บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : ปัญหาจริยธรรม


.....(เป็นความเห็นในกระทู้ 0404 ข้าฯขอนำมาตั้งเป็นหัวข้อกระทู้ใหม่....)

.....ในทัศนะข้าฯเห็นว่า เวลานี้สังคมเกิดการแตกแยกกันอย่างหนักในความคิด อันเนื่องจากสาเหตุหลายประการ...
ประการแรก จะมีการเลือกตั้งซ่อม สส. และจะมีการเลือกตั้ง สว. ที่ครบวาระ..
ประการที่สอง ปัญหาจริยธรรม บนมาตรฐานดับเบิลสแตนดาร์ด...ภายใต้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อสร้างจำเลยทางสังคม ของภาควิชามารศาสตร์...

ที่ข้ากล่าวเช่นนี้เนื่องจาก...สาเหตุหลักก็คือ หากจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามการกล่าวโจมตี สิ่งที่ถูกต้องก็ต้องแก้ ว่า....ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ นอกจากจะแจ้งบัญชีทรัพย์สินตามรัฐธรรมนูญแล้ว ครอบครัวและญาติพี่น้องใกล้ชิด กำหนดในรัฐธรรมนูญได้เลยว่าพี่น้องตามสายเลือดห้ามประกอบธุรกรรมใดๆระหว่างการดำรงตำแหน่ง...และจะประกอบได้เมื่อพ้นตำแหน่ง.....การกำหนดเช่นนี้ก็จะทำให้ผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐบาลใดๆจะได้รับการโจมตีน้อยลงและเพื่อความแข็งแกร่งและเป็นเอกภาพของรัฐ...

.........ปัญหาจริยธรรมภายใต้ดับเบิลสแตนดาร์ด...ทั้งของ นักการเมืองและนักการสื่อสารมวลชน เห็นได้ชัดๆ...เช่น ขณะที่ด่าว่าทักษิณเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง...อ.ชัยอนันต์ที่ร่วมงานผู้จัดการมาหลายสิบปีทั้งลูกชายอาจารย์กับลูกชายสนธิ ก็ดูแลผู้จัดการอยู่ นั้น ท่านอจ.ก็คงไม่ได้นั่งประธานบอร์ดการบินไทย และ กนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้จัดการเมนเมจเจอร์กรุ้ปหรือผู้จัดการ ก็คงไม่ได้นั่ง ดีดี การบินไทย....และยังรวมไปถึงโปรเจกต์หลายร้อยล้านหลายๆโปรเจกต์ที่บรรดาลูกน้องเดินสายล็อบบี้รัฐมนตรีต่างๆ...ดังนั้นหากเรียกร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมด้านนี้ก็อย่าได้ละเลยการตรวจสอบตนเองและกลุ่มด้วยเพื่อความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ....

........สำหรับ ไทยโพสต์ อันมีสายสัมพันธ์แนบแน่น กับเสธฯ การทำหนังสือพิมพ์แน่นอนที่สุดค่าใช้จ่ายสูงในการพิมพ์ เฉลี่ย ต้นทุนก็ สิบกว่าบาท หากขายไม่ได้ ก็ต้องเท่ากับทิ้งเงินไปแต่ละวันสูงเช่นแสนเล่มต่อวันก็หลายล้านบาท....สมัยประชาธิปัตย์มีอำนาจ ก็ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน...และก็เป็นความชอบธรรมที่ผู้ทำหน้าที่สื่อจะทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน.....ด้วยจริยธรรม....แต่ทว่า บ้านของใคร...??!!

.........สนธิ และทักษิณ ก็ร่ำรวยมากับการขายหุ้นและมีบางครั้งก็ แบ่งปันหุ้นกัน....ไม่จ่ายภาษีเพราะซื้อขายในตลาดเช่นกันและเช่นเดียวกับผู้อื่น...สนธิ ร่ำรวยกับการขายหุ้น และไปลงทุนทำดาวเทียมในลาว...ลงทุนในจีน เวียดนาม ทำหนังสือนิตยสารในฮ่องกง และอเมริกา....ภายใต้เงินที่ร่ำรวยจากการขายหุ้นในไทย
.........ปัญหาจริยธรรมก็คือ...ประการแรก ทำไมมาเป็นหนี้ในไทยเงินที่ได้จากตลาดหุ้นในไทยทำไมไม่ลงทุนหรือพัฒนาบริษัทที่ตนเองถือหุ้นอยู่หากเทขาย และต้องติดหนี้......ประการที่สองในขณะที่ด่าทักษิณ ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินตนเองไม่ครบและโยกทรัพย์สินให้ลูกยังไม่ชัดแจ้งตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะชัดตามกฎหมาย ก็ต้องให้องค์กรอิสระสอบสวนตามกติกา.......แต่ทักษิณขายนำเงินเข้าประเทศ.....
......ขณะที่ ท่านหนึ่งก็ยักย้ายถ่ายเทมทรัพย์สินให้ลูกเพื่อให้ถูกตามรัฐธรรมนูญ อีกท่านก็ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้ลูกเช่นกันแต่ เพื่อการล้มละลายที่จะได้มิถูกยึดทรัพย์สิน.....อะไรคือจริยธรรมสำหรับสังคมไทย...

.........ประเด็นจริยธรรมทางการเมือง.....ปัจจุบันเรามีระบบรัฐสภา...และองค์กรอิสระต่างๆตามฉันทามติของคนส่วนใหญ่ให้มีอำนาจในการจัดการบริหารบ้านเมืองและคลี่คลายปัญหาต่างๆ.....ทำไมเราจึงปฏิเสธต่ออำนาจขององค์กรเหล่านี้...และยอมรับต่ออำนาจแห่งการระดมกลุ่มคนมาเหนืออำนาจเหล่านี้ตามรัฐธรรมนูญ....ที่จะบงการฉีกทิ้ง...แก้ไข....เปลี่ยนใหม่ได้ตามอำเภอใจ...ทั้งๆที่ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมากมายจะใช้กลับไม่ใช้....

.........ประชาธิปไตยไทยก็เหมือนกับงานปฏิมากรรม....ขณะที่ทุกคนเห็นว่ามอบหมายให้ช่างปั้นกลุ่มหนึ่งปั้น...แค่ทำโครงร่างหน้าตา....อีกกลุ่มก็มาให้ทุบทิ้งและเริ่มใหม่และจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ...

........ในประเด็นเรื่องโลกาภิวัตน์ทุน....ทำไม สนธิ หรือบรรดานักวิชาการ ไม่นำเอากรณีนี้มาศึกษา ในประเด็นนโยบายด้านทุนแห่งโลกาภิวัตน์..... ที่สนธิ หรือกลุ่มทุนสื่อสารไทย ไปลงทุนทำดาวเทียมในลาว...ว่า ประเทศลาว ที่เป็นสังคมนิยมอย่างเข้มข้นนั้นขายชาติ ให้ไทยหรือไม่ หากคิดตามสัญชาติผู้ลงทุน....และฮุบหรือควบคุมประเทศลาวหรือไม่....มาเปรียบเทียบกับกรณี การถือครองหุ้นของเอกชนที่มีสัญชาติอื่นใน ธุรกิจการสื่อสาร และธนาคารในไทย...

.........นี่เป็นเพียงประเด็นคร่าวๆ บางประเด็นเท่านั้น ที่ข้าฯอยากเห็น บรรดาผู้นำทางความคิดแก่กลุ่มคนได้ มีสติ ทบทวนพิจารณาดู .....และหาทางที่ก่อเกิดสันติภาพแห่งองค์รวมของประเทศ...มากกว่าไหลไปตามกระแสแห่งการช่วงชิงอำนาจทางการเมือง.....ที่ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้ดับเบิลสแตนดาร์ดทางจริยธรรม

.........หากหมาเฝ้าบ้าน...มีจริยธรรมเพียงเพื่อเลือกจะเฝ้าบ้านของใคร....และคง ไม่ต่างจากหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับในอดีต ที่ตัดต่อภาพจนเกิด กรณี6 ตุลา ฯ นองเลือด......หรือท่านต้องการให้ประวัติศาสตร์บันทึกว่าท่านมีศักดิ์ศรีเทียบเท่าดาวสยาม....





โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 11 : 5 ]

ท่านทำได้ดี ใครจะดี ใครจะไม่ดี
สี่ปี ตัดสิน ได้ไหม? ใจเย็นไว้ก่อน
แล้วเวลา เขาอ้อน ก็ต้องรู้จักจำ
ไม่ใช่ สี่ปีให้เขาฟาดหัวด้วยเงิน ห้าร้อยบาท พร้อมกับการ ยกมือไหว้ หนึ่งครั้ง ใครเป็นใคร? ทำอะไร? จำหน้าไว้ นะจ๊ะ

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 11 : 30 ]

เรื่องแรกผมขอบอกกล่าวกรณีไทยโพสต์
คือด้วยส่วนตัวแล้วผมพอรู้จัก คุณโรจน์ งามแม้น
แกดำเนินธุรกิจไม่เป็นหรอกครับ
แกเป็นนักหนังสือพิมพ์โดยจิตวิญญาณ
สมัยตั้งหนังสือพิมพ์ใหม่ๆ ก็ไปอาศัยโรงพิมพ์ของคุณระวิ โหลทอง
จนเกรงใจเขา ย้ายไปพึ่งสำนักพิมพ์อื่นก็ยังติดหนี้หัวโต
ถามว่าแกสนิทกะเสธฯ เสธไหนครับ แกรู้จักนักการเมืองเป็นร้อย
สมัยก่อนแกเดินทางไปประเทศจีนกับม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ไปพบโจเอินไหล แกเป็นคนในหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ นะครับ พึ่งได้รับปริญญาดุษฎีบันฑิต จากม.รังสิต มีผู้ได้รับในครั้งนี้คือคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ,คุณหญิงหมอพรทิพย ,เปลวสีเงิน,อีกคนรู้สึกจะเป็นดร.ซุป ศุภชัย...
เอาเป็นว่าผมขอแก้ตัวแทนแกแล้วกันว่าแกทำหน้าที่ให้ประเทศชาติในฐานะสื่อได้ดีคนหนึ่งในวงการสื่อทีเดียว คนวงการสื่อเรียกแกป๋าทั้งนั้นแหละครับ ไม่ได้เป็นป๋าเพราะรวยเหมือนป๊ะกำพล แต่ป๋าเพราะอาวุโสในความดีครับ...


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 11 : 57 ]

....ขอบคุณในความคิดเห็นท่านวาสิน...และท่านปลัดฯ...ที่ข้าฯกล่าวมาก็หาใช่ติติงว่าท่านโรจน์ มิดีไม่...หากแต่การทำหนังสือพิมพ์นั้น....โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์เล็กๆที่กลุ่มนักหนังสือพิมพ์ระดมพรรคพวกมาทำด้วยใจรักและเป็นอาชีพ....การดำรงอยู่ของหนังสือมันต้องดิ้นรน..และแน่นอนต้องมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มทุนสนับสนุน...หรือกลุ่มที่มีอำนาจอื่นๆจึงจะอยู่รอดได้....และเช่นกันก็ต้องมีบุญคุณกันเป็นธรรมดา.....ทุกฉบับล้วนแล้วเป็นเช่นนี้.....และเป็นความจำเป็นของกลุ่มหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กที่ต้องดิ้นรนให้อยู่รอด
.......โดยธรรมชาติหนังสือพิมพ์ จะมีทิศทางอย่างไร ก็ล้วนขึ้นกับนายทุนใหญ่ที่เป็นเจ้าของ....ไม่ว่าผู้จัดการ แนวหน้า...เนชั่น...มติชนฯลฯ.....สมัยเผด็จการทหารมีอำนาจนั้น..ก็ต้องอาศัยเส้นสายในการประนีประนอมเพื่อไม่ให้ถูกปิด....อีกทั้งก็ต้องคำนึงถึงสปอนเซอร์ใหญ่.....หรือบางครั้งก็ต้องยอมหลับตาไปข้าง.....

.......โดยทางทฤษฎีแล้ว คอลัมนิสต์ทุกคนมีอิสระในการคิด...แต่ในรูปองค์กร มันก็เป็นอีกเรื่อง.....

.........ข้าฯเชื่อสิ่งที่ ท่านปลัดกล่าวเป็นเรื่องจริง...นักหนังสือพิมพ์อาชีพไม่มีใครรวย....เว้นแต่นักธุรกิจการเมือง.....
.........แต่สิ่งที่ข้าฯแสดงความคิดเห็น คืออยากเห็นวิธีการสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรมแก่สังคม ในเชิงหลักการ ตามความเป็นจริงมากกว่า....

.........ข้าฯ...คิดว่าจะหายไประยะเพราะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด....แต่พอดีเปลี่ยนกำหนดการเดินทางก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียนบ้านจอมยุทธ์....อีกครั้ง......

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 45 ]

....ข้าฯขอเพิ่มเติม...ข้อมูลรูปธรรม ในเรื่องสายสัมพันธ์หนังสือพิมพ์กับนักการเมือง....ตัวอย่างเช่นหนังสือพิมพ์เล็กในอดีตฉบับหนึ่ง ติดหนี้เจ้าของโรงพิมพ์หลายสิบล้านและหยุดดำเนินการ หลังจากนั้นประธานใหญ่หนังสือพิมพ์ได้เข้าสู่วงการเมืองและเป็น รมช. เจ้าของโรงพิมพ์ก็ได้รับแต่งตั้งเป็น ผอ.รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ทันที เป็นการชดใช้หนี้...เป็นต้น...อันนี้เป็นระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ....

......บางฉบับ ตอนตั้งขึ้นมาก็ระดมคอลัมนิสต์มา...ผู้บริหารก็เป็นอีกชุด ผู้บริหารไปรับเงินจากนักการเมืองมาก็งุบงิบเอาไว้เอง และปล่อยให้หนังสือพิมพ์ปิดไป ....กรณีแบบนี้ คอลัมนิสต์ก็หารู้เรื่องด้วยไม่.....

.......บางฉบับ ก็ด้วยความจำเป็นที่ต้องมีเงินทุนดำเนินงาน จึงปิดตาข้างที่จะมิกล่าวหรือรายงานข่าวที่เกิดผลลบ กับกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้สนับสนุนเงินทุน....

........นักการเมืองบ้านเรา ที่เคยผ่านการทำหนังสือพิมพ์มาก็เยอะ...เท่าที่ข้าจำได้ก็มี เช่นท่านเสธฯหนั่น ท่านวีระ(สยามรัฐ และชาวไทย) ท่านองอาจ ที่ทำหนังสือพิมพ์ชาวไทย ท่านจ้อนอลงกรณ์ (แนวหน้า ) เป็นต้น...



โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 13 : 25 ]

เขียนแต่เรื่องแรกไว้ พอดีพึ่งมีเวลาเขียนเรื่องที่สอง
ผมว่าคุณกระบี่ดาวแดงเข้าใจถูกเลยครับ เรื่องดับเบิลแสตนดาร์ด

ถ้าเป็นไอ้บิ๊ก ไอ้ตุ๋ย ไอ้เหน่ง เป็นนักธุรกิจ ขายหุ้น จากแอมเพิลริช คืนให้ตัวเองบาทเดียวแล้ว วันรุ่งขึ้นเอาไปขายสี่สิบก่าบาท อันนี้ถือว่าแย่ ครับ

ถ้าเป็นท่านนายกรัฐมนตรี ผู้มีหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศ ย้ำ ตัวแทนของประเทศ ทำแบบเดียวกัน...อันนี้ถือว่าแย่อิ๊บอ๋าย
เห็นมั้ยครับ ดับเบิลแสตนดาร์ด จริงๆ


แล้วสนธิเป็นยังงัยช่างเถอะครับ ผมไม่ใช่สาวก
แต่ทักษิณทำยังงัยนี่สิครับ ผมต้องแคร์ เพราะเขาเป็นนายกรัฐมนตรีฯประเทศไทย....

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 16 ]

สนธิแฉทักษิณ เพราะทักษิณเป็นนายก จึงน่าสนใจ และเพราะสนธิเป็นสื่อ จึงมีโอกาส
เปลว สีเงินก็เช่นกัน

สนธิเป็นอย่างไร เปลว สีเงินเป็นอย่างไร ยังไม่ใช่ประเด็นน่าสนใจ

ที่สนใจคือเรื่องทักษิณ จริงหรือไม่ มีน้ำหนักมากน้อยปานใด
จริงแล้วอย่างไร ไม่จริงแล้วอย่างไร

เชื่อแล้วอย่างไร ไม่เชื่อแล้วอย่างไร
อย่างน้อยทำให้คนในสังคมสนใจ ใส่ใจ หันมาดูแลตรวจสอบใกล้ชิดขึ้น
มันก็น่าจะเป็นผลดีกว่าหลับหูหลับตาเชื่อหรือไม่เชื่อ
มันก็น่าจะดีกว่าที่ได้ทำให้คนบริหารประเทศต้องทำอย่างระมัดระวังขึ้น

หลายคนอาจจะรู้สึกน่าเบื่อ แต่อีกหลายคนมองว่า
นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของประชาธิปไตยในไทย

คนสาธารณะ ต้องไม่กลัวกับฝนตกฟ้าร้อง
รวยหรือจน สื่อหรือครู ไม่ได้เป็นเครื่องประกันว่าดีหรือเลว
ช่วยกันดู ช่วยกันติง ความเห็นหลากหลาย ความคิดกว้างไกล
เบื่อเมื่อไรก็เข้าทางเขาเลย


โดย : Low
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 1 : 38 ]

....คารวะ ท่านปลัดหนุ่ม และท่าน Low ....ในทัศนะ ข้าฯเห็นว่าไม่ว่าผู้จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง....หรือผู้ที่เป็นผู้นำด้านความคิดและจิตวิญญาณ....ก็ต่างล้วนต้องมีจริยธรรม....

.....ในผู้ทำหน้าที่ด้านความคิดก็จะต้องไม่ตกแต่งข้อมูลหรือบิดเบือน...เพื่อความเคียดแค้นแก่สังคมและหาบรรลุสันติภาพไม่....เช่น...ข้าฯยกตัวอย่างรูปธรรมจากนั่งฟัง เด็กๆระดับมหาวิทยาลัย คุยกัน ...ก็คุยกันว่า(ที่จริงพูดแบบหยาบคาย) .....นายกฯขายชาติตอนนี้เร่งขายทรัพย์สินที่กอบโกยได้กำลังจะหนีไปอยู่ต่างประเทศ......ดังนั้นข้อมูลที่กลุ่มนี้ได้ก็ต้องมาจาก ผู้จัดการ เท่านั้นเพราะเท่าที่ข้าดูข่าวหนังสือพิมพ์ก็เห็นมีเพียงฉบับเดียวที่พาดหัวมาตั้งแต่ปีที่แล้วและลงต่อเนื่องมา.....ยังมีอีกหลายๆประเด็น เช่น มันจะตั้งตัวเป็นประธานาธิบดี...ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ สถาปนาครอบครัวญาติพี่น้อง.......ฯลฯ.....

..........ประเด็นนี้ข้าจึงคิดว่า ผู้ทำหน้าที่สื่อเองอันเป็นผู้นำทางความคิดแก่ประชาชนจะต้องได้รับการตรวจสอบจากสาธารณะเช่นกัน...ว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรจากการนำเสนอความเท็จและยืนยันในความเท็จ....

.........หากผลกระทบของสื่อสารหรือผู้นำความคิดแก่ประชาชนไม่สำคัญ....ก็คงไม่เกิดกรณีการ์ตูนล้อเลียนของสื่อตะวันตก ที่ลุกลามไปทั่วโลก....หรือ กรณีจุดชนวน 6 ตุลาฯ....แล้วใครรับผิดชอบต่อประเทศ ถ้าสื่อไร้จริยธรรม....ก่อเกิดความหายนะแก่ประเทศ

.........กรณี หุ้น ข้าฯ เชื่อว่านักธุรกิจทุกคนก็ใช้เทคนิคแบบนี้....สำหรับทักษิณ...หากหลังจากการลงจากตำแหน่ง ก็คงไม่เป็นประเด็นที่นำมาโจมตีกันหนักเท่าปัจจุบัน....

.........นักการเมืองในประเทศไทยแทบจะทุกคนในอดีตและปัจจุบัน หากจะนำเอาในเรื่องราวบางเรื่องมาโจมตีก็สามารถขุ้ยเขี่ยได้ทุกคนว่าไร้จริยธรรมและมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย.....เช่นเดียวกันกับ ผู้ทำหน้าที่สื่อ.....อันเป็นผู้นำทางความคิดจิตวิญญาณแก่สังคม

.........แต่ที่ข้าฯวิจารณ์สนธิ ก็เพราะ ข้าฯ มิชอบตรงที่เมื่อชกใต้สะดือเขาก่อน...ขณะที่ คู่ต่อสู้จุกยังพูดไม่ออก....สนธิก็ล้มตัวนอนโอดโอยแก่ประชาชนว่า...คู่ต่อสู้ผิดกติกา........ข้าฯคิดว่าไม่แฟร์....ที่สำคัญก็คือเพื่อนสนธิเอง ที่เคยเอื้อประโยชน์แก่กันและกัน....โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อสนธิและกลุ่ม.....

.........และอีกประเด็นถ้าบ้านเมืองเกิดกลียุค ปะทะกันนองเลือด...ข้าฯเชื่อว่าฝ่ายที่ตายไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง ในทางสังคม....สิ่งที่ข้าอยากเห็นคือถ้าจะตายก็ควรได้รับรู้ความจริงมั่งแม้จะไม่สมบูรณ์...

.........ปัจจุบัน ประเด็นต่างๆในการเรียกร้องก็เปลี่ยนไปเรื่อย มาสู่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจ นายกฯ....ข้าฯว่า ปัจจุบัน ขนาดที่ให้อำนาจ นายกฯ และความเข้มแข็งของพรรค....ยังแทบจะเอามุ้งในพรรคไม่อยู่....แล้วถ้าเป็นอิสระ....จะไม่กลายเป็นการแก้ปัญหาการเมืองของนักการเมืองหรือแทนที่จะได้แก้ปัญหาประเทศชาติ.....และเต็มไปด้วยสำนวนที่สื่อชอบประนามก็คือ โสเภณีทางการเมือง....

.........ความเป็นจริงทางสังคม ก็คือความแตกต่างทางความคิดที่ไม่เหมือนกันดำรงอยู่ทุกหัวระแหง....ว่าแต่ใครจะจุดเชื้อไฟประทุขึ้นมาเหมือนจุดประทัดยักษ์ใส่ นสพ.บางฉบับ.......หากมีการปลุกเร้าผู้คนโดยปราศจากกติกา...และอย่างเสรี มันก็จะเกิดการแตกแยกเต็มไปหมด...เช่น ทหาร ก็จะแยกว่ารุ่นไหน กลุ่มไหน...อาจจะเป็นหลายกลุ่ม.....หน่วยงานรัฐทุกหน่วยเช่นกัน.....อย่างเช่น...แค่ เขาเชิญ นั่ง....เชิญดื่มน้ำ....ก็กลายเป็นเขาพร้อมจะออกมาขับไล่...และกล่าวว่า นายกฯจะไม่มีแผ่นดินอยู่.....นี่เป็นตัวอย่างการปลุกเร้าให้ฮึกเฮิมเพื่อวัตถุประสงค์แอบแฟง ที่หวังผลให้ความรุนแรงนำไปสู่การช่วงชิงความได้เปรียบและฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ในทางยุทธวิธีการโค่นล้ม.....

..........ในกลุ่มประชาชนถ้าหากว่ามีเสรีในการปฏิเสธต่ออำนาจรัฐที่มีการนำโดยบุคคลที่ไม่ชอบใจ ก็จะเต็มไปหมด หลายร้อยกลุ่มอย่างเสรี.....ถ้าเป็นแบบนั้นได้ ข้าฯเองก็คิดว่าข้าฯหรือบุคคลใดๆก็ควรมีเสรีในการตั้งกองกำลังอาวุธ อิสระอีกกลุ่มได้อย่างเสรีเช่นกันที่จะปฏิเสธต่อบางกลุ่มที่ข้าฯ หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดไม่ชอบหน้า....

...........ข้าฯคิดว่า...เมื่อทุกฝ่ายล้วนอ้างว่าจงรักภักดีต่อในหลวงและประเทศชาติ....จึงมิควรใช้วิถีทางที่มิก่อให้เกิดสันติภาพ....

...........หากเป็นนักการเมือง ก็ควร มีมารยาทในการรอคิว....อย่าใช้วิธีการลัดคิว....หรือเทคนิคการแซงคิว อันเป็นวิธีลึกลับ.....ข้าฯว่าบางทีอาจถูก รปภ. บ้าเลือดเหมือนบางแบงก์ ยิงตายเอานะ....ที่ยิงสาว ลูกค้าแบงก์แซงคิว.....

...........โดยรวมแล้ว....ข้าฯยังเห็นว่า เพื่อความเป็นเอกภาพ และเพื่อ กติกามารยาท.....แม้ทักษิณ จะยังไม่ชัดเจนว่า เรื่องราว หุ้นนั้น ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่....ข้าฯคิดว่า มีความชอบธรรมที่จะต้องดำรงตำแหน่งให้ครบวาระ...เพื่อแก้ไขและคลี่คลายปัญหาต่างๆในประเทศ....เพราะถึงหากเลือกตั้งใหม่หรือกลุ่มใหม่มามีอำนาจ...ข้าฯ ก็เห็นอยู่แล้ว ล้วนระดับพระกาฬ เช่นกัน.....ยังไม่มีหลักประกันอะไรเลย....เพราะถ้ากลุ่มนี้อยากแก้ ทำไมไม่แก้ตั้งแต่เป็นรัฐบาลที่แล้ว.....หรือไปยินดีทำไม กับการสนับสนุนด้านการเงินของโจรใส่สูท โกงแชร์....



โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 37 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook