บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : รำพึงในป่าช้า


วิเวกแว่ววังเวงดังเหง่งหง่าง
หนาวน้ำค้างเปาะแปะแหมะยอดหญ้า
หลุมฝังศพนับร้อยพันเสกสรรมา
ตั้งวางกองต่อหน้าข้าเกรงกลัว

นั่งเดียวดายในป่าช้าน่าขนลุก
ขาดคนรักคอยเฝ้าปลุกใจสลัว
ลมโชยอ่อนใบโพธิ์พริ้วนัยน์ตามัว
ไทรข่มใบสั่นระรัวให้กลัวเกรง

ใครสัมผัสสิ่งซ่อนเร้นดั่งเช่นข้า
รู้เถอะว่าน่าสยองมองข่มเหง
ภาระกิจหน้าที่ที่วังเวง
ข้าทำเองเห็นเองทั้งเกรงกลัว

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 1 : 17 ]

ผี....วสันต์มันหลอกมันหลอน
ปีศาจวสันต์วันก่อน..ยังสังวรณ์..เวรนี้
ฟัง...โถฟังฟังฝนตกซี
เหมือนนรกตกดี..ย้ำขยี้ใจตรม

ไป...จากไปไปแล้วไปเลย
อย่ามาชวนชิดชวนเชย..ปีศาจเอย....ร้างเลยอารมณ์
ลมมาฝนมา....จงอย่ามา...พาระทม
เพียงโศกทรามเศร้าซม.......ฉันจะล้มตายแล้ว

(....จาก.....เพลงปีศาจวสันต์.....)

โดย : หนอน
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 9 ]

วิเวกแว่ว วังเวง ดังเหง่งหง่าง
อยู่บ้านร้าง ก็ไม่เท่า หัวใจเหงา
เรียลลิตี้ ออนทีวี สุดจะเดา
แต่ตัวเรา ไม่นิยม ทำไงดี

อยากถามเธอ ในชาตินี้ มีสิทธิไหม
ด้วยหัวใจ เริ่มอ่อนแอ ไร้ความหวัง
มองไม่เห็น ทางข้างหน้า ประเดประดัง
ขอพลัง จงอยู่คู่ ปฐพี

หากตัวตาย อันหน้าที่ อีกผิดชอบ
จะหามอบ ผู้ใดหนอ รอรับต่อ
เกียรติยศ อีกศักดิศรี ที่ห้อยคอ
ใครกันหนอ รอรับฉัน จนวันตาย

ชีวิตนั้น เกิดมาแล้ว ตายหนเดียว
อาจแห้งเหี่ยว ยืนยาวนาน น่าฉงน
ความดีนั้น จงทำไว้ ยามเป็นคน
เพราะเป็นผล สืบเนื่องไป จนวันตาย

สิ่งเร้นลับ เมืองลับแล พิสูจน์ยาก
แม้นเหลือซาก ก็ขุดมา ทำกุศล
ผีตายโหง ผีป่าช้า ผีสัปดล
ขอเพียงคน อย่าเหยียบย่ำ แม้นอยู่ใน..โลง


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 35 ]

ท่านอึ้งกิมกี่
เข้ามาอ่านกลอนท่านแล้ว เพราะจัง
เวลาจำกัดจะรีบไปทำงาน
ค่ำ ๆ จะมาคุยกะท่าน นะขอรับ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 41 ]

เสียงรำพึงในป่าช้าน่าขนลุก
จะช่วยปลุกให้เอาไหมใจสลัว
แม้ยินดีแต่ข้าฯนี้ก็ยังกลัว
ใจระรัวระริกสั่นสะพรั่นพรึง
......................
ผีตนใดใยจึงใจร้ายนัก
ไม่ตระหนักทำตระหนกจนถลึง
แค่ไทรสั่นโพธิ์พริ้วลิ่วตะลึง
อย่าให้ถึงขนหัวลุกไม่หนุกเลย
.....................



โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 20 ]

รัก ไม่รัก
ชอบไม่ชอบ

แต่ทำไมหนอ จึงมารำพึงข้างป่าช้าหาความรัก

โดย : จ้าวตำหนักมาร
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 45 ]

.....ผีตนใด ใยจึงร้าย กับเจ้านัก.....
.....ย่ำยีรัก ข่มเหงใจ ไม่ยำเกรง.....
.....มีสองมือ อีกสองเท้า จะบรรเลง.....
.....จะครวญเพลง กล่อมปลอบขวัญ เจ้ายาใจ.....

.....บุษบา หากเปี้ยนไป๋ อย่าเปลี่ยนใจ.....
.....ขอท่านไซร้ ฟังคำพระ ที่สั่งสอน.....
.....คุณธรรม พึงระลึก และสังวรณ์.....
.....เพื่ออาทร พุทธคุณ กรุณา.....

.....ความปราณี ใครรับรู้ เห็นหรือไม่.....
.....จงถามใจ ของท่านเถิด จะเกิดผล.....
.....พร้อมจะรับ และตระหนัก น้ำใจคน.....
.....เจ้าหน้ามล บุษบา เป็นคนเดิม.....



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 46 ]

ขอน้อมรับ วจีที่เอื้อนเอ่ย ของท่านมะอึก
ข้าฯ ผู้น้อย ไปมาไร้ร่องรอย หากมีบุญวาสนาจริง คงได้เจอกัน
บุญรักษา จงเป็นของท่านมะอึกเทอญ



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 48 ]

.....คนเรานั้น พึงจะตาย จึงรู้ค่า.....
.....เพราะชาติหน้า มีจริงหรือ ใครตอบได้.....
.....ถามหาความ เรื่องรักชอบ หนุ่มสาวไทย.....
.....เพียงหัวใจ อย่าไร้รัก เกียรติพึงมี.....

.....ท่านมะอึก มารำพึง ในป่าช้า.....
.....หากผ่านตา ท่าน (จ้าวตำหนักมาร) อ่านแล้ว อาจฉงน.....
.....จงใช้ใจ อ่านทบทวน คำนวณตน.....
.....จะรู้กล ที่ซ่อนไว้ ในบทกลอน.....



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 55 ]



จุ๊ๆ

ลูกมะอึกไปอวดขนบนหลุมผี
สถานที่ชั้นดีราตรีนี้ช่างแสนหวาน
ไปนั่งถูไถเชยชมดมกลิ่น ซ่าน
แต่อย่าแหวกดินดาน กระดูกดม

มาเว้าอ้อนวอนปากหลุมรุมดงผี
มาหาสาวเหรอ พี่ เจอบ้างไหม
เลือกให้ดี ผีมีเยอะ เหล่าโหง พราย
เตรียมกาบมะพร้าวไว้ถูขน ลนน้ำมัน555

ได้แต่อวยพร หอนหง่าว ส่งไปให้
ขออวยชัยไหลลื่น น้ำเหลืองไหล
จับดีดี เหล่าแม่นาง กลางหลุมพราย
จิ้ง*จะ รอง น้ำมันพราย ให้ท่านเอง



แด่ภาระกิจอันยิ่งใหญ่ของท่านมะอึก(มีขน).......ราตรีแห่งความเสียว ซุกซอกหลืบแห่งภวังค์สยอง



โดย : ไข่จิ้งจก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 10 : 16 ]

บุษบาเปี้ยนไป๋ใจไม่เปลี่ยน
แต่อาจเพี้ยนกันบ้างอย่าสับสน
เหมือนผีในป่าช้าเจอเวทมนตร์
สะกดตนให้งงงัน...มันงงงง
................
บุษบาไม่หารักอีกแล้ว
จำต้องแจว...รักร้าย...หลอกให้หลง
แล้วก็ทิ้ง...ลงในถัง.....ต้องนั่งปลง
หลงหลงหลง......หลงจริงจัง....ยังกลิ้งใจ....เฮ้อ!!!!
..................


โดย : บุษบาเปี้ยนไป๋.............
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 11 : 15 ]

อาจ๋า เมื่อคืนโดนผีหลอกไปกี่ตัว

โดย : เสียงเพลง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 13 : 26 ]

ณ ราตรีที่ผ่านมา.......
เหนือสุสานป่าช้าวัดดอนอันเลื่องลือชื่อนับแต่อดีต......
ณ สถานที่แห่งนั้น
ข้ายืนพนมมือ จิตนิ่งเข้าสู่สิ่งที่มองไม่เห็น
ในใจข้าสวดมนต์ขอพร



โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 45 ]



โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 49 ]

ณ ราตรีนั้น
ท่านอึ้งกิมกี่ ท่านบุษบา เอ๋ย

จันทร์ข้างแรมทอแสงอำไพสลัว
นกกลางคืนละเมอ
กบจำศีลเพ้อเบา ๆ
ข้ายืนนิ่ง สงบใจนิ่ง ตั้งใจทำหน้าที่สนองสรรพสิ่ง

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 51 ]

ไข่จิ้งจกหลานรัก
เจ้าบังอาจมาก ที่หาว่าข้าเอาขนมะอึกไปอวดบนหลุมฝังศพ
เจ้ากล่าวถูกใจข้านัก

ขนข้าแต่ละเส้นลุกชันด้วยปิติ
ข้าทำงานสำเร็จอีกครั้งบนหลุมฝังศพ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 55 ]

เสียงเพลงหลานรัก
ไม่มีผีตนใดมาหลอกอาได้สำเร็จ

แต่อาได้แสดงถึงความจริงใจในการรับใช้ชาติบ้านเมือง
อากู่ อาม่า อาเฮีย อาตี๋ ทั้งหลาย
ปรบมือต้อนรับอาด้วยไมตรี

อาขนลุกชันด้วยปิติ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 58 ]

ในป่าช้า ป่าคอนกรีต หรือป่าเปลี่ยว
หากเดินเดี่ยว จะถูกหลอก จะบอกให้
ต้องมีเพื่อน ต้องมีกิ๊ก กอดคอไป
จะสดใส ชื่นมื่น แตกตื่นตา




โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 32 ]

ท่านจ้าวตำหนักมาร

ขอตอบท่านสักนิด.....มิได้คิดจะหารัก
แต่รำพึงเพราะตระหนัก....ด้วยมีรักในป่าช้า

ดินแดนแสนสงบ.....น่าแนบนบน่าบูชา
ศพน่าเวทนา....มีวิญญาอันล่องลอย

แดนนั้นยังยิ่งใหญ่....เดินเข้าไปน่าใช้สอย
ธูปโชยกลิ่นสำออย...กำยานย้อยน่าชื่นใจ



โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 0 : 31 ]

อะบรู๊วววววววววววววววววววววววว

โดย : โคว่จง
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 7 : 51 ]

เสียงเพรียกแห่งวิเวกราตรีกาล
หนาวสะท้านผ่านกายไล้กมล


โดย : ส.เสือ สามเส้า
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 12 ]

จันทร์ข้างแรม เริ่มทอแสง อำไพสลัว
ใจท่านกลัว เรื่องอันใด โปรดวานบอก
ข้านั้นหรือ เป็นเพื่อนคุย ไม่ย้อนยอก
ใช่มาหลอก ให้ท่านรัก ปักทรวงใน

ผีตนใด ในโลกนี้ หรือโลกหน้า
ดูทว่า ไม่น่ากลัว เท่าใดดอก
แต่คนเรา ทุกวันนี้ ชอบมาหลอก
ให้ช้ำชอก ยิ่งกว่าผี อเวจี

จะภพหน้า หรือภพนี้ ภพไหนไหน
จะภพใด พุทธองค์ ท่านทรงสอน
อย่ารอช้า สร้างความดี สิ่งแน่นอน
เผื่อไว้ตอน ก่อนจะตาย จะได้ปลง

สังขารคน นั้นไม่เที่ยง เราก็รู้
หากท่านดู เรื่องเนื้อหนัง อีกมังสา
จะเหี่ยวเฉา หมดความสวย ไร้มารยา
แต่ทว่า ความดีนั้น คู่ปฐพี

โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 8 : 53 ]

ท่านโคว่...................
เสียงหอนแห่งสุนัขจรจัดซึ่งไม่มีผ้าห่มคลุมกาย.....
ทำให้บรรยากาศน่าสะพึงกลัวยิ่งขึ้น.................................

หนาวเย็นเยือก..น้ำค้างปราย...เมื่อกลางดึก
อกหวั่นไหว...ใจระทึก...เมื่อใกล้สาง
คืนนั้นข้า...ขาดคู่คิด...อยู่เคียงข้าง
เสียงดุเหว่า...ร้องคราง..ข้าป่วนใจ

เดือนลับลง..ลี้เลื่อน...ลับขอบฟ้า
เป็นเสมือน...สัญญา...ให้สงสัย
เมฆลอยคล้อย...บังแสงจันทร์..อันรำไร
นางอยู่ไหน...โปรดรู้ว่า...ข้ารัญจวน



โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 19 ]

.....เดือนลับลง ลี้เลื่อน ลับขอบฟ้า.....
.....คำสัญญา ที่ปากช่อง จำได้ไหม.....
.....สองเรานั้น ต่างจูงมือ เดินกันไป.....
.....จากลาไกล ญาติพี่น้อง สู่แดนดง.....

.....ใจรัญจวน ครวญถึงนาง แห่งหนไหน.....
.....นางในใจ ท่านเป็นใคร กระนั้นหรือ.....
.....นางจากไป ไม่หวลกลับ หรือคำลือ.....
.....ท่านอย่าถือ จงเฉลย เอ่ยความนัย.....



โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 31 ]

ฟังสำเนียง เสียงน้องนาง อึ้งกิมกี่
ถามชายพี่ กลัวสิ่งใด เมื่อใกล้สาง
น้อมยินดี เป็นเพื่อนคุย ไม่อำพราง
จิตอ้างว้าง แห่งข้า ชุ่มฉ่ำทรวง

ในสังคม บัดนี้ มีเสแสร้ง
ต่างแสดง ต่างย้อนยอก อย่างใหญ่หลวง
หลอกให้รัก หลอกให้หลง ส่งกลลวง
เมื่อมีรัก ก็ลาล่วง หลีกลี้ไป

อิ้งกิมกี่ ไม่กลัวผี แต่กลัวคน
เพราะเขาทำ ให้สับสน จนหลงไหล
คำพระองค์ ชวนคิด จดใส่ใจ
ผีหลอกได้ คนหลอกกว่า น้ำตาริน


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 31 ]

ท่าน ส.เสือสามเส้า
ขอคารวะท่านด้วยใจ

ความวิเวกแห่งราตรี
หนาวเยือกผ่านกายผ่านใจ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 34 ]

อันน้ำตา สาววาริน เมืองอุบล
ให้ฉงน ห้องหัวใจ เมื่อไร้รัก
เคยพลาดพลั้ง ใจและกาย พึ่งประจักษ์
จินตรา เธอเคยทัก เป็นบทเพลง

ส่วนน้องนาง อึ้งกิมกี่ อยู่หนไหน
อยู่หนใด มิใคร่บอก ถ้าหลอกถาม
แวะเข้ามา ในป่าช้า เพื่อถามความ
ว่านิยาม คำรำพึง เรื่องใดกัน

ขอขอบคุณ ที่ท่านพี่ ไมตรีตอบ
น้องจะมอบ วจีถ้อย อันอ่อนไหว
ความรู้น้อย แต่หทัย ไม่น้อยใจ
ว่ายังไง ท่านจอมยุทธ บรรเลงเพลง


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 48 ]

..... ณ ป่าช้าสะเทือนขวัญ........... ประหลาดพลันหทัยไหว
ขณะลมกระโชกใจ........................ จะพบให้ระลึกดี
..... ณ ป่าช้าสนุกสุด..................... ชะรอยขุดกระดูกผี
ระลอกลมระทวยที....................... สยองนี้จะจำเอย


โดย : บุณยฤทธิ์ มากมี
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 35 ]

ท่านบุณยฤทธื มากมี
พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปสำรวจอีกครั้ง
เจอสิ่งใด จะมาบอกกล่าว

คารวะครับท่าน

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 44 ]

ท่านอึ้งกิมกี่
ท่านเป็นสาวอุบลหรือครับ

ผมกำลังนึกอยู่ว่า...
วันนั้นที่ปากช่อง เราสัญญากันอย่างไร
เราจับมือกันไปมวกเหล็กหรือไปเขาใหญ่

ผมกำลังทบทวนอยู่ครับ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 47 ]



รำพึงรำพันฝันระรื่นผืนหลุมผี
รสนิยมเลิศดีมีสีสัน
พระพายโชยกลิ่น..หืน..มาโรมรัน
เติมกระสันต์พลันสะเด่าเขย่าพราย
ล้วนมีมนต์กันภัยไร้กริ่งเกรง
ภพยำเกรง ฅน-ผี..พลีใจได้
ธรรมดาเฉกฅนรสนิยมล้ำวิไล
เสพฤทัยหัวใจแกร่งแหล่งค้นตัว
เพียงมองหาดารดาด...องอาจจิต
นิรมิตร่างพราย.....โหงไร้หัว
ใช่มองรูปเพียงกายหมายใช่ตัว
ผะผ่าวทั่วเส้นขนบนกองฟอน



กล้ามากนะ ...อามะอึก(มีขน)

โดย : ไข่จิ้งจก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ 23 : 14 ]

หามิได้ค่ะ ท่านมะอึก ข้าฯ เป็นหลานย่าโม
แค่คำสัญญาท่านก็จำไม่ได้
แล้วไฉนเลย กองฟืนบนกองฟอน
อาจจะหลอกหลอนท่านทุกเพลา
เราจับมือกันไปเที่ยวฟาร์มโคนมโชคชัยต่างหากละ


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 58 ]

ไม่รู้จักไปผุดไปเกิดเจ้าผีพวกนี้

โดย : ขวานฟ้าหน้ามนคนผ่าซาก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 17 ]

เขียนไปเขียนมาเดี๋ยวผีมาหลอก พบไม่รู้ด้วยนะครับ

โดย : โสมขาว
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 45 ]

ท่านที่เคารพรักทั้งหลายครับ
อ่านแล้วก็ขำดีนะครับ

เริ่มต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา
ตะละลา......

ในป่าช้า ข้าไม่โดนสิ่งใดหลอก
นอกจากอารมณ์ของตนเอง
แต่ออกมาจากป่าช้า โดนหลอกตึม


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 27 ]

ผีหลอกคน คนหลอกผี ล้วนกลลวง
แค่บวงสรวง น้ำใจคน แห่งหนไหน
หากมีรัก ต้องมีทุกข์ ปะปนไป
เพราะยังไง หลายหลากคน มากล้นความ

อารมณ์คน หลากอารมณ์ หลากความคิด
เพียงสะกิด ศีลข้อห้าม เตือนเสมอ
อย่าพรากลูก อย่าพรากผัว เมียใครเผลอ
อาจต้องเบลอ น้ำกรดสาด ตัดเจี๋ยน...ไม่เหลือ แม้แต่ตอ


โดย : อึ้งกิมกี่
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 24 ม.ค. ปี 2006 [ 9 : 17 ]

ท่านอึ้งกิมกี่
ไม่มีกลลวงหรือการหลอกลวงจากมะอึก
แต่มีรักก็มีทุกข์เป็นธรรมดาโลก
สองคนร้อยความคิดเป็นสิ่งธรรมดา

ท่านจบท้ายด้วยความเสียวสยอง


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 24 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 51 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook