาโหราศาสตร์ การติดสินบน และคุณธรรมน้ำมิตร.....การคิดการใหญ่ใดๆหากมองทะลุปรุโปร่งแล้ว...เตรียมการพร้อมแล้ว...

สุภาษิตจีนจึงว่า การเตรียมการที่ดี เท่ากับงานเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
แต่การใดๆจะให้อยู่รอดตลอดไปนั้น ต้องนึกถึงพระพุทธพจน์ด้วยว่า มีเกิดย่อมมีดับ มีรุ่งเรื่องย่อมมีเสื่อมสลาย
ความเห็นเล็กๆน้อยๆของคนที่อ่านสามก๊กไม่จบเล่ม

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 28 ]

ท่านอาอี้
แล้วเคยได้ยินทุภาษิตของคณะปั้นจั่นสำอางมั้ย

งั้นถ้าเราเตรียมการดีดีสักสองที
เราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เนาะ (ล้อเล่นน่ะ)

นี่แหละที่เขาว่า ชีวิตไม่ใช่สมการ

สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เขียนโดยหลัวก้วนจง
(LO Kuan-chung)
ถือเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ (The Romance of Tree Kingdom)
หรือบางทีเขาก็ว่าเป็นแค่บทงิ้ว ที่แต่งเอาไว้ร้องเล่น
ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเชิงประวัติศาสตร์ได้

แต่สามก๊กเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นจึงมีฉบับพงศาวดารหรือฉบับประวัติศาสตร์(The History of Tree Kingdom)
ซึ่งเรียบเรียงโดยเฉินโส้ว (Chen Shou)
ข้อแตกต่างของทั้งสองฉบับคือ

สามก๊กฉบับประวัติศาสตร์นั้น (เขาอ้างว่า) เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
ผู้เรียบเรียงบันทึกนี้เป็นคนในสมัยราชวงศ์จิ้น
ซึ่งตั้งขึ้นต่อจากราชวงศ์เว่ยของตระกูลโจ ในบันทึกนี้
โจโฉ จึงไม่ได้ถูกพรรณนาว่าเป็นคนชั่วโฉด เลวทราม หรือเจ้าเลห์
หากแต่เป็นวีรบุรุษที่เก่งกล้าสามารถ

ส่วนสามก๊กที่(อ้างว่า)แต่งโดยหลัวก้วนจงนั้น ถือว่าราชวงศ์สู่ฮั่น
ที่เล่าปี่ตั้งขึ้น เป็นราชวงศ์ที่ชอบธรรม ฉบับนี้เลยให้เล่าปี่เป็นพระเอก โจโฉเป็นผู้ร้าย
ขงเบ้งนั้นก็สุดยอดแห่งความฉลาดเลิศลอยไปเลย

สามก๊กฉบับประวัติศาสตร์ ไม่รู้มีใครแปลมาเป็นเรื่องเป็นราวหรือยัง เคยเห็นแต่ฉบับการ์ตูน โดยสำนักพิมพ์ชุมศิลป์ธรรมดา
โชติช่วง นาดอนเป็นบรรณาธิการ ธนพร เป็นคนแปล

ใครที่อ่านสามก๊กไม่จบลองไปหาอ่านดู เล่มเดียวบางๆ
แถมเป็นการ์ตูน รู้สึกว่าจะพิมพ์ออกมาขายตั้งแต่ปี 2534 แล้ว
อ่านสักหลายๆ 3 รอบ ชีวิตจะได้สงบเสียที
ไม่มีใครคบจะวุ่นวายได้อย่างไรเล่า จริงมะ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 5 ]

เออ /// ท่านเฒ่าโล้ว นี่ผม ชักอยากวุ่นวายด้วยจัง
น่าจะอยู่ในวัยทอง เหมือนท่านอาอี้
เพราะ เริ่ม ใช้ชั้นเชิง ในการ ลากลูก ดึงเกมส์ แล้ว
พูดง่ายๆ ใชัชั้นเชิง มากกว่า กำลังแล้ว อย่างนี้ ไม่รู้เป็นไร?
ผมอยากทะเลาะด้วย

มีข้อแม้ โกรธผมเมื่อไร? คุณแพ้

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 40 ]

เอ๊ะเอ๋///ท่านวาสิน
นี่ท่านเห็นข้าเป็นโรนัลดินโญไปแล้วหรือ
ข้าผู้เฒ่า มิบังอาจๆ ฮิฮิ

ข้าเฒ่าโล้วยังมีวงเล็บหนุ่มอยู่
ยินดีรับฟังคำสั่งสอน
ผิดพลาดประการใดยอมให้ท่านโกรธได้สองครั้ง
หลังจากนั้น
ก็เป็นครั้งที่สามไง

ข้าขอคารวะ

"ใครไม่ได้อ่านสามก๊กอย่าคิดทำการใหญ่"
คำนี้เขาไม่ได้หมายความว่า ถ้าใครอ่านสามก๊กแล้วจะต้องคิดการใหญ่
หากแต่ต้องการบอกว่า ถ้าคิดการใหญ่อย่าได้พลาดอ่านสามก๊ก
เพราะในเรื่องนี้มีตัวอย่างเด็ดๆ อยู่มากมายเหลือเกิน
เตือนคนคิดการใหญ่ว่า ในวังวนแห่งการช่วงชิงอำนาจ
อะไรๆ ทั้งชั่วร้าย ดีงาม ต่างทำได้ เพื่อชัยชนะเท่านั้น

ส่วนคำที่ว่า"ใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้"
เรื่องนี้จริงหรือไม่ข้าไม่ทราบ
รู้แต่เพียงว่า คนอ่านจบสามรอบได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ
วัดแค่ความมานะพยายามและความทรหดอดทน
ข้าก็ยกนิ้วให้แล้ว ยิ่งถ้าเก็บความต่างๆ ไปได้มากเท่าไหร่
ใครคิดจะเป็นศัตรูลองนึกดูเอาเถิด
ข้าก็คงต้องหลีกได้เป็นหลีก หลบได้เป็นหลบ
ยอมรับเลยว่า
กลัว

ด้วยจิตคารวะ

จาก...เฒ่าโล้ว (หนุ่ม)

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 7 ]

ท่านเฒ่าโล้ว ท่านอ่านเกินสามรอบแล้วมีการมาชักชวนให้ผู้อื่นอ่านตามท่านกระนั้นรึ... แค่อ่านที่ท่านเล่าแจ้งแถลงไขก็เหมือนอ่านจบเล่มแล้วใยต้องเสียเวลาเสียเงินไปหาซื้อหาอ่านด้วยเล่า ฮิฮิ...คบม่ายด้ายๆๆๆๆ


ท่านวาสิน หากคิดจะต่อกรกับเราอาอี้ละก็ จะต่อให้สามท่ากระบวนเพลงทีเดียว เหอๆ ครานี้ละจะได้รู้กันให้ถ่องแท้ไปเลยว่าใครกันแน่วัยทองก่ากันกร๊ากกกกๆๆๆๆ

แคระวะ( มุโสะมุโสะ)
จาก..อาอี้(หนุ่มกว่าเฒ่าโล้ว)

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 51 ]

คนเก่งแต่เบาปัญญา มันคิดทำสงคราม ได้เป็นใหญ่เป็นโต วุ่นวายทั้งชีวิตจนตาย เอาอะไรไปก็ไม่ได้

เหล่านักปราชณ์ต่างๆ รวมตัวกิน รินเหล้า เคล้าถกปรัชญา ชมความงามธรรมชาติ ครั้งที่เล่าปี่ไปหาขงเบ้งเพื่อขอให้มาเป็นกุนซือนั้น ก้ได้เห้น ความสงบของพวกเขา ในป่าลึก โดยสงครามไม่สามารถทำลายความสงบสุขของพวกเขาได้เลย นี่ละ ผู้มีปัญยา อยู่ในตมก็ไม่เปื้อนตม

ยังนับถือ ขงเบ้ง, เล่าปี่ หรือโจโฉ ยังนับว่าตาบอด อ่านสามรอบแล้วยังคิดไม่ออกอีก...

คนเหล่านี้เก่งขนาดไหน ทั้งชีวิตเหนื่อยยากในสงคราม แต่ละคนไม่ได้ตายดี

โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 0 ]

ท่านอาอี้ ข้าน่ะอ่านได้แค่ครึ่งจบเอง พอขงเบ้งตาย
อ่านยังไงก็ง่วงนอน หมดหนุก

ท่านหนึ่งประหลาดเดียวดาย

คนเราไม่สำคัญหรอกว่า
เมื่อตายไปแล้วจะเอาอะไรไปได้
แต่มันสำคัญที่ว่า
ตายไปแล้วเหลืออะไรทิ้งไว้ต่างหาก

อย่างน้อยเรื่องราวของเหล่าวีรบุรุษสงครามในยุคสมัยสามก๊ก
ก็ยังเหลือมาให้ท่านซึมซับแล้วถากถางอยู่นี่ไง

ท่านคงไม่เคยได้ยินคำว่า
ตายหนักอย่างขุนเขา
ตายเบาดั่งขนนก

ท่านย่อมมีสิทธิ์เลือกเป็นนักปราชญ์ ถกปรัชญา แกล้มสุรา
หนีปัญหาบ้านเมือง ทิ้งชาวบ้านผู้ด้อยโอกาส
ไปเสวยสุขที่ท่านเรียกว่าสงบ
หลังทะเลน้ำตาของผู้ยากไร้ หลั่งไหลจนแห้งเหือด







โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 36 ]

ท่านเฒ่าโล้ว
ข้าฯเองก็ม่ะเคยอ่านสามก๊ก อย่างจริงจังสักกาที
เพราะขี้เกียจอ่าน เวลาอ่านก็ม่ะมี
ก็เลยไม่รู้ว่า
ตายหนักเป็นอย่างไร
ตายเบาเป็นอย่างไร
ข้าม่ะเคยได้ยิน
ถ้าหนัก-เบานะพอรู้

วันๆๆข้าก็อยู่กับความตายทุกวัน
กับชาวบ้านและผู้พิทักษ์รักษาอาณาเขต
ณ บ้านปางคาม

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 41 ]

นับว่า ไม่เสียแรงที่เรา นับถือท่านเฒ่าโล้ว
วาจา ประดุจกระบี่ ดวงตา ประดุจ...อะไรหว่า
อาอี้ อนุญาต ให้ท่านล่วงหน้า 3 เชี๊ยะ
ห่านหนึ่งประหลาด ท่าน คงสนใจ สุมาเต็กโช
อาจารย์ ขงเบ้ง ซิท่า
ไม่มี คนเล่นเกมส์ จะไปหา คนดู คนเชียร์
สปอนเซอร์ มาจากไหน? คน ก็บอกแล้ว ว่าคน
"คนเหมือนกัน แต่คนไม่เหมือนกัน"

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 41 ]

พระพุทธเจ้าไม่ทรงเป็นผู้นำสังคม ไม่ทรงเป็นกษัตริย์ ไม่ทรงเป็นนักรบผู้ชนะสิบทิศแต่ทรงเป็นผู้สร้างสถาบันแห่งความรู้ด้านธรรมะให้ยืนยาวอยู่จนปัจจุบัน

เหล่านักปราชณ์ที่ข้าพเจ้ากล่าวถึง หาได้นิ่งเฉยไม่ ความสุขเกิดขึ้นแก่ตนในภาวะสงคราม นอกจากนี้ขุมความรู้มากมาย ล้วนถูกถ่ายทอดจากพวกเขานี่เอง

กรณีประเทศจีน

ขงจื้อ เกิดในกลียุค หาได้ทำตัวดั่งเช่นขงเบ้ง กลับเดินทางพันลี้ เพื่อเกลี้ยกล่อมเหล่าผู้ครองแต่ละแว่นแคว้นให้ยุติสงคราม แม้ไม่สำเร็จ แต่ทุกวันนี้ ประเทศจีนกลับสงบสุขในยุคต่อมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ด้วยแนวคิดของขงจื้อผู้นี้นี่เอง

กลับไปคิดให้ดีๆ ก่อนเถิดท่าน การแก้ไขปัญหาอย่างจิ๋นซีจอมจักรพรรดิ์ รุ่งเรืองก็แค่ยุคตน หลังนั้นอาณาจักรก็ล่มสลาย แต่กับการแก้ปัญหาของขงจื้อ ใครเหนือกว่ากัน?

หากปัญญายังไม่ถึงขั้น ยังคิดได้อีกรอบครับท่าน

โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 4 ]

ขอต่ออีกนิด

แนวทางการแก้ปัญหาบ้านเมือง ท้ายที่สุดเราต้องการความสงบสุข ณ ปัจจุบัน เราทำสงครามทุนนิยมอย่างบ้าระห่ำ แต่ไม่มีใครคิดว่ารากฐานความคิดคนในสังคม อย่างที่ พระพุทธเจ้า และขงจื้อวางรากฐานมาเป็นพันปีและยังคงอยู่ในปัจจุบัน แพร่หลายไปทั่วโลก แนวคิดเหล่านี้อ่อนกำลังลง คนเริ่มไม่สนใจ หันไปมองเทคโนโลยี การสื่อสาร การตลาด ฯลฯ

"อาณาจักรนั้นมีขอบเขตอยู่ที่ใด" จิ๋นซีถาม
"ไร้ขอบเขต แต่อยู่ที่จุดเริ่มต้น" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"งั้นข้าจะครอบครองทั่วโลก โดยเริ่มต้นที่นี่ก่อน ท่านมีความคิดเยี่ยงไร" จิ๋นซีถาม
"ท่านย่อมทำได้ไม่ยาก ว่าแต่ท่านจะกระทำการเยี่ยงไร" หนึ่งประหลาดเดียวดายถามกลับ
"ข้าจะยกพลตีแว่นแคว้นต่างๆ รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง" จิ๋นซีตอบ
"เช่นนั้น ท่านหาได้ครอบครองได้แท้จริงไม่" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"เพราะเหตุใด?" จิ๋นซีถาม
"หลังจากท่านได้ครองแคว้น แว่นแคว้นเหล่านั้นย่อมคิดตีชิงกลับคืน แม้นไม่ได้ในยุคของท่าน พวกเขาล้วนมีลูกหลานมากมาย จะตีคืนหลังจากสิ้นยุคท่านแล้วในวันหนึ่ง หาจบสิ้นไม่" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"ข้าย่อมตัดรากถอนโคนพวกมันก่อนแน่นอน แล้วให้ลูกหลานข้าครองอำนาจทั้งหมด" จิ๋นซีตอบ
"ท่านมิอาจถอนรากถอนโคนได้หมด" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"เพราะเหตุใด" จิ๋นซีถาม
"ท่านจงมองดูนั่น กำแพงเมืองที่ท่านสร้างขึ้น ท่านสร้างเพื่อป้องกันผู้ใด?" หนึ่งประหลาดเดียวดายถาม
"ศัตรูข้าล้วนมีมากมาย กำแพงเมืองอันยิ่งใหญ่นี้ล้วนสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกเขาได้นับร้อยปีพันปี" จิ๋นซีตอบ
"ย่อมหมายความว่าศัตรูของท่านมีมากมายจนท่านมิอาจตัดรากถอนโคนได้หมด" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"แล้วทางใดข้าจึงจะสามารถตัดรากถอนโคนได้หมด" จิ๋นซีถาม
"ตัดที่ใจ เมื่อใจคนศรัทธา ย่อมต้องถ่ายทอดความเชื่อถือศรัทธานั้นแก่บุคคลอื่นและลูกหลาน นั่นคือ การครอบครองอาณาจักรที่ขยายไปไม่มีที่สิ้นสุด ยาวนานไม่มีวันจบสิ้น" หนึ่งประหลาดเดียวดายตอบ
"....." จิ๋นซี?

เป็นท่านจะคิดเช่นไร? กลับมาเถิดท่าน สังคมสงบสุขหาใช่ว่าจะต้องยิ่งใหญ่เสมอไป ...

โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 27 ]

เอ๋?...นี่เรากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือ
อ่านดูเหมือนข้า หรือใครบางคนข้างต้นที่ไม่ใช่หนึ่งประหลาดฯ
กำลังเป็นคนบ้าสงครามไปเสียแล้ว
โดยมีท่านหนึ่งประหลาด เป็นผู้มีสายตากว้างไกล
รักสันติภาพปานจะ...............

เอาเถอะไม่เป็นไร กระจกมีสองด้าน
อยากชวนท่านหนึ่งประหลาดนั่งไทม์แมชชีนไปเที่ยวกันหน่อย

ใกล้ๆ แค่สมัยกรุงศรีฯแตกครั้งที่สองนี่ก็ได้
จะรบกวนท่านไปกล่อมพระเจ้าเอกทัศน์
และไปกล่อมแม่ทัพพม่าหน่อยเถอะ ว่าช่วยกันวางดาบ
เพื่อสำเร็จเป็นอรหันต์
ส่วนข้าฯคงต้องแยกทางตามกองทัพพระเจ้าตากไป

พระนเรศวรคงไม่ได้สร้างวีรกรรมสงครามยุทธหัตถี
ถ้ามีท่านหนึ่งประหลาดฯอยู่ข้างๆ

"ขงจื้อ เกิดในกลียุค หาได้ทำตัวดั่งเช่นขงเบ้ง กลับเดินทางพันลี้
เพื่อเกลี้ยกล่อมเหล่าผู้ครองแต่ละแว่นแคว้นให้ยุติสงคราม

แม้ไม่สำเร็จ

แต่ทุกวันนี้ ประเทศจีนกลับสงบสุขในยุคต่อมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ด้วยแนวคิดของขงจื้อผู้นี้นี่เอง"

ท่านหนึ่งประหลาดฯ ข้าชักชอบชื่อท่านมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ขนาดขงจื้อเองยังกล่อม "ไม่สำเร็จ"
เอาอะไรมาว่า ประเทศจีนสงบสุขมาจนปัจจุบันเพราะขงจื้อ

ขงจื้อเดินทางพันลี้ไปเกลี้ยกล่อมล้มเหลว
เหมาเจ๋อตุงเดินทัพด้วยเท้า สองหมื่นห้าพันลี้
ทำสงครามปลดปล่อยประชาชน พรรคคอมมิวนิสต์จีน
ปกครองบ้านเมืองมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้
เคยได้ยินหรือ ว่าเหมา หรือโจว หรือเติ้ง
ปกครองจีนด้วยแนวคิดขงจื้อ
อย่าไปพูดให้เรดการ์ดได้ยินเชียวนา หัวเราะตายเชียว

ก่อนสมัยจิ๋นซี หกรัฐทำสงครามแนวดิ่ง
ทุกหย่อมหญ้าล้วนนองด้วยเลือด
ถ้าจิ๋นซีไม่พยายามรวมรัฐ สงครามจะไม่เกิดหรือ
แท้จริงสงครามเกิดก่อนจิ๋นซีเป็นร้อยปีแล้ว

หากทรราชย์ครองเมือง คนชั่วขึ้นเถลิงอำนาจ
มีที่ไหนใช้นักปราชญ์มาล้มล้าง

เสรีภาพไม่เคยได้มาด้วยการร้องขอจากผู้ปกครองขี้ฉ้อชั่วฉล

หนังสือยังมีอีกเยอะ
ค่อยๆ อ่านไปนะ
ข้อสำคัญอ่านให้ถึงระหว่างบรรทัดของหนังสือด้วยก็จะยิ่งสนุกนะ

ยินดีที่ได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนกับท่าน
หนึ่งประหลาดเดียวดาย
ท่านคิดดีแล้ว แต่ดูจะรอบคอบน้อยไปหน่อย
เลยช่วยมาสะกิดให้เหลียวมองอีกด้านของกระจกบ้าง
ก็เท่านั้น


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 30 ]

ดีเลย

นี่คือการประลองอักษรดาบระหว่างเรากับท่านสินะ ฝ่ายหนึ่งแม่ทัพ ฝ่ายหนึ่งนักพรต ข้าพเจ้าชอบนัก ยินดีๆ หากไร้ซึ่งการปะลอง ยอมยุทธ์ก็เสมือนรูปปั้นให้คนบูชา มิอาจสำแดงฤทธิ์

โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 1 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 4 ]

ขอคารวะทุก ๆ ท่าน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านสามก๊กครับ
ทั้งแผ่น CD ดูกันมันแหมะ

ขอบูชาครูครับ

นักปราชญ์....เจอนักปราชญ์....ไม่ปราศจาก
ได้รู้มาก....สิ่งสรรสร้าง....เป็นความรู้
จากสามก๊ก....ท่านจื่อหลาน...ได้เชิดชู
เป็นกระทู้....ขึ้นมา....น่าติดตาม

ท่านวาสิน...อ่านสามก๊ก...คำรบสาม
รู้จับยาม...ใจมนุษย์...ช่างสุดขม
โจโฉ อุยเอี๋ยน ฮองตง...จะเป็นลม
เก่งคือสม...คนธรรมดา...ในโลกมี

มาต่อด้วย...จันทร์ในบ่อ...อ่านไม่จบ
อ่านแล้วหลบ...กรงเล็บ...กระดูกผี
รออ่านข่าว...จากผู้คน...ความรู้มี
ก็เข้าที...เป็นนักคว้า...ใช่นักค้น

หนึ่งประหลาด...เดียวดาย...เสริมกระทู้
ดูมีผู้...สนใจมาก...นึกไม่สน
สามรอบอ่าน...แล้วโง่...คนง่าวตน
ผู้ที่พ้น...คนปลีกตัว...ฉลาดจริง

ท่านกาแคว...กาแฟขม...สาวเผ่าแม้ว
บอกอ่านแล้ว...ฝากไว้ก่อน...อ่านไม่วิ่ง
รีบอ่านครับ...อ่านให้จบ...ช่วยกันอิง
รีบอ่านยิ่ง...ยุทธภพ...เริ่มสั่นคลอน

ท่านเซ็กเทา...แน่นิ่ง...ถือกระบี่
อ่านจบที่...ครบสาม...โปรดได้สอน
รู้นิสัย...ใจคน...ยิ่งสังวรณ์
สามก๊กสอน...ใครศัตรู...หมู่มิตรกัน

คน ๘ ทิศ....มีฤทธิ์....ก็ตั้งเยอะ
ได้มาเจอะ...ความนี้เข้า...ร่วมแต้มสัน
ว่าใครอ่าน..กี่พันรอบ...ก็ช่างมัน
ลิขิตนั้น...สู้ฟ้าดิน...เลยไม่ได้

ท่านอาอี้....มีเสน่ห์....คำคมหวาน
ร่วมประสาน...เสียงเสน่ห์....พุทธพจน์ใส
มีเกิดดับ...รุ่งเรือง...สลายไป
ตกอยู่ใน...อนิจจัง....อำพรางตา

มาต่อด้วย...ท่านเฒ่าโลว้...วิชาฉาน
วิชาการ....เลิศล้ำ....เหนือเมฆา
โฉบมาที....สั่นสะเทือน....ทั้งพสุธา
ประวัติศาสตร์....อ้างอิงมา....เห็นจริงใจ

สองท่านไม่แพ้กัน.....เรื่องความแก่
ไม่มีแพ้....ท่านเฒ่าโลว้.....วาสิน-ไทย
ว่าความแก่.....ถึง"โรนัลดินโญ"ไป
สงสัยใหญ่....คงกวนอู.....มาเกิดกัน

กระทู้นี้....มีเลือดไหล....ออกจริงหรือ
ยินระบือ....จอมยุทธ์กล้า....เข้าห้ำหั่น
คนติดตาม....อ่านอยู่.....เผือกติดฟัน
รู้สร้างสรร.....อย่างนี้....ชอบจึงชม

ขออภัย.....ล่วงเกิน....ทุกท่านแล้ว
อยากเสริมแนว.....สามก๊ก....ความรู้ขม
เลยขออ่าน....ตวงความรู้....โทษโง่งม
ขอกล่าวชม....กลอนว่า....บูชาครู.

คารวะทุก ๆ ท่านคราบบบบ
หากล่วงเกินในสิ่งอันใดไปขออภัยด้วยนะครับ



โดย : ภูวดินทร์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 1 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 7 ]

อื้ม เวลาเขียนความคิดเป็นร้อยแก้วแล้วดูเครียดเหมือนกันเนอะ แต่พอ : ภูวดินทร์ เขียนเป็ฯกลอนนี่ดูหายเครียดเลยเอนะ

โดย : ขอเวลาเช็คกระทู้หน่อยนะ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 36 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook