บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (3)
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)

หัวข้อ : มหาภารตะยุทธ


ขออภัยที่เข้ามาซ่าแต่อยากได้ข้อแนะนำจากท่านผู้รู้ว่า จอมยุทธท่านใดรู้บ้างว่า หนังสือมหาภารตะยุทธ กับนิทานปัญจะตันตระหาซื้อได้ที่ไหนครับ อยากได้มาอ่านมั่งครับ

ขอบคุณล่วงหน้าในความกรุณาครับ
ฝ่ามื่อหนอนชาเขียว


โดย : ฝ่ามือหนอนชาเขียว
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 13 : 57 ]


....
มีเกร็ดเบื้องหลังว่า F.W. Bain ได้เขียนนิทาน ๑๒ เรื่องนี้ โดยเท้าความว่า มาจากนิทานอินเดียโบราณ

เมื่อครั้งเขาไปพำนักอยู่ในอินเดีย เกิดโรคระบาดขึ้นที่เมืองพาราณสี เขาได้ไปพบพราหมณ์แก่คนหนึ่งซึ่งก่อนจะตายก็หยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าเขียนเป็นภาษาสันสกฤตมามอบให้เขา

ในนั้นปรากฏว่าเป็นวรรณคดีโบราณ ทำนองเดียวกับ " ปัญจะตันตระ" คือเป็นนิทานซ้อนนิทาน เล่าถึงเรื่องราวของกษัตริย์ต่างๆที่พระศิวะเล่าให้พระอุมาฟัง เขาจึงนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษ
แต่จากการค้นคว้าของผู้ศึกษาวิชาภาษาและวรรณคดีสันสกฤตพบว่านิทานเหล่านี้ไม่เคยปรากฏในวรรณคดีอินเดียเรื่องไหนทั้งสิ้น

เบนแต่งขึ้นมาเอง แต่สวมรอยเป็นบรรยากาศโบราณในยุคพระเวทได้แนบเนียน วิธีการแต่งก็คล้ายกับของโบราณมาก

งานของเบนแพร่หลายมาถึงไทย หนึ่งในจำนวนนี้กลายมาเป็น "กนกนคร" พระนิพนธ์ของน.ม.ส. กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ แต่งเป็นกลอนหก มีหลายตอนที่ไพเราะมาก อย่างตอนเห็นนางพายเรืออยู่ในสระบัว กลางแสงจันทร์

เห็นนางนวลศรีมีโฉม......ดังโสมส่องหล้าราศี
เนาเรือเหนือสรัสปัทมี......ตรณีจันทร์นวลชวนชม
งามเงินงามเงาเพราพาย....นวลฉายยึดด้ามงามสม
เรือน้อยลอยน้ำขำคม............บัวฉมชูห้อมล้อมเรือ

ต่อมาหลวงบุณยมานพพานิชย์(แสงทอง)นำมาแปลเป็นไทยทั้งหมด ๑๓ เรื่อง เรียกงานของท่านว่า" วรรณวิจิตร" หมายถึงหนังสือที่งดงาม
เรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ "อติรูป" เป็นเรื่องของกามเทพที่ถูกสาปลงไปเกิดเป็นเจ้าชายเจ้าชู้มากรักแบบดอนฮวนหรือคาสซาโนวา

เล่าเสียยาวเกินเรื่องฝัน เพราะชอบวรรณกรรมของแสงทองชุดนี้มาก ทั้งภาษาและปรัชญาของพระศิวะ น่าเสียดายเป็นงานที่ถูกหลงลืมไปแล้ว
....
....
ซื้อหนังสือที่ไหนไม่รู้คับแต่เอาบทความนี้มาให้อ่านแทน


โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 14 : 38 ]

ความงดงามทางฉันทลักษณ์
..........
รถเอยราชรถอินทร์.......... .กงแก้วโกมินอลงกต
สามงอนอ่อนสลวยชวยชด.. เครือขดช่อตั้งกระจังราย

ชั้นหนึ่งครุฑจับภุชงค์ผยอง ..ชั้นสองเทพนมเฉิดฉาย
ชั้นสามกินรีรำกราย .............บุษบกแก้วลายอรชร

เทียมด้วยสินธพเทพบุตร .........ฤทธิรุทยิ่งพญาไกรสร
พระลักษมณ์นั่งหน้าประนมกร ...มาตุลีขับจรดั่งลมพัด

ประดับด้วยอภิรุมชุมสาย... ธงริ้วทิวลายปลายสะบัด
หมู่พหลพลแห่เยียดยัด...... ขนัดกลองฆ้องทนอึงอล

เสียงสินธารร้องก้องกึก...... โห่ฮึกประสานกาหล
ผงคลี่บดบังพระสุริยน......... เร่งพลรีบเวไชยันต์ไปฯ
.......


โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 14 : 48 ]

จากมหาภารตยุทธ สู่สิ่งที่อาจเป็น...สงครามระหว่างชาวบ้าน กับนายทุนและอธรรมรัฐ

"คำพูดของพระกฤษณะในตอนแรกในฐานะทูตสันติที่พยายามยับยั้งสงคราม ซึ่งเมื่อไม่สำเร็จ พระองค์จึงต้องใช้"เล่เหลี่ยม"เพื่อให้ชัยชนะตกเป็นของฝ่ายธรรมะในตอนที่สอง

รวมทั้งข้อกล่าวหาของพลรามต่อการกระทำ"ผิดกติกา"ของพระกฤษณะและภีมเสน ล้วนเป็นภาพสะท้อนอันชัดเจนของสังคมปัจจุบันที่ทำให้เราต่างต้องช่วยกันขบคิดอย่างไม่รู้จบว่า"กฎกติกา"ของสังคมเพียงอย่างเดียวสามารถเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้ผู้คนในสังคมได้หรือไม่?

รวมทั้ง"กฎกติกา"ของสังคมสามารถหยั่งลึกไปถึงรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายและความดีงามในหัวใจมนุษย์ได้หรือไม่? และเป็นไปได้ไหมที่"กฎกติกา"จะต้องมีการยืดหยุ่น พลิกแพลง หรือกระทั่งรื้อทิ้งไปเสีย หากมันไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์ในการควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ได้อีกต่อไป?"

นี่คือทัศนะส่วนหนึ่งของ วรวดี วงศ์สง่า ในบทความที่เล่าถึงประสบการณ์ครั้งได้ไปดูละครเวทีเรื่อง"มหาภารตยุทธ"ที่ประเทศเนปาล ซึ่งตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันที่ 5-11 ก.ค 2545
......


โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 14 : 56 ]


....
สัทธราฉันท์ ๒๑..

บินวาบราบไปไสวเหิน
กษณะระยะเผชิญ
พรั่นประหวั่นเกิน
เผอิลไหว

ปลาบแปลบแวบแสงแจรงไป
จรคละนภประไพ
ปลิวผิว์กริ้วไกร
ประลัยพา

คำรามครามครืนทะมื่นมา
ประนิธิจิตถลา
ศาสน์มิคลาดคลา
อุราขึง

พุ่งแทรกแยกตึกก็ลึกตรึง
ดุจธนุรตะบึง
ไฟก็ไล้รึง
ทะลึ่งลาม

ควันม้วนทวนตัวสลัวตาม
ประหัตชนมหยาม
ฆาตพินาศงาม
ผิว์ทรามสอน

แล้วล้มจมราบขนาบดอน
วัตถุอุบัติถอน
พับและยับนอน
สะท้อนใจ

เคยตั้งรั้งคู่มิอยู่ไหว
ปกติยลณไกล
จมถล่มไย
สิไร้ธรรม

เอ่ยอ้างทางศาสน์และอาจทำ
ปฏิฆะอรตินำ
เขลาและเร้าจำ
ถลำการณ์

ครูเสด…ภาค๒

ผ่านพ้นล้นปีฤดีดาล
ผงะภวพิสดาร
เชื่อมกระเพื่อมมาน
สะท้านหวน

อำนาจผาดแผลงแสดงรวน
อัครพละชนวน
เกลียดและเคียดผวน
จะชวนผลาญ

ดุจหมาป่าหือจะยื้อมาน
กษณะประจัญบาน
ขุ่นแกะมุ่นวาร
จะลาญสูญ

เหตุเก่าเร่าร้อนน่ะจรทูน
เพาะนยะประทุษมูล
พรำเยาะค้ำคูน
ก็พูนหมาย

เกรียงไกรใหญ่อาจผงาดราย
ยุทธปะทะสยาย
ล้อมและห้อมกราย
สลายไฉน

ดุจเกาทัณฑ์เหนี่ยวจะเฉี่ยวไช
ตละกรระอุไหว
โค้งณโก่งไก
จะไพล่กรึง

โลภหนอพอกันสิพรั่นพรึง
ผลคุณปะทะตึง
ทรัพยจับขึง
บขึ้งไหน

เหตุอ้างสร้างภาพและฉาบไป
ทุปฏิบัติไสว
ทำลำพองไกร
จะใช้กรรม

คอยเถิดเลิศฤๅกระพือทำ
ปัจฉิมผลนำ
เลือดจะเดือดดำ
ระกำแล


จากคุณ : สดายุ


โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 0 ]

เฮอะเฮอะ
...
ถามนิดเดียว
ตอบซะยืดยาวเลย
สรุป..ไม่รู้ซื้อหนังสือที่ไหน...55555

โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 1 ]


....
เรื่องมหาภารตะ เป็นเรื่องอัปมงคลนั่นเอง จึงไม่ค่อยเผยแพร่มากนัก ถึงแม้ว่าแก่นของเรื่องนี้ คือ ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม”

แต่เรื่องมหาภารตะนั้น ได้กล่าวถึงพี่น้อง ที่มีโคตรรวงศ์เดียวกัน ต้องมาฆ่าแกงกันเอง เพียงเพราะอยากได้อาณาจักรทั้งหมด

เรื่องนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างพวก เการพ กับปาณฑพ ที่ต่อสู้แย่งชิงกัน ลุงฆ่าหลาน โดยการรุมกันฆ่าอย่างเหี้ยมโหดเอย พระกฤษณะและอรชุนต้องยอมโกหก และใช้เล่ห์กล เพื่อให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้ ฯลฯ เหล่านี้

ถ้าไม่คิดอะไรก็ถือว่าอ่านได้สนุกๆ แต่ถ้าคิดแล้ว ก็คงต้องทำใจ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ รัก โลภ โกรธ หลง ดูเหมือนจะเป็นธรรมดาโลก และเป็นสากลของมนุษย์ไปเสียแล้ว

เราคงหลีกหนีสิ่งเหล่านี้ไม่พ้น นอกเสียจากจะแยกไปอยู่ในป่าหรือเกาะกลางทะเลคนเดียว แต่ทางออกที่ดีที่สุด ก็คือเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ และทำใจยอมรับมัน เท่าที่จะยอมรับได้เท่านั้น
.....



โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 7 ]

หนังสือมหาภารตะยุทธ ที่ร้านนายอินทร์สาขา ท่าพระจันทร์น่าจะมีนะครับ อยู่ชั้น 2

ส่วน นิทานปัญจะตันตระหา ไม่ทราบจริง ๆ ครับ ยังไม่เคยเห็นตัวหนังสือเลย

ขออภัยด้วย

โดย : จ้าวตำหนักมาร
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 22 ]


ซาบซึ้ง

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 44 ]

ท่านอติรูป คือ ท่านเฒ่าอติโล้ว..มะเนี่ย ถ้าใช่ .. ก็ ฝากไว้ว่า คิดถึงค่ะ

เห็นด้วยกับสัจธรรมในมหาภารตะยุทธ ที่ว่า
"คนดีก็ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง ส่วนคนชั่วก็ไม่ได้ชั่วไปหมดทุกอย่าง"

http://www.skybook.co.th/adv/viewadv.php?id=3 เป็นฉบับการ์ตูน

http://www.manager.co.th/politics/PoliticsQAQuestion.asp?QAID=4526
คลับคล้ายคลับคลาว่า ร้านบานาน่า ซอยอารีย์ จะมีนะคะ
มหาภารตยุทธ” ฉบับแปลโดยท่านอาจารย์กรุณา – เรืองอุไร กุศลาสัยของประพันธ์สาส์น (รึป่าว..ไม่แน่ใจ) ลองโทรไปถามก่อนน่าจะได้

ถ้าเป็นหนังก็
http://www.dvddiary.com/phpBB/viewtopic.php?topic=7460&forum=2&start=0

ไหนๆ พูดถึงร้านบานาน่า ก็ขอพูดถึงห้องสมุดธรรมะบานาน่า
ทุกวันพุธเย็น 17.00 น. จะมีทำวัตรเย็นและนิมนต์พระมาสนทนาธรรม
น่าสนใจค่ะ เคยไปครั้งนึง เป็นพระไพศาล วิศาโล มา

ที่นี่มีหนังสือธรรมะและ CD ธรรมะแจกเยอะเลยค่ะ



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 7 ]


ผมไม่ใช่ท่านเฒ่าโล้วหรอกคับ

แต่ก็สนใจเรื่องปรัชญาและศาสนา
ขอบคุณที่แนะนำห้องสมุดธรรมะคับ

โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 51 ]

มหาภารตะยุทธ
หาใช่ความอัปมงคลไม่
หากศึกษาปรัชญาของฮินดูอย่างเปิดใจกว้าง
ปัจจุบันนี้...ผู้ที่ศรัทธา ยังร่ำเรียน...และขบคิด เรื่องมหาภารตะยุทธ เพื่อเข้าถึงสัจจะของศษสนานั้น
หนังสือฉบับหนายังมีอยู่ และพิมพ์เผยแพร่ ในนามกลุ่มศาสนาด้วยซ้ำ
เพียงแต่คนต่างความเชื่อยากที่จะเข้าใจ
เพราะว่าเขารักษาสำนวนเก่าแก่ของภาษาต้นฉบับ
(ขออภัย ที่ข้าไม่มีหนังสือเล่นนั้นในมือ เพราะหนังสืออยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง)

"ทุกอย่าง มาจากพรหม ที่สุดหวนคืนสู่พรหม" จึงไม่มีทั้งดีและชั่ว
ผิดและถูก เหนือกว่าสองสิ่งนั้น คือภาวะของพรหม
จึงไม่แตกต่างกับที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเรื่อง"โลกุตระ"
เพียงแต่พระองค์ท่าน ทรงสอนให้เข้าถึงภาวะนั้น ในฐานะที่ท่านคือบุคล หาใช่องค์พรหมไม่

และการแตกหน่อมาเป็นเรื่อง"ภควัตคีตา"

"รบเถิดอรชุน" เป็นสิ่งที่น่าใคร่ครวญเปรียบเทียบ
อรชุน ไม่ได้สังหารชีวิต แต่อรชุนสังหารความชั่ว

ในคำพูด มีความหมายลึกซึ้ง เกินกว่าการตีความด้วยการขบคิดตามวิสัยปุถุชน ที่มองเห็นเพียงการฆ่า และแย่งชิง

.........
อาจเปรียบเทียบได้กับยุทธภพ ที่มีเทพและมารและการฆ่าฟัน
เพื่อดำรงความดีงาม

แต่"ผู้ที่เงื้อคันธนู" หรือ "ผู้ที่เงื้อกระบี่" อย่างรู้เท่าทันในอาวุธเท่านั้น
ที่จะรู้ว่า "การฆ่า คืออะไร"


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 19 : 4 ]

เอามาเปรียบเทียบอีกนิดเดียว
......
พระกฤษณะกล่าวกับอรชุน ดังนี้
อรชุน... สิ่งที่บุคคลควรรู้สูงสุดคือ พรหม
พรหมคือสภาวะอันสูงสุด ไม่มีเบื้องต้น ไม่เป็นทั้งสิ่งมีอยู่และสิ่งไม่มีอยู่
พรหมหยั่งรู้ถึง อารมณ์ โลภ โกรธ หลง แต่พรหมปราศจากอารมณ์เหล่านั้น
พรหมไม่มีความยึดมั่นในสรรพสิ่ง
พรหมคือสภาวะอยู่เหนือความดีและความชั่ว
พรหมมิอาจหยั่งรู้ได้ด้วยการคิดและใช้เหตุผล
พรหมคือแสงสว่างเหนือแสงสว่างทั้งปวง


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 16 พ.ค. ปี 2006 [ 20 : 17 ]

ขอบคุณท่านกู่ก่งก๊ง
.............................................................
จงฆ่าเถิดมารและกิเลสในใจของเรา
จงตัดเถิดบ่วงและกรรมที่พันธนาการเรา
จงละเถิดตัวและตนที่เรายึดมั่น
............................................................

โดย : อติรูป
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 17 พ.ค. ปี 2006 [ 8 : 34 ]

คารวะท่านอติรูป


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 17 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 0 ]



สาธุด้วยคน

โดย : ซาฮารา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 1 ]


ชะเองเอย

โดย : จินดามณี
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 41 ]

ธรรมดาโลก

โดย : เก้าลำนำลิขิตฟ้าเคืองแค้น
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 20 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 47 ]



สิ่งที่เหลือจากมหายุทธ .... คือ ความทรงจำ



โดย : ปลาปักเป้า
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 20 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 40 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook