บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : ทำไมดาวพุธจึงถอยหลัง

จำได้เหมือนเคยเรียนเคยอ่านมา แต่นานมากจนลืมว่ารายละเอียดมีอะไรแค่ไหน
เรื่องดาวพุธถอยหลัง หรือดาวอังคารถอยหน้าถอยหลัง เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ง่ายๆ
ในสมัยอริสโตเติ้ล (คนๆ นี้ช่างเก่งเหลือเกิน อยู่หัวแถวในทุกแขนงวิชา)
ในสมัยนั้นคนยังเชื่อว่าโลกแบน (กาลิเลโอยังไม่มา) อริสโตเติ้ลคนนี้แหละ ที่เป็นคนสังเกตเห็น ว่าดาวเหล่านี้ ช่วงหนี่งดาวอังคารอยู่หน้า นานๆ ไปดาวอังคารกลับมาอยู่หลัง
ดูไปดูมา เหมือนถอยหน้าถอยหลัง (ดูได้อย่างไร ดาวเป็นล้านๆๆๆดวง ต้องมองด้วยตาเปล่า แยกแยะแล้วก็จำ สุดยอด)
ที่ไม่เรียกว่าโคจร ก็อย่างที่บอก เพราะเชื่อว่าโลกแบน จึงเห็นและเข้าใจว่าอย่างนั้น
ต่อมาเมื่อมีการพิสูจน์และยอมรับว่าโลกกลม มีการศึกษาเพิ่มเรื่องวงโคจรและระบบสุริยะจักรวาล พบว่า ดาวแต่ละดวง มีระยะห่างจากกดวงอาทิตย์ต่างกัน วงโคจรจึงใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ความเร็วในการโคจรก็ต่างกัน
เมื่อวงโคจรไม่เท่ากัน การที่ต่างโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปเรื่อยๆ ธรรมชาติของดวงที่อยู่วงใน ก็จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้เร็วกว่า จึงมีการแซงไปแซงมาอยู่ตลอด
เพราะฉะนั้น ไม่แปลกใช่มั้ย ที่ดาวพุธซึ่งอยู่ในสุด วงโคจรรีที่สุด จะแซงดาวโน้น ดาวนี้ ในลักษณะเป็นวง วันนี้จึงอยู่หน้า แล้วโคจรไล่ไปอีกรอบ ก่อนแซงรอบใหม่ จึงเหมือนตามหลัง
จึงไม่น่าเชื่อเลยว่า ยุคอริสโตเติ้ลก็ผ่านไปนานมากแล้ว ยังมีคนเชื่อว่าดาวถอยหน้าถอยหลังอยู่อีกในปัจจุบัน
ใครที่รู้เรื่องนี้โดยละเอียด ช่วยให้ความรู้เพิ่มเติมหน่อยเถิด จะเป็นพระคุณยิ่งแล้ว
โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 7 ]

ขอเข้ามาอ่านหาความรู้อย่างเดียวค่ะ
ช่วงนี้ดาวพุธ....กำลังฮิต
ใครมีความรู้ช่วยท่านผู้เฒ่าหน่อยนะคะ
โดย : หลงเงาจันทร์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 47 ]



ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
ข้อมูลจำเพาะของดาวพุธ
ระยะห่างจากดวงอาทิตย์โดยเฉลี่ย 57.90 ล้านกิโลเมตร(0.387 a.u.)
ใกล้สุด 45.90 ล้านกิโลเมตร (0.306 a.u.)
ไกลสุด 69.70 ล้านกิโลเมตร (0.467 a.u.)
Eccentricity0.206
คาบการหมุนรอบตัวเอง58.6461 วัน
คาบการหมุนรอบดวงอาทิตย์87.969 วันบนโลก ด้วยความเร็ว 47.87 กิโลเมตรต่อวินาที
ระนาบโคจร (Inclination)7:00:15.5 องศา
แกนเอียงกับระนาบโคจร0 องศา
มวล3.33x1026 กรัม หรือ 0.055 เท่าของโลก
เส้นผ่านศูนย์กลาง4,878 กิโลเมตร (โลก 12,756 กิโลเมตร ที่เส้นศูนย์สูตร)
แรงโน้มถ่วง0.38 เท่าของโลก
ความเร็วหลุดพ้น 4.25 กิโลเมตรต่อวินาที
ความหน่าแน่น1 ต่อ 5.44 เมื่อเทียบกับน้ำ
ความสว่างสูงสุด-1.9

ดาวพุธ ดาวเคราะห์ชั้นในสุด มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เกือบจะกลม (ค่า Ecc) และมีคาบการโคจร รอบดวงอาทิตย์ ที่สั้นที่สุด จึงทำให้ดาวพุธเคลื่อนที่บนท้องฟ้าเร็วมาก คนกรีกโบราณจึงยกให้ดาวพุธเป็น ดาวตัวแทนของ เทพเมอร์คิวรี่ (Mercury) เทพแห่งการสื่อสาร เมื่อมองด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็น ลักษณะของดาวพุธ เว้าแว่งเป็นเสี้ยวคล้ายกับดวงจันทร์
การสังเกตดาวพุธ เราสามารถเห็นดาวพุธได้เป็นบางช่วง หากดาวพุธไม่โคจรมาอยู่หน้าดวงอาทิตย์หรือหลัง ดวงอาทิตย์ เราจะเห็นดาวพุธอยู่ทางซีกตะวันตกหลังดวงอาทิตย์ตกไปเล็กน้อย และทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เล็กน้อย อยู่สูงจากขอบฟ้าไม่เกิน 25 องศา และเห็นได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 20 นาที ก็จะลับขอบฟ้าไปหรือ แสงอาทิตย์ขึ้นมาบัง (ดูข้อมูลได้จาก: ตำแหน่งของดาวเคราะห์)
ดาวพุธจึงโคจรอยู่ท่ามกลาง ความร้อนจัด ของดวงอาทิตย์ในระยะห่าง เฉลี่ย ประมาณ 58,000,000 กิโลเมตร ในขณะที่อยู่ห่างจากโลกของเราประมาณ 15,000,000 กิโลเมตร ด้วยเหตุนี้เมื่อเรามองดาวพุธจากโลก จึงเห็นดาวพุธอยู่ใกล้ ดวงอาทิตย์ ตลอดเวลา แต่เนื่องจากความสว่างของเวลากลางวัน ทำให้เราไม่สามารถเห็น ดาวพุธด้วย ตาเปล่า จนกว่าดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หรือก่อนดวงอาทิตย์จะปรากฎในวันใหม่ กล่าวคือ ถ้าอยู่ทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จะลับขอบฟ้าหลังดวงอาทิตย์ จึงมีโอกาส เห็นอยู่ทางทิศตะวันตก ในเวลาหัวค่ำ แต่ถ้าอยู่ทางทิศตะวันตก ของดวงอาทิตย์ จะลับ ขอบฟ้า ก่อนดวงอาทิตย์ และจะขึ้นก่อนดวงอาทิตย์ ในเวลารุ่งเช้า จึงมีโอกาสเห็นอยู่ทาง ทิศตะวันออกในเวลาใกล้รุ่ง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4,878 กิโลเมตร มีมวลประมาณ 0.054 เท่าของโลก ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบหนึ่งเป็นเวลาประมาณ 87.97 วัน หรือ 88 วัน ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร ซึ่งก่อนปี ค.ศ. 1965 นักดาราศาสตร์มีความเชื่อว่าดาวพุธใช้เวลาโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ เท่ากับเวลาที่ใช้ใน การหมุน รอบตัวเอง นั่นหมายถึงว่า ดาวพุธจะหันด้านเดียวในการรับแสง จากดวงอาทิตย์ตลอดเวลา แต่เมื่อ Roef Dyee และ Gordon Effect นักวิทยาศาสตร์คอร์เนล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเทคนิคของเรดาร์มาวัดการหมุนรอบตัวเอง ของดาวพุธ พบว่าใช้เวลาเพียง 58.65 วัน หรือประมาณ 59 วันเท่านั้น แต่ 1 วันบนดาวพุธจะยาวถึง 176 วันของโลก
________________________________________
โครงสร้างของดาวพุธ
เปลือกชั้นนอกของดาวพุธ เป็นหินแข็งชั้นบางๆ มีหลุมอุกกาบาตมากมาย คล้ายกับดวงจันทร์ของเรา แต่ด้วยขนาดที่ ใหญ่กว่าดวงจันทร์ทำให้สนามแรงดึงดูดมากกว่า อุกกาบาตที่ชนจึงรุนแรงกว่า หลุมบ่อบนดาวพุธจึงลึกมากและ มีเศษกระจายโดยรอบปากหลุมมากมาย
เปลือกชั้นใน เป็นหินซิลิเกต แกนกลางมีขนาดใหญ่ราว 80 เปอร์เซนต์ของดาวทั้งดวง ประกอบด้วยเหล็กและนิเกิล ในสภาพหลอมเหลว เพราะดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากสนามแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของดวงอาทิตย์ทำให้แกนใน ของดาวพุธคุกลุนอยู่ตลอดเวลา

บรรยากาศของดาวพุธ บรรยากาศบนดาวพุธเบาบางมากประมาณ หนึ่งในร้อยล้านของบรรยากาศโลก ประกอกด้วย ออกซิเจน 56% โซเดียม 35% ฮีเลียม 8% โปรตัสเซียมและไฮโดรเจน 1% ธาตุโซเดียมและโปรตัสเซียมจะมีเฉพาะ ในเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืน ธาตุเหล่านั้นจะถูกดูดซึมลงในชั้นหิน
อุณหภูมิบนดาวพุธ ด้วยเพราะเหตุว่าดาวพุธนั้นอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดจึงทำให้อุณหภูมิบนดาวพุธสูงมาก โดยเฉลี่ยในเวลากลางวัน สูงถึง 430 องศาเซลเซียส (สามารถหลอมตะกั่วได้) ส่วนในเวลากลางคืนดาวพุธ ไม่มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้มเพื่อเก็บ ความร้อนทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -180 องศาเซลเซียส และด้วยปรากฏการ์ที่ การหมุนรอบตัวเองของดาวพุธช้ามาก คือ 58 วันใกล้เคียงกับการหมุนรอบด้วยอาทิตย์คือ 88 วัน ทำให้ หนึ่งวันบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วันบนโลก
พื้นผิวของดาวพุธมีลักษณะคล้ายดวงจันทร์ โดยเฉพาะด้านไกลโลก เพราะต่างไม่มีบรรยากาศ แต่ดาวพุธมีขนาดใหญ่กว่า มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่า ขอบหลุมบนดาวพุธจึงเตี้ยกว่าบนดวงจันทร์ ยานอวกาศที่เข้าไปเฉียดใกล้ๆ ดาวพุธและนำภาพมาต่อกันจนได้ภ าพพื้นผิวดาวพุธดังกล่าวคือ ยานอวกาศมารีเนอร์ 10 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2517 นับว่าเป็นยานลำแรกและลำเดียวที่ส่งไปสำรวจดาวพุธ ยานมารีเนอร์ 10 เข้าใกล้ดาวพุธ 3 ครั้งด้วยกัน คือ เมื่อเดือนมีนาคม และ กันยายน พ.ศ. 2517 และเดือนมีนาคม พ.ศ. 2518 ยานเข้าใกล้ดาวพุธที่สุดครั้ง แรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2517 และได้ส่งภาพกลับมา 647 ภาพ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2517 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2518 ขณะนั้นเครื่องมือภายในยานได้เสื่อมสภาพลง ในที่สุดก็ติดต่อกับโลกไม่ได้ตั้งแต่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2518 ยานมารีเนอร์ 10 จึงกลายเป็นขยะอวกาศที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ โดยเข้ามาใกล้ดาวพุธครั้งคราวตามจังหวะเดิมต่อไป
นอกจากดาวพุธจะมีช่วงกลางวันถึงกลางคืนยาวที่สุดแล้ว ยังมีทางโคจรที่รีมากด้วย เป็นรองเฉพาะดาวพลูโตเท่านั้น ดาวพุธมีระยะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 0.31 หน่วยดาราศาสตร์ และไกลที่สุด 0.47 หน่วยดาราศาสตร์ ทำให้ 2 ระยะนี้ แตกต่างกันถึง 0.16 หน่วยดาราศาสตร์ หรือ 24 ล้านกิโลเมตร นั่นหมายความว่า ถ้าไปอยู่บนดาวพุธจะเห็นดวงอาทิตย์มีขนาดเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเมื่ออยู่ใกล้ดางอาทิตย์ที่สุดจะเห็นดวงอาทิตย์ใหญ่เป็น 2 เท่าครึ่งของเมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุด ซึ่งโตประมาณ 4 เท่าของที่เห็นจากโลก ในระหว่างเวลากลางวัน อุณหภูมิที่ผิวของดาวพุธช่วงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ที่สูงสุดถึง 700 เคลวิน (ประมาณ 427 องศาเซลเซียส) สูงพอที่จะละลายสังกะสีได้ แต่ในเวลากลางคืนอุณหภูมิลดต่ำลงเป็น 50 เคลวิน (-183 องศาเซลเซียส) ต่ำพอที่จะทำให้ก๊าซคริปตอนแข็งตัว การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบนพื้นผิวดาวพุธจึงรุนแรง คือร้อนจัดในเวลากลางวันและเย็นจัดในเวลากลางคืน ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดบนดวงจันทร์ของโลกเราด้วย ทั้งนี้เพราะไม่มีบรรยากาศที่จะดูดกลืนความร้อนอย่างเช่นโลก
ลักษณะพิเศษของดาวพุธ มีความหนาแน่นสูงมาก (5.43 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร เทียบกับโลก 5.52 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร) เป็นดาวเคราะห์ประเภทโลก แต่มีความหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ดาวพุธโตกว่าดวงจันทร์ไม่มาก แต่มีความหนาแน่นมากกว่าดวงจันทร์ถึง 16 เท่า เมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว ดาวประเภทโลกซึ่งได้แก่ โลก ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ และดวงจันทร์ ปรากฏว่าความหนาแน่นของโลก ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดวงจันทร์เพิ่มขึ้นตามขนาด กล่าวคือถ้าเขียนกราฟแสดงความหนาแน่นไว้เป็นแกนตั้ง และรัศมีไว้เป็นแกนนอน จะพบว่าดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และโลกอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน ดวงจันทร์มีขนาดเล็กที่สุด จึงมีความหนาแน่นน้อยที่สุด โลกใหญ่ที่สุดมีความหนาแน่นมากที่สุด ส่วนดาวพุธอยู่สูงกว่าเส้นตรงนี้ จึงมีความหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
จากสมบัติพิเศษข้อนี้ แสดงว่าแก่นกลางของดาวพุธมีความหนาแน่นสูง และมีขนาดใหญ่ องค์ประกอบส่วนมากจะเป็นเหล็ก แก่นกลางของดาวพุธเมื่อ เทียบกับขนาดภายนอกจึงใหญ่ที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทุกดวง สมบัติพิเศษข้อนี้นับเป็นการค้นพบใหม่ที่ทำให้เกิดปัญหาที่น่าคิดตามมาคือ ปัญหาเรื่องกำเนิดและวิวัฒนาการของระบบสุริยะ นักดาราศาสตร์ส่วนมากเชื่อว่า ดวงอาทิตย์และบริวารเกิดจากเนบิวลาเดียวกัน ในเวลาใกล้เคียงกัน หากความเชื่อนี้เป็นจริง ย่อมมีข้ออธิบายเกี่ยวกับดาวพุธเป็นข้อใดข้อหนึ่งใน 3 ข้อต่อไปนี้คือ องค์ประกอบของเนบิวลาที่ก่อกำเนิดเป็นระบบสุริยะ บริเวณตำแหน่งของดาวพุธจะต้องมีความแตกต่างอย่างมากจากบริเวณอื่น ดวงอาทิตย์ในระยะเริ่มแรกอาจมีพลังผลักดันมากในการผลักก๊าซเบาๆ รวมทั้งธาตุที่มีความหนาแน่นต่ำให้หลุดลอยออกจากดาวพุธให้ไปอยู่รอบนอกของระบบสุริยะ
มีดาวขนาดใหญ่ดวงหนึ่งชนดาวพุธในระยะภายหลังการอุบัติขึ้นของดาวพุธไม่นาน ทำให้สารที่มีความหนาแน่นน้อยกลายเป็นก๊าซหลุดลอยไปจนหมดสิ้น มีข้อสังเกตที่น่าแปลกใจอยู่มากๆ คือ การตรวจไม่พบธาตุเหล็กบนพื้นผิวดาวพุธ นับว่าเป็นข้อขัดแย้งกับสมมติฐานที่ว่า แกนกลางของดาวพุธเป็นเหล็ก ในกรณีของโลก ดาวอังคาร และดวงจันทร์ ซึ่งมีแกนกลางเป็นเหล็กนั้นได้ตรวจ พบเหล็กในระดับผิวกายด้วย ดาวพุธจึงอาจเป็นดาวเคราะห์ชั้นในดวงเดียวที่มีเหล็กอยู่ ณ ใจกลางและมีพื้นผิวเป็นซิลิเกต ซึ่งมีความหนาแน่นต่ำ และอาจเป็นไปได้ว่าดาวพุธหลอมอยู่เป็นเวลานาน จนทำให้โลหะหนักตกลงไปอยู่ข้างล่างที่ศูนย์กลาง คล้ายเหล็กตกตะกอนอยู่ข้างล่างของเตาเผา ดาวพุธมีสนามแม่เหล็กความเข้มสูง ยานมารีเนอร์ 10 ได้ตรวจพบว่าดาวพุธมีสนามแม่เหล็กความเข้มสูงรองจากโลก สำหรับดาวเคราะห์ขนาดเล็กด้วยกัน ในกรณีของโลกสนามแม่เหล็กเกิดจากการไหลหมุนเวียนของโลหะหลอม เหลวที่เป็นตัวนำไฟฟ้าภายในแก่นกลางของโลก ตามหลักการเดียวกันกับไดนาโมที่เลี้ยงตัวเองได้ ถ้าสนามแม่เหล็กของดาวพุธมีแหล่งกำเนิดแหล่งเดียวกับของโลก แสดงว่าแกนกลางของดาวพุธต้องเป็นของเหลวด้วยเช่นเดียวกัน
แต่สมมติฐานข้อนี้มีปัญหาอย่างหนึ่งตามมาคือ ดาวขนาดเล็กอย่างดาวพุธ จะมีอัตราส่วนของพื้นที่ต่อปริมาตรสูง ดังนั้น ถ้าอยู่ในสภาวะแวดล้อมเดียวกัน ดาวขนาดเล็กจะแผ่รังสีออกสู่อวกาศได้เร็วกว่า นั่นหมายความว่า หากดาวพุธมีแก่นกลางเป็นเหล็ก เพราะความหนาแน่นสูงและมีสนามแม่เหล็กความเข้มสูง แก่นกลางย่อมเย็นตัวและแข็งตัวนานมาแล้ว แต่แก่นกลางที่เป็นของแข็ง จะไม่สามารถก่อกำเนิดไดนาโมที่เลี้ยงตัวเองได้ ข้อขัดแย้งนี้นำไปสู่ความคิดที่ว่า แก่นกลางคงมีสารอย่างอื่นเจือปน สารเจือปนทำให้อุณหภูมิหลอมเหลวของเหล็กลดลง เหล็กจึงอยู่ในสภาวะเหลว ที่อุณหภูมิต่ำลงได้ สารเจือปนที่เป็นไปได้คือ ซัลเฟอร์ ซึ่งมีมากในเอกภพ แต่ยังมีความคิดอื่นอีก เช่น แก่นกลางเป็นเหล็กแข็งล้อมรอบด้วยชั้นที่เป็นของเหลว ซึ่งเป็นส่วนผสมของเหล็กกับซัลเฟอร์ที่อุณหภูมิ 1,300 เคลวิน (1,027 องศาเซลเซียส) มีหลุมอุกาบาตขนาดใหญ่ 2 หลุมอยู่คนละด้านของดาวพุธ หลุมอุกาบาตขนาดใหญ่ที่เกิดจากการชนของดาวเคราะห์น้อยโดยตรง ชื่อแอ่งคาลอริส (Caloris Basin) มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,300 กิโลเมตร เกิดเมื่อ 3,600 ล้านปีมาแล้ว แรงของการชนทำให้เกิดคลื่นปะทะแผ่เข้าไปภายในดาวพุธ แล้วเกิดเป็นริ้วรอยอีกด้านหนึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาและรอยแยก
ต่อมาบริเวณนี้ถูกอุกาบาตอื่นชน และเกิดหลุมอุกาบาตเพตทราร์ค (Petrarch Crater) เกิดการชนรุงแรงมากพอที่จะทำให้ก้อนหินละลาย แล้วไหลเป็นทางยาว 100 กิโลเมตร ไปท่วมหลุมอุกาบาตขนาดเล็กกว่า ที่อยู่ใกล้เคียงกัน พื้นผิวดาวพุธมีร่องรอยเป็นทางยาวตัดกัน เรียกว่า ตารางของดาวพุธ (Mercurian Grid) ริ้วรอยเช่นนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนอัตราการหมุนรอบตัวเองของดาวพุธ เมื่อก่อนดาวพุธหมุนรอบตัวเองเร็วมาก อาจเป็นรอบละเพียง 20 ชั่วโมง ทำให้โป่งออกบริเวณเส้นศูนย์สูตร ขณะนั้นเปลือกนอกกำลังเย็นตัวลง เมื่ออัตราการหมุนช้าลง แรงโน้มถ่วงจะทำหน้าที่ดึงและปรับให้ดาวพุธมีความเป็นทรงกลมมากขึ้น ริ้วรอยที่เป็นขีดยาวตัดกันซึ่งอาจเกิดขึ้นในตอนนี้นั้น โปรดสังเกตว่าริ้วรอยนี้ไม่มีบนแอ่งคาลอริส แสดงว่าริ้วรอยเกิดก่อนแอ่งคาลอริส มีบรรยากาศที่เบาบางมาก บรรยากาศเกิดจากลมสุริยะซึ่งถูกดักจับไว้ โดยสนามแม่เหล็กของดาวพุธ เหนือพื้นผิว ณ จุดที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ลมสุริยะพลังงานสูงจะลงมาถึงและชนพื้นผิว ทำให้เกิดอนุภาคใหม่ที่อยู่ภายในแมกนีโทสเฟียร์ของดาวพุธ แต่เนื่องจากเวลากลางวันพื้นผิวดาวพุธร้อนมาก โมเลกุลของก๊าซบนพื้นผิวจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็วของการผละหนี ก๊าซจึงหนีไปหมด ดังนั้นในอดีตจึงเชื่อว่าดาวพุธไม่มีบรรยากาศเลย
ยานสำรวจดาวพุธมีเพียงยานมาริเนอร์ 10 ของสหรัฐเท่านั้นที่ได้ไปสำรวจดาวพุธ ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือน พฤศจิกายน 1973 และได้เข้าใกล้ดาวพุธที่สุดระยะห่าง 300 กิโลเมตร
ยานมาริเนอร์ 10
หมายเหตุ:
Eccentricity เป็นค่าคงทีของวงโคจร ที่บอกว่าวงโคจรนั้นรีมากหรือน้อย หาได้จาก ระยะห่างของจุด โฟกัสทั้งสอง หารด้วย ความยาวของแกนหลัก ซึ่งวงกลมจะมีค่า Ecc=0 และพาลาโบล่าจะมีค่า Ecc=1
Inclination มุมเอียงที่ระนาบการโคจรของดาวเคราะห์หรือดาวหาง ทำกับระนานอิคลิปติค มีหน่วยเป็น องศา
ปัจจุบันนักดาราศาสตร์พบร่องรอยของบรรยากาศ และพบน้ำแข็งบริเวณขั้ว ซึ่งอาจเกิดจากการชนของดาวหางบนดาวพุธ และอาจเป็นผู้ก่อกำเนิด ออกซิเจน และไฮโดรเจนบนดาวพุธ ปรากฎการณ์บนฟ้าเกี่ยวกับดาวพุธ เห็นอยู่ใกล้ขอบฟ้าเสมอ สาเหตุเป็นเพราะวงโคจรของดาวพุธเล็กกว่า วงโคจรของโลก ดาวพุธจึงปรากฏห่างจากดวงอาทิตย์ได้อย่างมากไม่เกิน 28 องศา นั่นหมายความว่า ถ้าอยู่ทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จะเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ แต่ถ้าอยู่ทางตะวันตกของดวงอาทิตย์ จะขึ้นก่อนดวงอาทิตย์ จึงเห็นทางทิศตะวันออกในเวลารุ่งอรุณ และเห็นเป็นเสี้ยวในกล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากดาวพุธไม่หันด้านสว่างทั้งหมดมาทางโลก แต่จะหันด้านสว่างเพียงบางส่วนคล้ายดวงจันทร์ข้างขึ้นหรือข้างแรม หันด้านสว่างมาทางโลก ถ้าดาวพุธหันด้านสว่างทั้งหมดมาทางโลก เราจะมองไม่เห็น เพราะดาวพุธอยู่ไปทางเดียวกันกับดวงอาทิตย์ เห็นเป็นจุดดำเล็กๆ บนพื้นผิวดวงอาทิตย์
เมื่อดาวพุธมาอยู่บนเส้นตรงที่ต่อระหว่างดาวพุธกับโลก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เคปเลอร์เป็นนักดาราศาสตร์คนแรกที่คำนวณได้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2174 ซึ่งทำให้แกสแซนดีสามารถสังเกตปรากฏการณ์ครั้งนั้นได้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้เกิดดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์แล้ว 48 ครั้ง เคยเกิดเมื่อ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 ครั้งสุดท้ายเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์เกิดเฉพาะในเดือนพฤษภาคม และเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ขณะที่เดือนพฤษภาคม ดาวพุธจะอยู่ใกล้ตำแหน่งไกลสุดจากดวงอาทิตย์ ส่วนเดือนพฤศจิกายน ดาวพุธจะอยู่ใกล้ตำแหน่งใกล้สุดจากดวงอาทิตย์ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในเดือนพฤศจิกายนเกิดบ่อย กว่าในเดือนพฤษภาคมในอัตราส่วนประมาณ 7:3 ช่วงเวลาเกิดยาวนานที่สุด (ของเดือนพฤษภาคม) เกือบ 9 ชั่วโมง สำหรับดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ไม่เห็นในประเทศไทย เพราะเกิดขณะเป็นเวลากลางคืน ดวงจันทร์เสี้ยวขณะเป็นวันข้างขึ้นน้อยๆ หรือข้างแรมมากๆ จะผ่านใกล้ดาวพุธเดือนละ 1 ครั้ง รูปร่างของดาวพุธในกล้องโทรทรรศน์จะคล้ายๆ กับรูปร่างของดวงจันทร์เสี้ยวที่อยู่ใกล้ๆ ดวงจันทร์ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ค้นพบดาวพุธได้สะดวกวิธีหนึ่ง


ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
ดาวดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
ทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
พุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
โดย : เล็กเสี่ยวหง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 59 ]

โห......อึ้ง

โดย : หลงเงาจันทร์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 4 ]

อ่านเจอดาวพุธทางโหราศาสตร์เขาว่า.........
ช่วงนี้ดาวพุธโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ในองศาที่ใกล้กันมาก จนรังสีของดวงอาทิตย์บดบังดาวพุธ ทางโหราศาสตร์ถือว่า ช่วงนี้ไม่มีดาวพุธในสุริยะจักรวาล ในทางโหราศาสตร์ถือว่า ช่วงนี้ดาวพุธในฐานะสัญลักษณ์การพูด-สื่อสาร-มันสมอง กำลังโคจรถอยหลังไปสู่จุดดับตั้งแต่วันที่ 2-22 พฤศจิกายน 2548
ท่านว่าดาวพุธเป็นดาวประจำดวงของคนเกิดราศีกันย์ โดยมีดาวพุธเป็นเจ้าเรือน" ใครที่เกิดราศีนี้ให้ระวังคำพูด ควรถนอมคำพูดหรือพูดแต่เรื่องดีๆ ไม่ควรก้าวร้าว แต่การโคจรถอยหลังนั้นมีข้อดีคือกลับไปทบทวน หรือสะสางงานเก่าๆ ให้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะงานด้านเอกสาร การสื่อสารคมนาคม และไม่ควรริเริ่มงานใหม่ๆ ขึ้นมา"


โดย : หลงเงาจันทร์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 37 ]

ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ทั้งท่านอาจารย์ (เฒ่าโล้ว)และท่านเล็กเสี่ยวหง
ขออนุญาตเก็บไว้
เล่าให้เด็กๆฟังนะพี่ท่าน
โดย : เซี่ยวลี้ตอป่วย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 43 ]

ตำรายุทธเล่มใหม่เอี่ยมบมีตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า
"ระวังราหูจะเปลี่ยนใจจากดวงจันทร์มาอมดาวพุธแทน"
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 9 ]

"ราหูไม่กลัว กลัวแต่เจ้าบ้าน"
ขอความกรูณาท่านเจ้าบ้านอ่านแล้ว
ตัดข้อความที่ซ้ำให้ด้วยนะครับ
ขอคารวะ
โดย : เล็กเสี่ยวหง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 31 ]

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ
พื้นผิวของดาวพุธมีลักษณะคล้ายดวงจันทร์ เพราะต่างไม่มีบรรยากาศ แต่ดาวพุธมีขนาดใหญ่กว่ายานอวกาศมารีเนอร์ 10 ของสหรัฐอเมริกาเป็นยานลำแรกและลำเดียวที่ส่งไปสำรวจดาวพุธ
นอกจากดาวพุธจะมีช่วงกลางวันถึงกลางคืนยาวที่สุดแล้ว ยังมีทางโคจรที่รีมากด้วย ลักษณะพิเศษของดาวพุธ มีความหนาแน่นสูงมาก เป็นดาวเคราะห์ประเภทโลก แต่มีความหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ดาวพุธโตกว่าดวงจันทร์ไม่มาก แต่มีความหนาแน่นมากกว่าดวงจันทร์ถึง 16 เท่า
จากสมบัติพิเศษข้อนี้ แสดงว่าแก่นกลางของดาวพุธมีความหนาแน่นสูง และมีขนาดใหญ่ องค์ประกอบส่วนมากจะเป็นเหล็ก แก่นกลางของดาวพุธเมื่อ เทียบกับขนาดภายนอกจึงใหญ่ที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทุกดวง
ดวงอาทิตย์ Sun ดาวพุธ Mercuryั ดาวศุกร์ Venus โลก Earth ดาวอังคาร Mars
ดาวพฤหัส Jupiter ดาวเสาร์ Saturn ดาวยูเรนัส Uranus ดาวเนปจูน Neptune ดาวพลูโต Pluto
ดาวเซดน่า Sedna

โดย : คนบ้า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 4 ]

...มาเสพข้อมูล ข่าวสารค่ะ
....แปลกใจจัง...ทำมาย ท่านคนบ้า...
....รู้เรื่องดี กว่าคนดีดี อย่าง ข้าน้อยซะอีกคะเนี่ย
...ชื่อท่านกับการปฏิบัติ ของท่านต่างกัน ลิบเลยอ่ะ
...หรือว่า บ้าวิชาคะ อิอิ ล้อเล่นอ่ะค่ะ
..คาระวะ งามๆ ค่ะ


โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 49 ]

นับถือจริงๆ เล็กเซียวหง!
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 8 ]

ดีๆๆ ท่านสี่คิ้ว ถึงแม้จะยังไม่ตรงกับสิ่งที่ข้าอยากรู้นัก แต่ก็ได้เรื่องได้ราวที่หลายๆ คนยังไม่รู้มามากมายเลยทีเดียว
ถ้าจะดูประเด็นถอยหน้าถอยหลัง คงต้องไปเอาเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวดวงอื่นมาเปรียบเทียบ
.................................................................................................
ใครที่เกิดราศีนี้ให้ระวังคำพูด ควรถนอมคำพูดหรือพูดแต่เรื่องดีๆ ไม่ควรก้าวร้าว แต่การโคจรถอยหลังนั้นมีข้อดีคือกลับไปทบทวน หรือสะสางงานเก่าๆ ให้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะงานด้านเอกสาร การสื่อสารคมนาคม และไม่ควรริเริ่มงานใหม่ๆ ขึ้นมา"
................................................................................................
ท่านหลงฯ ตำราโหราศาสตร์ท่านยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ว่า
คำทำนายแบบนี้ มันคงไม่ต้องเลือกราศีเกิดหรอก
และก็ไม่ต้องไปเสียเวลาดูดาวให้เหนื่อยสักนิด
ยิ่งไม่ต้องเลือกช่วงเวลาปฏิบัติด้วย ทำได้เลย ใครก็ได้ ล้วนควรทำอย่างยิ่ง
เอ...?แต่เจาะจงราศีกันย์ ข้าก็ต้องระวังหนักหน่อยสิ จริงมะท่านอิ่มอุ่น
เจ้อาอี้ นับถือแบบนี้ต้องเรียกพี่เล็กเสี่ยวหงแล้ว อิอิ
เซียวลี้ตอป่วย สหายข้า ท่านใช้ชื่อบิ่นน้อยก็ดีแล้ว
ดาบกระบี่ใดที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชน มีเล่มใดที่ไม่บิ่น
ดาบกระบี่ที่ไม่บิ่น คงเป็นดาบกระบี่ที่มีไว้อวดโชว์เท่านั้น
บิ่นแล้วลับ ลับแล้วบิ่น เหลือบิ่นน้อย เพียงทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้เป็นตำนาน บอกกล่าวแก่ผู้พบเห็น
เส้นทางขวากหนามที่ก้าวผ่าน มีใครบ้างที่ไม่ทิ้งตำหนิร่องรอยเล็กๆ ไว้เพื่อรำลึกถึง


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 19 ]

แหม..โดนเค้าเรียกพี่มาแยะแล้ว จะให้คนอื่นมาเป็นพี่ มันฟังแม่งๆหูอ่ะ
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 29 ]

ขอเวลาศึกษาซักกะแป๊บเจ้าค่ะ
..เอ๊ะ!!ท่านและมานเกี่ยวกับดวงเมืองป่ะนี่ อิอิ

โดย : เซียเสียวหงส์
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 4 ]

นับถือทุกท่าน
แต่ในเรื่องโหราศาสตร์ข้ายอมแพ้
ในเรื่องรำสุราข้าไม่ยอมพ่าย
ประดาบ...ประลองกระบี่ข้าไม่กลัว
มีดข้าแม้นหากบิ่น
ข้าก็จะปล่อยให้มันบิ่น
ไม่ลับมันหรอกท่านอาจารย์
ปล่อยให้มันเป็นริ้วรอยแห่งประสบการณ์
มิแน่หรอกว่ามีดบิ่นเช่นนี้
วันหนึ่งมันอาจเป็นสมบัติล้ำค่าของยุทธภพ
เช่นเดียวกันกับดาบของต๊กโกวคิวป้าย
โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 48 ]

ดาวพุธถอยหลัง เหอ เหอ เหอ
ไม่น่าสงสัยเลยท่านเฒ่าโล้ว
ถอยหลังเพื่อจะเปลี่ยนเส้นทางไง
สนุกแน่ จักรวาล
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 46 ]

จะเปลี่ยน จักรวาล ก็เปลี่ยนไป แต่อย่าเปลี่ยนให้ ไทย ไปเหมือนกับ
อาร์เจนตินา ก็แล้วกันเด้อ สงสาร คนรุ่ใหม่ บ้าง
โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 21 ]

เพราะเข้าเกียร์ตรง R ม๊างงงงงง
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 50 ]

...เพิ่งรู้ว่าดาวพุธ...เป็นดาวประจำดวงคนเกิดราศรีกันย์ นะคะเนี่ย
...ขอบคุณท่านหลงเงาจันทร์...ที่ทำให้ได้รู้ตรงนี้..ค่ะ
...ท่านผู้เฒ่าโล้วค่ะ...คนราศรีกันย์...น่ะ...เค้าบอกว่า
...วาจาประกาศิตค่ะ....ไม่รู้จริงหรือเปล่า
...
....ช่วงนี้เป็นไงไม่รุ้ ต้องระวังการพูดจา...ตัวเองเหมือนกัน
....ดูเหมือนมีเรื่อง ที่ต้องได้ โต้แย้งบ่อยๆ
....ทั้งกับผู้บังคับบัญชา...และเพื่อนร่วมงาน
....สงสัยต้องปิดปาก ไม่พูด ซักปี บ้าง ท่าจะดี อ่ะค่ะ
.....โปรยยิ้มมมมมมม อย่างเดียว ดีก่า.........
.....เฮ้อ....
...คาระวะ งามๆ ค่ะ


โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 17 ]

ยิ้มโชว์ฟันหลออ่ะ
โดย : ป้าอิสฯ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 23 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 41 ]


ข้าขอมอบสุราหอมหมื่นลี้ให้ท่านเล็กเสี่ยวหง 1 หาบ

โดย : หมาป่าผู้เดียวดาย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 24 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 13 ]

แม่นางเซียฯ
ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าดาวพุธที่ถอยหลังนั้นน่ะ
ใช่ดวงที่โคจรเป็นรูปวงรีเล็กๆ หริอเป็นรูปสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ
ดูมาดูไป ท่านกู่* ท่านวาสิน และน้องป้าอิสฯ ล้วนแต่รู้คำตอบดี
หลบอุกาบาตดาวพุธกันให้ดีๆ ละกัน ยันต์เหลืองคงคุ้มครองไม่ไหว
เจ้าของยันต์ก็โดนห่าอุกาบาตซะหัวน่วมไปหมดแล้ว
ดีแล้วอิ่มอุ่นจ๋า.............ไม่ต้องจำนรรจา
เพียงแค่จิ้มพิมพ์มา......ก็ชื่นตาชื่นใจ
ราศีกันย์จันทร์หลง.......ยังงงงงจันทร์ไหน
ประกาศิตปากไก่..........ปากกาใครปักลง
วันที่เกิดจันทรา............อยู่สุดฟ้าสูงส่ง
ดี 130 พุ่งตรง................แฮปปี้ปลงเบิร์ดเดย์
หอมหมื่นลี้ ไม้ดอกหอมไกลยิ่ง กลั่นเป็นสุรายิ่งหอม
หนึ่งหาบ คงเพียงพอให้เล็กเสี่ยวหง นอนดูดสุราไปได้อีกนาน


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 24 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 17 ]

ขอขอบคุณท่านผู้เฒ่าโล้ว ที่อุตส่าประทานสุรากลั่นหอมหมื่นลี้
ที่เพียงพอให้เล็กเสี่ยวหง นอนดูดสุราไปได้อีกนาน
น้อมสุราพันจอก คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน ที่ประทานการสั่งสอน

โดย : เล็กเสี่ยวหง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 4 : 58 ]

มาเยี่ยมจ้า แต่มิดื่มสุรา เดวขับรถไม่ได้(มั้ง)
โดย : ผีเสื้อ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 26 ]

มีบางคน......เชื่อว่าดาวพุธกำลังถอยหลัง
มีบางคน......บอกว่าไม่เชื่อโหราศาสตร์
มีบางคน......บอกว่าไม่ได้ทำตามที่โหรทำนาย
แต่บางคน....สงบปากสงบคำในช่วงนี้
แต่บางคน....ให้คนบางคนออกหน้าแทนในช่วงนี้
เพราะคนบางคน....เกิดราศีกันย์
โดย : หลงเงาจันทร์
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 45 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook