บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : " รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้"

ส่วนหนึ่งจาก หนังสือ จ่าง แซ่ตั้ง : อภิปรัชญาศิลปของท่านเต้าฉี่
เป็นหนังสือเก่า พิมพ์ที่ บ.ส.พยุงพงศ์จำกัด ปี พ.ศ. 2512
หนังสือแปล และ ข้อเขียน ของ จ่าง แซ่ตั้ง
...เจ่อ คือผู้หรือนั้น ปู้คือไม่ เอี๋ยน คือพูด รวมประโยค" รู้นั้นไม่พูด" เอี๋ยนเจ่อปู้จวือ เอี๋ยน คือพูด เจ่อ คือผู้หรือนั้น ปู้คือไม่ จวือ คือรู้
รวม ประโยคว่า "พูดนั้นไม่รู้" รวมทั้งสองประโยคคือ " รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้"
....ในคัมภีร์จริยธรรม "เต้าเต้อจิง" ของท่านเหล่าจวือ นั้นพูดถึง"เต้า" คือ "ธรรม" ชี้หมายถึง การดำเนินของสภาวะธรรม ฉะนั้นผู้รู้แจ้งถึงสภาวะการดำเนินของธรรมนั้น ผู้รู้นั้นจึงไม่พูด

....เนื่องด้วยสภาวะการดำเนินของธรรมนั้น ดำเนินก้าวหน้าไม่ได้ด้วยคำพูด

...เก็บตกมาฝาก ยามดึกดื่นค่ำคืน....

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 55 ]

รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้
รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้
รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้
ขอบคุณ....
ขอบคุณ..

โดย : ไฟใต้ฟ้า
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 27 ]

แวะมาอ่าน..ข้อคิดดีดี..ค่ะ
ท่านเพื่อนอาเม่ย
........
รู้นั้นพูด...........สิ่งควรพูด
รู้นั้นไม่พูด.......สิ่งไม่ควรพูด
..
พูดนั้นรู้............ว่าควรพูด
พูดนั้นไม่รู้........ว่าควรไม่พูด
ด้วยคิดถึงยิ่งค่ะ


โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 57 ]


บางทีพูด...เหมือนไม่ได้พูด
บางสิ่งไม่ได้พูด...กลับคล้ายพูดออกไป
บางคราไม่รู้...อาจคิดว่ารู้
บางครารู้.....กลับไม่สามารถพูดออกไป...
บางครั้งทอแสงนวล...บางคราครวญ...บางคราก็อิ่มอุ่นใจ



โดย : ไฟใต้ฟ้า
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 25 ]

บางครา...ก้อ...บางอารมณ์
บางหน....ก้อ...บางจิตใจ
บางครา...ก้อ...แปลงกายาไป
บางครั้ง...ก้อ...คืนสู่ร่างเดิม
คนเดิม....ก้อ...หัวใจดวงเดิม
นามใหน..ก้อ...หัวใจดวงเก่า
คนใหน....ก้อ...หัวใจยามเหงา
นามเดิม...ก้อ...หัวใจดวงนี้
สิ่งที่มี...คือจิตวิญญาณ...เดียว...
เหลียวมอง...พร้อมส่งยิ้ม
พร้อมเอ่ยคาระวะ..ค่ะ..


โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 46 ]

คาระวะท่านเพื่อนอิ่มอุ่น.... หวังว่าท่านคงสบายดี
ถนอมสุขภาพด้วย

คารวะ ท่านไฟใต้ฟ้า ด้วยคะ
..........การเขียนกระทู้นี้....ได้แรงบันดาลใจจาก ความเคารพและนับถือเป็นส่วนตัว ...ของอาเม่ย
......ที่มีต่อท่านอรหันต์ ....จี้กง....ที่เคารพอย่างสูง.....
....ท่านเป็นอรหันต์ที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา แต่งตัวปอนปอน กินเหล้า คนทั่วไปมองท่านว่าสติไม่ดีด้วยซ้ำ...... ไม่มีใครมองท่านออกว่าท่านรู้ธรรมลึกซึ้งเพียงใด....
.....ถ้าใครมีความรู้เกี่ยวกับอรหันต์ท่านนี้เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ
จะเป็นพระคุณยิ่ง

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 57 ]

เอามาฝากบางส่วนคะ
...วัตรปฏิบัติของท่านจี้กง
ก็อย่างที่ทราบ เล่าลือกันมาว่าท่านทานเนื้อสัตว์ และดื่มสุรา แต่ก็เป็นพระที่มีเมตตามาก ไม่ค่อยยึดถือระเบียบแบบแผนใดๆ
และขี้เล่นมาก

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 18 ]

ทำผิด ก็ทำแก้ ให้ถูกต้อง
พูดผิด ก็พูดแก้ ให้ถูกต้อง
คิดผิด ก็คิดแก้ ให้ถูกต้อง
(คำสอน หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล)

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 20 ]

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
http://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=อรหันต์&detail=on
อรหํ เป็นพระอรหันต์
คือ เป็นผู้ไกลจากกิเลสและบาปธรรม ทรงความบริสุทธิ์,
หรือเป็นผู้กำจัดข้าศึก คือกิเลสสิ้นแล้ว,
หรือเป็นผู้หักกรรมแห่งสังสารจักร อันได้แก่ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม,
หรือเป็นผู้ควรแนะนำสั่งสอน เป็นผู้ควรรับความเคารพ ควรแก่ทักษิณา และการบูชาพิเศษ,
หรือเป็นผู้ไม่มีข้อลับ คือไม่มีข้อเสียหายอันควรปกปิด
(พอดีอาเม่ย อยากรู้จักคำว่าอรหันต์ เลยนำมาฝากทุกคนคะ)

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 21 ]

พระอรรถกถาจารย์แสดงความหมายของ อรหันต์ ไว้ ๕ นัย คือ
๑. เป็นผู้ไกล (อารกะ) จากกิเลส
(คือห่างไกลไม่อยู่ในกระแสกิเลสที่จะทำให้มัวหมองได้เลย)
๒. กำจัดข้าศึก (อริ+หต) คือกิเลสหมดสิ้นแล้ว
๓. เป็นผู้หักคือรื้อทำลายกำ (อร+หต) แห่งสังสารจักรเสร็จแล้ว
๔. เป็นผู้ควร (อรห) แก่การบูชาพิเศษของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย
๕. ไม่มีที่ลับ (น+รห) ในการทำบาป คือไม่มีความชั่วความเสียหายที่จะต้องปิดบัง;

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 23 ]

สังโยชน์ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ มี ๑๐ อย่าง คือ
ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ได้แก่
๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าเป็นตัวของตน
๒. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย
๓. สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลพรต
๔. กามราคะ ความติดใจในกามคุณ
๕. ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งในใจ
ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง ๕ ได้แก่
๖. รูปราคะ ความติดใจในรูปธรรมอันประณีต
๗. อรูปราคะ ความติดใจในอรูปธรรม
๘. มานะ ความถือว่าตนเป็นนั่นเป็นนี่
๙. อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน
๑๐. อวิชชา ความไม่รู้จริง;
พระโสดาบัน ละสังโยชน์ ๓ ข้อต้นได้,
พระสกิทาคามี ทำสังโยชน์ข้อ ๔ และ ๕ ให้เบาบางลงด้วย,
พระอนาคามี ละสังโยชน์ ๕ ข้อต้นได้หมด,
พระอรหันต์ ละสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ข้อ;

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 24 ]

..อาเม่ยพบกับ คนเศร้าโศก เสียใจ ความเครียด ความกลัว
สรุป ว่าอยู่กับคนที่มีความทุกข์เยอะมาก...
...อาเม่ยค้นพบกับตัวเองว่า.
...นักทฤษฎีท่านไหนๆ ก็สู้..พุทธปรัชญา
ของพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้เลย
....วิธีปลอบหรือพูดคุยกับผู้คน..อาจารย์ของอาเม่ยใช้หลักแนวพุทธทั้งนั้นเลยคะ อาเม่ยไม่เคยรู้มาก่อนเลย ...ตอนนี้ต้องมานั่งไล่อ่านทำความเข้าใจไม่ว่ากันนะคะ
(เข้าเวป...ลานธรรมอยู่ ถ้ามีประเด็นน่าสนใจจะเอามาลงในนี้คะ)

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 31 ]

ขอย้อนกลับมาที่ท่านจี้กงต่อนะคะ
หลิงอิ่ง เขาเฟยไหล ในเมืองหังโจว เป็นวัดที่ท่านจี้กงจำพรรษาอยู่นั้น ท่านมีแท่นนอนเป็นหิน อยู่ในถ้ำ ในภูเขา มีความเป็นอยู่ที่ดูน่าจะเรียบง่ายมากๆเลยค่ะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 37 ]

เหล่าจวือ นั้นพูดถึง"เต้า" คือ "ธรรม"
ชี้หมายถึง การดำเนินของสภาวะธรรม
ฉะนั้นผู้รู้แจ้งถึงสภาวะการดำเนินของธรรมนั้น
ผู้รู้นั้นจึงไม่พูด
....เนื่องด้วยสภาวะการดำเนินของธรรมนั้น
ดำเนินก้าวหน้าไม่ได้ด้วยคำพูด
ท่านอาเม่ย
นี่คือข้อความเบื้องต้นของท่าน
การสำเร็จอรหันต์ก็ดี
การลุโสดาบันก็ดี
ล้วนเป็นสภาวะของการดำเนินของธรรม
ท่านเชื่อเหลาจื่อหรือไม่
" รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้"
เหลาจื่อพูดมาแล้ว
ข้าก็พูดมาแล้ว
ท่านปยุต ปยุตโตก็พูดมาแล้ว
ถ้าไปถามจี้กง ท่านคงตอบว่า
55555555555555555555555
ผู้เมานั้นไม่ดื่ม ผู้ดื่มนั้นไม่เมา
55555555555555555555555
เมาในอัตตา
ดื่มด่ำในรสพระธรรม
55555555555555555555555

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 31 ]

ขออภัยที่ไปโดยไม่ทันชวนท่านดื่ม
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
เอ้า ยกจอก
เอ้า คว่ำจอก
ระวังสำลักเน่อ ผู้เฒ่าไปแล้ว ค่อยแวะมาใหม่


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 35 ]

รู้แล้วจะพูดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่รู้ก็จะพูดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เกิดมาเพื่อพูดๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 58 ]

สวัสดีค่ะท่านพี่อาเม่ย ท่านพี่อาอี้ ท่านพี่อิ่มอุ่นท่านพี่ผู้เฒ่าโล้ว
นู๋ถ้ารู้ไม่พูดมีหวังถูกส่งกลับแน่ ๆเลย
ปายละเจ้าค่ะ


โดย : คานทอง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 25 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 21 ]


ค.....................คิด
ข.....................เขียน
พ....................พูดพรอด
ร.....................รู้รอด
ต.....................ตลอด
ย.....................ยอดผล
พ.....................พุทธ
ธ......................ธรรม
น.....................นำคน
ต......................ตัวตน
ช......................ชีวิตติดอัตตา


โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 26 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 6 : 53 ]

ดร. เอกวิทย์ ณ ถลาง :
" สิ่งที่ไม่รู้มันมาก ก็ทำให้ตัวตนเล็กลงๆ ว่าที่เราไม่รู้มันมหาศาลเหลือเกิน
ทำให้ตัวเองไม่สำคัญเท่าไหร่ เป็นผงธุลีเล็กๆในจักรวาล
ตรงนี้เองทำให้มีเมตตาจิตขึ้น เตือนสติให้ดีกว่าเดิม ”
อาจจะพูดหรือไม่พูดก็ได้ แต่สิ่งสำคัญ..เน้น..สติ..ค่ะ

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 26 มิ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 28 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook