บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : ชินกับชุน

ชินกับชุนเป็นพี่น้องที่ไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่พวกเขายังเล็กมาก ชินอยู่กับพ่อส่วนชุนอยู่กับแม่ ตลอดระยะเวลาสิบหกปี ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของกันเลย จนเมื่อชุนได้มาเรียนต่อที่เชียงใหม่ เขาก็ได้พยายามตามหาชินจนพบ ชุนไว้ใจชินทุกอย่าง เขาปลื้มและศรัทธาในตัวของชินมาก ชุนมีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับชิน เขาชอบฟังเวลาที่ชินเล่าเรื่องประสบการณ์ต่างๆให้เขาฟัง ชุนอยากมีความคิดดีๆ พบเห็นเรื่องราวมากมายอย่างชินบ้าง เมื่อชุนกับชินได้ใกล้ชิดและคุ้นเคยกันมากขึ้น ทำให้ชุนได้รู้ว่า ความจริงแล้วเขาไม่ได้ด้อยความคิดหรือประสบการณ์แตกต่างจากชินเลย วิ่งที่ชินรู้วันนี้คือสิ่งที่ชุนรู้ในวันข้างหน้า ชินบอกกับชุนว่า “ฉันไม่ได้เก่งไปกว่านายเลย ทุกอย่างเป็นเพราะประสบการณ์ฉันเร็วกว่านาย” และมีหลายๆสิ่งที่ชุนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากชิน
ชินกับชุน
ตอน 1
ชุนผู้เป็นน้องชาย ถือสายรอไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียงปลายสายรับ
“วันนี้นายทำอะไรบ้าง” ชุนถามพี่ชายของเขาทันที ที่ชินรับโทรศัพท์
“วันนี้ฉันก็ไปทำงานตั้งแต่สิบโมงจนถึงบ่ายสี่โมงเย็นเหมือนทุกวัน จากนั้นก็กลับมาที่หอแล้วแต่งตัวไปเรียนภาคค่ำ นี่คือชีวิตปกติของฉัน” น้ำเสียงของชินฟังดูเป็นทางการ คล้ายกับว่าเขาเป็นลูกซึ่งกำลังรายงาน ให้กับพ่อผู้ช่างซัก เสียงตอบนั้นไม่ใส่ใจกับคำพูดนัก และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อเขาก้มมองเล็บบนปลายนิ้วที่ชูขึ้นอย่างสนใจ พลางใช้เล็บนิ้วหัวแม่มือแคะปลายเล็บของนิ้วชี้ที่เริ่มยาวแล้วในมือข้างเดียวกัน
เมื่อรู้สึกว่าไร้วี่แววของคำพูดต่ออื่นจากชิน ชุนจึงเป็นฝ่ายเริ่มคำถามอีกครั้ง
“แล้ววันนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้างล่ะ มีเรื่องอะไรให้นายตื่นเต้นบ้าง” ชุนน้ำเสียงร่าเริง ปากที่พร่ำคำถามนั้นขยุบขยิบ ไม่ต่างไปจากขาของเขาที่ช่างไม่หยุดยืนหรือนั่งอยู่เป็นที่ กลับก้าวไปก้าวมา เช่นเดียวกับมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์มือถือ มันบิดกระเป๋ากางเกงด้านในไม่หยุด อาการทั้งหมดที่เกิดนี้ราวกับเขายังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเมื่อครั้งที่ได้คุยกับชินครั้งแรก
“วันนี้เหรอ มันก็ไม่ต่างจากวันอื่นๆเท่าไรหรอก” ชินตอบ เขาลากเสียงยาว
“นายเหนื่อยเหรอ” ชุนสงสัยเมื่อได้ฟังน้ำเสียงของพี่ชาย เขารับรู้ได้จากเสียงที่ได้ยิน
“แล้วฉันเหนื่อยบ้างไม่ได้เหรอ” ชินพูดน้ำเสียงราบเรียบ พลันเขาก็ลดมือลงและละสายตาจากปลายนิ้ว มาจริงจังกับการสนทนาทางโทรศัพท์กับชุนแทน
“ได้สิ ก็นายเป็นคนบอกกับฉันเองว่าคนทุกคนต้องเคยเหนื่อยด้วยกันทั้งนั้น”
“ใช่ คนทุกคนต้องเคยเหนื่อย ต้องมีเวลาที่รู้สึกเหนื่อยบ้าง” ชินย้ำ แต่เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเสียงสั้นๆที่ฟังชัดเจน ดูเหมือนว่าสิ่งที่พูดจากปากไปนั้น แต่จากหัวใจแล้วกลับเป็นเสียงที่ตะโกนเสียมากกว่า แม้แต่ชุน คนฟังเองยังรู้สึก
“แต่นายไม่คิดบ้างเหรอว่า ถ้าไม่เหนื่อยก็แสดงว่าไม่ได้ทำอะไรไง ไม่ใช่เหรอชิน” ชุนปลอบใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นชุน มันขึ้นอยู่กับว่าเราเหนื่อยเรื่องอะไรเท่านั้นเอง”
ชุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยคำถามอีกครั้ง
“แล้วนายเหนื่อยเรื่องอะไรล่ะ” ชุนถามพี่ชายน้ำเสียงห่วงใย
“ก็เรื่องชีวิตของฉันน่ะแหละ มันมีปัญหาต่างๆมารุมเร้ามากมาย ช่างมันเถอะ ถึงพูดไปก็เท่านั้น เดี๋ยวนายจะเครียดไปกับฉันเปล่าๆ” ชินไม่อยากพูดถึงเรื่องของเขา
“ไม่หรอก ฉันไม่เครียดไปกับนายหรอก” ชุนแสร้งพูดเสียงสดใส มีเสียงหัวเราะของเขาแทรกในตอนท้าย แม้ภายในใจเริ่มว้าวุ่นด้วยเป็นห่วงและเห็นใจชินแต่อาการเดินกระสับกสะส่ายกับมือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงนั้นบิดไปมานั้นก็ยังไม่หยุดเสียที
“เพราะเรื่องเครียดของตัวเองก็มีแล้วใช่มั้ย” ชินหัวเราะเสียงดังบ้าง นั่นไม่ใช่เพราะเขาตลกเลยสักนิด จึงทำให้ได้รู้ว่าไม่ใช่เฉพาะเวลาที่มีความสุข หรือขบขันหรอกคนเราจึงหัวเราะเสียงดังได้ บางครั้งการหัวเราะมันก็ไม่มีเหตุผล หรือเหตุผลอาจเพื่อกลบเกลื่อนบางสิ่ง
กระนั้นชุนก็รู้ว่าเสียงหัวเราะของชิน มันฉาบอยู่บนความรู้สึกที่ยังไม่ค่อยสบายใจนัก
“แล้วทำไม นายไม่มีความสุขเหรอ” ชุนยังคงอยากรู้ สมองของเขาตอนนี้มีแต่คำถามนี้ ชินไม่มีความสุข
“ชีวิตฉันก็อย่างนี้แหละ เพียงแต่ฉันรู้สึกเบื่อๆ ที่มันยังคงจำเจอยู่อย่างนี้ ก็พยายามทำตัวเองให้จอยไปกับมัน”
“ไม่หรอกชิน ชีวิตเราไม่มีอะไรที่จำเจหรอกนะฉันว่า นายลองคิดดูดีๆสิ ทุกวันแม้เราจะต้องทำอะไรเดิมๆเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้มันก็ไม่เหมือนเมื่อวานไปทุกอย่างหรอก เพราะมันไม่ใช่เมื่อวาน เมื่อวานนายไปทำงาน กับวันนี้ที่นายไปทำงาน ผู้คนที่นายได้พบเจอในแต่ละวัน หรือลูกค้าที่เข้ามาในร้านย่อมไม่เหมือนกัน สิ่งที่นายได้พูดได้ ฟัง ในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรที่จำเจหรอกนะ ฉันว่าเป็นนายน่ะดีที่สุด ชีวิตของนายน่าสนุกดีออก มีเรื่องมากมายให้ทำ มีประสบการณ์ดีๆ ฉันชอบ” ชุนให้กำลังใจและชื่นชมในตัวชิน
เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของชิน ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนว่าเขารู้สึกสบายใจขึ้น
“ฉันยังเป็นฮีโร่ของนายอยู่รึเปล่า” ชินถามชุนบ้าง
“ฉันยังคงชื่นชมนายเสมอ นายเป็นคนเก่ง ฉันพูดจริงๆนะ” ชุนบอกน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อรู้สึกว่าขาเริ่มเมื่อยชุนจึงหยุดการเดินไปมาเสียที แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับบันไดหนีไฟชั้นสี่ซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา สายตาที่มองไปยังท้องฟ้าสว่างด้วยแสงไฟเบื้องหน้าทอประกายเมื่อเขาเห็นดาวตกพุ่งผ่านไปชัดเจน ดวงตาที่เบิกโพรงกับหัวใจพองโตเมื่อครู่คลายไป เสียงของชินเงียบไปนาน ชุนรอว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีก
โดย : ซีม ปราชญาชน
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2006 [ 20 : 18 ]

คาราวะท่านซีมฯค่ะ เรื่องนี้คมบาดมากเลย บางทีก็มีส่วนที่เหมือนกับชีวิตของเราเลยอ่ะ สนุกมากๆๆๆๆเลย
ว่าแต่ว่าชุนจะพูดอะไรต่อเหรอค่ะ .....อยากรู้อ่ะ
โดย : rose
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2006 [ 21 : 47 ]

ขอบคุณด้วยใจอย่างสุดซึ้งที่แวะมาชมอ่านผลงาน

เดี๋ยวปรับเรื่องแล้วจะโพสต่อก็แล้วกัน
ซีม ก็เปนเช่นจอมยุทธ์ฝึกหัด
มีคำติใดๆขอน้อมรับฟังด้วยความยินดี
โดย : ซีม ปราชญาชน
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 28 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 20 ]

“นายก็ยังเป็นเด็กเสมอในสายตาฉัน” ชินพูดขึ้น ชุนเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน
แต่เขาก็อยากรู้ว่าชินมองว่าเขายังเป็นเด็กอย่างไร ชุนรู้ว่าตอนนี้เขาอายุเกือบจะสิบเก้าแล้ว แต่ในความรู้สึกเขาก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เสียที ก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กม.ปลายเหมือนเดิม ทั้งๆที่เขากำลังเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งก็ต้องมีความรับผิดชอบดูแลตัวเองได้แล้วในระดับหนึ่ง
“ เด็กยังไงเหรอ”
“ฉันคิดว่านายน่ะ ยังต้องพึ่งพา คำพูด คำแนะนำ คำปรึกษา ความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อยู่มาก ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ รู้สึกว่ายังไงนายก็ยังเป็นเด็ก”
คงจะจริงอย่างที่ชินว่า ชุนคิด
“แล้วไม่ดีใจเหรอที่ฉันว่านายเป็นเด็ก” ชินแกล้งถาม เขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศการสนทนาที่เคร่งเครียดให้ผ่อนคลายลง
ชุนบอกด้วยเสียงจริงจัง
“ไม่นะ มันไม่ใช่เด็กแบบนั้น แบบหน้าเด็ก หน้าอ่อน หรือหมายถึงไม่แก่ แต่ความหมายที่ว่ายังเป็นเด็กที่นายพูดมาน่ะ หมายถึงความคิดของฉันต่างหากที่ดูเป็นเด็ก เหมือนอ่อนหัด อ่อนประสบการณ์ รู้สึกเหมือนเสียเปรียบ ไม่ทันคนยังไงก็ไม่รู้ ฉันไม่ดีใจหรอกนะ ฉันอยากเก่งเหมือนนาย ”
ชุนพูดลงท้ายด้วยน้ำเสียงชื่นชม ชินเองเมื่อได้ฟังเขาก็รู้สึกพลอยหลงปลื้มใจ ในตัวเอง
“หาว่าฉันแก่เหรอ เหอะๆๆ นี่ฉันไม่ใช่คนเก่งอะไรอย่างที่นายคิดหรอกนะ”
ชินรีบถ่อมตัวเอง น้ำเสียงเขาเริ่มจริงจังขึ้น
“ฉันก็เป็นคนธรรมดาทั่วๆ ไปนั่นแหละ ไม่ได้เก่งเลยจริงๆ”
เขาพูดเสียงหนักแน่น ชุนรีบอธิบาย
“ฉันรู้ แต่นายเก่งในความหมายของฉัน เก่งในแบบที่ฉันชื่นชมต่างหากล่ะ”
“เก่งยังไงเหรอ” ชินถามชุนบ้าง เขาต้องการรู้คำว่าเก่งในความหมายของชุน
ชุนไม่ตอบพี่ชายว่าเขาเก่งยังไง เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี ชุนจึงบอกชินไปแต่เพียงว่า
“ ฉันรู้ว่านายรู้ดีว่าฉันหมายความว่ายังไง นายรู้”
ชุนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆทางโทรศัพท์ เขารู้ว่าชินคงกำลังดีใจ
“ฉันไม่รู้จริงๆนี่ บอกหน่อยสิ” ชินยังคงเซ้าซี้ถามชุน แต่เสียงของเขาฟังดูผ่อนคลาย หยอกล้อมากขึ้น
ชุนรู้ว่าชินเข้าใจแล้ว เขาจึงหัวเราะเหอะๆๆ อยู่ในคอบ้าง
“อือนะ เก่งก็เก่ง นายคนเก่ง เก่งก็เก่ง” ชินพูดเล่นๆ เสียงหัวเราะเสียงดังของเขาที่ต่างจากเสียงหัวเราะเมื่อครั้งแรก ทำให้ชุนสบายใจขึ้น
โดย : ซีม ปราชญาชน
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 28 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 28 ]

“นั่นนายคุยกับใครเหรอ” ต้น รูมเมดถามเมื่อเห็นว่าชุนคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเดินตรงเข้ามาในห้อง
“พี่ชายฉันน่ะ” ชุนหันมาตอบ แล้วหันกลับไปเก็บกองเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียงของตัวเอง เขายิ้มเล็กๆที่มุมปาก ชุนรู้สึกดีเสมอที่เอ่ยถึงชิน
“พี่นายเรียนที่ไหนเหรอ” ต้นถามอีก
“เรียนที่นี่แหละ” ชุนหันมาบอกกับต้นอีกครั้งพลางนั่งลง คุยกับต้นอย่างจริงจัง
“จริงเหรอ พี่นายเรียนอะไรปีไหนเหรอ” ต้นอยากรู้
“พี่ฉันเรียนภาษาอังกฤษภาคพิเศษ ปีสอง” ชุนบอก ต้นทำสีหน้าสงสัย ชุนจึงพูดต่อ
“เราห่างกันปีเดียว พี่ฉันอยู่กับพ่อที่เชียงใหม่ ส่วนฉันอยู่กับแม่ที่กรุงเทพ พ่อแม่เราเลิกกัน ตั้งแต่ฉันอายุสองขวบ ฉันกับชินเราไม่เคยติดต่อหรือพบกันเลย จนฉันได้มาเรียนที่เชียงใหม่ ฉันรู้ชื่อจริงของชินก็เลยลองค้นหารายชื่อนักศึกษาทางอินเตอร์เนตดู ก็พบว่าพี่ฉันเรียนที่นี่ด้วย แล้วฉันก็เลยไปถามพวกที่เรียนภาษาอังกฤษแล้วให้พวกนั้นขอเบอร์มาให้ ฉันกับชินก็เลยได้ติดต่อกัน”
“มีอย่างนี้ด้วยหรือวะ” ต้นอุทาน
ชุนพยักหน้า ละสายตาจากต้น เขาถอนหายใจยาว แววตาเศร้าลง
“แล้วนายเคยเจอพ่อบ้างหรือเปล่า” ต้นยังคงสงสัย
ชุนส่ายหน้า “ ก็เหมือนพี่ฉันที่ไม่เคยเจอแม่ฉัน”
ต้นพยักหน้ารับ เขาไม่อยากซักเรื่องส่วนตัวของชุนต่อ จึงขอตัวไปอาบน้ำก่อน
ชุนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอาผ้าเช็ดตัวออกมาพาดไว้ที่บ่า มองดูตัวเองในกระจก แล้วเหลือบสายตามามองดูรูปของเขากับชินที่ถ่ายคู่กันตอนเด็กๆ ที่เขาเอาติดไว้ที่มุมด้านบนกระจกนั้น
โดย : ซีม ปราชญาชน
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 28 ม.ค. ปี 2006 [ 12 : 45 ]


จอมยุทธหวังเด้าเฉย
โดย : kriangkrai
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 1 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 5 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook