บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : ผีเร่ร่อน (ภาคต่อกระทู้0172)


ทำไงถึงจะฟื้นได้หว่า โดนคนฆ่าหมดศพ ไม่มีคนเอาศพไปฝังหรือเผาด้วย ท่าจะเน่าเหม็นหึ่งแล้วเนี้ยศพเรา น่าเศร้าใจจริง เป็นคนเพื่อนน้อยอยู่ที่โรงเรียนก็มีเพื่อนไม่ค่อยมากแถมขี้ลืมอีก เพื่อนมานก็ชอบกระทู้แต่ดันเป็นเว็บเกี่ยวกับโรงเรียน เราอีก ทำอะไรบ้าๆบอติงต็อง ไม่ได้เดี๋ยวโดนด่า msn ก็ไม่ค่อยออนกาน ออนก็ busy ไม่มีคนคุยด้วย เซงจิงๆ เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเล่นด้วยหรือว่าคุยเป็นเพื่อน แถมยังโดนฆ่าอีก เฮ้อ ไม่มีที่ระบายจึงต้องมาลงที่กระทู้ หุหุ

ไหนๆก็เป็นผีแล้ว ใบ้หวยเลยดีมั้ยเนี้ย ใบ้ให้ผิดๆ ตรงๆ แล้ววันรุ่งขี้นมาเข้าฝัน แล้วบอกว่า จริงไม่เชื่อลองซื้อเลย พอหวยออกถูกกันใหญ่ (ถูกกิน) นี่แหละคือผีหลอกของจริงน่ากลัวไหม แต่น่ากลัวไม่เท่าผีพนันหรอก

โดย : เมฆาผ่าปฐพี
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 25 ]

ภาค3จะเอาไงดีหว่านึกไม่ออก แบบนี้ต้องกินมาม่า

โดย : เมฆาผ่าปฐพี(ชีวีดับสูญ)
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 29 ]

ชีวิตของเราดับลงตรงเว็บนี้ ไม่มีที่จะอยู่สู้ชะตา
ข้าขอลาพ่อแม่และพี่น้อง เหล่าพวกพ้องปรองดองกันเถิดหนา
ใช้วิชาครูบาช่วยเหลือคน ก่อเกิดผลประโยชน์ในภายหน้า
ข้า เมฆาผ่าปฐพี หมอยุทธ อ่อนๆคนหนึงที่รักษาใครไม่ได้จะขอลาไปกิดล่ะนะ

โดย : เมฆาผ่าปฐพี(ชีวีดับสูญ)
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 40 ]

ไปเกิดต้องทำไงหว่ามีใครเคยตายมั้ง

โดย : เมฆาผ่าปฐพี(ชีวีดับสูญ)
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 41 ]

ช้าก่อน...อย่ารอนจุล
ทำหัวหมุนให้ดูก่อน
อยาก.....เห็นผีก่อนเข้านอน
มามะ..ผีละอ่อน...มาหลอกก๊อน หลอก กลอน หน่อยสิเธอ

โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 43 ]

ถ้าใครรู้ว่าไปเกิดยังไงอธิบายได้ที่ ar_nano35@hotmail.com

โดย : เมฆาผ่าปฐพี...ชีวีดับสูญ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 44 ]

อันตัวเราก็ตายมาพันครั้ง
แต่ก็ยังกลับคืนฟื้นมาได้
อาจจะเพี้ยนไปหน่อย..ต้องทำใจ
แต่ยังไง๊ ยังไง...ไม่ตายฟรี

ชะเอิ่งเอย...คนเคยตาย
แต่วิญญาณไม่ร้าย...คิดว่างั้น
จะตายแล้ว....ตายอีกที..ผีหลอกกัน
ตายยังท่าน...ตอนนี้..อย่าเพิ่งตาย

เอ้า!! ฮุยเร่ ฮุย ดุ๊กดุ๋ย อยากกินขนม

โดย : จรกาท่าเพี้ยน
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 50 ]

อย่าเกิด มาเลย บนเมืองมนุษย์
จงไปผุด...มุดเมฆา..กระยางหงัน
ไม่ต้องมารับรู้ ค่ำคืน วัน
อยู่ บนสวรรค์ สบายอุรา



โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 50 ]

อันนรกหมดที่จะให้อยู่
ดู ดู๊ ดู จรกาต้องถูกเตะส่ง
เขาไม่รับ จรกา หน้าทะเล้น
จึงได้เผ่น มาอยู่ กระทู้นี้

โดย : จรกาท่าเพี้ยน
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 54 ]

ภาษิตจีนโบราณ

คนตายส่งกลิ่นเหม็นหนึ่งลี้ คนเป็นส่งกลิ่นเหม็นพันลี้

โดย : เมฆาผ่าปฐพี...ยังไม่พื้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 23 ]

ขอให้ทุกคนในบ้านจอมยุทธ โชคดีมีสุข แล้วจะไปเข้ฝันนะคับทุกๆคน

โดย : เมฆาผ่าปฐพี...ผีประจำเว็บ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 26 ]

ถ้าทำดีผีไม่ไม่หลอกหรอก ถ้ามาหาก็เพราะต้องการใช้ช่วย

โดย : เมฆาผ่าปฐพี...ผีประจำเว็บ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 27 ]

งุงิต่อดิท่านงุงิงุงิ

โดย : จอมยุทธน้อยแห่งวัดเส้าหลิน
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 41 ]

ไปเกิดเหอะ
เกิดในนรกซิดี คนเยอะจะได้ช่วยกันทำงานเสร็จเร็ว
บนสวรรค์คนน้อย...เหนื่อย


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 35 ]

ข้าฯเคยตายมาแล้ว
ไปเกิดใหม่ไม่ยาก
รับรองใสปิ๊งกว่าเก่า
เพียงแต่....ก่อนจะเกิดใหม่
ให้ตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงหน้าเก่า ๆ ของเรา
แล้วพูดว่า....ลืมซะ....ลืมซะ....ลืมซะ
.......................
ไปเกิดใหม่แล้ว....ทิ้งอดีตชาติให้หมดล่ะ
ข้าฯเป็นห่วง

โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 53 ]

นำมาจาก เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน
ดังตฤณ

ทุติยบรรพ – ตายแล้วไปไหนได้บ้าง?



บางคนคิดว่าสิ่งที่เราไม่รู้อย่างที่สุดในชีวิตก็คือเรื่องเกี่ยวกับการตายของตัวเอง เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วยุติ จะตายวันไหน ตายอย่างไร และตายในสถานที่แบบใด วันนั้นจะมีอยู่เพียงวันเดียว เป็นประสบการณ์หนเดียว พูดง่ายๆว่าการตายคือการยุติ ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องไปคำนึงถึงล่วงหน้าให้เสียเวลาเปล่า

แต่แท้จริงสิ่งที่เราไม่รู้ยังมีมากไปกว่านั้น ชนิดที่ทำให้ความไม่รู้เรื่องความตายกลายเป็นเรื่องจ้อยไปเลย นั่นคือความจริงเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย หากหลังความตายมีรูปแบบการมีชีวิตอยู่จริง ก็นับเป็นเรื่องน่าพะวงกว่าความตายมากนัก เพราะกระบวนการตายอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แต่หลังจากนั้นเราจะต้องทนอยู่กับความจริงที่เหลืออีกนานเพียงใดไม่อาจทราบได้

หากมองด้วยความเชื่อว่าหลังความตายมีภพภูมิใหม่รอต้อนรับเราอยู่ มุมมองเกี่ยวกับขณะแห่งความตายก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ การตายเป็นการสอบครั้งเดียวที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวใหม่อีกรอบ



ถ้ามองในแง่ที่ว่าทุกคนต้องเป็นผู้เสวยผลกรรมของตน ก็แปลว่าเราทำอะไรลงไปเท่าไหร่ ก็คือลงทุนให้ตัวเองได้รับกำไรหรือความขาดทุนเท่านั้น ต่อให้เราเสียสละเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่นตลอดทั้งชีวิต ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่น เราจะเป็นผู้เสวยรางวัลแห่งการเสียสละนั้นเอง และในทางตรงข้าม แม้เราจะรู้สึกเหมือนเอารัดเอาเปรียบผู้คน กอบโกยผลประโยชน์มาได้ทั้งชีวิต ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่น เราจะเป็นผู้เสวยโทษทัณฑ์จากการเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบนั้นเอง

แต่การอยู่ในวังวนเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้นี้ ทุกคนถูกทำให้ไม่รู้ว่ามีการเกิดตายกันหลายชาติ มีการเสวยกรรมที่ทำด้วยโลภะ โทสะ โมหะ พวกเราเหมือนถูกหลอกกันตั้งแต่ลืมตาดูโลกว่าชีวิตนี้มีครั้งเดียว เพราะฉะนั้นอยากได้อะไรก็รีบๆโกยเสียจากชีวิตนี้ อย่ารีรอ อย่าเห็นใจใครอื่นมากกว่าตัวเอง

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เต็มใจหรือไม่เต็มใจ หากอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ ก็แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแห่งความไม่รู้กันอยู่ ในเกมนั้นเต็มไปด้วยกฎ เต็มไปด้วยเงื่อนไขสลับซับซ้อน และเต็มไปด้วยการตกรางวัลและลงโทษทุกแบบทุกระดับ!

ความไม่รู้หาได้เกิดขึ้นจากการกลั่นแกล้งของใคร พวกเราเป็นของเราอย่างนี้กันเอง ถ้าหาก ‘รู้’ เสียอย่างเดียว เกมแห่งการเกิดตายจะไม่มีอยู่เลย หรือไม่เกมแห่งการเกิดตายก็จะมีแต่ฉากสนุก ตื่นเต้นเร้าใจ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาและรอยยิ้มสดชื่น ทว่าเรื่องจริงไม่เป็นเช่นนั้น ความไม่รู้ว่ากรรมดีทำให้เป็นสุข กรรมชั่วทำให้เป็นทุกข์ ส่งผลให้เราทำกรรมดีบ้าง ทำกรรมชั่วบ้าง เพียงเพื่อตอบโต้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เหมือนเด็กไร้เดียงสาที่อาจเอาตะปูแหย่รูปลั๊กไฟได้ทุกเมื่อ โดยไม่ทราบว่ามหันตภัยชนิดใดรออยู่ในนั้น

๙ เดือนแห่งการตกอยู่ในภวังค์เสียเป็นส่วนใหญ่ คล้ายสลบเหมือด หรืออยู่ในวังวนของฝันอันไร้ทิศทาง ๙ เดือนอันถูกกำหนดไว้ ๙ เดือนที่ยืดยาวพอจะทำให้มนุษย์ทุกคนหลงลืมทุกสิ่งแต่หนหลังสิ้น

นอกจากการถูกลบความจำจนหมดในกระบวนการตายแล้วเกิด ตลอดชีวิตเรายังมีการลบข้อมูลในความทรงจำไปเรื่อยๆ อายุขัยของความจำบางอย่างมีหน่วยนับเป็นชั่วโมง เช่นตัวเลขยุ่งๆในโจทย์คณิตศาสตร์ บางอย่างมีหน่วยนับเป็นวัน เช่นชื่อนามสกุลคนแปลกหน้า บางอย่างมีหน่วยนับเป็นเดือน เช่นใบหน้าของคนไม่รู้จัก บางอย่างมีหน่วยนับเป็นปี เช่นเหตุการณ์ประทับใจเล็กน้อย บางอย่างอาจอยู่ได้หลายสิบปี เช่นเหตุการณ์ประทับใจลึกซึ้ง แต่ไม่ว่าอายุขัยของความทรงจำจะสั้นหรือยาวเพียงใดก็มีความเหมือนกันหมด คือต้องมลายหายสูญไปจนสิ้น

เมื่อย้ายถิ่นฐาน เมื่อมาคลุกคลีกับสภาพแวดล้อมและผู้คนใหม่ๆสักระยะหนึ่ง เพียงความรู้สึกรู้สาที่แปลกไปก็ทำให้เราจำตัวตนแบบเดิมๆไม่ได้เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยและวิธีคิดกับวิธีพูดเสียใหม่ ก็จะรู้สึกราวกับเป็นคนละคนทีเดียวเมื่อนึกย้อนทบทวนสิ่งที่ผ่านมา

หรือเอาให้สั้นกว่านั้น เพียงชั่วขณะแห่งการเปลี่ยนสภาพจิตจากหลับเป็นตื่น ห่างกันไม่กี่วินาที ก็เหมือนจะมีกระบวนการลบความจำเกิดขึ้นแล้ว คนส่วนใหญ่ตื่นขึ้นจะลืมทันทีว่าเมื่อครู่เพิ่งฝันว่าอะไร นึกทบทวนเท่าไหร่ๆก็นึกไม่ออก แล้วอย่างนี้การนอนในท้องแม่ถึง ๙ เดือน แถมครองสภาพร่างใหม่เอี่ยม เริ่มจากจุดเล็กเท่าปลายเข็มหมุดจนกระทั่งกลายเป็นก้อนเลือดก้อนเนื้อใหญ่โตพอจะยืดออกเป็นแขนขาครบถ้วน จะมิยิ่งชะล้างความรู้สึกนึกคิดและความทรงจำทั้งหลายในอดีตได้เกลี้ยงเกลากว่ากันหลายร้อยหลายพันเท่าหรอกหรือ?



ในทุติยบรรพหรือส่วนที่สองของหนังสือเล่มนี้ จะพูดถึง ‘ภพภูมิ’ และทิศทางความเป็นไปได้ที่เรากำลังมุ่งไป

ทุติยบรรพจะชี้ชัดตามพระพุทธองค์ตรัส คือ เปรียบกับท่อนไม้ที่บุคคลโยนขึ้นบนอากาศ บางคราวก็ตกลงทางโคน บางคราวก็ตกลงทางขวาง บางคราวก็ตกลงทางปลาย ก็เหมือนสัตว์ทั้งหลายผู้มีความไม่รู้เป็นเครื่องกางกั้น มีความทะยานอยากเป็นเครื่องประกอบไว้ จึงท่องเที่ยวไปมาอยู่ บางคราวก็จากโลกนี้ไปสู่ปรโลก บางคราวก็จากปรโลกมาสู่โลกนี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สังสารวัฏนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายมิได้

‘สังสารวัฏ’ คือภพภูมิต่างๆที่เราเวียนเกิดเวียนตายกันตามพฤติกรรมของจิต เมื่อใดจิตยึดความดีเป็นที่ตั้ง ก็ได้ชื่อว่าสร้างภพแห่งความเจริญรุ่งเรืองไว้เป็นที่ไป เมื่อใดจิตยึดความชั่วเป็นที่ตั้ง ก็ได้ชื่อว่าสร้างภพแห่งความเสื่อมทรามไว้เป็นที่หมาย แต่ละครั้งของการเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิจะมีกรรมอันเป็นตัวแปรมากมาย ซัดเราไปในทิศต่างๆ สูงบ้าง ต่ำบ้าง กลางบ้าง และจะไม่ยุติลงด้วยความบังเอิญขึ้นฝั่งเองเลย

คำว่า ‘ไม่อาจกำหนดเบื้องต้นและเบื้องปลาย’ นั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะหมายถึงไม่อาจนับว่าเราลอยคออยู่ในท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความเกิดตายนี้มากี่แสน กี่ล้าน กี่อสงไขยครั้ง และจะต้องถูกซัดไปซัดมาอย่างไม่อาจพยากรณ์ชะตากรรมอีกกี่แสน กี่ล้าน กี่อสงไขยหน เพราะฉะนั้นทุติยบรรพจะไม่นำเสนอเพียงที่หมายระยะสั้นเป็นภพภูมิต่างๆ แต่ยังจะแสดงที่หมายสุดท้ายตามคติพุทธ คือฝั่งอันเป็นที่หยุดลอยคอกลางมหาสมุทรแห่งความเกิดตายนี้ด้วย






โดย : อินทรีย์เดี่ยวทรนง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 11 : 47 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook