บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : เพียง....ทักทายใบไม้แห้ง

แปรปรวน...
ร้อนลมหนาว ร้าวราน...ผ่านไอฝน
ลมร้อนรน ผ่านปาก ฝากมาถึง
ลมขัดแย้ง แบ่งฝ่าย ไล่..ตะบึง
ลมรำพึง ถึงป่าไพร...ใกล้ลุกฮือ
ใบไม้แห้ง แล้งนี้ ดีที่สุด
ใครจะหยุด ไฟได้ ใคร่นับถือ
กลัวแต่ไฟ ได้ลม..โหมกระพือ
ลมยิ่งดื้อ ไฟยิ่งแรง...แข่งทำลาย

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 15 : 50 ]

แม้นหากไฟต้องลมผสมผสาน
ไฟจักผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ไฟร้อนแรงลมกระหน่ำพัดซ้ำมา
ไม่อยากคิดเลยว่าเหลืออะไร

โดย : เอ้อระเหย
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 16 : 11 ]

ใบไม้...ย่อมแห้งได้...
แต่ใจเจ้าเล่า...
อย่าได้ปล่อยให้แล้งอาทร...
คาราวะท่านพี่แห่งข้า...
โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 16 : 41 ]

ใบไม้แห้ง แล้งนี้ ถึงที่สุด
คงยาก หยุดไฟได้ ใบไม้เอ๋ย
อย่ารอเน่า เปื่อยพัง...ฝังดินเลย
รีบสังเวย ไฟแล้ง....แห่งน้ำใจ
จากไม้แห้ง เป็นเถ้า เคล้ารากหญ้า
งามนักหนา ไม้เขียว เรียวก้านใส
เกิดเป็นดอก ออกเมล็ด เกล็ดเนื้อใน
แพร่พันธุ์ไป สมค่า....น่านิยม
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 17 : 21 ]

.............................................
โดย : วิญญาณพเนจร
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 18 : 3 ]

"............. .............."
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 18 : 6 ]

มารุแต่งกลอนไม่เก่ง แตก็ให้ ล่ะกัน
โดย : mummymaru
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 20 : 23 ]

จ้ะ...คนสวย

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 20 : 29 ]

ใบไม้ แห้งรอเน่าเคล้าธุลี
เขียวขจี รอร่วงบ่วงอาหาร
ใบไม้แห้งไม่เน่า เป่าไฟกาล
ใบไม้สด พาล...ฉันไม่เอา
โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ปี 2006 [ 21 : 52 ]

แผ่นดินไท ใบไม้แห้ง แล้งจนกรอบ
ผืนดินกอบ กำเก็บ ซ้ำ..พบหิน
เขากลบซาก ฝากไว้ ให้ขุดกิน
เนื้อหมดสิ้น แม้กระดูก ถูกทำลาย
ไฟพัดโหม โลมฟ้า...น่าสะพรั่น
ไฟหุ้นหั่น..เผาซาก...ยากสลาย
ลุกโพลงแล้ว..แก้วขวัญ...อันตราย
ใครจะเป็น ใครจะตาย ให้ปิดตา
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 25 ]

หนึ่งเส้นฟาง
๏ เราอาจจะถอยหลังสักครั้งหนึ่ง
รอวันซึ่งจะย่างก้าวข้างหน้า
มันจะเป็นก้าวที่มีราคา
เป็นก้าวของศรัทธาประชาชน
โลกจะต้องเบิกตามารับรู้
ประชาชนย่อมจะอยู่ในทุกหน
ฟางหนึ่งเส้นจะกำหนดความอดทน
เรารอเส้นฟางหล่นบนหลังเรา
ชีวิตเก่าเรากร้านกับการกด
ชีวิตใหม่ทั้งหมดมิเหมือนเก่า
ฟ้าสีทองต้องไม่มีฟ้าสีเทา
เราจะขืนแรงเขาที่กดทับ
เลี่ยนลิ้นลมหวานมานานนัก
เอียนกระอักน้ำลายคนปนสับปรับ
มิใช่ใบไม้แห้งแล้งแล้วลับ
ร่วงลงซับพื้นทรายน้ำลายคน
เราคือมนุษยชนคนกลุ่มหนึ่ง
อันเริ่มรู้เริ่มซึ้งถึงเหตุผล
แห่งการปิดหูตาประชาชน
เพื่อการปล้นอิสระมวลประชา
เราไม่เหลืออะไรให้ใครปล้น
ทั้งทนอดและอดทนมาทุกท่า
อีกเพียงหนึ่งเส้นฟางถ้าวางมา
เราพร้อมแล้วที่จะกล้าคิดฆ่าคน ๚
วาณิช จรุงกิจอนันต์
เก็บของเก่ามาฝาก
โดย : ใบไม้เหลือง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 7 ]

ชักวาณิชติดลม นำมาร่วมบรรเลงเพลงแล้งอีกหนึ่งชุด
ฝันในฤดูแล้ง
๏ ข้าวสีเขียวกำลังขอรอคำขาน
ถวิลวารของข่าวใบข้าวเขียว
นิยายความขื่นขมของคมเคียว
รอลับเรียวโค้งของเคียวลองคม
ฟ้าสีขาวสุดโค้งยังคงขาว
ไร้ข่าวคราวครึ้มฟ้ามาโรยห่ม
กับลมแรงก็มิรอข้าวล้อลม
เรียวข้าวโรยเริ่มล้มด้วยลมแรง
อาทิตย์ทรงรัศมีส่งสีสัน
แตะแต้มทุ่งทานตะวันด้วยสีแสง
ลบร่องรอยเขียวเรืองด้วยเหลืองแดง
โดยนัยแห่งผาหินของดินดอน
ดินผืนเดียวกันดารคือการดับ
เมื่อฝนอับลมเอื่อยก็เหนื่อยอ่อน
หนาวน้ำมนต์นางแมวแล้วก็ร้อน
เมื่อเพลงพรไม่เพียงพอนาก็ร้าง
มองเห็นแล้วอยากจะหลับเดินกลับหลัง
เหมือนความหวังเบาโหวงและโว้งว่าง
ลูบโค้งเคียวคมกริบหยิบแล้ววาง
คงจะว่างงานเกี่ยวแล้วเคียวคม
ข้าวสีเขียวเรียวหล่นโรยจนเหลือง
หลับจากเรื่องอดอยากข่มปากขม
ฝันถึงรวงน้อยฉ่ำนิ่มน้ำนม
อันสลายกับสายลมของความแล้ง ๚
วาณิช จรุงกิจอนันต์
โดย : ในราวป่า
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 10 ]

ไฟป่าโหม โลมฟ้า มาถึงนี่
หมดสิ้นแล้วเขียวขจี ที่สดใส
ไร้แม้เสียง สำเนียงร้องของนกไพร
แหงนมองฟ้า..ไม่มั่นใจ...อาจทลาย
ก้มมองดิน กลิ่นเลือดยังคละคลุ้ง
เหล่าเหลือบยุง ดูดกินสิ้นซาก..หาย
โครงกระดูก ที่กองอยู่เรียงราย
บอกไม่ได้ ว่าร่างใคร...อนิจจา

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 9 : 43 ]

ลมแล้งร้อนผ่าวพัดผ่าน
พาใบไม้สีน้ำตาลทับถม
ประกายไฟวาบในกระแสลม
ป่าทั้งป่าก็ฮือโหมลุกลาม
คนเผาป่าเข้าเก็บประโยชน์ป่า
ซากชีวาท่วมท้นมีใครถาม
ที่เหลือรอดใต้ดินแม้สิ้นงาม
ก็รอยามคนอยู่ขึ้นสู้...ว้อยย
โดย : ใบไม้เหลือง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 10 : 12 ]

ใบไม้แห้ง แล้งร้าว รานจะขาด
มิอาจวาด หวังใดได้หรอกหนา
เพียงลมแผ่ว ปลิวโปรย ก็โรยรา
รอเวลา...ไฟไหม้ลาม ตามสบาย
ยอมเป็นเหยื่อ เพื่อสร้างธาตุอาหาร
ยอมเป็นสารสร้างดิน ไม่สิ้นสาย
รอไม้เล็ก แตกหน่ออีกมากมาย
จนสุดท้าย...จบลง ตรงบทเดิม
อาจฟังดูเหนื่อยล้า..น่าสลด
นั่นคือกฏ ดับไฟป่า ถ้าลุกเหิม
ยอมให้ไหม้ ครึ่งป่า..รากองเดิม
ระวังไว้ อย่าได้เพิ่ม เติมเชื้อฟืน

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 10 : 46 ]

ทักทายใบไม้แห้ง......
สวัสดี นะคะ ใบไม้แห้ง
ไฟสีแดง มาเยือน เพื่อนของท่าน
ส่งวิญญาณ ด้วยรัก เมื่อวันวาน
ทิ้งเถ้าถ่าน สูญสิ้น มลายดิน
ขอลาก่อน นะจ๊ะ ใบไม้แห้ง
ไฟสีแดง ต้องไป แล้วล่ะท่าน
วอดหมดแล้ว ใบไม้ บนป่านั้น
ไฟของฉัน มอดดับ ตามเธอไป
อรุณสวัสดิ์ อีกหน วนมาใหม่
เห็นใบไม้ ผลิใบ เขียวสดใส
ไฟไม่สู้ รู้ใบ สดเกินไป
ไม่เป็นไร มาใหม่ เมื่อร่วงดิน
สวัสดี นะคะ ร่วงหรือยัง
ทำไมเหรอ ยังรั้ง อยู่กับต้น
ลงมาเถิด อยู่ไป ก็ฝืนทน
ทิ้งตัวหล่น บนพื้น ไฟยังคอย
สวัสดี นะจ๊ะ แห้งหรือยัง
อ้าวแล้วกัน ฝังดิน ไปแล้วหรือ
ทำไมล่ะ อ๋อใบ ใจยืดถือ
ตายทั้งที ขอคือ ปุ๋ยใต้โคน
โดย : เพียงดิน
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 11 : 57 ]

..... .....
ไฟที่ไหม้ลุกโลมโหมถึงฟ้า
หมดสิ้นแล้วซึ่งป่าวนาสินธุ์
ด้วยกิเลสของคนได้ยลยิน
หวังผืนดินของใครไปครอบครอง
ไฟไหม้เมืองเคยเรืองรุ่งของพรุ่งนี้
เพียงวจีเสกสรรค์พลันหม่นหมอง
หว่านเงินตราทั่วแผ่นดิน..ณ ถิ่นทอง
เพียงหมายปองให้ปะทะ..จนสะใจ
มองดูดาวพราวพร่างที่กลางหน
อังคาร-เสาร์ สัปรยุทธ์จนเกินทนไหว
เสาร์ทับจันทร์คงนองเลือดเหมือนดังใจ
พวกที่ต้อนคนไซร้..คงยินดี
ความทุกข์ทนของประชาที่มาอ้าง
ยังคงเป็นสิ่งเวิ้งว้างอย่างบัดสี
พอได้สมประโยชน์ตน..มีคนพลี
ร้องเหวยเหวยบ้านเมืองนี้..โง่กันจัง
แล้วอีกครั้งเหลือบฝูงใหม่เข้ามาเกาะ
ขับสำเนียงเสียงไพเราะให้ความหวัง
เหล่ากาสรในไร่นา..ก็คงยัง
ต้องประทังหญ้ากิน..ณ ถิ่นเดิม......
โดย : ฟ้าหลง..ไฟ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 5 ]

ณ ลานป่า ใบไม้แห้ง แฝงซุกร่าง
เหลือบยุงพราง สร้างรังหวังอาศัย
จนเติบกล้า..โบยบินถิ่นพงไพร
เจ้านกกาตัวใหญ่...มาโฉบกิน
ได้ยินเสียง โหยหวน ใครครวญคร่ำ
รับลำนำป่าใหญ่ ไฟลามหิน
ใบไม้แห้ง แล้งร้อน นอนซบดิน
ยังได้ยิน...เสียงร่ำไห้..คล้ายอาวรณ์
กินแค่อิ่ม นอนแค่อุ่น บุญคุณป่า
แต่เจ้ากา..กินมาก ยากถ่ายถอน
หนังท้องตึง หนังตาปิด..ติดกองฟอน
ระโหยอ่อน..ไร้แรงบิน จนสิ้นใจ
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 42 ]


โดย : ปรียาภรณ์
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 48 ]

แวะมาทักทายจอมยุททุกท่าน

โดย : เอ็กซ์
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2006 [ 20 : 53 ]

ฝนพรมฟ้า ราไฟ จวนใกล้มอด
ใบไม้กอดสอดประสาน..ธารน้ำไหล
แว่วเสียงแผ่ว..ปลอบว่าอย่าอาลัย
ปล่อยไม้ใบ ลอยล่อง ท่องธารา
สะดุ้งตื่น ฟ้ายังเหลือง ยังเรืองโรจน์
ฟืนไฟโกรธ โชติช่วง หน่วงหนักหนา
กระพือโหม ลมแรง แฝงลีลา
โหมไหม้ฟ้า ลามเลียดิน....สิ้นป่าไพร
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 5 ก.พ. ปี 2006 [ 16 : 5 ]

ร้อนลมแดด ยังดับได้ ด้วยไอฝน
ร้อนเหลือทน ลมอำนาจ บังอาจเหลือ
ร้อนไอหมึก แล้งน้ำใจ มาจุนเจือ
ประทุเชื้อ ไฟทักษิณ บนถิ่นไทย
สามไฟสุม รุมเร้าให้ หวั่นใจนัก
ที่เคยพัก รักกันดี ลี้ไปไหน
ล้มอำนาจ ด้วยอำนาจ เดื่อนดาษไป
สุดท้ายไซร้ ต้องไร้สิ้น ถิ่นเคยเนา
เย็นไอหมึก นึกตรองดู รู้ความแจ้ง
เหลือไอแล้ง แห่งอำนาจ อาจแก้ไข
แล้งไฟใต้ เพียงดับได้ด้วย เข้าใจ
ไทยรวมไทย ด้วยหัวใจ ดวงเดียวกัน
โดย : กระบี่คลุมวรุณ
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 6 ก.พ. ปี 2006 [ 22 : 21 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook