บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (3)
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)

หัวข้อ : ********....รำลึกบทเพลงแห่งชีวิต ‘จิตร ภูมิศักดิ์’....*******


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2549 16:09 น
........
...
อ่านแล้วชอบเลยนำมาให้อ่านกันนะคะ
.......
“ม่านฟ้ายามค่ำ ม่านหมอกสีดำ
ม่านแห่งความร้าวระบม
เปรียบเหมือนดวงใจ มืดทึบระทม
พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา

ต่อสู้กู่ถิ่น และสิทธิ์เสรี
กู้ศักดิ์และศรีโสภา
จึงพลัดมาไกลทิ้งไว้โรยรา
จะร้างดังป่าอยู่นับปี...”
.......

บทเพลง “เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ” ยังคงก้องอยู่ในใจ
.......



โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 9 : 15 ]


.....
“ตื่นเถิดพี่น้องคนจนผู้ทุกข์ระทม
โค่นล้ม สังคมแห่งการกดขี่
ตื่นเถิดพี่น้องผู้ไร้สิทธิ์เสรี
ครั้งนี้เราสู้เป็นครั้งสุดท้าย...”
....


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 9 : 17 ]


.....
“ท่ามกลางแดด
แผดเปลวร้อนผ่าวดังไฟ
กลางผืนดินนาไร่
ใต้ฟ้ากว้างไกลสุดตา
ใครหนอทนกรำงานกลางนา
ไล่ควายดุ่มกุมไถฟันฝ่า
คราดนาล้าเมื่อยระบม…”
.........

ครั้งหนึ่ง ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว
เคยขับกล่อม “ทุ่งรวงทอง” ให้เป็นที่ติดหูของแฟนเพลงเพื่อชีวิต


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 9 : 19 ]



.....
“ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ผืนฟ้ามืดดับเดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน..”
......

“แสงดาวแห่งศรัทธา” บทเพลงอมตะที่ได้ยินได้ฟังกันมาเนิ่นนาน


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 9 : 21 ]

ลมหวิว...
เจ้าแผ่วโชยพลิ้ว มาปลอบใจข้า
ยิ่งกระพือโหมไฟที่เริงร่า
ลนลวกอุราที่แสนสุดร้อนรน...
......



สายลมที่พัดปลอบใจจิตรใน ‘ทะเลชีวิต’ ครานั้น มาบัดนี้ สายลมเดียวกัน ก็ได้พัดพาเอาท่วงทำนองแห่งเสียงเพลงหลากหลายบทกลับคืนสู่ยุคสมัยปัจจุบัน

พร้อมๆ กับที่นำ ความคิด ผลงาน และความสามารถของเขา..จิตร ภูมิศักดิ์ กลับคืนสู่ความตระหนักรู้ของคนในสังคมอีกครั้ง
.................

เรื่องโดย รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล

โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 9 : 25 ]

กางปีก.......หลีกบิน....จากเมือง
เจ้านก......สีเหลือง......จากไป
เจ้าบิน....ไปสู่....ห้วงหาว
เมฆขาว.....ถามเจ้า......สีใด

ร่วมรำลึกอดีต....พฤษภา' 09
จิตร ภูมิศักดิ์ จบชีวิตที่อีสานบ้านเฮา

จงบิน........ไปเถิด.........คนกล้า......

โดย : พราย
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 16 ]

เราขอมารำลึกด้วยคน...ชะเอิงเอย

โดย : จินดามณี
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 20 ]

เนื้อเพลง'นกสีเหลือง'

กางปีกหลีกบินจากเมือง เจ้านกสีเหลืองจากไป
เจ้าบิน...ไปสู่เสรี บัดนี้เจ้าชีวาวาย ฮืม...ฮืม...
เจ้าเหินไปสู่ห้วงหาว เมฆขาวถามเจ้าคือใคร
อาบปีกด้วยแสงตะวัน เจ้าฝันถึงโลกสีใด ฮืม...ฮืม...

จงบินไปเถิดคนกล้า ความฝันสูงค่ากว่าใด
เจ้าบินไปจากรวงรัง ข้างหลังเขายังอาลัย
กางปีกหลีกบินจากเมือง เจ้านกสีเหลืองจากไป
เจ้าคือ...วิญญาณเสรี บัดนี้เจ้าชีวาวาย
ฮืม...ฮืม...
เจ้าคือ...วิญญาณเสรี บัดนี้เจ้าชีวาวาย

(คำร้อง ทำนอง : วินัย อุกฤษณ์)


โดย : พราย
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 29 ]


หวัดดีค่ะท่านพราย..ท่านจินดามณี...
...
เพลงเพราะมากเลยค่ะ
ฟังแล้ว..อยากมีเสรี..เช่นวิญญาณที่จากไป...
...


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 10 : 38 ]

จิตร ภูมิศักดิ์
บทกวีของอาเวตีก อีสากยัน กวีประชาชนแห่งอาร์เมเนีย
แปลโดย จิตร ภูมิศักดิ์
บทกวีนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตร ภูมิศักดิ์ในที่สุด
............................................................................................

เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน
................................................................................................



โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 11 : 38 ]

จิตร ภูมิศักดิ์ แต่งเพลงนี้ ขณะถูกจับกุมคุมขัง
ในนามปากกา สุธรรม บุญรุ่ง ระหว่างปี พ.ศ.2503 - 2505
.......................................................................................
..........แสงดาวแห่งศรัทธา.............

พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
ส่งฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทอง ผ่องเรืองรุ่งในหทัย
เหมือนธงชัย ส่งนำจากห้วงทุกข์ทน
พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม
เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย
ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

สุธรรม บุญรุ่ง

................................................................................................

โดย : จ้าววังค้าคาว
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 11 : 44 ]


ไหนไหนแล้วเอามาลงให้หมดเลยแล้วกันนะเฟ
.........................................................................
ท่ามกลางแดดแผดเปลวร้อนผ่าวดังไฟ
กลางผืนดินนาไร่ ใต้ฟ้ากว้างไกลสุดตา
ใครหนอทนกรำงานกลางนา
ไล่ความดุ่มกุมไถฟันฝ่า คราดนาล้าเมื่อยระบม

รุ่งจนค่ำ ปักดำชุ่มฉ่ำเหงื่อนอง
แปลงผืนนางามผ่องเป็นทุ่งรวงทองน่าชม
ยามหนาวยืนฝืนสู้แรงลม จับเคียวเกี่ยวข้าวมัดก้อนกลม
ระดมแรงนวดสุดใจ

จากแรงเป็นรวงเหลืองงามจนขาว เป็นข้าวหอมกรุ่น
น้ำแรง เนื่องหนุนนั้นมากเพียงไหน
รสข้าวละมุนหวานอุ่นละไม ด้วยหยาดเหงื่อใคร
หวานเอ๋ยน้ำใจของหมู่ชาวนา

อย่าดูถูกชาวนาเห็นว่าอับเฉา มือถือเคียวชันเข่า
เกี่ยวข้าวเลี้ยงเราผ่านมา ความหวังเอยของเราชาวนา
สักวันหนึ่งเมฆร้ายเคลื่อนคลา
ชาวนาสุขสันต์รื่นรมย์
...............................................................................................


โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 11 : 56 ]

ลืม....
................................................................................
เพลง "กลิ่นรวงทอง" จิตรแต่งขึ้นโดยได้รับอิทธิพลจาก
เพลง "กลิ่นโคลนสาบควาย"
ที่แต่งทำนองและเนื้อร้องโดย ไพบูลย์ บุตรขัน
.....................................................................................

โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 11 : 59 ]


...อิอิ...เหนื่อยไหมค่ะ...ท่านจ้าว...เผลอแป๊บเดียว
...ซนได้น่ารักมากค่ะ
...เชิญนั่งพักทานน้ำ ทานขนมก่อนนะคะ
...แล้วมาโพสให้เฟต่อให้หมดนะคะ
....


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 16 ]

อือจ๊ะ...ต่อเลยแล้วกัน
...................................................................
..........เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ.............

ม่านฟ้ายามค่ำ ดั่งม่านสีดำ
ม่านแห่งความร้าวระบม
เปรียบ เหมือนดวงใจ มืดทึบระทม
พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา

ต่อสู้กู้ถิ่น และสิทธิ์เสรี
กู้ศักดิ์และศรีโสภา
จึงพลัดมาไกล ทิ้งไว้โรยรา
จะร้างดังป่าอยู่นับปี

เคยสดใส รื่นเริง ดังนกเริงลม
ถลาลอยชื่นชม อย่างมีเสรี
แม้ร้อยวัง วิมานที่มี
มิเทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น

ความใฝ่ฝันแสนงาม แต่ครั้งเคยเนาว์
ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน
ความหวังยังไม่เคยไหวหวั่น
ยึดมั่นว่าจักได้คืนเหมือนศรัทธา

แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบฟ้าไกล
แว่วดังจากโพ้นนภา
บ้านเอ๋ย เคยเนาว์ กังวานครวญมา
รอคอยเรียกข้าทุกวัน
......................................................................................

สุธรรม บุญรุ่ง



โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 31 ]


โฮ๊ะโฮ๊ะ...ไม่ได้ไม่ยอมผมขอเสนอตัวบ้างนะคร๊าบบบบบ

"ภูพานปฏิวัติ"

ยืน ตระหง่านฟ้า แผ่ไพศาล ทิวยาวยอดสูง สง่า
ภู พาน มิ่งขวัญแห่งหล้า แหล่งไพร
ธงชัยปฏิวัติ สะบัดโบกพริ้วเหนือภู
สู้พายุ โหมหวิวหวู ไม่เคยหวั่นไหว
ประทีปแห่งยุค เหมือนแสงอาทิตย์อุทัย
นำทางสู่ชัย มิได้หวั่น มั่นในศรัทธา
นักรบเหนือภู พาน ทหารของมวลชน
เด็ดเดี่ยวอดทน เลือดเนื้อ พลีเพื่อประชา
สงครามประฃาฃน ทุกคนล้วนอาจหาญ
ยืนหยัดตระหง่าน ดั่งภูพาน ไม่หวั่นผองภัย
มวลชนเกรียงไกร ชี้ขาดชัยสงคราม
เพลิงปฏิวัติ แผ่สะบัด โหมฮือ เป็นเปลวลุกลาม
ธงแดงเด่นงาม โบกทายท้า เหนือยอดภูพาน



โดย : ทิ้งรอยอาลัย
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 35 ]


แล้ว..หญิง..หล่ะค่ะ

ขอร่วมรำลึก..นักต่อสู้..ท่านจิตร ภูมิศักดิ์..
นะเจ้าคะ

โดย : เจ้าหญิง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 43 ]


boss....ka
urgent....meeting
everybody.....if you come here......
ขอโทษค่ะ


โดย : ดาวประดับฟ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 14 : 30 ]

จิตร ภูมิศักดิ์เป็นนักรักนักเขียนเป็นเพลงคับผม ผมเลื่อมใสในตัวท่านมากตอนที่น้ำท่วมแล้วท่านไปช่วยสัตว์ป่าท่านคือสุภาพบุรุษลูกผู้ชายตัวจริง

โดย : โวลท์เตจ
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 10 ]


ท่านโวลท์เตจ...แฟนตัวจริง...เชิญมานั่งพัก..ฟังเพลง..ตามบายนะคะ
.......
หวัดดีท่านทิ้งรอย..ท่านเจ้าหญิง..และ
ท่านดาว...ค่ะ...เจอ..bossยังค่ะ....อิอิ....
.......
อย่าเล่นกันจนลืมงานนะคะ
เฟเป็นห่วง....


โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 13 ]


ผมมาอีกได้ไหมคร๊าบบบบบ...แบบใจเดียวกันนะครับ555


" กวี ภายใต้วันคืนอันอัปลักษณ์เช่นนี้
ย่อมจักแผ้วทางไว้เพื่อวันคืนอันดีกว่า
เขาคือบุรุษแห่งยุคสมัยของความใฝ่ฝัน
ตีนทั้งสองเหยียบยืนอยู่ ณ ที่นี้
ตีนทั้งสองเพ่งมองไปเบื้องหน้าโน้น
เขานั่นเทียว โดยไม่คำนึงถึงคำประณามและเยิรยอ
เปรียบเสมือนผู้ทำนายวิถีแห่งอนาคต
จักต้องกระทำสิ่งที่จะมาถึงให้แจ่มจ้า
เสมือนหนึ่งโคมไฟในมืออันอาจรองรับสรรพสิ่งของเขา
ซึ่งกวัดไกวจ้าอยู่เหนือศีรษะ ของมวลชนทุกกาลสมัย"




จิตร ภูมิศักดิ์

เปิบข้าว

เปิบข้าวทุกคราวคำ
เหงื่อกูที่สูกิน
ข้าวนี้น่ะมีรส
เบื้องหลังซิทุกข์ทน
จากแรงมาเป็นรวง
จากรวงเป็นเม็ดพราว
เหงื่อหยดสักกี่หยาด
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง
สายเลือดกูทั้งสิ้น
จงสูจำเป็นอาจิณ
จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ให้ชนชิมทุกชั้นชน
และขมขื่นจนเขียวคาว
ระยะทางนั้นเหยียดยาว
ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
จึงแปรรวงมาเป็นกิน
และน้ำแรงอันหลั่งริน
ที่สูซดกำซาบฟัน




โดย : ทิ้งรอยอาลัย
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 40 ]


ขอบคุณมากค่ะ...มาได้ทุกเวลาหล่ะค่ะ
แต่จะว่างหรือเปล่าเท่านั้นแหละ.....อิอิ



โดย : felix11
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 21 ]

จิตร แปลจากกวีชาวจีน "หลู่ซิน"

แม้นคนพันบัญชาชี้หน้าเย้ย
จงขวางคิ้วเย็นชาเฉยเถิดสหาย
ต่อผองเหล่านวชนเกิดกรนกราย
จงน้อมกายก้มหัวเป็นงัวงาน



โดย : ขอแจม
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 33 ]


แวะมาหาและร่วมรำลึกด้วยค่ะ
แถมผลงานท่านจิตร....ให้1บทค่ะ..จุ๊บจุ๊บ..คิดถึงนะ

แม้คนพัน....บัญชา......ชี้หน้าเย้ย

จงขวางคิ้ว...เย็นชาเฉย...เถิดสหาย

ต่อผองเหล่า....นวชน....เกิดกร่นราย

จงน้อมกาย....ก้มหัว....เป็นงัวงาน


หลู่ สวิ้น (จิตร ภูมิศักดิ์ แปลในนาม ศิลป พิทักษ์ชน)
ไปค้นมาทั้งวันเลย
ตอนแรกกะจะมาหาแต่เช้า..


โดย : คุณหนูมากใจ
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 35 ]

อุ๊ย... ..ใจตรงกับท่านขอแจมเลย
น่ารักจังเลยค่ะ

โดย : คุณหนูมากใจ
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 36 ]

มาร่วมด้วยช่วยรำลึกและฟังเพลงเพราะๆจ้า

เพื่อรุ่นพี่ตัวอย่างที่ดี

ท้าทายเทวพิมานตระหง่านนภพิลัย
เลอทวยลุเทพไท..............ประสิทธิ์

งามตึกอักษรศาสตร์วิลาสวรวิจิตร
รื่นรมย์มโนนิตย์.............นิรันดร์

เชิญเนาผองนุชเพียรบำเรียนวิวิธวรรณ
โดยเจตน์ประจวบบรร-.......ลุเทอญฯ


โดยจิตร..ภูมิศักดิ์

โดย : ข้าวแช่
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 48 ]

ศิลป์ทั้งผองต้องเพื่อเกื้อชีวิต
ของมวลมิตรผู้ใช้แรงทุกแห่งหน
ใช่เพื่อศิลป์อย่างที่นับสัปดน
ใช่เพื่อตนศิลปินชีวินเดียว

ถึงคุณหนูจะมีมากใจ ดูๆไปก็เป็นใจที่น่ารักทั้งสิ้น

โดย : ขอแจม
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 18 : 2 ]

เมื่อใจตรงกัน ขอแถมให้อีกบท

เธอจักสวยเพราะคำนึงซึ่งในสิทธิ
ที่ควรมีเสมอมิตรทุกแห่งหน
สิทธิ...หะหา..เธอจงปองสิทธิของตน
สวยด้วยศักดิ์ "เสรีชน" ใช่เชลย

จิตร ภูมิศักดิ๋ (ข้างบนด้วย ลืมอ้างอิง)

โดย : ขอแจม
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 18 พ.ค. ปี 2006 [ 18 : 17 ]

เพลง ความหวังยังไม่สิ้น

ชะตาชีวิตเราช่างมืดมัวมน
ยากเข็ญทุกข์ทนสุดที่จะพรรณนา
ขูดรีด ขูดบีฑา
ทุกสิ่งสิ้นสูญ หมดตัวยากไร้
สิ่งที่คงเหลือ มีเพียงแต่ แรงงาน

เที่ยวขายซมซาน ค่าต่ำกว่าใดใด
ปวดร้าวรานดวงใจ
เจ้าอยู่แห่งไหน หนอความเปนธรรม

อย่าเหยียดหยันเราสังคมแสนทราม
แม้เราพบความร้าวรานระกำ
มิยอมสูญความหวังสิ้นพลัง
แม้ลมหายใจ สองแขนนี้ยัง
จะกอบกู้ฟื้นพลิกความเป็นธรรม
ให้ฟ้าแหละดิน ชื่นชม

โดย จิตร ภูมิศีกดิ์

คิดถึงวงนฤคหิตจัง

โดย : ใจน้ำ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 1 : 3 ]


...
หวัดดีค่ะท่านขอแจม..อิอิมาทักช้าไปหน่อย

คิดถึงเช่นกันค่ะคุณหนูมากใจ... ..ทั้งที่เดินชนกันเนี่ยนะ..
อิอิ...

หวัดดีค่ะท่านข้าวแช่เห็นกลอน..ให้นึกถึง...วันวาร...
................................................ดาวไม่ไปไหน...ตกอยู่ตรงนี้..

ขอบคุณมากค่ะท่านใจน้ำ.....
สู้สู้..ค่ะให้ 2 นิ้ว...ใจที่ยิ่งใหญ่...จึงให้เพลงที่ฝังใจ..

โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 8 : 3 ]

ซาหวัดดีคร๊าโดยเฉพาะท่านขอแจม
ขอบพระคุณที่นำกลอนแทงใจของท่านจิตรมามอบให้นะคร๊า
............ ..............................
ซำบายดีไหมค่ะท่านเฟ
เรามาฟังเพลง....ชื่อ “จิตร ภูมิศักดิ์” ของ “คาราวาน” ซึ่งเขียนขึ้น ณ ไร่ “คำสิงห์ ศรีนอก” หรือ “ลาว คำหอม” กันดีกว่านะคะ


เขาตายในชายป่า……………..เลือดแดงทาดินเข็ญ
ยากเย็นข้นแค้นอับจน
…………………………..
………………………….
เขาตายเหมือนไร้ค่า…………..แต่ต่อมาก้องนาม
ผู้คนไถ่ถามอยากเรียน
ชื่อ “จิตร ภูมิศักดิ์”……………..เป็นนักคิดนักเขียน
ดั่งเทียนผู้ถ่องแท้แก่คน
............................ ..................................

โดย : คุณหนูมากใจ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 11 : 9 ]

ครั้งหนึ่งมินานเกินจำ ผู้ชราเคยพำนักในอำเภอที่จตร ภูมิศักดิ์ถูกคร่าชีวิต
ผู้ชราจำได้มิลืม อำเภอวาริชภูมิ บ้านคำบ่อสกลนคร ดงมีเรื่องราวเล่าสู่พี่น้องมินาน หากใคร่รู้

โดย : มังกรผู้ว่อนเร้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 6 ]


...
หวัดดีค่ะท่านมังกรผู้ซ่อนเร้น...ท่านคงไม่บินว่อนไปก่อนนะคะ
เฟอยากรู้ค่ะ...ประสบการณ์ของท่านมีค่ามากนัก

โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 12 : 25 ]

ครั้งเล่าฮูผู้ชรา ยังหนุ่มแน่นท่องทั่วแผ่นดิน คาดเดามิถึงว่าจะถูกทางการส่งไปทำงานยังดินแดนไกลโพ้น ณ ที่นั้น ชนชาวเมืองผู้รักสงบในชนบทนามว่าบ้านคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ สกลนคร ได้ชี้ชวนให้ผู้ชราได้รู้เห็นถึงสถานที่แห่งหนึ่งดูไปคล้ายมีความสงบ เข้มขลัง ข่มผู้มาพบเห็นให้รู้สึกถึงรังสีแห่งความเยือกเย็น อันเปล่งประกายครอบคลุมโดยทั่ว เวลานั้นยังมิมีอนุสรณ์ใดๆ
หากแต่รู้กันดีว่าเป็นที่ จิตร ภูมิศักดิ์ถูกปลิดวิญญาณ โอ เล่าฮูเหนื่อยแล้ว หากมิเบื่อ เล่าฮูคงมีโกสรับใช้อีก ขอคารวะ

โดย : มังกรผู้ซ่อนเร้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 15 ]


เขาตายในชายป่า เลือดแดงทาดินเข็ญ
ยากเย็น ค่นแค้นอับจน
และถึงวันพราก เขาลงมาจากยอดเขา
ใต้เงา มหานกอินทรี
ล้อมยิงโดยกระหยิ่ม อิ่มในเหยื่อตัวนี้
โชคดี สี่ขั้นพันดาว
ศพคนนี้ นี่หรือคือจิตร ภูมิศักดิ์
ตายคาหลักเขตป่ากับนาคร
เหมือนดาวร่วงหล่น ความเป็นคนล่วงหาย
ก่อนตาย จะหมายสิ่งใด
แสนคนจนยากสิบคนหากรวยหลาย
อับอาย แก่หล้าฟ้าดิน
เขาจึงต่อสู้อยู่ข้างคนทุกข์เข็ญ
ได้เห็น ได้เขียนพูดจา
คุกขังเขาได้ แต่หัวใจอย่าปรารถนา
เกิดมา เข่นฆ่าอธรรม
แล้วอำนาจเถื่อน มาบิดเบือนบังหน
กี่คนย่อยยับอัปรา
สองพันห้าร้อยแปด เมฆดำปกคลุมฟ้า
ด้วยฤทธา มหาอินทรีย์
ร้างเมือง ไร้บ้าน ออกทำการป่าเขา
เสี่งเอา ชีวีมลาย
พฤษภาห้าร้อยเก้า แดดลบเงาจางหาย
เขาตายอยู่ข้างทางเกวียน
ศพคนนี้นี่หรือคือจิตร ภูมิศักดิ์ (ซ้ำ)
ตายคาหลักเขตป่ากับนาคร
เขาตายในชายป่า เลือดแดงทาดินอีสาน
อีกนาน อีกนาน อีกนาน
เขาตายเหมือนไร้ค่า แต่ต่อมาก้องนาม
ผู้คน ไถ่ถามอยากเรียน
ชื่อจิตร ภูมิศัดิ์ เป็นนักคิดนักเขีนน
ดั่งเทียนผู้ถ่องแท้แก่คน


โดย : Sai
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 22 ]


ขอบคุณมากค่ะท่านมังกรผู้ซ่อนเร้น...
หายเหนื่อยแล้วมาเล่าต่อนะคะ
เฟ..อยากรู้ว่าสภาพรอบข้างเป็นยังไงบ้าง
ชาวบ้านพูดกันว่ายังไงบ้าง....
....
หวัดดีค่ะท่านsai...เฟอ่านแล้วเศร้าจังเลย
เสียดายที่..เฟเกิดช้าไป..ไม่ทันยุคสมัยของท่านจิตร
.....


โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 15 : 35 ]

.................................................................................
ไยจะต้องย้ำอีกว่า สวรรค์ก็คือนิยายโกหก

ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องยอมรับว่า
พลังทางปัญญาที่มีอยู่จริงในโลกนี้ก็คือ จิตใจของมนุษย์นั่นเอง



Man is a proud ring

คน คำนี้มีกังวานน่าทระนงเสียนี่กระไร...



จิตร ภูมิศักดิ์ ยังได้พูดถึง แมกซิม กอร์กี้ เอาไว้อีกว่า...
กอร์กี้หวงแหนและพยายามรณรงค์
เพื่อให้ประชาชานร่วมโลกของเขา
หวงแหนในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมของ “คน”

เขาเกลียดชังมนุษย์ผู้กระหายอำนาจ
เห็นคนเป็นเครื่องเล่น
ใช้อำนาจของตน “บังคับซื้อ” วิญญาณของคน
บังคับซื้อทุกสิ่งทุกอย่างโดยมิได้คำนึงถึงความพินาศฉิบหายใด ๆ
..............................................................................................




โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 6 ]

....................................................................................
ความทุกข์ถึงคุกคาม
แต่คนฤาย่อมดำรง
นามคนนี้ทรนง
มิพ่ายพับต่อภัยพาล

ความทุกข์ที่เกินทน
จะหลอมคนให้ทนทาน
ยิ่งเนิ่นยิ่งยาวนาน
ยิ่งหลอมคนให้แกร่งไกร

ความขมที่แสนขม
จนขื่นเค็มอยู่กลางใจ
ลุกโรจน์เป็นเปลวไฟ
และเบ้าคุดำแคงแรง

เหล็กกล้าจะพลันเกิด
จากเบ้าดำที่เดือดแดง
เปลวไฟยิ่งพลุ่งแรง
ยิ่งหลอมคนให้ทนทาน

ใจนี้จะพลันเกิด
พลังกล้ามหาศาล
หล่อมหลอมเป็นวิญญาณ
วิญญานชาติที่อาจอง

วิญญาณสยามท้า
เหนือธรณีอย่างทรนง
วิญญาณนี้ยิ่งยง
จะปลุกฤกษ์จะเบิกทาง

มาเดิน..สยามเดิน
ด้วยแรงใจบ่เคยจาง
ขุนเขาที่ขัดขวาง
ถึงเงื้อมฟ้าก็หวั่นไหว

สายน้ำเป็นสีเลือด
จะแห้งเหือดด้วยกลัวใจ
แสงทองที่อำไพ
จะหยาดฟ้าลงมามือ

แล้วคนจะเป็นคน
และใจคนจะเลื่องลือ
นามไทยจักระบือ
ว่าคนจริงทั้งหญิงชาย


(จิตร ภูมิศักดิ์)
..................................................................................................


โดย : จ้าววังค้างคาว
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 9 ]

ครั้งนั้น ด้วยหน้าที่ราชการและวัยหนุ่มแน่นผู้ชราซึ่งสนใจชีวิตของจิตร ภูมิศักดิ์เป็นทุน จึงขอลงพื้นที่สัมผัสเรื่องราวแท้จริงหลากหลาย น้อยคนจักทราบ
แม้ผู้ชักนำให้จิตรถูกค่าวิญญาณ ผู้ชราเคยสนทนาด้วยแล้ว ขณะนั้นเขาวัยชราแล้ว หากได้เล่าขานกับผู้ชรา(บัดนี้วายชนม์ไปนานแล้ว)มีโอกาจักเล่าขานสู่ชาวยุทธผู้สนใจฟังอีก ด้วยคารวะ

โดย : มังกรผู้ซ่อนเร้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 22 ]

ทำไมคนที่เก่งรอบรู้เช่นนักปราชญ์
ถึงได้อายุสั้นจังเลยนะคะ
ท่านมังกรผู้ซ่อนเร้น
แล้วชาวบ้านคนนั้น..เค้ารู้สึกเสียใจบ้างไหมค่ะ


โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 45 ]


หวัดดีค่ะท่านจ้าว...เฟ..ลืมทักเลย
พอดี..อ่านจน..อิน..มากๆเลยค่ะ
วิญญาณนักต่อสู้..จิตใจที่คับแค้น..
ความรู้สึกที่ว่า..เราไม่มีแรงพอที่จะ..ช่วยเหลือสังคม
พัฒนาประเทศ....ช่างยิ่งใหญ่...เหลือเกินค่ะ



โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 16 : 57 ]

ถามสั้น ตอบสั้น เขาผู้นั้นขณะนั้นถูกปรนเปรอโดยพญาอินทรี ผู้สยายปีก
ทั่วแดน หากภายหลังจึงเสียใจตราบวายชนม์

โดย : มังกรผู้ซ่อนเร้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 1 ]

ทำไมหล่ะค่ะ...คนไทยด้วยกัน
ทำไมต้องยิงกันด้วย.............

แค่คนคนเดียว...ที่เดินหาความถูกต้อง
และอีกหลายคน...ที่มองหาคนนำทาง

ท่านมังกรผู้ซ่อนเร้น
มาเล่าให้..เฟ..ฟังเยอะๆ...นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 9 ]

ผู้กล้าเยี่ยงวีรบุรุษ ย่อมมีเรื่องราวเล่าขานมากมาย สิ่งใดผู้ชราพอรู้ และมีผู้ไต่ถาม ยินดีเล่ากันฟัง มิไดแต่งเติม มิได้พูดเล่น เรื่องราวควรเชิดชูต้องเชิดชู ผู้ชราพานพบเรื่องจริงแล้ว (รับราชการอยู่อำเภอวาริชภูมิ 4 ปีเต็ม) ยินดีถ่ายทอด ด้วยคารวะ

โดย : มังกรผู้ซ่อนเร้น
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 16 ]


ค่ะ..เฟจะรอฟังค่ะ..รวมทั้งอีกหลายๆคน..ที่สนใจ..นะคะ

โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 19 ]


ผมด้วยคนคร๊าบบบ
สนใจเหมือนกันครับ...เรามานั่งเคียงกันฟังนะครับ...


โดย : ทิ้งรอยอาลัย
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 22 ]

ท่านมังกรผู้ซ่อนเร้น
แล้ววันจันทร์เฟจะมาอ่านนะคะ


โดย : felix11
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 17 : 48 ]

คารวะท่านเล่าฮู มังกรผูซ่อนเร้น ด้วยสุราดี 1 ไห คารวะ

โดย : รแปดทิศ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 20 : 27 ]

..............มาคาราวะเจ้าค่ะ

โดย : rose
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ 22 : 17 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook