บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด

>>จตุคามรามเทพ.....ในอีกมุมมอง

หัวข้อ : .......จตุคามรามเทพ.....ในอีกมุมมอง......


ประวัติพระบรมธาตุ...จังหวัดนครศรีธรรมราช..

......ครั้งพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน.......
คราถวายพระเพลิงนั้น..พระเกษมมหาเถระ..กำบังกายเข้าไปในกองเพลิง
อัญเชิญพระทันตธาตุ(ฟัน)ออกไปถวายพระเจ้าสิงหราชแห่งนครป่าหมาก
ต่อมามีกษัตริย์เมืองต่าง ๆ ยกทัพมาชิงพระทันตธาตุนี้มิได้ขาด
พระเจ้าสิงหราชคาดการณ์ว่ายากแก่การรักษาเมือง
จึงมีพระบัญชาให้..พระนางเหมชาลา(พระราชธิดา)..พระทนทกุมาร(พระราชบุตร)
อัญเชิญพระทันตธาตุลงกำปั่นหนีไปกรุงลังกาเพื่อถวายแก่พระเจ้ากรุงลังกา
เรือกำปั่นถูกพายุพัดแตกกลางทะเลซัดสองกษัตริย์ขึ้นฝั่ง
เสด็จพระราชดำเนินถึงหาดทรายแก้ว
ฝังพระทันตธาตุที่ซ่อนในพระเกศาของพระนางเหมชาลา ลง ณ หาดทรายแก้ว

จนเมื่อพระมหาเถรพรหมเทพพบเข้า ได้นำสองกุมารอัญเชิญพระทันตธาตุต่อไปยังกรุงลังกา
ถวายต่อพระเจ้าทศคามมุนี..สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ประดิษฐานไว้ในลังกา

แล้วให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๒ ทะนาน
ประทานให้พระนางเหมชาลาและพระทนทกุมารอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว

ต่อมา..พระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงโปรดให้ขุดหาพระบรมสารีริกธาตุ
และทรงสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
และสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 9 : 18 ]

บริเวณทางขึ้นองค์พระบรมธาตุเรียกว่า"วิหารพระม้า"

มีองค์จุคามรามเทพ..ท้าว...และเหล่าภาพยนต์ผู้ปกปักรักษาพระบรมธาตุ
เป็นงานปูนปั้นลอยตัว รายรอบเชิงบันไดขึ้นสู่ลานประทักษิน

ตำนานระบุว่า........
"เจ้ากากภาษา..ผูกภาพยนต์ด้วยเวทมนต์คาถา เป็นยักษ์ ครุฑ นาค สิงห์ โค ม้า และ ช้าง "

ยักษ์คู่ คือ ท้าวเวฬุราชและท้าวเวชสุวรรณ
ครุฑคู่ คือ ท้าววุรุฬปักษ์และท้าววิรุฬหก
นาคคู่ คือ ท้าวทตตรฐมหาราช และท้าวทตตรฐราช

ที่ยอดบันได เป็นคู่ของท้าวจตุตาม และท้าวรามเทพ นั่งพิทักษ์อยู่

มีสิงห์สามคู่ขนาบเชิงบันได
สิงห็คู่ล่างสีแดง ยืนอย่างสงบ
สิงห์คู่กลางสีเหลือง นั่งเผยอปากขู่
สิงห์คู่บนสีดำ นั่งยกสองขาหน้า อ้าปากกว้างคำราม

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 9 : 33 ]

.....ครั้งสมัยข้าฯเป็นเด็กวัดพระมหาธาตุฯ
วิหารแห่งนี้ ข้าฯเคยมากราบไหว้บูชา
เช็ดถูทำความสะอาดอยู่เนืองนิจ

ท่านเจ้าคุณตาฯ อาจารย์ของข้าฯบอกว่า
"ไอ้สนเอ๊ย ! สถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก"

และชี้แนะนำให้ข้าฯปฎิบัติบูชาด้วยความเคารพมาโดยตลอด

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 9 : 39 ]

......โอ้..องค์จตุคาม..องค์รามเทพ....แห่งข้าฯ
บัดนี้.....องค์ท่านคือที่พึ่งทางใจของเหล่าชาวพุทธ
ได้ยึดถือท่านเป็นสรณะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด...................
กิเลสตัณหาของคน.......................
กลับส่งองค์ท่านให้เป็นพุทธพานิชนิยม
ในท่ามกลางกระแสยุคโลกาภิวัฒน์ของทุนนิยม

....โอ้..องค์จตุคาม..องค์รามเทพ..แห่งข้าฯ
ขอทรงส่องสายตา เปิดตาให้ผู้มืดบอด
ให้เห็นแสงสว่างแห่งธรรมด้วยเถิด

.....โอม.....โอม.....โอม......นะโม.......นะโม.....

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 9 : 45 ]


ขอบคุณท่านมะอึก กำลังอยากรู้เรื่องนี้พอดีเลย

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 10 : 10 ]

ท่านซาบู.......
เรื่องราวแห่งข้าฯกับองค์ท่าน..มีอีกมากมาย

บางคำกล่าว..ข้าฯขอถนอมถ้อยคำ
บางคำกล่าว..ข้าฯขออมพนำ

เพราะคำกล่าวแห่งข้าฯ
อาจขัดเคืองรูหูหลาย ๆ คน

ข้าฯอยากชี้ถึงพุทธะที่แท้จริงเท่านั้น

ท่านซา....
ท่านไม่มีคำถาม...
ข้าฯไม่มีคำตอบ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 10 : 17 ]

ท่านมะอึก*
ไม่มีคำถาม เท่าก็ยังเล่าต่อไปได้นะ

เคยอ่านผ่านสายตามาว่า
ครั้งพุทธกาลนั้น องค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้กล่าวให้เคารพบูชารูปปั้น
ก่อนท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ตรัสบอกกับพระอานนท์ว่า

"จงยึดพระธรรม เป็นศาสดา"

พอมาถึงยุคพระอโศกฯ* (หรือเปล่าชักไม่แน่ใจ) ถึงมีการบูชารูปปั้น......(ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่)

...
ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่จดจำมาผิดเพี้ยนไปมากน้อยแค่ไหน ใคร่ขอความกระจ่างในรายละเอียดเห็นจะดี

แต่ที่แน่ใจคือ "ให้ยึดพระธรรม เป็นศาสดา"

เอ....แล้วการบูชาเหร๊ยญต่าง ๆ มีที่มาเช่นไร เริ่มจากยุคไหนกันนะ

(ขออภัย หากพิมพ์ผิดเพี้ยนไป ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงตามความเป็นจริง เหตุเพราะข้าพเจ้ายังโง่เขลานัก)


โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 11 : 8 ]

น่าจะเริ่มก่อนพุทธศาสนาเสียอีกนะท่าน....

ที่เราเป็นๆกันอยู่ก็ไม่ใช่พุทธแท้.แต่มีพราหมณ์(ถูกป่าว)ปนๆอยู่...

พระธรรมต้องศึกษาต้องปฏิบัติ...จึงจะเข้าถึง หากจะให้คนทั้งสี่เหล่า

เข้าใจน่าจะยากเนาะ เลยต้องหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้...

ซึ่งหากยึดเหนี่ยวได้คนทำความดี ความดีนั้นก็คุ้มกาย....

แต่ตอนนี้...ไหงเป็นอย่างนี้ได้ก็ไม่รู้เนาะ

โดย : กระบี่คลุมวรุณ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 17 : 48 ]

ท่านซา...........
ที่ท่านกล่าวมาว่า
"ให้ยึดพระธรรมเป็นศาสดา"

เป็นคำที่อยู่ในพระไตรปิฏก

ส่วนเรื่องอื่นที่ท่านถามมา
ข้าฯไม่ตอบ...เพราะท่านกล่าวถึงสิ่งสูงสุดแล้ว

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 18 : 20 ]

ท่านกระบี่คลุมวรุณ

ธรรมะของพระพุทธองค์ไม่ยากที่จะรู้
ไม่ยากที่จะปฏิบัติ

เพียงแต่ธรรมะเปรียบเหมือนยาขมหม้อใหญ่
ดื่มกินยาก......กิเลสไม่ชอบ....กิเลสกลัวถูกทำลาย

กิเลสเลยไม่ใส่ใจแล้วบอกว่า..อย่าไปยุ่งเลย

เครื่องยึดเหยี่ยวใจให้ทำความดี ทุกอย่างดีทั้งนั้นขอรับ

เรื่องพุทธแท้..พุทธเทียม...อย่าเถียงกัน อย่าทะเลาะกันเลย
อายศาสนาอื่นเขา

ท่านลองหงายฝ่ามือซ้ายของท่านขึ้นมา
พิจารณาช้า ๆ แล้วมองว่าอะไรคือมือซ้าย
ประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ มากมาย
แยกออกมาช้า ๆ เป็นหัวแม่มือ...ไล่ไปถึงก้อย
แยกให้เป็นหนังกำพร้า..เนื่อแดง ไขมัน เลือด

แล้วให้ท่านมองให้เห็นว่านี่ไม่ใช่มือนี่
มันจะเป็นอะไรก็ช่างเรื่องของมัน

แล้วให้ท่านมองอีกครั้งว่า...นี่ไม่ใช่มือซ้ายของเรานี่
มันจะเป็นอะไรก็ช่างมัน

ท่านได้เห็นธรรมแล้ว

ท่านยอมคิด..ยอมมอง..อย่างนั้นหรือไม่?

ช้า ๆ ครับท่าน..............
นี่แหละคือธรรมของพระพุทธองค์

ลัดตรงที่สุดครับ..................

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 18 : 32 ]


อืม........ดีจริง

คงต้องไล่มองไปทีละส่วนๆ ทั่วร่างกายซะบ้างแล้วล่ะ

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 18 : 37 ]

ลองดูท่านซา....
อย่าไปจริงจังอะไรกับมัน

ท่านจะมีความสุข...ความทุกข์ลดน้อยลง
ท่านอาจารย์พุทธทาสกล่าวสอนไว้ว่า

"ตัวกู...ของกู..." ไม่มีอยู่จริง
อย่ายึดมั่นถือมั่น

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 16 ]

หลายท่านอาจจะรู้สึกหนักและน่าเบื่อ
เพราะกิเลสบอกว่า เรื่องอย่างนี้ฉันไม่ชอบ

ขอโทษนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 18 ]


ประเดี๋ยวกิเลสมันก็บอกว่า ........."ไม่ยกโทษให้เด็ดขาด!!" ........หรอกท่าน

555

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 25 ]

ท่านซา....กิเลสกล่าวถูกแล้ว
"ไม่ยกโทษ....."

กิเลสบางเบา..จะกล่าวว่า
"ให้อภัย......."

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 27 ]


ยอดเยี่ยมเลยท่านมะอึก*
หากกิเลสบางเบา.......คงกล่าว.........."ให้อภัย.............."
(ขอกราบแทบตักท่าน)
(นั่งพับเรียบร้อยคอยฟัง*)

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 37 ]


ยอดเยี่ยมเลยท่านมะอึก*
หากกิเลสบางเบา.......คงกล่าว.........."ให้อภัย.............."
(ขอกราบแทบตักท่าน)
(นั่งพับเรียบร้อยคอยฟัง*)

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 19 : 37 ]

มารับฟัง ท่านมะอึก กล่าวธรรม
แม้กิเลส จะบอกว่า น่าเบื่อ แต่กิเลส ก็จนด้วยเหคุผล

เพราะว่า ดิ้นมาก กิเลส ก็เหนื่อยเอง หยุดมาก กิเลส ก็เบื่ออีก
มันเบื่อไปซะทุกอย่าง ตัวกิเลสนี่

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 21 : 20 ]

เจริญในธรรมท่านซาบู...............

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 21 : 26 ]

ท่านวาสิน....

จงทรมานกิเลส (อย่าให้โลภ..อย่าให้โกรธ..อย่าให้หลง..)
ทำยากน่าดู..เพราะกิเลสมันนอนเนื่องอยู่ในจิต

จงฆ่ากิเลสอย่าให้มันแสดงฤทธิ์เดช
ทำยากน่าดู..เพราะกิเลสฤทธิ์เดชเยอะ

เพ่งดูจิตภายในของเราท่านไปเรื่อย ๆ
ยามที่จิตวิปริตคิดอยากหรือไม่อยาก

ด่าทันทีท่าน......
ด่าในใจว่า...โง่อีกแล้วนะ...........

ธรรมที่กล่าวตรงไปตรงมาอย่างนี้
นี่แหละแนวสอนของจอมปราชญ์และอรหันต์แห่งสวนโมกขผลาราม

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 21 : 31 ]

ท่านที่เคารพรักทั้งหลาย
กระทู้นี้ข้าตั้งใจกล่าวถึง..จตุคามรามเทพ...

แหละนี่ คือแนวลัดตรงแห่งการปฎิบัติบูชาองค์ท่าน
อย่าถามหาว่า..องค์ไหนแท้..องค์ไหนปลอม

รักชอบหาไว้ครอบครองเป็นเรื่องของจริตบุคคล

ได้มาแล้วตั้งจิตอธิษฐาน
ขอให้องค์ท่านคุ้มครองให้พ้นจากสรรพทุกข์..สรรพโศก..
สรรพโรค..สรรพภัย..สรรพเคราะห์..เสนียดจัญไร...
จงพ้นไปจากตัวข้าพเจ้า

ขอพรแล้วให้รักษาสัจจะที่ได้ให้ไว้กับองค์ท่าน
แม้ว่าท่านจตุคามรามเทพจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีจิตเมตตาสูง
ก็อย่าพึ่งแต่องค์ท่านอย่างเดียว

ควรสร้างกุศลให้แก่ตนเอง ให้ทาน..รักษาศีล ๕ บำเพ็ญภาวนา
อโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร เปรตทั้งปวง
แล้วชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 21 : 43 ]

* ท่านมะอึก.กล่าวได้ตรงกับที่ใจ ข้าน้อยฯกำลังสงสัยอยู่พอดี

นับว่าได้คำตอบแล้ว

การมีจิตคิดอนุเคราะห์ ถ่ายทอดความรู้เป็นวิทยาทานของ*ท่าน
น่าจะเกิดประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง (หรือทุกรุ่น )

น่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งนะคะ

โดย : ศิริศุภา
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 9 มี.ค. ปี 2007 [ 22 : 46 ]

ท่านศิริศุภา.................
ข้าฯได้คำตอบที่ต้องการ
จากความรู้สึกของท่านแล้ว

ข้าฯถ่ายทอดเรื่องนี้ออกมาอย่างมีความหวังว่า..
ผู้ที่พบเห็นกระทู้นี้จะได้เข้าใจเรื่องราวและมีจิตสว่างเบิกบานสะอาดสงบ
ไม่มีสิ่งใดขุ่นมัวค้างคาใจ...
ทั้งผู้ให้เช่า...ผู้เช่า....และประชาชนทั่วไป

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 10 มี.ค. ปี 2007 [ 8 : 20 ]

....ข่าว......
แห่คืนใบจององค์จตุคามรามเทพ..ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว
คิดเป็นมูลค่า.....๒๐ ล้านบาท

...................................................................................

...คาถาบูชาพ่อ....
นโม...สามจบ...

มอ..ออ..ออา..ออฤา..ถึง..ออ..ลือนาม
จนถึง ๑๒ นักษัท...อืออา..ลือมา..ถึงตัวข้าด้วย
ออฤา..องค์สุริยันจันทรามหาจักรพรรดิ..องค์ราชันดำจตุคามรามเทพ
จตุโชคศรีมหาราชโพธิสัตว์..พังพกาฬ..องค์จันทรภาณุ..พญาชิงชัย..
พญาโหรา...พญาขุนรักษ์...พญารองเมือง..เทวดาน้อยและสิง่ศักดิ์สิทธิ์
ที่สถิตย์ปกป้องคุ้มครองหลักเมืองนครศรีธรรมราช

ข้าฯ..นายมะอึก..ขอกราบสักการะ
ขอให้องค์พ่อจงทรงญาณบารมียิ่งยิ่งขึ้นไป
บารมีของพ่อแผ่ไพศาลไปทั่วไตรภพ

ขอให้ไทยพ้นภัยพาลด้วยเทอญ..................
ตาบอด..ขอให้ตาสว่าง.....
หูหนวก...ขอให้ได้ยิน........
โง่....ขอให้ฉลาด....
ฉลาด...ขอให้ฉลาดยิ่ง ๆ ขึ้นไป...

จน..ขอให้รวย..
รวย...ขอให้รวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป..
ทุกข์..ขอให้สุข..
สุข..ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป...
และ...ฯลฯ...................................


โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 10 มี.ค. ปี 2007 [ 8 : 46 ]

ขอเรียนถามท่าน มะอึก
"ที่ยอดบันได เป็นคู่ของท้าวจตุตาม และท้าวรามเทพ นั่งพิทักษ์อยู่"

จากข้อความข้างบนแสดงว่า องค์จตุครามรามเทพ คือเทพ 2 องค์แต่ที่เห็นเหรียญที่ห้อยคออยู่อยู่ทั่วไปมีองค์เดียว แล้วเป็นองค์จตุครามหรือองค์รามเทพ ครับแล้วทำไมผู้
คนถึงเรียกรวมกันครับ แล้วถ้าผมจะเช่า เอาไปบูชา จะมีอะไรแนะนำบ้างครับ

โดย : แมงเม่า เมาแสง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 10 มี.ค. ปี 2007 [ 17 : 39 ]

ท่านแมงเม่า.......

ยอดบันไดทางขึ้นพระบรมธาตุ ข้าเห็นสององค์
องค์ซ้ายอาจารย์ข้าเรียกว่าท้าวจตุคาม
องค์ขวาอาจารย์ข้าเรียกว่าท้าวรามเทพ

ส่วนการมารวมกันเป็นองค์จตุคามรามเทพ...เป็นการเรียกภายหลัง

หรืออีกตำราหนึ่ง..กล่าวว่า
ในตำราของชาวชวากะ...เรียกว่าจตุคามศาสตร์ เชื่อกันว่า
ในพุทธศตวรรษที่ ๗ นางพญาจันทรา หรือที่ชาวเรือเรียกว่าแม่ย่านางนั้น
เป็นมารดาของเจ้าชายรามเทพ เป็นผู้บรรลุธรรม ทรงอิทธิฤทธิ์

เจ้าชายรามเทพร่ำเรียนวิชาจตุคามจากราชมารดา และเรียนรู้พุทธศาสนา มุ่งสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์
มีปณิธาณแน่วแน่ที่จะประกาศธรรมทั่วสุวรรณภูมิ
จนเหล่าราชครูต่างถวายนามว่า "องค์ราชันจตุคามรามเทพ"

ต่อมาพระองค์มานะพยายามจนบรรลุโพธิญาณจักรวาลพรหมโพธิสัตว์ มีอิทธิฤทธิ์สยบฟ้าสยบดิน
วาจาสิทธิ์ สาปแช่งผู้ใดจะถึงกาลวินาศ

พญาโหราบรมครูช่างชาวชวากะ ได้จำลองรูปมหาบุรุษเป็นอนุสรณ์
ตามอุดมคติศาสตร์ศรีวิชัย เรียกว่าร่างแปลงธรรม

มีหลายรูปแบบมากมาย

หากท่านจะเช่าไปบูชา.....
ทบทวนสิ่งที่ข้าฯกล่าวมาเบื้องต้นช้า ๆ
ท่านจะเจอเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย

ข้าฯให้ถึงคาถาบูชาไว้แล้ว

คิดดี..ทำดี...บูชาให้สัจจะ....ท่านจะพบกับสิ่งที่ท่านต้องการ

เปิดหูเปิดตาครับ

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 10 มี.ค. ปี 2007 [ 20 : 57 ]

ขอบคุณครับท่านมะอึก

โดย : แมงเม่า เมาแสง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 13 มี.ค. ปี 2007 [ 12 : 51 ]

สวัสดีครับท่านอามะอึก
กระทู้ยังมีสาระเหมือนเดิมไม่เหมือนตาห่าน- -

โดย : กระป๋อง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 17 มี.ค. ปี 2007 [ 15 : 2 ]

ขอบคุณ..กระป๋อง....
อย่าพาดพิง......

คุณตาเขามีหลายสิ่งที่น่าสนใจ
ซึ่งมะอึกทำมิได้

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 17 มี.ค. ปี 2007 [ 21 : 25 ]

ความคืบหน้า..กระแส
และความต้องการในองค์ท่าน
ยังคงมีต่อเนื่อง

โดย : มะอึก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2007 [ 14 : 32 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook