บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : บทเพลงรักของนักสู้


.....จะขอมอบเพลงรักของนักสู้.....
.....ให้เจ้ารู้เมื่อชีวิตต้องผิดหวัง.....
.....เอาสำเนียงเพลงเสริมเพิ่มพลัง.....
.....เพื่อก้าวยังปลายทางอย่างตั้งใจ.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 4 ]

.....จะเป็นผ้าห่มกายให้หายหนาว.....
.....เมื่อลมพราวพัดพลิ้วปลิวไสว.....
.....เป็นอ้อมแขนอบอุ่นละมุนละไม.....
.....กอดเจ้าไว้เพียงเบาเบาเฝ้าพะนอ.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 6 ]

.....จะขอเป็นมิ่งมิตรมิคิดอื่น.....
.....ทุกวันคืนเป็นแรงให้เมื่อใจท้อ.....
.....เป็นคู่คิดเคียงข้างคอยเคล้าคลอ.....
.....ที่จะขอแค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 7 ]

.....จะเป็นเกราะป้องกันอันตราย.....
.....ใครที่หมายเหยียบย่ำทำข่มเหง.....
.....ความเจ็บปวดถมทับขอรับเอง.....
.....มิหวั่นเกรงแม้ต้องตายวายชีวา.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 8 ]

.....ฟังสิฟังเสียงคลื่นโหมโถมเข้าฝั่ง.....
.....ประเดประดังม้วนตลบกระทบผา.....
.....เสียงอื้ออึงกระเซ็นซ่านลานศิลา.....
.....ให้ธาราคลายระทมสิ้นตรมตรอม.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 11 ]

.....ฟังสิฟังเสียงไหวของใบไม้.....
.....แทนห่วงใยดั่งเงาเฝ้าถนอม.....
.....มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งยินยอม.....
.....ร้องเพลงกล่อมจอมขวัญนิรันดร์กาล.....


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 13 ]

... เอาใจช่วยครับ .....
... ...

โดย : ร้อยสาย
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 30 ]

ชอบมั่ก ๆๆ เลย โดยเฉพาะท่อนจบ
.....ฟังสิฟังเสียงไหวของใบไม้.....
.....แทนห่วงใยดั่งเงาเฝ้าถนอม.....
.....มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งยินยอม.....
.....ร้องเพลงกล่อมจอมขวัญนิรันดร์กาล.....


โดย : กบในกะลา
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 40 ]


ชั้นจะร้องเพลงว่ารักเธอ
รักเธอ รักเธอ
ตราบที่เธอยังคงเดิม
ฉันจะแต่งเติมส่วนที่เธอ
ทำขาดหาย.....

โดย : เทพบุตรสุดซ่าส์
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 24 ]

ขอขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็นค่ะ


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 55 ]

.....ถ้าคิดถึงแล้วใจเหมือนไอน้ำ.....
.....เมฆคงฉ่ำหลั่งเป็นเช่นน้ำฝน.....
.....หลั่งคำรักสื่อให้เธอได้ยล.....
.....ทุกแห่งหนรู้เห็นเป็นพยาน.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 58 ]

.....ทั่วท้องฟ้ามีรักเป็นอักษร.....
.....โปรยคำวอนลำนำแทนคำหวาน.....
.....คนว้าเหว่รอหวังมาตั้งนาน.....
.....จึงบันดาลความคิดถึงซึ่งเป็นไอ.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 59 ]

......ฝนตกเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง.....
.....ทุกรอยยังรอฝันเหมือนวันใหม่.....
.....ยิ่งคิดถึงระหว่างความห่างไกล.....
.....ยิ่งอยากใกล้ไออุ่นเคยคุ้นกัน.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 0 ]

.....เราอยู่ห่างปลายรุ้งโค้งคุ้งฟ้า.....
.....มีสัญญาไว้ถามความรักมั่น.....
.....ฤๅมีไว้เพื่อถามความจาบัลย์.....
.....ฟากฟ้ากั้นหัวใจในความจริง.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 2 ]

.....อย่าให้เหมือนนิยายของสายฝน.....
.....ตกท่วมท้นเพราะใจไม่เคยนิ่ง.....
.....เมื่อคิดถึงคนรักอยากพักพิง.....
.....ใจกลับวิ่งเคว้งคว้างไม่ร้างลา.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 3 ]

.....นี่เสียงพูดห่วงใยของใครหนอ.....
.....โทรเคลียคลอให้ฟังหลังหายหน้า.....
.....เสียงหวานหูฉ่ำจิตติดตรึงตรา.....
.....เธอบอกว่าคิดถึงจังยังรักกัน.....

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 4 ]

ท่านอิ้งกิมกี่...คือเจ้าของ
งานเขียน..
"นิยายสายฝน"
เองดอกหรือ...ท่าน
ยินดียิ่งนัก..ที่พบท่านที่นี่

โดย : ป้าเอง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 11 : 42 ]

เมื่อไรผมจะมีมั่งอ่ะ
น่าอิฉาจัง สอนผมมั่งก็ได้นะ


โดย : เด็กน้อยในโลกกว้าง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 13 : 42 ]

แอบเก็บคำ จำไว้ที่ในจิต
จากมิ่งมิตร คนไกล ไม่เห็นหน
คืนฟ้ามืด เดือนดับ ลับสกนธ์
ฟ้าคำรน คำรามครืน..กลืนน้ำตา


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 18 ]

โย่โย่

โดย : จังกึม
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 48 ]

หามิได้ ท่านป้า


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 16 : 6 ]

.....แอบเก็บคำ พร่ำพรอดรัก ไว้ในอก.....
.....อยากหยิบยก รักท่วมอก ยกให้เขา.....
.....อยากแนบชิด อิงและแอบ แนบเบาเบา....
.....โอ้ยหูเบา ยินเสียงกรน หมดอาลวรณ์.....


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 16 : 10 ]



โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 16 : 19 ]

งั้นท่านเอางาน..ผู้ใดมา
โปรดลงนามไว้ด้วยจะ..ดีมาก
เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
และให้เกียรติผู้เขียน
ขอบคุณ

โดย : ป้าเอง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 16 : 59 ]

ข้าน้อยขอคาระวะท่านอื้งกิมกี่ในฝีมือการแต่งของท่าน

โดย : เพียงออ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 17 : 14 ]

งานของผู้ใดหาทราบไม่ รู้แต่ว่า เป็นบทกลอนที่ต่อล้อกัน ในเว็บอื่นจ๊ะ เพราะข้าฯ น้อย มาจากเว็บอื่น และตอนนี้ก็ยังอยู่ประจำเว็บนั้น ต่อล้อ ต่อเถียงกัน เป็นบทกลอน เห็นว่ามันไพเราะเสนาะดีจ๊ะ ท่านป้า หามิได้ ล่วงละเมิด หรือล่วงเกินผลงานผู้อื่นจ๊ะ แต่เห็นว่า ของเพื่อนกัน ส่วนตัวข้าฯ น้อยนั้น หาเทียบผู้แต่งไม่ ขอท่านป้า โปรดเข้าใจ การลงชื่อเว็บหรือผู้แต่งเป็นการให้เกียรติผู้เขียน ไม่ว่าจะเป็นบทความ บทกลอน หรือข้อเขียนใด ๆ ก็ตาม แต่ข้าฯ น้อย หาทราบไม่ มิได้ต้องการแสดงตนเป็นผู้เก่งกล้า เพียงแต่ชอบต่อล้อ ต่อเถียงเป็นบทกลอน ขอท่านป้า และท่านเพียงออ โปรดเข้าใจ และขอน้อมรับ น้ำชา เพื่อการคารวะจากข้าฯ ด้วยเถิด

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 17 : 32 ]

.....ข้าผู้น้อย ฝีมือด้อย เรื่องอักษร.....
.....แม้นบทกลอน ที่แต่งมา อาจหยิบลอก.....
.....มิได้คิด ให้เดือดร้อน เพียงอยากบอก.....
.....ว่าในซอก ห้องหัวใจ มีบทเพลง.....

.....อันคนเรา นั้นหลากหลาย ทางความคิด.....
.....ไร้จริต และมารยา วอนขานไข.....
.....เพียงจำนรร ภาษากลอน ผ่องอำไพ.....
.....ด้วยหัวใจ ของผู้หญิง ทรนง.....


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 17 : 36 ]

http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=1319

นิยายสายฝน

แม่จิตร


ถ้าคิดถึงแล้วใจเหมือนไอน้ำ
เมฆคงฉ่ำหลั่งเป็นเช่นน้ำฝน
หลั่งคำรักสื่อให้เธอได้ยล
ทุกแห่งหนรู้เห็นเป็นพยาน

ทั่วท้องฟ้ามีรักเป็นอักษร
โปรยคำวอนลำนำแทนคำหวาน
คนว้าเหว่รอหวังมาตั้งนาน
จึงบันดาลความคิดถึงซึ่งเป็นไอ

ฝนตกเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ทุกรอยยังรอฝันเหมือนวันใหม่
ยิ่งคิดถึงระหว่างความห่างไกล
ยิ่งอยากใกล้ไออุ่นเคยคุ้นกัน

เราอยู่ห่างปลายรุ้งโค้งคุ้งฟ้า
มีสัญญาไว้ถามความรักมั่น
ฤๅมีไว้เพื่อถามความจาบัลย์
ฟากฟ้ากั้นหัวใจในความจริง

อย่าให้เหมือนนิยายของสายฝน
ตกท่วมท้นเพราะใจไม่เคยนิ่ง
เมื่อคิดถึงคนรักอยากพักพิง
ใจกลับวิ่งเคว้งคว้างไม่ร้างลา

นี่เสียงพูดห่วงใยของใครหนอ
โทรเคลียคลอให้ฟังหลังหายหน้า
เสียงหวานหูฉ่ำจิตติดตรึงตรา
เธอบอกว่าคิดถึงจังยังรักนะ

......พอดี search เจอใน www.google.co.th เลยมาเล่าสู่กันฟัง......


โดย : เมฆ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 18 ม.ค. ปี 2006 [ 22 : 30 ]

ไพเราะ จับใจ ยิ่งนัก

โดย : rose
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ 4 : 21 ]

ขอบคุณท่านเมฆ ที่เอื้อเฟื้อ ข้าถึงกับอึ้งกิมกี่จริงจริง


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 59 ]

บทเพลงรักปักดวงใจให้ต้องสู้
ทั้งที่รู้สู้ไปก็ไร้ผล


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ 19 : 48 ]


.....บทเพลงรัก ปักดวงใจ ให้ต้องสู้
.....ทั้งที่รู้ สู้ต่อไป ก็ไร้ผล
.....แต่เรานั้น ชีวิตเดียว เกิดเป็นคน
.....พ่อหน้ามล สู้ต่อไป แม้นไร้หน...ทาง
.....ขวากและหนาม อุปสรรค ยังมีมาก
.....ต้องลำบาก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
.....หัวใจคน นั้นบอบบาง แต่ไม่สิ้น
.....เพียงถวิล ผืนแผ่นดิน แห่งหัวใจ
.....ทุกย่างก้าว เดินต่อไป แม้นไม่ไหว
.....อย่าท้อใจ เลยนะจ๊ะ พี่คนดี
.....อยากเอื้อนเอ่ย ด้วยน้ำใจ น้องคนนี้
.....ทุกนาที มีแรงใจ ให้เต็มดวง


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 48 ]

รักเเรกคือเเก้ผ้า รักต่อมาคือขาไขว้ รักเเท้เเทงไวไว รักต่อไปไซค์ทั้งคืน

โดย : โมชิ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 30 ]



.....ฟังสิฟังเสียงไหวของใบไม้.....
.....แทนห่วงใยดั่งเงาเฝ้าถนอม.....
.....มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งยินยอม.....
.....ร้องเพลงกล่อมจอมขวัญนิรันดร์กาล.....( อึ้งกิมกี่ )


ฟังเสียงของใบไม้ไหว..ใจตันตื้น
สายลมชื่นโบกโบยมา..ชักหวั่นไหว
ฟังเพลงกล่อมจากจอมขวัญ..พรั่นหัวใจ
จริงหรือไร...เฝ้าห่วงใย...นิรันดร์กาล

คลื่นสาดซัดรุกโรม..โถมสู่ฝั่ง
เคยเซซังเพราะคลื่นใจ..ไร้สืบสาน
เป็นอดีตโถมถั่ง..ดั่งวันวาน
วันนี้ผ่านข้ามภูผา..ลาแล้วเอย

สายลมหนาวโชยมา..ไร้ผ้าห่ม
แล้วกลับพรมสำเนียงใจ..มาเฉลย
เป็นสายลมอบอุ่น..เหมือนคุ้นเคย
ลมรำเพย..อ้อมแขนนุ่ม..รุมเร้าทรวง

เสียงบรรเลง..เพลงรักของนักสู้
ฟังรื่นหูเสริมพลังใจ..ไร้ห่วงหวง
ชีวิตใหม่..หลังสายฝน..คนชื่นทรวง
รอใครทวง..สัญญาใจ..ที่ปลายฟ้า..มารักกัน




โดย : เมฆ
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 7 ]



อย่าทวงถาม สัญญารัก ที่ปลายฟ้า
หยาดน้ำตา ในหทัย เริ่มหลั่งไหล
ยลได้ยิน เหมือนสะกิด อดีตใจ
คิดถึงใคร คนบางคน ที่ผ่านมา

ช้ำเหมือนกัน เคยสุดช้ำ ระกำจิต
แต่เพราะคิด เราเกิดมา เพียงหนึ่งหน
จะดีชั่ว หรือยากจน ก็เป็นคน
เรื่องหลากล้น สู้ต่อไป เพียงเดียวดาย

ร้องเพลงกล่อม หัวใจตน อย่าหวั่นไหว
สู้ต่อไป ด้วยหัวใจ ของนักสู้
แม้นหนทาง มีขวากหนาม ตามองดู
ยินด้วยหู สู้สองมือ อย่างทะนง

สายลมหนาวพัดโชยมา ท่านหนาวไหม
ในหัวใจ ทั้งสี่ห้อง ว่างหรือเปล่า
อยากให้มี ปาฏิหาริย์ ระหว่างเรา
เผื่อความเหงา จะลาลับ จักรวาล

เสียงบรรเลง เพลงรัก ของนักสู้
พี่ยอดชู้ ขอขอบคุณ บทกล่อมขวัญ
ไม่เอาเปรียบ ใช้สำนวน หลากร้อยพัน
เพื่อนสานฝัน นักเลงกลอน ทอดถอนใจ

ถามขอบฟ้า อีกด้านหนึ่ง ของปลายฝัน
ยามไก่ขัน ใครปลุกท่าน มีไหมหนอ
รู้ไหมว่า หัวใจหนึ่ง ยังเฝ้ารอ
อยากสานต่อ สานสัมพันธ์ ก่อนตะวัน...จากลา

มองปุยเมฆ บนฟากฟ้า ทะเลฝัน
ท่านสุขสรร เป็นอย่างไร สบายไหม
หาน้ำฝน มาชะโลม ห้องหัวใจ
จากคนไกล เมืองลับแล แดน...สนธยา



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 54 ]



ขนข้ามันลุกยังไงไม่รู้เวลาต่อกลอนรักกับท่านอึ้งกิมกี่

ณ ขอบฟ้า ฟากนี้ ที่ฝันใฝ่
เคยมีใคร บางคน ให้ค้นหา
มาบัดนี้ จำคลาไคล แสนไกลตา
ตะวันลา ลับร่วง แล้ว..ดวงใจ

หัวใจข้า มีเพียงหนึ่ง ซึ่งเลิกฝัน
จำหยุดมัน ไม่คิด ไม่หวั่นไหว
ขอบใจเจ้า ที่เป็นห่วง ไม่เป็นไร
หนาวเพียงใจ หนาวเพียงกาย แค่นี้เอง

ปาฏิหาริย์ ไม่มีหรอก จะบอกให้
สี่ห้องใจ รกร้าง ว้างโหวงเหวง
ระหว่างเรา ได้แค่ต่อ ล้อตามเพลง
ใจนักเลง เลิกทอดถอน..มาต่อกลอนกัน

มาเถิดมา ฟากฟ้า มากำหนด
ให้ฝนรด ห้องหัวใจ คลายความฝัน
มองเมฆปุย ลอยฟ่องฟ้า ตราบสายันต์
สานสัมพันธ์ ฟ้าและเมฆ เฉกเช่นเดิม

เมืองลับแล แลจนลับ ดับแสงสูรย์
แดนสนธยา เฝ้าอาดูรย์ พูนเศร้าเสริม
คนไกลห่าง หากทำใจ ได้เพิ่มเติม
จะมาเริ่ม นิทานใหม่ ให้ฟากฟ้า..เมฆา..สุริยัน..จันทรา..ดารา..มารักกัน



โดย : เมฆ
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 38 ]

ณ ขอบฟ้า ฟากโน้น ท่านเคยฝัน
เคยจำนรร กับคนรัก สุขหรรษา
มาตอนนี้ ข้างกายท่าน ไร้จันทรา
ไม่มุสา ข้าว่าท่าน พูดความจริง

หัวใจท่าน ดวงใจหนึ่ง อาจเลิกฝัน
แต่ข้านั้น ห้วงหทัย ยังฝันอยู่
แม้นไม่มี ชื่นชีวี มาอยู่คู่
แต่ข้ารู้ ว่าข้าฝัน ถึงอะไร

เพราะข้ามี อุดมการณ์ ที่ยิ่งใหญ่
ห้องหัวใจ ของข้านั้น มีความรัก
ให้โลกรู้ ตะโกนก้อง เพื่อประจักษ์
สามิภักดิ์ อธิปไตย บนแดนดิน

ปาฏิหาริย์ มีจริงซิ เชื่อเช่นนั้น
ใช่ข้ารั้น เอื้อนวจี ไร้เหตุผล
เพราะข้าสร้าง ปาฏิหาริย์ ในใจตน
ความหมองหม่น ก็จะพ้น หลีกลี้ไกล

ข้ามาแล้ว ชะตาฟ้า ดลลิขิต
ให้ข้าคิด มาประลอง ฝีปากท่าน
มาด้วยใจ พิมพ์สองมือ ไร้ประหวั่น
มาเถิดท่าน มาประลอง บทกลอนกัน

เมืองลับแล อยู่หนไหน ใครใคร่รู้
ท่านพึงดู ดวงตะวัน ฟ้าฟากไหน
ท่านจะมอง และไม่เห็น หัวใจใคร
หากท่านไซร้ ถ้าไม่ใช้ ใจท่านมอง

นิทานใหม่ ของเราสอง ก่อกำเนิด
จะบรรเจิด หากหลากเพื่อน ร่วมค้นหา
เปิดหน้าสอง แล้วประลอง ด้วยปัญญา
โอ้จันทรา เหล่าดารา รวมตัวกัน

ตะโกนก้อง ข้ามขอบฟ้า อีกฟากหนึ่ง
ใจรำพึง คนึงหา เมฆาฝัน
ตะโกนก้อง แล้วร้องบอก สุริยัน
ตัวข้านั้น ไม่เคยหวั่น ความรักเอย

ความรักไซร้ นั้นหลากหลาย ไม่จำกัด
มาบำบัด ด้วยบทกลอน ที่หอมหวาน
รักของเพื่อน หรือของแฟน ขอกราบกราน
มาร่วมงาน และบรรเลง เพลงรักเอย


แค่ต่อกลอนรักกับข้า ท่านเมฆก็ถึงกับขนลุกแล้วกระนั้นหรือ
ขนของท่านลุกได้ แต่จงระงับหัวใจท่านไว้
อย่าให้มันลุกมาตามหาข้า ก็เพียงพอ

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 42 ]

มาลุ้น... ..อิอิ...
แบบว่า......ว่างจัด......

โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 11 : 58 ]

ลุ้นอะไร ท่านบุษบา

ว่างได้ แต่อย่าจิตว่างละ

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 0 ]

อะ...จึ๋ย...

โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 11 : 1 ]

อยากจะลุ้น..ลุ้น..ลุ้น..ดูสักตั้ง
ว่ายังแข็ง...แรงยังอยู่....สู้หรือไม่
หรือว่าแค่....แรงไหว...ของใบไม้
จึงทำให้.....ใครบางคน...เฝ้าครวญคราง
...........................
เป็นนักรัก.....หรือนักสู้....ดูไม่ออก
ถ้าไม่บอก.....ใครจะรู้......ดูห่างห่าง
แค่หมอกควัน...ใจบางเบา...ยังเลือนลาง
หรือแค่คน......อ้างว้าง....มาพบกัน
...........................
อะจึ๋ย.....

โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 13 : 22 ]

หากจะลุ้น ก็จงยืน อยู่ข้างเชือก
เพราะถ้าเลือก คลุกวงใน คงหมดแรง
เรานั้นหรือ ทั้งนักรัก นักแสดง
ใช่แอบแฝง มายา มาลวงใคร

เรื่องของแข็ง แรงยังดี ฟิตปึ๋งปั๋ง
เตะปีบดัง นักกีฬา ยังต้องถอย
ประวัติหรือ นั้นโชกโชน ไม่เหลือรอย
หากเจ้าคอย ติดตามดู จะรู้เอง

เป็นนักรัก หรือนักสู้ บอกไม่ได้
แค่ไว้ลาย ผู้หญิงแกร่ง คนผู้หนึ่ง
อยู่บนโลก สังคมใหญ่ ไม่พรั่นพรึง
อาจตะลึง เมื่อได้พบ เจอตัวจริง

ความอ้างว้าง ในกมล นั้นมากเหลือ
เพียงจุนเจือ ความอาทร แบ่งปันเพื่อน
มีไมตรี ส่งออนไลน์ ไม่บิดเบือน
เป็นเสมือน มิตรที่ดี เท่านั้นพอ

ขอเพียงกล่าว เป็นบทกลอน สะท้อนจิต
ให้มิ่งมิตร เพื่อนออนไลน์ ได้แย้มสรวล
หากมีเรื่อง สุขทุกข์ร้อน มาคร่ำครวญ
ความรัญจวน จะหมดไป หากแบ่งปัน

..........
อะจ๊ากส์!.....

โดย : อิ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 16 : 20 ]



ไม่เคยไปเมืองลับแล..แต่ก็อยาก
เขาว่ามีสาวสาวมาก..จริงไฉน
หรือแกล้งอึ้งฯ..มีมายามาลวงใจ
คลุกวงในให้คอยเก้อ..เฮ้อ..หมดแรง

ถ้าบ้านเจ้าอยู่ลับแล..อย่าแลลับ
จะขอกลับไปด้วยเจ้า..ไม่แอบแฝง
ไม่สนว่าเป็นนักรัก..หรือนักแสดง
สาวคนแกร่ง..ข้าขอไปด้วย..นะคนดี

จะเป็นเพื่อนหรือเป็นมิตร..ชิดยามยาก
ก็ยังอยากให้คลายทุกข์มีสุขศรี
เรื่องใดใดเอื้อเฟื้อใจมีไมตรี
ชื่นชีวีด้วยมิ่งมิตร...สนิทกัน

ข้าชักหวั่นๆ..ว่าบ้านเจ้าจะอยู่ลับแลจริงๆ....บรื๋ออ..!!!!



โดย : เมฆ
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 24 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 46 ]

ไม่เคยไป เมืองลับแล กระนั้นหรือ
เคยได้ยิน คำกล่าวลือ ว่าสาวมาก
หากท่านไป อาจได้รับ เป็นของฝาก
ต้องขาลาก รีบกลับมา บอกคุณแม่ (ขอรับ) .....ผมจะแต่งงาน

หากบ้านข้า อยู่ลับแล ยังแลเจ้า
จะคอยเฝ้า ไม่ให้ห่าง ข้างกายหนี
จะคอยแล รักษาใจ ให้พึงมี
จะคอยชี้ ชักนำทาง สว่างธรรม

หากจะมา ข้าตระเตรียม หัวใจก่อน
น้องงามงอน ต้องซักซ้อม บ่มความรัก
หากท่านมา ต้องถาวร ใช่แค่พัก
ใจคึกคัก ระริกระรี้ ม้าดีดกระโหลก...เอย

ข้าจะเป็น มากกว่าเพื่อน มากกว่ามิตร
คอยสะกิด ยามท่านเหงา เศร้าเกศา
ข้าจะเป็น น้ำหล่อเลี้ยง ชื่นชีวา
ไม่ไกลตา ข้างกายเจ้า ปุยเมฆน้อย....เอย

หากท่านหวั่นใจ แต่ท่านอย่าหวั่นไหวกับข้าก็เพียงพอ
แม้นบ้านข้าอยู่เมืองลับแล แต่สายตาข้ายังแลท่านอยู่เสมอ



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 24 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 6 ]



โดย : sniper
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 25 ม.ค. ปี 2006 [ 14 : 53 ]

อย่าอ่านนะ ขอร้อง ความลับมาบอก เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้น >>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง >>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้ >>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม >>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร. >>เป็นเวลาหลาย 10 ปี >>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง >>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้ >>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ >>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า >>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า >>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด >>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป >>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม.

โดย : ytututyu
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 25 ม.ค. ปี 2006 [ 15 : 51 ]

เอาแล้วซิ เจอเมล์ลูกโซ่อีกแย้วเรา
เฮ้อ


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 26 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 8 ]

ท่าน sniper เอ่อ คือว่า เอ่อ คือว่า เอ่อ


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 26 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 10 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook