บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : คำว่า ตถาคต และปาราชิกข้อที่ 4 ห้ามอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน


จากพระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนของมหามกุฏฯ หน้า 145

คำว่า ตถาคต พระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 คำนี้มีความหมายเดียวกัน คือ เป็นคำที่กำหนดตำแหน่งของผู้ที่ตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเอง ไม่ได้ไปร่ำเรียนมาจากตถาคตองค์ใด

ท่านเว่ยหลางกล่าวไว้ว่า เราสามารถบรรลุธรรมเข้าถึงจิตเดิมแท้ได้เหมือนพระพุทธเจ้า (ตถาคต พระสัมมาสัมพุทธเจ้า) กล่าวคือเราทุกคนที่ศึกษาปฏิบัติธรรมสามารถบรรลุธรรมและเข้าถึงจิตเดิมแท้กันได้ทุกคน พวกเราสามารถที่จะรู้ได้ เป็นได้ เหมือนดั่งพระพุทธเจ้า เพียงแต่พวกเราไม่สามารถไปบอกใครเขาได้ว่าเราคือผู้ตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเอง ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบมาจากใคร

ผู้ที่กล่าวตู่ว่าตนเองเป็นตถาคตนั้นจะถือว่าผิดได้ก็ต่อเมื่อ ไปศึกษาธรรมจากตถาคตองค์อื่นแล้วมากล่าวตู่โกหกผู้อื่นว่าตนเป็นผู้ตรัสรู้ธรรมด้วยตนเอง คิดธรรมได้ด้วยตนเอง เช่นนี้ถือว่าผิด

หากกล่าวว่าตนเป็นตถาคตเพราะศึกษาธรรมมาจากตถาคตถือได้ว่าไม่ผิด เพราะเขาไม่ได้โกหกผู้อื่นว่า เขานั้นตรัสรู้ คิดธรรมได้ด้วยตนเอง เขาเพียงแต่บอกกล่าวว่าเขานั้นรู้แจ้งธรรมเหมือนตถาคต

ความไม่รู้เป็นเหตุให้รู้ผิด ความผิดพลาดจึงเกิด

หากอวดอ้างเพื่อหวังจะได้ลาภโดยตรงจึงอาจกล่าวได้ว่าผิด

หากอวดอ้างเพราะสำคัญผิดคิดเพ้อเอาเองว่าถูกต้อง และนำไปบอกกล่าวผู้อื่น แต่เจตนาไม่ได้หวังใน ลาภ ยศ สรรเสริญใดๆ ไม่อาจกล่าวว่าผิดได้ เพราะเขาเพียงแต่รู้ผิด

หากอวดอ้างว่าตนเป็นตถาคตที่ศึกษาธรรมมาจากตถาคต และไม่ได้กล่าวว่าตนตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเอง เพียงแต่กล่าวว่าตนรู้ธรรมเหมือนตถาคต เช่นนี้แล้วไม่อาจกล่าวหาว่าเขาผู้นั้นผิดในข้อกล่าวตู่ว่าตนเป็นตถาคต

ปาราชิกข้อที่ 4 ห้ามอวดคุวิเศษที่ไม่มีในตน

เหตุที่บัญญัติธรรมสิกขาบทข้อนี้ขึ้นมานั้น เนื่องมาจากว่า มีภิกษุกลุ่มหนึ่งไปพูดจาโกหกหลอกลวงชาวบ้าน ไปโอ้อวดคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริงกับชาวบ้าน เพื่อหวังจะได้ลาภโดยตรง ชาวบ้านที่ได้ฟังเชื่อว่าเป็นจริง เชื่อว่าภิกษุกลุ่มนี้มีคุณวิเศษจริง จึงพากันเลี้ยงดูอาหารแก่พระภิกษุกลุ่มนี้ เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่องจึงกล่าวติเตียนและทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามอวดคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริงในตนเอง ภิกษุใดได้ทราบบัญญัติสิกขาบทนี้แล้ว แต่ยังฝ่าฝืนอวดออกไป โกหกหลอกลวงผู้อื่นว่าตนมีคุณวิเศษ ทั้งๆที่ไม่มีอยู่จริง และกระทำเพื่อหวังลาภ ยศ สรรเสริญ เมื่อครบองค์ประกอบตามนี้แล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดทีหลัง ก็ต้องอาบัติปาราชิก กลับมาบวชใหม่ไม่ได้อีกแล้ว

ข้อห้ามอวดคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริงในตนนี้ จะถือว่าไม่ผิดก็ต่อเมื่อ

มีคุณวิเศษอยู่จริง

สำคัญเข้าใจผิดเอาเองว่าตนมีคุณวิเศษและนำไปบอกกล่าวกับภิกษุอื่นโดยมิได้หวังในลาภประการใด

เป็นบ้าหรือมีจิตฟุ้งซ่าน

มีเวทนาแรงกล้าไม่รู้สึกตัว

มีภิกษุอื่นฟังความข้อนี้มาด้วยความคลาดเคลื่อนเข้าใจผิดและนำความเข้าใจผิดนั้นมาบอกเล่าถ่ายทอดต่อให้ฟัง หรือถูกภิกษุอื่นโกหกหลอกลวงให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจผิด เป็นต้น

ผู้ใดมีคุณวิเศษอยู่จริง เชิญทุกท่านเข้าไปขอชมได้เลย เอาให้เห็นกับตาตนเอง ท่านจะได้ศรัทธาจริง เป็นประโยชน์ทั้งในการเผยแพร่พระธรรมและสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่เป็นความจริง

สุดท้ายนี้ พระที่วัดใดมีของดีก็ปลุกเสกมาแจกจ่ายคนใน 3 จังหวัดภาคใต้บ้าง จะเป็นกุศลมากเลยครับ โดยเฉพาะทหารตำรวจ และคนที่อยู่เขตชนบทยากแก่การป้องกัน

โดย : แวะเวียน
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 1 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 17 ]

มนุษย์ ควรได้ สิ่งที่เท่าเทียมกัน
มิเช่นนั้น จะเหมือน นนทุกข์ ที่ได้นิ้วเพชรมาจาก ท้าวมหาพรหม

ขนาด คนได้ความเท่าเทียมกัน มีเงินตรา บารมี หน่อย คนอื่นพูด ยังไม่ยอมรับฟัง เลย

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 1 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 32 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook