บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : “เปลว สีเงิน” เผย เรื่องโคตรระยำ “แอมเพิลริช”!!


“เปลว สีเงิน” เผย เรื่องโคตรระยำ “แอมเพิลริช”!!

“เปลว สีเงิน” แฉ เรื่อง “โคตรระยำ” กรณี “แอมเพิลริช” บริษัทที่ “ทักษิณ” แอบไปตั้งไว้ที่หมู่เกาะเวอร์จิ้น ดินแดนฟอกเงินชื่อกระฉ่อนโลก ก่อนที่จะโอนหุ้นชินคอร์ปเข้าไปพัก แล้วขายกลับให้ลูกชาย-ลูกสาว ในราคาเพียงหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่ “เทมาเส็ก” จะเข้ามาซื้อเพียง 1 วันทำการ โดยที่ ก.ล.ต.ได้แต่ทำตาปริบๆ ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เลย

ความไม่ชอบมาพากลของการขายหุ้นชินคอร์ป ให้กับกลุ่มทุนสิงคโปร์ มูลค่า 73,300 ล้านบาท ถูกเปิดเผยออกมาทีละเปลาะๆ ล่าสุด “เปลว สีเงิน” คอลัมนิสต์ชื่อดังของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้เขียนบทความ ในคอลัมน์ “คนปลายซอย” หน้า 5 ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2549 เรื่องอดีต ส.ส.บัญชีพรรคประชาธิปัตย์ แฉถึงเบื้องหลังที่บริษัท แอมเพิลริช ขายหุ้นชินคอร์ป ให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ในราคาเพียงหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่จะขายต่อให้บริษัทในเครือเทมาเส็กของสิงคโปร์เพียง 1 วันทำการ

รายละเอียดในบทความ มีดังนี้

ก็เกิดรายการ "ซุกหุ้น ภาค อภิชาตบุตร" อันต่อเนื่องจากภาคแรกที่เรียกว่า "ภาคอภิชาตบิดา" ขึ้นแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นความดีความชอบต่อแผ่นดินของ
ที่นำหลักฐานชัดในประเด็นนี้มาบอกกล่าวกับสังคม

กว่า 73,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากการซื้อขายหุ้นในตลาด และไม่ต้องเสียภาษี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่านบอกว่าเป็นความถูกต้อง-ชอบธรรม ตามกติกาสากลนิยม ใครก็อย่าไปอิจฉา

แต่คราวนี้เงิน 15,883.9 ล้านบาท ในจำนวน 73,000 ล้านบาท ที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็กไปนั้น ถูกจับได้-ไล่ทันว่า
ส่วนหนึ่ง "ที่มาของหุ้นและเงิน" มีปัญหาขึ้นแล้ว

จะทำไงดีล่ะ..คราวนี้?

ถ้าทางการสืบสาวราวเรื่องกันไปจริงๆ เผลอๆ จะต้องโทษอาญาทั้งพ่อและลูก นับเป็นเรื่องน่าสงสารนักสำหรับเด็กๆ คือ "ลูกทั้งสอง" ที่อาจต้องรับโทษจากกรรมที่ผู้ใหญ่เอาชีวิตลูกมาสร้างความถูกให้ตัวเอง

"บาปสุจริต" มันจะติดตัวลูก!

เอ่ยชื่อ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" คงทราบกันนะครับ ท่านคืออดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และท่านติดตามเรื่องซุกหุ้น และเรื่องธุรกิจครอบครัวนายกฯ มาตลอด เมื่อปี 2547 ท่านได้อภิปรายในสภาเรื่อง "หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น" ในส่วนที่มีความสัมพันธ์กับนายกฯ ทักษิณ

บริติชเวอร์จิ้น รู้จักกันดีว่า เป็นแหล่งหนีภาษี และการฟอกเงิน!

คุณกอร์ปศักดิ์ เปิดหู-เปิดตาให้ประชาชนคนไทยได้ทราบว่า มีใครคนหนึ่งไปตั้งบริษัท Ample Rich Investments Limited ไว้ที่เกาะนี้ และใครคนนั้นก็ขายหุ้นชินคอร์ปให้บริษัทนี้จำนวนหนึ่ง

ชนิดยอกย้อนซ่อนเงื่อน!!

ตอนนั้น คนไทยไม่สนใจประเด็นที่คุณกอร์ปศักดิ์บอกหรอกครับ เพราะกำลังถูกโรคระบาดชนิดโงหัวไม่ขึ้นกันทั้งเมือง

โรคคลั่ง "เทวดาทักษิณ" อวตารลงมาเกิดน่ะ!

ค่อยๆ ลำดับความสู่กันฟังนะครับ เดี๋ยวท่านจะงง ย้อนไปปูพื้นเป็นความเข้าใจกันก่อน จำกันให้ดีนะครับ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2549 นางกาญจนา หงษ์เหิร เลขาฯ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร แจ้งต่อ ก.ล.ต.ว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. บริษัท Ample Rich ขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่ น.ส.พิณทองทา และนายพานทองแท้ รวม 329.2 ล้านหุ้น และวันเดียวกัน คือ วันที่ 23 ม.ค. นางกาญจนา ก็เป็นตัวแทนแจ้งต่อ ก.ล.ต.แทน นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ว่า ได้ซื้อหุ้นจาก Ample Rich เมื่อวันที่ 20 ม.ค. มาคนละ 164.6 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท
และระบุเป็นหลักฐานไว้กับ ก.ล.ต.ด้วยว่า ซื้อหุ้นดังกล่าวผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย!

วันที่ 23 ม.ค. คือ วันอภิมหาโคตรรวยจากการขายหุ้นของครอบครัวชินวัตร อันเป็นประวัติศาสตร์ของชาติ เพราะเป็นวันที่ปรากฏและประกาศเป็นทางการว่า
ชินคอร์ป ขายหุ้น 49% ให้ ซีดาร์-แอสแพน-กุหลาบแก้ว อันเป็นบริษัทที่เทมาเส็กตั้งขึ้นเป็นบริษัทไทยเป็นการเฉพาะ เพื่อรับหน้าเสื่อในการซื้อ-ขายประวัติศาสตร์ รวมแล้วมูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท

นายพานทองแท้ ชินวัตร ขาย 458,550,220 ล้านหุ้น

น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ขาย 604,600.000 ล้านหุ้น

ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท เฉพาะส่วนของบุตรชายและบุตรสาวท่านนายกฯ จะได้เป็นเงินเท่าไหร่ คูณกันเอาเองนะครับ

ท่านก็จำตัวเลขหุ้นของลูกนายกฯ ทั้งสองไว้ให้ดี เพราะเดี๋ยวจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นตัวเลขพิศวงดังที่เป็น "ประเด็นใหม่" จะนำไปสู่ความตายน้ำตื้นในอนาคต

ปรากฏการณ์ 23 ม.ค.ไม่เพียงดังที่บอกนั้นนะครับ ยังปรากฏว่า เลขาฯ คนขยันของคุณหญิงพจมาน ได้แจ้งไปยัง ก.ล.ต.ในวัน-เวลาเดียวกันอีก ว่า หุ้นที่นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา ซื้อปุ๊บจากตลาดหุ้นคนละ 164.6 ล้านหุ้น นั้น

ได้ขายปั๊บในวันนี้ รวมอยู่ในจำนวนชินคอร์ป "บิ๊กล็อต" ดังกล่าว ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท

คือ ที่เพิ่งซื้อมาใหม่สดๆ ซิงๆ หุ้นละ 1 บาท ก็ขาย 49.25 บาทด้วย

สรุปตรงนี้ เลขาฯ คุณหญิงพจมาน คนเดียวกันนั่นแหละ เป็นทั้งตัวแทน Ample Rich แจ้งขาย เป็นทั้งตัวแทน พิณทองทา-พานทองแท้ แจ้งซื้อ

ก.ล.ต.ก็ซื้อ..ซื่อ..ไม่แอะอะไรเลยซักคำ

เอาละ..คราวนี้ก็ถึงคราว "ความลับไม่มีในโลก" เมื่อนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา แจ้งต่อ ก.ล.ต.ว่า ได้ซื้อหุ้นชินคอร์ปจาก Ample Rich ผ่านตลาดหุ้นไทย คนละ 164.6 ล้านหุ้น หุ้นละ 1 บาท

ก็ไม่ยากที่จะตรวจสอบผ่านการซื้อ-ขายประจำวันของตลาดหลักทรัพย์ ก็พบว่า
ไม่ปรากฏการซื้อ-ขายหุ้นด้วยจำนวนตามที่แจ้งไว้แต่อย่างใด!

ยุ่งละซี..ตานี้ ความจริงตลาดหลักทรัพย์ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ที่ประเทศพึงได้ แต่ไม่ทำ "คุณกอร์ปศักดิ์" อดรนทนเห็นคนกลุ่มหนึ่งสุมหัวกันต้มยำทำแกงประเทศไม่ไหว

ก็เลยกระจายข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของคุณกอร์ปศักดิ์ ประจานทั้ง เทวโลก มนุษยโลก และเดรัจฉานโลก

ความจริงที่เป็นตัวจับความเท็จในประเด็นนี้ ก็คือ ในข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุถึงการถือหุ้นชินคอร์ป ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2548 ว่า น.ส.พิณทองทา ถือหุ้น 440,000,000 หุ้น นายพานทองแท้ ถือหุ้น 293,950,220 หุ้น

แต่ปรากฏว่า วันที่ 23 ม.ค. น.ส.พิณทองทา กลับมีหุ้นขายถึง 604,600,000 หุ้น มากกว่าหุ้นที่แจ้งไว้ต่อตลาด ถึง 164,600,000 หุ้น

เช่นเดียวกับ นายพานทองแท้ ขาย 458,550,220 หุ้น มากกว่าที่แจ้งไว้ต่อตลาดถึง 164,600,000 หุ้นเช่นกัน

นี่ไงล่ะ..ตัวเลข "ตายตอนจบ" ท่านก็อาจเถียงได้ว่า ไม่เห็นแปลกตรงไหน ที่งอกขึ้นมาคนละ 164,600,000 หุ้น นั้น ก็อย่างที่แจ้งต่อ ก.ล.ต.นั่นไงล่ะว่า ซื้อมาจาก Ample Rich

แต่ข้อสงสัยประชาชนก็มีอยู่ว่า

1.Ample Rich นี้ เป็นบริษัทของใคร เอาหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329,200 หุ้น ที่ขายให้ "พิณทองทา-พานทองแท้" มาจากไหน?

2.มีเหตุผลอะไรที่ขายในราคาพาร์ คือ หุ้นละ 1 บาท ทั้งที่ราคาซื้อ-ขายในตลาด ร่วม 50 บาทต่อหุ้น?

3.น.ส.พิณทองทา และนายพานทองแท้ "แจ้งเท็จ" ต่อตลาด ว่า ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ส่อพฤติกรรมว่าหุ้นจำนวนนี้มีที่มา "ไม่สุจริต" และ ก.ล.ต.รู้เห็นเป็นใจในการซื้อขายใช่หรือไม่?

4.นี้คือ วิธีการ "ฟอกหุ้น-ฟอกเงิน" ของใครบางคน ใช่หรือไม่ และเงินส่วนต่างอันเกิดจากการขายหุ้น 329,200 หุ้น ที่ซื้อมาหุ้นละ 1 บาท แต่ขายหุ้นละ 49.25 บาท เป็นเงิน 15,883.9 ล้านบาทนี้ ต้องเสียภาษีมิใช่หรือ?

บริษัท Ample Rich ที่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ย่านทะเลแคริบเบียน แถวๆ เปอร์โตริโก อันเป็นแหล่งฟอกเงิน และหลบภาษีนี้ เป็นบริษัทของใคร?

ผมไม่ทราบ แต่ในรายงานการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.ครั้งที่ 11/2544 วันที่ 12 ตุลาคม 2544 มีบันทึกเป็นรายงานไว้ตอนหนึ่ง ดังนี้

4.3.1 Ample Rich Investments Limited

ในช่วงที่ตรวจสอบพบว่า บริษัท มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ถือหุ้นทั้งจำนวนจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 โดยจดทะเบียนจัดตั้งใน British Virgin Islands เพื่อประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2542 มีสถานที่ติดต่อ (Correspondent Office) ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ ตั้งแต่จัดตั้งพบบริษัทถือครองหุ้น SHIN เพียงหลักทรัพย์เดียว โดยเป็นการซื้อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 11 มิถุนายน 2542 บนกระดานรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เพียงหนึ่งรายการ

ครับ..Ample Rich บริษัทที่ขายหุ้นชินคอร์ปราคาพาร์ให้ พิณทองทา-พานทองแท้ ที่แท้ก็บริษัทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้เป็นพ่อนี่เอง

ถ้ายังจะดิ้น ผมก็จะมอบเชือกอีกเส้นให้ดู ดังนี้

นายบุญคลี ปลั่งศิริ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2542 เรื่อง ขอชี้แจงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท สาระสำคัญมีว่า
ชินคอร์ปได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 23.75% เหลือ 11.88% โดยหุ้นที่ลดลง 11.88% นั้น โอนให้ถือในนามของ "แอมเพิล ริช อินเวสเมนต์ ลิมิเต็ด"

โดยระบุในหนังสือแจ้งว่า "แอมเพิล ริช" ถือหุ้นโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 100%

ครับ..ปมที่ผูกไว้ ใครจะนึกว่าจะย้อนมารัดคอตัวเองในวันนี้ได้

ประเด็นตายต่อไป ก็คือ ตัวเองขายหุ้นตัวเองให้บริษัทที่ตั้งใหม่บนเกาะบริติชเวอร์จิ้น อันเป็นของตัวเองแล้ว ปรากฏว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ.2544

ในบัญชีแสดงทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไม่ปรากฏว่า มีชื่อบริษัท Ample Rich อยู่ในบัญชีแสดงทรัพย์สินของนายกฯ ทักษิณ แต่อย่างใด!?

ผมจะจบด้วยคำพูดของนายกฯ ทักษิณ ที่พูดไว้เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2545 ความตอนหนึ่งว่า เมื่อวานผมดูข่าวจาก CNN ทราบว่า ขณะนี้สภาของสหรัฐกำลังแก้ไขกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ เพราะบริษัทต่างๆ ไม่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ แต่ไปจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ เช่น ในปานามาบ้าง หรือที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ไม่รักชาติ เพราะถือว่าเป็นการเลี่ยงภาษี..."

นั่นน่ะซี มัน "โคตรระยำ" เลยนะ ท่านว่ามั้ย?




โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 10 : 45 ]

เสี่ยงเกินไปที่จะพูดตรงนี้อ่ะนะ//จอกลัวเขารู้ว่าจอก็ไม่รัก

โดย : จรกาท่าจะเพี้ยน
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 37 ]

เปลว สีเงิน ชื่อนี้รับประกันความดี
สมัยก่อนแกเขียน คอลัมน์ เตะผ่าหมาก ตีแสกหน้า อยู่ไทยรัฐ
เป็นผู้ไม่ก้มหัวให้การเมือง จนต้องออกจากสยามโพสต์
มาตั้งไทยโพสต์เอง จะเจ๊ง มิเจ๊งแหล่ ใคร ชอบควรมจริงใจ
ซื้ออ่านได้ รับรอง ไม่เอาท์ เย่ๆ

****************************************
อ้อ! ได้ข่าวว่า แกพึ่งได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านสื่อสารมวลชน
ของม.รังสิต ไม่นานนี้ครับ

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 13 : 46 ]

อืม...

โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 3 ]

จิงดิ...

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 15 : 2 ]

กูเป็นคน...ใช่นายทุนมีหุ้นใหญ่
ซุกซบไว้กลบกลิ่น..นอกถิ่นฐาน
กูเป็นคน...ใช่ขี้ข้ารัฐบาล
ที่ดักดานเงียบงัน...ให้มันตะพาย
กูรู้คุณตอบแทนแผ่นดินแม่
รู้ทาสแท้สิ่งฝันที่มันหมาย
รู้รักชาติ รักแผ่นดิน ถิ่นเกิดกาย
ถึงกูตาย..เขายังรู้..ว่ากูคน
เคยเชื่อมั่นคำหวานที่มันให้
หวังปัจจัยที่มันล่อก่อเกิดผล
แท้มันหวังเหยียบย่ำกูเพื่อชูตน
มึง..คือคนหรือไม่ใช่....ใครบอกที

โดย : ปลาทอง4
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 7 ก.พ. ปี 2006 [ 15 : 40 ]

ใครรู้ข้อมูล อีตา เปลวสีเงินคนนี้บ้าง ใช่คนเดียวกันกับที่ เขียนจดหมายลงหน้า นสพ. ทุกฉบับ ด่าประจานลูกสาวตัวเองที่หนีตามผู้ชายไปไม่ยอมเรียนหนังสือ ตัดพ่อตัดลูกน่ะ ตอนนั้นเราอายุสัก10ขวบมั้ง อ่านแล้วจำได้ขึ้นใจเลยว่า ไอ้หมอนี่(คนเขียนถ้าไม่ใช่คุณเปลวขอโทษด้วย) มันเป็นพ่อแบบนั้นแหละ ลูกสาวมันถึงได้นิสัยถอดแบบพ่อมันมาทุกอย่างเลย

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 11 ]


... ...ก้ออุตส่าห์กระหยิ่มในใจว่าข้าฉลาด...เอ็งโง่...
...ที่ข้ารวยมันก็แค่รวย แค่มีเงิน...แต่การยอมรับทางสังคมยังไม่มี...เลยโดดมาเล่นการเมือง...
...พวกนี้ก็ตามจิกไม่ปล่อยเอง...แล้วจะมาโทษว่าข้าทำผิด...ไม่มีจริยธรรมได้ไงวะ...


โดย : Five
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 13 ]

น่าจะเป็น " สีน้ำ " นะเจ้ คนที่เขียนคอลัมน์สีน้ำตอบปัญหาในหนังสือบางกอก

ท่านพี่กาแควมาช่วยหน่อยเด่ะ

โดย : Low
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 17 ]

ดูเหมือนท่านจะชื่อ มานิต ศรีสาคร เป็นคอลัมนิสต์ข่าวสังคมคนแรกของไทย
สมัยเดลิเมล์วันจันทร์
ตอนหลังรู้สึกว่ามาตอบปัญหาในบางกอก พอเกิดเรื่องกับลูกสาวตัว เลยกลายเป็นทอล์คอ๊อฟเดอะทาวน์ไป
ถ้าผิดก็กราบขออภัย ขนาดเจ้ยังจำมะค่อยได้ ตี๋จะมาจำอะไรกันนักหนาล่ะเนาะ

โดย : Low
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 32 ]

เออๆๆๆเท่าโล้ว แหม ถ้าถ้าเข้าใจตาเปลวผิด มันคงเขียนด่าเรายับเยินเลยอ่ะ แต่มันนานมากแล้วจริงๆๆ ขอโทษเจ้าของกระทู้เด้ออ
คนบางคนไม่รู้จักกัน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกะมัน มันยังด่าเค้าเสียคนมาแล้ว หมอนี่พวกเดียวกะซ้อเจ็ดสนทิเลย
เปิดแท่แล่ดีกว่า.....

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 2 : 2 ]

... ร้อน ร้อน ร้อน ...
... ...

โดย : ร้อยสาย
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 3 : 21 ]

มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมได้ทำงานในแวดวงหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัย..
และได้รับรู้สิ่งต่างๆ และได้รู้จักกับบุคคลต่างๆ มากพอสมควร..
จนปัจจุบันนี้ก็ยังทำงานเกี่ยวกับสื่ออยู่..รวมเวลาแล้วก็เกินกว่า20ปี..

ที่อาอี๊บอกว่า ...คนบางคนไม่รู้จักกัน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกะมัน มันยังด่าเค้าเสียคนมาแล้ว ... ผมว่านะ...ถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคงไม่กล้าเขียนด่าหรอก..พวกนี้ข้อมูลแน่นฮะ..มีแหล่งข่าวทั้งที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้...แล้วบางข้อมูลก็ออกมาจากปากผู้เสียหายเองนั้นแหละ..... ...ผมพูดมากไปป่าวเนี่ย..........

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 9 : 5 ]

20กว่าปี ไม่บังเอิญแล้วมั้ง
ยิ่งไม่รู้จัก ยิ่งรักษาความเป็นกลางได้ดี
ยิ่งรู้จัก ยิ่งกล้าเอียงเข้าหาข้างดี

โดย : แป๊ะไคซิม
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 9 : 13 ]

เปลวสีเงิน หรือ นายโรจน์ งามแม้น
ไม่ใช่คนที่อาอี้ กล่าวถึงหรอกครับ
ลูกสาวแกก็ไม่ได้หนีตามผู้ชาย
ลูกสาวแกเรียนจบปริญญาตรี ม.เกษตร
ปริญญาโทการค้าระหว่างประเทศ วิคตอเรีย ยูนิเวอร์ซิตี้
ปัจจุบันทำงานอยู่กรมส่งเสริมฯ
แกมีลูกสาวคนเดียว ก็เห็นว่าเป็นคนดีนี่เอง
...........................................................
ส่วนเรื่องแกทำหน้าที่สื่อ ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ
ดีกว่าเป็นสื่อ แล้วไม่ สื่อ และไม่ซื่อ


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 58 ]

ขอบคุณ คุณนันยาง ค่ะ ให้ข้อมูล กระจ่าง ชัด

โดย : คนดีที่รักเธอ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 13 : 14 ]

แม่หม้ายคนหนึ่ง สวยซึ๊งใจกาย
พอสามีตาย เขาด่าประจาน
เก็บขมอมขื่น สู้ฟื้นสังขาร
เพื่อหน้าที่งานเลี้ยงชีพแห่งตน

ไม่งอมือเท้า ไม่เอาส้มหล่น
ใช้ความเป็นคน ขายเงาขายงาน
ใจคนสุดคิด ไร้จิตสงสาร
อ้างเหตุหลักการ ว่าสุดอับปรีย์

อยู่เหนือกฏใด จิกเรียกนั่นนี่
เรียกอ้ายเรียกอี-แร้งทึ้งเคียงโลง
รู้จริงรู้เท็จ ก่นด่าโขมง
ใจที่คดโกง โก่งคดพิการ

ขอบคุณนันยางที่ให้มุมมอง
ขอบคุณปลัดหนุ่มที่ให้ข้อมูล
ขอบคุณสวรรค์ ที่ฟ้ามีตา
ขอบคุณถ้าคุณนันยางรู้จัก นายโรจน์ งามแม้น ดี
คารวะ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 8 ก.พ. ปี 2006 [ 23 : 36 ]


... ...ก๊ากๆๆ...คราวหน้าจะไม่พาเฮียนันบางบ้า ๆ บอ ๆ แล้ว...จะได้ดูขลัง ๆ ขึ้นมาหน่อย... ...


...อย่างนี้ต้องนัดกันก๊งเหล้าซักซ้อมความเข้าใจหน่อยซะแล้ว... ...ฮุลเลฮุย... ...

... ...พวกเราเหล่าทหารเสือ...สู้ศึกทุกเมื่อมาชาติต้องการ... ...


โดย : Five
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 9 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 32 ]



ท่านโล้วเอ๋ย
ข้ามะรู้เรื่องไรพวกนี้หรอก
ใครขายใครรวยใครโกง.........เพราะไม่นานข้าก็จะลืมหายใจ
ข้าอยู่ของข้าอย่างนี้
มันสุขสบายทั้งกายทั้งใจ
ตอนนี้กำลังแต่งบ้านไว้รับหนุ่มสาวที่จะมาเยือน
บ้านข้า เมษายนนี้ดีกว่า................ดีไหมท่านผุ้เฒ่าโล้ว

โดย : ผีเสื้อป่าปางมะผ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 9 ก.พ. ปี 2006 [ 13 : 57 ]

เสียดายจังอาอี๊ที่บังเอิญผมไร้จักเป็นการส่วนตัว...
ผมอยู่คยละค่ายกันฮะ..แต่ที่รู้ๆ..ไทยโพสต์นี่แรงมากๆ..เล่นกันตรงๆ..ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น..

ผมเคยอยู่ค่ายที่เกือบจะโดนอากู๋จับไปออกเทปอะฮะ..

โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 9 ก.พ. ปี 2006 [ 17 : 47 ]

แต่งบ้านรับสาวๆ เอ๊ยหนุ่มสาวย่อมดีอยู่แล้ว
จะให้ดีกว่า ก็ต้องแต่งคนด้วย โดยเฉพาะคนสาวๆ อิอิ

ข้าหมายถึง สีน้ำ ต่างหากเล่า ท่านพอจำได้หรือเปล่า
ส่วนใครจะรวยจะจน จะโกงจะอม
ที่รวยก็รวยไปแล้ว ที่โกงก็โกงไปแล้ว ที่จนก็ยิ่งจนอยู่แล้ว
แต่ที่ต้องออกมาเขียนกันก็เพราะกลัวคำคำเดียว คือ
อีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าทำอีก

สำหรับผู้บริหารเก่งและเจ้าเล่ห์จนร่ำรวย
มีคนจำนวนมากก็เอาตราชั่งมาชั่ง ว่าค่าจ้างขนาดนั้น มันมากไปหรือเปล่า

ถ้าพอรับได้ ก็แล้วไป ถ้ารับไม่ได้ ก็(อยากให้)ออกไป
เถียงมาเถียงไป คงไม่ถึงขั้นต่อยกันเองให้พวกนั้นดู



โดย : Low
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 37 ]

.....ในทัศนะข้าฯเห็นว่า เวลานี้สังคมเกิดการแตกแยกกันอย่างหนักในความคิด อันเนื่องจากสาเหตุหลายประการ...ประการแรก จะมีการเลือกตั้งซ่อม สส. และจะมีการเลือกตั้ง สว. ที่ครบวาระ..
...ประการที่สอง ปัญหาจริยธรรม บนมาตรฐานดับเบิลสแตนดาร์ด...ภายใต้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อสร้างจำเลยทางสังคม ของภาควิชามารศาสตร์...ที่ข้ากล่าวเช่นนี้เนื่องจาก...สาเหตุหลักก็คือ หากจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามการกล่าวโจมตี สิ่งที่ถูกต้องก็ต้องแก้ ว่า....ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ นอกจากจะแจ้งทบัญชีทรัพย์สินตามรัฐธรรมนูญแล้ว ครอบครัวและญาติพี่น้องใกล้ชิด กำหนดในรัฐธรรมนูญได้เลยว่าพี่น้องตามสายเลือดห้ามประกอบธุรกรรมใดๆระหว่างการดำรงตำแหน่ง...และจะประกอบได้เมื่อพ้นตำแหน่ง.....การกำหนดเช่นนี้ก็จะทำให้ผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐบาลใดๆจะได้รับการโจมตีน้อยลงและเพื่อความแข็งแกร่งและเป็นเอกภาพของรัฐ...

.........ปัญหาจริยธรรมภายใต้ดับเบิลสแตนดาร์ด...ทั้งของ นักการเมืองและนักการสื่อสารมวลชน เห็นได้ชัดๆ...เช่น ขณะที่ด่าว่าทักษิณเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง...อ.ชัยอนันต์ที่ร่วมงานผู้จัดการมาหลายสิบปีทั้งลูกชายอาจารย์กับลูกชายสนธิ ก็ดูแลผู้จัดการอยู่ นั้น ท่านอจ.ก็คงไม่ได้นั่งประธานบอร์ดการบินไทย และ กนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้จัดการเมนเมจเจอร์กรุ้ปหรือผู้จัดการ ก็คงไม่ได้นั่ง ดีดี การบินไทย....และยังรวมไปถึงโปรเจกต์หลายร้อยล้านหลายๆโปรเจกต์ที่บรรดาลูกน้องเดินสายล็อบบี้รัฐมนตรีต่างๆ...ดังนั้นหากเรียกร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมด้านนี้ก็อย่าได้ละเลยการตรวจสอบตนเองและกลุ่มด้วยเพื่อความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ....
........สำหรับ ไทยโพสต์ อันมีสายสัมพันธ์แนบแน่น กับเสธฯ การทำหนังสือพิมพ์แน่นอนที่สุดค่าใช้จ่ายสูงในการพิมพ์ เฉลี่ย ต้นทุนก็ สิบกว่าบาท หากขายไม่ได้ ก็ต้องเท่ากับทิ้งเงินไปแต่ละวันสูงเช่นแสนเล่มต่อวันก็หลายล้านบาท....สมัยประชาธิปัตย์มีอำนาจ ก็ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน...และก็เป็นความชอบธรรมที่ผู้ทำหน้าที่สื่อจะทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน.....ด้วยจริยธรรม....แต่ทว่า บ้านของใคร...??!!
.........สนธิ และทักษิณ ก็ร่ำรวยมากับการขายหุ้นและมีบางครั้งก็ แบ่งปันหุ้นกัน....ไม่จ่ายภาษีเพราะซื้อขายในตลาดเช่นกันและเช่นเดียวกับผู้อื่น...สนธิ ร่ำรวยกับการขายหุ้น และไปลงทุนทำดาวเทียมในลาว...ลงทุนในจีน เวียดนาม ทำหนังสือนิตยสารในฮ่องกง และอเมริกา....ภายใต้เงินที่ร่ำรวยจากการขายหุ้นในไทย
.........ปัญหาจริยธรรมก็คือ...ประการแรก ทำไมมาเป็นหนี้ในไทยเงินที่ได้จากตลาดหุ้นในไทยทำไมไม่ลงทุนหรือพัฒนาบริษัทที่ตนเองถือหุ้นอยู่หากเทขาย และต้องติดหนี้......ในขณะที่ด่าทักษิณ ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินตนเองไม่ครบและโยกทรัพย์สินให้ลูกยังไม่ชัดแจ้งตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะชัดตามกฎหมาย ก็ต้องให้องค์กรอิสระสอบสวนตามกติกา.......แต่ทักษิณขายนำเงินเข้าประเทศ.....
......ขณะที่ ท่านอีกท่านยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้ลูก เพื่อการล้มละลาย......อะไรคือจริยธรรมสำหรับสังคมไทย...

.........ประเด็นจริยธรรมทางการเมือง.....ปัจจุบันเรามีระบบรัฐสภา...และองค์กรอิสระต่างๆตามฉันทามติของคนส่วนใหญ่ให้มีอำนาจในการจัดการบริหารบ้านเมืองและคลี่คลายปัญหาต่างๆ.....ทำไมเราจึงปฏิเสธต่ออำนาจขององค์กรเหล่านี้...และยอมรับต่ออำนาจแห่งการระดมกลุ่มคนมาเหนืออำนาจเหล่านี้ตามรัฐธรรมนูญ....ที่จะบงการฉีกทิ้ง...แก้ไข....เปลี่ยนใหม่ได้ตามอำเภอใจ...ทั้งๆที่ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมากมายจะใช้กลับไม่ใช้....

.........ประชาธิปไตยไทยก็เหมือนกับงานปฏิมากรรม....ขณะที่ทุกคนเห็นว่ามอบหมายให้ช่างปั้นกลุ่มหนึ่งปั้น...แค่ทำโครงร่างหน้าตา....อีกกลุ่มก็มาให้ทุบทิ้งและเริ่มใหม่และจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ...

........ในประเด็นเรื่องโลกาภิวัตน์ทุน....ทำไม สนธิ หรือบรรดานักวิชาการ ไม่นำเอากรณี ที่สนธิ หรือกลุ่มทุนสื่อสารไทย ไปลงทุนทำดาวเทียมในลาว...ว่า ประเทศลาว ที่เป็นสังคมนิยมอย่างเข้มข้นนั้นขายชาติ ให้ไทยหรือไม่ หากคิดตามสัญชาติผู้ลงทุน....และฮุบหรือควบคุมประเทศลาวหรือไม่....

.........นี่เป็นเพียงประเด็นคร่าวๆ บางประเด็นเท่านั้น ที่ข้าฯอยากเห็น บรรดาผู้นำทางความคิดแก่กลุ่มคนได้ มีสติ ทบทวนพิจารณาดู .....และหาทางที่ก่อเกิดสันติภาพแห่งองค์รวมของประเทศ...มากกว่าไหลไปตามกระแสแห่งการช่วงชิงอำนาจทางการเมือง.....ที่ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้ดับเบิลสแตนดาร์ดทางจริยธรรม




โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 10 : 30 ]

ผมขอแก้ข่าวให้ไทยโพสต์หน่อยนะครับ
ไทยโพสต์เนี่ย สมัยก่อนพึ่งคุณระวิ โหลทอง เจ้าของสยามสปอร์ตครับ ไม่ได้พึ่งพาเสธแต่อย่างไร
ตอนนี้ก็ไปพึ่งสำนักพิมพ์อื่นอยู่ติดหนี้หัวโต
แต่ทำหนังสือพิมพ์ เพราะรักลูกน้องและรักวิชาชีพ
เอาเป็นว่าผมรู้จัก ท่านเปลว สีเงิน เป็นการส่วนตัว เลยต้องพูดครับ

และก็ถ้าคนอื่นเขาไม่เอาทักษิณ
เขาไม่จำเป็นต้องเยสสนธิหรอกครับ
เขาคิดเองเป็น และผมมั่นใจว่าเขามีสติ

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 10 : 51 ]

ท่านกระบี่ดาวแดง

คนที่เข้าใจกติกาก็ยอมรับกติกาและมองไปทางนั้น

คนที่เข้าใจกติกาแต่ไม่ยอมรับกติกาก็มองไปทางโน้น

คนที่น่ารังเกียจคือ คนรู้กติกาและพยายามลาก ลากคันไถน่ะแถไปเรื่อยๆ



คนไม่มีความรู้หลอกง่ายเชื่อยาก
คนมีความรู้หลอกยากเชื่อง่าย

ตอนนี้นายกเอาเงินต่างชาติมาถมแผ่นดินไทย มันบาดทั้งใจบาดทั้งตา หน้ามืดกันทั่ว กทม.แล้ว ขอไปอยู่เหนือเป็นเพื่อนน้องโล้วน้องผีเสื้อป่าสักคนได้บ๊อ.......เอิ๊กกก กลัวแบงค์บาท บาดมืออ่า อิอิ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 49 ]

เฮ้...เจ้
แผ่นดินหาย กลายเป็นแบงก์เข้าเป๋าใครไม่รู้

คนใกล้ตายหลอกง่ายเชื่อง่าย
แต่ไม่รู้จะหลอกไปทำไมซิเอ้า



โดย : Low
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 15 ]

ทะยานท่องเหยีบวายุไปทั่วหล้า
เพียงตัวข้าผู้เดียวเยือนสมุทร
มิอาจทนเห็นแผ่นดินต้องเสื่อมทรุด
ต้องกลียุคผลัดเปลี่ยนสิ้นเผ่าพันธุ์
สุราไม่อาจรดล้างสิ้นชาติ
ขออาฆาตอริราชผู้ล้างผลาญ
ยอมพลีเศียรหมื่นแสนจนแหลกลาญ
หมายยื้ดหยุดฉุดพลัน......พลิกจักรวาล


โดย : อินทรีย์เดี่ยวทรนง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 22 : 43 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook