บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : ค่ำคืนนี้...


...ค่ำคืนนี้
ข้าเข้ามาที่นี่กับความเหงา
ความเครียดความกังวลทนรุมเร้า
เรื่องราวต่างๆที่เข้ามา
...ค่ำคืนนี้
เป็นค่ำคืนที่มีค่า
เมื่อเห็นหน้าเว็บบ้านจอมยุทธิ์ในสายตา
สรุปว่า....
ถ้าวันไหนไม่ได้เข้ามา หัวใจข้าคงขาดรอนๆ
.................................................................
ฟรอส
ท่าคาแรกเตอร์นี้จะน้ำเน่าไปหน่อยไหมท่านๆ
แฮะๆๆ
.......................................................................

โดย : ฟรอส
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 5 ]

ค่ำคืนนี้ได้แวะมาหาท่านฟรอส...
ขับรถจอดหน้าร้านมิผ่านหาย
ยังอยากอยู่ใกล้ๆร้อยเรียงราย
จากสหายเพื่อนขี้เมาเคล้ากวี

ในวันนี้ข้าดื่มเหล้าแสนเมาหนัก
เมาในรักเมาในหลงเมาสงสาร
เมาในรักเมากวีที่โปรดปราน
เมาแสนนานมิหายเมาเหล้าหมดกลม

ถึงจะหมดเหล้ารินกลิ่นยั่วเย้า
พี่สั่งเหล้ามาใหม่ใจสุขสม
เพื่อนบอกว่าเมาแล้วเจ้าหมดหลายกลม
แต่เมาจมในรักสุดหนักใจ

ขออภัย...ท่านเจ้าของกระทู้..วันนี้ข้าเมานัก
อย่าน้อยใจ...หลายคนสงสัยข้าน้อยเป็นใคร
ข้าน้อยเพียงกวีคนหนึ่งที่มีเพียงความจริงใจ
เหงาบ้าง...เหนื่อยบ้าง..ทุกบ้าง..เป็นเรื่องธรรมดา
ข้าน้อยอายุเพียง 27 ปี รับราชการในตำแหน่งบริหาร
ในหน่วยงานหนึ่งถือเป็นอายุน้อย...บางครั้งอาจหลงบ้าง
บางครั้งอาจเหงาบ้าง...ได้ชุมนุมแห่งนี้เป็นที่ขัดเกลาจิตใจ
ถูกบ้าง..ผิดบ้างก็ช่างปะลัย....ข้าน้อยเป็นเด็กที่จะบริหารคนนับร้อยพัน
บางครั้งอยากให้เขาดูว่าข้าน้อย.มากด้วยความรู้..แต่มิพ้นเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารค้ำคอ..เหนื่อยนะ
ท้อบ้าง...ช่างเหอะ.........ขอเพียงมีความจริงใจ..ข้าน้อยแน่ใจ
สักวันข้าน้อยจะได้พบคนจริงใจเช่นกัน



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 3 : 58 ]

ท่านมารเหล้าขาว

........มีคำ..นำมาฝาก "คำว่า" หัวโขน
..หัวโขนถ้าใครใส่แล้วจะรู้ว่าหนัก....ถ้าเล่นเสร็จถอดออกแล้ว
...ก็จะรู้สึกเบา...

(อ่านของท่านพุทธทาส สักประเดี๋ยวซิ)
.........ดูลิง ดูแมว ...แมวบางเวลามันนิ่ง สงบเงียบ เหมือนกับหลับแต่ไม่ได้หลับ ลิงมันโงกหลับ นิ่งอยู่ เวลาลิงมันโงกหลับอยู่ มันได้รับการพักผ่อนแบบนี้ วิธีนี้
.....นี่คนธรรมดาสามัญ เป็นปุถุชนอยู่บ้านอยู่เรือนแท้ๆ ถ้าจัดให้ดีปรับปรุงให้ดี ก็จะพบบางเวลา สักแวบหนึ่งสองแวบ งีบหนึ่งสองงีบอยู่ด้วยความสงบเย็น นี่เป็นความสุขสูงสุดอย่างแท้จริง
...
สุขแท้-สุขลวง
.........ความสุขที่แท้จริง
เกิดจากการทำงานด้วยความพอใจ
จนเกิดความสุขเมื่อกำลังทำงาน
จึงไม่ต้องการความสุขชนิดไหนอีก
เงินที่เป็นผลของงานจึงยังเหลืออยู่
....ส่วนความสุขที่หลอกลวงนั้น
คนทำความพอใจให้แก่กิเลส
ซึ่งไม่รู้จักอิ่มจักพอ เงินจึงไม่มีเหลือ

นำมาฝากท่านด้วยความจริงใจ.....

...เพราะสุดท้ายปลายทางของทุกคน แม้แต่เงินในปากยังเอาไปไม่ได้เลย..

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 49 ]


ท่านมารเหล้าขาว
ตี 3 แล้ว ท่านยังนั่งบริหารงานอยู่อีกหรือ

อายุ 27 มีคนมากมายในความดูแล
น่าภูมิใจนะ เพราะ 100 คน ที่ท่านบริหาร
เขาต้องไปบริหารท้องของคนอีกไม่น้อยกว่า 300 คน

สมเด็จพระนเรศวร เริ่มทำการรบตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา
ไม่เคยหยุดรบเลย จนกระทั่งสวรรคต

ภาระที่ยิ่งใหญ่ อยู่ที่ใจท่านเลือก
บริหารชีวิตตัวเองคนเดียวก็ยังยาก
ถ้าไม่เห็นคุณค่า

คารวะ...
วันนี้ข้าไม่เมา แต่ข้าพอเข้าใจอะไรได้บ้าง

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 53 ]

ท่านมารเหล้าขาว
ท่านพักผ่อนบ้างเน้อ
แล้วก้อลองเปลี่ยนมากินเหล้าแดงเหล้าเขียวแทนแล้วกัน
เผื่อสุขภาพนะท่าน...
ฟรอส

โดย : ฟรอส
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 23 ]

...คนเดียวกันหรือเปล่าที่ข้าเข้าไปตีกะห่านที่บ้านเจ้า...

เข้าใจเลยท่านมารเหล้าขาว...ว่าไอ้ความเด็กของเรา มันทำให้เราดูไม่น่าเชื่อถือ ยิ่งไปบริหารบงการคนที่อาวุโสกว่าเรา เขาไม่ค่อยจะเกรงใจถือว่าประสบการณ์เยอะกว่าก็แข็งข้อ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าบำบากยากยิ่ง

ความขาดประสบการณ์...ทำให้เราไม่ทันคน...เป็นเหตุหนึ่ง..ทั้ง ๆ ที่เราแสนจะมั่นใจว่าทำได้...

ยิ่งเด็กยิ่งเกรงใจ...ไม่กล้าใช้ลูกน้อง...ก็หนึ่ง
วางอำนาจมากไป...จะใช้คน...ก็เหตุหนึ่ง

เขาจึงว่า...ผู้บริหาร ต้องรู้จักใช้คนให้เป็น
บริหารคนให้เป็น ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในอำนาจของการบริหารงานให้เป็น

จะใช้งานผู้ที่อาวุโสกว่า...ก็แปลงคำและเปลงใจเป็น ขอความร่วมมือ...ขอไหว้วาน...ทำนองนั้น

หากกับคนที่เด็กว่า...ใช้อำนาจได้..แต่ต้องมีขอบเขต..

ว่ากันว่า...

ผู้บริหารที่ดี ต้องมีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ
แม้จะมีเพียงแค่คุณวุฒิแต่เราก็ต้องทำให้ได้

ผู้บริหารที่ดี...ต้องมีพระเดช...และพระคุณ....ในตัว...

อันสุดท้ายนี่สำคัญ....พระเดช..และพระคุณ....เมื่อสามปีที่แล้ว...ข้าได้บทเรียนมาเช่นนั้น.....

ตอนนี้กลับมานั่งนับหนึ่งใหม่...ไม่รู้เป็นอะไร..นับไปนับมาก็กลับมาที่เดิม ถอยหลังลงคลอง...
ไหน ๆ ก็อยู่ในคลอง ประเดี๋ยวก็องเรือร้างออกไปซะเลยนี่...
แม้ไม่รู้เรือร้างจะอับปางเมื่อใด ...กับเวลาที่เสียใป...ก็พอใจกับผลที่ว่า.....

....ยิ่งอับปางมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เราว่ายน้ำแข็งขึ้นเท่านั้น.....อ่ะนะ

เป็นกำลังใจ...สู้ต่อไป...คุณไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง.....

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 58 ]

ขออภัยด้วยใจที่เมาโลก
บ้างครั้งโศกบ้างครั้งเศร้าทนมิไหว
จึงร้อยเรียงเรื่องราวจากหัวใจ
ถึงมั่วไปเพราะความเมาความเขลามา..

เป็นนักเรียนทุนหลวงรุ่นสุดท้าย
ที่เข้าได้บรรจุอย่าถือสา
รุ่นเก่าๆเขาให้ลาออกมา
ให้เงินตราล่อใจให้เซ็นยอม.

ข้าน้อยขออภัยยิ่งนัก...ที่เสียมารยาทเลอะกระทู้ท่าน
ข้าน้อยระบายตอนเมา...เมื่อคืนจำตัวเองยังไม่ได้เลย
ข้าน้อยเป็นเพียงข้าราชการผู้น้อย...ซึ่งกระทรวงไม่ได้มีการบรรจุมา
ถึง6 ปี...รุ่นเก่าๆๆๆก็ให้ออก...รุ่นใหม่..ก็ให้จ้างเอา
ข้าน้อยจึงมีโอกาสได้ขึ้นรักษาการในตำแหน่ง....
เพราะข้าน้อยย้ายไปที่กันดารคนใหญ่โตไม่ออกก็ย้ายหนี
บ้างครั้งเหนื่อยนัก..จนไม่รู้จะทำตัวยังงัย...ทิศทางไปงัย
รัฐก็จะเอาให้ตามเป้าๆ...ไม่ได้ตามเป้า..ให้ออก
เป็นอยู่อย่างนี้....ข้าน้อยไม่พร้อมเลย....ตุลานี้ไม่รู้ออกหัวหรือก้อย

ข้าราชการ...คำๆนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน...ให้ความมั่นคง
และก้าวหน้าในหน้าที่การงาน...แม้ระบบการเงินหมวด600
(เงินเดือน) ที่แม้แต่ใครก็หักไม่ได้(ตามกฏหมายนะคับ)..แต่ทุกวันนี้..(ยกเว้นความผิดในวินัย4ขั้น..และศาลสั่ง)
ไม่มีอะไรแน่นอน..ไม่รู้ทิศทางที่จะไป...แม้แต่อาจารย์ในมหาลัย
เขาก็ให้ลาออกให้หมดเดือนตุลานี้...ถ้าใครทำใจไม่ได้ให้เวลา5ปี
ไม่รู้วันไหนจะถึงกระทรวงผมบ้าง..คงไม่นาน

ถ้าข้าน้อยพูดอะไรผิดไปขออภัย..เมื่อคืนคงฤทธิ์สุราเลย
เว่อไปหน่อย..ส่างเมายังจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนทำไรไปบ้าง
กดดันนิดหน่อยข้าน้อยขออภัยอย่างสูง



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 0 ]

ท่านซาบู "ไอ้ความเด็กของเรา" ....เรา....เราเหรอ...เอ๊ะ

ท่านมารเหล้าขาว...ท่านกลับเปิดเผยยิ่งนัก...นับถือ

โดย : จันทร์ในบ่อ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 30 ]

ขอคาราวะท่านกู่กงก๊ง...ที่เคยหยิบเหล้ามาฝากข้าน้อย

ท่านซาบูที่เคยแต่งกลอนเป็นเพื่อนเสมอ..ข้าน้อยคนเดิม..มิเคยเปลี่ยนชื่อ

ประสบการณ์สอนให้ข้าน้อย..มีความซื่อสัตย์..ไม่โกหก..และหนีปัญหา

ถึงแม้เราจะหนีไปยังงัย...มันก็คงไม่พ้น...อย่างน้อยก็ยังอยู่ในใจเรา..

คาราวะท่านจันทร์ในบ่อ...ด้วยความนับถือยิ่ง..ด้วยไมตรี

คาราวะท่าน......... ปรัชญาช่างเป็นสัจธรรมเสมอ

คาราวะท่านฟรอส...และขออภัยอย่างสูง..ที่ทำให้กระทู้ท่านเลอะ...
เอ...นึกว่ากระทู้ตัวเอง ยังงัยเสียข้าน้อยก็ขออภัยที่ล่วงเกิน

หากไม่ตอบดูจะแล้งน้ำใจที่เพื่อนอุตรสามาคุยด้วยจึงเลอะกระทู้ท่านสักหน่อย

ขออภัย...ขออภัย


โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 13 ]

ท่านจันทร์ ข้าเป็นเด็กบ้านนอก...คำว่า....เรา...เป็นคำกลาง ๆ..ที่สุภาพ.. ในหมู่บ้านข้าเขาใช้แทนได้ทุกอย่าง...ไม่ได้แยกแยะความหมายเหมือนคนเมืองกรุงดอก...


โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 24 ]


ท่านซาฯ ภาษาท่านยามคุยกับแม่นางจันทร์ในบ่อ ทำให้ข้าคิดว่า กำลังฟังพ่อขวัญตัดพ้อแม่เรียม

ท่านมารเหล้าขาว
หนทางที่ตีบตันในวันนี้
พรุ่งนี้ ไม่แน่ อาจสว่างสดใส
เพียงใจท่านปล่อยวางลงก่อน

ขอให้โชคดี


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 39 ]

ท่านซาบู...คำว่าเราที่ท่านพูด ข้าหมายถึง เรา = ซาบู + มารเหล้าขาว
ข้าเพียงสงสัยในอายุท่านเท่านั้น เพราะฟังจากคำท่านเหมือนกับท่านอายุใกล้เคียงท่านมารเหล้าขาว..อะไรประมาณนั้น
พ่อขวัญนะพ่อขวัญ

โดย : จันทร์ในบ่อ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 52 ]

อันตัวข้าซาบูยังเยาว์นัก
อ่อนทั้งรักทั้งเรื่องเรียนดูบ้าใบ้
จำไว้นาไม่ว่าข้าจะเป็นใคร
หนึ่งในใจยังมีเจ้าทุกเวลา



เรา....คล้าย ๆ ....เช่น....คนเราเกิดมา....เรา...ที่ข้าว่า...ประมาณนั้น...

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 14 ]

ท่านมารเหล้าขาว
ถึงท่านจะเป็นผู้บริหารหรือไม่
ไหนๆก็ว่ากันละ
ผู้บริหารนั่นควรจะบริหารสุขภาพจิตของผู้ถูกบริหารบ้าง
อย่าให้เขาได้คิด
ว่าเขาทำประโยชน์เพื่อคนๆเดียว
ไปทำไม


ดั่งข้าพเจ้าในวันนี้

ทำดีแทบตายเขาได้ผลงานไป
พลาดพรั้งเพียงครังเขาให้บรรลัย
พอทำได้ดีใหม่เขาก็ยิ้มให้
ทำมาทำไปมัน "ตบหัวแล้วลูบหลัง"

โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 25 ]

.......มองสองด้าน

ด้านหนึ่ง พิจารณาในมุมกว้างอย่างครบถ้วน
อีกด้านพิจารณาอย่างลึกซึ้งนั้น สามารถใช้หลักในการดำเนินชีวิตที่ดีได้ เพราะคนที่ช่างสังเกตและพยายามเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่นโดยไม่ยึดติดในตัวตน...มักเป็นที่ชื่นชมของผู้อื่นเสมอ

...ลอกมา จำไม่ได้แล้วว่าจากไหนคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 51 ]

ท่านรัตน์กล่าวได้เยี่ยมมาก

การบริหารมีหลายวิธีที่จะได้มาซึ่งผมสัมฤทธิ์

ฟังดูหน่วยงานท่านยังใช้ระเบียบวิธีบริหารรุ่นเก่า

ก่อนปี 2545..ซึ่งจะเป็นแบบพักพวกเพื่อนฝูง

หากท่านทำดีเขาได้หน้า..ท่านทำดีมากๆๆ..เขาจะดันท่านเอง

แต่ถ้าผิดใจเขาทำดีแค่ไหนก็แค่นั้น
หากท่านพลาดโดนเหยียบแน่..พูดตามตรง..นะ.ระบบราชการไทยในอดีต

คงเป็นอย่างนั้น...เพราะการจะขึ้นไปสักตำแหน่งก็ต้องเหยียบกัน..เงินเดือนน้อย
ต้องอาศัยบารมีของ..เจ้านาย..ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้หาประโยชน์ส่วนตน..

มีคำกล่าวคำหนึ่งในอดีต..ข้าราชการที่ดี..นั้นไม่มีทางรวย

หลังการปฏิรูประบบข้าราชการปี 45 ใช้ผลงานวัดรายได้..เงินพิเศษมากมาย

ระบบการบริหารเปลี่ยนไป..มุมมองหน่วยงานเหมือนเรือลำหนึ่ง
ที่เล่นไปบนนาวา..หัวหน้าหน่วยงานเป็นแค่หางเสือที่ชี้เป้าหมาย
โดยองค์ประกอบแต่ละส่วนคือเจ้าหน้าที่..ต้องมองว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ความสามารถแตกต่างการ..จะเอาไม้กระโดงมาพายแทนใบพักก็กะไรอยู่

เห็นความแตกต่างมากในกระทรวงสาสุข..พยาบาลจบใหม่ๆเริ่มที่ สองหมื่นกว่าๆ..หากตั้งใจทำงาน

ขึ้นเงินเวรให้...ให้เงินในการสร้างงานเชิงรุกแบบทีม...มากกว่า
การทำงานเด่นคนเดียวเหมือนเดิม..มีการคานอำนาจ..รูปแบบ
การตัดสินใจในรูปคณะกรรมการ

ท่านเป็นข้าราชการท่านจนเหรอ..ไม่ใช่

ท่านเป็นข้าราชการอยากได้ตังค์มากๆไม่ยากเลย

เขาเอาเงินมากองไว้ก่อนหนึ่ง...ถ้าท่านอยากได้..ท่านก็ทำงานแลก
มันเอาสุดแต่ความสามารถ...และต้องผ่านเกณท์ที่เขากำหนด

เขาไม่สนใจว่าท่านจะเอาไปทำอะไร..ไม่จุกจิกเหมือนเดิม

สมมุติเขามีเงิน 10 บาท..เขาต้องได้ของราคาสิบบาทตามเกณท์
ถ้าท่านซื้อของได้สิบบาทพอดี..ท่านอยู่ตัว....ถ้าใช้10บาทซื้อ ได้
สินค้าราคา15 บาทยิ่งดี(ประโยชน์อยู่ที่ชาวประชา)..ถ้าท่านใช้เงินสิบบาทไปซื้อของได้ราคา 15 บาท แต่เหลือเงิน 8 บาทจะเป็นไร
เมื่อเขาได้ผลงานตามต้องการ

ระเบียบวิธีมีมากมาย..อธิบายสามวันไม่จบแน่...
แค่นี้แล้วกันครับ




โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 52 ]

ท่านมารเหล้าขาว
ท่านพูดอย่างนี้ ทำให้ผู้อ่านมองในมุมเดียว
รพ. ที่ข้ารู้จักดี พยาบาลจบใหม่ได้ 12,000 ยังลาออกกันไม่หยุด
ก็ไปทำงาน รพ. เอกชนได้มากกว่านี่นา งานก็ไม่หนักด้วย
เงินเวรที่ได้ ก็มาจากเสนอโครงการขอจากหน่วยงาน สสส , สปสช ม่ายงั้นก็อด ดังนั้น งานจึงต้องเพิ่มมากขึ้น มีผลงานให้เขาพิจารณาเพื่อที่จะให้เงินต่อไป มันยุ่งยากกว่าที่ท่านคิดมากนะ

ท่านกล่าวว่า ท่านเป็นข้าราชการท่านจนเหรอ..ไม่ใช่
ข้าเป็นข้าราชการมานาน น๊าน นาน ไม่เห็นจะรวยสักที

ท่านเป็นข้าราชการอยากได้ตังค์มากๆไม่ยากเลย ...
ข้าว่า ยากมาก ก็ไม่เห็นจะสามารถได้จากทางไหนได้เลย มันคงเป็นบางอาชีพหรือเปล่าล่ะท่าน ข้าว่าก็เป็นส่วนน้อยนา

เพื่อนข้า เป็นพยาบาล ตอนนี้ร่ำรวย เพราะเปิด 7 - 11 ได้ 3 สาขา รอเงินเดือนทุกวัน ทุกเดือน อดตาย
น้องๆพยาบาลที่ข้ารู้จัก อยากรวย อยู่เวร รพ.เอกชนกันติดต่อกันมากกว่า 16 ชั่วโมงต่อวัน เจอหน้า - ตากลวงโบ๋

นี่ไม่ใช่รวยเพราะเป็นข้าราชการเลย ก็ต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่นเขาอ่ะ

อีกมุมนึง ที่อยากให้ท่านมารเหล้าขาวเข้าใจ..ซึ้งในข้าราชการจนๆ อย่างพวกข้า ไอ้ที่ยังพอมีบ้างน่ะ มาจากบรรพบุรุษจริงๆ มิใช่เล่นหุ้นหรือมีธุรกิจมือถือ จะได้เป็นข้าราชการที่รวยได้ แหม ท่านมารฯก็ ทำให้ข้าอิจฉาข้าราชการรวยๆ แล้วสิ



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 33 ]

ไม่รู้นะ..ท่านพี่อิสตรีมาร

มันก็ไม่รวยนะแต่ก็พอได้..น้องๆพยาบาลจบ
ที่ รพ.ข้าน้อย สตาทร์ที่ 7600 บาท เบี้ยกันดาร 2000
เงินเวรถ้าขึ้นพอประมาณเวรละ 500 ต่อ8ชั่วโมงประมาณ
เดือนละ10,000 ต่อด้วยโครงการแฟมเมอรี่โฟนเดอร์..ในเวลาราชการ..ก็ยังได้เงินพิเศษ วันละ 500 ไหนจะโครงการพี่เศษ
ด้วยอีกมากมาย..หากจะทำ..
เป็นเพราะ รพ.ที่ข้าน้อยรู้จักมันเล็กนะท่านพี่
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งต้องทำงานหลายด้าน..จนต้องจ้างคนข้างนอกมา
ช่วยเยอะแยะ...จ้างน้องพยาบาลที่จบมหาลัยต่างๆมาช่วย..

แต่ข้าน้อยว่าที่ลาออก..มีหลายสาเหตุนะ..เพราะเอกชนทำงาน
เฉพาะการพยาบาล..ไม่ต้องรับผิดชอบ..เป็นกรรมการต่างๆ
ไม่ต้องทำงานที่นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ตน..

เพราะโรงบาลเล็กๆนะท่านพี่..ไหนจะกรรมการพัสดุ.ไหนพยาบาลจะไปช่วยห้องยา..ช่วยPCU...เปลี่ยนการทำงานในเชิงรุก...คือเดินตากแดด
ออกเยี่ยมชุมชนทุกหลังคาเรือน..ค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่..มิได้ทำงาน
ดูแลคนป่วยเช่นเดิม..เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ..จัดทำโครงการในพื้นที่..ลองรับปัญหาต่าง..วางแผน..จัดทำโครงการร้อยแปดพันเก้า
ประสานกะชุมชนต่างๆ..จัดทำประชาคม..โอ๊ยเยอะแยอะไปหมดเลย

แต่ก่อนไม่เป็นอย่างนี้..แต่ก่อนแค่ทำงานหน้าเดียวรับคนไข้
ดูแลรักษาก็จบ..แต่ตอนนี้ต้องออกไปเยี่ยมคนไข้ถึงบ้าน...
(แต่ก็ดีอย่างที่การทำงานต่างๆนอกเหนือจากงานปรกติเบิกได้หมด)
เหนื่อแต่ภูมิใจที่เห็นรอยยิ้มของเช้าบ้าน..ที่ยิ้มให้เราอย่างจริงใจเสมอ

มันก็ไม่รวยหรอกพออยู่ได้..สบายๆหากไม่เกเร



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 52 ]


เห้นทีต้องเมล์คุยกันซะละ

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 40 ]

เห็นด้วยกับท่านรัตน์.......

............... ต้องรู้จักบริหารจิตใจตัวเอง.............

......เป็นสิ่งที่มักมองข้างเสมอ...แต่มีความสำคัญยิ่ง.............

...ท่านย่า...คุยกันซะยาว...เรื่องบ้านเมือง...เรื่องระบบ...ให้คุยกันข้ามชาติก็ไม่มีวันหมด....เฮ้อ.....ระยะเวลามันมากกว่าหนึ่งชั่วชีวิตคน....



โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 29 ก.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 5 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook