บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ///// คืนฝนพรำ /////


ฝนตกทุกคืน เสียง จั่กๆๆๆๆๆ

น้ำท่วมบ้านกันหรือปล่าว

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 37 ]
ฟ้ายังจะมีฝนพรำ อาจจะช้ำจึงได้พรำฝนมา
ทุกครั้งที่เจ็บใจแต่ไม่รู้จะบอกใคร ก็ร้องไห้ออกมา
ฟ้า ฟ้ายังต้องมีฝน เกิดเป็นคน ต้องมีเสียน้ำตา.....
......
คิดถึงท่านอาอี้
นึกว่าหายตัวไปกะสายฝนซะแล้ว
น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่น้ำตาท่วมใจ
ไม่บอกใคร ไม่มีใครรู้นะเนี่ย....แฮ่
......
ฝนตกท่านนึกถึงใครเหรอ


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 17 ]
วันที่ฝนตกหนัก
เราหยุดพักใต้ชายคาเวลาค่ำ
เหม่อมองสายน้ำฝนที่หล่นพรำ
มันสาดส่ายเหมือนร่ายรำตามฟ้าร้อง

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 19 ]
Title: สัญญาหน้าฝน
Album:
Artist: คาราบาว
ฟ้าในเดือนฝนฉํ่า คงนึกขําต่อคําสัญญา
ฝนหล่นเทร่วงมา สายลมพัดพายิ่งรนร้อนใจ
ไหนว่าไปแล้วกลับหน้าฝน

ใครเป็นคนสัญญาเอาไว้
ทิ้งให้รอทุกข์ทนเท่าไหร่ คนอย่างเงี๊ยะก็มี
ฝนเจ้าจงไหลกลับ ไปรอรับคนผิดสัญญา
ฝนคอยสมนํ้าหน้า อย่าเพิ่งตกมาข้าแสลงใจ
เดือนเป็นปีล่วงผ่านไปแล้ว
แก้วตาเจ้าแหกตาใช่ไหม
รู้อย่างงี้ไม่คิดรักใคร กัดจิ้งหรีดมันกว่า

มองเห็นควายตัวผู้ตัวเมีย
คลอเคลียแล้วให้คิดอิจฉา
เป็นควาย....มันไม่มีปัญญา
ปัญหาเลยไม่มี

ได้แต่หวัง หวัง หวังว่าสักวันหนึ่ง
ถึงได้คอย คอย คอยเธออยู่อย่างนี้
แล้วมาหลอก หลอก หลอกให้ฉันตายใจ
ลือไปทั้งตําบล

* ถ้าฉันมีเงินทอง มากมายหลายหมื่น
คงไม่ยืนรอเธอจนฝนหมดฟ้า
ฉันจะจ้างเครื่องบินหว่านฝนลงมา
ต่อสัญญาฝนเทียม

(*)

รักจนใจปี้ป่น เกิดเป็นคนทําตัวไม่เจียม
ขวัญไม่ควรคู่เรียม ไม่เหมือนนิยายจากคลองแสนแสบ
วันที่เธอได้จากไปไกล ใครจะรู้ไปแล้วโกยแนบ
รักมันมีมากมายหลายแบบ เจ็บทั้งแสบทั้งคัน

ถึงเธอไปไม่กลับ ยังคอยนับวันเดือนข้างฝา
ปฏิทินดารา ยังส่งยิ้มมาถากถางหัวใจ
โดนเขาคาบไปหมํ่าเสียแล้ว
เอ็งไม่ต้องทําสงกะสัย
หลงเมืองกรุงทั้งยาวทั้งใหญ่ จ้างก็หาไม่เจอ
หลงเมืองกรุงทั้งยาวทั้งใหญ่ จ้างก็หาไม่เจอ


http://www.thainewyork.com/cgi-bin/song.cgi?id=28
(นู๋กะลังฟังอยู่จ๊ะ)


โดย : นู่เม่ย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 58 ]
เจ้าสาวที่กลัวฝน
ศิลปิน : เรวัต พุทธินันทน์
คำร้อง : เรวัต พุทธินันทน์
ทำนอง/เรียบเรียง : อัสนี โชติกุล
เหตุอันใด พอความรักเธอเริ่มต้น ชายทุกคน หลีกไกล
เหตุอันใด เธอเคย คิดดูหรือไม่ ใครล้อมกรอบตัวเอง
ตั้งข้อแม้รัก เสียมากมาย จะมีชายใดเป็นได้ดัง เช่นกฎเกณฑ์
เธอวาง ไว้ใครบ้าง จะมีทาง เป็นชายของเธอ
เธอเห็นใคร ใยถึงต้องหลอกตัวเอง
ใจเธอเอง คิดกลัวทุกอย่าง บางครั้งเธอเต็มใจ แต่กลัว
เปรียบเธอเป็น คนกลัว ฝนที่เย็นฉ่ำ กลัวฝนทำ เธอเปียกปอนไป

หากเธอคิด พบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตัวเอง มืดมน
อย่ากลัว ฝน เพราะฝนนั้น เย็นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตามความคิดเดิม
ลองคิดดู ลองหาทางสู้กับฝน
ท้องฟ้าใสยามฝนซา เปียกปอนกันมา กลับแห้งไป
ความรักนั้น ต้องมั่นใจ ฝากใจให้รักชักนำ
หากเธอคิด พบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตัวเอง มืดมน
อย่ากลัว ฝน เพราะฝนนั้น เย็นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตามความคิดเดิม
ลองคิดดู ลองหาทางสู้กับฝน
ท้องฟ้าใสยามฝนซา เปียกปอนกันมา กลับแห้งไป
ความรักนั้น ต้องมั่นใจ ฝากใจให้รักชักนำ
หากเธอคิด พบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตัวเอง มืดมน
อย่ากลัว ฝน เพราะฝนนั้น เย็นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตามความคิดเดิม หากเธอคิด พบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตัวเอง มืดมน
อย่ากลัว ฝน เพราะฝนนั้น เย็นฉ่ำ อย่ามัวทำ ตามความคิดเดิม

http://www.sanook.to/musiconline/mixthai/081.html


โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 14 ]
เพลงพระราชนิพนธ์

เพลงสายฝน (FALLING RAIN)

เมื่อลมฝน บนฟ้ามาลิ่ว
ต้นไม้พริ้ว ลู่กิ่งใบ
เหมือนจะเอน รากคลอนถอนไป
แต่เหล่าไม้ ยิ่งกลับงาม

พระพรหมท่าน บันดาลให้ฝนหลั่ง
เพื่อประทัง ชีวิตมิทราม
น้ำทิพย์สาด เป็นสาย พรายพริ้วทิวงาม
ทั่วเขตคาม ชื่นธารา

สาดเป็นสาย พรายพลิ้วทิวทุ่ง
แดดทอรุ้ง อร่ามตา
รุ้งเลื่อมลาย พร่างพรายนภา
ยาม เมื่อฝนมาแต่ไกล

พระพรหมช่วย อำนวยให้ชื่นฉ่ำ
เพื่อจะนำ ดับความร้อนใจ
น้ำฝนหลั่ง ลงมาจากฟ้าแดนไกล
พืชพันธุ์ไม้ ชื่นยืนยง

www.sci.riubon.ac.th/chem/music003.html




โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 17 ]
เพลงยิ้มกลางสายฝน
หงา คาราวาน

..เย็น....ฝนพรำ พรั่งพรู สู่พฤกษา .
ร่ม...ไม้ป่า สดใสในวสันต์
หัว....ใจเรา..ฉ่ำชื่นเช่นดั่งคืนวัน
ฝัน...และใฝ่...โลกใหม่ต้องเป็นของเรา

...ยาม....ฝนหลั่ง เมฆบังบดทิวเขา
ยาม...เห็นเจ้า เปียกปอนตอนใกล้สาง
พบ...คนจริง....ยิ่งยงคู่คงเส้นทาง
เห็น...ผู้สร้าง ความทรงจำมิเลือนจากใจ

ยืน...หยัดทนง คู่คงเส้นทางยืดเยื้อ
ยิ้ม...เพื่อ...ความฝันใกล้บรรลุชัย

ยาม...เห็นหน้า..ต้องตา สื่อความหมาย
จับมือ....ทักทาย..ส่งยิ้มกลางสายฝน
พบ....ความจริง ยิ่งหมายมั่นในกมล
หน...ทางสู้ สู่ชัยมิไกล จากเรา........
...................................................................

สายลมหวนผวนผัน
สาดซัดต้องพิรุณโปรยปราย
โยกย้ายส่ายพริ้ว
ดั่งสองขาของผู้รักษาประตูทีมลิเวอร์พูล
ยามปกป้องลูกโทษจากเอซีมิลาน

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 20 ]

ฝนเอย
เอื้อ สุนทรสนาน
ฝนเอยฝนพรำ ฝนเย็นน้อมนำให้คลายหมอง
ฝนโปรยละออง พื้นดินเนืองนองชุ่มฉ่ำไป
หนาวเย็นสายลม ฝนพรายพฤกษ์พรมสดใส
เหมือนดวงฤทัย รักโลมชื่นใจไปชั่วปี

* โอฝนพร่างพรม ฝนเอยจงหลั่งรมย์พรมพรั่งถั่งธาตรี
ทั่วทั้งธานีคอยเจ้านี้ชุบชีวีชื่นใจ

** ฝนนำรักมา ฝนเอยรักข้าอยู่แห่งไหน
ฝนโลมโน้มใจ ขอให้ปรานีข้าหน่อยเอย
ฝนมาแล้ว
ที่บ้านไม่ท่วม
มีแต่ดินทลาย
ป่าไม้เริ่มหายไป
ก็ต้องลาทุกท่านชั่วคราว
จะไปเฝ้าต้นไม้
เฝ้าธงเพื่อที่ทานนันยางได้มีเพลงให้ร้อง
ไม่ให้หมดไปจากภูที่ข้าได้ให้อาศัย
ถ้ามีเวลาว่างจะเข้ามาเยี่ยมทุกท่าน
ขอกล่าวคำว่าลาก่อนใช่ร้างไกล

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 44 ]
โทษทีเถอะ เพื่อนๆสหายๆ ไปทัวร์เรนนิ่งมาอ่ะ

ฝนหยุดตกแล้ว แต่คนน้ำตาตกมาทางนี้ก่อน คิดตึ๋งๆๆ อิอิ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 53 ]
ฝนตกฟ้าร้องไห้
คิดถึงคนจะจากไกลใจยิ่งหมอง
ฝนสาดสายเป็นสายน้ำเจิ่งนอง
อยากจะร้องให้ตามฟ้าเวลานี้

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 59 ]


ฝนตกทุกคืน เสียง จอกจอก
ลมกระฉอกออกรับเล่นเย็นฉ่ำฝน
ละอองน้ำพราวพร่างพรมลมฉ่ำชล
เริงเล่นฝนฝันถึงเจ้าเร้าฤดี



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 10 ]
ฝนยังคงตกอยู่
ลมพรั่งพรูหนาวเหน็บเจ็บเหลือที่
จะกล่าวคำก็ไร้ซึ่งไมตรี
อยู่อย่างนี้ มองตรงนี้รอฝนซา..

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 20 ]
ความชื้นเริ่มลุกลามตามรายรอบ
ใจที่บอบบางอ่อนมาก่อนหน้า
เริ่มหนาวลมพรมฝนปนน้ำตา
รอเวลาคนมาเยือนยิ่งเลือนลาง

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 30 ]
นู๋เม่ย ตอนนี้อยู่หนายอ่ะ

ท่านกาแคว จะไปไหนๆๆๆ อย่าโบกมือลาหยอยๆดิ๊ มันดูว้าเหว่หล๊ายยหลาย

น้องอิสฯ ท่านโล้ว ท่านมาร ไปเอ่เอ๊ก่อนนะ เสร็จงานแล้วจ้า

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 33 ]

ค่ำคืนนี้ ที่นี่ ยังมีฝน
ลมเบื้องบน ยังสะบัด พัดไหว
สายน้ำฟ้า ยังเมตตา ต่อนาไร่
สายน้ำใจ มีเลศนัย ไฉนฤา

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 33 ]


สายเอยสายน้ำที่ฉ่ำชื่น
ไหลเรื่อยรื่นแค่ผ่านมากับฟ้าฝน
พอฝนซาก็จากไปโอ้สายชล
ทิ้งใจคนคิดถึงเจ้าคราวฝนพรำ

สายเอยสายน้ำที่ฉ่ำรัก
คิดถึงนักคิดถึงเจ้าราวเพ้อพร่ำ
สายน้ำใหม่ไม่ไหลกลับจับใจจำ
ขอฝากคำวอนน้ำใจหวนไมตรี

คิดถึงเสมอ.....
ด้วยรัก..........สายน้ำฯ



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 58 ]

เมื่อฝนพร่ำน้ำฝนหล่นจากฟ้า
ทุกๆคราเธออยู่ใกล้ไม่เบื่อหน่าย
จะรักกันสัญญาไว้ไม่กลับกลาย
เหมื่อนดั่งสายฝนพรำจำฝังใจ

เมื่อฝนพรำวันนี้เธอหนีหน้า
คำสัญญายืนยันพลันผลักใส
คำว่ารัก" จริงแท้ " แปรเปลี่ยนไป
ปล่อยฉันให้ระทมตรมอุรา

ฝนรักจึงเป็นฝนแร้งเธอห่างหาย
ฉันเสียดายความรักเป็นหนักหนา
เมื่อฝนพรำน้ำฝนหล่นทุกครา
เหมือนน้ำตาฉันหลั่งไหลใจคร่ำครวญ...




โดย : ติ่มซำ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 23 ]
อยู่กทม
แอบปายนอนงีบนึง
ตื่นมาทำงานต่อจ้า
...

โดย : นู่เม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 30 ]


แก้คำผิด // ฝนแร้ง เป็นฝนร้าง ค่ะ



โดย : ติ่มซำ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 34 ]


เสียงครั่นครืนยืนหยุดดูดำเมฆฝน
ลมหนุนลมดึงกดฟ้าแน่นหนักหนา
ถอยเข้าบ้านงับหน้าต่างทันเวลา
น้ำฝนมาตามลมพาไม่เกรงใจ

จะครั่นครืนไม่ตื่นกลัวมิตื่นเต้น
เรามันเป็นเช่นบุรุษหรือหวั่นไหว
ถึงจะอยู่เพียงผู้เดียวสุดเปลี่ยวใจ
ลมฝนไซร้มิอาจได้เปียกกายี

แต่ฉับพลันอะไรนั้นเสียงทับทุบ
มีเสียงบุบทุบประตูดูอึงมี่
เปิดมองเจิดสุดจำรัสพัสวดี
น้ำฝนมีนารีมา.................
....แม่ของลูกแม่ยายผ้มเอง..แฮ่ๆ



(.....ทำไมเปิดช้า...เรียกตั้งนาน...หูแตกหรือไง....)
(.....ไปก่อนละครับ.......สิ่งที่น่ากลัวกว่าลมฝน..ฟ้าฝ่า..ซึนามิ....
......มาแล้วครับ......)



โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 30 ]
นู๋เม่ย
เพลง "สัญญาหน้าฝน" ชอบ ชอบ
เพลง "ฝน" ของเบิร์ดกะฮาร์ท มะมีใครโพสต์เหรอ ชอบอีก

ฝน ฝนจ๋า ฝนเทลงมาให้เย๊นชื่นใจ....เพลงโฆษณา..น่ะ

ฝนตก ทำไมความรู้สึกมันเหงา เหงา จัง
มะเห็นเหมือนตอนเด็กๆ
ฝนตกดีใจ ออกไปเล่นน้ำฝน ซาหนุกที่สุดเลย

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 19 ]
คืนฝนพรำหนาวสั่นถึงในอก
หวั่นวิตกคนบ้านไกลใจห่างเหิน
สุดจะห่วงฝากลมพาพัดฝนเติม
ดลให้เคลิ้มให้เติมเต็มใจสองเรา
"แปลกแฮะฝนตกใยไม่เหงาแค่ใจสั่น"

โดย : กายใจสุญญตา
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 59 ]
แม่ห้ามเล่นน้ำฝน..

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 22 ]
ป้ายรถเมล์เวลานี้ที่แสนเหงา
คงเพียงเรายืนหยัดรั้งรออยู่
สายฝนเอยสาดซัดสบัดพรู
ใครจะรู้เราเคว้งคว้างกลางฝนพรำ

ท่ามกลางฝูงชนที่มีหลายหลาก
คนหมู่มากล้วนแปลกหน้าเวลาค่ำ
มองแล้วเมินเดินจากไม่อยากจำ
ไร้ซึ่งคำใดใดใส่สำเนียง

มันคือเหงามันคือเศร้ามันคือเงียบ
ใร้สิ่งเปรียบเปรยแค่แม้น้ำเสียง
เม็ดฝนใสไหลย้อยดูร้อยเรียง
อยากบอกว่าเป็นเพียงแค่ฝนพรำ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 8 ]
เพลงฝน ของเบิร์ดกับฮาร์ทมาพร้อมกับสายฝนที่เทโครมผ่านท้องฟ้าหลากสี แต่ล้วนโทนเทาทะมึน
เห็นอย่างนี้แล้ว จึงสันนิษฐานว่าฟ้ากำลังแสดงอารมณ์เศร้า (ไม่รู้จะเศร้าอะไรนักหนาสิ)

1
...อยากจะลืม ใครซักคน เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพลิ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่น ปนเคล้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงครา, แรกที่เราพบกัน...

2
...มรสุมที่หยาดสีทอง นำเราสองให้ปองรักกัน
ฟ้าคำรามเธอกลัว ตัวของเราหนาวสั่น
สื่อดวงตาสัมพันธ์ อบอุ่นพลันสองเรา...
3
...ความรักเราเคยสดชื่น แล้วไยแปรเป็นอื่น
เหลือแต่ความขื่นขม ระทมเมื่อลมพายุห่าฝนมา
เธอไม่ยอม บอกเหตุผลใดๆ ปล่อยฉันไว้กลางฝน.
4
...มาบัดนี้ ยามฟ้าสีหม่น ราวกับดลให้ตรมฤทัย
รู้เป็นเพียงอากาศ แต่ไม่อาจห้ามใจ
อยากมีเธอชิดใกล้ แต่เธอคงไม่คืน...

5
...ความรักเราเคยสดชื่น แล้วไยแปรเป็นอื่น
เหลือแต่ความขื่นขม ระทมเมื่อลมพายุห่าฝนมา
เธอไม่ยอม บอกเหตุผลใดๆ ปล่อยฉันไว้กลางฝน...
6
...อยากจะลืม ใครซักคน เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพลิ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่น ปนเคล้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงครา, ที่เธอลาฉันไป...

7
...กลับไปคิดถึงครา ที่เธอลาฉันไป, ที่เธอลาฉันไป...

...ท่านเพ่อิสฯท่านไม่อยู่อาทิตย์กว่าแน่ะ และจะได้เข้ามาเห็นนู๋โพสต์ป่าวเนี่ย ประมาณเพลงตามคำขอ


โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 43 ]
ของท่านพี่อาอี้
...ของวงตะวัน ชุดหุ่นกระบอกละกันนะคะท่านเพ่ขา

กระซิบเป็นเพลงลอยลม
ฝากสายฝนพรำ
เพื่อเตือนย้ำถึงรักสองเรา
หวานในเพลงทำนอง

กล่อมทั้งคืนวันนานเนาว์
ติดตรึงหัวใจร้อนเร่ารำพัน
ฝากรักไปในเมฆา
แค่กายห่าง

แต่ไม่ไกลเกินคิดถึงกัน
ร่ำร้องเป็นเพลงกวี
ดีดสีในคืนแรมจันทร์
พร่างพรายพิรุณกางกั้น ขอบฟ้า

บทเพลงนี้
ที่ลอยผ่าน
สายธารจากฝากฟ้า
พร่างพรมจนเปียกปอน

หนาวเย็นเยือกจากฝน
ปนไออุ่นอาวรณ์
รอน รอน ฤทัยมิวายเพ้อพร่ำ
กระซิบเป็นเพลงลอยลม

ฝากสายฝนพราย
จะไม่คลาย
ดังสายฝนพรำ
ฉ่ำฟ้าคุ้มครองนภา

ประทับในความทรงจำ
ฝากเพลงลำนำเพ้อพร่ำกับฝน

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 59 ]
เพลงนี้ฝากลุง ป้า น้า อาทั้งหลายจ้า

ฝนหยาดสุดท้าย
คำร้อง พรพิรุณ
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง บุษยา รังสี

ฝนหยาดสุดท้าย...หัวใจหวั่นไหวให้ตรม
ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน
ถึงคราวจำพราก โศกช้ำ...กล้ำกลืน
ฉันนอนซบหมอนสะอื้น ค่ำคืนผวาโศกศัลย์

ฝนหลั่งสั่งฟ้า...นิจจาจำร้างห่างกัน...
อย่าลืมรักเคยผูกพัน ทุกคืนวันอย่าลืมเสน่หา
ถึงกายจะห่าง แต่รัก...อย่าลา
เธอเคยสัญญาไว้ว่า จะมาเมื่อฝนเยี่ยมเยือน

จง...หมั่นจำความหลังอย่าลืม
สองเรา เคยรักเคยปลื้ม ด่ำดื่มจำไว้อย่าเลือน
คอย ฉันคอยจนฝนใหม่เยือน
หวั่นเกรงรักลวงลอยเลื่อน เพื่อนใจอยู่ไหนไม่มา

ฝนหยาดสุดท้าย...เขาใยปล่อยฉันให้คอย
ส่งกระแสใจเลื่อนลอย หลงรอคอย คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง...สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้า ไม่มาฝนจ๋า ข้าตรม

^.^------------------ ^.^
ฟังจากที่นี่คะ
http://www.thummada.com/cgi-bin/iB3/ikonboard.cgi?s=425f1cf4714fffff;act=ST;f=13;t=1419;st=209

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 3 ]
....ตัวของนู๋ ชอบเพลง" ยิ้มกลางสายฝน" ของสุรชัย จันทิมาธร ที่ท่านเฒ่าโล้วนำมาฝากมากคะ

....อ่านจากหนังสือตำนานชีวิตคาราวานคะ ทราบว่า เพลงนี้แต่งเมื่ออยู่ในป่า ลักษณะเพลงเป็นเพลง "สัญญลักขณ์" (ในหนังสือใช้คำนี้)

เนื้อร้องหมายถึงการประเล้าประโลมใจแก่ผู้ที่พ่ายแพ้ ฟังเผินๆ แล้วหวานมาก

....ทองกราน สีไวโอลินได้งดงามที่สุด

เม็ดฝน หมายถึง กระสุนปืน
จับมือ หมายถึง การผนึกกำลัง
ความเย็น หมายถึง สงคราม

"รอยยิ้ม หมายถึง การต่อสู้เพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้น
มีความหวังอยู่เบื้องหลังทิวเขาที่ถูกเมฆบัง
ต้องการให้กำลังใจคนทำงาน
ด้วยความประทับใจคนที่ทำงานมาก
ทุ่มทั้ง ตัว ทั้งใจ แต่ถูกมองข้าม"

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 13 ]
สัญลักษณ์ (สันยะ) น.สิ่งที่กำหนดนิยมกันขึ้น เพื่อให้ใช้ความหมายแทนอีกสิ่งหนึ่ง (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หน้า ๑๑๖๓)

แต่เดิมก็เคยใช้ สัญญลักษณ์ ต่อมาภายหลัง คลับคล้ายคลับคลาว่า
เป็นสมัยจอมพลป. ได้มีการห้ามใช้ตัวซ้ำกัน เช่น บุญญฤทธิ์ ก็เป็นบุญยฤทธิ์ เป็นต้น

โดย : นายจู้จี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 14 ]
แล้วทำไมคำว่า สัมมนา...จึงมี ม ม้า 2 ตัว

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 53 ]
ขอบใจคะ ท่านนายจู้จี้ นู๋จะลุกขึ้นไปหยิบพจนานุกรมตรวจสอบเหมือนกัน แต่มันลุกไม่ไหว ขาเป็นเหน็บชาจ๊ะ

...แต่ก็รู้อยู่ว่าท่านต้องมาช่วยคะ
ขอบคุณอีกครั้ง

....อ้อท่านพี่นันฯที่นับถือ
คำถามของท่าน .."..นู๋ว่าพี่เฉลยเลยละกันคะ"


โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 7 ]
ง่ะ...ถ้ารู้จะมาถามเหรอ

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 9 ]
ตอบท่านนันยาง

ไม่รู้

รู้แต่คำสัมมนา มาจากภาษาอังกฤษคำว่า seminar

ตามความเห็นส่วนตัว ส่วนตัว
คำนี้คงเป็นศัพท์ที่เพิ่งบัญญัติใช้ หลังสมัยจอมพลป.แล้ว

ไม่ยืนยัน เป็นเพียงความเห็น
คงต้องหามาตอบท่านนันยาง

จำได้ว่าเคยอ่านเจอ แต่นานจนลืมแล้ว


โดย : นายจู้จี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 25 ]
อ๊ะ....แล้วทำไมท่านจึงชื่อ นันยาง...

ละ ท่านน้านันฯ

(ไม่เอาแร้วนู๋ไปทำงานดีกวา สายแล้วละ)

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 27 ]
ขอโทษคะท่านนายจู้จี้

คือ ว่า ..นู๋แหย่น้านันฯ เล่นนะคะ

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 32 ]
กราบขอโทษผู้หลักและผู้ใหญ่คะท่านน้านันฯ

อย่างโกรธนู่เลยนะ ...ตะเอง นะนะ

โดย : นู๋
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 33 ]
นั่นดิ...แล้วทำไมเราถึงชื่อ...นันยาง...
เอ่อ..คงกลัวไปซ้ำกะชาวบ้านเค้านะซิ..ชื่อนี้คงไม่มีใครอยากใช่หรอกนะ..จะบอกให้...

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 38 ]
สายน้ำไหล มิใยไม่ย้อนกลับ
สายฝนลับขอบฟ้าก็อาสัญ
สายใยรักจากอกแสนจาบัญ
สายสัมพันธ์ขาดสิ้น ก็สิ้นใจ

โดย : จอมยุทธหญิงบ้านมีดบิน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 6 ]
ป้ายรถเมล์เวลาไหนที่แสนเหงา
คนแบบเราทั้งหลายล้วนรออยู่
จะฝนหยุดฝนสาดสบัดพรู
เราก็รู้ว่าต้องรอแม้ฝนพรำ

ท่ามกลางคนเป็นฝูงแย่งขึ้นรถ
จำไม่หมดจดไม่ไหวใครหน้าคว่ำ
ทั้งหน้างอหน้าหงิกทั้งหน้าดำ
ไม่ได้เอ่ยสักคำทำคอเอียง

มันคืองงมันคือโง่มันคือเงียบ
มันร้อนเฉียบเย็นฉ่าคราออกเสียง
เม็ดใสใสไหลย้อยดูร้อยเรียง
อยากบอกว่าเป็นเพียงแค่ฝนริน

อย่าตากฝนมาก เดี๋ยวน้ำลายจืด ราคารังจะไม่สวยเน่อ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 32 ]


...กระทู้นี้รื่นเริงดีจริงแท้...
...คารวะมายังท่านเจ้าของกระทู้ผู้มีฝีไม้ลายมือ...ในการระดมพลจอมยุทธหลายท่าน...นับถืออย่างยิ่งยวด...

คารวะท่านจอมยุทธท่านอื่นๆที่ปรากฏนามมาในกระทู้นี้ทุกๆท่านค่ะ...



โดย : เทพธิดาไฟ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 55 ]
แว๊กกกก คุณท่านเฒ่าโล้ว มาทำบรรยากาศโรแมงติกเราเสียหายโม๊ดดดดดดดด

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 22 ]
ท่ายสหายจอมยุทธ
เร่งรุดหนีฝนหรือไม่
กระบี่ไล่ล่าอันใด
ตามด้วยกายใจสุญญตา

นายจู้จี้ จี้จู้
บ่นอู้ห้ามมีคำเหมือนนำหน้า
อักษรซ้อนสองตัวมา
เขาว่า เขาว่าไม่ใช้กัน

ติ่มซำมายามเที่ยง
ห่อเสบียงมาหรือปล่าวนั่น
หิวหมั่นโถวชาร้อนสีอำพัน
มีสหายชื่อ น้านันมาเมียงมอง

มารหมี่ น้องนู๋ ผู้ใหญ่เด็ก
มารหญิงร่างเล็กไม่มีสอง
ฝนตกครื่นครั่นฟ้าคะนอง
แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

อ้าว ท่านเทพธิดาไฟมาแจมด้วย เลยลงท้ายด้วยเพลงชาติเวอร์ชั่น7แล้วอ่ะ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 32 ]
โรแมงโรแมงคาทอลิก
จะหิ้วกระติกไปรองฝนพรำที่ไหน
ที่ป้ายรถเมล์ไม่ไปหรอกมันไกล
เอาแค่ใต้หลังคาสังกะสีแถวนี้พอ

เฮ้อ..นี่แหละเขาว่าแก่แล้วแก่เลย
จำไม่ได้ว่าเคยโรแมงหรือเป่าหนอ
ใช้น้ำฝนลูบท้องร้องเพลงรอ
นั่งมองพ่อพรุ่งนี้คงมีงาน

ฝนบะหมี่บอกตอนตกให้ยกจอก ยกจอก
กลัวกระฉอก จับกระชับ รับน้ำหวาน
กรองสุราบ่มบุหงาลดามาลย์
บรรณาการมาขมาท่านอาอี้

ที่บังอาจกวนฝนให้ขุ่น
คว่ำจอก

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 59 ]
มิกล้าๆๆๆๆ
มิบังอาจรับสุราจากมือท่าน
กรองเอามาแล้วบ่มเสียนมนาน
สิ้นรสหวานเหลือรสขื่นไม่ชื่นใจ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 12 ]
หวานน้ำเหล้าเอามาบ่มพรมดอกไม้
นานเพียงไหนก็ไม่มีที่จะขื่น
แต่ใจคนกรองกันทุกวันคืน
ยังเป็นอื่นจนได้หนอใจคน

เมื่อไม่ยอมรับสุราจากมือข้า
งั้นก็อ้าปากรออย่าคอย่น
ข้าจะสาดสุราขึ้นเบื้องบน
พอเหล้าหล่นท่านก็รับคำนับเรา

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 51 ]


มาหลบฝนท่ารถก็สบโชค
ฝนจ๋าตกไหลห่าหอมหิวเหล้า
ประลองยุทธกล้าดึงดุมิเบา
ใช้ฝนเหล้าพริ้วไปในมรรคา

เพียงประมือลือเสียงสนั่นก้อง
หรือท้องร้องเฒ่าขาอิจฉาเหล้า
เสียงอาอี้กู่ขาดแทบขาดใจ
เพลงขว้างไหยืนท่าอ้าปากรอ

จะย้ายตัวกลัวท่านจะเห็นหน้า
เรียกเจรจาพาข้าปาส่าเหล้า
จะบอกหยุดเข้าพรรษาในใจเรา
ก็เพลิงเผาเฒ่ายามันน่ากลัว

คงถูกเอ็ดดังเด็กในโรงเตี้ยม
จึงต้องเจียมซ่อนนิ่งไม่หลบหนี
ซ่อนก็ซ่อนอย่างน้อนมีของดี
คอยให้ดี....อ้าอี้...จะ.................ปล่อยปราณ.......


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 49 ]


งงมากๆค่ะท่านอาอี้...ทำไมต้องลงท้ายเป็นเพลงชาติเวอร์ชั่น 7 ล่ะคะ...

ไม่เข้าใจค่ะ...



โดย : เทพธิดาไฟ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 46 ]
เจ็บใจ๊เจ็บใจ
มาสาดไหเหลาขื่นขึ้นฟ้า
อ้างอวดเพลงเมาสุรา
ปากอ้ารับคำคำนับ

เฮอะ!เล่าฮูมิใช่เล่าเหลา
หมัดมวยเราจงสดับ
ขวาวาดซ้ายปาดขาดยับ
แวววับกระบี่มีคม

มังกรสบัดหาง
เล็บกางวางท่าขู่ข่ม
นางฟ้าเหยียบเมฆปลิวลม
ซัดจมด้วยฝ่ามือเดียว.....ก๊ากกกก

ไม่ต้องแปลกใจหรอกเทพธิดาไฟ เวอร์ชั่น7อ่ะ อาอี้แต่งเองร้องเองอ่ะ


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 47 ]

ที่นี่ไม่มีฝน.....ทั้งเบื้องบนไม่มีฟ้า
แสงกราดสาดส่องมา.....จึงร้อนฉ่าอยู่ทั่วไป
ที่นี่ไม่มีฝน.....ในใจคนยิ่งโหยไห้
หวังฝนมาพรมใจ.....รดชื่นให้ใจชื่นเย็น
ที่นี่ไม่มีฝน.....คนทุกคนจึงยากเข็ญ
ชุ่มชื่นไม่ชื่นเย็น.....จึงลำเค็ญและฝืดเคือง
ที่นี่ไม่มีฝน.....สมบัติคนมาเปล่าเปลือง
โหยให้ฝนประเทือง.....คืนบ้านเมืองเถอะฝนพรำ ///

โดย : มังกรพ่นไฟ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 3 ]

เสี่ยวเอ้อไล่ล่าใช่หรือไม่
จะไปไหนรีบๆ มาที่นี่
เร็วๆ เข้าเดี๋ยวเลยไม่ได้ของดี
อาอี้เตรียมไว้ให้แล้ว

เอย..นางจะปล่อยลมปราณ
เหินทะยานขึ้นคาบแก้ว
ขี่เมฆฉีกฟ้ามาเป็นแนว
ใช่แล้วหงอคงผู้ลือนาม

กระบี่ซ้ายย้ายยักหลอกล่อ
ฝ่ามือขวาฟาดต่อเพลงสาม
เท้าซ้ายยืนขวายันอันงดงาม
หางรัดคอถีงหามไปรามา

มังกรคู่หรือจะสู้มังกรอี้
มีดบินลี้หรือจะต้านลมปราณฟ้า
ปากขยับรับไวไหสุรา
บี่ไล่ล่าถึงคราวต้องม้วยมรณ์...แน่ๆ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 20 ]
อาอี้นี้วิชาแก่กล้าจริง
หมัดอี้สิง อี้น่อ ก่อเป็นฝน
ส่วนเฒ่าโล้ว โยนไห ไปเบื้องบน
โดนกระบี่ซ้อนกล ฝนไหลริน
รสชาติกำซาบซ่า เม็ดฝน
หลั่งไหลปะปนกระแสสินธุ์
ดื่มบ้างทิ้งบ้างล้างเมฆินทร์
ดื่มสิ้นเมาราบกำซาบทรวง
ต้นกล้า เติบกล้า ขึ้นท้าโลก
ไหวโยกเอนใบไม่ใหญ่หลวง
ฝนกระหน่ำฟ้าตะคอกไม่หลอกลวง
ลมซิควง ย้อนยอก บอกปรวนแปร
ไปและมาแหละแค่นี้
ฝากไมตรีถึงทุกท่านจากไทยแท้
รักทุกผู้ล้วนทุกนามไม่ผันแปร
อาจมีแย่ไปบ้าง บางอารมณ์

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 57 ]


จะปลอมตัวซ่อนใครในใต้หล้า
แอบปิดตาเสือลายยังง่ายกว่า
เฒ่าโล้วงอนเปิดเพลงขว้างสุรา
มีเวลาหาเสี่ยวเอ้อเรียกเสียงดัง

กระบี่พริ้วไล่ล่าไม่กล้าสู้
ยังยืนดูเชียร์นางไม่ถอยหนี
เป็นเสี่ยวเอ้อเดินเฉี่ยวไม่หวังดี
อาจจะมีไหไม่ดีบินบาดคอ

แม่นางอี้พี่ท่านก็คนกล้า
วันนี้มาคบหาอีกหนึ่งหน
ขอกำเนิดเปล่งปราณด้วหนึ่งคน
ให้เฒ้าโยนตัวลอยถอยกลับไป

ผู้น้อยเก่งเรื่องหลอกล่อผู้แก่
ยิ่งแน่แท้ผู้แก่ประหลาดยิ่ง
ดื่มสุราชมกระบี่ดูรู้จริง
แหมท้าหยิ่งชอบใจกระบี่คม

ให้หลงดื่มนานไปก็ได้แล้ว
ขาสั่นแผ่วหัวส่ายก้นจวนล้ม
ไม่ต้องเห็นกระบี่คงถึงลม
ร่างเฒ่าล้มรีบมัดไปฉีดยา...ฮา

วันนี้ขอเปลี่ยนข้าง็แล้วกัน..สุราพลิกแพลงยิ่งนัก..



โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 14 ]
มังกรพ่นไฟ
อยู่ไหนที่มิมีฝน
หรืออยู่ใต้ฟ้าสากล
ทะเลทรายแห้งแล้งกันดาร

แผ่นดินที่กำเนิดเกิดก่อ
ไม่พอให้ผู้คนผ่าน
ตรงนั้นตรงนี้ทรมาน
ซมซานร่อนเร่ทางไกล

ที่นี่ล้วนมีมากฝน
ตกฉ่ำจนฟ้าร้องไห้
ที่นี่เสรีแผ่นดินไทย
แดนไหนสุขมาเทียบเทียม

ที่นี่ฝนตกพรำพรำ
กบเขียดร้องรำอ่องเอี่ยม
จับมาย่างผัดพริกกระเทียม
ผักแนมริมรั้วมากมาย

ที่นี่ฝนตกจั่กจั่ก
ใต้หลังคาจากยามบ่าย
รินรินหยดหยดราวราย
ความหมายคือสุขสมบูรณ์


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 5 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 49 ]
ท่านน้องกระบี่ ไล่ล่า
บางบทในนี้พรรณา
ว่าด้วยวิชาบู๊ลิ้ม

หนึ่งหมัดเมาของคนเมาหมัด
สองสบัดกระบี่ไม่มีสนิม
สามวัดกำลังลมปราณอี้อิม
สี่เนิบนิ่มช้าเร็ว ก้าวย่างปานลม

สุรานารี กระบี่ น้ำใจ
เรื่องไหนเรื่องไหน มีสม
โรงเตี๊ยมดาบสั้นมีดคม
บะหมี่อาบนมไม่มี

หมั่นโถว ชาร้อนเนื้อย่าง
เส้นทางอุปสรรคทุกที่
บุญคุณความแค้นทั่วปฐพี
แบบนี้ วาสินก็รู้

เฒ่าโล้วคนรุ่นก่อนก่อน
ท่านอนยังฝึก นึกอยู่
ค่ำยันเช้าคอยดู
รู้รู้ว่าฝึกกำลังภายใน

ยามเดินมุ่งหน้าสู่ป่ากว้าง
เส้นทางไร้ผู้อยู่อาศัย
ภูเขาสูงเสียดฟ้าอยู่ไกล
มุ่งไปมุ่งหาสัจจธรรม

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 27 ]
ท่านน้องกระบี่ ไล่ล่า
บางบทในนี้พรรณา
ว่าด้วยวิชาบู๊ลิ้ม

หนึ่งหมัดเมาของคนเมาหมัด
สองสบัดกระบี่ไม่มีสนิม
สามวัดกำลังลมปราณอี้อิม
สี่เนิบนิ่มช้าเร็ว ก้าวย่างปานลม

สุรานารี กระบี่ น้ำใจ
เรื่องไหนเรื่องไหน มีสม
โรงเตี๊ยมดาบสั้นมีดคม
บะหมี่อาบนมไม่มี

หมั่นโถว ชาร้อนเนื้อย่าง
เส้นทางอุปสรรคทุกที่
บุญคุณความแค้นทั่วปฐพี
แบบนี้ วาสินก็รู้

เฒ่าโล้วคนรุ่นก่อนก่อน
ท่านอนยังฝึก นึกอยู่
ค่ำยันเช้าคอยดู
รู้รู้ว่าฝึกกำลังภายใน

ยามเดินมุ่งหน้าสู่ป่ากว้าง
เส้นทางไร้ผู้อยู่อาศัย
ภูเขาสูงเสียดฟ้าอยู่ไกล
มุ่งไปมุ่งหาสัจจธรรม

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 27 ]


...................ผืนแผ่นดินไม่สิ้นที่หยัดยืน....................

....................อาวุธซัดไม่มีที่หลบหนี.............................

....................บู้ลิ้มมากมังกรซ่อนคนดี..........................

.....................กระบี่ไล่ล่านี้รับนับถือน้ำใจ....................


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 1 ]

วันฝนพรำฉ่ำเมฆ
เดินเขยกเข้าป่า
กับไม้เท้าคู่กายา
หวังจะเสาะหาหน่อ

พร้อมหมั่นโถวเต็มอก
แหวกทางรกมืดหนอ
ฝนพรำพรำย่ำตอ
ไม่พบหน่อพุทธางกูร

คนเก่าเก่ารุ่นก่อน
รักษ์อักษรใกล้สูญ
ฝึกวิชาเพิ่มพูน
อนุกูลวัยวัน

อยู่มาก็หลายปี
เจอะที่นี่แหละฉัน
ฝึกกวีทุกวัน
ดึงกับดันจนดี

ที่ว่าดีน่ะเรา
แต่ว่าเขาส่ายหนี
โชคที่พบบะหมี่
กับอาอี้ตีมือ

ไม่เสียแรงหมั่นโถว
เราเฒ่าโล้วนับถือ
แอบทำคึกฝึกปรือ
นี่แหละคือหน่อกวี



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 33 ]
.
..เวลาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
...วิถีคิดและค่านิยม แตกต่างกันไป

...การจะบอกกล่าวกับคนรุ่นใหม่ในเรื่องราวต่างๆ
..ต้องใช้เวลา เทคนิคในการสื่อความหมาย มากกว่าจะบอกกล่าวกันตรงๆ ทั้งนี้รวมถึงการให้โอกาสด้วย

......ยกตัวอย่าง
...การสอนเด็กระดับอนุบาล มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย
..นักศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกนั้น.....แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

...สอนยากที่สุดคือ ระดับอนุบาลและ ระดับมัธยมปลายไปจนกระทั่งระดับปี1 ถึงปี 2 ในมหาวิยาลัย

....ที่สอนง่ายที่สุด คือระดับปริญญาเอก
แตกการออกข้อสอบในระดับนี้ยากที่สุด
(ทั้งนี้เป็นไปตามช่วงวัยของผู้เรียน ดังจะเห็นว่ามีการแบบ จิตวิทยาเด็ก จิตวิทยาวัยรุ่น และจิตวิทยาผู้ใหญ่)

ดังนั้น..บางครั้งมีความจำเป็นที่ต้องใช้ภาษาที่กลมกลืนกับวัยรุ่นและค่อยๆบอกกล่าวไปสู่เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการต่อไป

รวมถึงการใช้ภาษาวัยรุ่นนั้น อาจทำให้เด็กๆสนใจ.ที่จะเข้ามาคุยกับเรา โดยที่ไม่กลัวหรือเกรงเราจนเกินไป....

...สุดท้ายการถ่ายทอดการเรียนรู้ ก็จะบรรลุเป้าหมาย

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 12 ]
จากประสบการณ์ตัวเอง
มีคนอยู่สองประเภทที่สอนยากคือ
พระกับครู
เพราะธรรมชาติพวกนี้เคยแต่สอนคนอื่น

เพราะฉะนั้นคนที่สอนยากสุดก็คือ พระครู

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 55 ]
คนสอนยาก ยากสอนคน คนสอนหนี
คนสอนเก่ง คนเก่งเรียน คนเรียนดี
คนสอนดี คนเรียนรู้ อยู่ที่คน

คนสอนรู้ คนเรียนรู้ รู้ไม่หมด
คนสอนจด คนจดจำ คนซ้ำสอน
คนเรียนยาก ยากหาคน มาต่อกร
คนเกิดก่อน สอนคนหลัง ยังมีดี

สอนแบบไหน ไม่ใช่ครู ไม่ใช่พระ
กิเลสสะ สมมาก ไม่จากหนี
สอนยังไงสอนให้เรียนรู้ดี
สอนแบบที่ไม่ได้สอนแบบตอนนี้

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 7 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 59 ]

คนสอนยาก ยากคนสอน คนสอนหน่าย
คนเก่งสอน คนเรียนเก่ง คนสอนสบาย
คนสอนร้าย คนเรียนรับ ขึ้นกับคน

คนรู้สอน คนรู้เรียน เรียนไม่หมด
คนเรียนจด คนสอนหยิก จิกคำสอน
คนยากเรียน คนอยากเรียน เพียรต่อกลอน
คนเกิดก่อน จึงต้องสอน ย้อนคำครู
ท่านอาอี้ ท่านทำให้ข้านึกถึงคำของเหลาจื่อ

ผู้ปกครองที่เลวร้าย....ปกครองโดยทำให้พลเมืองเกลียดชัง
ผู้ปกครองทั่วไป........ปกครองโดยทำให้พลเมืองเกรงกลัว
ผู้ปกครองที่ดี............ปกครองโดยทำให้พลเมืองรักใคร่ สรรเสริญ
ผู้ปกครองที่ดีเลิศ.......ปกครองโดยไม่ปกครอง พลเมืองเกิดสำนึกรู้เอง


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 7 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 16 ]
..................................
ฝนตก ไปโรงเรียนยาก
ดังนั้น ครู จึง สอนยาก
....................................

โดย : จอมยุทธหญิงบ้านมีดบิน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 7 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 52 ]


คนฉลาดมีสี่จำพวก.........

พวกที่1 รู้ตัวเองว่าฉลาดที่สุดแล้วไม่รับฟังเพิ่ม

พวกที่2 รู้ตัวเองว่าฉลาดมากแล้วฟังบ้างไม่ฟังบ้าง..ตามแต่ใจ

พวกที่3 รู้ตัวเองว่าฉลาดแล้วฟัง/คิดอย่างเดียวไม่พูด.....อื้อ...

พวกที่4 รู้ตัวเองว่าฉลาดแล้วฟังด้วยแลกเปลี่ยนความคิดด้วย
.............

โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 7 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 54 ]
ปลาฉลาด ย่างไฟหอม
แล้วนำมาต้มโคล้งอร่อย
คนฉลาด เพื่อตัวเอง
เพื่อหมู่คณะ
เพื่อประชาชาติ ฉลาดประเภทไหน?

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 7 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 55 ]
ผู้ที่ ไม่รู้ว่าตนไม่รู้ คือ คนที่ ไม่รู้ตัวว่าโง่
ผู้ที่ รู้ว่าตนไม่รู้ คือ คนที่ รู้ตัวดีว่าโง่
ผู้ที่ ไม่รู้ว่าตนรู้ คือ คนที่ ไม่รู้ตัวว่าฉลาด
ผู้ที่ รู้ว่าตนรู้ คือ คนที่ รู้ตัวดีว่าฉลาด

ให้เขาว่าโง่ แต่ไม่โง่ ดีกว่า เขาไม่ว่าโง่ แต่โง่

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 8 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 16 ]
แล้วตอนนี้ ท่านรู้หรือไม่รู้ล่ะ ท่านเฒ่าโล้ว
ดูสิพูดถึงคนฉลาดกับคนรู้ อ่านไปอ่านมา มิสู้ปลาฉลาดย่างไฟรสอร่อย เอื๊อกกก น้ำลายหก

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 8 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 21 ]
ปลาฉลาดถูกท่านกินไปเสียหมด แล้วจะเหลืออะไรให้ข้าเล่า?

อย่างนี้ต้องตามไปยึด

ยึดว่าไม่ยึด รู้จักมั้ย

รู้ว่าไม่รู้ คือโง่
ไม่น่ากลัวเท่า

ยึดว่าไม่ยึด

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 8 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 31 ]


ไล่ล่าความโง่น่ากลัว

ไล่ล่าความฉลาดน่ากลัวยิ่งกว่า

ไล่ล่าปลาฉลาดยิ่งน่ากลัวยิ่งๆกว่า.......เพราะอร่อยและหมดแล้ว

ไล่ล่าไม่ยึดนี้สิ.........ไม่รู้จะไล่อย่างไร



โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 8 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 5 ]
จะยึดแล้วว่าไม่ยึด
จะลองฮึดต่อคำในค่ำนี้
ยึดไม่ยึดให้รู้ดูสักที
กลัวไม่มีอะไรมาให้ยึด ....ก๊ากกกกก

น้องไล่ล่าจะไล่อันใดเล่า
ไล่ความเขลาไล่ความกลัวไล่ไม่ติด
จะไล่ล่าปลาฉลาดให้คาดคิด
หวังพิชิตก็ถูกย่างสุกเสียแล้ว

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 8 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 26 ]


ฝันไล่ล่าผู้กล้าที่กล้ากลอน

เฝ้าบอกสอนวิชาใจกล้าเหลือ

หัดแต่งทิ้งแต่งเอาอยากเหลือเฝือ

จึงไล่ล่ากลอนเหลือทุกที่ทาง
สำนวนกลอนมองได้น้องอ่อนหัด

มิอาจจัดเทียบกลอนผู้เก่ากล้า

อยากลอบไล่อ่านสืบปวารนา

ให้ภาษากลอนดีเหมือนพี่ๆๆๆๆๆ.....เอย.



ปลาฉลาดไม่มีตัวเดียว..งเดียวก็โดดออกมาอีก...แฮ่



โดย : กระบี่ไล่ลา////
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 12 ]
ฝรั่งคนหนึ่ง เห็นพระเซ็นกำลังไหว้พระพุทธรูป
ฝรั่งคนนั้นจึงหัวเราะแล้วว่า
“ไหนว่าพุทธ ไม่ยึดมั่นถือมั่นไง
ทำไมมากราบไหว้ก้อนหินก้อนดินเสียเล่า
ของไอสิไม่ยึดจริง ไอจะถุยน้ำลายรดเสียเมื่อไหร่ก็ได้”

พระเซ็นจึ่งว่า
“ท่านถุยสิ อาตมาจะไหว้”

ฝรั่งคนนี้ ยึดว่าไม่ยึด

พระสารีบุตรผู้เป็นเลิศทางปัญญา
ใช้เวลาบรรลุอรหันต์มากกว่าพระโมคคัลลาเท่าหนึ่ง
เหตุที่ช้าเพราะว่า
ยึดว่าไม่ยึด

เมื่อหลายปีก่อน ข้าได้พระพุทธรูปมาองค์หนึ่ง
จึงเอาขึ้นตั้งไว้บนหิ้ง
วันหนึ่งมีคนมาทักว่า ทำไมไม่หันหน้าพระไปทางตะวันออก โบราณถือนะ
ข้าก็เถียงว่า
“พระย่อมสนใจคุ้มครองคนดี มากกว่าจะสนใจคนที่หันพระไปทิศไหน”
ข้าก็ยังคงตั้งพระไว้อย่างเดิม วันหลังมีคนมาทักแบบเดิมอีก
ข้าก็เถียงแบบเดิมอีก เป็นอยู่อย่างนั้นหลายครั้งหลายครา

คนทักเชื่อตามคนโบราณคือ ยึดว่าควรหันหน้าพระไปทิศตะวันออก
ข้าเชื่อมั่นตนเอง เข้าใจว่าทิศไหนก็ได้ไม่สำคัญ จึงวางไว้ที่เดิม ข้าก็ยึด

ข้าว่าทิศไหนก็ได้ แล้วทำไมไม่หันตามที่ทัก ข้ายึดทิศไหนหรือ?
ทิศที่ไม่ใช่ตะวันออกไง
นี่ก็ยึดว่าไม่ยึด

พระเซ็นเห็นหินเป็นพระ
ฝรั่งเห็นพระเป็นหิน

ใครก็กล่าวได้ว่า สุญญตาคือว่างเปล่า
ว่างเปล่าคือนิพพาน ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ยิ่งกล่าวมาก ยิ่งยึดมาก

ยึดว่าไม่ยึด อย่างข้านี่ไง

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 57 ]
ปลาฉลาด ปลาฉลาด
กระโดดปราดออกมาให้คนกิน
คนย่างกินปลาฉลาด
ปลาฉลาดหรือคนฉลาด?

คนฉลาด คนฉลาด
วางมาดรอปลาฉลาดโดดออกมาให้กิน
เตรียมลิ้นรอย่างปลาฉลาด
คนฉลาดหรือปลาฉลาด?

กลอนดีๆ กลอนดัๆ
ท่านอาอี้มีขายไหม
ท่านบะหมี่มีมากมาย
เสียดาย เสียดาย ปลาฉลาด....หมดแล้ว

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 6 ]
กลอนดีๆชุบทองด้วยนะ มีขายๆๆแต่ไม่ขาย

ไม่อยากยึดแต่ชอบยึด

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 27 ]
มีขายแต่ไม่ขาย
หรือมีไว้ให้ใครยึด
อยากยึดไม่กล้ายึด
กลัวคนฮึดเปลี่ยนมาขาย

ชอบแต่ทองไม่ชอบกลอนได้มั้ย



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 46 ]


ปลาฉลาด......หมดแล้ว..........ไม่แคล้วโง่
ใครจะโม้.......ฉลาดกว่า.........ว่าได้ไหม
ฉลาดมี..........เพราะโง่กว่า.....หรือว่าไง
ฉลาดไหม......ถ้าโง่หมด..........อดคุยดี

ปลาฉลาด.......รมควันไฟ........ถ่านไม้แห้ง
แกะจัดแจง.....ต้มโคล้ง...........ลงหม้อหอม
ส้มมะขาม........น้ำปลาดี...........มีอมออม
รสชาดย้อม......ชุ่มหัวใจ..........เมื่อได้ชิม

ด้วยความเคารพ.............

เกี่ยวกับคติที่ว่า......ให้วางพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันออกนั้น
โดยจริงแล้วซ่อนความนัยอันเป็นความฉลาดของคนโบราณไว้ดังนี้ครับ
กล่าวคือ.....ถ้าเราตั้งพระหันหลังไปทางทิศตะวันออก......เมื่อเราตื่นเช้ามารับวันใหม่
เราจะมองไม่เห็นหน้าพระ....เพราะย้อนแสง....เป็นเงามืดดำดูแล้วไม่สบายตาสบายใจครับ
ถ้าเราหันหน้าพระรับแสง....ตอนเช้าเปิดหน้าต่างรับตะวัน.....แสงอาทิตย์ก็จะส่องต้ององค์พระ......ดูกระจ่างเป็นศิริมงคลแก่ใจครับ

คนโบราณมีอุบายแยบยลละเอียดอ่อนซ่อนไว้ในคติจารีตอีกมาก....
เช่น ไม่ให้นั่งทับร่องกระดาน....ไม่เคาะช้อนเคาะจาน....ไม่พูดเวลาเคี้ยวข้าว.....ไม่ให้นอนทับตะวัน....ฯลฯ

คนสมัยใหม่จิตไม่ปราณีตนัก.......บางทีก็อ้างไม่ยึดติด...ไม่ยึดมั่น
หาเหตุผลว่ากันไปอ่ะครับ

ด้วยรัก.....
จากมารซื่อชื่อบะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 51 ]


ยึดติด............ก็ติดยึด.............ยึดมั่น
ยึดไม่ติด........ก็ติดพัน............ไม่ยึดหมาย
ไม่ติดยึด........ก็หลุดพ้น..........คนวุ่นวาย
ไม่ติดใจ.........ก็ไม่ยึด.............อึดอัดตัว

กลอนดีดี.........มีมากมาย.........ใครก็ว่า
กลอนเข้าท่า....เขาว่าดี.............มิปวดหัว
กลอนจริงใจ....นั่นแหละดี........มิต้องกลัว
กลอนไม่มั่ว.....สื่อความหมาย...จากใจจริง



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 10 ]


...อือ.....นับถือ...นับถือ....นับถือที่ได้ดู....

...นับถือที่ได้ยล....นับถือที่ได้มอง..........

...เป็นเด็ก..กินปลาทำให้สมองพัฒนา..

...เป็นเด็กได้กินปลาฉลาดสมองยิ่งสุดพัฒนา..

...เป็นผู้ใหญ่เลี้ยงปลาฉลาด...กินทุกวัน.....

...ผู้ใหญ่ต้องยิ่งยิ่งฉลาด..แนแน่....


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 21 ]


ปลาน่ะ......ฉลาด.......หมดแล้ว
เหลือคน..ไม่แคล้ว....โง่กว่า
น่าจับ........คนย่าง.......แทนปลา
โง่ว่า.........ไม่โง่...........โง่เกิน

โบราณ.......มีกล..........ซ่อนคิด
คนโง่..........จริต..........ตื้นเขิน
ติดอยู่.........จิตยึด........เพลิดเพลิน
หลงเดิน......จิตด่ำ.........ดำลง

ก็ว่า..............ยึดว่า........ไม่ยึด
หลงถึด.........ทืออยู่........อย่างหลง
หลงดี...........ว่าดี...........ไม่ปลง
หลงคง.........อยู่ยึด.........ติดดี
เคารพมิสู้เชื่อฟัง

คารวะท่านบะหมี่งามๆ สามรา
คนยุคใหม่เติบโตในกล่อง
เลยไม่มีโอกาสมองเห็นตะวันยามเช้า
ไม่เข้าใจกลอุบายกลับอวดว่าตัวรู้กว่า
นี่ถ้าไม่ใช่คนโบราณมาบอก
ไม่รู้จริงๆ นะเนี่ย (ว่าตัวเองโง่) ฮิฮิ

เชื่ออยู่แล้ว ว่าบนแง่มุมดีๆ
ต้องได้พบท่านบะหมี่แน่นอน

ด้วยความระลึกถึง

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 24 ]
พบท่านมารบะหมี่
พบท่านเฒ่าโลว
แต่ขาดผู้อาวุโสอีก 1 ก็ท่านกาแคว

โดย : นาฬิเกร์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 6 ]
หายไป สองวัน กลับมา ได้ผล ปลาฉลาด ขาดตลาด
เหลือแต่ยยึด กับไม่ยึด ผมจะยึด ถ้าไม่ยึด แล้วตก
อาจทำให้บาดเจ็บ ผมไม่ยึดถ้ายึด แล้วทำให้บาดเจ็บ
ยึดและปล่อย เป็นอัตตาผม อัตตาใคร? ผมไม่ทักท้วง
ตาม สบายถ้าท่านไม่มายึด กางเกง ในขนะที่ผม กำลังจะปลดปล่อย
ของเสีย ครับห้ามยึด มิเช่นนั้น ผมจะยัดท่านด้วย ปลาฉลาด


โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 29 ]
ปลาฉลาดหมดตลาดเพราะท่านวาสินยึดเอามายัดนี่เอง..
ชาวตลาดก็ฉลาดเอาปลาฉลาดมาขายหมด
คนจะกินก็หน้าสลดเพราะปลาดันหมดตลาด
....



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 21 ]
ก๊ากกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆ หัวเราะให้เสียงดังไปถึงชั้นพระสุเมรมาศ
ประกาศประกาศว่าเขามาแล้ว
คนโบราณบ้านอยู่ไหนอยากรู้จัก
มีที่พักพิงอยู่อยู่หรือไม่
หรือตะลอนร้อนวิชาเท้าพาไป
วันนี้ได้เจอท่ารมารฯเหมือนบังเอิญ

น้องอิสฯ ๆๆๆ ท่านวาสินอดแล้ว

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 32 ]


คนโบราณ.........บานบุรี.............บะหมี่เกี๊ยว
ไม่ลดเลี้ยว........ขอหอมที...........ที่สวยใส
จะบุบทุบ............ยุบโยน............ใส่หม้อไฟ
ต้มโคล้งใส่.........ปลาฉลาด.........วาดฝีมือ

เป็นคนจร..........หมอนหมิ่น......ถิ่นบ้านลาด
ใจยังขาด...........ที่พักพิง............อิงมือถือ
อิสตรีมาร...........อยู่ในใจ..........ไม่กลัวลือ
อาอี้คือ................ที่คิดถึง........... ซึ้งวันวาน

วันนี้เจอ.............บังอร...............คนนอนดึก
บังเอิญนึก...........ถึงผัดหมี่.........ที่หอมหวาน
บังอรโปรด...........ผัดให้ที..........หมี่ยั่วมาร
คิดถึงท่าน............ถึงผัดหมี่........อาอี้จัง

ไฮ้!.....โอดงซึผี่หมัด...กินดีซีหวะ
คารวะด้วยชาเขียว....กิมเรียวกุ

คารวะ....คารวะ....คารวะ



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 40 ]
ท่าน..มารบะหมี่ ออกมาได้จังหวะดี ส่วนข้าไม่มีอะไร ยึดก้อดีไม่ยึดก้อดี

โดย : กายใจสุญญตา
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 11 ]


...กว่าจะตามทัน...เฮ้อ! กินเวลาเสียนาน...ไม่ว่างตอบเสียทีจนกว่าจะสุดสัปดาห์...

...งานการศึกษาศาสตร์วิชาวิทยายุทธ์แขนงต่างๆรวมทั้งการบ้านก็ประดังประเดเข้ามา...
...หวังว่ายังคงไม่ลืมกัน...

คารวะง้ามงามแด่ทุกๆท่านที่มีนามปรากฏอยู่ในกระทู้นี้...



ป.ล. จะมาฟังเพลงชาติเวอร์ชั่น 7 ของท่านอาอี้ด้วยค่ะ...

โดย : เทพธิดาไฟ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 26 ]
สวัสดีคะท่านพี่อาอี้ และทุกท่าน

......ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
ในเรื่องใครสอนยากหรือง่ายที่สุด

...ทั้งนี้และทั้งนั้นคงไม่มีข้อสรุป

เพราะไม่ได้ตั้งให้เป็นคำถาม และให้ตอบ

เพียงต้องการให้ท่านทั้งหลาย ต่อยอดทางความคิดเท่านั้น(ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี รวมทั้งมีความคิดที่หลากหลายมากมายทีเดียว)

.....การอ่านเวปเป็นการศึกษาตามอัธยาศัย ใครใคร่เปิดอ่านเปิด และคนอ่านมีหลากหลาย อาชีพ เช่น คนที่อยู่ในภาวะเสี่ยง คนพิการ คนตกงาน คนมีปัญหาทางจิต คนปกติ นักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์ ข้าราชการ พนักงานบริษัทเอกชน หมอ พยาบาล นักกฎหมาย วิศวกร ฯลฯ

....รวมทั้งมีคุณวุฒิ และวัยวุฒิที่แตกต่างกัน...

.....ดังนั้นการเปิดประเด็นใครสอนยาก ใครสอนง่าย นั้น มันก็คงไม่สามารถบอกได้ตายตัวเพราะทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสภาวะแวดล้อมต่างๆ...

พระพุทธเจ้าท่านแบ่งบุคคลเป็นบัวสี่เหล่า....
.....ซึ่งจะเห็นว่ามีความแตกต่างกันอยู่แล้ว

ดังนั้นการยึดหลัก เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จริงเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติและเป็นหลักยึดที่น่าสนใจ ในทัศนะของข้าพเจ้า

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความคิดเห็น

ขอสวัสดีตอนจบ

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 31 ]
.ปล..
..ขอโทษท่านพี่อาอี้ ที่เปลี่ยนประเด็นกระทู้ของท่าน


โดย : ..
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 38 ]
ท่านน้องจุดๆๆๆๆๆ

มาที่นี่ ไม่มีอะไร เขียนไม่ได้
เขียนตามใจ เขียนตามเขา เขียนเล่า-ถาม
เขียนร้อยแก้วร้อยกรองแล้วกรองตาม
เขียนเพราะความอยากเขียนประสาคน

จะสอนคนจะเรียนรู้อยู่ที่คน
ใครจะสนหรือไม่ไม่สับสน
มีเด็กบ้างผู้ใหญ่บ้างมาเยือนยล
ติชมปน สนทนาประสาเรา

มีเพียงนามแท้บ้างแฝงบ้าง
อ่านกันอย่างสนุกสนานใช่อ่านปล่าว
มีสาระไร้สาระปะปนเคล้า
ใครว่าเขลา ก็ยอมรับกับคำนั้น

หวังแค่ว่าบางวันอันเหงาเงียบ
ชีวิตเราจะเรียบราบเกินนั่น
มาที่นี่วันละน้อยแต่ทุกวัน
มาฝากคำคิดถึงกัน..แล้วจากไป

ไม่เป็นไรหรอกท่านน้อง จุดๆๆๆๆ ว่างก็มาคุยกัน การสื่อสารการเรียนรู้ไร้พรมแดนจ้า....

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 28 ]
น้ำจากฟ้าหล่นมาท่ามกลางฟ้า
จากเมฆาซบหาแผ่นพื้นที่
น้ำจากดินลอยขึ้นถึงเมฆี
ผันเปลี่ยนที่ลอยลับกลับขึ้นบน

................เป็นดั่งกระทู้นี้จริงๆ.......................

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 50 ]
ขอพัก ผูกม้าที่ต้นไม้ข้างรั้วบ้านอาอี้หน่อยนะท่าน
รุ่งเช้าจะเข้าไปคารวะท่าน.........

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 58 ]


จุดจุดมาอุดรูกระทู้เขา
ชื่อตัวเจ้ายังบอกออกไม่ได้
จะสอนสั่งอ้างธรรมระกำใด
กลับมาใหม่ไปหาจุดมาอุดรู

หลังคารั่วรูร่องห่างสังกะสี
ฝนตกทีน้ำนองฉ่ำบอกคำไข
สังกะสีดังกราวๆหนาวน้ำใจ
บอกความนัยยังขาดจุดมาอุดรู



โดย : ...
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 45 ]


จ้องจ้อง..........จ้องจ๊อกร๊อก.........จี้รี่
จ่อกจ่อก.........จ๊อกจีรี................น้ำไหล
แจบแจบ.......แจ๊บจูรู................ดูใด
แจะแจะ.........แจ๊ะจิงใจ............อุดรู

เขาเขลา.........เราเขา................เคราทู่
เขาดู..............เราดู...................เค้าเขา
เขาเห็น..........เราเห็น..............เป็นเรา
เขาเรา...........เราเขลา..............เขาครู

ร้อยแก้ว.........ร้อยกอง..............ลองขวด
ร้อยอวด..........ร้อยเมา..............ร้อยหน
ร้อยรัก............ร้อยรู้..................รู้ตน
ร้อยคน...........ร้อยจุด................อุดตัว

คิดถึงท่านเสมอมา...........อาอี้
ฝากไมตรีแด่เทพธิดาไฟพาฝัน

ด้วยรัก.........
จากมารซื่อชื่อ.....บะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 42 ]


หมายเหตุ......

บทความข้างบนได้ซ้อนความหมายในแนวตั้งไว้ด้วย...ขอรับ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ทัศนะวิจารณ์ เป็น ธารธรรม

คารวะอย่างยิ่ง



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 3 : 55 ]


ข้าอยากจะบอกว่า..ข้าจับปลาฉลาดที่กระโดดออกมาได้ตัวหนึ่ง

จะบอกท่านพี่ว่ามีอยู่......ก็กลัวพี่จะขอกินด้วย....กลัวไม่อิ่ม

จะเก็บไว้กินคนเดียว...วันหน้าชาวบ้านรู้....ข้าก็ลำบาก

จะซ่อนไว้ต่อไป......กลัววันความลับแตก.....ยิ่งแย่กว่า

จะรีบเผากิน...ก็กลัวคนเห็น......................................
โยนทิ้งหรือยึดดี.......หรือยอมด้านหน้าเรียกคนอื่นๆด้วย

.โดนด่าก็โดนด่า.......เอาไงดี.......อาอี้ช่วยด้วย


โดย : กระบี่ไล่ล่า....
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 35 ]
คิดแยบ......คิดยล

คิดค้น........อนา

คิดว่า........กินปลา

ปลากิน......คิดคน
..............หวังไมตรีโปรดยั้งมือ........



โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 14 ]
ท่านพี่สามจุด
เรียกท่านพี่ เพราะท่านมีสามจุด
ส่วนข้าจุดเดียว หนึ่งจุดแดง

ท่านรู้จักบัวเหล่าที่ 5 หรือไม่
เหล่าที่ 4 เป็นอาหารเต่า
ยังเป็นประโยชน์ต่อเต่า
เหล่าที่ 5 นี่เรียกว่าเต่าอ๊วก
ขนาดเต่ายังอ๊วก ท่านลองนึกดูเถิด สาธุชน

โดย : เจ็กเตี่ยมอั๊ง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 46 ]
ขอบคุณท่านเจ็กเตี่ยมอั๊ง

ขอบคุณที่นำมาเล่า

......ท่านคิดว่า 1+1 เป็น 2 เสมอไปหรือไม่?

.และ...กองทราย 1 กอง + กองทราย อีก1 กอง รวมเป็น กองทรายกี่กอง...

(ผู้น้อยไม่เคยติดยึดอยู่กับชื่อ ที่ท่านเรียกผู้น้อยนามสามจุด ผู้น้อยน้อมรับด้วยความยินดียิ่ง)

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 38 ]
ไร้นามสามจุด

ไร้นาม........................ไม่ไร้นาม

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 24 ]
เรียกท่านสามจุด ไว้เผื่อท่านสี่จุด ห้าจุด หกจุด

ชาย 1 + หญิง 1
ที่ข้างบ้านได้เป็นชาย 8 กับ หญิง 4

ทราย 1 กอง + ทราย 1 กอง
ไม่ย้ายทรายย่อมตอบได้ 2 กอง



โดย : เจ๊กเตี่ยมอั๊ง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 39 ]
ริมทะเลไม่เหลือสักกอง

จุดนี้มีค่า ตลาดค้าหลักทรัพย์

ควบม้าผ่านมาชมทะเล

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 14 ]
ผู้น้อยแวะมาทักทายท่านห่านหิมาลัย

.....ขอได้รับการคารวะจากผู้น้อยด้วย

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 4 ]
iiiiii
iiiiii

ไร้นาม ไร้ยาม นาม...

ไร้รูป มี... ให้ถาม

ไร้รส ไร้กลิ่น ไร้กาม

ไร้เสียง เพียงนาม ตาม...


...หนึ่ง ...สาม ...ห้า

ว่าไป ก็คือ ที่...

ไม่มี ตัวตน ค้น...

...มี ...ใคร ...มัน

ยินดีกับท่าน ไร้นาม3...

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 12 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 16 ]


ปัญญา + ปัญญา = ปัญญาชน



โดย : กระบี่ไล่ล่า....
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 12 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 30 ]
ดื่มๆ.........พร้อมกับหมั่นโถว

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 12 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 17 ]
ฝนพรำพรำ .................ฉ่ำหัวกบาล
ปลาฉลาดคนโบราณ.....เติมพิชานผู้ชน

โดย : หยังผ่านๆ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 12 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 20 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook