บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : แม่น้ำสองสายขวางกั้น...ระยะทาง...กาลเวลา


แม่น้ำเจ้าพระยาเชี่ยวกราก
น้ำหลากลงทะเลเฉไฉ
คุ้งโค้งเรือลอยคว้างทางไกล
นานไปนานไปจนเลือนตา

ฉันอยู่ฝั่งทางนี้
เหนือฝั่งนทีด้านขวา
สุดปลายทางแม่เจ้าพระยา
เหว่ว้าอ่อนไหวกับสายธาร

ฉันอยู่ฝั่งทางนี้
ไม่อาจข้ามวารีพ้นผ่าน
สองขาปวดร้าวล้มลุกคลุกคลาน
ทนเพียงทรมานมองข้ามไป....

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 15 ม.ค. ปี 2006 [ 22 : 22 ]

ที่โน่น..แม่น้ำบางปะกง
ไหลขึ้นไหลลงแล้วทรงไหว
คุ้งโค้งต้นจาก..เหมือนจากไกล
เรือใหญ่เรือน้อยพาลอยลา

น้ำขึ้นน้ำเค็มพาน้ำกร่อย
คนคอยก็คอยขวัญผวา
ปลายทางแม่น้ำมีน้ำตา
ตะวันลาลับน้ำยิ่งช้ำทรวง

บ้านเธออยู่ฝั่งโน้น
ไกลโพ้นสุดขอบฟ้าพาห่วง
ขวางกั้นเราทุกสิ่งทั้งปวง
เหลือเพียงวงบ่วงไว้กลางทาง

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 15 ม.ค. ปี 2006 [ 22 : 47 ]

เพลงบางปะกง

คำร้อง/ทำนอง นคร มังคลายน
ขับร้อง เพ็ญศรี พุ่มชูศรี

ฝั่งชายน้ำบางปะกง
ยามแสงอาทิตย์อัสดง ใกล้จะค่ำลงแล้วหนา
แต่บางปะกงนั้นยังคงสวยงามตา
คราใกล้สนธยายิ่งพาให้เราสุขสันต์

แดดจวนลับลงรำไร
มองเห็นเรือน้อยล่องลอยไป ตื่นใจดังยลธารสวรรค์
เยือกเย็นสายลมพริ้วพรมอย่างนี้ทุกวัน
ธรรมชาติยามสายัณห์ ได้เห็นแล้วลืมไม่ลง

แม้นจากไปอยู่ไกลแสน
ก็ไม่ขอลืมแดนที่เคยปักใจลุ่มหลง
จะเฝ้าแต่ฝันถึงอาทิตย์อัสดง
ชายฝั่งบางปะกง นั้นลืมไม่ลงแน่เอย

โอ้งามแท้บางปะกง
ใครได้เห็นเมื่ออัสดง ก็คงสุดกล่าวคำเฉลย
ยากจะกล่าวชมให้สมความงามนั้นเลย
เพลงที่กล่าวภิเปรย ไม่ถึงแม้เพียงครึ่งเดียว

ร้องเพลงนี้ได้ที่
http://www.thummada.com/cgi-bin/iB3/ikonboard.cgi?s=3eaf08ff793fffff;act=ST;f=13;t=1419;st=90

ไม่น่าเชื่อว่าเพลงหวานๆ แบบนี้ จะแต่งโดยคุณนคร มงคลายน คนสนุกสนาน เจ้าของบทเพลงโฆษณา ถ่านไฟฉายตรากบอันลือลั่น
นอกจากนั้นแล้ว เพลงแปลงที่เอามาจากเพลงฝรั่ง ก็แต่งเอาไว้มากมาย เช่น เจ็ดวันที่ฉันเหงา(ผ้าเช็ดหน้าเจ็ดผืน)
อย่ามาคุม อยากกินกาแฟ( ตื่นก็กินกาแฟ) รถดับเพลิง (โอ้เห็นมีไฟๆๆ ลุกขึ้นแดงจ้า)

มาแต่งเพลง บางปะกง แล้วดังมาก เลยมีเพลงเกี่ยวกับสถานที่ออกมาอีกมากมาย
เรียกว่าไปแสดงที่ไหน ก็แต่งเกี่ยวกับที่นั่นไว้ เช่น น้ำตกสาริกา ไทรโยคแห่งความหลัง วิหคหลงรัง

เจ้ ไม่มีปัญญาช่วยต่อ ขอแค่แฉลบข้างๆ อย่างนี้เอาก็แล้วกันเน่อ



โดย : Low
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 10 ]



...มาอ่านกลอนงามยามดึก...
...อ่านแล้วนึกชื่นชมคนแต่ง..
...ด้วยกลอนสวยรวยภาษาที่แสดง......
...สิ่งแสดงให้เห็นคือเก่าจริง....

..
...ด้วยคาระวะ ท่านพี่ งามๆ เลยค่ะ






โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 11 ]



.....ว้า...ผิดอ่ะผิด..เอาใหม่



...มาอ่านกลอนงามยามดึก...
...อ่านแล้วนึกชื่นชมคนแต่ง..
...ด้วยกลอนสวยรวยภาษาที่แสดง......
...ที่จะแจ้งให้เห็นคือเก๋าจริง...


..





โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 13 ]


....ง่า...ท่านโล้ว....

....มาขี่คอ .นู๋... ตั้งกะเมือ่ไรอ่ะ




โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 14 ]

หากกล่าวถึง อันแม่น้ำ สองเส้นสาย
ให้ใจหาย พลันระลึง ถึงความหลัง
สองเส้นสี โขงและมูล รวมพลัง
เติมความขลัง สองฝั่งไทย ลาวปรองดอง
(แวะไปเที่ยวโขงเจียมมา จำไม่ได้ละ ว่าเขาเรียกว่าอะไร น่าจะเรียก แม่น้ำสองสีนะ ว่าง ๆ ไปเที่ยวกันก็ดีนะจ๊ะ สวยมากจะ แต่สภาพแวดล้อม ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่)


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 18 ]

...ว้า..เอาอีก


...มาอ่านกลอนงามงามยามดึกดึก...
...อ่านแล้วคึกคักด้วยเลยช่วยแต่ง..
...กลอนดีดีมีคุณค่าราคาแพง......
...เอามาแจงให้เห็นเป็นของจริง...




โดย : Low
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 19 ]


.....อ๊ะ อ๊ะ กินแรงอ่ะ..ค่ะ...
....งั้นเอาใหม่....

...แอบอ่านกลอนงามยามดึกดื่น......
...ในค่ำคืนที่เพ็ญจันทร์แจ่มกระจ่าง...
...แสงจันทร์นวลลอดทิวไม้มาเป็นทาง....
...รู้สึกคว้างด้วยหวั่นไหวในคำกลอน...
...

...อ่ะนะ อ่ะนะ...แต่งได้แค่นี้อ่ะ
...





โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 33 ]

เข้ามาแอบ อ่านกลอน ตอนใกล้เช้า
อุราเรา แช่มชื่น ตื่นสดใส
คารวะ ท่านอาอี้ ดีกระไร
กลอนท่านไซร้ ล้วนวลี มีอารมณ์
ท่านอาจารย์ โล้วของข้า ช่างน่ารัก
ท่านประจักษ์ บทเพลง ประเลงสม
ท่านอิ่มอุ่น ร่วมด้วย ช่วยชื่นชม
น่านิยม ทุกท่าน ประสานใจ

โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 5 : 14 ]

น้ำสองสาย สายไหน ไม่ใสเท่า
อาจารย์เฒ่า อาจารย์หญิง นิ่งแต่ไหล
โอ้ สายธาร...ปัญญา ไหลมาไกล
ไหลต่อไป ไหลไปอาบ ซึมซาบ...ทราย


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 23 ]

กระแสน้ำลึกล้ำเกินกำหนด
ไหลเลี้ยวลดคลื่นระลอกกระฉอกฉาน
มนุษย์น้อยดุ่มเดินไปท้าสายธาร
ย่อมป่วยการป่วยใจต้องใช้เรือ

แต่ไม่วายมีขวากมาขวางกั้น
ผักตบเกี่ยวเที่ยวพันกันล้นเหลือ
แล้วจะไปกันอย่างไรนั่งในเรือ
จำปาดเหงื่อแล้วโจนว่ายด้วยกายตน

ใครว่ายเป็นก็ถึงฝั่งดั่งใจหมาย
ว่ายไม่ได้ก็ตั้งหน้าจนตาถลน
ว่ายไม่เก่งก็กลัวตายด้วยใจจน
ย่อมกอดเข่าเฝ้าทนอยู่ในเรือ
..........................................................


โดย : viva_wonder
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 16 ม.ค. ปี 2006 [ 13 : 14 ]

แม่น้ำเจ้าพระยากว้างยาว
สืบสาวตำนานตอนบนล่าง
มาไกลไหลลงทะเลกลาง
ปากทางปากน้ำคอยย้ำเตือน

บางปะกงก็คงเฉกเช่นนี้
มาไกลไหลปรี่ปริ่มเขตเขื่อน
คุ้งน้ำแลโค้งเป็นวงเดือน
เรือเคลื่อนเกลื่อนกกเกาะกลุ่มลอย

แม่น้ำสองสายกั้นขวาง
คนรอก็รออย่างเศร้าสร้อย
ระยะทางทิ้งห่างไม่เหลือรอย...
อาลัยแม้แต่น้อย..หนอใจคน

ระยะทางที่ไกลให้ห่างเหิน
กาเวลาพาเดินสับสน
เส้นทางใครหนอสร้างวกวน
กาลเวลาไม่พาพ้น..กลกรรม


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 17 ]

คารวะทุกท่าน

คารวะ

คารวะ


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 20 ]

ว่าไม่ค่อยว่างคุย ทักทุกคนในนี้ด้วยขอบคุณ แต่มาขัดใจใครบางคน

ท่านน้องโล้ว ลูกศิษย์ท่านดื้อดึงยิ่งนัก บังคับข้าฯให้เป็นจารย์หญิง ข้าหายอมรับไม่ ต้องขอให้ท่านจัดการศิษย์ท่านด้วย จงลงโทษศิษย์ท่านให้ข้าหายเคืองสักทีเถิด ท่านจะลงโทษด้วยการให้ยืนขาเดียวคาบไม้บรรทัดหรือว่าท่านจะใช้มือดึงหูศิษย์ท่าน ซ้ายทีขวาทีแถมบิดๆๆๆแล้วดึงจมูกอีกทีตามกฏ...แค่นี้ข้าฯก็พอใจแระอิอิ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 29 ]

555555555

สวัสดียามใกล้เช้าเจ้



โดย : ผีเสื้อป่าปางม่ะผ้า
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 32 ]

ท่านอาจารย์หญิง..ศิษย์ดื้อ
คารวะ..

บ้านใครหนอ..อยู่ฝั่งโน้น
เขาตะโกนเรียกหาได้ยินไหม
อ้าว..นั่น โบกมืออยู่ไกลไกล
ทำไม อาจารย์ จึงมองเมิน



โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 41 ]

แม่น้ำลำนี้นามระยะทาง
กั้นโลกกว้างคนเพียรข้าม
สร้างสะพานต่อเรือพยายาม
สองฝั่งน้ำก้าวไปยังได้กลับ

แม่น้ำสายนั้นเรียกกาลเวลา
ข้ามฝั่งมาเหลียวหลังฟากลาลับ
เพียงความทรงจำมิอาจหวลกลับ
เพียงแสงวับแววแว่วขอบฟ้า


โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 10 ]

แม่น้ำลำนี้นามระยะทาง
กั้นโลกกว้างคนเพียรข้าม
สร้างสะพานต่อเรือพยายาม
สองฝั่งน้ำก้าวไปยังได้กลับ

แม่น้ำสายนั้นเรียกกาลเวลา
ข้ามฝั่งมาเหลียวหลังฟากลาลับ
เพียงความทรงจำมิอาจหวลกลับ
เพียงแสงวับแววแว่วแห่งสายชล


โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 12 ]

หุหุ...ขออภัย ทำไมมันโพสสองรอบเนี่ย...หุหุ

โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 17 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 43 ]

เอาไปห้ารอบเลย ท่านหนึ่งร้อยปีเหงา...ตีตั๋วด้วย รอบละ10บาท อิอิ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ 23 : 43 ]

เวลา กับวัยชราคอยเตือนใจ ปลง
ดังแสงเทียนน้อยเบาบางลง
รู้ตัวแก่แล้ว รู้ใกล้ฝั่งแล้วหมดแรงแสง

แรงกาย หมดแรงถอยไปยังมีแรงใจ
เพียงหวังกำลังของเราชาวไทย
เขาคอยความหวัง และรอความหวังมานมนาน

เท้าเปล่า ลุยเท้าเผชิญหนามทิ่มตำจนทรมาน
เท้าเปล่า ปวดร้าวระบมแผลบวมจนซมซาน
ลูกหลานเดินไปไหนเจ็บสะท้าน

รองเท้าแตะ ลุยโคลนลุยน้ำครำเดินย่ำไปสบาย
รองเท้าแตะ ลุยไปเดินเลาะไปความปลอดภัยคงมี
ดีกว่าต้องเดินเท้าเปล่า

รองเท้าแตะ ลุยโคลนลุยน้ำครำเดินย่ำไปสบาย
รองเท้าแตะ ลุยไปเดินเลาะไปความปลอดภัยคงมี
มีใส่เพียงข้างเดียวก็พอ

ขอเถิด ยอมละสละนิดเดียวพอคงมีเป็นทาน
ขอเถิด ยอมละสละนิดเดียวพอเจือจาน
ลูกหลานคงอิ่มหวังสดแจ่มใส

หวังเห็น อนาคตเยาวชนไปไกล
เด้กน้อยแววตาเขายังคอยใคร
ขอคนละน้อย ขอคนละนิดคงเต็มใจ

ให้เจ้............
แต่ไม่รู้ว่าเพลงอะไร
รู้แต่ว่า คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ร้อง

โดย : ผีเสื้อป่าปางมะผ้า
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 0 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook