บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : นักศึกษาไทยยุคฟาสต์ฟู้ด


กระแสวัฒนธรรมต่างชาติ ที่หลั่งไหลเข้ามาในสังคมไทย ทำให้เด็กรุ่นใหม่ยุคนี้ โตขึ้นมาล้อมรอบด้วยสิ่งที่เป็นวัตถุนิยม และการซึมซับ จากสื่อทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ หนังสือ นิตยสาร หรืออินเทอร์เน็ต จนกระแสวัฒนธรรมต่างชาติ ที่มีความแข็งแกร่งกว่า ปิดบังวัฒนธรรมอันดีของไทย รวมทั้งขาดการกลั่นกรองรับทำตามในสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมด และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีงามทันสมัย จนพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษา ในระดับอุดมศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงเบี่ยงเบน ไปจากคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ของสถาบันอุดมศึกษา
ตลอดระยะเวลาการสอนระดับอุดมศึกษาช่วง 10 ปีมานี้ รู้สึกว่าหนักใจกับภาพลักษณ์ของนักศึกษายุคนี้ บางภาพที่ผู้คนทั่วไปพบเห็นอาจจะเป็นภาพที่ชินตาในสังคมไทย แต่สำหรับบทบาทของครู อาจารย์แล้ว คิดว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเยียวยารักษาได้แล้วกับสิ่งที่พบเห็น ดังนี้
1.การแต่งกาย นิยมใส่กระโปรงสั้น ผ่าสูง เสื้อรัดเปรี๊ยะ กระดุมปริแทบหลุด โชว์สรีระของร่างกาย พยายามดัดแปลงให้ชุดนักศึกษาเป็นเหมือนเสื้อผ้าแฟชั่น แต่งหน้าทาปาก เพนท์เล็บ อวดโฉมแข่งกันว่าใครจะมีรูปร่างที่สวยดีกว่ากัน จนลืมความเป็นเอกลักษณ์ของสถาบัน

2.นิยมสินค้าแบรนด์เนม ตามกระแสแฟชั่นตั้งแต่เสื้อผ้า กระโปรง รองเท้า กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ ให้ความสำคัญกับวัตถุนิยมมากกว่าคุณค่าของจิตใจ อวดมั่งอวดมี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่สามารถหารายได้เป็นของตนเอง

3.ขาดความเกรงใจและอดทน พูดคุยโทรศัพท์มือถือในห้องเรียนไม่เกรงใจสนใจใคร ไม่รู้จักคำว่า "รอ" ในการติดต่อขอรับคำปรึกษา หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

4.พูดจาไม่เพราะ คำว่า "ค่ะ" "ครับ" แทบจะไม่ได้ยินออกจากปาก สรรพนามแทนตัว "มึง" "กู" และพูดคำด่าคำจนติดปากทั้งในสถาบันการศึกษาและตามสถานที่สาธารณะ

5.ขาดความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีสัมมาคารวะ กิริยามารยาทแข็งกระด้าง ยกมือไหว้ก็แสนยากเย็น โทษผู้อื่นผิดตลอด มั่นใจในสิ่งที่ผิด พูดเตือนไม่เคยเชื่อฟัง ทั้ง ๆ ที่อ่อนประสบการณ์ เมื่อได้เกรดไม่ดีก็แสดงกิริยาท่าทางก้าวร้าว และถ้าไม่เคยสอนก็เดินผ่านไปแทบจะเดินชน

6.ถือเรื่องเพศสัมพันธ์และพรหมจรรย์เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ มีการแสดงออกจับมือถือแขน โอบกอดกันตามที่สาธารณะและในรั้วมหาวิทยาลัย

7.มีค่านิยมต้องการแต่ใบปริญญา ไม่ศรัทธาต่อการมาเข้าเรียน สนใจแต่การเข้าประกวดเวทีต่าง ๆ เพ้อฝันอยากเป็นดารานักร้องนายแบบ ซึ่งการเรียนการสอนระบบปิดนี้ ผู้เรียนจะได้ทั้งวิชาการ ประสบการณ์ผู้สอน สัมพันธภาพเพื่อนภายในห้องเรียน และทักษะที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ แต่กลับไม่ใส่ใจขอเพียงให้ได้ใบเบิกทาง

8.ไม่สนใจศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง มีเวลาว่างท่อง Internet และ Chat ไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ สนใจอ่านแต่หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น แมกกาซีนดารา-แฟชั่น สุดท้ายเมื่อถึงเวลาจะส่งรายงาน ก็จ้างร้านค้าทำ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้ารับทำรายงานแบบครบวงจร โดยนักศึกษาไม่ต้องไปค้นคว้าขอให้บอกเพียงหัวข้อหรือกรอบเนื้อเรื่อง

9.ท่องเที่ยวราตรี ปาร์ตี้ยาอี ยาเลิฟ มั่วสุม รวมกลุ่มตามผับ คอนโดมิเนียม โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในระดับอุดมศึกษาเกือบทั้งนั้น และสามารถเห็นภาพอุดจาดตาได้หลังเวลาผับบาร์เลิก จะพบเห็นภาพเด็กวัยรุ่นเมาคลานนั่งข้างถนน บ้างครั้งก็จอดรถข้างถนนสั่งเสียก่อนกลับ ตะโกนโวยวาย

นักศึกษาประเภทดังกล่าวเปรียบเสมือนกับ "อาหารฟาสต์ฟู้ด" หรืออาหารจานด่วนของชาติตะวันตก ที่รสชาติอาหารมีความอร่อย ติดใจ กินง่าย แต่ลืมโทษของอาหารที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง

สภาพการณ์เช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยกำลังขาดแคลนตัวแบบที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ที่จะหล่อหลอมให้นักศึกษาเกิดการเลียนแบบไปในทางที่ดี เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นบุคลากรของหน่วยงาน และประเทศชาติ (Good Citizen) ที่เต็มไปด้วยความรู้ความสามารถ มีศีลธรรมและจริยธรรม นี่คือภาพสะท้อนทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า เรากำลังสูญเสียโอกาสของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติอย่างมาก คือ คนที่อยากจะเรียน ไม่มีโอกาสได้เรียน แต่คนที่เรียน กลับไม่สนใจที่จะเรียน รวมทั้งเป็นความอ่อนแอของสถาบันการศึกษาที่ปล่อยปละละเลยเน้นรับนักศึกษาในปริมาณมาก จนขาดหลักเกณฑ์ที่เข้มแข็งต่อการขัดเกลาทางพฤติกรรมและจิตใจ

คำถามก็คือว่า เราจะยกระดับฐานความคิดและจิตใจของกลุ่มปัญญาชนเหล่านี้อย่างไร? ให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้สังคมยอมรับมากขึ้น และเป็นบุคลากรของชาติที่มีคุณภาพ ซึ่งจากการสัมผัสพูดคุยกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังพบว่า มีนักศึกษาบางส่วนที่รับเข้าทำงานยังมีพฤติกรรมเดิมขาดการนำความรู้มาปรับใช้ในงาน ไม่อดทน อดกลั้น หวังความสำเร็จระยะสั้น ความคิดสร้างสรรค์ไม่ค่อยมี ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ เนื่องจากไม่เคยปฏิบัติตามกฎกติกามารยาทของสถาบันการศึกษา จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนงานอยู่บ่อย ๆ

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือว่า เราเน้นแต่จะปฏิรูปการศึกษา สร้างการเรียนรู้ และให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ภาพแห่งโอกาสของความสำเร็จดูจะเลือนรางมาก ถ้าตราบใดที่สถาบันการศึกษายังมีแนวคิดที่ว่า ลูกศิษย์ ก็คือ ลูกค้า ตราบนั้นก็จะได้นักศึกษาแบบฟาสต์ฟู้ดที่เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี และก็ไม่สามารถผลักดันผลผลิตของสถาบันให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีได้ เมื่อเข้าสู่ระบบตลาดแรงงานก็จะถูกคัดทิ้ง บางส่วนกลายเป็นผู้ว่างงานหรือต้องลดวุฒิการศึกษาในการสมัครเข้าทำงาน

ถึงแม้จะหันไปเป็นผู้ประกอบการก็ขาดความรู้ ความเข้าใจในการคิดทำหรือรักษาธุรกิจ จึงต้องหาแหล่งฝึกอบรม เริ่มเรียนรู้ใหม่ ทั้ง ๆ ที่จบในระบบการศึกษา

ประเด็นสุดท้ายก็คือ ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการศึกษาจะเดินไปทางไหน? ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการเคลื่อนไหวปรับตัวเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนที่มีแนวคิดที่จะสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นเลิศให้ได้ 100 แห่ง เพื่อเตรียมบุคลากรให้มีความสามารถทางการแข่งขันและเป็นมหาอำนาจในอนาคต ส่วนสิงคโปร์ก็มุ่งเน้นสร้างสมองมนุษย์ที่มีคุณภาพไว้สร้างชาติ ถือเป็นวาระแห่งชาติเพื่อความอยู่รอดของประเทศ และเตรียมคนไว้ข้างหน้าในการแข่งขันกับอารยประเทศได้ในอนาคต

รวมทั้งเวียดนามกำลังยกระดับของการพัฒนาคนในประเทศด้วยการศึกษาที่มีแนวคิดว่า ต้องยกระดับสติปัญญาประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสรรหาส่งเสริมใช้ประโยชน์จากพวก "อัจฉริยะ" ที่มีความเก่งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม การผลิต และการจัดการชุมชน

ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับมาทบทวนกระบวนการทั้งระบบการศึกษาว่าจะพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญาชนให้เป็นพลังสมองและปัญญาของชาติได้อย่างไร? ซึ่งในศตวรรษที่ 21 จะเป็นคลื่นลูกที่ 4 ที่ทุกประเทศจะแข่งขันกันด้วยความรู้ที่มาจาก "คน" ในการสร้างขีดความสามารถแข่งขันภายใต้ภาวะการเปิดเสรีทางการค้า และรู้เท่าทันกลยุทธ์ของอารยประเทศที่จะเอาเปรียบ

ถ้าชาติเรามีเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นทรัพยากรบุคคลลักษณะดังกล่าว ไม่รู้ภาพการแข่งขันของประเทศจะเป็นอย่างไร?


ข่าวจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

โดย : เณรขวาน
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 8 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 54 ]

นี่ต้องโทษสื่อเป็นเหตุ

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 8 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 10 ]

ท่านเณรขวานเอาข่าวแบบนี้มาจากไหนกันช่างดีจริงๆ


โดย : นักรัก
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 8 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 20 ]



อ่านทีแรกเข้าท่าที
พอจบปัดโธ่เอามาจากสื่อ
เซ็งๆๆๆตั้งแต่ทู้1162

โดย : ............^00^^............................
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 57 ]

ก็ยังดีที่เค้าเอามาให้อ่านกัน

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 56 ]


พี่นัน..ชอบ ข้อ 1
555555

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 5 ]

แหะๆๆๆ..ข้อ 1 มองเห็นได้แบบเป็นรูปธรรม..แต่ข้อ 6 เราต้องศึกษาและสัมผัส..

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 27 ]


อุตส่าห์หลีกเลี่ยง ไม่พูดข้อนี้
เพราะจริงๆ หญ้าแก่อย่างพี่นัน
เรารู้อยู่แล้วว่า..ต้องไปให้วัวอ่อนแทะเล็ม...ชัวร์
ว่าแต่ว่า..แถวไหน จะได้ไปเป็นปาปาราซซี่...5555


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 22 ]

ข้ออื่นตัดปายเยย แต่ข้อแปด อินเตอร์เน็ต งดไม่ไล้จ้า

โดย : ทางผ่าน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 2 ]

เห็นด้วยกับท่าน"ทางผ่าน"ขอรับมันเป็นธรรมเนียมตอนเปิดคอมปาย
ซะแล้วขอรับ


โดย : ~รากไผ่~
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 34 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook