บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : เรื่องที่รอบทสรุป


friend

“คบกันมาตั้งนาน กลับไม่รู้เลยว่าความในใจเปลี่ยนไปขนาดนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเรา เหมือนกับจะเปลี่ยนทิศไปจนหมด แล้วหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นฉันก็ไม่อาจรู้ได้ คงต้องปล่อยให้ชะตาเป็นเครื่องตัดสินแล้วล่ะ”
“เลิกคบไปเลยดีมั้ยนะ?” มิลินนั่งคิดไปกินไปไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ภายในร้านกาแฟยามบ่าย ขณะที่เพื่อนสาวที่นัดไว้มาถึง หล่อนก็ยังเหม่อไม่รู้ตัว
“เออ…น่าจะเลิกคบจริงๆน่ะแหละ!”
“ว้าย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตกใจหมดเลย” มิลินโดนจีนตะคอกใส่จึงได้สติ
“เป็นไรของแกวะ…? ใจลอยอยู่ได้ ฉันมาแกยังไม่รู้ตัวเลย” จีนบ่น
“โทษที…มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยน่ะ….” มิลินเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างร้านกาแฟ ถอนใจยาวก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องให้จีนฟัง
“เมื่อวาน…โตนบอกว่ารักฉันล่ะ” มิลินก้มหน้าละห้อย
“เอ๊ะ อ้าว…ทำไมเป็นโตน ไม่ใช่คิมหรอกเหรอ?!” จีนตกใจและงงสุดๆ oนี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมากสำหรับจีน
“ฉันถึงมานั่งกลุ้มใจอยู่นี่ไง สำหรับฉันน่ะ ไม่รู้สิ…โตนเป็นเพื่อนที่ฉันไม่อยากเสียไป…แต่ก็ไม่เคยคิดว่าโตนจะรักฉัน ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะเป็นถึงขนาดนี้…” มิลินกำมือแน่น สำเนียงเหมือนกำลังร้องไห้ จีนเองก็ยังไม่อยากเชื่อหูว่าเรื่องราวจะเป็นถึงขั้นนั้น
“มิลิน…อย่าร้องไห้…ทุกอย่าง มันต้องมีทางแก้สิ!”จีนปลอบ
“แก้ยังไง ตอนนี้คิมคงเกลียดฉันแล้ว...คิมอยู่ด้วยตอนโตนเข้ามาหาฉัน คิมได้ยินเรื่องไร้สาระนั่นทั้งหมด…ทำไมน่ะ ทำไมโตนต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย
แล้วฉันก็โกรธจนทนไม่ไหว….” มิลินหยุดพูด จีนยังตั้งใจฟังด้วยสีหน้าเครียดๆ
“ฉัน….ผลักโตนล้ม…ต่อหน้าคนในร้านอาหาร...แล้วก็วิ่งออกมา จะตามคิมแต่ก็ไม่ทัน….ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ถูก แต่โตนทำแบบนั้นก็ใจร้ายเกินไปเหมือนกัน ทั้งที่เขารู้ดีที่สุดว่าฉันรักคิม…รักคิมมากแค่ไหน…” เกิดความเงียบขึ้นระหว่างการสนทนาของมิลินและจีนอย่างไร้สาเหตุ มิลินเริ่มร้องไห้เบาๆ ขณะที่จีนก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนได้ยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้…
บ้านสีฟ้าของโตนมืดไปถนัดตา แม้ว่าเลยเวลาบ่ายแล้วโตนก็ยังไม่อยากตื่น เขานอนคว่ำหน้าซุกหมอน เหมือนไม่อยากเห็นแสงตะวันหรือแสงใดๆในโลกอีก เพราะโตนได้สูญเสียแสงที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเองไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา….
“เฮ้ยโตน…กู ย่ง เพื่อนมึงนะเว้ย! กูอยู่หน้าบ้าน กรุณามาเปิดประตูก่อนที่กรูจะปีนเข้าไปเอง….เฮ้ย! มิลินมา!” แค่ได้ยินชื่อมิลิน โตนก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงคว้าเสื้อใส่แล้ววิ่งลงจากห้องนอนไปเปิดประตูทันที
“หวัดดีสหาย…” ย่งเดินแหวกผ่านเข้าประตูไปทันที
“มิลินล่ะ อยู่ไหน?” โตนกวาดตาหาไปรอบๆ
“ ฮึฮึ…กูหลอกมึงว่ะ มิลินไม่ได้มาหรอก” ย่งกำลังดื่มน้ำจากขวดอย่างสบายใจก่อนจะถูกกระชากคอเสื้อเหวี่ยงจนตัวลอย
“เฮ้ย!อะไรกันวะ! ปล่อยกู!” ย่งซึ่งตัวเตี้ยขาลอยเหนือพื้นด้วยแรงเหวี่ยง
“ทีหลังมึงอย่าล้อเล่นแบบนี้อีก…”โตนปล่อยย่งหล่นลงมาจนคอเคล็ดแถมสำลักน้ำ ย่งที่ปากไม่ดีและไม่รู้เรื่องรู้ราวได้แต่ด่าสาปแช่งอะไรแปลกๆตามหลังโตนที่ขับรถออกไปด้วยความโมโห
“มิลิน….ขอโทษนะ”โตนบึ่งรถมอเตอร์ไซด์ไปด้วยความเร็ว แต่สมองกลับยังเชื่องช้า เฝ้าแต่คิดเรื่องมิลินกลับไปกลับมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดใจคละเคล้ากันไป

จีนรู้ดีว่ามิลินกำลังไม่สบายใจและเศร้าใจอย่างที่สุด แต่จีนก็จนปัญญาที่จะช่วยได้ จีนไม่เคยมีความรักที่ยุ่งยากแบบนี้ หล่อนได้แต่ปลอบใจและชวนมิลินไปเที่ยวไกลๆเพื่อผ่อนคลายความเศร้าให้กับเพื่อน
“นี่…คิดมากน่า…ไปคราวนี้อาจเจอหนุ่มชาวเล ผิวแทนมาจีบก็ได้นะ”จีนทำยักคิ้วหลิ่วตาชักชวนแต่มิลินก็ยังคิดเรื่องเดิมๆอยู่
“จีนจะแต่งงานอีกสองเดือนแล้วใช่มั้ย” มิลินถาม จีนยิ้มแล้วพยักหน้ารับ
“อาทิตย์นี้ทอมต้องไปประชุมที่ฝรั่งเศส ฉันก็เลยเหงาๆอยากหากิ๊กดู!”จีนตอบอย่างรื่นเริง จากนั้นบทสนทนาก็เข้าสู่เรื่องการแต่งงานของจีนไป


ตลอดบ่ายจนค่ำ โตนตามหามิลินไปทั่วแต่ก็ไม่พบ และยิ่งทำให้เขากระวนกระวายมากกว่าเก่า มิลินอาจกำลังหนีไปให้ไกลจากเพื่อนงี่เง่าอย่างเขาก็เป็นได้
“ไง!เสือ ไม่เห็นหน้านานเลยนะ” เจ้าของร้านเหล้าที่โตนมาจอดพักทักทายอย่างเป็นกันเอง
“เฮียปื๋อ ผมมีเรื่องกลุ้มๆขอน้ำดับทุกข์แก้วสิครับ…” เฮียปื๋อเกาหน้าผากแล้วรินเหล้ามาแก้วเล็กๆก่อนลุกมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับโตนเพื่อซักถามเรื่องราว
“อั๊วนึกว่าลื้อแต่งงานมีเมียไปแล้วซะอีก ไม่เห็นหน้าเกือบปี…ลื้อมาแบบนี้อย่าบอกว่าอกหักมานะเฮ้ย!” โตนไม่ได้ตอบอะไร ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่
“เฮ้ยๆเบาๆไอเสือ…เดี๋ยวเมาตาย”
“ตายก็ดีนะเฮีย ผมมันเลว เลวชิบเลย น่าจะตายโหงซะตั้งนานแล้ว”โตนดวดเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว ส่วนเฮียปื๋อก็แน่ใจว่าโตนอกหักมาแน่นอนไม่พลาด
“เออเว้ย! พระเอก แม่งหล่อซะเปล่า ผู้หญิงมันมีเป็นมด…”เฮียปื๋อชี้ไปรอบๆบาร์ ที่มีสาวๆเต้นอยู่เต็มไปหมด หลายคนส่งสายตาเป็นสะพานมาให้โตนแต่โตนไม่สนใจ
“ผมรักจริงนะเฮีย มันไม่เหมือนกันหรอก ผมลงทุนเป็นเพื่อนมาตั้งนาน
แต่เมื่อคืนเขาจะไปแฟนคนอื่น ให้ผมทำไงได้…โธ่เว้ย”โตนกุมหัวก้มหน้าระบายความในที่อัดอั้นให้เฮียปื๋อฟัง
“ลื้อไปปล้ำเขาเหรอ?” คำถามของเฮียปื๋อทำเอาโตนสำลักเหล้า
“อั้ก..โอ้ย! เฮียเห็นผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ..ฮึ่ม งั้นผมไปก่อน”
“เฮ้ย…เดี๋ยวดิ้! นั่งลงๆ อั้วโทษที…เฮ้ยเด็กๆดูร้านแทนด้วย เฮียจะไปข้างนอกหน่อย…แล้วปิดร้านตามเวลาไม่ต้องรอนะเว้ย!”เฮียปื๋อกอดคอพาโตนออกจากร้านไปหาที่คุยเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับเฮียปื๋อโตนถือเป็นน้องชายที่แกรักมากทีเดียว
“เอาเป็นว่า ลื้อไปรักผู้หญิงแต่เขาเห็นลื้อเป็นเพื่อน แถมเขายังรักคนอื่นอยู่ก่อนหน้าลื้ออีก ใช่อย่างที่อั้วคิดมั้ย” เฮียปื๋อทำนายได้อย่างถูกต้อง โตนเอาแต่เงียบเขาหลับตานิ่งขณะเฮียปื๋อขับรถไปเรื่อยๆ
“ผมขอนอนหน่อยนะเฮีย ไม่ไหว วันนี้ผมเหนื่อยจริงๆ” เฮียปื๋อปล่อยให้โตนพัก อย่างน้อยนี่อาจเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้โตนรู้สึกเข้มแข็งขึ้นบ้าง
บรรยากาศชายทะเล ทำให้สองสาวเพื่อนซี้อย่างมิลินและจีน ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ทั้งว่ายน้ำ อาบแดด เดินเล่นรับลมชายฝั่ง มิลินเองก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาก เพราะความเป็นคนสนุกสนานของจีน ที่จัดโปรแกรมเที่ยวให้ตลอดสองวัน
“อ้า….มันสดชื่นอะไรอย่างงี้”จีนปล่อยอารมณ์เต็มที่ขณะเดินเล่นริมชายหาดในชุดผ้าพริ้วไหว
“ไม่ได้เที่ยวสนุกแบบนี้มานานแล้วเนอะ!”มิลินก็เบิกบานเช่นกัน
“นี่เมื่อคืนเจอหนุ่มหล่อด้วยนะ น่าแอบนอกใจทอมจัง”จีนหัวเราะคิกคัก
“ทำเป็นพูดไป…ทอมไปชอบคนอื่นแล้วใครล่ะจะเศร้า”มิลินแกล้งเย้าเล่นโดยไม่ทันสังเกตว่าจีนยืนนิ่งราวกับถูกสาปเป็นรูปปั้น ดวงตาจับจ้องไปที่หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เคล้าคลอกันอยู่ริมหาด จีนกำหมัดแน่นก่อนจะเปล่งเสียงดังลั่น
“นี่มันอะไรกัน!!!” มิลินไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายไม่ใช่ใครที่ไหน กลายเป็นนายทอม คนรักของจีนที่ควรจะประชุมอยู่ที่ปารีสไม่ใช่ที่แห่งนี้
“สารเลว! ไปให้พ้นนะ!”จีนเดือดดาลแทบคลั่ง
“จีน พอที! ฟังผมหน่อยได้มั้ย!” ทอมพยายามอธิบายแต่จีนทั้งทุบทั้งด่าว่าไม่ยอมฟังใดใดทั้งสิ้น จีนวิ่งหนีไปอย่างเจ็บปวด มิลินรีบวิ่งตามเพื่อน
“จีน มีเหตุผลหน่อยสิ ทอมรักเธอนะ เธอจะยอมเสียทอมไปเหรอ”
“ไอ้สารเลวนั่น มันหลอกฉันลิน มันหลอกฉัน!” จีนกรีดร้อง
“ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมต้องเกิดกับฉันด้วยลิน…”
“จีน…” จีนหมดแรงจะยืนอยู่ได้ หล่อนทรุดลงร้องไห้กับพื้นทราย
มิลินได้แต่กอดปลอบเพื่อนให้คลายเศร้า แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่แหลกเละของจีนกลับคืนสภาพได้เลย โลกสีชมพูของเธอกลับกลายเป็นดำมืดในพริบตา มิลินเองก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมารับรู้เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดกับจีนในครั้งนี้ ซึ่งปัญหาของมิลินกลายเป็นเรื่องที่เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด



โตนเล่าเรื่องราวความรักของเขาที่มีต่อมิลินให้เฮียปื๋อฟัง เขายังคงซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จนเฮียปื๋อต้องหาทางช่วยด้วยความเห็นใจ
“เอาอย่างงี้…ลื้อเอารถอั้วไปเลย ไปตามหามันให้พอใจ ลื้อจะได้ไม่ต้องมานั่งทำหน้าอยากตายอยู่กับอั้ว…เอ้า กุญแจ” เฮียปื๋อยัดกุญแจใส่มือโต
“เฮีย…ผม” โตตอบอึกอักด้วยความเกรงใจ
“เฮย…ลื้อเอาไปเถอะว่ะ ไหนๆลื้อรักแล้ว จะปล่อยเขาไปรึไง!” เฮียปื๋อพูดกระแทกใจโตนเต็มๆ โตนไหว้เฮียปื๋อก่อนคว้ากุญแจรถขับตามหัวใจ
“มิลิน ผมจะหาคุณให้พบ…” หัวใจโตนเริ่มมีพลังขึ้นอีกครั้งแล้ว


จีนและมิลินขับรถกลับกรุงเทพ แต่คนขับคือมิลิน เพราะอารมณ์ของจีน
ตอนนี้ หนักหนาเกินกว่าจะมีสมาธิบังคับรถได้ จีนน้ำตาไหลตลอดเวลาตั้งแต่ขึ้น
รถมา
“จีน…ไม่เป็นไรนะ อย่าร้องไห้สิ” มิลินก็พลอยเสียสมาธิไปด้วย
“ขับไปเถอะ…ฉันไม่เป็นไร” จีนหยิบกระดาษมาซับน้ำตาก่อนฝืนยิ้มพูด
“ดี จะได้เป็นโสด อยู่กับแกไปนานๆไง…”
“บ้าน่า…สวยๆอย่างเราไม่โสดนานหรอก จีน…ลืมไอ้บ้านั่นไปซะเถอะ”
“อืม….ไอ้บ้าทอม ไปลงนรกเลยไป๊!”จีนตะโกนผ่านหน้าต่างรถไปออกไปสุดเสียง
นั่นเป็นสัญญาณว่า จีนได้ตัดสินใจจบความทุกข์เรื่องทอมแล้ว เหมือนที่จีนมักจะทำเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ คือ ตะโกนดังๆแล้วทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนั้น จีนเป็นคนเข้มแข็งจริงๆ
“นี่ ถึงกรุงเทพ ขอไปอยู่บ้านแกสักพักได้มั้ย…”จีนถาม
“ได้สิ สบายอยู่แล้ว อืม แล้วจะกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อนมั้ย”
“ไปสิ…ฉันใส่เสื้อผ้าเชยๆแบบแกไม่ได้หรอก” สองสาวหัวเราะล้อเล่นกันเป็นการใหญ่ จีนที่เป็นคนสนุกสนานและมั่นใจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง มิลินก็ดีใจ

ในที่สุดก็ขับมาถึงกรุงเทพ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตจีนและมิลินในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ทั้งสองเข้าใจกันเป็นอย่างดี มิลินแตะไหล่จีนเป็นความหมายว่าให้เข้มแข็ง และมิลินเองก็จะพยายามเข้มแข็งอย่างจีนให้ได้เช่นกัน
โตนขับรถตามหามิลินไม่พบ จึงตัดสินใจบากหน้าไปถามจากคิมที่คอนโด โดยไม่สนว่าคิมอาจจะทำร้ายเขาแต่อย่างใด
“คิม! รู้มั้ยมิลินหายไปไหน!อยู่กับแกใช่รึปล่าว?” ไม่ทันขาดคำ กำปั้นคิมก็กระแทกเข้าหน้าโตนอย่างแรงจนโตนล้มคว่ำ
“อั้ก..” โตนเลือดกบปาก
“มึงยังเสือกมาทำไมอีก…! อย่านึกว่ากูกลัวมึงไอโตน…ไอ้เลวอย่างมึงไม่ใช่เพื่อนกู! มึงไสหัวไปให้พ้นหน้ากูไป! ไป!” คิมบันดาลโทษะอย่างรุนแรงแต่โตนก็ไม่ตอบโต้ โตนค่อยๆลุกขึ้นจากพื้น แล้วเช็ดเลือดที่ปากออก
“กูขอโทษ กูน่าจะบอกมึงว่ากูรักลินมากแค่ไหน กูปล่อยให้เขาบอกรักมึงไม่ได้จริงๆ…ทั้งที่กูรู้ว่าเขารักมึง ไม่เคยจะรักกูเลยก็ตาม….”
“มึงเลิกพล่ามได้แล้ว! มึงจำไว้ ถ้ากูยังไม่ตาย คนของกูยังไงก็เป็นของกู มึงอย่าหวังว่ามึงจะมาแทรกกลางได้!” คิมกระแทกประตูใส่หน้าโตนเต็มแรง
โตนได้แต่เดินออกจากคอนโดเพื่อออกตามหามิลินต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก เขาก็ไม่สนใจ มิลินเท่านั้นที่สำคัญและต้องกอดไว้ให้จงได้

“ฮัลโหล จีน มิลินอยู่กับเธอรึป่าว?”คิมโทรหาจีนหลังจากโตไปแล้ว
“เออ…แกจะทำไมล่ะ…” จีนหันไปกระซิบบอกมิลินที่นั่งอยู่ข้างๆว่าคิมโทรมาง้อ แต่จีนแกล้งไม่ยอมให้คุยด้วยง่ายๆเพื่อให้คิมร้อนใจ
“ขอคุยกับลินหน่อย…ลินปิดมือ ฉันโทรหามา3วันแล้ว” คิมบอกไปตรงๆ
“ลินแกปิดมือถือเหรอ คิมโทรหาแกรู้ป่าว…”จีนกระซิบถามลินอีก
“ตายแล้ว…แบตมันหมดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ฉันก็ไม่ได้สนใจลืมไปสนิทเลย…ทำไงดี คิมโกรธคิดว่าฉันไม่ยอมรับโทรศัพท์รึปล่าว…ทำไงดีล่ะ”มิลินลนไปหมดจนจีนเริ่มรำคาญ
“เอา มีอะไรก็พูดกันเอาเองเลย ฉันจะไปห้องน้ำ” จีนส่งมือถือให้มิลิน แล้วเข้าห้องน้ำไป มิลินถือโทรศัพท์ด้วยใจระทึกก่อนรวบรวมความกล้าพูดกับคิม
“คิม….คือฉัน….”
“ไม่ต้องพูดหรอก….” คิมตัดบทจนมิลินใจหาย คิมเริ่มพูดต่อ
“เราเข้าใจ เรื่องบ้าๆนั่นลินก็คงไม่รู้มาก่อน เมื่อคืนลุกออกไปเพราะเสียอารมณ์นิดหน่อย…ไม่ว่ากันนะ…ลิน” คิมพูด มิลินที่ฟังอยู่ดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“อื้ม…พูดต่อสิ ลินอยากฟัง”
“คือ…ไม่ว่ายังไง เราก็รักกัน ใครจะคิดยังไงก็ปล่อยมัน เราไม่สนหรอก
เรา…จะปกป้อง จะดูแลลินเอง เรารักลินนะ”
คำพูดทุกคำของคิม เป็นสิ่งที่มิลินปรารถนาจะฟังมาโดยตลอด จนเมื่อ3วันก่อน เธอตัดสินใจจะบอกความในใจให้คิมรู้ แต่กลับเกิดปัญหาขึ้นเสียก่อนที่เธอจะได้คำตอบจากคิม แต่ตอนนี้มิลินได้ฟังคำตอบที่เธอรอคอยจากคิมแล้ว
“คิม…ฉันก็เหมือนกันนะ…รักคิมมากเลย…”มิลินตื้นตันจนน้ำตาไหล
“ไม่เอาๆอย่าร้องนะ อยู่บ้านรึป่าวคิมจะไปหา”
“อยู่…แต่มิลินไปหาคิมดีกว่า..”
“ไม่ๆ เจ้าชายต้องไปรับเจ้าหญิงทานข้าวสิ…อีกชั่วโมงเจอกันนะจ๊ะ”
“อื้ม!” มิลินรับปากสั้นๆ แต่หัวใจมิลินกำลังพองโตเหมือนลูกโป่ง มิลินเอนตัวพิงโซฟาแล้วยิ้มอย่างมีความสุข จีนที่แอบมองอยู่ก็ดีใจไปด้วย
“นี่! นอนยิ้มอยู่นั่นแหละ ไม่อาบน้ำแต่งตัวเหรอยะ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”
“จริงด้วย! …ขอบใจนะจีน เอ่อ…งั้นวันนี้ก็…”
“เออ ฉันเจียวไข่กินเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไปเดทหนุ่มให้สบายใจเถอะย่ะ!” จีนทำงอนเล็กๆ ก่อนที่มิลินจะยิ้มรับแล้วเดินฮัมเพลงเข้าห้องไป
สำหรับจีน ตอนนี้ก็คงต้องค่อยๆทำใจสงบ บางทีปัญหาทุกอย่างอาจจะผ่านมาแล้วผ่านไปเหมือนเรื่องของคิมกับมิลินก็เป็นได้ แต่เย็นนี้จีนคงยังกินอะไรไม่ลง และคงต้องออกไปหาที่สงบใจในแบบของเธอ คืนนี้จีนต้องการเปลื้องความทุกข์ของเธอให้หมดสิ้น
“ไปไหนดี…อินซอมเนียแล้วกัน” จีนเลือกสถานที่ๆจะไปได้แล้วหลังจาก มิลินพ้นประตูไปเมื่อคิมจอดรถคันงามที่หน้าบ้าน จีนก็เริ่มแต่งตัวไปตะลุยราตรีแบบฉายเดี่ยว เพื่อไปสลัดเรื่องค้างคาใจให้หมดจากห้วงความคิดไป


“เชิญครับเจ้าหญิง…”คิมเปิดประตูรถให้มิลินด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ…” มิลินยิ้มรับ แก้มเป็นสีแดงระเรื่อคล้ายสีชุดที่เธอใส่ สีแดง
เป็นสีโปรดของคิม ซึ่งมิลินรู้ดีกว่าใคร
“อยากไปที่ไหน บัญชามาเลยครับ…”
“งั้นเป็น Titi caca นะคะ”
“ได้เลยขอรับ…” คิมขับรถไปยังร้านเค้กที่เขาและมิลินรู้จักดี เพราะเคยมีเวลาดีๆด้วยกันที่นั่น สำหรับคิมแล้ว มิลินเป็นของเขามาโดยตลอด ส่วนโตนเป็นคู่แข่งคนที่เค้าระแวงแต่แรกนาน คิมไม่มีวันยอมให้โตนเอาชนะเขาในเรื่องมิลินแม้เขาจะไม่เคยแน่ใจในความรู้สึกต่อมิลิน ว่าเป็นความรักหรือไม่ก็ตาม

4ทุ่มเกือบ5ทุ่มแล้ว จีนดื่มและเต้นรำอยู่ที่คลับอินซอมเนีย หนุ่มหลายคนเริ่มเข้ามาทำความรู้จัก จีนก็ไม่ได้ระมัดระวังอะไรเพราะเห็นเป็นคนเที่ยวเหมือนกัน แต่เพราะจีนเริ่มเมาและมาคนเดียว ทำให้พวกในคลับบางคนเริ่มจู่โจม
“มาคนเดียวเหรอ…?” หนุ่มท่าทางเป็นนักเที่ยวถาม
“อืม…แต่ เอ๊ะเรารู้จักกันเหรอ…?”จีนเมาแอ๋จำใครไม่ได้
“ใช่สิ ผมพาคุณกลับบ้านได้นะ” สายตาเขาเเฝงความในซ่อนเร้น
“ฉันมาเองได้ก็กลับเองได้…ไม่ต้องยุ่งน่า”จีนลุกจากเก้าอี้แล้วโซเซจะล้ม เขารีบพยุงหล่อนแล้วนำเดินออกไป
“คุณไปไม่ไหวหรอก ผมไปส่งคุณเองนะ…”เขาวางจีนที่เบาะหลังในรถก่อนเริ่มลวนลาม จีนยังเมาไม่ได้สติ
“อะไร….ออกไปนะ…” จีนพยายามผลักร่างชายคนนั้นให้พ้นจากตัว
“อย่าน่า…ผมจะทำให้คุณสนุกอย่าบอกใครเชียว” จีนพยายามขัดขืนเต็มที่แต่ก็ไม่มีแรงพอ “ช่วยด้วย! ช่วยที!” จีนร้องตะโกน ทันใดชายโฉดก็ถูกมือลึกลับ ชกเต็มแรงเข้าที่หน้าจนสลบล้มกลิ้ง
“จีน เป็นไรรึป่าว!” ชายที่ช่วยเหลือพยุงหล่อนขึ้น โชคดีที่จีนยังไม่ถูกทำร้ายก่อนที่เขาจะมา เขาเรียกชื่อจีนแสดงว่ารู้จักเธอ
“พาฉันกลับบ้านที…โตน….” เป็นโตนนั่นเองที่ช่วยจีนไว้ได้ทันเวลา
โตนล็อครถจีนไว้ แล้วขับรถเฮียปื๋อไปส่งจีน จีนทั้งเมาทั้งร้องไห้ตลอดทาง โตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจีนถึงได้มาดื่มจนเมาสิ้นสภาพจนเกิดเรื่องแบบนี้ เขาไม่รู้จะถามยังไง และคืนนี้ก็เหนื่อยกับการตามหามิลินเต็มที จึงได้แต่เงียบไว้แล้วขับรถไปจนถึงคอนโดของจีน
“ถึงแล้ว อ้าวหลับตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” โตนจะปลุกจีนแต่ก็คิดว่าปล่อยให้หล่อนหลับและลืมเรื่องร้ายๆน่าจะดีกว่า
“เฮ้อ….ต้องอุ้มไปส่งสินะ” โตนต้องอุ้มจีนที่จัดเป็นสาวตัวใหญ่แต่ไม่อ้วนขึ้นลิฟท์ไปส่งที่ห้อง เขาไม่รู้ว่าจีนไปอยู่บ้านมิลินมาวันหนึ่งแล้ว
“โอเค ถึงแล้ว…”โตนเอากุญแจจีนไขเข้าไป แล้ววางจีนลงบนโซฟา
“ส่งแค่นี้ล่ะ ไปนะ” โตนหันกลับจะออกจากห้องแต่ก็นึกสงสารจีนไม่อยากปล่อยให้นอนโซฟา โตนกลับมาอุ้มจีนที่เมาหลับไปนอนในห้องให้สบาย
“โอเค….โอ” โตนรู้สึกว่าถูกรั้งเสื้อไว้
“จีน…ไม่เอาน่า นอนก็นอนไปสิ เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว”โตนพยายามแกะมือจีนออก จีนเริ่มร้องไห้และพูดจาเพ้อเจ้อ
“ทอม มันทิ้งฉันไปแล้ว ฮือ….มันไปมีคนอื่น ”
“เธอ…จริงเหรอ…” โตนเพิ่งรู้เรื่องจึงตกใจทำอะไรไม่ถูก
“ฉันเกลียดมัน…เกลียด….เกลียด”จีนร้องไห้ซุกหน้าแนบอกโตน ทำให้โตนนึกถึงตัวเองที่เฝ้าตามหามิลินเหมือนคนบ้า ทั้งที่รู้ว่าถ้าเจอ มิลินก็จะปฏิเสธเขาและเขาก็คงมีสภาพไม่ต่างจากจีนตอนนี้
“ฉันแค่ต้องการ…ใครสักคนที่รักฉัน…ไม่ได้เหรอ…”จีนไล้ริมฝีปากที่ปลายคางโตน และเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง
โตนเผลอใจให้ล่องลอยเกินคว้ากลับมาได้ ปรารถนาที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากและร่างกายผนวกแนบแน่น ราวกับต้องการความอบอุ่นให้หัวใจที่หนาวเหน็บ เหมือนได้หลงลืมโลกแห่งความเป็นจริงที่ทำให้ทรมานจิตใจไปสิ้นแล้ว

มิลินและคิม เดทครั้งแรกอย่างมีความสุข มิลินลืมโตนไปสนิทใจ เหมือนได้เลือกจะไม่มีเพื่อนที่ชื่อโตนอยู่ในความทรงจำอีก คิมเองก็เช่นกัน เขาขับรถไปส่ง มิลินที่บ้านด้วยความอิ่มเอมใจ
“วันนี้สนุกที่สุดเลย…มิลินจะไม่มีวันลืมเลย ขอบคุณมากนะคิม”มิลินพูดก่อนบอกลาคิมสำหรับคืนนี้ พร้อมจุมพิตเล็กๆที่แก้มคิมเป็นรางวัล
“เดี๋ยวสิ คิมยังไม่ได้กู๊ดไนท์เลย…”คิมคว้ามิลินมาจูบอย่างแนบแน่น มิลินนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มให้คิมเป็นการบอกลา
“รักนะ รู้ไว้ด้วย” คิมตะโกนตามหลังมิลินรอจนมิลินเข้าบ้านสักพักจึงขับรถกลับไป
มิลินมีความสุขสุดจะบรรยาย โดยเฉพาะได้จูบครั้งแรกกับคิม หนุ่มที่เธอรักปักใจแต่แรกเจอ มิลินหุบยิ้มมองไปรอบๆห้อง จึงรู้ว่าจีนไม่อยู่ จีนเขียนโน๊ตไว้
“ไปเที่ยว ไม่ต้องเป็นห่วง จะกลับดึกๆ”มิลินก้มดูนาฬิกาว่านี่ก็เกือบตีหนึ่งแล้วแต่จีนก็ยังไม่กลับ มิลินเป็นห่วงจึงโทรตาม
เสียงมือถือจีนดังขึ้น แต่ทั้งสองยังก่ายกอดและหลับไหลอยู่ข้างๆกัน จีนขยับตัวจนมือถือหล่นจากเตียง ทำให้เครื่องดับไป มิลินเข้าใจว่าจีนคงไม่ได้ยินเสียงเพราะไปเที่ยวที่ๆเปิดเพลงดังๆหรือบางทีก็ไม่อยากรับ มิลินก็ได้แต่รอเปิดประตูให้เมื่อจีนกลับมา ในใจมิลินเป็นห่วงจีนอยู่ไม่น้อย

เกือบเที่ยงของวันใหม่ โตนตื่นขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจแล้วมองจีนที่ยังหลับอยู่ข้างๆ เขาไม่เคยคิดเรื่องรักๆใคร่กับจีนเลย เพราะรู้จักกันมาแต่เด็กรู้จักเป็นเพื่อนกันก่อนมาเจอมิลินเมื่อ2ปีที่แล้ว แต่สิ่งที่เมื่อคืนโตนทำไปก็ใช่ว่าเขาไม่ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น หรืออาจเป็นเพราะความเหงาเขาเองก็ไม่แน่ใจ
“ตื่นได้แล้ว ยัยตัวร้าย…”โตนแตะที่ปลายจมูกจีนเบาๆ
“อือ….กี่โมงแล้วเนี่ย?” จีนลืมตา สะลึมสะลือถามโตน
“จะเที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ”โตนดึงแขนจีนให้ลุกขึ้นจากเตียง
“เดี๋ยวสิ…” จีนลุกขึ้นโดยมีผ้าห่มห่อกายไว้ เดินหลีกไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก จีนใช้เวลารวบรวมสติอยู่นานจึงเริ่มพูด
“เรื่องไร้สาระนี่ ปล่อยไว้ไม่ได้หรอก ฉัน จะไม่คิดอะไรทั้งนั้น นายไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกฉันหรอก ไปซะเถอะ”
“เธอต้องการอย่างนั้นเหรอ? จีน” โตนถาม
“ใช่ ก็รู้ๆกันอยู่นายรักมิลิน เฮ้อ…ขอบใจนะสำหรับทุกอย่าง” จีนลุกเดินอย่างไม่สะทกสะท้าน
โตนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ เขาดูเหมือนเป็นตัวไร้ค่าที่ผู้หญิงเอาไว้คลายเหงาไปแล้ว มิลินเองก็ได้รับสิ่งดีๆจากเขามากมายแต่เธอก็ไม่เคยรู้สึก ถึงตอนนี้แม้แต่จีนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันก็ไม่ต้องการเขา โตนใส่เสื้อผ้าแล้วออกจากคอนโดของจีนมาอย่างเงียบๆ หัวใจของเขาโดนผู้หญิงสองคนนี้เตะน่วมเหมือนลูกบอล

“จีน ไปไหนมาน่ะ ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่ โทรไปก็ไม่ติด” มิลินบ่นทันทีที่จีนกลับมาที่บ้านเธอในตอนบ่าย
“ไม่มีอะไรหรอก…ฉันก็อยู่นี่แล้วไง” จีนตอบ แววตาเธอยังซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ที่ไม่สามารถบอกใครได้โดยเฉพาะมิลิน
“ที่ฉันถาม เพราะเป็นห่วงเธอนะ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว กินอะไรมารึยังล่ะ…. ฉันทำสปาเก็ตตี้ไว้ กินมั้ย?”มิลินยังใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่ แสดงว่าเพิ่งทำเสร็จ จีนกินอะไรมาบ้างแล้ว แต่ก็พยักหน้ารับเพื่อไม่ให้มิลินเสียน้ำใจ
“เธอ…คิดยังไงกับโตนเหรอ” จีนถามลอยๆแต่มิลินที่อยู่ในครัวถึงกับสะดุดมิลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนอ้อมแอ้มตอบ
“ก็เพื่อนน่ะสิ โตนเป็นเพื่อนที่ดี เอ่อ…เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ได้รักเขาเลยเหรอ…ทั้งๆที่ฉันว่า เธอใกล้ชิดเขามากกว่าคิมซะอีก”
“ก็เพื่อนกัน ฉันไม่คิดอะไรไปมากกว่านั้นหรอก เอ่อ อย่าพูดเลยกินก่อนเถอะ” มิลินวางจานสปาเก็ตตี้ลงที่โต๊ะอาหาร จีนยังนั่งอยู่ที่โซฟาไม่ขยับ
“ถ้าเป็นอย่างงั้น ฉันขอนะ…” จีนลุกเดินมาตรงหน้ามิลิน
“เมื่อก่อนฉันคิดว่า เธอกำลังเลือกระหว่างคิมกับโตนอยู่ แต่เมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ก็…ต่อไป… ขอบใจนะ” จีนหยิบกุญแจรถขับออกไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งมิลินให้สับสนกับคำพูดของหล่อนประโยคสุดท้าย มิลินไม่สามารถเดาได้ว่าจีนขอบใจเธอเรื่องอะไร ได้แต่นั่งคิดเรื่องราวต่างๆอย่างใจลอย
โตนตัดสินใจเอารถไปคืนเฮียปื๋อ เขาอยากเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ และเหนื่อยกับการตามล่าความรักเต็มทน เขาตัดสินใจทำงานที่ร้านเหล้าของเฮียปื๋อ ซึ่งเฮียปื๋อก็เต็มใจต้อนรับ
“เฮ้ยโตน ยังชงเหล้าเป็นรึป่าววะ!”เฮียปื๋อแกล้งหยอกเพราะเห็นโตนห่างโรงเหล้าไปนาน โตนยิ้มแห้งๆตอบอย่างคนมีแผลใจ
“ผมก็ไม่แน่ใจหรอกเฮีย ถ้าใครกินแล้วหัวทิ่มก็ขอโทษล่วงหน้าแล้วกัน”
“ฮะฮะ…ลื้อนี่น่าถีบจริงว่ะ ฮะฮะ…”เฮียปื๋อหัวเราะสบายอารมณ์ไป ขณะที่พวกเด็กในร้านก็พลอยขำเสียงหัวเราะแปลกๆของเฮียปื๋อไปด้วย โตนเงยหน้าจากขวดเหล้าและต้องพบกับความประหลาดใจ
“มีเวลามั้ย ขอคุยหน่อยสิ” การมาของจีนทำเอาทุกคนในร้านที่ไม่รู้เรื่อง
เงียบและงงงันไปหมด โตนเดินออกมาจากเคาท์เตอร์เหล้า และดึงมือจีนไปพูดใน
ที่ๆที่ เป็นส่วนตัวกว่า
“มีอะไรเหรอ” โตนปล่อยมือจีนแล้วถามอย่างเย็นชา
“นายยังรักมิลินอยู่เหมือนเดิมมั้ย?”จีนถามสีหน้าจริงจัง
“เธอจะถามให้ได้อะไรขึ้นมา ช่างเหอะ…ฉันเบื่อเรื่องพวกนี้เต็มที ใครจะยังไงก็ปล่อยเขาไปเหอะ” โตนนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้า
“แล้วฉันล่ะ จะว่ายังไง?” จีนนั่งลงข้างๆโตน สายตาจับจ้องไม่ลดละ
โตนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างต้องการความกระจ่าง
“จะเอาไงดีล่ะ…”
“ต้องรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ…” จีนยิ้มแล้วเอียงตัวซบไหล่ข้างขวาของโตน
“ผีเข้าผีออกดีนะ…” โตนลูบผมยาวสลวยของจีนเบาๆ
“ไม่ไหวแล้วล่ะ คนเราทนทำอะไรเพื่อคนอื่นไปได้ไม่นานหรอก คราวนี้ฉันจะทำตามใจตัวเองบ้าง โตนล่ะ…จะลองดูมั้ย”
“อืม…ก็ดีเหมือนกัน…”โตนจูบจีนอย่างยาวนานลืมเวลา เขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ที่จีนพูดก็ถูก คนเราต้องทำอะไรดีๆเพื่อตัวเองบ้าง เขาทำเพื่อ มิลินมามากเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะทำเพื่อความสุขของตัวเองสักที

มิลินว้าวุ่นใจอยู่พักใหญ่จนทนไม่ไหวจึงออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาเก็ต มิลินขับรถฝ่าสายฝนไปอย่างเชื่องช้า เธอเริ่มใจลอยคิดเรื่องราวต่างๆไปเรื่อยๆ
“ที่จีนพูด หมายความว่ายังไงนะ….เฮ้อ ป่านนี้โตนจะยังเจ็บใจเรื่องนั้นอยู่ รึปล่าว…หรือว่าโตนไม่อยากเจอเราแล้วจริงๆ…บ้าๆมาคิดเรื่องโตนทำไม คิมล่ะตอนนี้คิมทำอะไรอยู่นะ…”มิลินเอาแต่เหม่อจนไม่มองถนน
“โครม!!!!”รถมิลินชนกับรถกระบะที่แล่นสวนมาอย่างจัง ความเพ้อฝันของ มิลินดับวูบลงไปทันที
“ช่วยด้วย!รถชน!รถชน!” เสียงคนมุงตะโกนกันอื้ออึง ก่อนที่รถตำรวจและรถพยาบาลจะมาถึงที่เกิดเหตุและนำตัวผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล

โรงพยาบาลต่อโทรศัพท์ถึงญาติผู้ประสบอุบัติเหตุทันที หลังนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ทั้งชายคนขับรถกระบะและมิลินอาการสาหัสทั้งคู่
“คุณคิม ใช่มั้ยคะ ดิฉันโทรจากโรงพยาบาลรามา ตอนนี้คุณมิลินธร ประสบอุบัติเหตุรถชนยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน…”
“อะไรนะ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ ช่วยเธอด้วย!”คิมตกใจสุดขีด เขารีบบึ่งรถตามไปที่โรงพยาบาลทันที เขาโทรหาจีนให้รีบตามไปด้วย
“ฮัลโหล…จีน มิลินรถชน อยู่โรงพยาบาลรามารีบมาเลย!”จีนปิดมือถือคิมได้แต่ฝากข้อความเสียงไว้ เขาไปถึงก็รี่ไปยังห้องฉุกเฉินทันที
“หมอ มิลิน…มิลินธรแฟนผม เป็นยังบ้าง เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย!”คิมสติแตกเมื่อเห็นสีหน้าหมอไม่ดีนัก
“ตอบหน่อย!ตอบผมสิ หมอ!”
“คุณมิลินธรปลอดภัยแล้วครับ แต่…ผมเกรงว่าเธอจะมองไม่เห็นอีกแล้ว เธอเสียดวงตาทั้งสองข้างไปแล้วครับ หมอเสียใจ…แต่เธอโชคดีมาก ผู้ชายอีกคนที่ขับรถกระบะยังโคม่าอยู่ ผมต้องไปดูทางนั้นก่อน ขอตัวนะครับ…” หมอปลีกตัวออกไปยังห้องฉุกเฉิน2 ส่วนคิมที่ได้ทราบข่าวร้ายถึงกับหมดแรงยืน
“ตาบอด โธ่ มิลิน….ทำไมต้องเป็นเราด้วย ทำไม…” คิมไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เขารำพันด้วยความเจ็บปวด ความฝันอันสว่างไสวของเขากับมิลินดับวูบลงในพริบตา คิมยังคงนั่งเฝ้ามิลินอยู่ตรงนั้นอย่างเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรง

จีนใช่เวลาอย่างฟุ่มเฟือยอยู่กับโตน โดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากกันและกัน โตนหัวเราะสนุกสนานไปกับความสดใสร่าเริงของจีน พวกเขาอยู่ด้วยกันตลอด จนคนในร้านเหล้าพากันอิจฉา เฮียปื๋อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เช้าด้วยความสบายใจ
“เฮ้ย! รถชนอีกแล้ว กระบะรุ่นเดียวกับของอั้วเลย ชนกับรถเก๋ง” เฮียปื๋อบ่น
“โธ่ รถเฮียที่ไหนเล้า! เออๆ..ทะเบียนอะไรเฮีย ผมจะเอาไปซื้อหวย” คนงานในร้านคนหนึ่งถามขึ้น ขณะที่โตนกับจีนหยอกล้อกันอยู่ใกล้ๆ
“กระบะเนี่ย เลขมันเลือนว่ะ เออ แต่เก๋งน่ะ กท1462 รถยุโรปซะด้วย”
“เดี๋ยวเฮีย…รถทะเบียนอะไรนะ…” โตนถามสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“กท1462 รถเบนซ์สีน้ำเงิน ยังใหม่อยู่เลยว่ะ เสียดาย” ทันทีที่เฮียปื๋อพูดจบ โตนและจีนถึงกับตระหนกสุดขีด รีบคว้าหนังสือพิมพ์มาอ่านให้รู้แน่
“มิลิน รถชน!” จีนตกใจมาก หล่อนรีบคว้ากุญแจรถออกไปทันที โตนรีบตามออกไป
“จีน ผมขับเอง โรงพยาบาลรามาใช่มั้ย…”จีนส่งกุญแจให้โตน ทั้งสองมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลรามาด้วยความกระวนกระวาย จีนกุมมืออธิฐานให้ไม่เกิดอันตรายใดๆขึ้นกับมิลิน ส่วนโตนตั้งใจเพียงต้องขับไปหามิลินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

จีนกับโตนมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เห็นคิมนั่งอยู่ที่พื้นเหมือนหมดเรี่ยวแรง จีนรีบเข้าไปถามเรื่องมิลินทันที
“คิม เกิดอะไรขึ้น มิลินไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
“เธอไปอยู่ไหนมา! ฉันโทรหาเธอทั้งคืน เธอไม่รู้เลยเหรอ!” คิมใส่อารมณ์กับจีน จนโตนต้องเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย
“คิม จีนก็เป็นห่วงมิลินไม่แพ้แกหรอก…” ไม่ทันที่โตนจะพูดจบคิมก็กระโจนเข้าทำร้ายโตนอย่างบ้าคลั่ง
“มึงมาทำไม! ใครให้มึงมา! ฮึ่ม”
“คิม หยุดนะ พอที!” จีนผลักคิมออกพ้นตัวโตนแล้วยืนขวางไว้
“อ้อ…เข้าใจแล้ว ไปกกกับมันอยู่ล่ะสิ ถึงได้เพิ่งมาเอาป่านนี้! ฮึ…พวกแกนี่มัน…ฮึ! งั้นก็รู้ไว้ซะ….มิลินตาบอดแล้ว ไม่มีวันมองเห็นอีกแล้ว ได้ยินมั้ย!!!”
คิมคำรามลั่น ข้อความที่ได้ยินก้องอยู่ในหูของจีนและโตน คิมกำมือแน่นก่อนจะค่อยๆเดินจากไปอย่างทรมาน ทิ้งให้จีนและโตนรู้สึกผิดที่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว ทิ้งมิลินไว้และให้คิมต้องเผชิญความเจ็บปวดอยู่ลำพังแบบนั้น ทั้งสองได้แต่รอคอยเพื่อจะได้เข้าเยี่ยมมิลิน ด้วยความทรมานใจไม่แพ้กัน
“เราผิดใช่มั้ย โตน…” จีนถามด้วยสีหน้าสลด
“ไม่หรอก…อย่าคิดมาก มิลินจะต้องหายแน่” โตนกุมมือจีนแน่น ในใจเขาก็เจ็บปวด เพราะมิลินคือคนที่เขารักมากที่สุด ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป
“โตน เราต้องดูแลเขานะ เขาต้องหายแน่…” จีนพูดทั้งที่ปวดใจ เธอรู้ดีว่าโตนยังรักมิลินอยู่ แต่เธอก็อยากให้เขามีความสุขหรือแน่ใจกับหัวใจตัวเอง มากกว่าที่จะเก็บเขาไว้ อย่างเห็นแก่ตัว ซึ่งมีแต่จะทรมานกันจนเธออาจสูญเสียเขาไปในที่สุด

มิลินสลบไปสามวันเต็ม จีนและโตนยังเฝ้ามิลินอยู่ตลอด ส่วนคิมหลังจากที่เขากลับไปวันนั้น เขาก็ไม่มาเยี่ยมมิลินอีกเลย จีนพยายามโทรติดต่อแต่ก็ไม่เป็นผล
โตนยังคงพยายามปรึกษาหมอเกี่ยวกับหนทางรักษาให้มิลินกลับมามองเห็นดังเดิม
“ไม่มีโอกาสบ้างเลยเหรอครับ…”
“คนไข้เสียดวงตาไปทั้งหมดครับ และกะโหลกตั้งแต่เบ้าตาถึงหน้าผากก็ต้องศัลยกรรมกระดูกใหม่ แต่ก็นับว่ายังดีกว่าหลายๆรายที่ประสบอุบัติเหตุแบบนี้”
“หมอครับ ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาผมควรทำยังไงดี ผมไม่กล้าบอกเขาจริงๆ”
“เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่จะปิดบังเขาก็ไม่ได้ คุณน่าจะให้แฟนเขาจัดการเรื่องบอกให้เจ้าตัวเขารู้ และก็ให้เขาอยู่ใกล้ๆดูแลสภาพจิตใจคนไข้ เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่คิดท้อแท้สิ้นหวัง คุณทำตามนี้เถอะ หมอคิดว่าเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด”
หมอเดินจากไป โตนยังก้มหน้านิ่ง เขาไม่อยากเชื่อว่ามิลินต้องพบเจอเรื่องราวเช่นนี้ เรื่องที่เขาไม่อาจช่วยเหลือหรือแก้ไขได้อย่างที่เคยช่วยมิลินเสมอมา
“โตน…ติดต่อคิมไม่ได้เลย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นรึปล่าว?”จีนเริ่มกังวล
“ฉันไปลากตัวมันเอง เวลาแบบนี้มันต้องมาดูแลมิลินถึงจะถูก ฉันจะเอาตัวมันมาให้ได้เลย!”โตนหัวเสียทันที
“ไม่ดีหรอก ฉันไปเองดีกว่า ฉันสนิทกับคิมมากกว่า เขาน่าจะฟังฉัน…โตนเฝ้ามิลินไปเถอะ นะ…”จีนปลีกตัวออกไป เธออยากให้โตนได้มีเวลาอยู่กับมิลินก่อนที่คิมจะกลับมาทวงสิทธิ์ของเขาคืน

คิมหมกตัวอยู่ที่คอนโดด้วยความทุกข์ เขาดื่มเหล้ามาตลอด3วันที่กลับมา จีนเคาะประตูเรียกคิมอยู่นาน เขาจึงลุกมาเปิด
“คิม เปิดประตูนะ ตายไปแล้วเหรอ!เปิดประตูสิ!”จีนทั้งตะโกนทั้งเคาะลั่น
“มาทำไม…..”คิมเปิดประตูออกมาในสภาพเมาสิ้นสภาพ
“แกมาหมกกินเหล้าทำบ้าอะไร แกควรจะไปเฝ้ามิลินแฟนแกไม่ใช่เหรอ แกไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลยนะ!” จีนดันคิมไปในห้องน้ำอย่างฉุนเฉียว
“โธ่โว้ย! อย่ามาจุ้นได้มั้ย!” คิมผลักจีนและกลับไปกินเหล้าทั้งตัวเปียกชุ่ม
“เออ อยากกินก็กินให้ตายไปเลย รู้ไว้ซะด้วยนะ แกน่ะแพ้เขาแล้ว โตนอยู่กับมิลินตลอดเวลา…เหมือนที่ฉันเคยบอกแกไง แกสู้โตนไม่ได้หรอก มิลินต้องกลับไปหาโตนไม่ใช่แก!”
“ใครอยากได้คนตาบอดก็เชิญ ฉันไม่เอาหรอก ไอโตนมึงเอาไปเลย!”
“ไอ้คิม ไอ้สารเลว!” จีนทนไม่ไหว กระโจนเข้าชกทุบคิมเต็มแรงแต่กลับถูกคิมผลักจนล้มและกดแขนหล่อนไว้ติดพื้น
“เธอมันก็เลวพอกันนั่นแหละ เธอไม่ใช่เหรอที่ชวนฉันให้จีบมิลิน เพราะไอโตนจะได้อกหักแล้วกลับมาสนใจเธอ หึ…ทั้งที่ตัวเองจะแต่งงานอยู่แล้วก็ยังอยากเป็นเมียไอโตนอีก…สำส่อน ทุเรศ…อ้อ แกได้เป็นเมียมันสมใจแล้วนี่…ทีนี้ถึงกลัวมันกลับไปหามิลินที่ตาบอดสินะ…”
“แกพูดอะไร ปล่อยฉันนะ!” จีนพยายามดิ้นแต่ก็ไม่หลุด
“กลัวจะถูกทิ้งเหมือนหมา…ฉันจะบอกอะไรให้…ฉันไม่เคยรักมิลินเลย ฉันแค่อยากเอาชนะไอ้โตนก็เท่านั้น…ฮึ ตอนนี้ไอ้โตนมันคงสมน้ำหน้าฉันอยู่สินะ…ก็ดี งั้นฉันถือว่าแลกกัน ไอ้โตนมึงเอามิลินไป ส่วนแกอยู่จมนรกกับฉันนี่แหละ!”
“ไม่! ช่วยด้วย! อย่า!”
คิมข่มขืนจีน เขากลายร่างเป็นปีศาจร้ายไปแล้ว ปีศาจร้ายก็คือตัวตนแท้จริงของคิมนั่นเอง จีนเจ็บปวดราวกับร่างถูกฉีกเป็นชิ้นๆ หรือนี่คือชะตากรรม ที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของเธอเองกันแน่
ตลอดมา จีนแสร้งทำเป็นรักทอมแฟนหนุ่มถึงขั้นจะแต่งงาน เพียงเพราะต้องการให้โตน มองเห็นความสำคัญของตน แน่นอนทอมย่อมรู้ดีเขาจึงไปมีคนอื่น จีนก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เธอแสร้งทำให้มิลินสงสาร ถ้าเธออยู่กับมิลินก็จะได้เจอโตน และมิลินจะไม่แย่งโตนจากเธอเพราะมีคิม จีนเคยคิดเช่นนั้น และทุกอย่างก็เป็นจริง แต่กลับพบจุดพลิกผันที่มิลินตาบอด ฝันทุกอย่างกำลังแหลกสลายลงสิ้น

โตนเฝ้ามิลินอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา เขากุมมือมิลินแน่น ด้วยความหวังให้หล่อนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“มิลิน ได้ยินผมมั้ย?”
“ตื่นเถอะคนดีของผม…”โตนก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่หลั่งไหล
“ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณผมสัญญา” วินาทีนั้น นิ้วมือเรียวเล็กของมิลินก็ขยับเบาๆ และริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย โตนสัมผัสถึงการตื่นได้ในทันที
“มิลิน! มิลิน ฟื้นแล้ว!” โตนกอดมิลินแน่นด้วยความดีใจ
“คิม…” คำแรกที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากสีชมพูซีดนั้น คือชื่อชายคนรัก
ที่ไม่มาแยแสเธอตลอดหลายวันที่เธอสลบไป โตนกลับสู่ภาวะเดิมอีกครั้ง หัวใจของหมาที่ถูกเจ้าของเอาไปทิ้ง เพราะเธอรักหมาตัวใหม่เสียแล้ว
“หมอ หมอครับ มิลินฟื้นแล้ว” หมอเข้ามาตรวจอาการมิลิน โตนถอยออกจากห้องออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาเดินออกจากโรงพยาบาลไปอย่างเชื่องช้าราวกับโลกหมุนช้าลง โตนหยิบมือถือโทรหาจีนด้วยหัวใจเลื่อนลอย

“จีน เจอคิมมั้ย?” คำถามของโตนแทบทำให้จีนน้ำตาร่วง
“อือ…ไม่เจอ….” จีนที่สะบักสะบอม พยุงตัวลุกขึ้นยืน ไม่ให้กระเทือนร่างปีศาจร้ายที่หลับอยู่
“เป็นอะไรรึปล่าว…?”
“เอ่อ…ปล่าว…มิลินล่ะดีขึ้นบ้างมั้ย…” จีนใส่เสื้อผ้า จัดตัวเองให้เรียบร้อยและเดินเข้าไปในห้องครัว
“มิลินฟื้นแล้ว…”
“จริงเหรอ…” จีนกำลังเสียใจและขาดสติ หล่อนพูดพลางก็หยิบมีดมาถือไว้
“โตน…ฉันรักนายนะ รักมาโดยตลอด…แต่ฉันรู้ดีว่านายยังรักมิลินอยู่…”
“จีน…พูดอะไรน่ะ…เธออยู่ไหนเนี่ย!” โตนเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น
“ไม่เอาน่า…อย่าทำเหมือนรักฉันเลย ฉันไม่ดีพอสำหรับนาย…ขอโทษนะ” จีนวางสายไปแล้วปิดมือถือทันที โตนพยายามโทรหาแต่ก็ไม่ติด เขาจึงรีบขับรถออกไปตามหาจีนทันที

จีนถือมีดคมกริบไว้ในมือ เธอก้มมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วร้องไห้ จีนไม่สามารถมองหน้าโตนได้อีกต่อไป หล่อนค่อยๆกดคมมีดลงที่ข้อมือจนเฉือนลึกและไม่ปริปากโอดครวญใดๆ ปล่อยให้เลือดไหลอย่างไร้ค่าไปบนพื้น จีนสงบและพิงหลังกับผนังห้องครัว เสื้อสีขาวที่เธอใส่ค่อยๆกลายเป็นสีเเดง
“จีน…” คิมคลำหาตัวจีนเมื่อเขารู้สึกตัวแต่ไม่พบ
“จีน…ออกมาเหอะ ฉันขอโทษ ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง…” คิมเปิดประตูห้องน้ำก็ไม่เห็นจีน เขามองไปรอบๆแล้วเดินไปที่ห้องครัว
“จีน…ยกโทษให้…จีน!” คิมตะโกนลั่นเมื่อเห็นจีนนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า คิมฉีกชายเสื้อพันข้อมือจีนไว้แล้วอุ้มหล่อนวิ่งขึ้นแท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
“จีน…อย่าเป็นอะไรนะ” คิมเหมือนคนเสียจริต เขาไม่นึกว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายถึงขั้นนี้ เขาแค่อยากระบายความอัดอั้นให้จีนได้รู้บ้าง และที่สำคัญเขาทำไปเพราะความรู้สึกต่อจีนหมักหมมอยู่ในใจเขามาโดยตลอด

โตนไปหาจีนที่คอนโดแต่ก็ไม่พบ เขาจึงขับไปยังคอนโดคิมด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้โตนกังวลว่าเกิดไม่ดีขึ้นกับจีน โตนขึ้นลิฟท์ไปและต้องตกใจเมื่อเห็นหยดเลือดมาตลอดทางเดินถึงตัวลิฟท์
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” โตนถามคนทำความสะอาดที่อยู่ใกล้ๆ
“อ๋อ สงสัยผัวเมียทะเลาะกัน เมียน้อยใจกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย โอ้ย…แบบนี้เจอบ่อย ไม่รู้มันจะอะไรกันนักกันหนา” คนทำความสะอาดบ่นยืดยาว
“ห้อง606 นั่นไง รีบพาเมียไปโรงบาลประตูก็ไม่ปิด เลือดงี้กอง…”
“ห้อง606! 606เหรอ!” โตนตกใจแทบคลั่ง เขารีบวิ่งไปดูที่ห้องซึ่งก็คือห้องของคิม สิ่งที่ได้เห็นทำให้เขาหน้าซีดเผือดราวกับไร้ชีวิต
“จีน!” โตนตั้งสติแล้วไปเค้นถามคนทำความสะอาดว่าทั้งสองคนไปที่ไหนแต่ก็ไม่ได้เรื่องจึงบึ่งรถไปและโทรถามทุกโรงพยาบาล จิตใจเขาเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาพร้อมจะฆ่าคิมทันทีที่เจอ โตนตกอยู่ในอาการใกล้บ้าลืมเรื่องมิลินไปหมดสิ้น

จีนเสียเลือดมาก คิมให้ถ่ายเลือดเขาเพื่อช่วยจีน เขานอนอยู่เตียงข้างๆจีน พร่ำคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่เลือดของเขาวิ่งเข้าสู่ร่างกายของจีนที่นอนแน่นิ่ง
“ขอโทษจีน ผมขอโทษ…ขอโทษ”
“คุณคะ พักผ่อนเถอะค่ะ คุณเพิ่งให้เลือดเสร็จนะคะ คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” พยาบาลพูดแต่คิมยังทำเหมือนเดิมราวกับไม่ได้ยินอะไร

“มีคนไข้ชื่อจิดาภักดิ์ รัตนบูลย์ เข้ามาที่นี่รึปล่าวครับ ผมเป็นแฟนเธอ” โตนมาถึงด้วยความรีบเร่ง แล้วรีบติดต่อทันที
“ค่ะ คนไข้อยู่ที่ตึกอุบัติเหตุCห้อง4093นะคะ ไม่ทราบคุณ…”
“ตฤณ เชนวุทธ ครับ” โตนแจ้งชื่อแล้วรีบไปหาจีนด้วยใจรุ่มร้อนใกล้ระเบิด
คิมเฝ้าอยู่ข้างเตียงจีนที่ยังไม่ฟื้น เขายังพูดคำว่าขอโทษไม่ยอมหยุด ขณะที่โตนผ่านประตูเข้ามาด้วยอารมณ์ดั่งพายุไฟ เมื่อเห็นจีนนอนสลบและมีผ้าพันแผลพันข้อมือ และคิมฟุบอยู่ข้างๆโตนก็โถมเข้าไปกระชากเสื้อคิมและกระหน่ำชกไม่ยั้งด้วยความแค้น
“ตายซะเถอะมึง!” โตนซ้อมคิมจนพยาบาลต้องเข้ามาห้าม
“คุณคะ ทำไมทำแบบนี้ เขาเพิ่งจะให้เลือดแฟนคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไร ผมผิดเอง ไม่มีอะไร พวกคุณออกไปเถอะครับ” คิมที่โดนชกหน้ายับเยินใช้เสื้อเช็ดเลือดที่ใบหน้าออกอย่างลวกๆ พวกพยาบาลได้แต่พากันออกไป
“มึงทำจีนทำไม มึงทำได้ยังไง ไอคิม!”
“กูไม่รู้ กูแค่อยากให้เขาอยู่กับกู ไม่ใช่มึง” คิมถอนใจแล้วนั่งลงกับพื้น
“มึงมีมิลิน มึงบอกมึงรักเขา มึงเอาเขาไปไว้ที่ไหน มึงมันเลวชาติ!” โตนพยายามอดกลั้นความโกรธ
“มิลินนะ กูไม่ได้รัก เขามารักกูเอง กูแค่อยากชนะมึงเท่านั้นไอโตน ตั้งแต่เริ่มกูอยู่กับจีนมาก่อน มึงไม่รู้เหรอ แต่จีนไม่รักกู เขารักมึง…เขาทำทุกอย่างเพื่อมึง”
“มึงพูดอะไร…?” โตนไม่เข้าใจเรื่องราวที่คิมเล่า
“กูจะเล่าอะไรให้มึงฟัง 5ปีก่อนกูรู้จักจีน เป็นเพื่อนสนิทกัน กูรักเขา…เขาไปรู้จักกับมิลินแล้วก็เจอมึง จากนั้นเขาก็เทใจให้มึงคนเดียว แต่มึงเห็นเขาเป็นเพื่อน มึงรักแต่มิลิน กูเลยเกลียดมึงอยากแย่งมิลินจากมึง อยากให้มึงรู้จักเจ็บซะบ้าง”
โตนเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา โตนไม่เคยรู้เลยว่าจีนรักเขามานานก่อนหน้านี้ เขามองข้ามความรู้สึกของจีนมาโดยตลอด ขณะนั้นจีนที่สลบไปก็เริ่มได้สติ เธอหลับตานิ่งเพื่อฟังสิ่งที่ผู้ชายสองคนพูด
“เรียนจบกูก็รู้ว่ามิลินหลงกู ส่วนจีนก็รู้ว่ามึงรักมิลินเลยได้แต่คอยดูมึงกับ
มิลินอยู่ห่างๆ”
“แล้วเรื่องจีนกับทอมคบกันจนจะแต่งงาน มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้า…”
“เขารักมันที่ไหน…เขาแกล้งทำให้มันรักแล้วก็ให้ทิ้งไป มึงจะได้เห็นใจเขา มึงจะได้รักเขา…มึงรู้บ้างรึป่าว ฮึ…ไอโง่เอ๊ย มึงได้เขามาตลอด มึงเสือกไม่รู้อะไรเลย…กูนี่ ต้องทนทุกอย่าง ทีแรกกูจะปล่อยมิลินให้มึงตั้งแต่วันที่มึงไปที่ร้านนั่นแล้ว แต่จีนมาขอให้กูจีบมิลินต่อไป เขาขอร้อง เขาร้องไห้…หลังจากนั้นกูก็เล่นไปตามเกม แต่กูคงทนอยู่กับคนที่กูไม่รักแถมตาบอดไม่ได้หรอก มึงจะว่ากูเลวก็ได้”
“มึงทำแบบนี้มึงทำร้ายมิลิน มึงรู้รึปล่าว”
“กูไม่สนใจว่ะ…กูรักจีนกูก็ทำเพื่อคนของกู แต่มึงดิ หายใจเข้าออกเป็นมิลินแต่ก็ยังเสือกมายุ่งกับจีนอีก มึงจะเอายังไง…กูกับมึงใครเลวกันแน่”
ท่ามกลางความเงียบหลังประโยคสุดท้ายของคิม จีนที่ฟื้นแล้วก็น้ำตาไหลจากสิ่งที่ได้ยิน จีนรู้ตัวว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากเธอนั่นเอง ความเห็นแก่ตัวของเธอ ทำร้ายทั้งคิมและมิลินที่เป็นเพื่อนรัก จีนไม่สามารถทนฟังเฉยๆต่อไปได้
“ขอโทษนะ…ฉันผิดเอง ฉันมันเลว เห็นแก่ตัว ปล่อยฉันไปเถอะ อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย” จีนดึงสายน้ำเกลือแล้ววิ่งออกจากห้องไป
“จีน! ไม่ได้นะเธอยังไม่หายดี” คิมวิ่งตามจีนไป ปล่อยให้โตนมึนงงกับสิ่งที่ได้รับรู้มา เขาทำอะไรไม่ถูกสมองด้านชา ชีวิตเหมือนถูกตรึงไว้ใต้โลกอันเย็นเยือกที่ผ่านมาความรู้สึกของเขาเป็นของจริง หรือเป็นมายาภาพที่ถูกสร้างขึ้น เขาสับสนจนไม่อาจแยกแยะได้เลย

คิมตามจีนไปจนทันคว้าตัวไว้ จีนพยายามดิ้นจากอ้อมกอดของคิมสุดแรง ทั้งผลักทั้งทุบตี คิมก็ยังกอดเธอแน่น
“ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมรักคุณ ผมรักคุณ”
“พอที ฉันไม่อยากฟัง!” จีนดิ้นรนสุดกำลัง
“ผมขอโทษ ผมรักคุณ…ผมรักคุณ” คิมกอดจีนแน่น บอกรักและขอโทษซ้ำๆ จีนหยุดและร้องไห้ซบหน้ากับไหล่คิมเหมือนเด็กๆ คิมกอดและปลอบจีนด้วยถ้อยคำเดิมๆอยู่อย่างนั้น
“พอแล้ว…ปล่อยฉันเถอะ”
“ต้องทำยังไงถึงจะยกโทษให้ ผมจะทำทุกอย่าง” คิมยังกอดไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยฉันไป ตามทางของฉัน” คำขอของจีนทำให้คิมใจหาย เขาจำต้องปล่อยมือจากคนที่เขารัก ให้จากเขาไปไกล คิมหันหลังแล้วค่อยๆก้าวถอยออกมา
“จีน…รู้มั้ยวันที่คุณไม่มีใคร ผมจะยังเป็นของคุณเสมอ…ถึงผมจะเลวแค่ไหนในสายตาคุณ แต่ผมรักคุณแน่นอน” จีนฟังคิมพูดแล้วเดินจากไปเงียบๆ เมื่อคิมหันกลับมา จีนก็หายลับตาไปแล้ว

มิลินรู้เรื่องที่สูญเสียดวงตาจากหมอ ในระหว่างที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นกับจีน คิม และโตน โตนกลับมาเยี่ยมมิลินด้วยหัวใจอิดโรย ว่างเปล่า แต่เขาต้องมาดูแล
มิลิน เพราะมีแต่เขาที่รู้ว่ามิลินไม่เหลือใครอีกแล้วในตอนนี้



ในห้องที่เงียบงันนั้น มิลินกำลังเหม่อมองอยู่นิ่งๆ ดวงตาเธอมองไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว และคนรักก็ไม่มาใยดี มิลินไม่รู้อะไรเลย เฝ้าตั้งคำถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่ได้คำตอบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ความใฝ่ฝันที่จะมีชีวิตอันสวยงามจึงต้องมาดับสูญไปเช่นนี้ หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลจากนัยน์ตาที่เจ็บปวดและมืดมนคู่นั้น โตนที่เข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ยังพลอยรู้สึกเวทนากับภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบใจในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
“ลิน...ไม่เป็นไรนะ” โตนแตะที่ไหล่เพื่อนเบาๆ มิลินเพิ่งรู้ว่าโตนมาจึงรีบเช็ดน้ำตาออก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มาเงียบๆตกใจหมดเลย...อือ ได้ข่าวคิมบ้างมั้ย? เค้าไม่เห็นมาเยี่ยมบ้างเลย...มีธุระสำคัญอะไรต้องทำรึปล่าว...หรือว่าเค้าไม่สบาย หรือว่า...”
“พอเถอะลิน ไอคิมมันจะเป็นไงก็ช่างเหอะ...” โตนตัดบทก่อนลินจะพูดเสร็จ เขาเองยังไม่อยากได้ยินชื่อคิมในตอนนี้ มันทำให้เขาเกิดความแค้นอัดแน่นในใจ มิลินก็ได้แต่เงียบไปด้วยความไม่เข้าใจ
“แล้ว....จีนล่ะ ไม่เห็นมาเลย...” นั่นก็ยิ่งตอกย้ำรอยแผลในใจโตนเข้าไปอีก เขาฝืนใจตอบไปด้วยความเจ็บปวด
“จีน ไปเมืองนอกแล้ว ไปเรียนต่อน่ะ...” บทสนทนาเข้าสู่ความเงียบ ต่างคนก็ต่างเจ็บปวด คนนึงเจ็บทั้งกายทั้งใจ คนนึงต้องซ่อนความเจ็บนั้นไว้อย่างลึกลับ ต่างคนต่างจนคำพูด จนปัญญาหาทางแก้ไข โตนได้แต่บอกลามิลินเพื่อกลับไปพักใจที่ไหนสักแห่ง เขาเหนื่อยและเจ็บใกล้ตายเต็มที

บนถนนอันว่างเปล่าของเช้ามืด ตี4แล้วโตนยังขับรถไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป โตนอยากตามหาจีน อยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่ใช่จบลงง่ายๆแบบนี้ จีนเข้าใจทุกอย่างผิดหมด เมื่อก่อนเขาอาจเคยรักมิลิน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปเพื่อได้บอกมันกับคนที่เขารักตอนนี้ นั่นก็คือ จีน



หนึ่งเดือนเต็มๆ ที่โตนไปเยี่ยมมิลินทุกวัน คอยดูแลเรื่องต่างๆโดยเฉพาะเรื่องการผ่าตัดตา มิลินเองก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆได้ด้วยตนเอง ยอมรับความจริงที่คิดว่า เพราะตัวเองมาตาบอด คิมจึงรับไม่ได้และจากไปอย่างเงียบๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง หากแต่เป็นเรื่องที่มิลินสร้างขึ้นให้ตัวเองตัดใจได้เท่านั้น
“โตน วันนี้มิลินจะกลับบ้านแล้วล่ะ หมอบอกว่ากลับได้แล้ว” มิลินยิ้มแย้ม
“กลับบ้าน แล้วจะอยู่ยังไงล่ะ ฉันจ้างพยาบาลไปดูแลที่บ้านเธอดีกว่า”
“ไม่เป็นไรหรอก บ้านนั้นมิลินอยู่มาตั้งแต่เกิด มิลินจำทุกอย่างได้หมด ไม่ต้องจ้างคนดูแลหรอกน่า...” มิลินบอกปัดพลางหวีผมดำยาวสลวยของหล่อนช้าๆ
“ไม่ได้หรอก ยังไงอยู่คนเดียวมันก็อันตรายอยู่ดี งั้นไปอยู่ที่บ้านฉันดีกว่า”โตนพูดขณะเก็บพวกของใช้ต่างๆของมิลินลงกระเป๋า มิลินนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ไม่ดีหรอก คนเค้าจะคิดยังไง อยู่ๆมีผู้หญิงตาบอดที่ไหนไม่รู้มาอยู่กับโตน อายเค้าแย่เลย...”
“อย่าดูถูกกันแบบนี้สิ เห็นเราเป็นคนแบบนั้นเหรอ”โตนขุ่นขึ้นมาทันที
“ขอโทษนะ...มิลิน ไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่า...”
“ถ้ายังเห็นเราเป็นเพื่อน ก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก กลับบ้านกันเถอะนะ”โตนหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าด้วยมือขวา มือซ้ายก็จูงเดินนำทางมิลินเดินออกจากห้องพักฟื้น

บ้านโตนที่อยู่กับย่งไม่รกเหมือนบ้านชายหนุ่มโสดทั่วไป เพราะโตนเป็นคนรักความสะอาด และคอยย้ำใส่หูย่ง ให้เก็บกวาดบ้านไม่ให้รกรุงรัง ย่งไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะทำงานฝ่ายโฆษณาบริษัทฝรั่งต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ บ้านจึงดูเงียบสงบและเรียบร้อยจนมิลินยังแปลกใจอยู่นิดๆ
“มิลิน ใช้ห้องไอ้ย่งแล้วกันนะ มันไม่ค่อยอยู่หรอกห้องก็เก็บเรียบร้อยแล้ว อยู่ชั้นล่างด้วยจะได้เดินสะดวกๆ...แล้วก็” โตนสังเกตเห็นมิลินกำลังถือของบางอย่างอยู่ในมือ มันคือกรอบรูปที่มีรูปเพื่อน4คนถ่ายด้วยกัน เราทุกคนอยู่ในภาพและยังรักกัน เรามีกรอบรูปที่เหมือนกันนี้คนละอัน
“มิลินจำได้ กรอบรูปนี้เป็นรูปที่เคยถ่ายด้วยกันตอนไปเที่ยวทะเล หน้าร้อนที่แล้ว กรอบนี้มิลินเลือกแบบเอง ซื้อให้ทุกคนเลย”มิลินถือกรอบรูปนั้นอย่างถนอม มีรอยยิ้มแห่งความสุขแย้มบนใบหน้าของเธอ โตนหยุดนึกก็รู้สึกเสียดายที่ทุกอย่างกลายเป็นเพียงภาพแห่งอดีตไปเสียแล้ว
“มิลิน มาทางนี้เถอะ ไปดูห้องกัน” โตนค่อยๆประคองมิลินเดินไปยังห้องซึ่งเป้นห้องของย่ง แต่ก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากเพราะเจ้าตัวเป็นคนประหยัด เก็บเงินมากกว่าใช้จ่าย ห้องจึงโล่งๆไม่มีของประดับฟุ่มเฟือย
“ให้มิลินคลำทางไปดีกว่า มิลินจะได้จำทางได้ด้วย”โตนปล่อยให้มิลินค่อยๆคลำทาง แตะไปตามกำแพงช้าๆ...


ติดตามตอนต่อไป..














โดย : viva_wonder
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 43 ]

ยาวจริง ๆ พี่ copy ไปเก็บไว้อ่านตอนว่าง ๆ ก็แล้วกันนะ

โดย : พี่รัตน์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 38 ]

โห..................
ยาวไปสรุปได้ไหมเนี่ย
เอาไว้มีอารมย์ค่อยอ่านละกาน

โดย : ทอแสง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 21 ]

ยาวมากเลยนะคะ....ถ้าไงก็copyไปอ่านยามว่างนะคะ ติชมได้ทางe-mail หรือ msn ก็ได้นะคะ จะขอบคุณอย่างยิ่งค่ะ

โดย : viva_wonder
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 26 ]

กระทุ้นะครับ

โดย : +++++++++
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 31 ]

โตนคอยระวังไม่ให้มิลินเดินชนของต่างๆ เขาพยายามปิดกั้นความรู้สึกสงสารที่ปริ่มล้นในใจเพื่อไม่ให้มิลินพลอยน้อยเนื้อต่ำใจไปด้วย มิลินช่างโชคร้ายเหลือเกิน โชคร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่เธอน่าจะเป็นคนที่โชคดีที่สุดในเรื่องรักครั้งนี้ แต่สุดท้ายทุกคนกลับโชคร้าย ความรักก็ขาดสะบั้นไม่มีชิ้นดี

โตนคอยดูแลมิลินอย่างใกล้ชิดจนมิลินเริ่มจะปรับตัวกับบ้านและชีวิตรูปแบบใหม่ได้แล้ว โตนเองก็ต้องไปทำงานที่ร้านเฮียปื๋ออีกใจหนึ่งก็ยังห่วงมิลิน ไม่อยากทิ้งให้อยู่บ้านลำพัง
“โตน ไปทำงานเถอะน่า มิลินอยู่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“แต่ว่า...เอางี้เดี๋ยวโตนโทรตามเพื่อนมาช่วยดูมิลินดีกว่า” โตนหยิบมือถือกดหาชื่อเพื่อนที่พอจะไว้ใจได้ มิลินส่ายหน้าช้าๆ
“มิลินอยู่ได้ อีกอย่างให้คนอื่นมาคอยดูมิลินไม่เอาด้วยหรอก มิลินอาย...”
“มิลิน...ถ้างั้นมีอะไรก็โทรหาโตนนะ เข้าใจมั้ย” โตนกุมมือมิลิน
“อืม...ไปทำงานขับรถดีๆนะ” มิลินปิดประตูเมื่อโตนขับรถออกไป มิลินค่อยๆเดินมาในห้องรับแขก หยิบโน่นเก็บนี่ที่พอจะทำได้บ้าง มิลินไม่ชอบอยู่เฉยเพราะจะทำให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอีก

โตนขับมอเตอร์ไซด์คู่ชีพไปถึงร้านเฮียปื๋อ และเข้าบาร์ไปช่วยงานต่างๆ และพูดคุยกับเฮียปื๋อไปตามเรื่อง ในใจยังอดห่วงมิลินๆไม่ได้ เขาได้แต่ขอเฮียปื๋อเลิกงานเร็วหน่อย และรีบทำงานให้เสร็จไปโดยเร็ว

ที่บ้านโตน มิลินเปิดเพลงเบาๆขณะนั่งฝึกอ่านอักษรเบลล์อยู่บนโซฟา มิลิน
ชอบฟังเพลงคลาสสิคที่ฟังเมื่อไหร่ก็เพราะ หูมิลินฟังได้ดีขึ้นมากหลังสูญเสียดวงตา และมิลินก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาทั้งที่หล่อนล็อคไว้
“ใครน่ะ...?” มิลินร้องถามเสียงตระหนก แต่คนที่บุกรุกเข้ามากลับเดินผ่านหน้าหล่อนมานั่งที่โซฟาแล้วถอดรองท้าอย่างใจเย็น
“อ้าวมิลินมาทำอะไรที่นี่อ่ะ เราเพิ่งกลับจากฝรั่งเศสมาเนี่ย แล้วนั่นยืนทำอะไรอยู่อ่ะ เราอยู่ทางนี้ตะหาก เล่นเป็นคนตาบอดเหรอตลกดีนะ ฮะฮะ”
“ย่ง....ย่งเหรอ” มิลินใช้มือคลำทางตามเสียงย่ง ย่งไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย ยังคิดว่ามิลินแกล้งล้อเล่นอยู่ มิลินนั่งลงข้างๆย่ง ก้มหน้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“เป็นอะไรไปเหรอ...มิลิน” ย่งถามและเริ่มสะกิดใจบางอย่าง ย่งโบกมือตรงหน้ามิลิน ไม่เห็นความเคลื่อนไหวในดวงตา ย่งเริ่มใจเสีย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ มิลินทำไมถึง...”
“ใช่ มิลินตาบอดจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำหรอก” มิลินหัวเราะฝืนๆ
“ทำ...ทำไมถึง...” ย่งหน้าสลดทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่มิลินนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร ย่งนั่งไม่ติด เขาปลีกตัวไปนอกบ้านและโทรหาโตนเพื่อถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาสับสนและงงงันไปหมด
“โตน ตอนนี้กูอยู่บ้านนะ...กู..กูไม่เข้าใจ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ ทำไม..มิลินถึงตาบอด แล้วทำไมเค้ามาอยู่ที่นี่ได้ ทำไม...” ย่งถามเป็นขบวน
“เอ็งอย่าเพิ่งถามเลย เอ็งมาก็ดีแล้ว ช่วยดูมิลินด้วยเดี๋ยวตอนเย็นเลิกงานแล้วจะเล่าให้ฟัง...อย่าพูดอะไร ให้มิลินเค้าสะเทือนใจล่ะ” โตนวางสายไป ย่งได้แต่สงบสติอารมณ์ก่อนกลับเข้าไปในบ้านพูดคุยกับมิลิน
“เอ่อ เราไปโทรบอกไอโตนน่ะว่ามาถึงบ้านแล้ว เอ่อ...มิลินหิวมั้ยล่ะ เดี๋ยวจะไปทำอะไรให้กินนะ” ย่งฝืนทำร่าเริง
“ไม่เป็นไรหรอก มิลินกินที่โตนทำไว้ให้แล้ว แย่เลยนะย่งเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆต้องมาทำเอง มิลินนี่ไม่มีประโยชน์เอาซะเลย...” มิลินยิ้มเศร้า
“อะไร..อะไรกันเล่า ใครว่ามิลินไม่มีประโยชน์ ถ้างั้นเรามาช่วยกันทำกับข้าวนะ ไปมิลิน มิลินเป็นหัวหน้ากุ๊ก เราเป็นลูกมือเอง” ย่งประคองมิลินเดินนำไปที่ครัว เขาไม่อยากให้มิลินรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ย่งคอยทำอาหารตามคำบอกของมิลิน มิลินตีไข่ได้ก็ช่วยตีไข่ เสร็จได้เป็นข้าวกระเพราไข่เจียวออกมา มิลินรู้สึกสนุกที่ได้ทำอาหารอีกครั้ง และย่งก็พลอยสบายใจขึ้นได้ด้วย ทั้งสองกินข้าวด้วยกันและคุยกันเรื่องทำอาหารอย่างสนุกสนาน

ติดตามตอนต่อไป....


โดย : เรื่องที่รอบทสรุป (ต่อ)
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 47 ]

ติชม แนะนำ เสนอแนวทาง ข้อคิดเห็นได้ที่ viva_wonder@hotmail.com
สามารถmsnได้เช่นกันค่ะ

โดย : viva_wonder คนเขียนเรื่อง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 53 ]

ยังไม่ว่างติเลย......................ยังชมอยู่.....รอนิดนะ

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 21 ]

ห่านสหายรัก....หากได้อ่านแล้ว...ย่อความแล้วเล่าให้ข้าฟังได้มะ...อยากอ่านแต่มันดูเยอะอ่ะ.....

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 4 ]

ย่อ..เสร็จแล้ว----------------->๐ <-----------------เห็นมะซา*

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 6 ]

จินตนาการล้ำลึกเกินบรรยาย..........ขอบจาย....

เห็นไอ้กลมๆ นี้ทีไร ให้นึกถึงตัวทากตอนไปเดินป่าเลยหว่ะ....

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 17 ]



จำเริญ......จำเริญ........จำเริญ


โดย : นายจำเริญ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 53 ]



รอติดตามตอนต่อไป ..!!

โดย : เฒ่ายอดสน
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 35 ]

โห มะสงสาร ให้คนแก่ตาลายไปเลย


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 37 ]

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ตอนต่อไปจะเขียนในกระทู้นี้หรือขึ้นหน้าใหม่ดีคะ....

โดย : viva_wonderนักเขียนมือใหม่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 17 ]

เขียนดีจัง ตอนต่อไปออกเรวๆน๊าพี่เอ้ นู๋รออ่านอยู่

-*-

โดย : lookmoo_ra
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 1 ]

แหะๆ....ตอนนี้ตอนต่อเขียนเสร็จแล้ว อยู่ที่0043 ค่ะ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ กำลังใจเต็มเปี่ยมเลย

โดย : viva_wonder คนเขียนเรื่อง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 27 ]

สาธุ

โดย : ki_ki
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 20 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook