บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : เด็กนรก[ Devil Baby ]



เมฆบนท้องฟ้าดูมืดครึ้ม แสงสว่างสีส้มจางๆสาดส่องลงมายังพื้นป่า จักจั่นเรไรเริ่มกรีดปีกส่งเสียงบรรเลงไพร

ยามเย็นแบบนี้ ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปในป่าอย่างไม่ลดละ

ขณะเดินอยู่ ชายฉกรรจ์ที่เดินนำหน้าสุดยกมือขวาขึ้นระดับไหล่ ทุกคนด้านหลังย่อตัวลงต่ำทันที จนเมื่อชายคนดังกล่าวโบกมือไปข้างหน้าเป็นสัญญาณ ทั้งหมดจึงเริ่มเดินทางต่ออีกครั้ง ทุกคนกระชับอาวุธประจำกายอย่างระแวดระวัง

อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อมีเสียงปืนคำรามมาจากทางด้านหลัง ห่ากระสุนพุ่งเข้าใส่ทุกคนที่มัวยืนตะลึงอยู่ แต่ละคนล้มตายอย่างรวดเร็วราวกับใบไม้ร่วง พร้อมกับเสียงตะโกนที่ผสมมากับเสียงของAK-47ที่ผลิตในรัสเซีย

" อเมรี้กานนนนนนนนนนนน....นนนน "

" ปังงงงงงงงงงงงงงงง..........แกร็กๆ "

เสียงสุดท้ายดังขึ้นเมื่อแม็กกาซีนความจุ 40 นัดว่างเปล่า ชายร่างเล็กในชุดชาวนาลดสองมือที่ประทับปืนลง รอยยิ้มเหยียดๆปรากฎบนใบหน้า ความเคียดแค้นฉายชัดผ่านสองตาที่แดงฉานราวกับจะเผาซากศพทหารอเมริกันทั้งหมดให้เป็นจุณไป

เวียดกงหนุ่มจึงรีบออกมาจากที่ซุ่มซ่อนด้านหลัง แล้วปลดปืนM16A1ของทหารที่ตายแล้วคนหนึ่งมา จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปในพงหญ้าด้านหลังอย่างรวดเร็ว

" บิ๊บ "

สารคดีสงคราม ชุด สงครามเวียดนามบนจอทีวีหายไปเมื่อมือเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งกดรีโมตปิดลงอย่างเบื่อหน่าย พึมพำเบาๆ

" หึ...แล้วอเมริกันก็รู้จักแพ้ที่เวียดนาม "

เด็กชายมองออกไปที่สนามเด็กเล่น เด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขากำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน พร้อมหน้ากันทั้งพ่อ..แม่..ลูก แววตาของเด็กน้อยทอแววเศร้าขึ้นแว่บหนึ่ง

เด็กชายเดินไปในบ้านหลังนี้อย่างคุ้นเคย ตั้งแต่พ่อส่งเขามาอยู่ที่นี่ก็หนึ่งปีพอดี โดยนานๆทีพ่อจะมาแวะเยี่ยมเขาสักครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งก็หอบของเล่นและขนมมาฝากเขาเสมอ แต่ครั้งหลังสุดนี้ของน้อยลงเยอะมาก พอป้าถาม พ่อก็บอกว่า

" เดี๋ยวนี้ของมันแพงน่ะ ก็เลยซื้อมาได้แค่นี้ "

เด็กชายนึกขำในใจ อันที่จริงเขารู้ว่าพ่อไม่อยากพูดว่า เงินเดือนน้อย ซึ่งมันก็น้อยจริงๆนั่นแหละ ไม่สมกับอาชีพรั้วของชาติของพ่อเอาซะเลย

" วันนี้เรากินอะไรกันดีครับ...หือม์ "

ป้าของเขาถามขึ้นมาลอยๆ ตัวเขาเองก็เบื่อต้มจืดฟักแล้วเหมือนกัน เพราะกินมาเป็นอาทิตย์แล้ว

" เอาที่อร่อยๆนะฮะ " เด็กชายตอบ

ป้ายิ้มรับคำแล้วหันหลังเดินเข้าห้องครัวไป เด็กน้อยมองตามหลังป้าไปจนลับสายตาอย่างครุ่นคิด ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ก็มีป้านี่แหละที่คอยดูแลเขาแทนพ่อ ทุกๆเช้าป้าก็จะพาเขาออกไปเดินตลาด ทำให้เขาได้เจอผู้คนรอบตัวมากมายรอบๆชุมชนแห่งนี้ ซึ่งเป็นชีวิตผู้คนที่มีสีสันต่างๆกันออกไป

**************************

วอชิงตันดี.ซี.,สหรัฐอเมริกา

ภายในทำเนียบขาวตอนนี้คลาคล่ำไปด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่ต่างปรึกษาหารือกันถึงยุทธศาสตร์ในการกำจัดนายโอซามา บินลาเดน ผู้นำอัลเกด้า ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้สั่งให้มีการใช้วิธี เครื่องบินโดยสารพลีชีพ ต่อตึกแฝดเวิร์ลเทรด เซ็นเตอร์ ในเหตุการณ์ 9/11

" ก๊อก ก๊อก ก๊อก "

" เชิญ "

เสียงแหบห้าวแต่ทรงพลังในความรู้สึกของผู้ที่รอข้างนอกนั้นกล่าวอนุญาต เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนผู้นั้นจึงก้าวเข้ามาในห้องทำงานรูปไข่ซึ่งทุกคนที่นี่รู้ดีว่าเป็นห้องประจำตำแหน่งของท่านประธานาธิบดี

" มีความคืบหน้ายังไงบ้างล่ะ "

ประธานาธิบดีเงยหน้าขึ้นถามชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสีดำ ตัดกับเนคไทสีฟ้าอ่อนที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขาในขณะนี้

" ทางหน่วยข่าวกรองรายงานมาว่า บิน ลาเดนได้หลบหนีอยู่ในบริเวณพรมแดนรอยต่อระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานครับ "

" อืม "

ประธานาธิบดีเอ่ยสั้นๆ ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมท่านประธานาธิบดีถึงไม่ร้อนใจเหมือนอย่างเคย อาจเป็นเพราะท่านคงคิดว่าไม่มีทางที่จะล่าตัวเจ้าบิน ลาเดนนั่นแล้วก็เป็นได้ เขาคิด

" ขอบคุณมาก หมดธุระแล้ว คุณไปเถอะ "

เสียงของประธานาธิบดีทำให้ผู้ถกเรียกตื่นจากภวังค์นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงไม่ลืมที่จะวางแฟ้มบันทึกการติดตามไล่ล่าโอซามา บินลาเดน วางไว้บนโต๊ะทำงานของท่านประธานาธิบดี แล้วจึงหันหลังเดินออกจากห้องไป

ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ประธานาธิบดีก็ถอดแว่นสายตาวางไว้บนโต๊ะทำงานแล้วเอนหลังกับเก้าอี้อย่างเมื่อยล้า ล้าทั้งกายทั้งใจ เมื่อหลับตาลงเขาก็เห็นภาพทหารอเมริกันมากมายที่ต้องตายฟรีจาก คาร์บอมบ์ และ ระเบิดพลีชีพ ครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นภาพความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้ ใช่..เขายอมไม่ได้เป็นอันขาด แล้วภาพทั้งหลายก็ค่อยๆหายไป เมื่อเปลือกตาของเขาค่อยๆหรี่ลงทีละน้อยๆ แล้วสติของเขาก็ดับวูบลงพร้อมกับการเข้าสู่แดนนิทราด้วยความอ่อนเพลียไปในที่สุด

***************************************************
ยามบ่าย แสงอาทิตย์แรงกล้าแผ่ความร้อนไปทั่วทุกหนทุกแห่ง บรรยากาศรอบข้างล้วนแต่ทำให้ร้อนไปทั่วทั้งบริเวณ แม้แต่ที่นี่ก็เช่นกัน ณ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กปฐมวัยพิมพาภรณ์ ซึ่งเป็นอาคารสูงสองชั้น ทาด้วยสีฟ้าอ่อนตัดกับหลังคาสีแดงสด รวมทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็กที่ต่างมีสีสันแสบตายามกระทบกับแสงแดดอย่างยิ่ง

ขณะนี้เป็นยามบ่ายที่ชวนให้หลับไหล ภายในห้องนอนรวมของศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ก็เช่นกัน จึงสามารถพบได้ว่าเด็กแต่ละคนต่างนอนในท่าทางที่แตกต่างกันออกไป บางคนนอนคว่ำหน้า บางคนก็นอนกางแขนกางขาเต็มที่ แต่ในอีกมุมหนึ่งของห้องนอนรวมแห่งนี้ ยังมีเด็กคนหนึ่งที่ยังนอนไม่หลับ

" เฮ้อ " เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากเด็กชายคนนั้น

" มีแต่พวกไม่ได้เรื่องทั้งนั้น " เด็กชายส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อมองเห็นสภาพของเด็กรุ่นเดียวกัน

คนพูดยังคงบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว ขณะที่มือควานหากระเป๋าสะพายใบเก่งที่ป้าซื้อให้

เด็กชายหยิบกระเป๋าสะพายใบนี้นแล้วรูดซิปเปิดออก ดึงหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ที่ถูกพับครึ่งอยุ่ในกระเป๋าออกมา เด็กชายคลี่มันออกแล้วพับครึ่งตรงข่าวที่เขาสนใจ เด็กน้อยอ่านกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ตาของเขาเป็นประกายอย่างน่ากลัว พูดกับตัวเองเบาๆว่า

" บิน ลาเดน "

*****************************

สถานที่ปกปิดแห่งหนึ่ง,รัสเซีย

ความมืดมิดที่มาพร้อมกับความหนาวเย็นเสียดกระดูกจากหิมะที่โปรยปรายตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่ดูเหมือนเป็นโลกอีกโลกหนึ่งที่ตัดขาดกับโลกใหญ่โดยสิ้นเชิง

ภายในค่ายฝึกลับนอกกรุงมอสโกของกระทรวงมหาดไทย ที่ซึ่งในตอนนี้มีเจ้าหน้าที่รัสเซียเพียงไม่กี่นายเท่านั้นที่ประจำการอยู่ที่นี่

ในห้องๆหนึ่ง หญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนสีเขียวที่เก่าคร่ำคร่า เหม่อมองภาพถ่ายที่ตัวเธอถืออยู่ในมืออย่างเลื่อนลอย

อันเป็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดดำทั้งตัว ยกเว้นบริเวณใบหน้าเท่านั้นที่มิได้ปกปิดความคมเข้มของเขา กับสายตาที่คมกล้าที่จ้องมองมา ราวกับพญายมกำลังมองเหล่าสัตว์นรกในแดนลงทัณฑ์ ซึ่งโอบกอดหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อและกางเกงลายพรางเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวแต่ทว่าแนบแน่น

สีหน้าของทั้งสองเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม คงจะด้วยอายุของภาพที่นานหลายปีจึงทำให้บางส่วนของภาพกลายเป็นสีน้ำตาลลงไป คล้ายกับจะทำให้ผู้ที่มองดูภาพนี้แก่ลงไปหลายปีตามภาพนั้น

หญิงสาวค่อยๆบรรจงจูบภาพนั้นอย่างแผ่วเบา แล้วจึงเก็บภาพไว้ใต้หมอนสีเดียวกับเตียงนอน จากนั้นคว้าเสื้อลายพรางแขนยาวที่ติดเครื่องหมายรูปร่างต่างๆมาสวมแล้วออกจากห้องไป
***************************************************

" พ่อเรามาช้าจังเลยนะเนี่ย "

ป้าของเด็กชายพูดขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเร่งรีบ ซึ่งป้าของเขามักจะเดินไปเดินมาที่ประตูบ่อยๆด้วยความหวังว่าจะเห็นน้องชายของเธอมาถึง

แต่ก็ไร้วี่แววแม้เงา

ภายในบ้าน เด็กชายนั่งเล่นปืนกลของเล่นอยู่คนเดียวที่มุมห้อง ขณะที่ป้าของเขากำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่อีกมุมหนึ่ง

สักพัก เสียงของรถจักรยานยนต์ที่คุ้นเคยก็มาจอดที่หน้าประตูบ้าน ป้ารีบกดปุ่มวางสายแล้วเปิดประตูออกไปหาน้องชายของเธอ

ชายหนุ่มถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นผมที่ตัดสั้นเกรียนแบบทหาร รับกับผิวที่กร้านแดดที่ได้มาจากการฝึกที่หนักและยาวนาน เขารีบยกมือไหว้เมื่อเห็นพี่สาวกำลังเดินมาหาเขาทางนี้

" สวัสดีครับพี่ โทษทีนะพี่ พอดีรถมันติดมากๆเลยน่ะ"

" ไม่เป็นไรๆ นี่..เข้ามาข้างในก่อนสิ "

ทั้งสองจึงเดินเข้ามาในบ้าน เด็กชายหยุดเล่นของเล่นทันทีเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาข้างใน

" ไงครับ คนเก่ง ดื้อกับป้ามั่งรึเปล่าเนี่ย "

คำทักทายที่ตอนท้ายกลายเป็นคำถามของพ่อ ทำให้ป้ายิ้ม ก่อนที่จะตอบแทนคนที่ถูกถามว่า

" ไม่ดื้อเลย น่ารักมาก แถมยังช่วยป้ากวาดบ้านอีกต่างหาก "

เด็กชายพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เมื่อได้ฟังเสร็จพ่อก็ลูบหัวลูกชายของเขาด้วยความภาคภูมิใจ

" เอาล่ะ...เดี๋ยวพี่ไปได้ซักที เสียเวลาไปมากแล้วนะเนี่ย "

" แล้วแฟนพี่เขาขับรถยังไงถึงไปชนเสาไฟฟ้าได้ล่ะพี่ "

" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง "

" งั้นเดี๋ยวพี่ไปแล้ว คืนนี้คงนอนที่โรงพยาบาลนั่นแหละ พี่ฝากดูแลบ้านด้วยนะ " ป้าทิ้งท้าย

" ได้ครับพี่ " พ่อรับคำ

หลังจากพ่อส่งป้าของเขาเสร็จแล้ว พ่อก็เข้ามาหาเขา แต่ก่อนที่พ่อจะทันได้พูดอะไรนั้น เด็กชายก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

" พ่อ...ผมมีเรื่องจะบอกพ่อครับ "

ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและท่าทางที่เคร่งเครียด ราวกับไม่ใช่เด็กอายุสองสามขวบ สะกิดใจผู้เป็นพ่ออย่างรุนแรง แต่มิได้แสดงออกมา จึงถามไปว่า

" เรื่องอะไรเหรอลูก "

" คือว่า................. "

จากนั้น ผู้เป็นพ่อก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะมีเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นกับลูกของเขาเอง!


อัฟกานิสถาน.

ภายในตึกทรงสี่เหลี่ยมที่ก่อด้วยหินทรายสีเหลืองหลังหนึ่ง ซึ่งดูปกติเหมืนกับตึกอื่นทั่วๆไปแต่ลึกลงไปที่ชั้นใต้ดินนั้นถูกขุดลงไปเป็นโพรงลึก ปิดทับด้านบนด้วยแผ่นไม้ขนาดพอดีกับกับปากหลุม ทั้งด้านบนยังถูกกำบังไว้ด้วยตู้ใส่ของเก่าๆอีกสองสามตู้ ทำให้แทบไม่มีใครสงสัยว่าจะมีอะไรแอบแฝงไว้ใต้ตู้เหล่านั้น

ขณะนี้ ในส่วนลึกที่สุดของหลุมนี้มีกลุ่มบุคคลคณะหนึ่งได้นั่งล้อมวงกันอยู่ ทุกคนต่างไว้หนวดเคราและสวมใส่ชุดยาวแบบชาวมุสลิม บางคนใส่เสื้อกั๊กทับด้านนอกอีกตัวหนึ่ง

ทุกสายตาจับจ้องมายังชายหนุ่มวัยกลางคนในวง ไว้หนวดเคราเต็มสองแก้มและคาง สวมผ้าโพกหัวสีเทากับชุดดำยาวทั้งชุด ทุกคนในที่นี้รู้ดีว่าเขาคือประธานการประชุมครั้งนี้

เขามองไล่สายตาไปยังแต่ละคนในที่ประชุม ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนของกลุ่มต่อต้านอเมริกันในอิรักและอัฟกานิสถานทั้งสิ้น

หลังจากประชุมกันมาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มทาลีบันจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

" ทางกลุ่มทาลีบันของเราจะรับจัดการพวกอเมริกันในอัฟกานิสถานนี่เอง "

" ดี...ที่อิรักก็เช่นกัน ข้าจะทำให้พวกมันต้องตายกันจนกว่าจะออกไปจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา "

ชายวัยกลางคนประกาศอย่างเกรี้ยวกราด

สมาชิกทั้งหมดยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างพึงพอใจ เพราะทุกคนรู้ดีถึงกิตติศัพท์ของอาบูมาซาฟ อัล ซาร์คาวี หัวหน้ากลุ่มต่อต้านอเมริกันในอิรักดีว่าถ้าเขาลองได้ลั่นวาจาแบบนี้แล้วล่ะก็ ก็มั่นใจได้เลยว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ตัวแทนจากกลุ่มนักรบอิสระจากเลบานอนเอ่ยขึ้นเบาๆ

" แล้วเราจะมีโอกาสมาพบกับพวกท่านอีกเมื่อไหร่ "

ทุกคนเงียบไป เมื่อนึกถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ทำให้ไม่รู้ว่าจะมาประชุมกันได้อีกรึเปล่า

อัล ซาร์คาวีลุกขึ้นยืนทันที เขากล่าวปลุกปลอบแก่ทุกคนว่า

" นั่นไม่สำคัญ ขอเพียงแต่ทุกท่านร่วมใจกันฆ่าพวกอเมริกันเหมือนๆกันนั่นก็เพียงพอแล้ว "

สมาชิกที่เหลือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป้นตัวแทนจากอดีตรัฐบาลทาลีบัน นักรบอิสระจากเลบานอน กลุ่มปาเลสไตน์ กลุ่มฆ่าตัดคอในอิรัก และกลุ่มอื่นๆต่างพากันลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

" ใช่....ให้พวกมันตายอย่างไม่มีที่ฝัง ฆ่าให้หมด "

ตัวแทนจากกลุ่มปาเลสไตน์ตะโกนก้อง

สมาชิกทุกคนจับมือกันเป็นวงกลมอย่างแนบแน่น ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ดีถึงอุดมการณ์ที่มีคล้ายกันที่พร้อมยอมตายเพื่อขับไล่อเมริกันออกไปจากประเทศของพวกเขา และที่สำคัญก็คือ บ้านของพวกเขา!

เสียงดังกระหึ่มดังลอยออกมาจากชั้นใต้ดินเป็นจังหวะ พอจะจับความได้ว่า

" ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน "

" ทั้งหมดนี้เป้นเรื่องจริงเหรอลูก "

ผู้เป็นพ่อถามขึ้น หลังจากฟังลูกชายของเขาเล่าจนจบ เขาไม่อยากจะเชื่อหูตนเองเลยว่าสิ่งที่ลูกของเขาเล่าให้ฟังจะเป็นความจริง

" มันฟังดูเหลือเชื่อมากเลยนะลูก "

" แต่มันเป็นความจริงครับ แล้วก็ผมอยากให้พ่อช่วยเรื่องนึง "

พ่อทำหน้าสงสัย ผู้เป็นลูกจึงพูดต่อไป

" ผมอยากให้พ่อพาผมไปที่สถานฑูตอเมริกาครับ "

**************************************

อิรัก[ภายใต้การคุ้มครองจากกองกำลังสหรัฐ-พันธมิตร]

หนูน้อยชาวอิรักสองคนวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนานภายใต้เปลวแดดที่ร้อนจ้า ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารเบื้องหลัง

ชายชราท่าทางงกๆเงิ่นๆคนหนึ่งเดินมาวางถุงขยะสีดำที่ดูหนักกินแรงไว้บนถังขยะเหล็ก ที่เก่าคร่ำคร่าและมีแต่รอยบุบใกล้กับกำแพงอาคารที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน

หลังจากวางไว้แล้วชายชรามองไปรอบๆด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังทหารอเมริกันที่ยืนรักษาการณ์อยู่ใกล้ๆ จากนั้นชายชราที่ดูงกๆเงิ่นๆเมื่อครู๋ก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วทันที

จากนั้นไม่นานนัก ขณะที่ชาวอัฟกานิสถานกำลังเดินตามเส้นทางที่ทหารอมริกันจัดไว้ให้นั้น ทันใดนั้น เกิดแสงสว่างวาบขึ้นตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ แรงระเบิดฉีกกระชากร่างของสองหนูน้อยชาวอิรักที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รวมทั้งอาคารที่โดนระเบิดนั้นถล่มลงมาถึงครึ่งหนึ่ง ทหารอเมริกันสามนายใกล้ๆนั้นนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ฝุ่นผงคลุ้งตลบไปทั่วทั้งบริเวณ เศษซากชิ้นส่วนมนุษย์ปลิวว่อนไปทั่ว ความวุ่นวายตามมาด้วยเสียงตะโกนของทหารอเมริกันและชาวบ้านรอบๆบริเวณ

" จากรายงานข่าว ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่เส้นทางเชื่อมของกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน แรงระเบิดทำให้ชาวอัฟกันเสียชีวิต 27 ราย และทหารอเมริกันบาดเจ็บสาหัส 3 นาย คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนายอัล ซาร์คาวี ทั้งนี้ นายอัล ฟาฮุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานได้ออกมาประณามการลอบวางระเบิดครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำของคนป่าเถื่อนที่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม "

เสียงออกประกาศข่าวด่วนของสำนักข่าวอัล จาร์ซีราของการ์ตาร์ รายงานไปทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางแต่ทุกคนในภูมิภาคนี้ชินชากับข่าวทำนองนี้ซะแล้ว เพราะได้รู้ได้เห็นตลอดมาอย่างไม่มีวันจบสิ้น

*********************************

พ่อมีสีหน้าตกใจระคนสงสัย

เด็กชายยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นพ่อ ก่อนที่จะพูดต่อไป

" ผมจะไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐยังไงล่ะครับ "

" หา! ลูกเนี่ยนะจะไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐ แต่ลูกจะทำได้เหรอ พ่อว่าโอกาสมันแทบจะเป็นศูนย์เลยนะลูก "

" ต้องได้สิครับ ผมมั่นใจ "


ภายในสถานฑูตสหรัฐอเมริกาที่ตกแต่งไปด้วยภาพวาดของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ รวมไปถึงรูปปั้นเทพีเสรีภาพที่วางเด่นเป็นสง่าในบริเวณทางเข้า สร้างบรรยากาศราวกับได้มายืนอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจริงๆ ให้แก่สองพ่อลูกคู่หนึ่งที่ยืนชมความงามของสถาปัตยกรรมภายในสถานฑูตแห่งนี้อยู่

จนเมื่อมีเจ้าหน้าที่สาวสวยของสถานฑูตคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองพ่อลูก

" มาติดต่อธุระอะไรรึเปล่าคะ "

เสียงหวานๆจากเจ้าหน้าที่สาวทำให้นายทหารประทวนตรงหน้าลดความประหม่าลงทันที

" เอ่อ...ผมมาขอพบท่านฑูตน่ะครับ "

" แล้วคุณได้นัดท่านไว้แล้วรึยังคะ "

ทหารหนุ่มลังเลชั่วขณะเพื่อนึกคำตอบ ก่อนจะหันไปทางเจ้าลูกชายตัวดีที่ยังคงมองไปรอบๆ โดยไม่มีท่าทีว่าสนใจสนใจการสนทนานี้แม้แต่น้อย ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของบุตรชายอย่างยิ่ง

" ไม่ได้นัด! " เขาตอบกระชากเสียงอย่างลืมตัว ด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่พลุ่งพล่าน

เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่นั่งประจำเค้าท์เตอร์ประชาสัมพันธ์เงยหน้าจากกองเอกสาร มองมายังทั้งคู่อย่างสงสัย

" ค่ะ...ถ้าอย่างนั้นก็คงให้เข้าพบไม่ได้หรอกค่ะ"

เสียงหวานๆเมื่อครู่กลายเป้นเสียงกระด้างระคายหูทันที เมื่อได้รับการตอบแบบห้วนๆจากคู่สนทนา

" เอ่อ...ต้องขอโทษด้วยครับ...ไปเร็ว "

ทหารหนุ่มรีบขอโทษขอโพยเจ้าหน้าที่สาวคนนั้น ก่อนจะบอกแกมสั่งกับบุตรชายของเขาในท้ายประโยค

หลังจากรีบเดินหนีมาจากบริเวณนั้นได้ ผู้เป็นพ่อก็เริ่มเทศน์ลูกชายทันที

" พ่อไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลูกถึงทำเฉย....เป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้นะเมื่อกี้นี้ "

ผู้เป็นพ่อพูดอย่างมีอารมณ์ เขาหงุดหงิดกับกรณีนี้เพราะมันทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก ที่โดนผู้หญิงตอกกลับมาจนหน้าหงาย หนีแทบไม่ทัน

เด็กชายเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ

" พ่อครับ...พ่อคิดว่าเขาจะฟังเด็กอย่างผมเหรอครับถ้าผมพูดไปน่ะ อีกอย่าง เราก็แค่มาที่นี่ครั้งแรกเอง แล้วก็ไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าอีกต่างหาก "

เด็กชายถอนใจยาวหลังพูดจบ

ผู้เป็นพ่อมีปฏิกิริยาทันทีกับคำตอบกึ่งสั่งสอนของบุตรชาย เขาโกรธขึ้นมาจริงๆแล้วในตอนนี้

" อะไร...นี่ลูกกล้าพูดประชดพ่อแล้วเรอะ พ่อเป้นพ่อแกนะ! "

เขาตวาดใส่หน้าลูกชายที่ยืนมองเขาด้วยสายตาอย่างหนึ่งที่ยากจะตีความ มันผสมกันทั้งเสียใจ เวทนา และผิดหวัง!?

หากแต่คำตอบที่ตามมาของลูกชายเขาต่างหากที่ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก

" แล้วแต่พ่อจะคิด "

เด็กชายหันหลังเดินจากไปเงียบๆ ทิ้งให้ทหารประทวนหนุ่มผู้เป็นพ่อยืนอึ้งอยู่กับที่



โดย : จักรพรรดิพญายม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 44 ]

ขยันพิมจังเลยครับ

โดย : เสือขาว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 7 ]

มีอยู่แล้วน่ะครับ

โดย : จักพรรดิพญายม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 8 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook