บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : คนภูเขา


เพลง คนภูเขา
....................
ร้อยดาว ร้อยเดือนมา ร้อยดวงมาเรียงเป็นวง
ร้อยใจ สายใยยาว กูเกี่ยวดาว มาไว้ดิน
ชาวนาผู้ขมขื่น เขาหยัดยืน ขึ้นถือธง
คือคน คงคู่คน เปล่งเสียงสู้ เหนือภูพาน
คือผู้ที่อยู่ป่า เป็นแนวหน้า กลางป่าเขา
คือดาว ที่วาวเงา อันทอดดวงเพื่อปวงชน
ร้อยดาว ร้อยเดือนมา ร้อยเคียวมา เรียงเป็นวง
ร้อยชนที่ชูธรรม ชนจะนำ ไปชูไทย

....................
คุยกับเหล่าสหายเมื่อวานเลยเอามาให้ใหม่เต็มๆ เพลง

โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 8 : 28 ]

นับถือ นับถือ


โดย : โหน่ง(เทพบุตรสุดซ่าส์)
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 8 : 50 ]

ท่านลี้น้อยมีดบิ่น
แล้วทำนองมันเป็นยังไงล่ะท่าน
.................................
กีตาร์สักตัว เหล้าสักไห
เพื่อนจริงใจสักคน
คืนนี้มื้อนี้ เมาอร่อยและมีความสุข


คนภูเขาเหมือนกัน

โดย : รันม่า
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 9 : 40 ]

ก็มี....แต่แสงตะเกียง

ก็มี....แต่เสียงดนตรี

และ...เราก็มีผองเพื่อน

ริน.....จอกยื่นแก้ว
ล้อมวงสุรา

แล้ว.........เราก็สนทนากัน



โดย : เตีญซำฮง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 9 : 49 ]

เคยจำได้ในสมัยโน้นนนน
บรรทัดที่สามเขียนว่า
เคียวคาว ข้าวขมขื่น คนขัดขืน ขึ้นถือธง

คงเป็นการสื่อในรูปบทกวีมากกว่า เพราะเพลงก็เป็นดั่งนี้ตั้งแต่ต้น
..................................................................................................
...................................................................................................
..................................................................................................
...........ดาวใส เดือนแสงสวย....เทือกภูเขาที่ซ่อนร่างนักสู้ผู้มีหัวใจไม่ยอมจำนน
ยืนร่างตระหง่านดำ เถิด...อย่างน้อยๆ คนเหล่านั้นกล้าเสียสละ กล้าสู้.....
เพราะหนทางชัยชนะมิใช่จะเห็นหรือได้มาในวันอันใกล้ ดังที่พวกเขาใช้คำเขียน
"ยืดเยื้อ....ยาวนาน...."
............ดาวใส เดือนแสงสวย....ทุ่งนาโล่งอาบจันทร์ ผมคิดถึงชาวนนาและเคียวเกี่ยวข้าว.....
เลยเขียน เขียนมันในความมืดสลัวของแสงไฟดวงน้อยๆ บนรถทัวร์ที่กำลังห้อตะบึงผ่านราตรีอันเย็นเยียบบ.....

ร้อยดาว ร้อยเดือนมา... ร้อยดวงมาเรียงเป็นวง
ร้อยใจ สายใยยาว กูเกี่ยวดาว มาไว้ดิน
...ชาวนาผู้ขมขื่น เขาหยัดยืน ขึ้นถือธง...
คือคน คงคู่คน เปล่งเสียงสู้ เหนือภูพาน...

.......ผมเขียนด้วยความรู้สึกร้าวลึก....รัดร้อยถ้อยคำ....ให้ลื่นๆ ไหลๆ....อย่างระมัดระวัง
ตั้งใจอย่างระมัดระวัง มันเป็นร้อยกรอง...ที่คิดจะขีดเขียนให้เป็นเพลงมาฝากเพื่อน.........
..................................................................................................
..................................................................................................

ตัดมาจาก บางตอนของหนังสือ กำลังใจ บทเพลงและชีวิต ของ วิสา คัญทัพ

สนพ.ดอกหญ้า พิมพ์ครั้งแรก ก.พ.2534



โดย : Low
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 10 : 7 ]

ว่าแล้ว .... ท่านต้องมา
ท่านกาแควว่าไง

โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 10 : 26 ]

เด็ดจริง ๆ

โดย : เคียวพิฆาต
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 11 : 33 ]

พิชิต จงสถิตย์วัฒนา ได้เขียนไว้ในหัวข้อที่ว่าเมื่อคุณโตขึ้นคุณจะ เป็นทาสเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งเขาได้เรียบเรียงมาจากเรื่อง Blues people ของ Leroi Jones เป็นการวิเคราะห์ วิจารณ์งานเพลงของพวกนิโกรที่ได้รับความทุกข์ยากประเภทเพลงบลู และพิชิตได้เสนอว่าสักวันหนึ่งจะได้ยินเสียง ชาวนาไทยร้องเพลงพื้นบ้านที่ว่า

"ฝนไม่ตกมา เดือนหนึ่งแล้ว
ฝนไม่ตกมา เดือนหนึ่งแล้ว
ข้าวของเรากำลังจะตาย
เมื่อไรจะทำฝนเทียมให้เราบ้าง"

หรือภาพสะท้อนความขมขื่นของชาวนาที่สะท้อนต่อคนกลางที่ว่า

“เราขายข้าวไม่ออก
คุณกดราคาเราไว้เราจน
เราต้องการเงินคืน”

แนวความคิดของ พิชิต จงสถิตย์วัฒนา นี้ ได้เป็นตัวแทนสะท้อนความต้องการของปัญญาชนในยุคนั้นว่า เขาต้องการเพลงที่มีรูปแบบเพื่อชีวิต และในที่สุดเพลงเพื่อชีวิตเพื่อประชาชนก็ปรากฎขึ้นในสังคมได้อย่างจริงจัง การเกิด “เพลงเพื่อชีวิต” จึงมีเป้าหมายให้เนื้อเพลงที่แผ่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนในด้าน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม จนไปถึงการปลุกใจให้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม
..........................................

คัดมาจากลุ่มร้องเท้าแตะ

เพลงเพื่อชีวิต เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของผู้ยากไร้ เพื่อชีวิตใหม่...ของผู้ถูกกดขี่

โดย : ผีเสื้อป่าปางมะผ้า
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 11 : 43 ]

แต่ละเพลงของคาราวานและพงษ์เทพล้วนแต่มีเรื่องราวมีที่มา
ผมเคยอ่านหนังสือที่มาของแต่ละเพลง ให้ข้อคิดดีๆเยอะเลยล่ะ
แต่จำชื่อหนังสือไม่ได้

โดย : กระบี่คลุมวรุณ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 11 : 44 ]

เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจินต์
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน...

พิราบเอยก่อนเจ้าเคยชื่อว่าเสรี
เมฆทะมึนมันมาย่ำนีถูกป้ายสีให้มีมลทิน...

ฟ้านี้มืดแล้ว เดือนดับ ฟ้านี้ค่ำแล้ว ตะวันดับ...

ขอเป็นเหมือนดังหิ่งห้อย แสงดวงน้อยพราวไสว
ส่องเป็นกำลังใจ อยุ่ชิดใกล้เพื่อมวลชน

อยากให้ความรักแก่คนทั้งโลก อยากจะให้โชคแก่คนทั้งหล้า...

ฯลฯ


โดย : คืนหนาว..ดาวหม่น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 13 : 6 ]

ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้
ขอเพียงหัวใจยังใฝ่ฝัน
และกล้าลุกขึ้นยืนยันในความเชื่อมั่นที่มี
เป็น " ต้นไม้ใหญ่" อยู่ในป่า
หรือเป็นแค่ "ต้นหญ้า" ริมวิถี
จะเป็น "อย่างไร" ให้ดี
แค่นี้เท่านั้นที่หวั่นไหว
..............................
ชีวิตมีแค่หนึ่งวัน
มากกว่านั้นไม่อาจมี
ทำเถอะถ้ามันดี
ทำเท่าที่มีแรงทำ

โดย..........พิบูลย์ศักดิ์ ละครพล

โดย : รันม่า
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 15 : 13 ]

ขอแจมด้วยคน


ปฎิวัติโค่นล้มสังคมแบบเก่า ปฎิวัติเพื่อเราประชาติไทย
มาร่อวมกันดันกงล้อประวัติศาสตร์ สู่เอกราชจริงแท้และสดใส
จับอาวุธถั่งโถมโหมแรงไฟ เพื่อก้าวไกลแห่งสังคมอุดมการณ์
เมื่อเหล่าทหารแห่งประชาทำหน้าที่ กำจัดเหล่าไพรีปฎิกริยา
ความลำบากนั่นคือมิตร ล้างอุปสรรค
โค่นจักรพรรดิฟาสซิส และศักดินา
มันก่อกรรมทำร้ายเราเรื่อยมา
ชาติประชาเป็นดังผู้พลีกรรม
มวลชนดังผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
เอกลักษณ์นีแหละหนาใช่คนต้อยต่ำ
คือผู้ยืนอยู่ยงคงทนยิ่ง
ทุกอย่างสิ่งผลิตผลมวลชนทำ
เรานักรบแห่งประชามากล้านำ
มือจับกำปืนกล้าประกาศชัย
อำนาจรัฐจักได้มาด้วยกระบอกปืน
ปืนต่อปืนมันยิงมาเรายิงไป
ติดอาวุธความคิดพิชิตศึก
ร่วมสำนึกปลดกายและปลุกใจ
ปฎิวัติโค่นล้มสังคมแบบเก่า ปฎิวัติเพื่อเราประชาติไทย
มาร่อวมกันดันกงล้อประวัติศาสตร์ สู่เอกราชจริงแท้และสดใส
จับอาวุธถั่งโถมโหมแรงไฟ เพื่อก้าวไกลแห่งสังคมอุดมการณ์

โดย : โคว่จง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 [ 19 : 56 ]

เพลงแดนตาราง
.................
จันทร์…..เจ้าอยู่บนแดนฟ้า โปรดมาเห็นใจฉันบ้าง
ฟังทำนองร่ำร้องครวญคราง เสียงเพลงในแดนตาราง
ร้องครวญครางจากจิตใจ
ทำดี….กลับมีคนเห็นเป็นร้าย ใจฉันนั้นเฝ้าคิดไป
แต่คราวนี้ถูกเขาจงใจ หาความไม่ดีมาให้
ช้ำใจทุกวันทุกคืน
ใครรู้……ใครก็ต้องประนาม สังคมและโลกนี้ทราม
ล้วนความไม่จริงสุดฝืน
หวล….. คิดไปหัวใจเต็มตื้น ……คนจนระทมขมขื่น
ทุกคืนมันโศกไม่จาง
คน…….มั่งมีกดขี่คนจน กี่หนแล้วเป็นตัวอย่าง
จับเอาเรามาเข้าตาราง ถึงทีของเราเข้าบ้าง
พวกมันจะต้องล่มจม
……………………….


โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 26 ธ.ค. ปี 2005 [ 14 : 31 ]

คนภูเขาเหมือนกันครับทั่น...
มองไปทางไหนไหงมีแต่ภูเขาอ่ะหว่า..
แต่ไม่เคยคิดจากภูไปไหน...ไกล ไกล
ด้วยดวงใจผูกพัน
หลังบ้านข้าเป็นภูเขาสูงใหญ่
ขอเน้นนะ...ไม่ได้เป็นเด็กหลังเขา...ด้วยบ้านอยู่หน้าเขา อิอิ
อยากฟังแบบเต็ม ๆ เพลงอ่ะ...ร้องพร้อม ๆ กันดิ๊



โดย : เซียเสียวหงส์
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 26 ธ.ค. ปี 2005 [ 15 : 23 ]

ตะราง เฒ่าซุน ตะรางแปลว่าคุก คุกน่ะ เข้าไปมั้ย เอ๊ย เข้าใจมั้ย

จิตร ภูมิศักดิ์ เสียใจแย่

งั้นปลอบใจด้วยเพลงจิตรอีกเพลงแล้วกัน

--------------------------------------------------------------------------------

ทะเลชีวิต

ลมหวิว...เจ้าแผ่วโชยพริ้วมาปลอบใจ...ข้า
ยิ่งกลับฮือโหมไฟที่เริงร่า
ลนรวกอุราให้แสนสุดร้อน....รน

คอยหา...เฝ้ามองขอบฟ้าใยช่างมืด....มน
โอ้สุดที่รัก ล่องลอย ทุกข์ทน
ฝ่าคืนฝืนลม ว่ายวน

ดวง..ดาวเอ๋ย...วานดาว โปรดจงปรานี
วาน..ดาวชี้ทิศทางให้แก่เพื่อนใจ
จง..ทรงผองพลังยืนหยัดสู้ภัย
ฝ่าฟัน จนเขา มีชัย รอดพ้นคืนมา

ความหวัง...โปรดอย่าหักหลังลวงหลอกใจ....ข้า
สิ่งที่ใฝ่ฝันจงอย่าโรย...รา
บรรเจิดอยู่บนนภาดังแสง...ดาว

ตราบ....นิ...รัน...ดร.....



โดย : Low
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 26 ธ.ค. ปี 2005 [ 15 : 36 ]

ขอบคุณ เฒ่าโล้ว ที่ชี้แนะ
ข้าก็เขียนตามเสียงที่มันออกไปงั้น


โดย : เฒ่าซุน
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 27 ธ.ค. ปี 2005 [ 15 : 53 ]

“แด่เธอ”
คำร้องและทำนอง โดย วาศ สุนทรจามร
อดีต “ผู้นำกรรมกร” ตั้งแต่ช่วง ๒๔๗๕
เสียชีวิตที่ประเทศจีน
เพลงปฏิวัติที่ (เกือบจะ) หายสาปสูญ?

วิญญาณของเธอนั้นไร้พันธนาการ
เสียงเธอก้องกังวานยิ่งกว่าเสียงฟ้าคะนอง
เกียรติของเธอ เสมอดังเรืองแสงทอง
ทาบฟ้าผ่องเรืองรองท้องนภา
เสียงเธอผ่องผุดบริสุทธิ์ด้วยศรัทธา
ก้องกังวานมาจากส่วนลึกแห่งดวงใจ
เสียงเธอก้องฟ้า ข้ามป่าเขาลำเนาไพร
ปลุกความมั่นใจแด่ชนผู้ใฝ่เสรี
ใครกล้าประณามหยามว่าเธอมีราคี
โลกสดุดีเป็นศรีของมวลชน
ความรักศรัทธาใหญ่ยิ่งกว่ามหาสมุทร
ชโลมจิตมนุษย์ให้ผุดผ่องโสภา
เจ้ายืนตระหง่านดุจประการดังเหล็กศิลา
สูงสุดเสียดฟ้าศรัทธาจงเจริญ
แด่เธอผู้มีความรักสูงส่ง
แด่เธอผู้มั่นคงดุจศิลา
แด่เธอนักรบผู้หาญกล้า
แด่เธอผู้มีศรัทธายิ่งใหญ่
แด่เธอผู้มีใจงามแสนงาม
แด่เธอนักรบผู้นำชนชาวไทย
แด่เธอวีรชนผู้ชูโบกธงชัย
แด่เธอผู้มั่นใจในศรัทธา
เมื่อคราแสงทองจะเรืองรองส่องจากขอบฟ้า
วันชัยนั้นจะมาความชั่วช้าจะหมดสิ้นไป
พวกเราพร้อมใจกันเพื่อสร้างสรรค์
เอกราชชาติไทย

สหายอดีตนักศึกษาหญิงคนหนึ่งร้องเพลงๆหนึ่งให้พวกเราฟัง ผมจำชื่อสหายหญิงคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว แต่จำได้ว่า (คำเตือน: นี่เป็น “ความทรงจำ” ของผม อาจผิดได้) เธอได้รับการแนะนำว่า เป็นเจ้าของเสียงเพลง “ฝากใจสู่นาคร” (“ขอฝากเสียงเพลงจากใจไปสู่นาคร ข้ามเทือกสิงขรณ์ข้ามน้ำทะเลกว้างใหญ่...”) ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) ของพรรค (และเป็น “เพลงยอดฮิต” ของนักศึกษาในเมือง) เธอเดินทางมาจากทางใต้เพราะเจอปัญหาที่นั่น (เธอมีท่าทีข่มขื่นไม่น้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้) เพลงที่เธอถูกยุให้ร้อง ชื่อว่าเพลง “แด่เธอ”

ท่านผีเสื้อป่าปางม่ะผ้า ท่านมีอะไรดีเยอะเล่าสู่กันฟังสิครับ

โดย : คนตุลา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 27 ธ.ค. ปี 2005 [ 21 : 53 ]

คนทำทาง
วงต้นกล้า ขับร้อง

ประวัติศาสตร์อาจมีในหลายด้าน
แต่คนที่ทำทางไม่เคยจะเอ่ยออกนาม
คนที่แบกหามลุยน้ำลุยโคลนคนที่สรรค์สร้าง
จากป่าเป็นเมืองรุ่งเรืองงามเพียงเวียงวัง
ด้วยเลือดด้วยเนื้อของคนทำทาง
ถางทางตั้งต้นให้คนต่อไป

จากป่าเปลี่ยวเที่ยวไปในทุกถิ่น
ดังโบกโบยบินพื้นดินเป็นถิ่นอาศัย
หนาวเหน็บเจ็บใจภัยร้ายนานาชีวาว้าเหว่
เช้าค่ำจำเจเร่ไปดังคนเดินทาง
ทุกย่างป่าเขาเหมือนเงาเรืองราง
ถมทางตั้งต้นให้คนต่อไป


โดย : คนตุลา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 27 ธ.ค. ปี 2005 [ 22 : 0 ]

.....(ไม่ทราบชื่อ).......
เสียง ปืนประชาดังก้อง ได้ปลุกพี่น้องทั้งเพื่อนผองที่นองน้ำตา จากเหตุการณ์หกตุลา เข้าร่วมสงครามประชา ด้วยศรัทธาในอุดมการณ์
สาย ธารเลือดไทยดลจิต เตือนให้เราคิด ปืนต่อปืนคือคำสาบาน จึงกล่าวคำปฏิญาณ จารึกไว้ในดวงมาลย์ จักสานงานจนบรรลุชัย
โอ้ ดาวแดงส่องแสงสกาว ธงแดงโบกพริ้วพร่างพราว สกาวเหนือฟ้าไทย เรา เหมือนได้ชุบชีพใหม่ บนถนนธงชัย สู่ความเป็นไท นิรันดร
แม้ จะเนิ่นนานวันหนึ่ง เราก็ต้องถึงซึ่งกรุงเทพมหานคร คืนสู่ถิ่นฐานมารดร ท่ามกลางเสียงชัยให้พร สร้างอนุสรณ์ปฏิวัติชาติไทย

(สหายโชติ แต่งในปี2522 ครั้งดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็ม ประจำจะแก)

โดย : คนตุลา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 27 ธ.ค. ปี 2005 [ 22 : 2 ]

ขอบคุณ คนตุลา ที่เสนอชื่อวาศ สุนทรจามรออกมา เล่นเอาสะดุ้งโหยง เพราะนี่แหละคือคนแต่งเพลงแดนตะรางตัวจริง ไม่ใช่จิตร ภูมิศักดิ์
รตต.วาศ เป็นพี่น้องกับเวส สุนทรจามร(รองหัวหน้าวงสุนทราภรณ์) มีผลงานประพันธ์เพลงมากมาย
แดนตะราง เข้าใจว่าแต่งประมาณ พ.ศ.2491

ส่วนเพลงแด่เธอที่เสนอมานั้น มีบันทึกพร้อมโน้ตเพลง 2 แผ่น
เป็นเพลงชื่อ แด่เธอผู้มีศรัทธาและความรัก แต่ผู้ประพันธ์ บันทึกไว้ว่า คือ คุณนิตย์(นิด) พงษ์ดาบเพชร เมื่อพ.ศ.2490 กว่าๆ

เพลงคนทำทาง
ขอแก้เนื้อเพลงตรง 3 บรรทัดสุดท้ายหน่อยนะ
.....................................................
เช้าค่ำจำเจเร่ไปให้คนเดินตาม
ทุกย่างก้าวเขาเหมือนเงาเรืองราม
ฝังนามฝังร่างอยู่กลางแผ่นดิน
........................................................
เพลงนี้มีความเป็นมาอย่างไร ลองมาอ่านเอาจากผู้ประพันธ์เพลง คือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เองเลยดีกว่า

ตัดตอนเอามาจาก จากมติชนสุดสัปดาห์ 11 มีนาคม 2548

......................................................................................................................
ประมาณปี พ.ศ.2504-2505 เพื่อนนักดนตรีไทยด้วยกันใกล้ชิดอยู่กับวงการกรมทางหลวง แจ้งข่าวว่าปีใหม่ปีนั้นเขาจัด
ประกวดเพลงที่เกี่ยวกับกรมทาง เจ้าเพื่อนยุยงให้ส่งเพลงเข้าประกวดด้วย

เอาละซี มีเรื่อง "เล่นสนุก" ให้ "เอาจริง" แล้ว

ตามวิสัยต้องมีทำนองมาก่อน ผมจึงจะเล่นสนุกหาคำมาใส่ได้ ขณะนั้นผมกำลัง "ลงร่อง" อยู่กับดนตรีไทย
จึงเลือกทำนองเพลง "ขอมทรงเครื่อง" ในอัตราจังหวะสองชั้น มาเป็น ตัวตั้ง แล้วหาคำมาใส่ให้ตรงตัวโน้ตของทำนองหลัก
ขณะเดียวกัน ก็ต้อง "เอาจริง" กับเนื้อหาด้วย

จึงเกิดเพลง "คนทำทาง" สมัยนั้นขึ้นต้นเนื้อว่า

"ประวัติศาสตร์ อาจมีในหลายอย่าง แต่คนที่ทำทางไม่เคยจะเอ่ยออกนาม...ฯ"

แต่งให้คนทำทางนี่ครับ

ผลปรากฏว่า เพลงนี้ตกรอบไม่เข้าตากรรมการ เพลงชนะเลิศการประกวดครั้งนั้นมีเนื้อทำนองนี้ครับ

"กินเหล้าเมากั๊บ เราไม่นับเป็นพวกกรมถ่าง

กินเหล้าเมาสว่าง เป็นพวกกรมทางร้อยเปอร์เซ็นต์"

พอนึกทำนองออกนะ

โถถัง ! เขาต้องการเพลง "สนุกเล่น" น่ะครับ ผมดันไป "เอาจริง" ซะนี่

ก็เพลง "คนทำทาง" นี่เอง
ผมนำมาปรับปรุงใหม่โดยการเปลี่ยนคำ จาก "หลายอย่าง" กับ "ทำทาง" เป็น "ทุกด้าน" กับ "ทำงาน" เท่านั้น
นอกนั้นคงเนื้อเดิมไว้ทั้งหมด เป็นเพลงให้กับวงดนตรี "เจ้าพระยา" คู่กับเพลง "เจ้าพระยาฮาเฮ"
ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "ชาวนาฮาเฮ" ในวงดนตรี "ต้นกล้า" ซึ่งต่อมาเป็นวง "การะเกด"
ส่วนคนทำทางฉบับกรมทางนั้น ชาวกรมทางอยากเอาไปเล่นให้เป็นจริง เมื่อไรก็บอกได้เลยครับ .......................
.......................................................................................




โดย : Low
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 27 ธ.ค. ปี 2005 [ 23 : 34 ]



โดย : มึน
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 28 ธ.ค. ปี 2005 [ 0 : 10 ]

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเพิ่มเติม
ให้ได้ใจความสมบูรณ์ขึ้น
ลำพังข้าน้อยเองคงไม่สามารถกระทำได้
ขอบคุณท่านซือเจ็กเฒ่าซุน ที่ออกรับแทน
ว่าท่านพิมพ์ผิด
ที่จริงข้าต่างหากที่ผิดพลาดเอง
เนื่องจากโกวเนี้ยท่านนึง ขอเพลงนี้ไว้
ข้าเองก็บ้ายุด้วย เลยพิมพ์คำว่าแดนตารางไปโดยลืมคิดว่า
ตารางกับตะราง คนละเรื่องกันเลย
ท่านซือแป๋ เฒ่าโล้ว อย่างไรก็สมกับเป็นซือแป๋อยู่ดี
ลำลึกยิ่งนัก
ขอบคุณท่านคนตุลาที่ให้ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ข้าเพิ่งทราบว่า คนแต่งเพลงแดนตะรางไม่ใช่จิตร ภูมิศักดิ์
แสดงว่าข้าและผองเพื่อนรุ่นหลังๆเข้าใจกันผิดมานาน
ขอบคุณยิ่ง ...ขอบคุณ
สิ่งนี้แหละที่ทำให้ข้ารักบ้านจอมยุทธ


โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 28 ธ.ค. ปี 2005 [ 4 : 52 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook