บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ...บางอารมณ์...ณ..คืนหนึ่ง...

อยากร่ำสุราเมามายให้หายบ้า
แกล้มน้ำตาไหลหยดรดสองแก้ม
แสงจันทร์ฉายใจกลับคล้ายดั่งคืนแรม
แสงวับแวมในห้องใจไกล้มืดมน
......บางอารมณ์บางคราน่าสมเพช
......มาเป็นเหตุให้ใจตนต้องมัวหม่น
......จิบสุราน้ำตารินรดใจตน
......นั่งสับสนปนเจ็บช้ำน้ำคำใคร
เป็นแค่เพียงหญิงหนึ่งพึ่งตนนั่น
อาจผ่านวันที่เจ็บช้ำเกินทนใหว
มิหวังพึ่งความเมตตาจากใครใคร
แล้วเหตุใดจึงคาดหวังกันเหลือเกิน
.......อย่ามายุ่งกับฉันนั้นให้มาก
.......หนึ่งลมปากสะกิดใจให้ห่างเหิน
.......รู้ไม่จริงในสิ่งที่ต้องเผชิญ
.......ให้หมางเมินเจ็บแสบแปลบที่ใจ
ยิ่งตอแยยิ่งห่างยิ่งลี้หลบ
ไม่อยากพบหน้าใครให้หวั่นใหว
อุตส่าห์หลีกหนีหน้ามาแดนไกล
หากอยู่ไกล้คงได้บู๊สู้ใจตน
........เจ็บเงียบๆคนเดียวเปลี่ยวใจบ้าง
........ถึงอ้างว้างอารมณ์ป่วนชวนสับสน
........ยังดีกว่าทุรนร้อนเพระคำคน
........ที่เวียนวนคอยค่อนแคะแกะแผลใจ
.........///........///.......
...//.คืนนั้น..ที่หลั่งน้ำตาเกือบทั้งคืน..//..


โดย : นางครวญ..
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 3 ]

ตัวเป็นหญิงจิบสุราบ้าใหมนั่น
ช่างหัวมันหัวเผือกเลือกคนใหน
ใครไม่ชอบเชิญหนีหน้าไปให้ไกล
อย่ามาไกล้ยามเมามายร้ายนะเออ
...........อารมณ์กลอนอ่อนใหวพลันไหลลื่น
...........อารมณ์ตื่นหรือหลับพาร่ายได้เสมอ
...........เพียงน้ำคำสะกิดใจให้ละเมอ
...........อารมณ์เผลอครอบงำพร่ำกวี
*********************************
ก้อเพียงอยากหากทำไม่ได้อย่างใจคิด
อาจแค่จิตจินตนาการตามฝันบ้าง
ร่ายระบายคลายอารมณืทุกหนทาง
เพื่อปล่อยวางหัวใจนี้ที่ระบม..........
**********************************
......//..สุราที่ว่านี้คือสปาย.....ดีดีนี่เอง..อ่ะ...//........



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 11 ]

.........อารมณ์ ..ณ คืนนั้น.......
จิบสปาย.....ร่ายรำ...........ค่ำคืนนี้
จิบกวี..........คลอเคล้า......เมาหนักหนา
จิบบางบาง...บาดอารมณ์...ข่มอุรา
จิบน้ำตา......ที่รินหยด.......รดห้องใจ
.......เมานิดนิด......มึนหน่อยหน่อย...ค่อยตั้งจิต
.......เมาเพียงนิด...จิตผ่อนคลาย.......หายหวั่นใหว
.......เมาอารมณ์.....เมาบทกลอน........ร่ายเรียงไป
.......เมาหัวใจ.......ใคร่ระบาย............ร่ายกวี
.....//....ณ..คืนนี้ที่..เมามาย....//
.



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 19 ]


จิบสปาย....ร่ายรำ.........ค่ำคืนนี้
จิบกวี.........คลอเคล้า....เฝ้าเพ้อบ่น
จิบบางบาง..กลางราตรี..ไร้ผู้คน
ฟ้ามืดหม่น..ดึกสงัด.......เงียบจับใจ...
......ตาหรี่ปรือ.....ถือแก้ว.........แล้วอมยิ้ม
......ใจกรุ้มกริ่ม..น้ำคำใคร......ใคร่ข่มเหง
......ผ่านมาแล้ว..ให้ผ่านไป......ใจนักเลง
......ขอบรรเลง....กลอนขับขาน..ผ่านกวี............
....**ก้อแค่อารมณ์หนึ่ง**...


โดย : นางครวญ..
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 27 ]


....อย่าถือสาอามรมณ์ป่วนชวนเพ้อฝัน
....เพียงบางวันใจละเมอเพ้อเผลอไผล
....อารมณ์มาพาจรดปลายพู่กันไป
....เติมหัวใจไล้ปลายนิ้วพริ้วอารมณ์
..........icon38] ...........
...............The end..................

โดย : นางครวญ..
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 32 ]


endไม่จบสบกลอนพร้อมน้อมเขียน
endบทเรียนสอนใครใจขื่นขม
endสุรายาหญิงมิน่าชม
endสุขสมendที่ใจใช่อารมณ์
กวีสวยรวยความฝันวางendเห็น
น้ำตาเย็นเช็ดสปายendสาบสูญ
ตัดอารมณ์ซ้อมหัวใจendสุขพูน
ขมรักสูญendที่ใจใครนางครวญ.......

รัก............มีใยพันพัวเสมอ....ยิ่งตัดยิ่งเจ็บ....


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 12 ]


ยามหญิงดื่มสุรา มีคนว่ามิน่าชม
ยามชายดื่มเป็นกลม กลับนิยมชมไมตรี
ยามหญิงเมามาย ใช่จะร้ายไปซะทุกที่
เมาอารมณ์เมากวี เมาวจีเมาที่ใจ
เป็นแค่เพียงอารมณ์หนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็หวามไหว
ถึงเมาแล้วก็หายได้ ใช่เมาตลอดนอนกอดสุรา (ซะที่ไหน)


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 18 ]

จิบสปาย ไวน์คูลเลอร์ ละเมอหา
จิบน้ำตา พาใจเศร้า เฝ้าใฝ่ฝัน
จิบกวี ทุกทุกบท รดใจกัน
จิบความฝัน เงียบสงบ ไม่พบใคร
...หรี่ตาปรือ...ถือแก้ว...แล้วจิบอีก
...ไม่ถอยหลีก..จิบอีกหน่อย..ค่อยหวั่นไหว
...เมาอีกนิด...เมาอีกหน่อย...ค่อยๆไป
...เมาที่ใจ...เมาที่กาย...สบายดี
อยากจะร่ำน้ำไวน์ให้หายบ้า
จึงต้องร่ำน้ำตาหมดลดศักดิ์ศรี
เอ่ยน้ำคำมาให้หมดเป็นบทกวี
ต่อแต่นี้ไม่เผลอพร่ำน้ำคำใคร
...เสียงนางครวญ..ชวนให้..ใจหยุดคิด
...เสียงสะกิด...ความเจ็บช้ำ...น้ำตาไหล
...เสียงคำคน..สะกิดแคะ...แกะแผลใจ
...สาปทิ้งไป...เหลือใจอยู่...คู่ใจตน .........


โดย : ไฟใต้ฟ้า
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 17 ]

นางเอย...รำพัน...พิลาป...ร่ำไห้
ใจเอย...อาวรณ์....อาลัยหา
สปายไวน์เอย...ช่วยอยู่ ....เป็นเพื่อนยา
ศราเอย....สราญสรวล...สิ้นครวญเอย...


โดย : น้ำใส
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 53 ]

จิบสุราเหล้าป่าพาไส้รั่ว
ไม่ต้องกลัวอยากเมาจิบสองหน
จิบสปายจิบมากมายหายกังวล
จิบลืมคนจิบเข้าไป ข้าน้อยจะคอยริน

โดย : หมัดเมาเจ้าสำราญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 10 ]


.......มิบังอาจ
ไม่อยากเห็นสตรีงามต้องช้ำจิต
ไม่อยากคิดถูกใครทำย่ำเศร้าหมอง
ไม่อยากปล่อยสปายเปื้อนนิ้วเนื้อทอง
ไม่อยากต้องอาลัยใจยามใกล้เธอ
จะเป็นชายคนหนึ่งซึ่งหยัดมั่น
จะเป็นชายใกล้ฝันที่มั่นหมาย
จะเป็นชายคนหนึ่งซึ่งสมชาย
จะคอยปลอบคืนสบายให้ใจเธอ...
.....ขอให้รักความสุขและรักษาความสุข...


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 17 ]


ห้ามชวนน้องเขาดื่มเหล้าป่านะท่านหมัดเมาเจ้าสำราญ
เดียวน้องเขาต้องรีบไปธุระที่อื่น....ท่านดื่มคนเดียวก็แล้วกัน
ถ้าขาดคนดื่ม...เดี๋ยวจะส่งสารหาจอมมารอ้วนขาวให้มาหา
แล้วจะส่งเทียบเชิญเทพพู่กันไหว....เตรียมจอกเพิ่มด้วย
อย่าดื่มจนเสียกิริยาล่ะ....มีสตรีมากท่านมานั่งมอง....อิอิ...


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 22 ]

..End..คือจบ.....สบอารมณ์....ข่มความคิด
..End..ลิขิต.......ผ่านใจหนึ่ง...ซึ่งขื่นขม
..End..สุรา........มาว่าหญิง.....ไม่น่าชม
..End..อารมณ์...ที่จมปลัก.......กับดักใจ
.......ชายดื่มเหล้า..เมามาย........ไม่ว่าบ่น
.......หญิงก้อคน.....ดื่มแล้วผิด...ที่ตรงใหน
.......ดื่มเพื่อคลาย..อารมณ์กลุ้ม..สุมหัวใจ
.......หามิใช่...........ดื่มเพระติด..คิดสำราญ
****************************************
..อยากรู้นักชายหญิงต่างกันที่ตรงใหน
..หญิงมีใจดั่งเช่นชายมิใช่หรือ
..ดื่มคนเดียวเปรี้ยวหรือไงใยระบือ
..ใครยึดถือก้อเชิญแบกให้หนักไป
......คนใจป่วยรวยความฝันปันความคิด
......คำสะกิดนิดหนึ่งพึงหวั่นใหว
......ดับอารมณ์ข่มความช้ำที่ตำใจ
......เพียงแค่ใคร..คนหนึ่ง...วึ่งนั่งครวญ
..นางครวญกลอนตอนจิตคิดสับสน
..ผ่อนคลายตนจิปสปายหายอ่อนใหว
..ผ่านคืนวันกาลเวลารักษาใจ
..น้ำคำใครใช่มีผลทนหยัดยืน....
.......คาระวะ..ทุกท่าน...
.......ด้วย..Red Spy.....อ่ะค่ะ


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 26 ]

คำต้องจิต.....คิดชื่นชม.......ท่านพี่อิสฯ
คำต้องคิด.....จิตสตรี...........มีซ่อนหมาย
คำต้องจำ......ใยแบ่งแยก...หญิงหรือชาย
คำสุดท้าย.....ขอบคุณพี่.......ที่ใจตรง..( กัน )
.....มอบกุหลาบ
.....พร้อมคำนับงามๆ..
.....ให้ท่านพี่อิสตรีมาร...อ่ะค่ะ...
....
....
...

โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 34 ]

เสียงนางครวญชวนใคร..ให้หยุดคิด
มองพินิจไฟใต้ฟ้า...มาจากใหน
ใต้ฟ้างามยามราตรี...หรือมีไฟ
อยู่ข้างใต้ฟ้าเย็น...เห็นร้อนแรง
...หรือว่าไฟใต้ฟ้า..คราแสงส่อง
...หรือพี่น้องสุริยา..ที่สาดแสง
...หรือกองไฟมาจากใหน..ใคร่แสดง
...หรือว่าแกล้งแอบซ่อนฟ้า..มาร่ายกลอน
รู้ใจนางพลางส่งกวีที่เหมือนรู้
รู้โฉมตรูนั่งครวญคิดจิตสังหรณ์
รู้กวีที่เขียนไปใช่พร่ำวอน
รู้ว่ากลอนพาไป แกะใจตน
..คาระวะ..ท่านไฟใต้ฟ้า...อ่ะค่ะ.
..



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 3 ]

นางเอย....เคยรำพัน.........พิลาปให้
น้ำใสใส...ไหลริน..............ชินหนักหนา
รินสปาย...ร่ายอารมณ์.......ข่มน้ำตา
น้ำใสมา....พาสราญสรวล...ครวญได้ไง..(.ใช่ป่ะคะ.)
...คาระวะ..ท่านน้ำใส..
..ให้ดอกไม้หลายดอก..อ่ะค่ะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 11 ]

ท่านหมัดเมาหรือว่าท่านเมาหมัด
เมาสะบัดเมาเหล้าป่ามาให้เห็น
ดื่มทำไมดื่มมากมายไม่จำเป็น
แม่เนื้อเย็นแค่อยากจิบ....เพียงลำพัง
....ด้วยคาระวะ
....และขอบคุณ ที่อยากร่วมด้วยช่วยเมา
....ข้าน้อยว่าเหล้าป่าของท่าน...น่ากลัว..ระวังใส้จะรั่วเอาจริงๆ นะคะ
....
....อย่าหวังมึนเมาเพียงเพราะสำราญ
....อย่าหวังชื่นบานเพียงเพราะเมามาย
....อย่าหวังผ่อนคลายเพียงเพื่อสนุก
....อย่าหวังว่าจะสุขตลอดไป..ได้เพราะเหล้า
....
....แค่เอามาฝาก..อ่ะค่ะ..



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 25 ]

ขอบคุณท่านกระบี่ไล่ล่าที่มาพร่ำ
ขอบคุณที่มาร่ำกวีมีความหมาย
ขอบคุณที่ยังมีหนึ่งชายที่สมชาย
ขอบคุณที่ได้กรายมาพานพบประสบกัน
.....ดีใจในวาจาว่ามาปลอบ
.....ดีใจได้มามอบคำหยัดมั่น
.....ดีใจใครคนนี้ที่รำพัน
.....ดีใจชายในฝัน..นั้นคือท่าน....ว้าฝันไป....อ่ะนะ
.....คาระวะ ท่านกระบี่ไล่ล่า..
.....ไปธุระ..เพิ่งกลับมาจริงๆ..ด้วยค่ะ...
........บางที..บางครา..บทกลอนก้อพาไปจริงๆนะคะ
..........โปรดอย่าถือสา....นะเจ้าคะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 38 ]

ฮะฮ่า..ชายจางได้มาพบนางครวญ
ขอเชิญชวนดื่มเหล้าลืมหลัง
ลืมยามรัก ลืมยามร้าง ลืมยามชัง
ลืมกระทั่ง เรื่องที่ ไม่อยากลืม
จะบ้าตาย ให้มันลืม ก็ไม่ลืม
แม้จะดื่ม เท่าไร ก็จำได้
เมาหัวหมุน มืดหน้า นัยตาลาย
เมาเกือบตาย ก็ได้แต่ แค่อยากลืม

โดย : คุณชายจาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 41 ]

...... ถึงชายชาญท่านห่านหิมาลัย
ท่านหลบนางครวญไปจำศีลอยู่ไหนหนอ
หากได้กลิ่นสุรานางเฝ้าคร่ำครวญรอ

อย่าช้าหนอจงรีบมาไวไว...ให้ไวไว...


โดย : ฟ้าทลายโจร
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 8 ]

ค่อยๆเลียบม้ามาเมียงๆอยู่เหมือนกัน..ท่านฟ้า"ลายโจรแต่เห็นนาง มีสุนทรีย์สุรารมณ์...ข้าเลยเบาม้า.... กลัวนางรำคาญ
..............................สปายหลายจอกกรอกลงคอ
..............................รสใดหนอที่นางชอบหนักหนา
..............................เห็นไกลๆโยนขวดไว้ในพงหญ้า
..............................สุขอุราโยนไกลไหกระเด็น
จะว่าสุขสุขนัคงไม่ใช่
.....เห้นน้ำตาใสใสไหลรินนั่น
คงมีเรื่องที่ต้องขบคิดกัน
.....มือนางสั่นบีบขวดปวดหัวใจ
ข้าก็เพียงแต่หวังให้เรื่องที่ทำให้นางขุ่นเคือง.....จงจางหายในเร็ววัน.........
แม่นาง.......คงหายเศร้า.....นะ..นะ..นะ

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 50 ]

อย่าสงสัยไฟใต้ฟ้ามาจากไหน
เมื่อมีไฟก็มีแสงทุกแห่งหน
แม้สุริยาสาดแสงแรงร้อนรน
ไฟในตนยิ่งกว่าไฟในโลกเอย
ไฟใต้ฟ้าแอบซ่อนฟ้ามาเงียบเงียบ
แล้วจึงเลียบร่ายกลอนซ่อนเฉลย
ถ้าถูกใจนางครวญแม่ทรามเชย
พอคุ้นเคย..คงเพียรร่ำ...ส่งคำมา


โดย : ไฟใต้ฟ้า
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 46 ]

อันความรักยากนักจะวัดค่า
เพราะไม่ใช่น้ำสุราหรือวิสกี้
จะได้รู้รสความเข้มข้นของดีกรี
ว่ามีมากนักสักเท่าไหร่

โดย : .
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 4 ]

ห่านหิมาลัย...คือใคร.ใคร่รู้จัก
ใยทึกทักว่าหลบนางไปจำศีล
แปลกพิกลโจรทลายฟ้ามาไม่ชิน
หรือเพราะกลิ่นสุราเพรียกเรียกท่านมา
นางครวญคร่ำครวญเพียงเดียวดาย
มิได้หมายว่ารอใครดั่งท่านว่า
เพียงคืนหนึ่งบางอารมณ์ข่มอุรา
ร่ำสุราก้อเพียงนิดจิบสปาย...
...ขอบคุณที่แวะมา...
...ขอส่งวาจาว่า คาระวะ..อ่ะค่ะ
...ท่านฟ้าทลายโจร


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 6 ]

คุณชายจาง..วางเหล้าที่เมาก่อน
อย่ารีบร้อนดื่มเมามายส่ายหัวหมุน
ดื่มเพื่อลืม.ดื่มเพื่อลา พาชุลมุน
เกิดว้าวุ่น ครุ่นตาลาย คล้ายละเมอ...นาท่านนา..
คาระวะ..อ่ะค่ะ


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 21 ]

หากชีวิตเจ้าเป็นเช่นสายน้ำ
ความซอกซ้ำเจ้าเป็นเช่นสายฝน
เจ็บอย่างไรคงชะล้างอย่างที่เป็น
ความชาเย็นคงไหลไปกับสายธาร
แต่เส้นทางของชีวิตเจ้าผิดพลาด
เจ้าขยาดจะมีแล้วซึ่งรักใหม่
กลัวความหวังที่คิดไว้มันพังไป
เจ็บมาแล้วเท่าไหร่เริ่มชินชา
จากหัวใจที่เคยมีเริ่มไร้รัก
การอกหักเริ่มเป็นเช่นเพลงสอน
ความชอกซ้ำก็เป็นเช่นบทกลอน
ความแน่นอนของหัวใจอยู่ไหนกัน

โดย : ไผ่ลู่ลม
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 22 ]

สปายไวน์จอกเดียวมีไว้จิบ
ขอกระซิบดังดังฟังเฉลย
กรอกลงคอดั่งท่านว่ายังมิเคย
ตอบท่านเอ่ย red spy..ที่นางริน
เพียงน้ำใสไหลผ่านตามร่องแก้ม
เพียงเดือนแรมคืนหม่นคนผกผิน
เพียงปีกหักดั่งว่านกไร้แรงบิน
เพียงแค่ชินกับรอยช้ำที่ตำใจ
มือไม่สั่นหรอกหนามาว่ากล่าว
อาจเคยเศร้าช้ำหม่นยังทนใหว
อาจมีบ้างที่ปวดแปลบแสบที่ใจ
ถึงอย่างใรมือยังนิ่งหญิงรับรอง
เรือ่งขุ่นเคืองเลือนหายจากไปแล้ว
ส่งเสียงแจ้วแค่คืนนั้นวันหม่นหมอง
ขอบคุณท่านมีน้ำใจให้นวลน้อง
จะประคองความเศร้าโยนทิ้งไป
ขอบคุณ..นะคะ
หายเศร้านานแล้วค่ะ
ด้วยคาระวะ..ยิ่ง


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 43 ]

บนหลังม้าหิมะ....ข้าออกเดินทางมาไกลแล้วได้ยินเสียงขวดกระทบแก้วแล้ว....แล้ว...แล้ว...ได้ยินเสียงนางตามลมมา
ว่าไม่ทุกข์เศร้าเหงาทรวงแล้วนะคะ
ชะรอยไวน์คงจะเสริมเติมใจให้
สีแดงด้วยเคลือบลิ้นหอมชื่นใจ
เคลือบลงไปที่ใจน้องนางครวญ
............ได้แต่ยิ้มยิ้มน้อยที่มุมปาก
............ทุกข์โศกจากไปแล้วคงเฉยเฉย
............อย่าเก็บทุกข์เพิ่มมาอีกให้กลุ้มเลย
............คงได้เชยชมสุขสนุกอุรา
ม้าหิมะจัดฝีเท้าเร็วยิ่ง...มันคงต้องการผ่านละอองหิมะนี้ไปโดยเร็ว...จมูกมันมีน้ำแข็งเกาะเต็มไปหมดแล้ว...ข้าสงสารมันเต็มที
ได้แต่ส่งเสียงแผ่วแผ่วอวยพรนาง
สวรรค์สร้างราตรีนี้ไฉน
บรรจงให้มีสตรีงามกับspy
จันทร์เจ้าฉายแสงทองส่องนางครวญ

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 41 ]

ไฟใต้ฟ้ามีแสงทุกแห่งหน
คงไม่ร้อนทุรนจนเจียนใหม้
แสงไฟเย็นสาดแสงส่องไม่ไกล
อยากวางใจในไฟนี้ที่สาดแรง
แอบซ่อนฟ้าซ่อนวาจามาขานกล่าว
ซ่อนเรื่องราวซ่อนใจนิดคิดมาแบ่ง
ถูกใจบ้างบางคำที่ไฟนี้มาแสดง
เพียงอย่าแกล้งพอเคยคุ้น..วุ่นหายไป
...
...ด้วยคาระวะ..
...


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 41 ]

อันความรักใช่จักมาวัดค่า..............
จิบสุราแค่ผ่อนคลายหมองหม่น
วิสกี้ วอดก้า เข้นข้นไปไม่ขอชน
เพียงหนึ่งคนจิบสปายร่ายรำ....พร่ำคนเดียว
....
...คาระวะ ท่าน หนึ่งจุด.
...ที่หวังว่าคงไม่เพิ่มอีกจุด..เป็นสองจุด..อ่ะค่ะ
...


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 47 ]

ไผ่ลู่ลม ลมไหว ไกวสะบัด
ไผ่โดนพัด กวัดแกว่ง แรงไหวไหว
ไผ่เอ่ยเอื้อนฝากวาจาว่าเป็นไป
สายน้ำไหลเปรียบดังเช่นชีวิตคน
......สายฝนหลั่งชะล้างใจที่เศร้าหมอง
......สายฝนต้องใจเย็นชื่นคืนสับสน
......สู่สายธารผ่านธาราแปลกพิกล
......สายใจคนเริ่มชาเย็นเช่นลำธาร
แม้เส้นทางชีวิตเคยผิดพลาด
แม้ไม่อาจไหลคืนกลับสายผ่าน
แม้จะมีรักใหม่ระแวงไหวในดวงมาลย์
แม้ประสานใจแตกร้าวยังมีรอย
.......จากหัวใจเคยมีรักเริ่มไร้รัก
.......จากหัวใจที่รู้จักมาโดนสอย
.......จากหัวใจดวงนี้เคยสำออย
........จากใจน้อยพลอยชินชารักษาใจ
....คาระวะท่าน ไผ่ลู่ลม.
....ด้วยกุหลาบงาม...อ่ะค่ะ




โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 1 ]

คารวะแม่นางครวญชวนกล่าวขาน
อันสันดานข้าทรชนไม่พ้นเหล้า
จะมีใครบ้างดื่มได้ไม่หวังเมา
จงเล่าขานสืบมาให้ข้าฟัง
.....แค่เพียงจิบ...แค่หนึ่งจอก...ก็เรียกดื่ม
ด้วยหวังลืมคืนวันอันผิดหวัง
เมื่อท่านอยากเมามายข้ารับฟัง
แล้วกลับคำลำพังดื่มแต่ผู้เดียว

โดย : หมัดเมาเจ้าสำราญ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 7 ]

ดวงมาลย์ = ดวงดอกไม้
ดวงมาน = ดวงใจ

โดย : นายจู้จี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 13 ]

บนหลังม้ามีใคร....มาส่งยิ้ม
ส่งตาพริ้มยิ้มตอบมอบไมตรีนี้สดใส
แค่แวะผ่านอ่านถ้อยคำแสนชื่นใจ
หิมะรายล้อมท่านนั้นเลือนลาง....
........เสียงแผ่วแผ่วแว่วยินเพียงลมผ่าน
........ราตรีกาลม่านชีวิตคิดสะสาง
........อาจไม่มีนางคราญนี้มาครวญคราง
........ยิ้มบางบางฝากท่าน....ห่านหิมาลัย...
*****************************************
....ขออวยพรให้
....เดินทางดีมีสุข..
....สนุกบนเส้นทาง...
....ที่ท่านเดิน....อ่ะค่ะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 13 ]




โดย : xxxxxxx
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 33 ]

เห็นนางครวญชวนโศกในใจนัก
เพราะพิษรักปักไว้ให้หม่นหมอง
มันร้าวเจ็บเก็บไว้น้ำตานอง
สิ่งที่ปองหลุดลอยไปใจหล่นตาม
อารมณ์หนึ่งอาจคนึงพะวงหา
บางเวลาอยากตัดไปไม่ให้เหลือ
แต่ใจหนอทรยศให้คลุมเคลือ
ยังคงเผื่อเขาคนนั้นจะกลับมา
จะว่าบ้าก็คงเหมือนคนบ้า
เสียเวลาหลงพร่าเพ้อทำไมหนอ
หาคนใหม่ให้ดีกว่าไม่ต้องง้อ
คนหล่อ ๆ นิสัยดีมีอีกถมไป
จะมาช่วยเก็บใจให้ไออุ่น
คำละมุนเหล่าจอมยุทธ์ผสานแผล
มองข้างหน้ามุ่งไปใจแน่วแน่
แม้พลาดรักหาได้ใช่หมดสิ้นทาง...

คารวะแม่นาง...สตรีแม้ร่างเปราะบาง..แต่ใจนั้นเข้มแข็งเกินแรงชาย..
แม้ท่านไม่ต้องการให้ใครสงสาร..และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร...แม้ท่านจะยืนได้ด้วยตัวท่านเอง..แต่หากให้คนอื่นยื่นมือช่วยดึงท่านบ้างในเวลาท่านกำลังจะลุกขึ้น..ท่านอาจจะลุกขึ้นยืนได้เร็วขึ้น..
..แม้เวลาที่ท่านกำลังจะล้มลง..หากมีหนึ่งช่วยประครองท่านไว้..ท่านก็อาจจะไม่ต้องล้ม..
..แม้จิตเข้มแข็งเพียงใดหากมีมิตรไว้ได้ช่วยเหลือกันบ้างมิดีกว่าอยู่คนเดียวดอกหรือ...

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 53 ]

ขอแค่เพียงอ่าน
ไม่มีคำอธิบายใดๆๆ


โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 30 ]


เพียงนางครวญฝากลม...พรมพริ้วจับ
บู้ลิ้มกลับตื่นไหวตัว....ทั่วทิศา
เพื่อนผองมิตรมุ่งหมายมั่น...จิรจา
หอบสุราขนสปาย.....ให้ฝากชิม
เราล้วนรู้เหตุผลนาง...ครวญคร่ำจิต
ท่านเราคิดครวญด้วยกัน...ปันเสน่หา
เพียงใจดื่มแดงน้ำมิตร......ร่ำเวลา
สปายพากอดสุรา....เลิกคร่ำครวญ.
.....คงจะไม่มีแต่นางครวญผู้เดียว..เสียแล้ว............
....คงจะมีนายครวญเพิ่มอีกหลายผู้....วานนี้กระมัง...


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 18 ]

พี่ไล่ล่ามาเกือบช้านะท่านพี่
ตบกระปี่ฟันปากขวดกระเด็นหาย
เกือบจ้วงแทงแสงกระบี่จี้สปาย
กระเด็นหายหลายขวดปวดหัวใจ(ใครต่อใคร)..
...ท่านคงไม่เข้าชมรมจิบเหล้าแดง
หรือจะแฝงตัวให้ไว้ปลายสุด
เลียบเลียงเคียงมองไว้ไม่พิรุธ
เดี๋ยวค่อยผุดผาดโผนโจนทะยาน
พี่บี่คงไม่ล่าไล่ให้ใครแตก
ที่มาแลกคารมชมอักษร
อันตัวข้าอยู่กับม้าทิศอุดร
แค่ส่งกลอนตามลมมาชมนาง
ท่าน..ท่าน....งานนี้วางบี่ลงก่อนนะท่าน....ไล่ล่าได้อย่างเดียว...แล้วคอยหลบขวดสปายให้ดีด้วย.......เมากันเยอะเหลือเกิน........ท่าน

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 48 ]

นางครวญนวลครางนางหมอง
นวลน้องควรนางครางหวน
ใครหนอครวญนางคางนวล
ครางครวญนวลข่มนางคาย
นวลครุ่นนางขับคำขาน
ครวญนานครางเนิ่นควรหน่าย
เข็ดขมข่มเข็ญคับคลาย
คลับคล้ายควรใคร่ครวญนาง


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 1 ]

คารวะแม่นางครวญชวนกล่าวขาน
อันสันดานข้าทรชนไม่พ้นเหล้า
จะมีใครบ้างดื่มได้ไม่หวังเมา
จงเล่าขานสืบมาให้ข้าฟัง
.....แค่เพียงจิบ...แค่หนึ่งจอก...ก็เรียกดื่ม
ด้วยหวังลืมคืนวันอันผิดหวัง
เมื่อท่านอยากเมามายข้ารับฟัง
แล้วกลับคำลำพังดื่มแต่ผู้เดียว
.//.......................................//
ท่านหมัดเมาเจ้าสำราญมาขานกล่าว
บอกเรือ่งราวชวนดื่มเหล้าเมาหนักหนา
หวังนางครวญลืมวันผิดหวังฟังวาจา
อยากบอกว่าคืนนั้นนางดื่มเพียงคนเดียว
........ใช่กลับลำลำกลับซะที่ใหน
........ใช่เรียกใครมาดื่มยามใจเปลี่ยว...( นี่ )
........ใช่กวักมือว่าเข้ามาดื่มด้วยเชียว
........ใช่ลดเลี้ยวกลับลำน้ำคำช่างว่าแรง
แค่ระบายคลายเศร้าในคืนนั้น
แค่แบ่งปันอารมณืนี้มีทุกแห่ง
แค่จิบสปายร่ายกวีมีจำแลง
แค่แอบแฝงเป็นนางครวญ...ชวนใครกัน..นั้นไม่เคย...เลยนะคะ
...แล้วกลับลำตรงใหน ถามจริง..ค่ะ..
...ด้วยคาระวะ..อ่ะคะ
...


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 3 ]

ขอบคุณ.ท่านนายจู้จี้ค่ะ
ที่เข้ามาแก้ไขให้
บอกตรงๆว่า..คุ้นกับคำว่าดวงมาลย์..เหลือเกิน
ส่วนคำว่า...ดวงมาน..ไม่คุ้นเลย
แสดงว่าข้าน้อยคงใช้ผิดมาตลอด
ขอบคุณนะคะที่ช่วยชี้แนะ
มอบดอกไม้แทนคำขอบคุณ อ่ะคะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 7 ]

คารวะแม่นาง...สตรีแม้ร่างเปราะบาง..แต่ใจนั้นเข้มแข็งเกินแรงชาย..
แม้ท่านไม่ต้องการให้ใครสงสาร..และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร...แม้ท่านจะยืนได้ด้วยตัวท่านเอง..แต่หากให้คนอื่นยื่นมือช่วยดึงท่านบ้างในเวลาท่านกำลังจะลุกขึ้น..ท่านอาจจะลุกขึ้นยืนได้เร็วขึ้น..
..แม้เวลาที่ท่านกำลังจะล้มลง..หากมีหนึ่งช่วยประครองท่านไว้..ท่านก็อาจจะไม่ต้องล้ม..
..แม้จิตเข้มแข็งเพียงใดหากมีมิตรไว้ได้ช่วยเหลือกันบ้างมิดีกว่าอยู่คนเดียวดอกหรือ...
........//.............//.......
ชอบใจในถ้อยคำนี้เสียยิ่งนัก
โดนใจนางครวญแม่เนื้อแก้ว
เข้าใจคนจนลึกซึ้งพึงส่อแวว
นางไม่แคล้วต้องกล่าวคำขอบคุณ
.....ถูกของท่าน...ไม่ต้องการใครสงสาร
.....ใช่ของท่าน...ไม่ต้องการใครเกื้อหนุน
.....ถูกของท่าน...หยัดยืนเดี่ยวไม่เกี่ยวใครการุณ
.....อยากบอกท่าน...แม่เนื้ออุ่นกลัวใครซ้ำย้ำแผลใจ
เข้ามาช่วยระหว่างลูกกระนั้นหรือ
มายื่นมือให้ลุกเร็วพลันนั้นใช่ใหม
ลุกช้าช้าเพียงลำพังจะเป็นไร
หวังทำไมใครใหนเล่ามอบใจจริง
......แม้ยามล้มช่วยประคองนั้นใช่ใหม
......ช่วยไม่ให้นางล้มลงบนทุกสิ่ง
......กลัวช่วยแล้วนางมอบใจไปปล่อยทิ้ง
......กลัวจริงๆการแสแสร้งแกล้งประคอง
มีมิตรไว้ว่าดีนั้นจริงอยู่
ใจอยากรู้ใครเล่าใจไม่ปันสอง
ใจดวงนี้ไม่อยากเป็นตัวสำรอง
ใจปัดป้องปองเพียงเพื่อนนั้นเพียงพอ
...คาระวะท่านซาบู
...ด้วยนับถือ นับถือ..อ่ะค่ะ




โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 26 ]

ท่านกาแคว....
เพียงอ่านเฉยๆ หรือคะ
งั้นนางครวญคงต้อง
เพียงคาระวะ ท่านเช่นกันค่ะ..
เพราะไร้ซึ่งคำอะบาย..อ่ะคะ


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 29 ]

ท่านกระบี่ไล่ล่ากล่าวเกินไปใช่ใหมนั้น
บู๊ลิ้มพลันตื่นไหวตัวเกี่ยวตรงใหน
นางครวญแค่หญิงหนึ่งบ่นบ้าระบายไป
นางครวญใช่ให้ร่วมดื่มซะเมือ่ไร.(.เล่าคะ )
....ใครมากมายเข้ามาแล้ว ต่างแจวกลับ
....ใครมาแล้วอาจแจวลับรับไม่ใหว
....ใครหลายไม่ชอบหญิงที่เมามาย
....ใครรับได้จิบสปายมาร่ายกลอน
แค่นางครวญก้อพอแล้วพ่อแก้วเอ๋ย
แค่นายครวญที่ท่านเอ่ยมาสลอน
แค่ขนเหล้าหอบสปายฝากบังอร
แค่คำวอนพอเถิดเหล้า...เลิกคร่ำครวญ...ดีป่ะคะ
..ด้วยคาระวะ..ท่านกระบี่ไล่ล่า..อ่ะค่ะ


โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 40 ]

ท่านห่านหิมาลัยอยู่ไกลสุด
ม้าไปหยุดทิศอุดรย้อนคำกล่าว
ส่งกลอนมาฝากให้ใจนางพราว
แล้วใยเฝ้าหลบสปายขวดนี้กัน
....หรือคิดว่านางร้ายเที่ยวขว้างขวด
....ถึงใจปวดจิบเพียงนิดผ่อนคลายนั่น
....อาจมีบ้างใครกวนใจร้ายเหมือนกัน
....ไม่ถึงขั้นต้องเขวี้ยงขวดนะท่านนา...จริงๆนะคะ...
อาจแค่เพียงบอกลาอย่ามาไกล้
อาจแค่เพียงขอลาไกลนะท่านหนา
อาจแค่เพียงล่องหนไปไกลตา
อาจแค่เพียงไม่พบหน้ากันต่อไป...แค่นี้เองอ่ะ
....คาระวะท่านอีกที
....มีดอกไม้มอบให้ด้วยอ่ะค่ะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 51 ]

ภาพที่วาดปาดสีละเลงมั่น
เติมอารมณ์ให้พู่กันสะบัดไหว
ภาพสำเร็จสร้างสวยรวยจิตใจ
ใส่กรอบไว้ให้ชมคมวิจารณ์
มุมที่จ้องมองที่ภาพดารดื่น
ภาพวานซืนวาดไว้ให้รักษา
ถนอมมิตรแต้มจิตชิดมิตรา
ภาพทิวาราตรีมองผ่องหัวใจ
สลักกลอนไว้บนแผ่นน้ำแข็ง......เดี๋ยวแดดแรงคงละลายลับดับหายไป

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 1 ]

นางครวญนวลครางนางหมอง
นวลน้องควรนางครางหวน
ใครหนอครวญนางคางนวล
ครางครวญนวลข่มนางคาย
นวลครุ่นนางขับคำขาน
ครวญนานครางเนิ่นควรหน่าย
เข็ดขมข่มเข็ญคับคลาย
คลับคล้ายควรใคร่ครวญนาง
.........................................**...................
นางครวญนวลครางห่างหาย
นางนวลครวญคร่ำนวลขื่นขม
นางครวญคลายจิตคิดโศกตรม
นางนวลข่มใคร่ครวญเศร้าควรจรไกล
นวลนางน้องน้อยนิดนางครวญ
นวลนางครวญเนื้อนิ่มอิ่มใจใส
นวลเนื้ออุ่นกรุ่นเนื้อนวลชวนหวั่นใจ
นวลเนื้อในแอบแนบนวลป่วนเนื้อนาง
..วางดอกไม้..แล้ว
..คาระวะ ท่านผู้เฒ่าโล้ว.
..ก่อนมอบให้อ่ะค่ะ
รู้สึกสนุกที่ได้หัดต่อกลอนเล่นคำค่ะ..
ผิดพลาดโปรดชี้แนะ..




โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 7 ]

...อยากร่ำสุราเมามายให้หายบ้า
แกล้มน้ำตาไหลหยดรดสองแก้ม
แสงจันทร์ฉายใจกลับคล้ายดั่งคืนแรม
แสงวับแวมในห้องใจไกล้มืดมน
ตรงนี้ที่ท่านนั้นบ่นเพ้อ
หรือละเมอออกมาน่าสงสัย
ข้าน้อยคงหวังดีมากเกินไป
จะรินให้ก็คงไม่ได้ความ
ท่านหมัดเมาหรือว่าท่านเมาหมัด
เมาสะบัดเมาเหล้าป่ามาให้เห็น
ดื่มทำไมดื่มมากมายไม่จำเป็น
แม่เนื้อเย็นแค่อยากจิบ....เพียงลำพัง
แม่เนื้อเย็นอยากดื่มเพียงลำพัง
จะพลาดพลั้งสิ่งใดมาข้าไม่สน
หรือเมามาแล้วพูดจาให้วกวน
ข้าก็คนความรู้น้อยค่อยทราบความ
...ท่านหมัดเมาเจ้าสำราญมาขานกล่าว
บอกเรือ่งราวชวนดื่มเหล้าเมาหนักหนา
หวังนางครวญลืมวันผิดหวังฟังวาจา
อยากบอกว่าคืนนั้นนางดื่มเพียงคนเดียว
อยากจะดื่มคนเดียวเรื่องของท่าน
ข้าแค่ผ่านแวะมาตามประสา
หวังแค่เพียงรับใช้รินสุรา
แล้วบอกว่าดื่มทำไมไม่จำเป็น
........ใช่กลับลำลำกลับซะที่ใหน
........ใช่เรียกใครมาดื่มยามใจเปลี่ยว...( นี่ )
........ใช่กวักมือว่าเข้ามาดื่มด้วยเชียว
........ใช่ลดเลี้ยวกลับลำน้ำคำช่างว่าแรง
ท่านไม่ได้เรียกใครนั้นใช่
ข้าผิดไปที่เดินไม่ดูม้า
แต่ใครกันที่สับสนคำพูดจา
คนทั่วหล้าสัญจรมาก็มากมาย
...อันทุรชนเฉกเช่นข้า
อย่าถือสาทำให้ท่านเสียหาย
เมื่อนางหนึ่งผิดหวังให้บ้าตาย
ก็มุ่งหมายปลอบใจคลายกังวล
ข้าเมาหรือ ท่านสับสน

โดย : หมัดเมาเจ้าสำราญ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 21 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 22 ]


แม่นางครวญช่างแสนซื่อตื้อเหตุผล
มีผู้คนผ่านเข้ามามากหนักเหลือ
ครวญค่อยค่อยแต่ลึกล้นโดนเหลือเฝือ
หนักยิ่งเหลือเพียงนางครวญยวนยั่วใจ
อันชาตรีมีที่ไหนใครไม่หัน
มาพบพลันนางสตรีมีโศกเหลือ
ไม่ยั้งหยุดพิศนิดหนึ่งใจยาเบื่อ
น่าเกลียดเหลือขาดน้ำใจให้นางครวญ
อันบู้ลิ้มดูแข็งแกร่งแต่เปลือกนอก
ปอกเปลือกออกดังอิเหนาขุนเขาหนา
แรงโลกสั่นแยกลดแตกดั่งอุรา
ศรีลังกาอยู่แสนไกลคลื่นโถมพัง...
...นางครวญ...เสียงแม้ค่อย...แต่พลังทำลายจิตใจบุรุษสูงยิ่ง
..มิเชื่อหรือนางทำให้บู้ลิ้มสั่นไหวจริงๆ
..นางครวญ..ครวญดุจสึนามิ..มิปาน
...แต่ข้าก็ชอบฟังท่านนางครวญต่อไป...
.. ..ระวังก็แต่คนเมาก็แล้วกัน...
...คนเมามักไม่ชอบคนเมา...เพราะกลัวถูฏแย่งเหล้ากิน...ฮ่าๆๆๆ..
..ตัวใครตัวมันละครับ....


โดย : กระบี่ไล่ล่า++++
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 22 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 47 ]

....ข้าขอครวญสักนิดบอกมิตรสหาย
เป็นความหมายแบบว่าซื่ออย่าถือสา
นางอยากหลบมิอยากพบเอ่ยวาจา
เป็นเพราะบทกลอนมาพานางไป
....ถ้าจะโกรธก้อให้โทษฤทธิ์สปาย
ที่นางหมายเพียงแค่จิบแค่ลิ้มหา
เป็นเพราะคนคตลืมคำคร่ำครวญมา
บอกสัญญาแล้วมาลาไปจากใจ.............ว.2 ถึงท่าน...ศรัธา

โดย : กายใจสุญญตา
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 19 ]

ภาพที่วาดปาดสีละเลงมั่น
เติมอารมณ์ให้พู่กันสะบัดไหว
ภาพสำเร็จสร้างสวยรวยจิตใจ
ใส่กรอบไว้ให้ชมคมวิจารณ์
มุมที่จ้องมองที่ภาพดารดื่น
ภาพวานซืนวาดไว้ให้รักษา
ถนอมมิตรแต้มจิตชิดมิตรา
ภาพทิวาราตรีมองผ่องหัวใจ
สลักกลอนไว้บนแผ่นน้ำแข็ง......เดี๋ยวแดดแรงคงละลายลับดับหายไป


********************************
ภาพที่วาดปาดสีมีความหมาย
วาดลวดลายแสนวิจิตรพิศจนหลง
ภาพวาดนี้วาดสิ่งใดให้งวยงง
วาดภาพส่งอารมณ์เสริมเพิ่มลีลา
มุมที่มองภาพที่จ้องสองฝากฝั่ง
ภาพนี้ยังมาวาดให้ไว้รักษา
อยากรู้ว่าวาดสิ่งใดให้เจรจา
ภาพทิวาราตรีนี้มีใครเอย
แล้วสลักปักกลอนลงตรงน้ำแข็ง
ภาพและกลอนแฝงสิ่งใดให้เฉลย
กลัวแดดแรงละลายน้ำไปดั่งเคย
ภาพเจ้าเอ๋ยเผยความนัยไว้ที่กลอน
อยากรู้จริงอยากรู้ยิ่งอยากรู้นัก
อยากรู้จักภาพที่วาดใจทอดถอน
อยากรู้นัยความหมายร่ายคำวอน
อยากรู้กลอนที่สลักปักความนัย
คาระวะ..ท่านห่านหิมาลัย..อ่ะค่ะ
เฉลยนิด นิดได้ใหมคะ
ว่าวาดภาพสิ่งใด



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 32 ]

ท่านหมัดเมาเจ้าสำราญ
น้อมอภัย...ค่ะ
อาจตัดพ้อแรงไปนิด
อาจเป็นเพราะเผลอจิบสปายจนเมาอย่างท่านว่า
เอาเป็นว่า...นางครวญ..สับสน..วกวน เอง
พอใจใหมคะ
ขอบคุณในน้ำใจ
ที่มุ่งหมายปลอบใจนวล
ส่วนนี้ขอน้อมรับไว้..อ่ะค่ะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 37 ]

วันนี้ออนได้ไหมค่ะ
ไม่ได้ไม่เป็นไรเจ้าค่า


โดย : คานทอง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 52 ]

ฟังน้ำคำกระบี่ไล่ล่ามาขับขาน
ฟังแล้วพาลป่วนป่วนกวนใจหนา
ฟังแล้วอึ้งทึ่งความคิดที่ร่ายมา
ฟังคำกล้าเปรียบนางครวญเช่น..สึนามิ..ก้อมิปาน
อยากจะเชื่อแต่กลัวจริงยิ่งหวั่นใหว
อยากจะให้บู๊ลิ้มนี้มีสมัครสมาน
อยากจะให้เสียงนางครวญเพียงลมผ่าน
อยากจะมอบคำหวานบ้างผ่านสายลม
นางครวญครวญเพียงค่อยน้อยหรือนั่น
นางรำพันพร่ำพิลาปยามขื่นขม
นางมิได้เป็นวันนี้ที่ตรอมตรม
นางมิสมค่าพลังร้ายทำลายใคร
ใจบุรุษควรกล้าแกร่งดั่งหินผา
น้อยหรือมาสะท้านเทือนเหมือนหวั่นใหว
ใจบุรษผู้แกร่งกล้าอาชาไนย
ใยโยกใหวเพียงหญิงหนึ่งซึ่ง..นั่งครวญ
คาระวะท่านด้วย...
ดอกไม้งาม..อ่ะคะ



โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 55 ]

ง่า...น้องสาว..มาได้ไงอ่ะ
ออนไม่ได้ค่ะ..กำลังพยายามอยู่
เจอไวรัสเข้าตัวนึง..ไม่รู้วิธีจัดการอ่ะคะ
แต่ขึ้นโชว์ตลอด
ต้องคอยลบ คอยลบ อยู่เรือ่ยๆ
แล้วก้อทำให้เครื่องช้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆเลย
กำลังมึน มึน นะคะ
สงสัยต้องหาผู้ช่วย ด้วยการ พาคอมไปหาหมอแล้วมังคะ
คิดถึงจ๊ะ

โดย : นางครวญ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 59 ]

งั้นคนไกลตาใจใกล้คงจะไปหาวันเสาร์
ก็ให้จัดการก็แล้วกัน
บายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คิดถึงนะเจ้าค่ะ

โดย : คานทอง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 8 ]

อ่ะนะ
วันเสาร์นี้คงไม่มีใครมาหาหรอกค่า
เพราะว่าต้องไปอบรม..เสาร์อาทิตย์..น่ะนะ
วันนั้นก้อบอกไปแล้วนี่นา
หรือจำไม่ได้อ่ะคะ
คงต้องพาไปร้านคอมอ่ะค่ะ
บายๆๆๆ รักษาสุขภาพนะ คนดี


โดย : จันทรา
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 20 ]


อือ......แล้วนางครวญตัวจริงนั้น
งามเท่าๆกับคลีโอพัตราหรือเปล่า
น่าจะงามน๊ะ....เสียงครวญ...สะท้านยิ่ง


โดย : กระบี่ไล่ล่า////
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 8 ]

ท่านคงเคยเมียงมองของที่ชอบ
กวาดตารอบขอบขั้นกั้นพลันค้นหา
พิศจนทั่วดูซะรอบตอบนานา
น่าค้นหาน่ามามองหรือแปลกดี
เหมือนเช่นภาพที่ท่านวาดสาดสีนั่น
ผู้คนพลันชมมองต้องจริต
บางผู้ชมบางนางตรองบางคนคิด
แล้วจริตแต่ละคนก็พ่นลม
ภาพที่เห็นใครมองจ้องตรงไหน
ตอบไม่ได้มองไม่เหมือนกันสักที่
บ้างดูแสงแฝงดูเงาฝีแปรงดี
หรือมองปรี่สีคมสวยด้วยอารมณ์
ภาพเดียวกันหันมาตอบเหตุละอย่าง
ผลเป็นกลางไม่ด่างพร้อยด้อยคุณค่า
ภาพที่งามเผยให้ชมนมนานมา
เหมือนโมนาลิซาที่ยิ้มขมหรือตรมใจ
**ครานี้...ใช้กิ่งไผ่เขียนกลอนบนแผ่นน้ำ
...............เขียนซ้ำๆบนแผ่นเดียวที่ซ้อนไว้
...............ลมนิ่งๆพอเขียนได้ไม่เป็นไร
...............อาจต้องย้ายที่เขียนถ้าลมโชย

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 33 ]

"แม่นางครวญช่างแสนซื่อตื้อเหตุผล"
ดังคำกล่าวที่ว่าไว้ท่านกระบี่ฯ..
ข้าได้มีความเห็นพ้องตามความนั้น
เหตุแม่นางทั้งยืนยันและนอนยัน
ว่าเสียงดัง.."ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว"....
มีน้ำใจให้เท่าไหร่คงต้องเหี่ยว
ประเดี๋ยวเดียวได้ย้อนกลับทับเหตุผล
รูปก็งามนามก็เพราะช่างน่ายล
เล่นทำจนข้าอ่อนใจในนางครวญ....
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเป็นดี
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมีมิตรมากคนก็ยิ่งดี
วันใดเจ้าเปลี่ยนใจ..อยากให้ข้าช่วยอะไรเจ้าบ้าง..ข้าก็ยินดี
ตัวข้านี้ยังยืนเฝ้ารอคำท่านที่เดิมเสมอ...

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 29 ]


ก่อนจะเขียนเรียนกลอนหนึ่งกลอนหน่อย
แล้วค่อยค่อยล่าตามความงามฝัน
อ่านบันทึกท่านห่านอัดชีวัน
กิ่งไผ่นั้นแกว่งโดนใจในน้ำคำ...
(ยกของท่านห่านมาทั้งยวง...เข้าท่ามาก)
ใช้กิ่งไผ่เขียนกลอนบนแผ่นน้ำ
...............เขียนซ้ำๆบนแผ่นเดียวที่ซ้อนไว้
...............ลมนิ่งๆพอเขียนได้ไม่เป็นไร
...............อาจต้องย้ายที่เขียนถ้าลมโชย
*************************************************
วอนซาบูอย่าน้อยถอยดวงจิต
อันความคิดดีงามน่าสรรเสริญ
ยกฝากใจนางครวญสมควรเลย
นางนิ่งเฉยสมสิทธิ์...ลิขิตนาง
อันนารีมีค่าทุกถ่วนทั่ว
บ้างถือตัวบ้างกลัวยอมนิ่งเฉย
มีเผ็ดร้อนใสเย็นเกินล้านเลย
บางที่เฉยนางก็พายิ้มมาจัง...
นางครวญอย่างไรก็เป็นเพื่อนใจในบ้านยุทธ
ไม่ต้องกลัวอย่างไรยามใจเราอ้างว้าง
(แม้ใจนางจะเข้มแข็งไม่อ้างว้าง)
เราก็ติตามหานางฝ่ายเดียวก็ได้...ไม่เหนื่อยหรอก
บางที่กาลเวลา...อาจทำให้นางรู้ว่ามีเพื่อนเกิดใหม่ได้ทุกวัน
ทุกวันในบ้านหลังนี้...ที่ชื่อว่า..บ้านจอมยุทธ.
.. .....
....ว่าแล้วท่านห่านหิมาลัย+ท่านซาบู..เรามานั่งรอ
....ดื่มกินกันให้ชุ่มชื่นหัวใจดีกว่า.....นี้น้ำบ่อ..บ้านของข้าเอง...


โดย : กระบี่ไล่ล่า++++
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 16 ]

อืม...เชื่อใจ...

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 35 ]

ใจดีใจง่ายใจร้ายแอบแฝง
ถอดร่างจำแลงแฝงลงบ่อพลัน
มันฝันลงบ่อแล้วรอเรียกพี่ (ไล่ล่า..จ๋า)
ได้ยินไหมพี่*มันเรียกแล้วไง
พี่ท่านบี่..ไล่ล่า* ถ้าท่านไม่อยากตราตรึงติดกระทู้ให้เสียวหัวใจโปรดอย่าได้เรียก..ซาบู ไปชมบ่อของท่านอีกนะท่าน ข้านะหวั่นใจพิกล บรื๋อ...!!
ไม่ว่ากันนะเพื่อน ซา......บู

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 24 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 28 ]


จริงง๊ะ....บรื๋อ...!!


โดย : กระบี่ไล่ล่า++++
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 3 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook