บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : แล้วความทรงจำก็รอคอยวันที่จะตกตะกอนลงสู่เบื้องล่าง


...ในเมื่อเขายังนิ่งเงียบ ไร้ความเห็น ราวกับปิดประตูเมืองไม่รับรู้สิ่งใดๆ ดำดิ่งลงสู่บ่อลึกภายในใจแห่งตน แน่ล่ะมันคงต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าหินก้อนที่โยนลงไปจะตกถึงก้นบ่อ แต่จะไม่นานกว่าเล่ากับการเก็บกู้ก้อนหินกลับขึ้นมา

“ข้าเรียกมันว่า กระบวนการเรียงตัวใหม่ของความคิด” เขาเคยบอก…
มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ซะทีเดียวสำหรับผม แต่นานแล้วที่ผมไม่เห็นเขาเป็นอย่างนี้ ผมเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักว่ามันเป็นอย่างไร เพราะเขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ

นั่นเป็นวิธีที่ทำให้ผมต้องเล่าเรื่องราวต่อไปนี้…
รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ซิ ในเมื่อที่ผ่านมาผมจะเป็นฝ่ายรับฟังเสียส่วนใหญ่ ข้อดีคือ มันทำให้ผมเป็นเลิศในด้านการรับฟังผู้อื่น ส่วนข้อเสียคือ มันทำให้ผมเสียความสามารถให้การบอกเล่าเรื่องราวแก่ผู้อื่นไปหมดสิ้น
“คุณไม่สามารถพูดออกมาได้หรือคุณไม่ต้องการพูดออกมากันแน่” คนรักเก่าผมกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะจากไปเมื่อนานมาแล้ว…

...มันเป็นบ่ายวันเสาร์ที่เหล่าใบไม้แห้งยังเริงระบำกับสายลมร้อนที่พัดผ่านมา ในขณะที่ใบไม้ผลิใหม่ได้เพียงแอบอิจฉาจนตัวสั่นระริกๆบนต้นไม้ ผีเสื้อฝูงใหญ่โบยบินเลือกคู่อย่างร่าเริง พวกมันถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยแก๊งนกเอี้ยงบนสายไฟ อาจเป็นได้ว่านกเอี้ยงกำลังวางแผนการใหญ่อะไรบางอย่างอยู่ก็เป็นได้ ดอกอินทนิลสีม่วงครามเบ่งบานประดับต้น สวยงามพอจะช่วยบรรเทาให้ผู้ที่เหลียวมองคลายร้อนไปได้บ้าง
พรรณนาเกินความจำเป็นแล้ว…

อืม…เริ่มมีพรายฟองอากาศผุดขึ้นมาจากก้นบ่อ แสดงว่าหินถามทางของผมพาไปถูกทางแล้ว

...มันเป็นบ่ายวันเสาร์ที่ชั้นหนังสืออันหนึ่งซึ่งตัดสินใจแล้วว่าจะปักหลักอยู่กับเหล่าประชาหนังสือชนของผม หลังจากที่ดูใจกันมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์กว่าๆ แรกเริ่มเดิมที หนังสือที่มีอยู่มีเพียงน้อยนิด ผมจึงไม่มีปัญหาอะไรในการปกครอง จะกองไว้ตรงนั้นกองไว้ตรงนี้หรือกองไว้ตรงไหน พวกมันก็ก้มหน้าเงียบไร้ข้อเรียกร้องใดๆ ผมเองก็ไม่รู้ว่าพวกมันอยู่กับผมแล้วมีความสุขตรงไหน แต่พวกมันกลับเริ่มชักชวนกันมาอาศัยกองในห้องของผมมากขึ้น โดยแอบขโมยเงินที่ผมเผลอวางไว้ในห้องไปจ่ายเป็นค่าเดินทางให้กับผู้มาใหม่ อาจเป็นได้ว่าเพราะอยู่กับผมแล้วพวกมันไม่ถูกไม่แบ่งชั้นวรรณะหรือเหยียดสีผิว จะมีก็เพียงแต่แบ่งแยกกองหนังสือชราภาพกับหนังสือรุ่นๆเท่านั้นเพียงเพื่อไม่ให้เหล่าหนังสือรุ่นๆต้องแก่เร็วจนเกินไป พอเหล่าประชาหนังสือชนมีมากขึ้น พวกมันเริ่มรวมกลุ่มกัน แล้วแต่งตั้งแกนนำ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เจ้าแกนนำนั่น สงสัยได้รับการถ่ายทอดเชื้อปฏิวัติอย่างแรงมาจากแถบลาตินอเมริกา “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว” เหล่ามวลประชาหนังสือชนเรียกมันอย่างนั้น

แล้วฟองอากาศกลุ่มใหญ่ก็ผุดขึ้นมาอีก ราวกับพรายฟองเบียร์จากก้นขวดที่โผล่ขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์เบื้องบน อืม…ผมว่าปล่อยเขาไว้อย่างนั้นก่อนเถอะ แล้วมาฟังเรื่องเล่าของผมกันต่อดีกว่า…
...มันเริ่มมีเค้าตั้งแต่ฤดูฝน หลังจากพวกมันมีแกนนำและก็มีจำนวนมากพอ แรกๆก็ประท้วงกันอย่างสันติวิธี โดยให้พวกที่อยู่ด้านล่างของกองหนังสือพองตัวแต่พองามด้วยความชื้นก่อน ด้วยสำนึกในหน้าที่แห่งผู้ปกครอง ผมจึงรีบหาวิธีแก้ด้วยการหากระดาษมารองพื้นให้พวกมัน หนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งถูกเรียกมาให้รับภารกิจนี้โดยเฉพาะ พวกมันยังไม่ละความพยายยามในการเรียกร้องขอที่อยู่อันพึงจะมีตามสิทธิ์ของประชาหนังสือชน ต่อมาก็เริ่มจะรุนแรงขึ้น โดยให้พวกชนรุ่นชราภาพชักชวนเหล่าเชื้อราเร่ร่อนให้มาอยู่ด้วย ได้ผล…เหล่าคุณทวดบางท่านต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างถาวร ด้วยสำนึกแห่งผู้ปกครอง(แต่ชักจะมีน้ำโหแล้ว) ผมจึงต้องทำความสะอาดห้องเสียยกใหญ่พร้อมกับปิดหน้าต่างอย่างมิดชิดเพื่อมิให้พวกมันกับเหล่าเชื้อราเร่ร่อนได้พบปะกันอีก อืม…คราวนี้พวกมันสงบกันพักใหญ่ แต่อย่างว่าล่ะ หลังความเงียบสงบมักจะมีพายุใหญ่ตามมาเสมอ ย่างเข้าสู่ปลายฤดูหนาว หลังจากที่ผมละเลยปล่อยพวกมันไว้ตามลำพังด้วยความตายใจที่มุมห้องมุมหนึ่ง รู้ตัวอีกที พวกมันก็มีพันธมิตรใหม่กันเสียแล้ว… ฝุ่นกับแมงมุม(ที่ผมปล่อยไว้ให้กำจัดแมลงที่พลัดหลงเข้ามา) คือพันธมิตรใหม่ของพวกมัน…
ผมต้องทำความสะอาดห้องยกใหญ่(อีกครั้ง) พร้อมกับคุมกำเนิดประชากรของแมงมุมในห้องด้วย แมงมุมนี่ไม่เท่าไหร่ หลังจากถูกเรียกมาตักเตือนด้วยการสางลงมาทั้งตัวทั้งใย แต่ผมก็ยังเหลือเยื่อใยที่แปรสภาพเป็นหยากไย่ไว้ให้กับบางตัว พวกแมงมุมที่เหลือจึงสำนึกในบุญคุณไม่มายุ่มย่ามในเขตหวงห้ามที่ผมติดป้ายประกาศไว้ว่า “เขตห้ามชักใย” หรือพวกมันอาจยังหวาดกลัวในฤทธิ์ของอาวุธอันทรงประสิทธิภาพ(ไม้กวาด)ที่ผมมีครอบครองอยู่ก็เป็นได้ แต่เจ้าบรรดาฝุ่นน้อยๆนี่สิ ช่างดื้อด้านนัก ขับไล่ไปยังไงก็ยังหน้าด้านกลับมาอีก แถมยังชักชวนฝุ่นจากข้างนอกที่มีอยู่มหาศาลเข้ามาอีก… อืม…ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ผมต้องขอเจรจาสงบศึกกับเหล่าประชาหนังสือชนของผม(เพราะเริ่มจะขี้เกียจ) พร้อมทำตามข้อเรียกร้องที่พวกมันต้องการ

นั่นเป็นวิธีที่ชั้นหนังสืออันหนึ่งเข้ามาอาศัยอยู่ภายในห้องของผม…
ว่ากันว่า ฝุ่นที่วนเวียนอยู่รอบตัวเรามีขนาดตั้งแต่ 0.002 ไมครอนไปจนถึงขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน(เราสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ขนาด 50 ไมครอนขึ้นไป) โดยวิธีกำเนิดของฝุ่นนั้นก็มีหลายวิธีตั้งแต่ชิ้นส่วนที่หมดอายุของผิวหนังเราไปจนถึงจากการทำปฏิกริยาทางฟิสิกส์หรือเคมีเลยทีเดียว ทำปฏิกริยาทางฟิสิกส์หรือเคมี ฟังดูยิ่งใหญ่จริงๆ
“แล้วความทรงจำของเราล่ะ เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน…”
ฝุ่นที่มีขนาดใหญ่อาจแขวนลอยอยู่ในอากาศได้เพียง 2 – 3 นาที แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นสามารถอยู่ได้นานเป็นปีโดยไม่ตกลงมาสู่พื้น เรียกได้ว่าตัวน้อยนิดแต่ความสามารถเป็นเลิศ
“เรื่องราวต่างๆของเราล่ะ จะมีเวลาแขวนลอยอยู่ในความจำของเราได้นานเท่าไหร่กัน…”

...ถึงตอนนี้ชั้นหนังสืออันเป็นที่พักอาศัยของประชาหนังสือชนของผมก็เริ่มคุ้นเคยพอที่จะคบหากับแมงมุมและบรรดาฝุ่นละอองจอมดื้อด้านแห่งห้องของผมเสียแล้ว
การที่เราพบเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ แรกๆเราก็ยังเคอะเขินต่อเรื่องราวเหล่านั้น แต่หากให้เวลาซักหน่อย ฝุ่นแห่งความทรงจำของเราก็จะทำความคุ้นเคยกับเรื่องราวใหม่ๆเอง
นั่นอาจเป็นวิธีที่เรารับเอาเรื่องราวต่างๆเข้ามาเป็นความทรงจำ…
ห้องของผมอาจกว้างใหญ่หากเทียบกับขนาดของฝุ่นละออง แต่หากพวกมันมีจำนวนมากมหึมา พวกมันก็จะรวมตัวกันแล้วตกตะกอนลงมาสู่เบื้องล่างในที่สุด
ประสบการณ์ที่มากมายก็ย่อมมีโอกาสรวมตัวกันแล้วตกเป็นตะกอนความทรงจำลงสู่ก้นบึ้งของห้องแห่งความจำในที่สุด
ฝุ่นใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาในห้องหากอยู่นานพอก็สามารถเปลี่ยนตัวเองจากขาจรมาเป็นขาใหญ่ประจำห้องได้
ประสบการณ์ใหม่ๆหากให้เวลานานพอก็คงจะสามมารถกลายมาเป็นฝุ่นความทรงจำได้เช่นกัน

“แล้วตะกอนความทรงจำที่ตกลงไปแล้วหากวันดีคืนดีมีสิ่งไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาให้ฟุ้งกระจายอีกล่ะ นานเพียงใดมันจึงจะยอมทิ้งตัวกลับคืนสู้เบื้องล่างอีกครั้ง…”

แล้วเขาก็โผล่ขึ้นมาจากก้นบ่อพร้อมกระดกเบียร์ที่เหลือจนหมด...
ถึงตอนนี้ผมจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก



โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2006 [ 17 : 12 ]

ท่านร้อยมีต่ออะป่าวนิ เหมือนมันยังไม่จบอะนิ

โดย : โคว่จง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2006 [ 18 : 37 ]

.......ฝุ่นฟุ้ง ที่รอการกลับมาอันสูญเปล่า....
.......อาการนิ่งเงียบ ไร้ความเห็นอันยาว...นาน........
.......ภาพและอารมณ์ ในอดีต อันหวามไหว เข้ามาเพิ่มสีสรร ให้บรรเจิด อิ่มเอิบ ซ่านทรวง.......
.......ล่วงเวลาที่ผ่านเลย ภาพเริ่มพร่ามัว เริ่มไม่ปรากฎชัด ดังเดิม....
.......อารมณ์อันฟุ้งซ่าน มุ่งสู่อนาคต ที่ยังมาไม่ถึง หนังสือเล่ม ที่ยังไม่อ่าน โครงการที่ ไม่มีอยู่จริง เล่นเข้าหา แต่ทว่าไม่สามารถสร้างความอิ่มเอม ไม่สามารถเป็นอาหาร แห่งอารมณ์......
.......โครงสร้างแห่งอารมณ์ที่ยังมาไม่ถึง หลากหลายโครงการต่าง ต่าง ที่เคยวางแผน ทุก ทุก โครงการ จะถูกรื้อพื้น วกวน กลับไป กลับมา ครั้นจะตัดใจละเลยอารมณ์หนึ่ง อารมณ์ลักษณะตรงกันข้าม ก็จะผุดขึ้นมาขัดแย้ง ทันที.....
......เหมือนดั่ง คนเดินทาง พบทางสองแพร่ง ก่อให้เกิดความสงสัย ขึ้นมาร่วมด้วยช่วยกัน มั่วไปกันใหญ่......
......เหนื่อยไป เปล่า เปล่า ...........
..................................................ปิยทัศสีภิกขุ
...................................................วัดถ้ำดอยโตน....

โดย : ถั่วทอด
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2006 [ 19 : 1 ]

ผมนับถือ จินตนาการ คนเขียน "เยี่ยม"
มองเรื่อง ธรรมดา เป็นเรื่อง ไม่ธรรมดา


โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2006 [ 19 : 42 ]

อืมมม์.. ...ร้ายนะเจ้า...

โดย : หนอนกาดื้บ
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 12 มี.ค. ปี 2006 [ 5 : 21 ]

คิดถึงท่านร้อยฯจางเยยหุหุหุมาให้หอมซักทีซิจร๊วบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

โดย : ไร้นาม
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 12 มี.ค. ปี 2006 [ 12 : 13 ]

อืม...
แล้วทำไมท่านไม่กำจัดเจ้าแมลงสาป
ที่กำลังแทะกินข้าอย่างเมามันด้วยเล่า..

จากข้า...
รัฐธรรมนูญ บนหิ้งสูง ที่ถูกลืม


โดย : พระอาทิตย์เที่ยงคืน
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 12 มี.ค. ปี 2006 [ 14 : 4 ]

ยอดเยี่ยมอย่างยิ่งทั้งภาษาและจินตนาการ
...................................
ในความคิดเห็นของข้า
หนังสือฟิสิกส์และเคมีนั่นแหละ
ที่เป็นตัวสะสมของฝุ่นทุกขนาดที่ท่านว่า
เนื่องจากเจ้าของมักซื้อมาใช้ประดับชั้นหนังสือ
มากกว่าจะใช้อ่าน

โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 13 มี.ค. ปี 2006 [ 14 : 5 ]

เกือบจะข้ามผ่านกองหนังสือชั้นนี้ไปเสียแล้ว...

ยอดเยี่ยมไปเลย..........ท่านร้อยปีแห่งความเหงา

..................................................................................

ก้อนหิน.......ต้องโยนไปกี่ก้อน
โยนแล้วโยนอีก........ก้อนหินหายสาบสูญไป...เสียงไซร้ก็ไม่สะท้อนให้ได้ยิน

สงสัยนะสงสัย...ชะโงกหน้ามองไป ก็พลันพลัดตกตายสิ้น

โอ้ว่าอนิจา...สุดท้ายน้ำในบ่อดื่มกินมิได้เลย


โดย : ข้าเอง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 14 มี.ค. ปี 2006 [ 11 : 25 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook