บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : เหตุและผลแห่งวัฒนธรรมระบอบอนาธิปไตยแบบไทยๆ


เหตุและผลแห่งวัฒนธรรมระบอบอนาธิปไตยแบบไทยๆ
ทุกครั้งที่มีการระดมพลชุมนุมโดยปกติมักจะอ้างเสมอว่า...


1.กฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศมีช่องโหว่
จากหลักคิดข้อนี้ จึงนำไปสู่การเป็นข้ออ้างในการระดมพลชุมนุมเพื่อขอร่างแก้ไขใหม่ทุกครั้งที่สภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไป หรือภายใต้เสียงข้างน้อยส่วนหนึ่งมิได้รับผลประโยชน์ และมีความถี่ในการระดมพลเรียกร้องประมาณ 3-4ปีต่อครั้ง

ข้อสังเกตุ:

- โดยปกติแล้วรัฐธรรมนูญ ไม่ต่างจากหลักทางยุทธศาสตร์ ซึ่งกำหนดทิศทางหลักของประเทศก็ครอบคลุมหลักการต่างๆกว้างขวางและมีทิศทางที่ถูกต้อง
-ยุทธวิธีเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนและแปรผันตามสภาพการณ์นั่นย่อมทำได้อยู่แล้วในทางการปฏิบัติ
-ภารกิจเพื่อให้สังคมส่วนใหญ่สงบเรียบร้อยการแก้ไขใหม่จึงเป็นหน้าที่ของตัวแทนที่ได้รับเลือกตั้ง

2.ตัวแทนที่ได้รับเลือกตั้ง ไม่ทำหน้าที่ของตน แสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างเดียว

- ประเด็นนี้ ต้องจำแนกเป็นบุคคล ที่ได้รับเลือกไปเป็นตัวแทน ทั้งในวุฒิสภา สภาผู้แทนฯ และองค์กรอิสระต่างๆ

3.รัฐบาล ขายชาติ

-เป็นประเด็นที่กว้างในการวิเคราะห์ หากเรายอมรับว่าโลกปัจจุบัน เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ดังที่นักวิชาการไทยเชื่อว่าเป็นเช่นนี้ และก็เชื่อตามกันทั่วโลก มาจากการวิเคราะห์ของนักวิชาการตะวันตก ที่นักวิชาการไทยแปลมา เช่นเมื่อราวสิบปีที่แล้วจากศาสตราจารย์ สถาบัน Cross - Cultural แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ที่บัญญัติคำว่า Globalization ที่กล่าวถึงลักษณะพิเศษของโลกาภิวัตน์ไว้....

-หากเราเชื่อว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกาภิวัตน์ของทุน ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เราก็ต้องยอมรับว่า การกำหนดยุทธศาสตร์ในทางเศรษฐกิจของประเทศมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ

ประการสำคัญคือการควบคุมกระแสการไหลเข้าออกของทุน ให้มีดุลยภาพ ของรัฐ ในประเด็นนี้ สิ่งที่รัฐแห่งโลกาภิวัตน์จะต้องระมัดระวังสูงคือ เครดิต กลายเป็นมูลค่า
เครดิตแห่งรัฐใดๆที่ถูกทำลาย โดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ล้วนสร้างหายนะในทางเศรษฐกิจให้แก่รัฐได้อย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น การจัดอันดับเครดิต ทีมีผลให้การจ่ายดอกเบี้ยสูงหรือการไหลออกของทุนที่สูงอันก่อเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในทางเศรษฐกิจ หากมิมีการจัดการที่ดีย่อมนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจแห่งรัฐ

ในไทย ปัจจัยทางการเมือง เป็นตัวหลักในการทำลาย โอกาส ทำลายเครดิต ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมการเมืองแบบอนาธิปไตย

ปัจจุบัน การข้ามผ่านทางวัฒนธรรม แห่งอนาธิปไตยวงจรอุบาทว์ จากกลุ่มทหาร ที่ทำการ ปฏิวัติยึดอำนาจ ร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งรัฐบาลใหม่ และก็ปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีก ได้ก้าวข้ามมาสู่ กลุ่มทุนสื่อสารฯ

แนวนโยบาย หลักๆที่เป็นข้อขัดแย้งสองกระแส คือแบบชาตินิยม และแบบโลกาภิวัตน์ ที่ดำรงอยู่จึงนำมาสู่ความขัดแย้ง

และอาศัยวัฒนธรรมแห่งอนาธิปไตย มาใช้ในการขยายความขัดแย้งให้บานปลายไปสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองเพื่อโค่นล้มยึดอำนาจของอีกกลุ่ม....
อันเป็นแนวทางของกระบวนการทำลายตนเองอย่างมืดบอด และภายใต้การบิดเบือนข้อเท็จจริง ที่เกิดจาก การขาดข้อมูล และความจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อผลทางยุทธวิธีแห่งการโค่นล้มอำนาจรัฐ

4.รัฐ จำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน
ประเด็นนี้ สำหรับประเทศไทย แทบจะไม่เห็นมีผู้ใดที่ยื่นฟ้องแล้วจะชนะคดี กับการละเมิด หรือการหมิ่นประมาทของสื่อสารมวลชนในรูปองค์กร โดยส่วนใหญ่มักจะไกล่เกลี่ย ประนีประนอม อย่างดีก็ลงกรอบเล็กๆขออภัย แค่นั้นเอง

ยังมิเคยเห็น สื่อสารมวลชนผู้ใดที่เสนอข่าวผิดแล้วในวันรุ่งขึ้นจะยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานและลงหรือเผยแพร่ว่าข่าวผิด ด้วยขนาดเนื้อที่หรือเวลาที่เท่าๆกันกับการเผยแพร่ความเท็จออกไป...
และวัฒนธรรมของสื่อไทยเราก็เป็นเช่นนี้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มีเสรีภาพที่ล้นเหลืออย่างไร้ขอบเขตุจำกัด มากกว่าที่จะเห็นว่าถูกจำกัดเสรีภาพ รวมไปถึงเสรีภาพแห่งการตัดต่อพันธุกรรมแห่งข้อเท็จจริงของนักนวัตกรรมสื่อสารมวลชน

5.วัฒนธรรมการอ้างเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ในการชุมนุม เดินขบวน สำแดงกำลัง อย่างสันติ

ประเด็นนี้ ย่อมขึ้นกับ จริยธรรมของบุคคล เนื่องจากเป็นขอบเขตุที่รัฐธรรมนูญกำหนดกว้างมาก
และย่อมมิรู้จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์แอบแฝงของแต่ละกลุ่ม

หาก อ้างกันอย่างพร่ำเพรื่อภายใต้แนวคิดแบบอนาธิปไตย ก็คงมีแต่ความปั่นป่วนของคนในชาติ ที่มิต้องทำอะไรนอกจากม็อบหลายร้อยม็อบที่มีอยู่ทุกวัน...

เสรีภาพนี้ย่อมขึ้นกับคุณธรรมและจริยธรรมของแต่ละกลุ่ม ที่จะวินิจฉัยและมองเห็นถึงส่วนทั้งหมดหรือองค์รวมแห่งรัฐที่จะเกิดการปรองดองหรือสมานฉันท์ และไม่สร้างความแตกแยก การทำลายเครดิตแห่งรัฐและความมั่นคงแห่งรัฐ

มิเช่นนั้น ก็จะมีกลุ่มต่างๆเช่น กลุ่มที่ต้องการแยกดินแดนก็มาเรียกร้องได้ กลุ่มมาเฟียสูญเสียประโยชน์ ก็ย่อมมีเสรีภาพเรียกร้องเสรีภาพในการกรรโชกทรัพย์ได้ กลุ่มที่ละเมิดกฎหมายก็มีเสรีภาพให้ล้มเลิกกฎหมายใหม่ได้ เป็นต้น



ข้อสังเกตุหลักๆ ของม็อบ พื้นฐานภายใต้วัฒนธรรมระบอบอนาธิปไตย ที่เคยชินกับการใหญ่คับบ้านคับเมืองของกลุ่มคนในไทย

ภายใต้ความเคยชินแห่งการเป็นอภิสิทธิ์ชน ของกลุ่มคนบางกลุ่มในสังคม

อันเป็นการแปรเปลี่ยนจากประชาธิปไตยในกำมือ มาเป็นใต้ฝ่าเท้า

ของระบอบอนาธิปไตยแบบไทยๆ














โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 5 ก.พ. ปี 2006 [ 13 : 53 ]

ลัทธิอนาธิปไตย (Anarchism)
ลัทธิอนาธิปไตย คือขอบข่ายอันหนึ่งของทัศนะทางการเมือง
สำหรับชื่อนี้นำมาจากคำในภาษาลาตินว่า anarchia
ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในการแปลคำศัพท์ในภาษากรีก avapxia ของอริสโตเติล

เมื่อแยกอุปสรรค(prefix - คำที่ใช้เติมข้างหน้า)ออก av จะแปลว่า "without"(ปราศจาก)
ซึ่งคำอุปสรรคนี้ไปรวมกันกับคำว่า apxia arkhe - หมายถึง "command"(ควบคุม, สั่งการ)
หรือ"rule"(กฎเกณฑ์, ข้อบังคับ)
แปลโดยรวมก็คือ "ปราศจากการควบคุม หรือไม่มีกฎข้อบังคับ"

ลัทธิอนาธิปไตยในความเข้าใจทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วเกี่ยวกับความหมายของศัพท์คำนี้
อ้างอิงถึงสถานะทางการเมือง หรือความเชื่อที่ตรงข้ามกับกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ
หรืออิทธิพลการครอบงำใดๆ. ในทางด้านทฤษฎี ลัทธิอนาธิปไตย
ในรูปแบบอันหลากหลายของมันตรงข้ามกับเรื่องราวทั้งหมดของกฎข้อบังคับของรัฐบาล
และรัฐตัวแทน - รวมถึงรัฐ - และแทนที่ด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมอันเป็นที่ชื่นชอบกว่า
ซึ่งเป็นเรื่องของความสมัครใจ และยอมรับกันในท่ามกลางปัจเจกชนทั้งหลายอย่างอิสระ

ลัทธิอนาธิปไตยประกอบด้วยปรัชญาทางการเมืองที่หลากหลาย,
องค์กรทางการเมือง, และขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ให้การสนับสนุนในการขจัดรัฐออกไป
และสิ่งที่เชื่อเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทางสังคมและเศรษฐกิจในลักษณะเบ็ดเสร็จ.
ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองในลักษณะศูนย์กลาง
ขบวนการเคลื่อนไหวเหล่านี้ชื่นชอบความสัมพันธ์ทางสังคม
ที่มีพื้นฐานอยู่บนสิ่งที่ได้รับการมองว่า
เป็นความสัมพันธ์ทั้งหลายในลักษณะสมัครใจ

ปรัชญาเหล่านี้ ใช้"อนาธิปไตย"เพื่อมุ่งสู่สังคมหนึ่ง
ที่มีรากฐานอยู่บนการปฏิสัมพันธ์แบบสมัครใจของปัจเจกชนเสรีทั้งหลาย.
ความคิดอนาธิปไตยในเชิงปรัชญา ไม่ได้ให้การสนับสนุนภาวะความสับสนอลหม่าน
หรือภาวะที่ขาดเสียซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรมหรือความปรกติของสังคม(does not advocate chaos or anomie) -
มันอ้างถึง"อนาธิปไตย"ในฐานะที่เป็นวิธีการอันหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์
ได้รับการสร้างขึ้นมาและธำรงรักษาไว้โดยเจตนา

มีสิ่งที่น่าพิจารณาหลายหลากท่ามกลางการเมืองแบบอนาธิปไตย.
ความคิดเห็นต่างๆ ผิดแผกกันไปในพื้นที่อันหลากหลาย
อย่างเช่น ไม่ว่าความรุนแรงควรถูกนำมาใช้เพื่อหนุนเสริมลัทธิอนาธิปไตยหรือไม่,
แบบฉบับชนิดใดของระบบเศรษฐกิจควรจะดำรงอยู่ต่อไป,
ลำดับชั้นสูงต่ำทางสังคมหรือการแผ่ขยายความมั่งคั่งอันไม่เท่าเทียมเป็นสิ่งที่ถูกปฏิเสธ,
คำถามต่างๆที่มีต่อสภาพแวดล้อมและลัทธิอุตสาหกรรม,
บทบาทของบรรดานักอนาธิปไตยในขบวนการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย
รวมตลอดถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
บรรดานักอนาธิปไตยหลายหลากสกุลความคิดต่างๆของลัทธิอนาธิปไตย อ้างว่า
สกุลความคิดอื่นๆ ซึ่งพวกเขาไม่ได้สังกัดหรือเป็นสมาชิก
ไม่ใช่รูปแบบต่างๆ ของลัทธิอนาธิปไตย



สมเกียรติ ตั้งนโม : เรียบเรียง
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

ไปอ่านเต็มๆ ได้ที่

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document95250.html




โดย : ธงเหลือง
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 6 ก.พ. ปี 2006 [ 9 : 55 ]

....คารวะท่านธงเหลือง...ขอบคุณกับข้อมูลในความเห็นท่าน....

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 6 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 10 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook