บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (3)
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)

หัวข้อ : ประวัติจอมยุทธ์ฮั่วหยวนเจี่ย(ตอนที่2 ชื่อเสียงเริ่มปรากฏ


ถึงแม้ว่า ฮั่วหยวนเจี่ย จะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังฝีมือที่ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ปฏิบัติ
ตามคำสั่งสอนของตระกูลอย่างเคร่งครัด จึงไม่แสดงฝีมือออกมาให้ใครเห็น
อย่างง่ายๆ ด้วยสายตาของคนภายนอก ฮั่วหยวนเจี่ยมีชื่อเสียงดังเกริกก้อง
ล้วนเนื่องจากที่เขามีพละกำลังอันจะหาผู้ใดมาเปรียบมิได้

ฤดูหนาวปี ค.ศ. 1895 ฮั่วหยวนเจี่ยหาบฟืนไปขายยังเทียนจิน ในเวลานั้น
เขาได้ตบแต่งภรรยาแล้ว บุตรชายคนรอง ฮั่วตงเก๋อก็ได้ถือกำเนิดในปีนี้ ทำ
ให้ต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นอีก วันเวลาผ่านไปอย่างค่อนข้างลำบาก เขาจึงจำ
เป็นต้องขายฟืนเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว

คานหาบฟืนของฮั่วหยวนเจี่ยต่างกับของผู้อื่น มันสร้างมาจากไม้อวี๋ (ไม้เนื้อ
แข็งชื่อต้นอวี๋ หรือต้น elm) ท่อนหนึ่ง ทั้งหนัก ทั้งหนา ฟืนหาบหนึ่ง หาก
เต็มที่จะหนักถึงสามสี่ร้อยชั่ง (หนึ่งชั่งหนักเท่ากับ 0.6 กิโลกรัม) ยามเมื่อ
หาบอยู่บนหัวไหล่ ดูไปก็ยังรู้สึกเบาสบาย ยามเดินเหินก็ดุจเหินบิน ผู้คนที่
เดินทางผ่านไปมา เมื่อมองเห็นต่างก็ชมเชยมิได้ขาดปาก

อาศัยร่างกายที่มีพละกำลังอันมหาศาล ฮั่วหยวนเจี่ยได้ปราบพวกอันธพาล
ที่เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากพ่อค้า ค่าผ่านทางจากคนชนบทได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้เถ้าแก่เฟิง หัวหน้าของกลุ่มอันธพาลมองเห็นคุณค่าของเขา เถ้าแก่
เฟิงได้เชื้อเชิญฮั่วหยวนเจี่ยไปที่บ้าน จัดโต๊ะเลี้ยงรับรอง คิดเชื้อเชิญฮั่วหยวน
เจี่ยให้มารับช่วงกิจการขนถ่ายสินค้า มาช่วยคุ้มครองเขตอิทธิพลที่มีอยู่

ปีที่สอง ฮั่วหยวนเจี่ยถูกเศรษฐกิจที่รัดตัวบังคับ ตัวคนเดียวเดินทางไปยัง
เทียนจิน บากหน้าไปหาเถ้าแก่เฟิง ตั้งแต่อายุ 28 เป็นต้นไป ฮั่วหยวนเจี่ย
นับว่าห่างไกลจากบ้านเกิด ออกมาผจญโลกกว้างโดยลำพัง

หลังจากรับช่วง การดูแลกิจการขนถ่ายสินค้า ฮั่วหยวนเจี่ยก็ยกเลิกการขูด
รีดเก็บค่าคุ้มครองจากชาวนาและพ่อค้า เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่
เหล่าอันธพาลในกลุ่มของกรรมกรขนถ่ายสินค้า ฮั่วหยวนเจี่ยจึงบอกลาออก
จากกิจการขนถ่ายสินค้าที่มีเรื่องอันเลวร้ายนั้นเสีย จากนั้นจึงหันไปทำงาน
เป็นพนักงานขนของร้านขายยาไหวชิ่ง ซึ่งอยู่ที่ประตูเมืองด้านทิศเหนือของ
เมืองเทียนจิน

มีอยู่วันหนึ่ง มีเซิงตี้ (ตัวยาชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์แก้ร้อนใน บำรุงธาตุหยิน) เที่ยว
ใหม่เข้ามายังร้านขายยาไหวชิ่ง เซิงตี้แต่ละมัดหนักมัดละห้าร้อยชั่ง มีชาย
ร่างใหญ่คนหนึ่งคิดประลองพลังกับฮั่วหยวนเจี่ย เขาแบกเซิงตี้หนึ่งมัดขึ้นบ่า
โดยเอาเข้าโกดังรวดเดียวสามเที่ยว จากนั้นจึงกล่าวกับฮั่วหยวนเจี่ยต่อหน้า
เหล่าพนักงานในร้านว่า "อาจารย์ฮั่ว ใครๆ ก็กล่าวกันว่าท่านมีพลังอันมหาศาล
ไม่มีใครสู้ได้ วันนี้ท่านไยไม่แสดงฝีมือออกมาสักครั้ง ให้พวกเราได้เปิดหู
เปิดตา"

ฮั่วหยวนเจี่ยเคยได้ยินมานานแล้ว ว่าชายคนนี้อยู่ในร้านขายยา เรียกตนเอง
ว่าเป็นจ้าวเป็นอ๋อง จึงคิดอาศัยโอกาสนี้ล้างความน่าเกรงขามนี้ไปเสีย จึงคว้า
คานหาบขนาดใหญ่ขึ้นมาอันหนึ่ง รวดเดียวหาบเซิงตี้ขึ้นมาพร้อมกันสองมัด
เดินเข้าไปในโกดังอย่างสบาย ไม่ร้อนรน พวกพนักงานในร้านขายยาเห็นเขา
มีพลังสามารถหาบได้ถึงพันชั่ง ก็มิได้ร่ำร้องโอ่อวดอันใด ส่วนชายร่างใหญ่
นั้นอับอายจนใบหน้าแดงก่ำ วันที่สองก็หนีหน้าหายไป

ต่อมาไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เช้าวันหนึ่ง พนักงานของร้านขายยาไหวชิ่ง
ออกไปเพื่อหาบน้ำ เห็นลูกกลิ้งหินใหญ่คู่หนึ่ง (ลูกกลิ้งใช้ในการบดพื้นให้
เรียบ หรือใช้บดข้าว) วางเอียงๆ อยู่บนบ่อน้ำ ลักษณะเช่นนี้ หากกระทบถูก
เพียงเล็กน้อย ลูกกลิ้งหินก็จะร่วงลงไปในบ่อน้ำ จะทำให้บ่อน้ำนี้ใช้การไม่
ได้อีกต่อไป พนักงานนั้นจนปัญญา ได้แต่กลับไปเชื้อเชิญฮั่วหยวนเจี่ย

ถึงตอนนี้ รอบบ่อน้ำรุมล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มาชมดูความครึก
ครื้น ฮั่วหยวนเจี่ยมองดู แล้วกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า "คนคนนี้มีความสามารถ
จริงๆ ข้าพเจ้านับถือเขา นี่บีบบังคับให้ข้าพเจ้ามาอย่างชัดเจน"

กล่าวจบก็งอเอวลง สองมือจับลูกกลิ้งหิน ได้ยินเสียงร้อง "ไฮ้" ก็ผลักย้าย
ลูกกลิ้งหินทั้งคู่ออกพ้นจากปากบ่อน้ำได้พร้อมกัน หลังเหตุการณ์นี้ ผู้คนให้
ฉายาแก่เขาว่า "จอมพลังฮั่ว"

มีคนผู้หนึ่งที่ส่งผลกระทบทางด้านความคิดอย่างใหญ่หลวงต่อฮั่วหยวนเจี่ย
ในช่วงที่เขาเติบใหญ่ขึ้นมา คนผู้นี้คือเถ้าแก่ร้านขายยาไหวชิ่ง หนงจิ้งซุน
หนงจิ้งซุนเคยไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น รอบรู้ไพศาล เนื่องจากราชสำนักฟอน
เฟะ ปฏิเสธที่จะรับราชการเป็นขุนนาง แต่ด้วยต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด จึง
เปิดร้านขายยาไหวชิ่งขึ้น เขาเล่าเหตุการณ์ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ
ทั้งยุคโบราณและยุคปัจจุบ้นให้ฮั่วหยวนเจี่ยฟังอยู่เสมอ ชี้ให้เห็นเหตุที่
ประเทศจีนยากจนประชาชนอ่อนแอนั้น เนื่องมาจากราชนสำนักไร้ความ
สามารถ ถูกประเทศมหาอำนาจหยามหยัน ประชาชนเสียขวัญ หนงจิ้งซุน
บอกกับฮั่วหยวนเจี่ยว่า นักปฏิวัติที่มีจิตใจแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเช่น ดร.
ซุนยัดเซน ได้ยกธงเพื่อก่อการ เวลาที่ราชสำนักชิงจะพังทลายอยู่อีกไม่
นานแล้ว

ความสัมพันธ์ที่มีกับหนงจิ้งซุน ทำให้ฮั่วหยวนเจี่ยได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้าง
ไกลขึ้น เข้าใจในเหตุผลต่างๆ ขึ้นอีกไม่น้อย ยิ่งปลุกเร้าให้ฮั่วหยวนเจี่ย
ปฏิเสธการเป็นทาสรับใช้ของชาวยุโรป เกิดความรักชาติและปกป้องชาติขึ้น

ฮั่วหยวนเจี่ยยังได้รับอิทธิพลจากหนงจิ้งซุน ในเรื่องการปลดปล่อยแนว
ความคิด ฮั่วหยวนเจี่ยได้พูดเกลี้ยกล่อมบิดา สิ่งแรกคือทำลายประเพณี
ดั้งเดิม รับศิษย์ต่างแซ่สองคนคือหลิวจิ้นเซิง และกวอเหลียง ภายหลังมี
เฉินเจินโผล่ออกมาทางภาพยนต์และละครทีวี นี่เป็นเรื่องที่ล้วนแต่งขึ้นมา
ทั้งสิ้น ฮั่วหยวนเจี่ยไม่เคยมีลูกศิษย์เช่นนี้

วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1901 ศิษย์คนหนึ่งของฮั่วหยวนเจี่ย หลิวจิ้นเซิงถือใบ
ปลิวโฆษณาหลายแผ่นเข้ามา ที่พิมพ์บนใบปลิว เป็นเรื่องของการขายศิลปะ
ของจอมพลังชาวรัสเซียที่โรงละคร ซึ่งพิมพ์ไว้ว่า "ตะลุยสู้มาแล้วทั่วโลก
ไร้ผู้ต่อต้าน มาให้พวกขี้โรคแห่งเอเซียได้ดูเพื่อเปิดหูเปิดตา..." หลังอ่าน
ข้อความ ฮั่วหยวนเจี่ยตบโต๊ะร่ำร้องว่า "นี่มันข่มเหงคนเกินไปแล้ว" จากนั้น
ผลุนผลันออกไปหาหนงจิ้งซุน

จอมพลังชาวรัสเซียคนนี้มีชื่อว่า คาลอฟ ว่ากันว่ามีความสูงถึงแปดฟุต น้ำ
หนักสามร้อยกว่าชั่ง สามารถกินแพะตัวหนึ่งหมดภายในวันเดียว ทั่วทั้ง
ร่างกายมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่หน้าอกมีขนดำปุกปุย เมื่อให้ชาวจีนที่เป็น
ชาวบ้านทั่วไปที่มีรูปร่างเตี้ยเล็กมาดู จะถูกรูปร่างอันใหญ่โตของคาลอฟ
ขู่ขวัญจนฝ่อ

คาลอฟมีความเชี่ยวชาญในการชกมวยสากล กล่าวกันว่าตั้งแต่เขาออกมา
จากประเทศรัสเซีย ไปยังประเทศโปแลนด์, ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, ปรุสเซีย
(รัฐหนึ่งของเยอรมัน), ตุรกี, เปอร์เซีย, อินเดีย, พม่า ไม่เคยพบใครที่เป็น
คู่ต่อสู้อย่างเท้จริงได้ จนหลังจากที่ได้มาถึงประเทศจีน เห็นชาวจีนแต่ละ
คนมีรูปร่างผอม หน้าเหลือง พบเห็นชาวยุโรปราวกับหนูเจอแมว กลัวว่าจะ
หลบหนีภัยไม่ทัน

ในโฆษณา คาลอฟยังกล่าวไว้ว่า "หากมีประชาชนของประเทศขี้โรคแห่ง
เอเซียผู้ใดที่ไม่ยอมรับนับถือ ก็ขอเชิญขึ้นเวทีมาประลอง ผู้ที่สามารถรับ
หมัดของข้าได้หนึ่งหมัด จะได้เงินรางวัลเป็นเงินหนึ่งร้อยชั่ง"

หลายวันให้หลัง คาลอฟให้ปิดประกาศตามถนนทุกแห่งในเมืองเทียนจิน
บนใบประกาศเขียนไว้ว่า

"ข้าฯ คาลอฟ จอมพลังแห่งรัสเซีย ขณะนี้มาถึงเมืองเทียนจิน ประเทศจีน
เพื่อเปิดแสดงการประลองฝีมือ ให้ประชาชนของประเทศจีนได้รู้จักวิชามวย
ที่ยอดเยี่ยมของชาวตะวันตกเรา กับพลังมหัศจรรย์ในการม้วนงอเหล็กกล้า
ในระหว่างการแสดงวิชา หากชาวยุทธ์ของจีนผู้ใดมีความกล้าขึ้นเวทีมา
ประลองก็ยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง หากสามารถยืนหยัดอยู่ได้ จะได้รับรางวัล
เป็นเงินสามร้อยตำลึง มีกำหนดสามวันนับจากที่ได้ปิดประกาศ สามวันให้
หลัง หากไม่มีใครกล้าขึ้นเวที แสดงแน่ชัดแล้วว่าประเทศจีนที่แท้คือประเทศ
คนขี้โรค..."



โดย : เสือขาว
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 22 พ.ค. ปี 2006 [ 20 : 7 ]

ขอบคุณท่านเสือขาว
ที่ให้ความรู้แก่ข้าฯ
น้อมคารวะ

โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 23 พ.ค. ปี 2006 [ 7 : 32 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook