บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (2)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13

หัวข้อ : สิงคโปร์-แหล่งฟอกเงินแห่งใหม่


การขายหุ้น “ชินคอร์ป” ของ ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ ให้ “กลุ่มเทมาเส็ก” ของรัฐบาลสิงคโปร์ จนบานปลายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต มีการชุมนุมขับไล่ นายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนต้องประกาศ “ยุบสภา” เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ และให้เลือกตั้งใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน ทำให้คนไทยรู้จักประเทศสิงคโปร์มากขึ้น

สิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆ ทางใต้ของไทยติดกับมาเลเซีย มีประชากร 4.5 ล้านคน บนเกาะแคบๆ 682.7 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศเอกราชเมื่อ 41 ปีก่อน หลังแยกออกจากสหพันธรัฐมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1965

แม้สิงคโปร์จะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่ความเก่งกาจในการค้าขาย ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางการเงินและศูนย์กลางการค้าแข่งกับฮ่องกงอย่างสูสี จนวันนี้สิงคโปร์มีเงินทุนสำรองสูงติดอันดับโลกกว่า 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับประเทศสิงคโปร์ในอีกแง่มุมหนึ่ง ในฐานะ “สวรรค์แห่งใหม่” ของ พวกอัครมหาเศรษฐีโลก หรือพวก Ultrarich และ Ample Rich เพื่อใช้เป็นสถานที่ “หลีกเลี่ยงภาษี” อย่างถูกกฎหมาย แข่งกับ บริติช เวอร์จิ้น และหมู่เกาะคาริบเบียนทั้งหลาย คนที่คิดว่าตัวเองรู้จักสิงคโปร์ดีแล้วก็ไม่ต้องอ่านให้เสียเวลา ในแต่ถ้าอยากอ่านเพื่อหาข้อขัดแย้งก็เชิญได้เลย

จากข้อมูลของ Boston Consulting Group ที่รวบรวม เงินฝากของเศรษฐีทั่วโลกที่ฝากไว้ในธนาคารต่างประเทศ เมื่อปี 2004 พบว่ามีเม็ดเงินสูงถึง 5,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 232,000 ล้านบาท ที่ฝากอยู่ตาม Offshore Banking Centers เรียงตามลำดับดังนี้

อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ ยอดเงิน 1,819 ล้านดอลลาร์
อันดับ 2 ลักเซ็มเบิร์ก ยอดเงิน 784 ล้านดอลลาร์
อันดับ 3 อังกฤษ ยอดเงิน 701 ล้านดอลลาร์
อันดับ 4 คาริบเบียน ยอดเงิน 605 ล้านดอลลาร์
อันดับ 5 แชนเนล ไอซ์แลนด์ ยอดเงิน 592 ล้านดอลลาร์
อันดับ 6 เอเชีย 467 ล้านดอลลาร์
อันดับ 7 สหรัฐฯ 458 ล้านดอลลาร์
อันดับ 8 อื่นๆ 379 ล้านดอลลาร์

เม็ดเงินเหล่านี้ มาจากยุโรป 3,226 ล้านดอลลาร์ มาจากย่านเอเชีย-แปซิฟิก 842 ล้านดอลลาร์ มาจากอเมริกาเหนือ 677 ล้านดอลลาร์ มาจากตะวันออกกลางและแอฟริกา 556 ล้านดอลลาร์ และ มาจากละตินอเมริกา 503 ล้านดอลลาร์

สมัยก่อนสวิตเซอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักฟอกเงินอันดับ 1 ของโลก เพราะมีกฎหมายปกป้องความลับของลูกค้าธนาคาร ลูกค้าจะใช้ชื่อปลอมหรือชื่อเป็นรหัสฝากเงินก็ได้ ไม่มีใครตรวจสอบได้ อดีตประธานาธิบดีมาร์กอสของฟิลิปปินส์ที่โกงชาติไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์ก็ฝากเงินไว้ที่สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อสวิตเซอร์แลนด์ถูกสังคมโลกบีบคั้นหนักขึ้น โดยเฉพาะจากยุโรป ในฐานะเป็นสวรรค์ในการหลบเลี่ยงภาษีของมหาเศรษฐียุโรปทั้งหลาย ในที่สุด ประดา Private Banking ธนาคารส่วนบุคคล ของธนาคารยักษ์ใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ ก็หันมาตั้งสำนักงานสาขาขึ้นใน “สิงคโปร์” เพื่อสร้างสิงคโปร์เป็น “สวรรค์การฟอกเงินแห่งใหม่” ของเศรษฐีทั่วโลก

ปี 2000 สิงคโปร์มีธนาคารที่ให้บริการ Private Banking เพียง 20 แห่ง แต่สิ้นปี 2005 Private Banking ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 35 แห่ง ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Credit Suisse Group และ UBS AG ต่างก็เข้าไปตั้งสาขาในสิงคโปร์ รายหลังนี้คนไทยคงรู้จักดี เพราะเป็นคัสโตเดียนที่ดูแลหุ้นชินคอร์ปก่อนจะขายให้กลุ่มเทมาเส็ก

นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังมีการแก้กฎหมายหลายฉบับ เพื่อดึงดูดเศรษฐีต่างชาติให้เอาเงินมาลงทุนและฝากไว้ที่สิงคโปร์ด้วยเงื่อนไขจูงใจต่างๆ เช่น ชาวต่างชาติที่มีเงินฝากในธนาคารในสิงคโปร์ตั้งแต่ 3.1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป หรือมีทรัพย์สินในสิงคโปร์ตั้งแต่ 12.2 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป สามารถยื่นขอถือสัญชาติสิงคโปร์ได้ ผู้ที่ยื่นขอมีสัญชาติสิงคโปร์ สามารถจะใช้เงิน 1.2 ล้านดอลลาร์ จากเงินฝาก 3.1 ล้านดอลลาร์ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลหนุนหลัง เช่น รีสอร์ตหรูในเกาะเซ็นโตซา เป็นต้น

ที่สำคัญก็คือ ภาษีเงินได้ที่สิงคโปร์เก็บสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 20 ก็ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้เศรษฐีต่างชาติ โดยเฉพาะอเมริกาและยุโรปขนเงินมาฝากที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นสวรรค์ของนักฟอกเงินแห่งใหม่ของโลก รวมทั้งเศรษฐีจากประเทศไทย และเอเชีย-แปซิฟิกด้วย
ตัวเลขจากแบงก์ชาติสิงคโปร์ระบุว่า ณ สิ้นปี 2004 มีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้ามาอยู่ในกองทุนต่างๆ ในสิงคโปร์สูงถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ 14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 92,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 1998 ในขณะที่ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ประเมินว่า ทรัพย์สินในบัญชี Private Banking หรือธนาคารส่วนบุคคลในสิงคโปร์ มีเม็ดเงินสูงถึง 122,000 ล้านดอลลาร์ 4.8 ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจนะครับ

แน่นอนว่า เม็ดเงินส่วนหนึ่งจาก 4.8 ล้านล้านบาท เป็นเม็ดเงินจากเศรษฐีไทยรวมอยู่ด้วยหลายหมื่นล้านบาท สวรรค์ของนักฟอกเงิน คนไทยส่วนใหญ่รู้จักแต่ หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น, หมู่เกาะเคลย์แมน, เกาะเบอร์มิวด้า และหมู่เกาะในทะเลคาริบเบียน ฯลฯ

แต่จริงๆ แล้ว สวรรค์ของนักฟอกเงินแห่งใหม่ อยู่ใกล้เมืองไทยห่างกันแค่เวลาบินเพียงสองชั่วโมงครึ่ง คือ “สิงคโปร์” นี่เอง เช้าไปเย็นกลับก็ได้ แถมมีเวลาให้ช็อปปิ้งสินค้ายี่ห้อราคาแพงได้อย่างสบายอีกหลายชั่วโมง แล้วดินเนอร์ที่ภัตตาคารหรู ค่อยบินกลับมานอนหลับอย่างเป็นสุขที่เมืองไทย



โดย : จอมยุทธหน้าเหลี่ยม
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 13 มี.ค. ปี 2006 [ 9 : 32 ]



โดย : creem
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 13 มี.ค. ปี 2006 [ 10 : 2 ]

เฮ้อ....................กว่าจะอ่านจบ

เพิ่มความรู้ให้ข้าน้อยได้อีกเพียบเป็นกระบุงเลย ขอบคุณนะเจ้าค่ะ

โดย : rose
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 13 มี.ค. ปี 2006 [ 11 : 17 ]

นับถือ...นับถือ

โดย : นิรนาม
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 13 มี.ค. ปี 2006 [ 13 : 47 ]

สหายข้าคนหนึ่ง เป็นชาวเกาะเล็กๆแห่งนั้น
เห็นบ่นอยู่ว่า.....เครียดฉิ......หาย
อยากมาอยู่เมืองไทย มามีเมียไทย
ทำร้านอาหารเล็กๆชายทะเล

มีแต่เงิน ไม่มีความรัก
น่าสงสาร

โดย : พระอาทิตย์เที่ยงคืน
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 14 มี.ค. ปี 2006 [ 14 : 51 ]

ถึงว่า ทำไมมันถึงได้รวยเอ๊ารวยเอา
โครงการเดอะ พาโน คอนโดฯริมแม่น้ำเจาพระยา สิงคโปร์มันก็มาลงทุน มันเข้ามาแล้วพี่น้อง

โดย : ดาบงอ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 15 มี.ค. ปี 2006 [ 12 : 20 ]

ในฐานะปัจเจกบุคคล ที่กฏหมายไทยอนุญาตให้ทำได้
ข้าคงจะห้ามสหายข้าไม่ได้ว่า
อย่ามาอยู่เมืองไทย อย่ามามีเมียไทย
แต่ข้าบอกเขาได้ว่า อย่าเอาความมักง่ายเห็นแก่ตัวมาใช้ที่นี่
เพราะเรายังมีประเพณี วัฒนธรรมที่ดี ที่เงินซื้อไม่ได้อยู่นะ

แต่ในวันนี้...ข้าชักสงสัย
สงสัยว่าเราคงคิดที่จะขายทุกอย่างเสียแล้วกระมัง

โดย : พระอาทิตย์เที่ยงคืน
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 15 มี.ค. ปี 2006 [ 13 : 33 ]

เจ้าของกระทู้กับดาบงอกับอีกหลายชื่อที่มาโพสในนี้ เป็นคนคนเดียวกันนะครับ
ที่เอาเรื่องประเทศสิงคโปร์มาโพส ลอกมาจากไหนครับ ผมอ่านจากที่คุณ นิติภูมิเขียนก็ไม่เหมือนที่คุณว่า จะสื่ออะไรหรือครับคุณดาบงอ แค่ปีที่ประกาศเอกราชก็มั่วแล้ว อยากอวดเก่งว่ารู้เรื่องบ้างก็ควรรู้ให้จริง อยากมั่วข้อมูลเชิญที่เวบพันทิพบ้านเดิมคุณนะครับเรื่องเลอะเทอะไม่อยากให้มีที่นี่

ถามหน่อยเถอะ สอบครั้งสุดท้ายนี่ได้เกรดอะไรมา

โดย : กระบี่ดาวเหนือ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 15 มี.ค. ปี 2006 [ 22 : 9 ]

แค่เช็กไอพีก็รู้เหรอว่าคนๆเดียวกัน
น่าเสียดายมีสมองซะเปล่า ลองไปศึกษาดูใหม่นะ คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตแอ็คเคาน์เดียวกันไอพีจะเหมือนกัน การหมุนของไอพี มันจะวนเวียนอยู่ในนี้แหละ
โง่แล้วอยากเล่นเน็ต รู้แค่ขี้หมาทำซ่ามาบอกชาวบ้าน

โดย : ดาบงอ
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 16 มี.ค. ปี 2006 [ 9 : 29 ]

วันชาติสิงคโปร์ตรงกับวันที่ 9 สิงหาคม ปีที่ประกาศเอกราชคือ พ.ศ.2508 ลองเทียบกับปี ค.ศ.ดูก็แล้วกัน ว่าใช่1965 หรือไม่ ถ้าข้อมูลไม่ชัวร์คงไม่เอามาให้อ่านกันหรอก อายเค้าเปล่าๆ

โดย : จอมยุทธหน้าเหลี่ยม
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 16 มี.ค. ปี 2006 [ 11 : 34 ]

ไม่ว่ากระทู้ไหนก็ดุเดือดจริงวุ้ย


โดย : ข้าเอง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 16 มี.ค. ปี 2006 [ 17 : 20 ]

พ..ศ.2508 ลองเทียบกับปี ค.ศ.1965 คือปีเดี่ยวกันครับเป็นปีที่รัฐบาลมาเลเซียมีคำสั่งให้สิงคโปร์แยกตัวออกไป

โดย : อินทรีย์เดี่ยวทรนง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 16 มี.ค. ปี 2006 [ 22 : 40 ]

ไงล่ะๆๆ เอิ๊กๆๆ กระบี่ดาวเหนือ
ขอถามคำถามของเธอนะ

ถามหน่อยเถอะ สอบครั้งสุดท้ายนี่ได้เกรดอะไรมา

อะคริๆๆ

โดย : ดาบงอ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 17 มี.ค. ปี 2006 [ 8 : 58 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook