บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : !!!!!!!!! <<<< ดอกไม้ร้าว ที่เชิงภู >>>>!!!!!!!!!!



หากแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งหนึ่งที่ปะทะสายตาของคนบ้านท้ายเหมือง คือยอดเขาเหมน ที่สง่างามน่าเกรงขาม ในยามเมฆหมอกจางหาย บวกกับความสดใสของทิวทัศน์รอบด้าน ที่สดชื่นงดงามจนยากที่จะละสายตา แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่ก่อกวนความรู้สึกของชาวบ้าน คือริ้วรอยแหว่งหายเป็นทางยาว หลายกิโลเมตร ที่พุ่งขึ้นไปตามความดิ่งชัน ไปถึงครึ่งหนึ่งของภูเขา ทางด้านทิศตะวันตก

โครงการตัดถนนขึ้นภูเขา ที่ดำเนินการโดยปราศจากการทำประชาพิจารณ์ และศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับการอนุมัติ และลงมือสร้างโดยที่ทางหน่วยงานการปกครองในท้องถิ่นไม่มีส่วนรับรู้ใดๆทั้งสิ้น

ในโครงการนั้น เขียนไว้ว่า...
อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองนาบอน ระยะทางเพียง 9 กิโลเมตร มีการเดินทางที่สะดวกทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์ โยเป็นทางผ่านไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสงขลา มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก จำนวน 7 แห่ง ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงาม มียอดเขาที่มีทิวทัศน์สวยงามและอากาศหนาวเย็นคล้ายทางภาคเหนือ จำนวน 2 แห่งคือยอดเขาเหมนและเขารามโรม จึงมีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เข้ามาเยือนที่น้ำตกโยง อ.ทุ่งสง คือ เฉลี่ยปีละ 122,875 คน ที่น้ำตกปลิว เฉลี่ยปีละ 14,000 คน ที่น้ำตกคลองจังและยอดเขาเหมน เฉลี่ยปีละ 19,395 คน

โดยเฉพาะที่เขาเหมน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง เป็นยอดเขาสูงที่มีสภาพธรรมชาติสวยงาม มีความอุดมสมบูรณ์ยากที่จะพบเห็นในพื้นที่ภาคใต้ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อน และมองเห็นทิวทัศน์เมืองใกล้เคียง ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมการเดินป่าระยะไกลยอดเขาเหมน โดยการประชาสัมพันธ์การจัดงานวิวาห์ในม่านเมฆ ในวันที่14 กุมภาพันธ์ของทุกปี หากทางราชการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวให้ได้มาตรฐาน มีความสะดวกต่อการเข้าถึง และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับการเพิ่มกิจกรรมในการเรียนรู้ธรรมชาติ การเดินป่าระยะไกลบนยอดเขาเหมน ตลอดจนให้นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างคืนบนยอดเขา(บริเวณเนิน 499) ได้ ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อวัน คาดว่าสามารถเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้นถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี

การเน้นผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว จนลืมนึกถึงผลกระทบอื่นๆ เช่น ดินถล่ม ต้นน้ำเสียหาย กลายเป็นเรื่องที่ถูกหมกเม็ดเอาไว้ ในนามความชอบธรรมที่สรุปเอาเอง เพราะวัตถุประสงค์ของโครงการที่เขียนเอาไว้ว่า

1.สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพของการท่องเที่ยวในการรองรับการท่องเที่ยวในอนาคต และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเขาเหมนมากขึ้น โดยการก่อสร้างถนนให้สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ตลอดจนลานจอดรถ ห้องน้ำ ห้องส้วม ที่น้ำสะอาด มีมาตรฐาน

2. เพื่อพัฒนาเส้นทางการเข้าถึงยอดเขาเหมน ให้ดีกว่าเดิมลดความเบื่อหน่ายของนักท่องเที่ยว โดยการก่อสร้างถนน คสล. ให้สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ขึ้นไปจนถึงเนิน 499 ก่อนที่จะเดินทางด้วยเท้าไปยังยอดเขาเหมน
3. ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เดิม เช่น การศึกษาธรรมชาติยอดเขาเหมนโดยการกางเต๊นท์พักแรม การสำรวจป่าธรรมชาติ
4. เพื่อให้มีการจัดการขยะบริเวณน้ำตกคลองจังที่ได้มาตรฐาน และสะอาดตาแก่ผู้มาเยือน
5. เพื่อจัดเตรียมบุคลากรทางการท่องเที่ยว ในการให้บริการนำทาง สร้างความพร้อมที่จะรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต่อไป

ดังนั้น ถนนสายนั้นจึงถูกสร้างขึ้น เพื่อสนองความต้องการของคนนอกพื้นที่ ด้วยการกำหนดสเป็คไว้ว่า
งานก่อสร้าง คสล. กว้าง 4.00 ม. ไหล่ทางลูกรังข้างละ 1.00 ม. ระยะทาง 1.250 ก.ม. (กม.ที่ 0+000-1+250)
และ งานก่อสร้างถนนลูกรัง กว้าง 6.00 ม. ไม่มีไหล่ทาง ระยะทาง 1.574 ก.ม. (กม.ที่ 1+250 – 2+824) (ผิวจราจรหนา 0.05 ม.)

ดูเหมือนว่าประการแรกของความเสี่ยงในพื้นที่คือ การเกิดดินถล่ม เพราะสภาพดินบนเขาเหมนเป็นดินทรายกึ่งดินร่วน และการตัดถนนในบริเวณที่เป็นสวนยางพารา สภาพต้นไม้แบบยางพารา ไม่สามารถอุ้มน้ำได้เลย หากฝนตกหนัก และบริเวณนั้นเป็นที่ลาดชันที่สุด ที่ถนนสามารถกลายสภาพมาเป็นลำธาร ดึงเอาดิน หิน ต้นไม้ สไลด์ลงมาได้ จนหมู่บ้าน ที่อยู่ติดเชิงเขา จำนวนนับ 100 หลังคาเรือน ให้พินาศได้ในพริบตาเดียว

ดังนั้น เหตุผลทั้งหมด ที่ยกมาล้วนมุ่งไปสู่เม็ดเงินทั้งสิ้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อธรรมชาติ หากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชอบท่องเที่ยวแบบมักง่าย เพิ่มมากขึ้น เพราะความเปราะบางของธรรมชาติบนยอดเขาเหมนเป็นสิ่งแรก ที่โครงการควรจะต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งต้นน้ำ แม่น้ำตาปี หรือพืชพันธุ์ที่มีค่าทางด้านการแพทย์และไม้ดึกดำบรรพ์ ที่พบได้ไม่ง่ายนักในพื้นที่ทั่วไป

ภูเขาสูงเสียดเมฆ ยอดแหลมที่มองเห็น มีพื้นที่กว้างขนาดกางเต๊นท์ได้เพียงไม่เกินห้าหลัง และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือบนนั้น มีความหลากหลายทางพืชพันธุ์ ที่ละเอียดอ่อนง่ายแก่การทำลาย เพราะเป็นป่าไม้แคระ ประเภทไม้เสม็ดโบราณ ที่มีความชื้นของอากาศหล่อเลี้ยงให้เกิดมอส ตะไคร่น้ำเกาะอยู่เต็มต้น เพื่อให้กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆเกาะกินอาหารและเติบโต โดยเฉพาะกล้วยไม้ตระกูลสิงห์โต ทั้งสิงห์โตใบพัด และสิงห์โตกรอกตา
ในระดับหน้าดิน มีกล้วยไม้หลายชนิด ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากไม่ดูแลกำหนดเส้นทางเดิน ในอดีตเคยสมบูรณ์ไปด้วยกล้วยไม้ตระกูลรองเท้านารี ปัจจุบันการลักลอบนำไปขาย เกิดขึ้นมาก จนแทบจะสูญพันธุ์ หากไม่มีการเฝ้าระวังที่ดี

โครงการอัปยศที่ถูกกำหนดโดยคนเพียงไม่กี่คน แล้วบอกว่ากำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม นับว่าเป็นคำกล่าวที่น่าละอายยิ่ง เนื่องจากขณะนี้ ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่มีบ้านอยู่เชิงเขา ต่างนอนหวาดผวาด้วยกลัวว่าดินจะถล่มลงมาทับบ้าน เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ และปรัชญาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้ถูกบิดเบือนแล้ว ในนามของความสะดวกสบายของคนใช้รถยนต์ ที่อยากจะเที่ยวป่าบริสุทธิ์
.........
ชมรมอนุรักษ์เขาเหมน
ชมรมพิทักษ์น้ำตกคลองจัง
ชมรมคนรักถิ่น
ชมรมอนุรักษ์สมุนไพรในโครงการพระราชดำริ


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 8 ]



โดย : วิญญาณพเนจร
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 33 ]

ซู๊ดหย่อด ทั่งพี่ +

โดย : หนึ่งในพันใจ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 14 : 37 ]

เลือดไทยไหลริน ทาแผ่นดินไว้ชื่อ ให้โลกเขาร่ำลือ ว่าเลือดไทยกล้าหาญ
เลือดไทยไหลหลั่ง ดุจน้ำเต็มฝั่ง ไหลหลั่งท้องธาร
ท่วมแผ่นดินทอง บ้านพี่เมืองน้อง กันทุกถิ่นฐาน
เลือดไทยเจ้าเอ๋ย ไหลเลยมานี่ ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน
โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้ อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร


โดย : เลือดไทย
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 16 : 53 ]

เข้าใจครับ

โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 18 : 51 ]

เข้าใจค่ะ

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 20 : 59 ]

ในนาม ผู้มีส่วนได้เสียน้อยที่สุด กล่าวคือ ไม่ใช่คนใน หมู่บ้าน ซึ่งรับผล กระทบเต็มๆ และไม่ใช่ นายทุน ที่จะได้รับ ประโยชน์ เป็นตัน จากการพัฒนา แต่ก็อยากให้ คิดว่า ไม่น่าจะซ้าย ไม่น่าจะขวา
ขายมันให้แพง ที่ดิน นะ ชาวพื้นที่ ถ้าจะขาย
ให้มันเช่าในระยะ สั้นๆ จะได้ ดูงาน และ ได้ สตางค์ ไปด้วย
ปรับตัว ให้ได้ เราต้องอยู่กับ มันให้ได้ ไม่ว่า มะเร็ง หรือ โรคร้าย คอรัปชั่น อยู่กับมันให้ได้ ระบบทุนนิยม ตามมันให้ทัน
เวลา น้ำแรง พายเรือ ก็อย่าพยายาม ขวางคลื่น แต่ถ้า จะโต้คลื่น ก็มีสิทธิ ท่านได้สิทธินั้น ผมเชื่อว่า ท่านทำได้?

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 21 : 25 ]

ท่านกู่

เพียงข้าจากมา
บ้านข้าเปลี่ยนแปร
ข้าท้อข้าแท้
ข่าช่วยไม่ได้

ข้าเห็นสายน้ำ
ที่ไหลเกริกไกร
ตะคร้าตะไคร้
ลื่นไหลอกตรม

น้ำตกโยง...ข้าปีนป่าย...กับคนรัก
เหนื่อยยิ่งนัก...กว่าจะถึง...ซึ่งหินผา
สองชีวี...เกลือกกลิ้ง...สุขอุรา
บัดนี้มา...แปรเปลี่ยน....หมุนเวียนไป

ลานสะกา....พรหมคีรี....ถึงพิปูน
ข้าจูงมือ...น้องละมูล....เข้าป่าใหญ่
ดูวัวชน....ดื่มน้ำตาล...เบิกบานใจ
ภาพความหลัง....ผุดมาใหม่...เพราะใจปอง

ขอเป็นกำลังใจให้ท่านกู่
แม้จะเอื้อมมือไปสัมผัสกับท่านมิได้

ภาพความหลังแห่งข้า ณ ดินแดนหลังเขาแห่งนี้
ข้ามีมามากมาย
พร้อมหลุมฝังศพของนางแห่งข้า....ที่พิปูน


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 21 : 29 ]

ครับ

ท่านกลัวเหมือน ข้ากลัวในที่ ของข้าใช่ไหม
กลัวว่ามันจะกลายเป็น........

โอ้ ทะเลแสนงาม
ฟ้าสีครามสดใส
มองเห็นกางเกงใน
มองเห็นกำไร ในทะเล

(กำไร ในเม็ดเงิน)





โดย : รัตน์
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 22 : 1 ]

ท่านพี่วาสิน ลองท่านพิจารณา พระราชกฤษฏีกา ฉบับนี้ดูนะ
เขาวางหมาก การยึดแผ่นดินหมดแล้ว
http://www.mots.go.th/document/document49.pdf

ท่านพี่มะอึก สมัยเด็กๆข้าเองเคยนอนมองแสงไฟยามกลางคืน บนเขาเหมน เฝ้าดูเวลาเฮลิคอบเตอร์ตระเวณ สำรวจ ข้ารู้ ข้าภาวนาให้คนที่อยู่บนนั้นปลอดภัย เสมอ แม้เขาจะถูกเรียก คอมฯ

หัวใจข้าอยู่บนนั้น ทุกวันที่มองเห็นมันแหว่งหาย หัวใจข้าหายไปด้วย
............................................
ทุนนิยม ไม่ได้เลวร้าย นายทุนไม่ได้แย่ทั้งหมด แต่คนบางคนใช้ทุนแบบ....ยำ เพราะไม่เคยเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น แค่บางคน และบางคนนั้นอาจหาญมาเป็นผู้กำหนดอนาคตของข้า ของบ้านข้า ของแผ่นดินของข้า ทั้งที่....เรามีสิทธิที่จะเลือกร่วมกัน
...........................................
ข้าไม่ยอม ข้ามีสิทธิ.....ยืนยัน

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 22 : 29 ]



สู้ต่อไป... ลูกผู้ชายตัวจริง...



โดย : กระบี่คลุมวรุณ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 10 ก.พ. ปี 2006 [ 22 : 57 ]

แฮ่ะๆๆๆ
พอดีกะลังอิน กะเพลงข้างบนน่ะ
ท่านกระบี่คลุมวรุณ



โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 1 ]

กี่ป่าไม้ที่กลับกลายเป็นถนน
กี่ผู้คนที่เปลี่ยนไปเป็นตัวหนอน
กี่ผืนนาเปลี่ยนมาเป็นมหานคร
กี่หนาวร้อนตกตะกอนเป็นประสบการณ์

แปลก...เขาอะไร..ทำไมไม่มีถนน
ประหลาด..ไม่เห็นรถยนต์..ผู้คน....ด่าน
เหลือ...สักกี่เขา ที่ยังไม่ได้เอา มาใส่จาน
หลาย...ดงดาน ที่รอแปลง เป็นเงิน





โดย : ชนมิชัง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 0 : 43 ]

ปลวกกัดกินไม้ที่มันอาศัย

ข้าไม่แปลกใจ ที่ถนนมาถึงที่นี่ช้า
ก็เพราะว่า...ที่อื่น มันแย่แล้ว

ไม่งั้นจะมี "หั่น สิ้น ไทย แล่น" เหรอ ท่าน



โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 3 : 29 ]

ที่ไหนที่มีการเปลี่ยนแปลง จากสถานที่งดงามตามธรรมชาติ เมื่อมีการพัฒนาแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ เม็ดเงิน แล้วก็ผลประโยชน์ แต่ไม่เคยมีใคร มองย้อนกลับไปดูสิ่งเหล่านั้นเลย สุดท้ายความงดงาม ก็หลงเหลือแต่ในความทรงจำ

โดย : ผัดไทย(เคียวพิฆาต)
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 45 ]

และภาพถ่าย!!!!!!


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 ก.พ. ปี 2006 [ 12 : 56 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook