บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : โจรปล้นชาติกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยนิติภูมิ นวรัตน์


ความคิดเห็นที่ 49

ผมขออนุญาตนำบทความของอาจารย์นิติภูมิ นวรัตน์
ที่ลงลิ้งค์ไว้ในเว็ปไซด์ของอาจารย์ท่านเอง(www.nitipoom.com)
มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ อ่านแล้วน่ากลัวมากครับ
ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยต้องเป็นแบบนั้นเลย

บทความมีดังข้างล่างนี้ครับ

---------------------------

ไอ้ผู้นำนายทุนปล้นชาติ

นิติภูมิไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ช่วงที่อาร์เจนตินาแตกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ.2545
ผมได้ไปใช้ชีวิตอยู่บนชั้นที่ 10 อาคารเลขที่ 883
ถนนแอฟวะนิว-คอร์โดบา กรุงบูเอโนสไอเรส

เลขานุการชั่วคราวบนชั้นที่ 10 มีชื่อว่า นางอเดรียนา นูเนียซ

อเดรียนาเคยทำงานอยู่ในรัฐวิสาหกิจผลิตแก๊สที่ชื่อ ทรานสปอรตา โดรา เด กาซ เดล นอรเต
ทำมาตั้งแต่จบการศึกษาใหม่ๆ จนถึง พ.ศ.2537
ประเทศของเธอก็มีประธานาธิบดีที่อยาก จะรวยเร็ว รวยล้นฟ้า
วิธีที่จะทำให้รวยเร็วล้นฟ้าก็คือ การขายสมบัติของชาติ
ให้กับพรรคพวกของตนในราคาถูก
ในห้วงช่วงตอนแรก สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจลุกขึ้นมาคัดค้าน

รัฐบาลอาร์เจนตินาสมัยนั้นก็ฉลาด
ประกาศให้เศษหุ้น 5% กับพนักงาน พนักงานของรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จึงเงียบ

เงินมา ขาหยุด (เดินขบวน),

โฆษณามา ปากกาหยุด (เขียนความจริง)

อเดรียนาก็เงียบด้วยเมื่อรัฐบาลประกาศจะให้หุ้นพนักงาน 5%

การแปรรูปในอาร์เจนตินาก็จึงเริ่มทำกันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2537...

...ทรานสปอรตา โดรา เด กาซ เดล นอรเต
รัฐวิสาหกิจที่ผลิตแก๊สธรรมชาติทางเหนือ ของประเทศ
ถูกนำมาออกขายให้ประชาชนก่อน
ภายในเวลาไม่นานนัก บริษัทโนวาคอร์ปของแคนาดาก็สามารถรวบรวมหุ้นไว้ได้ทั้งหมด
สมบัติชาติชิ้นนี้จึงกลายเป็นของบริษัทต่างชาติภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี

...ทรานสปอรตา โดรา เด กาซ เดล โซร
รัฐวิสาหกิจผลิตแก๊สทางตอนใต้ ก็ถูกรัฐบาลแปรรูปเช่นกัน
ตอนแรกขายให้บริษัทเอกชนอาร์เจนตินา
ภายในเวลาไม่นาน หุ้นทั้งหมดก็ถูกขายไปให้บริษัทเอ็นรอนของสหรัฐฯ

...รัฐวิสาหกิจดิสตรี บูดีโอรา เมโทรโปลิตานา
ผู้นำอาร์เจนตินาในสมัยนั้น ก็ขายให้กับบริษัท บริติชแก๊สของอังกฤษ

...รัฐวิสาหกิจดิสตรี บูดีโอรา บูเอโนสไอเรส นอรเต
ผู้นำกระหายเงินได้ยักย้าย ถ่ายเทนำออกมาขายให้นักการเมือง
ที่เป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงและพี่น้อง

เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เมื่อประชาชนเริ่มลืม
ไอ้พวกเพื่อนฝูงพี่น้องของมัน ( มันก็คือไอ้ผู้นำกระหายเงิน)
ก็รวบรวมเอาไปขายให้บริษัทสเปนที่มีชื่อว่า บริษัทเร็ฟซอล

...เมื่อรัฐวิสาหกิจเซนโตร กูซานา ถูกแปรรูปแล้ว
หุ้นทั้งหมดก็ถูกรวบรวมไปขาย ให้บริษัทอิตัลแก๊สของอิตาลี

การประปาแห่งอาร์เจนตินา
ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อว่า โอบาสซานิตาริอาส
ไอ้ชั่ว ( คือไอ้ผู้นำนายทุนกระหายเงิน) มันจัดการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่หนึ่งมันขายให้บริษัท ลีอองเนส แด โช ของฝรั่งเศส
สำหรับส่วนที่สอง มัน ( มันก็หมายถึงไอ้ผู้นำนายทุน ปล้นสมบัติชาติ)
และพวกของมัน ( หมายถึงไอ้กลุ่มรัฐมนตรีนายทุนเ_ยม อำมหิตปล้นสมบัติชาติ)
ก็ค่อย ๆ ทยอยซื้อสะสมจากผู้ถือหุ้นชาวอาร์เจนตินา
เพื่อนำไปขายให้บริษัท แองกลิแอนของอังกฤษ

องค์การโทรศัพท์และสื่อสารแห่งอาร์เจนตินาที่มีชื่อว่าเทเลคอมและเทเลโฟนิกา
มัน ( หมายถึงกลุ่มไอ้เ_ยมอำมหิตปล้นสมบัติชาติ) ก็แปรรูปเ_ยนเต้ไม่เหลือ
บั้นปลายท้ายที่สุด มีบริษัท 3 แห่งไปกวาดซื้อหุ้น
คือ บริษัท เอสทีอีทีของอิตาลี บริษัท ฟรองซ์ เคเบิ้ล เอ ราดิโอ ของฝรั่งเศส
และบริษัท เทลโฟนิกา เด เอสปายา ของสเปน

สายการบินแห่งชาติที่มีชื่อว่า เอโรลิเนียส อาร์เกนตินาส
มัน ( ไอ้ผู้นำนายทุนชั่ว) ก็จัดการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ก่อนที่จะจัดการแปรรูป
สุดท้าย พรรคพวกของมัน ( ไอ้ผู้นำนายทุนชั่ว)
ก็จัดการรวบรวมเอาไปขายให้บริษัท อีเบเรียของสเปน

เดิมในอดีต นางอเดรียนาเคยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ตอนหลังที่เจอกันกับผมนั้น เธอตกงานและไม่มีอะไรจะกิน
สุดท้ายได้งานเป็นเลขานุการชั่วคราวเพื่อหาเศษเงินมา ประทังชีวิต

ผมไม่สงสารนางอเดรียนาแม้แต่น้อย เพราะเธอเคยละโมบโลภมาก
เคยหลงใหลได้ปลื้มในเศษหุ้น 5% และเงินชดเชยที่รัฐบาลเอามาล่อ
เพราะละโมบ ชะตาหลังจากนั้นของเธอถึงตกต่ำ

อาร์เจนตินาแปรรูปได้ไม่ถึง 10 ปี ประเทศก็เจ๊ง
คนส่วนใหญ่ยากจน โสเภณีเต็มเมือง
คนกลุ่มน้อยรวยล้นฟ้า สื่อทุกชนิดถูกปิดปาก ( ด้วยโฆษณา)

ไอ้ผู้นำกลายเป็นอดีตผู้นำผู้ร่ำรวย อพยพไปใช้เงินอยู่ที่สเปน.

นิติภูมิ นวรัตน์

--------------------------------------
อ่านจบแล้วพวกเราต้องช่วยกันนะครับ
รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว วันศุกร์นี้เจอกันที่สวนลุมพินีครับ
คนไทยแท้

คัดลอกมาจาก
http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9480000158185

โดย : ตัวแทน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 59 ]

ค่อนข้างยาวสักหน่อยนะครับ
แต่มันเป็นความจริง

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่เราสามารถเรียนรู้ได้

หวังอย่างยิ่งว่า "ชาวบ้านยุทธ" คงได้ข้อคิดอะไรบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

โดย : ตัวแทน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 2 ]


ขอบคุณมากกับการให้ขอมูลที่เป็นประโยชน์กับการเรียนของข้า ขอบคุณมากเลยครับบบบบบบบบบบบ

ท่านข้าขอดื่มให้ 1 จอกเพื่อเป็นการคารวะ

โดย : เมาเซ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 27 ]

ข้าน้อยขอคารวะท่านเมาเซด้วยสุรา 1 จอกเช่นกัน
มีเพื่อนร่วมร่ำสุราเช่นท่าน นับว่าเกิดมาไม่เสียที

สุดท้ายนี้.. ยังคงฝากบทกลอนให้ชาวบ้านยุทธได้เสพเคล้าสุราอีกบทหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 98

มรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ผมคือ"ให้รู้จักการโกง"
งบประมาณที่ได้มาต้องรู้จักโกง รู้จักกิน
โกงให้เป็นประโยชน์กับตัวเองและพวกพ้อง
ดังนั้น"งบที่ได้มา ใช้ 1 ส่วน โกง 3 ส่วน"
.........มีโกง ไม่มีอด.................
.........มีโกง ไม่มีอด.................
.........มีโกง ไม่มีอด.................
บริษัทแปรรูปในเครือที่ถือหุ้น ขอสนับสนุนการโกง

copy เค้ามา
create จริง ๆ คนคิดนี่
some

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9480000156028

โดย : ตัวแทน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 45 ]

ผมเห็นด้วย..ครับบบบ..เรื่องนจริง 100%

โดย : ชายโฉด
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 52 ]

จับตา-แปรรูป การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ขบวนการปล้นชาติ สร้างอาณาจักรใหม่

ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษ แฉให้จับตาแปรรูป กฟผ. เข้าข่ายขบวนการปล้นชาติ
วางแผนสร้างเป็นอาณาจักร Shin Energy อย่างแยบยล เชื่อมไฟเบอร์ออพติคเข้าเสาไฟฟ้า หวังขยายเครือข่ายโทรศัพท์
คาดเม็ดเงินสูง 6 หมื่นล้านบาท พร้อมเขย่าตลาดหุ้น ให้ดิ่งหรือดับได้ในกำมือ ต่อไปคนรวยที่สุดในโลกจะไม่ใช่ บิล เกทส์
อีกแล้ว แต่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้เอง ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลชุดนี้ ถือเป็นการวางแผนทางธุรกิจการเมือง ครั้งใหญ่ โดยเกี่ยวพัน 4 ส่วนด้วยกันคือ

1. ปตท. ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่า 5 ล้านล้านบาท
2. ปิโตรเคมี มีมูลค่าตลาด 3 แสนล้านบาท
3. ธุรกิจโทรคมนาคมอีก 5 แสนล้านบาท แค่รวมสามส่วนนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลถึง 2.1 ล้านล้านบาท
4. กฟผ.ซึ่งยังไม่ได้เข้าตลาดจึงยังไม่รู้ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ แต่คาดว่าใกล้เคียงกับ ปตท.

ทั้ง 4 ส่วนนี้น่าจะเป็นมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาทเกินกว่ามูลค่าครึ่งหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นว่า
ระบบเศรษฐกิจของไทยครึ่งหนึ่งอยู่ ในภาคธุรกิจพลังงาน แสดงให้เห็นว่า หมากเกมนี้ แหลมคมลุ่มลึกมาก ขณะเดียวกัน
การคอรัปชั่นแบบคลาสสิค อย่างหักหัวคิวสนามบินสุวรรณภูมิก็ยังมีอยู่

การพิจารณาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูป ปตท.จะพบว่า คนพวกนี้เคยขายบางจากมาก่อนแล้ว และต่อไป
ก็จะมาทำการแปรรูป กฟผ.นี้ด้วย รัฐบาลจัดทีมชุดนี้วิ่งรอกตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการแปรรูป

ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของโทรคนาคมนั้นมาเกี่ยวพันเป็น 1ใน 4 ของธุรกิจพลังงานได้ก็เพราะว่า เสาไฟฟ้าแรงสูง
ของ กฟผ. ในส่วนของ แกนสายได้สอดสายไฟเบอร์ออพติคไว้แล้ว ถือเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมที่วิเศษที่สุด ดีกว่าโครงข่าย
ของ กสท.เสียอีก เพราะว่าเครือข่ายของ กฝผ.สามารถเข้าไปในบางพื้นที่ ที่กสท.เข้าไปไม่ได้ ตรงนี้ในอนาคตมีแนวโน้ม
ที่จะฉีกออกไปเป็นอีกหนึ่งบริษัทคือ อีแก็ต-เทเลคอม ได้สบายเพราะเป็นเจ้าของสายไฟเบอร์ออพติคที่แพร่ขยายไปตาม
ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ลองคิดดูว่าคอมลิงค์ซึ่งเป็นสายไฟเบอร์ออพติค วิ่งเฉพาะตามทางรถไฟ ในแต่ละภูมิภาค
มีสายไฟเบอร์ออพติคหลักอยู่เส้นเดียวยังสร้างความร่ำรวยได้มหาศาล แล้ว โครงข่ายของ กฝผ. ซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง
ที่ดีที่สุดในประเทศ จะมีมูลค่าขนาดไหน จริงอยู่ว่าสายไฟของกฟผ.ยังไม่สามารถเชื่อต่อมายังบ้านได้ จำเป็นต้องหา
พันธมิตรเพื่อมาทำการเชื่อมต่อตรงนี้ ซึ่งการเชื่อมต่อมายังบ้านมี 2 แบบใหญ่ ๆ คือ แบบมี สาย ซึ่งก็คือ เครือข่ายของ
การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งคงมีการคิดกันแล้วว่าจะต้องมีการรวมกันเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งแห่งก่อน
แล้วค่อยนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์ และ การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งอย่างหลังก็คือบริษัทโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ นั่นเอง

ผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษกล่าวต่อว่า นอกจากนี้เทคโนโลยีในอนาคตนั้นจะทำให้ปลั๊กไฟบ้านสามารถเสียบสาย
โทรศัพท์ได้ เพราะฉะนั้น สายไฟฟ้านอกจากจะจ่ายไฟฟ้ายังสามารถส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์ได้ หากรวม กฟผ.,
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( กฟภ.) จะยิ่งใหญ่กว่าเครือข่ายของ ดีแทค และ เอไอเอส
เพราะบริษัทเอกชนทั้งสอง ทำอย่างไรก็ไม่มีทางทำได้ขนาดนี้

ผมขอพูดเป็นสมการแบบง่าย ๆ ดังนี้

TMB (ธนาคารทหารไทย) บวก IFCT (บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) บวก DBS (ธนาคารดีบีเอส)
จะเท่ากับ Shin Bank

ส่วนกรณี EGAT (กฟผ.) บวก PTT (ปตท.) จะเท่ากับ Shin Energy ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Shin Telecom
เป็นอาณาจักรใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจประเทศ

การนำ กฟผ.เข้าตลาดหุ้นจึงเป็นการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อทำให้แผนการยึดครองเศรษฐกิจของประเทศสมบูรณ์แบบ

ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวต่อว่า ไม่เกิน 1 ถึง 2 ปีจากนี้ เราคงเห็นค่าไฟจากหน่วยละ 10 สลึงกลายเป็น 4 บาท
ไม่ต่าง อะไรจากราคาน้ำมันในขณะนี้ หากมีการขึ้นค่าไฟฟ้าหน่วยละ 1 บาท เงินจะไหลเข้ากระเป๋าเจ้าของ กฝผ.
หนึ่ง แสนสองหมื่นล้านบาทต่อปี ตรงนี้เฉพาะค่าไฟเท่านั้น ยังไม่รวมประโยชน์จากไฟเบอร์ออพติค
ต่อไปนี้คนที่รวยที่สุดในโลกคงไม่ใช่ บิล เกตส์ อีกแล้ว แต่จะเป็นคนใกล้ตัว แถวนี้เอง
การแปรรูปการไฟฟ้าจะร้ายแรงกว่า ปตท.มาก เพราะในบ้านเรากิจการการค้าน้ำมันยังผูกขาดไม่สมบูรณ์
มีหลายเจ้าที่ค้าน้ำมันแข่งกันกัน แต่สำหรับไฟฟ้านั้นหากเราไม่ซื้อไฟจาก กฝผ.ก็ต้องไปซื้อถ่านไฟฉายตราแมวดำมาใช้

"ไม่มีการปล้นชาติครั้งใดหอมหวานเท่าครั้งนี้ เป็นการทำให้อำนาจทางการเมืองควบรวมกับอำนาจทางเศรษฐกิจ
อย่างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาเราก็เห็นตัวอย่างจาก การกระจายหุ้น ปตท.แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หนึ่งในสามของหุ้น ปตท.
ถือครองโดย หน่วยลงทุน 2 หน่วยจากสิงคโปร์ (ตัวแทนของไอ้โม่งในไทย) ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของของหน่วยลงทุน
ทั้ง 2 หน่วยนี้ จะได้ผลประโยชน์ถึง 6 หมื่นล้านบาท
ที่สำคัญสามารถทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้แทบทุกวัน แค่บอกว่า จะขยายโรงกลั่นหรือ สร้างโรงไฟฟ้า หุ้นก็พุ่ง
พออีกอาทิตย์บอกว่า จะทบทวนมติครม.หุ้นก็ดิ่ง (ปั่นหุ้นทำกำไรกันจนรวยเละ)
เวลานี้บ้านเมืองกำลังถูกปลาหมึก ยักษ์กิน วิธีการสู้กับปลาหมึกยักษ์ อย่าไปแหย่ที่หนวด ให้แทงที่หัว"
ดร.วุฒิพงษ์ กล่าว

----------------------------------------------------------------------------------

ผลประโยชน์แอบแฝงมหาศาลด้านโทรคมนาคม อีกหนึ่งสาเหตุในการเร่งแปรรูป กฟผ.

มีอะไรอยู่เบื้องหลังธุรกิจด้านโทรคมนาคมที่ บมจ. กฟผ. รีบดำเนินการจัดตั้งแทบจะทันทีหลังจากการแปรสภาพเป็น
บริษัทจำกัด (มหาชน) ธุรกิจด้านนี้จะเป็นประโยชน์กับใคร และประชาชนจะเสียประโยชน์อย่างไร ลองมาฟังกันดูครับ

ธุรกิจด้านโทรคมนาคม ของ บมจ. กฟผ. สำคัญอย่างไร

บมจ. กฟผ. ตั้งบริษัทลูกชื่อ "กฟผ. โทรคมนาคม" หรือ "EGAT Telecom" เพื่อนำเครือข่ายสื่อสารใยแก้วนำแสง
ที่ดำเนินการติดตั้งไว้ ตั้งแต่ก่อนแปรรูปไปให้เอกชนเช่าเพื่อการสื่อสารข้อมูล ปัจจุบันนี้เครือข่ายใยแก้วนำแสงของ บมจ.กฟผ.
มีช่องสัญญาณขนาด 155 Mbps (155 ล้าน bps) เชื่อมไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกำลังเร่งขยาย
ช่องสัญญาณขนาดเดียวกันนี้ไปยังภาคใต้ และภาคตะวัน ออกให้เสร็จในระยะเวลาอันใกล้ ก่อนการกระจายหุ้น

เครือข่ายใยแก้วนำแสงนี้ ทำอะไรได้บ้าง ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือปัจจุบัน บมจ. กฟผ. มีช่องสัญญาณใหญ่พอที่จะแพร่ภาพ
โทรทัศน์แบบเดียวกับที่ UBC ใช้แพร่ภาพในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปทั่วประเทศไทย โดยมีความ คมชัดระดับ VCD
ได้ประมาณ 100 ช่อง หรือ ประมาณ 30 ช่อง ที่ความคมชัดระดับ DVD และสามารถลงทุนขยายช่องสัญญาณเพิ่มขึ้น
64 เท่า ให้มีช่องสัญญาณสูงถึง 9.6 Gbps (9,600 ล้าน bps ซึ่งเท่ากับการแพร่ภาพ VCD 6,400 ช่อง
หรือ DVD 1,920 ช่อง)ได้ทันทีด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เครือข่ายใยแก้วนำแสงของ กฟผ. นั้นวางคู่ไปบนระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.เอง ทำให้ต้นทุนด้านการวางเครือข่ายต่ำกว่า
ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมรายอื่น และเมื่อเชื่อมกับเครือข่ายใยแก้วนำแสงของ กฟภ. และ กฟน. ซึ่งอยู่บนระบบส่งไฟฟ้า
ของ กฟภ. และ กฟน.ในลักษณะเดียวกัน จะทำให้เกิดเครือข่ายใยแก้วนำแสงต้นทุนต่ำขนาดใหญ่ที่สุด สามารถให้บริการได้
ถึงทุกครัวเรือนในประเทศไทย แม้ว่าการวางเครือข่ายใยแก้วนำแสงถึงทุกบ้านโดยตรงนั้นอาจยังไม่คุ้มค่าการลงทุนในปัจจุบัน
แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการวางเครือข่ายใยแก้วนำแสงถึงสถานีไฟฟ้าย่อย จากนั้นสามารถส่งข้อมูลผ่านสายไฟฟ้า
แรงดันต่ำไปยังบ้านเรือนได้ด้วยเทคโนโลยี Broadband over power lines (BPL) ซึ่งมีช่องสัญญาณ
ประมาณ 3 Mbps หรืออาจวางเครือข่ายใยแก้วนำแสงไปถึงจุดบริการย่อย และต่อเข้าบ้านเรือนด้วยเทคโนโลยี WiFi
(เครือข่ายไร้สาย) ซึ่งมีช่องสัญญาณไม่น้อยกว่า 11 Mbps

จะเห็นได้ว่า ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารภาคพื้นดินผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่มีความรวดเร็วและมีความมั่นคงสูง
บวกกับความพร้อมของเครือข่ายระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ทำให้มีข้อได้เปรียบกว่าระบบโทรคมนาคม
ผ่านดาวเทียมหลายด้าน เช่น มีการลงทุนที่ต่ำกว่าการสื่อสารผ่านดาวเทียม ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสภาพอากาศเช่นเดียวกับ
การสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งจะขาดช่วงเมื่อฝนฟ้าคะนองหนัก (ข้อนี้ คนที่ดู UBC ผ่านจานดาวเทียมคงจะทราบปัญหาดี)
อีกทั้งการสื่อสารผ่านดาวเทียมไปถึงผู้รับบริการรายย่อยเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ในขณะที่การสื่อสารผ่านเครือข่าย
ใยแก้วนำแสงเป็นการสื่อสารแบบสองทาง คือผู้รับบริการรายย่อยสามารถส่งข้อมูลกลับไปยังผู้ให้บริการได้ จึงรองรับการ
ให้บริการประเภท Interactive TV และ Hi-speed Internet ได้ดีกว่า

ข้อสังเกต

1. เมื่อเครือข่ายใยแก้วนำแสงบนระบบส่งไฟฟ้า เข้ามามีบทบาทสำคัญในการการสื่อสารโทรคมนาคมในอนาคตอันใกล้
บทบาทของการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมย่อมลดลง แล้วใครจะเป็นผู้เสียประโยชน์
(จึงต้องการขยายอาณาจักรให้ครอบคลุม เครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ทุกระบบ)

2. ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงนักวิชาการอิสระทั้งหลาย เห็นตรงกันมาตลอดว่า ควรแปรรูป กฟผ.เฉพาะส่วนการผลิต
(โรงไฟฟ้า) เพราะทำให้เกิดการแข่งขันได้ง่าย แต่ให้คงส่วนระบบสายส่งไฟฟ้า และเขื่อนไว้เป็นของรัฐ เพราะทั้งสองส่วน
เป็นสิ่งที่ได้มาด้วยอำนาจทางกฎหมายและการเสียสละของประชาชนจำนวนมาก (ผ่านการเวนคืนที่ดิน ที่ใช้ในการก่อสร้าง)
อีกทั้งทำให้เกิดการแข่งขันได้ยาก แต่รัฐบาลทักษิณ กลับต้องการให้แปรรูป กฟผ. ทั้งหมด เพื่อให้ เอกชน
(เครึอญาติตระกูล................. และ นายทุนพรรค) เข้ามาถือสิทธิความเป็นเจ้าของทั้งในระบบส่งไฟฟ้าและเขื่อน

3. ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสงของ กฟผ. ได้เร่งดำเนินการขยายช่องสัญญาณไปยังภาคต่างๆ จาก 8 Mbps
เป็น 155 Mbps ในช่วงไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่เป็นการลงทุนที่เกินความต้องการสำหรับการสื่อสารภายในองค์กร
และเงินลงทุนนี้ยังถือเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของค่าไฟฟ้าด้วย กล่าวคือประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนช่วยกันจ่ายเงินค่าไฟฟ้าเพิ่ม
เพื่อขยายช่องสัญญาณเครือข่ายใยแก้วนำแสงให้แล้วเสร็จทันเวลากับการ แปรรูป กฟผ. และการตั้งบริษัท กฟผ.โทรคมนาคม
เพื่อนำช่องสัญญาณไปให้เอกชนเช่าได้อย่างพอดิบพอดี

4. ในการแปรรูป กฟผ. เป็น บมจ. กฟผ. นั้น คิดราคาสุทธิทางบัญชีของระบบสื่อสารของ กฟผ.ไว้เพียง 2,318 ล้านบาท
จากราคาทุน 6,356 ล้านบาท


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 33 ]

อ้าวปลัดหนุ่ม

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 21 ]

ไม่ตามจอมยุทธมา เดี๋ยวโดนเค้าบ้อมหัวแตก จะแย่เอาอ่ะน่ะ ฮิฮิ


การแปรรูปรัฐวิสาหกิจนี่ พี่น้องคนไทยควรไปดูต้นแผนก่อนนะว่า ใครเป็นคนต้นคิด พรรคไหนมันคิดก่อน แล้วมันขาย สินทรัพย์ของคนไทยไปราคาติดดินก่อน แถมห้ามคนไทยซื้อเสียด้วย แล้วทำหน้าซื่อ(บื้อ)ว่าตามสัญญาหลักการบ้าบอคอแตก จนเป็นหนี้บานทะโรคมาก่อนหน้านี้

พอมารัดถะบานใหม่ นึกว่าจะยุบโครงการแปรรูปที่สำคัญนี้เสีย ดั๊นไปก๊อปโครงการบ้านี่มาทั้งกระบิ

แต่ศาลฯท่านสั่งระงับแล้วก็รอดูผลละกันนะ

อ้อ พวกที่ชอบแหลเรื่องปลอมให้เป็นเรื่องจริงน่ะ ทำไมไม่เชียร์ให้รัดถะบานเอา ขสมก.ไปเข้าตลาดหลักทรัพย์เสียทีนะ เก่งนักนี่เรื่องเอกสารเก๊น่ะ แค่ทำให้ ขสมก.กำไรสัก100ล้านแล้วเอาแค่เอกสารไปยื่น แล้วรีบๆขายไปเรยส์

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 46 ]

ผมรู้สึกยินดีที่ยังมีคนไทยรักชาติหลงเหลืออยู่ในบ้านหลังนี้บ้าง

ก็อย่างที่ ดร.วุฒิพงษ์ ชี้ให้เห็นว่า

"ไม่มีการปล้นชาติครั้งใดหอมหวานเท่าครั้งนี้
เป็นการทำให้อำนาจทางการเมือง
ควบรวมกับอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์"

เราคนไทยรักชาติทุกคนต้องช่วยกันปกป้องสมบัติของแผ่นดิน
อย่าให้มันผู้ใดที่คิดหวังกอบโกยฮุบเอาสมบัติของประเทศ
ไปเป็นสมบัติประจำตระกูลของคนเพียงหยิบมือเดียว

โดย : ตัวแทน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 55 ]

แว่วข่าวมา...ว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่...จะมาตอบกระทู้ที่กล่าวถึงรัฐบาล...
แล้วที่นี่จะโดนมั่งมะเนี่ย

ที่แน่ ๆ อย่างน้อยก็น่าจะรอดเพราะกระทู้ 0198 - สงสารนายก กระมัง

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 27 ]

------รักประเทศไทย-------

โดย : เซียเสียวหงส์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 33 ]

โครงการเอื้ออาทรใหม่ล่าสุด...
แจกยันต์มหาอุตม์
ปิดหู... ( ไม่ให้ได้ยินความจริง )
ปิดตา... ( ไม่ให้เห็นความชั่วร้ายที่เกิดขึ้น )
ปิดปาก... ( ไม่ให้โต้เถียง )
ครอบหัว... ( ให้ไร้ความคิด )
...
...

โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 35 ]

รักคนไทยทุกคนนะ

โดย : ชายนิรนาม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 59 ]

รักคนไทยทุกคนนะ

โดย : ชายนิรนาม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 4 ]

รักคนไทยทุกคนนะ

โดย : ชายนิรนาม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 4 ]

รักคนไทยทุกคนนะ

โดย : ชายนิรนาม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 4 ]

....ในทัศนะข้า..คิดว่าปัญหาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ..เป็นเรื่องราวที่กล่าวขานต่อเนื่องมายาวนาน40-50 ปีมาแล้ว....
....เดิมทีรัฐบาลทหารคณะปฏิวัติ ในยุคนั้นก็มักจะนิยมส่งคนของตนเข้าควบคุมกิจการรัฐวิสาหกิจ...
.....ในยุคจอมพล ป. เป็นต้นมาก็จะนิยมควบคุมธนาคารต่างๆเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการเลี้ยงไพร่พล นอกเหนือจากงบประมาณลับ..และการตอบแทนความดีความชอบให้กับพรรคพวกคณะผู้ยึดกุมอำนาจ..

.....ตราบจนถึงยุค รสช. ธุรกิจกิจการสื่อสารเฟื่องฟู ก็มีเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์ รสช. มากมายที่ได้รับการตอบแทนผลประโยชน์ด้วยการเข้าไปควบคุมกิจการของรัฐเหล่านี้...

....มาถึง..ยุคเริ่มต้นของกลุ่มทุนเข้ามามีอำนาจ...อันเกิดจากพื้นฐานวัฒนธรรมการเมืองไทย...ที่คนยากคนจน...คนที่ตั้งใจทำงานเพื่อแผ่นดินล้วนยากเย็นแสนเข็ญที่จะได้รับการเลือกตั้งหรือได้รับความไว้วางใจ...จากพ่อแม่พี่น้องประชาชนไทย...เข้าสู่สภาที่อ้างว่าทรงเกียรติได้...

......ดังนั้นจากเหล่ามาเฟียท้องถิ่นจำนวนมาก..ก็ถอดหนวดเคราและเขี้ยวโค้งยาว....กลายเป็นท่านผู้ทรงเกียรติได้ในสภาแห่งนี้....และก็มิต่างจากเหล่าขุนศึกในอดีต...แม้ว่าจะมีระบบแห่งการกลั่นกรองที่เข้มงวดมากขึ้น...

.......นั่นเป็นเรื่องราวที่ทุกท่านย่อมทราบดีอยู่แล้ว...


.......เหตุและผลการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ...ทั้งสื่อ...และนักวิชาการ ประดาเทคโนแครต...เหล่าอรหันต์ทั้งหลายต่างล้วน เห็นดีเห็นงามว่า ควรมีการแปรรูป...

.......เมื่อโดยภาพรวม...งบแผ่นดิน..กว่า30% เป็นการใช้หนี้เงินกู้...เกือบ 50% ...เป็นค่าใช้จ่ายเงินเดือนข้าราชการ...นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ...เหลือพัฒนาประเทศเพียงเล็กน้อย...และเมื่อหักค่าคอร์รัปชั่นออก...เพียงเศษเงินที่นำมาใช้พัฒนา...

........รัฐข้าราชการที่ใหญ่โตเทอะทะและไร้ประสิทธิภาพ...ก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไข...เห็นได้จากโทรศัพท์..ในอดีตที่ซื้อขายเลขหมายเป็นแสนบาท(สำหรับค่าเงินในยุคนั้น) ....การขอใช้ สามสี่ปีก็ยังไม่ได้...ได้มาก็แสนยากเย็นถือเป็นโชคลาภอันเกิดจากบริการที่ผูกขาดของรัฐ.......

........รัฐวิสาหกิจมากหลาย...ที่ล้วนประสบกับการขาดทุน..ทั้งๆที่ประกอบกิจการอันผูกขาด...เช่นการรถไฟ..ที่นับตั้งแต่รัชกาลที่5ท่านสร้างมา...ก็หาได้พัฒนาอะไรมากมายนัก...มีเพียงการขายหรือแสวงประโยชน์จากที่ดินเท่านั้น....รัฐวิสาหกิจในค่ายทหารมากมายที่ขาดทุน....จากการบริหารกิจการผูกขาดเหล่านี้....

........ในรัฐวิสาหกิจ...เช่นการไฟฟ้า...นั่นย่อมมิได้หมายความว่าการลงทุนในกิจการนี้ต่างล้วนเป็นสมบัติและเงินลงทุนอันเป็นส่วนตัว...ของผู้บริหารและพนักงาน...เมื่อมีการลงทุนปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นสนามกอล์ฟเป็นอุทยานพักผ่อนส่วนตัวและสวัสดิการพนักงาน...จ่ายเดิมที่เคยโบนัสกันอู้ฟู่.....ด้วยผลงานสร้างสรรค์เป็นเพียงเทคนิคการคิดค่าไฟในการทำยอดกำไรจากกิจการผูกขาด.....

.......นั่นก็เป็นอีกมุมมองหนึ่ง..ที่มองว่ามีแนวโน้มแห่งการไร้ประสิทธิภาพ...และมีทิศทางแห่งการขยายตัวที่จะต้องใหญ่โตขึ้น...

........อีกมุมมอง...ก็มองว่า...นโยบายขายชาติขายแผ่นดิน...

......ในทัศนะข้าว่า...ควรต้องมองอย่างเป็นกลางที่สุด...โดยปราศจากอคติ...มิต่างจากรัฐวิสาหกิจอื่นๆ...เช่นการบินไทย...หรืออื่นๆ...

........บนพื้นฐานเหตุและผล ที่สามารถกระทำได้อย่างเป็นจริงอย่างเป็รนรูปธรรมบนพื้นฐานผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับในบริการ...และการพัฒนาไปขององค์กรนั้นๆอันเป็นการเพิ่มพูนรายได้แห่งรัฐ....นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน....

........การพัฒนาด้านพลังงานและไฟฟ้า...หากรัฐ มีแนวทางในการพัฒนาแบบยั่งยืน..ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมกระจายไปสู่องค์กรของชุมชนในการจัดการการบริหาร อันเป็นหน่วยย่อยด้วยตนเอง....สนับสนุนและกระตุ้นการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน...โรงไฟฟ้าย่อยในทุกชุมชนทำการผลิตกระแสไฟ ด้วยพลังงานสะอาด...

.......ก็มิต้องพึ่งพาองค์กรขนาดใหญ่เทอะทะ...และมุ่งแต่การผลิตขนาดใหญ่...เช่นเขื่อน..หรือนิวเคลียร์ขนาดใหญ่อันเป็นทิศทางที่คาดหมายจากความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นในการใช้...

........หน่วยย่อยเล็กๆ...แห่งชุมชน..หรือการสนับสนุนเอกชนรายย่อยทุกวิถีทางให้ทำการผลิตไฟฟ้า และพลังงานสะอาด...ของภาครัฐ ...ก็จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างดี....และมีประสิทธิภาพ..

.......ด้วยการนำใช้พลังงานผสมผสาน...ของชุมชนต่างๆ...ทั่วประเทศ...

........ความเห็นข้าอาจจะยาว...เป็นเพียงทัศนะหนึ่งเท่านั้น...


โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 35 ]

....ข้อมูลเพิ่มเติม...ปัจจุบันมีการจัสรรหุ้นในราคาพาร์ 10 บาทให้กับพนักงาน..กฟผ.จำนวน25,900..คน...มูลค่ากว่า5 พันล้านบาท...และจ่ายเงินเดือนย้อนหลังอันเป็นความดีความชอบในผลงานให้ 15 เดือน...
...อีกประเด็น...ข้าอยากถามว่า...การเข้าตลาดหุ้นของ สื่อสารมวลชนต่างๆ...เป็นการขายจิตวิญญาณให้ต่างชาติหรือไม่...และถูกต่างชาติครอบงำควบคุมสื่อโฆษณามอมเมาประชาชนหรือไม่...

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 56 ]

....ขอเพิ่มเติมความคิดเห็นอีกนิด...เดี๋ยวจะเข้าใจผิด...

....ทั้งนี้ในทัศนะข้า...มิได้เห็นว่าผู้ที่แต่งตัวบริษัทเข้าตลาดหุ้นมากที่สุดในไทย...แล้วเทขายทีหลังนั้นจะเป็นผู้ขายชาติขายแผ่นดิน..นะ..เดี๋ยวจะเข้าใจความเห็นข้าผิด...

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 23 ]

ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่เข้าใจ..........

เพราะไม่รู้....อะไรคือสิ่งที่จริงแท้........
สิ่งที่ปรากฎ......ถูกบังตา...หรือว่าเป็นสิ่งที่กระจ่างแล้ว

จึงมิอาจสรุปความอันใดได้

ในลูกปิงปองกลม ๆ ที่คิดว่ากลวง.......อาจไม่ได้กลวงอย่างที่คิด...
ถ้ายังไม่ลองสัมผัสดู...จับเขย่า...ว่าเป็นเช่นไร

แต่ก็กระนั้นเถอะ.........ไม่รู้ต่อให้รู้ว่าปิงปองมันหนัก...ยังไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร........ต้องผ่าดู...

แล้วใครจะกล้าผ่า...

กล้าพอไหม



โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 34 ]

...ข้าเองมิได้ศึกษาปัญหาว่าการเกิดวิกฤติการณ์อาร์เจนติน่า เกิดจากสาเหตุอะไร...

.....แต่ข้าอ่านดูของ..ดร.นิติภูมิ..แล้ว (ตามที่โพสมา) เห็นว่าเป็นการสรุปเอาเองว่าเกิดจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ.....

ปัญหาอาร์เจนตินา..ต่อเนื่องมานานนับตั้งแต่ทำสงครามเกาะฟอร์กแลนด์กับอังกฤษมาจนถึง..การเกิดวิกฤติการณ์ขึ้น...

และก็คงมิใช่จากสาเหตุเพียงแค่นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ...

ก็คงไม่ต่างจากวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งของไทย...

ปัญหาแต่ละประเทศอันเป็นองคาพยพขนาดใหญ่มีมากมายหลายสาเหตุที่ประกอบกัน...และเรื้อรังมานาน...เมื่อเกิดวิกฤติการณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่...

และบางครั้งข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับ...ในแต่ละประเทศก็ใช่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริง

เช่นในไทย ก็ออกข่าวผู้นำเทขายหุ้นในบริษัททิ้งจะหนีไปอยู่เมืองนอกมั่ง ขณะที่อีกข่าวก็บอกว่าจะฮุบประเทศทุ่มซื้อหุ้น..
ข้าก็งง...เมื่อบอกว่าเทขาย แล้วจะหนีไปต่างประเทศ...แล้วยังจะหน้าด้านอยู่ฮุบประเทศอีกหรือ...

นี่แหละข่าวสาร...ข่าวที่กรองแล้ว...ของนักการสื่อสารบ้านเรา..


โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 20 ]

ในการมองมุมกว้าง แล้วค่อยๆหันมามองจุดเดี่ยวจุดเดียว เราจะเห็นสิ่งที่ขมุกขมัวชัดเจน

แต่ถ้าเรามองมุมแคบ ไม่มองมุมกว้าง เราจะพบแค่ภาพจริงข้างหน้าด้วยตาเปล่าสองข้าง

คุณนิติภูมิ เป็นนักเขียนที่เราเคยชอบมาก แต่มีวันหนึ่งข้อเขียนของคุณนิติภูมิ ทำให้เราหยุดกึกและเริ่มตรอง

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ตัวอย่างที่เลวของประเทศอาเจนติน่าเราควรรู้เพื่อป้องกันสมบัติของชาติเรามากกว่าว่าควรจะไปในแนวทางใด
แค่โจทย์ง่ายๆ การประปาส่วนภูมิภาค ของภาคตะวันออก ยกไปให้เอกชนจัดการดูแล บริษัทเอกชนจัดการบริหารจนได้กำไรมากมาย แต่ประชาชนมีน้ำไม่พอใช้ ชาวบ้านก็มองตากันปริบๆวันที่น้ำไม่ไหล ร้องไปที่การประปา การประปาก็บอกว่าหน้าแล้งก็แบบนี้ น้ำน้อยๆทนเอาประหยัดเอาละกันเป็นแบบนี้มานานแสนนาน
ไฟฟ้าก็เช่นกัน ฝนตกที ดับที บางวันดับนานนับครึ่งวัน ไม่มีจดหมายแจ้งล่วงหน้า

สงสัยอีกเรื่อง เสาไฟฟ้า สายไฟ และเสาไฟยันฮีที่พาดผ่านท้องนายาวนับร้อยกิโลเมตรตามจังหวัดต่างๆ มาจากเงินภาษีชาวบ้านทั้งนั้น เอาไปแปรรูป ชาวบ้านได้ใช้ไฟถูกลงหรือปล่าว ทรัพย์สินที่จะเอาไปแปรรูปเป็นต้นทุนของชาวบ้านแท้ๆ ใครจะขอไฟ ต้องไปเสียเงินค่าเสาไฟต้นละ2หมื่นบาทนะไม่ใช่ได้มาฟรีๆ การไฟฟ้ามัดมือชกให้ตกเป็นสมบัติแผ่นดิน แต่มันกำลังจะกลายเป็นทุนทรัพย์ฟรีให้นักแปรรูป
เราไม่ห่วงเรื่องการแปรรูป ไม่กลัวด้วยว่า ประเทศไทยจะเจ๊งแบบอาเจนตินา
สถานทูตยังกล้าขาย สินทรัพย์ไทยขายถูกๆเอาค่าต๋งยังกล้าทำ
นับสาอะไรกับเสาไฟฟ้าต้นละแค่2หมื่น

ห่วงอย่างเดียวตอนนี้
ห่วงว่าเด็กไทยไร้จุดยืนที่เข้มแข็ง ไม่มีจุดดีให้ก้าวตามเลยหรือไร

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 52 ]

ขอแจ้งข่าวสักหน่อย......

วันนี้เห็นข่าวหน้าหนึ่งของ นสพ.ผู้จัดการ ฉบับวันนี้

"แถลงการณ์ ผู้จัดการ"

ว่ากันว่า www.manager.co.th จะโดนปิด เนื่องจาก.......เอ่อ....คงรู้กันอยู่แล้วอ่ะนะ.......และ เว็บ อื่น ๆ ก็จะเป็นรายต่อไป....

ASTV และ FM 97.75 MHz โดนกดดันด้วยอำนาจ

ในข้อความคล้ายจะปลุกระดม....อ่านแล้วเหมือนจะชวนไปก่อม๊อบอย่างไงอย่างนั้นเลย....

เว็บนี้จะโดนบ้างอ๊ะป่าวเนี่ย..

เหตุการณ์ชักรุนแรง

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 37 ]


ม่ายโดนหรอก ...
ถ้าโดนแล้ว..จา..บอก


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 17 ]

...เห็นด้วยกับอาอี้..แต่ไม่ได้หมายความว่าการแปรรูปให้เอกชนจัดการเท่ากับการโยนไปให้รายหนึ่งรายใดผูกขาดแทน....
....บางเรื่องก็จำเป็น..เช่นการระดมทุนที่ต้องใช้เงินมากอยางเช่นเพิ่มการบริการของสายการบินที่ต้องใช้เงิน...หรอการขยายการบริการอื่นๆ..
.....หากจะมีการแปรรูปควรมีวิธีการที่ดี..ในการกระจายไปสู่การบริการประชาชนที่ดี...ไม่ใช่ให้รายหนึ่งรายใดผูกขาดแทน......

.....เพิ่งเข้าไปดูตามท่านซาบู..แจ้งมา...
.....พอดีก็เลยอ่านข่าวฮ็อตใหม่...อดีตนายทหาร..และ นายเอกยุทธ์ผู้ซึ่งรักชาติรักประชาชนอย่างยิ่ง...ยื่นแจ้งจับ ทักษิณ-วิษณุ...ข้อหาหมิ่นฯ...

......ข้าว่า..จะปิดไปทำไม...บ้านเมืองยังไม่ได้เดือดเป็นไฟสักหน่อย...
ก็ปล่อยให้คนคัดค้านเขามีเวทีและเขาทะยอยเปิดตัวมั่ง....
......อีกหน่อยก็จะหาคนเอาประทัดยักษ์ไปจุดได้เองแหละ...


โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 18 ]

ขอบอกว่า ใจจริงแล้ว ยังชอบนายกท่านนี้บริหารประเทศอยู่ เพราะให้มองมุมไหน ดูยังไง ท่านก็ยังบริหารประเทศได้ดีกว่าคนอื่นๆ และการค้าท่านก็ทำได้ดี ไปเมืองนอกทีนึง ขายของให้คนไทย งกๆๆๆ คนที่ไม่มีอุเบกขา เลยมองไม่เห็นความดีของท่านเลยสัดนิดเดียว ฟังข่าวอ่านข่าว มากๆเข้าหูก็เอียงข้างไป

จะแปรรูปอะไรก็แปรไป ไม่ขอท้วง แต่อยากแสดงความคิดเห็นว่า เรื่อไฟฟ้า เรื่องปะปาถ้าคิดจะเอาสมบัติแผ่นดินมาแปรรูปเพื่อการระดมทุน เพื่อการพัฒนาอะไรก็ตาม ควรจะมีการแจกแจงข้อดีข้อเสียให้ชัดเจน ไม่ใช่อ้างการระดมทุนอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะสองสิ่งนี้มีที่มาที่ไปเห็นได้เด่นชัด ยกตัวอย่างเรื่องการขยายไฟฟ้า คนที่อยู่ไกลชุมชนอยากใช้ไฟก็ต้องเสียเงินหลายแสนบาทเพื่อปักเสาไฟ หมู่บ้านที่สร้างใหม่ทุกหมู่บ้านต้องเสียเงินปักเสาไฟฟ้าเดินท่อประปาจ่ายเงินกันเองอยากใช้น้ำประปาก็มีช่างจากปะปาคำนวณให้เสร็จสรรพว่า ไกลระยะทางเท่านี้ ใช้เงินกี่แสนบาท เงินเหล่านี้นับหลายร้อยล้านจะกลายไปเป็นทุนทรัพย์ฟรีให้นักลงทุน และเสาแต่ละต้นมันจะยืนฟ้องคนที่จ่ายเงินไปชั่วลูกชั่วหลาน
ไม่เหมือนโทรศัพท์ ไม่เหมือนขนส่งทางบกและทางอากาศ เพราะพวกนี้มีการแข่งขันกันสูง มีบริษัทเอกชนที่สามารถขอเปิดทำการค้าแข่งขันกันได้ มันย้ายตำแหน่งแห่งที่ได้ มันแยกแยะได้ว่า ทุนทรัพย์มีเท่าไหร่ เป็นเท่าไหร่ของสินทรัพย์รวม

อะไรก็ช่างเถอะ จะขายอะไรแปรอะไรก็แปรไป แต่ประปากับไฟฟ้านี่ต้องขอละ มันเป็นการค้าชนิดผูกขาด ถ้ามีหลายๆบริษัทมาประมูลมาแข่งกันทำ เอาเงินทุนของชาวบ้านแยกออกมาก่อน แจงมาให้ชัดๆ แล้วค่อยเอาไปแปรรูปก็ยังไม่ช้า จะฝ่ายค้านหรือฝ่ายแค้นมาทำอะไรไม่ได้หรอก



โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 30 ]

อีกเรื่องไหนๆพูดแล้วก็ขอแถม

เรื่องเวบผู้จัดกวนและเจ้าของเวบ จะถูกปิดหรือไม่ เจ้าของเวบเค้ารู้ตัวดีกว่าเพื่อน อยากให้เพื่อนๆทุกคนอ่านข่าวด้วยใจเป็นกลาง ก็บอกแล้วว่า ให้มีอุเบกขา จะมองเห็นสิ่งที่ซ่อนซ้อนกันอยู่

เวปจะปิดหรือจะเปิด มันเป็นเรื่องของเจ้าของเวปและกฏหมายที่เป็นระเบียบข้อบังคับ ความในของคนอื่นเอามาประจานได้ เรื่องของตัวเองแสบสันต์แค่ไหน ไม่เห็นเค้าขุดคุยกลับก็นึกว่าเค้ากลัวมันน่าเกลียดจะตายไป

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 42 ]

โห.......เจ้อาอี้
ไปปลอบทู้อื่นให้เบาๆ ใจเย็นๆ อย่าดุเดือด
เจ้เล่นมาเลือดพล่านอยู่ที่นี่เอง สิบหกกระบวนท่า กระบี่คู่พิชิตมารสะท้านเทพของท่านนี่ ไม่เบาเลยจริงๆ (หลายกิโลอยู่)

ข้าไม่เชื่อนายกคนนี้แต่แรกแล้ว เรื่องจะเป็นพ่อพระใจบุญมาโปรดผู้ทุกข์ยาก คนจิตใจดีอย่างนั้นจริงๆ รวยไม่ได้ขนาดนี้ในช่วงไม่กี่ปีหรอก
แต่เห็นด้วยกับเจ้อาอี้ ว่าประเทศเราเมื่อวันนั้น จำเป็นต้องใช้คนแบบนี้แหละ ถึงจะกู้ประเทศขึ้นมาได้
เวลาผ่านไปจนมาถึงวันนี้ ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าควรจะเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า ที่จะนำพาประเทศต่อไปในวันข้างหน้า

อย่าเพิ่งมองอย่างหมดหวังเรื่องตัวคน เราเคยมีประสบการณ์อย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว สุดท้ายเราก็ได้มาจนได้ทุกทีแหละ

เรื่องของสนธิก็น่าสนใจ อยากรู้เหมือนกันว่าจะจบอย่างไร จะลากไปถึงไหน
ที่แน่ๆ แนวร่วมที่เป็นสื่อมวลชนด้วยกันมีน้อยมาก ต่างค่อนข้างสงวนท่าทีมาก
ไม่ใช่เกรงใจนายกหรอก แต่ไม่แน่ใจมากกว่า ว่าสนธิทำไปเพื่ออะไร นอกจากเหตุผลส่วนตัว ตอนนี้ยังไม่เห็นประเด็นสาธารณะจริงๆ จังๆ เลย
สนับสนุนสนธิยามนี้ ยังดูไม่ออกว่าประเทศจะได้อะไร นอกจากพวกเกลียดทักษิณ ใครก็ได้มาด่าแทนก็พอใจแล้ว

ฟากฝ่ายรัฐบาลก็แปลก ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมวลชนเลยหรืออย่างไร ก็ไม่น่าใช่ อดีตคอมมิวนิสต์ก็อยู่นั่นตั้งหลายคน
ถ้าปล่อยให้พูดไป เดี๋ยวก็หมดมุขแล้ว ที่จริงก็เริ่มจะพูดวนแล้ว แต่ไปปิดกั้น ปิดหูปิดตาประชาชนซะนี่ สนธิเลยมีประเด็นกัดต่ออีกเยอะเลย
ประชาชนน่ะ ยิ่งปิดยิ่งอยากรู้ ที่เคยสงสัยว่าจริงรื้อ? จะเริ่มเอนเอียง ถ้าไม่จริงทำไมเขาจึงต้องกลัวด้วย

วันนี้ที่สวนลุม คนเพิ่มมาอีกหลายหมื่นคน ตั้งใจจะเอาสองแสนในศุกร์หน้า สงสารแต่หนูสโรชา แล้วจะยังไงต่อละเนี่ย



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 2 ]

น้องโล้วๆๆๆเอาหูมานี่จะกระซิบกระซาบให้ฟัง

(นายกน่ะจะดีจะเลวรอดู วันเฉลิมฯอย่าไปฟังคนอื่นฟังพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวพอ อาแปะสนธิอีอกหักอีเลยเซแซดๆๆหาแนวร่วม พวกสื่อเค้าไม่เข้าพวกอาแปะ เพราะมีกลอยู่ในนั้นอย่าหลงไปกับข่าวลวง เอาม้าขาวกับกระบี่ป๋อเล้งไปช่วยน้องสโรชามาก่อนเสียดายหน้าตาสวยๆอ่ะ)ฮิฮิ


ปิดประเด็นบ้านนี้แล้วนะ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 22 ]

....ความคิดเห็นข้า...เห็นว่ากรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นปัจจุบันควรมองให้ชัดเจนว่า...ประการแรกคือ อะไรคือขอบเขตุแห่งเสรีภาพของสื่อสารมวลชน....
.....หากเสรีภาพเหล่านั้นเป็นการเผยแพร่...ข้อเท็จ...หรือข้อมูลที่บกพร่อง หรือผิดพลาด...ฝ่ายที่ถูกกล่าวหา...หรือถูกยัดเยียดข้อกล่าวหา..ก็สมควรมีสิทธิเสรีภาพ...ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงอันถูกละเมิดสิทธิ.....เสรีภาพของสื่อมิได้หมายความว่าเป็นไปอย่างไร้ขอบเขตุและมีเพียงตนเองหรือผู้ทำหน้าที่สื่อเท่านั้นที่จะมีเสรีภาพ....

......สื่อมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ที่จะสืบค้น หาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น...ด้วยกระบวนการทำข่าวในเชิงสืบสวนสอบสวนหาประจักษ์พยานต่างๆที่ถูกต้องมาชี้แจงต่อประชาชนในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ประชาชน...หากมิใช่บนพื้นฐานการกล่าวหาแบบโคมลอยโดยไร้ประจักษ์พยานต่างๆ...ในประเด็นนี้ก็หามีใครคัดค้านไม่ให้สื่อทำหน้าที่นี้ไม่....ไม่ว่ารัฐบาลยุคก่อนหรือยุคนี้...แม้กระทั่งยุคเผด็จการก็ตาม...

......ช่องทางตามระบอบประชาธิปไตยปัจจุบันที่มีมากมายในการต่อสู้คัดค้าน...มีมากมายให้ทำ แต่ทำไมไม่ทำ...

......การชี้แจงในประเด็นวัดพระแก้ว...รองนายกฯและรองปลัดกระทรวงยุติธรรม..ชี้แจงทางช่อง11 และช่อง9 กระจ่างชัดแจ้ง...
ในประเด็นนี้จะเห็นได้ว่า...จงใจที่จะสร้างกระแสว่ามีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ..และยัดเยียดข้อหาอันร้ายแรงนี้ให้...ในเมื่อ ซี้ปึ๊ก สนธิ นั่นคือ พล.ต.อ. สร้าง บุนนาค ก็เคยขอจัดงานในอุโบสถวัดพระแก้วมาแล้ว...

.......ในกรณีตามกระทู้ที่ท่านปลัดหนุ่มตั้งไว้...โดยข้อเขียนท่าน ดร.นิติภูมิ....ความเห็นข้า..ดังได้กล่าวมา...ท่านดร.นิติภูมิ เองก็ด่วนสรุป..เพียงเพื่อจงใจกล่าวกระทบเปรียบเทียบกับผู้นำในประเทศไทย...เท่านั้น...แล้วถ้าคนเชื่อว่านี่แหละคือสัจจธรรมหรือต้นตอแห่งปัญหา...แล้วจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือ..?

.......ในแนวคิด การเกิดวิกฤติการณ์ใดในประเทศใดประเทศหนึ่ง.....ในยุคปัจจุบัน...ล้วนเกิดจากสาเหตุหลักคือการไหลเข้าและออกอย่างรุนแรงของเงินทุน...และปราศจากขีดความสามารถในการควบคุม...

......ข้า ว่า ลองหาบทสัมภาษณ์ พิเศษ พอล ครุกแมน แห่งพรินท์ตัน ที่ ลงพิมพ์ในผู้จัดการ ที่ สนธิ จ้างมาบรรยาย โดยมี สโรชาเป็นผู้ตั้งคำถาม ....จะเห็นว่าแนวคิด กูรู ปรามาจารย์เศรษฐศาสตร์ ระดับโลกเขามอง ปัญหาอาร์เจนติน่า อย่างไร ....มันชัดจนข้า..ต้องกล่าวย้ำอีกครั้งว่าจงใจที่จะกล่าวหา...
ข้าขอคำพูดมานิดหน่อย...ของ ครุกแมน ( มิใช่แนวทาง คุก แมน นะ) มีดังนี้...." วิกฤตการณ์ในอาร์เจนตินามีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับวิกฤตการณ์ในเอเชียมากทีเดียว และไม่มีใครคิดว่ามันเป็นผลมาจากระบบพวกพ้อง ไม่ได้หมายความว่าที่นั่นไม่มีระบบพวกพ้อง เพราะมันไม่ใช่ประเด็น ปัญหามันอยู่ที่การไหลเข้าไหลออกของเงินทุนมากกว่า "



.....ข้าเห็นว่าโลกยุคปัจจุบัน..เครดิต..( อันมองไม่เห็นทางกายภาพ)...และรวมไปถึงรูปการต่างจิตวิญญาณอื่น...ได้กลายมาเป็นมูลค่า เมื่อมองในแง่การพัฒนาเปลี่ยนไปของทุน...การทำลายเครดิตของประเทศ...ย่อมทำให้ประชาชนในประเทศยากลำบากในช่องทางการทำมาหากินขึ้น...เมือ่มองในภาพรวม...

.....ข้าเป็นห่วงอยู่ เพียงว่า..อย่างเช่นกรณีหมิ่นฯ คนที่ถูกป้อนข้อมูลและรับรู้ข้อมูลผิดก็จะยังเชื่อผิดๆอยู่แบบนั้น...และก็ปากต่อปากไปเรื่อย...อันเป็นบาปในใจเขาที่ถูกสร้างขึ้นมา
.....และนี่ แอ๊ด คาราบาว ก็กำลังไปปลุกม็อบที่สุพรรณบุรี...เข้ามา ด้วยข้อหารัฐบาลสร้างความเลวร้ายให้ประชาชน จงใจให้ชาวบ้านผู้เลี้ยงไก่ชนยากจนมั่ง ปล่อยให้บริษัทเอกชนใช้วัคซีนหวัดนกแต่ไม่ให้ชาวบ้านใช้มั่ง....บนพื้นฐานข้อเท็จ...อีกแล้ว..เพื่อเรียกร้องขอใช้วัคซีน....
.......และก็คงจะมีอีกหลายม็อบ....

........คนไทยเราทำไมเชื่อคนง่ายจังเลย...บางครั้งก็ไร้เหตุและผล
........บางครั้งก็เชื่อเพียงแค่ว่า....ใครเป็นคนพูด..เท่านั้นเอง..หาได้สนใจไม่ว่าความจริงคืออะไร...

........ข้าเอง..ก็อยากให้คนไทยปีใหม่ปีนี้มีความสุขมั่ง...ปีที่แล้วก็ สึนามิ...ปีนี้ก็มาสร้างสึนามิทางการเมืองอีก...ก็เพียงตัณหาแห่งตน..




โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 39 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook