บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด
หน้า > 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9

>>คิดว่าปรัชญาสาขาใดมีอิทธิพลต่อชีวิต

หัวข้อ : คิดว่าปรัชญาสาขาใดมีอิทธิพลต่อชีวิต


ตามที่ท่านศึกษามาท่านคิดว่าปรัชญาสาขาใดมีอิทธิพลต่อชีวิตของสังคมไทย หรือ คนไทยมากที่สุด ให้เหตุผลเป็นข้อๆและใช้หลักปรัชญาใดในวิชาปรัชญา

โดย : skynet
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 26 ม.ค. ปี 2007 [ 16 : 4 ]

ข้าว่า...พุทธปรัชญา

แต่มีบางคนในที่นี้ นิยมชมชอบ Neo - humanist
ข้าก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่ข้ารู้ว่า บางคน..เข้าขั้น Expert เชียวล่ะ
อยู่ที่...เจ้าจะโชคดีเจอท่านผู้นั้นหรือไม่ ...
เหอ ...เหอ

โดย : จุดไต้ตอตำ
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 26 ม.ค. ปี 2007 [ 16 : 45 ]

ปรัชญา จาก ธรรมชาติ ไงครับ ปรัชญาจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราครับเช่น....
ปรัชญาน้ำทะเล...ยิ่งกอบโกยเข้าหาตัวเอง... ยิ่งไหลหนีห่างหายไป... ยิ่งผลักไสให้หาง....ยิ่งไหลเข้าหา ...เปรียบได้กับชื่อเสียงอำนาจ บารมี..ก็เช่นกัน........
ยังมีปรัชญาธรรมชาติมากมาย อยู่รอบๆตัวเรา ..ลองมองดูสิ
โดย : แมงเม่า เมาแสง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 26 ม.ค. ปี 2007 [ 19 : 47 ]

ข้าน้อยโง่เขลา...ปรัชญามีกี่ประเภทอะไรบ้าง...ข้ายังไม่ทราบเลย = ="a

ข้าเพียงแค่ทราบตามที่จิตข้ารับได้ ตามที่ตาข้าเห็น ตามที่กายรู้สึก ตามที่หูได้ยิน ตามที่ลิ้นได้รับ ตามที่จมูกได้กลิ่น

นอกจากนั้น ข้าก็ไม่ทราบแล้ว นอกจากทางเดินอันเดียวดายของข้า...

โดย : เดียวดาย
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 26 ม.ค. ปี 2007 [ 21 : 28 ]

ตามที่ท่านศึกษามา....เอ่อ คือว่าไม่เคยศึกษาอ่าฮะ
ปรัชญาสาขาใด..........มันมีกี่สาขาล่ะ?
ข้าว่าท่านเอาข้อสอบวิชาปรัชญามาถามอีกแล้ว= ="
ข้าไม่เคยเรียนวิชาปรัชญาอ้ะ

โดย : ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 26 ม.ค. ปี 2007 [ 21 : 46 ]

ปรัชญาก็เหมือนงูเห่าตัวดำทมึน
หากใครโดนนำลายของมันอย่าหวังว่าจะรอด
แต่กระนั้นก็ตามเมื่อมันบานแล้ว
สายตาของมันหาได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่
หากว่าท่านสนใจในปรัชญาขาพเจ้ามีสูตรในการศึกษาอยู่บทหนึ่ง

หากท่านอยากเห็นหุบเขาจงขึ้นใปอยู่บนยอดเขา
หากท่านอยากเห็นยอดเขาจงขึ้นใปอยู่บนเมฆ
หากท่านอยากเข้าใจเมฆจงเข้าใปหาเมฆ
แต่อย่าอยู่ใต้เมฆจงอยู่บนเมฆ
ท่านจะเข้าใจว่าเมฆนั้นคืออะไร?

จิตใจที่สะอาดบริสุทธจึงจะสามารถศึกษาจากนักปราชโบราณได้
มิฉนั้นเห็นความดีของคนโบราณสักอย่าง
ก็จะนำมาใช้ประโยชส่วนตน
เห็นคารมคมคายของคนโบราณ
ก็จะลักลอบนำมาอวดและปกปิดจุดอ่อนของตน
มิต่างจากยื่นอาวุธให้ข้าศึก
ซ้ำส่งเสบียงให้แก่โจร

โดย : เงาลม
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 0 : 28 ]

สุดยอดเลยฮ๊า คำแนะนำเรื่องการศึกษาปรัชญาของคุณเงาลม

มีคำถาม 1 ข้อ ขอความกรุณาช่วยชี้แจงด้วย

ถ้าอยากทราบก้นบึ้งใจมนุษย์ ควรทำเช่นไรให้ถูกต้องที่สุด ???

คิดสิ่งใด ใจถึงสิ่งนั้นก่อนกายเสมอ จะมีแต่เพียง ก้นบึ้งจิตใจคน

ด้วยมองเห็นไม่ได้อย่างก้อนเมฆและหุบเขา งมไปสัมผัสไม่ได้อย่างแผ่นพื้นมหาสมุทร ไม่รู้ควรทำอย่างไรให้เข้าใจกระจ่างถูกต้องชัดเจน
ถ้าชี้แจงมาให้ ก็ขอขอบคุณมาก

โดย : กระเทยเดียวดาย
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 4 : 52 ]

.......
บอระเพ็ดคั้นสุดขมเขียวเข้มข้น
คุณอนันต์หากคนที่ถูกเข็นจนคุ้นเท่านั้นจึงจะรับได้ตรงตรง
.......
ฝิ่นเคี่ยวดำสนิทแรงฤทธิ์โทษมหันต์เสพซ้องผิดวิธี
คำคมเข้มถูกเจือจางพอเหมาะอุทัยทิพย์ทับทิม
แต่ละหยดแต่ละคนไม่เท่าล้วนแล้วแต่..วาสนา
โดย : ถั่วทอด
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 10 : 11 ]

ปรัชญาทุกประเภทสอนบุคคลทุกเรื่องตามหลักของเรื่อง แต่ว่าเรื่องที่บุคคลขาดไม่ได้เลยคือเรื่องศาสนา กาสอนคนให้เป็นคนดี มีจริยธรรม รู้จักการให้อภัย ครอบคลุมทุกเรื่อง เตือนสติบุคคล การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม เรื่องความดี................บรรทาทุกข์ได้

โดย : ชอบทุกหลักปรัชญา
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 10 : 35 ]

ปรัชญา (ปัญญา)
คนมากมายกล่าวอ้างปรัชญา แต่ขณะความเป็นจริงเขาเหล่านั้นดำเนินชีวิตอย่างไร้ปรัชญา

ชีวิตเป็นศาสตร์ และศิลป์
คือเราเรียนรู้ชีวิตด้วยองค์ทั้งหลายแห่งศาสตร์
และใช้ชีวิตด้วยศิลปะแห่งการครองชีวิต
ใครเข้าใจปฏิสัมพันธ์นี้แล้ว ย่อมเข้าใจชีวิต ย่อมเข้าใจปรัชญา

โดย : นายน้อยที่หก
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 13 : 6 ]

แฮะ ๆ ที่จริงแมงเม่า ก็มิเคยร่ำเรียนปรัชญาจะริงจะรัง มากะร่อนเลย แต่เคยอ่านผ่านตา แวบเดียวเท่านั้น
และก็สังเกตุ...ว่า สิ่งต่างๆที่อยูรอบกายเรา...มีแง่ง่ามที่ล้วนแต่สอนเราได้
เลยเรียกส่งเดชไปด้วยความเบาปัญญา...ว่าปรัชญาธรรมชาติ ..ต้องขออภัยผู้รู้ทุกท่านด้วย ด้วย

โดย : แมงเม่า เมาแสง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 17 : 44 ]

ปัดยา ขมใจ ไขสือ

โดย : ไร้ชั้นเชิง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 20 : 25 ]

.........
ปรัชญา คือการค้นหาความหมาย การตั้งคำถาม การหานิยามของทุกสิ่ง จากเล็กไปถึงใหญ่ จากในตัวเราไปสู่จักรวาลอันไม่มีสิ้นสุด

มีศูนย์รวมสุดท้ายอยู่ที่ "ชีวิต" ชีวิต คืออะไร อยู่ไปทำไม เพื่ออะไร

ปรัชญาคือ "แม่บท" ของวิชาทั้งหลาย ให้ชีวิต ให้แนวทาง วางรากฐานให้ศาสตร์ทั้งมวล

ปรัชญามีมาตั้งแต่มีมนุษย์ แต่ Philosophy แบบตะวันตกเริ่มต้นเมื่อประมาณ 2500 ปีที่แล้ว เมื่อชาวกรีกจำนวนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามและหาคำตอบที่แตกต่างไปจาก "ตำนาน-ความเชื่อ" เป็นอะไรที่อธิบายได้ด้วย "เหตุผล" อยากรู้ว่าโลกเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร มีความหลากหลายแต่มีเอกภาพ มีมากแต่เป็นหนึ่ง
ย้อนกลับ
ปรัชญาในตะวันออกมีมาพร้อมกับประวัติศาสต์ และไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง "ตำนาน-ความเชื่อ" กับ "เหตุผล" คนตะวันออกมองชีวิตเป็นชีวิต เป็นองค์รวม ไม่แบ่งแยกอะไรที่อธิบายได้และอธิบายไม่ได้ในเวลาเดียวกัน เหตุผลไม่อาจเข้าถึงความจริงได้ทั้งหมด ถึงได้ด้วยประสบการณ์ตรง ด้วยจิต ด้วยญาณทัศนะ (intuition)

จึงทำให้เรา "เข้าถึง" ความจริง และสะท้อนออกมาด้วยภาษาที่ดูเหมือนแปลกแต่จริง (paradox) เป็นอะไรที่ดูเหมือนขัดแย้งกับความเป็นจริง ขัดแย้งกับเหตุผล เพราะเหตุผลเองไม่เข้าใจ ต้องอาศัย "ใจ" อันเป็นสัญลักษณ์ขององค์รวมแห่งความเป็นคน

ภาษาปรัชญาของตะวันออกจึงพาเราก้าวข้ามตรรกะแห่งเหตุผล ไม่ได้ต้องการ "อธิบาย" ความจริง เพราะความจริงยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายไม่ได้ แต่ต้องการช่วยให้คน "เข้าถึง" และ "สัมผัส" ความจริงนั้นโดยตรง

เราจึงมีภาษาตำนาน เทพปกรณัม (mythology) ภาษากวี ภาษาสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่สะท้อนประสบการณ์ตรงออกมา เป็นการสร้างสรรค์ของจิต ซึ่งบ่อยครั้งต้องใช้ภาษาบุคลาธิษฐาน ซึ่งต้องการการตีความ การถอดรหัสให้เข้าถึงแก่นหรือสารัตถะทางปรัชญา

ปรัชญาไม่ใช่เรื่องของนักคิดนักปราชญ์เท่านั้น เป็นเรื่องของมนุษย์ที่คิดได้ คิดเป็น ถ่ายทอดการมองโลกมองชีวิตของตนเอง การเห็นและตีความ ให้ความหมายกับสิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้น

บางคนมองได้อย่างลึกซึ้ง มองเห็น "อะไร" ในเรื่องธรรมดาที่คนธรรมดามองไม่เห็น สามารถเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกันอย่าง "ลงตัว"

วิเคราะห์ได้ สังเคราะห์ได้ ไม่ไหลไปตามกระแส และเหลวเหมือนน้ำ แต่ตกผลึก และเป็นตัวของตัวเอง

มีศูนย์รวมสุดท้ายอยู่ที่ "ชีวิต" ชีวิต คืออะไร อยู่ไปทำไม เพื่ออะไร

ปรัชญาคือ "แม่บท" ของวิชาทั้งหลาย ให้ชีวิต ให้แนวทาง วางรากฐานให้ศาสตร์ทั้งมวล

ปรัชญามีมาตั้งแต่มีมนุษย์ แต่ Philosophy แบบตะวันตกเริ่มต้นเมื่อประมาณ 2500 ปีที่แล้ว เมื่อชาวกรีกจำนวนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามและหาคำตอบที่แตกต่างไปจาก "ตำนาน-ความเชื่อ" เป็นอะไรที่อธิบายได้ด้วย "เหตุผล" อยากรู้ว่าโลกเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร มีความหลากหลายแต่มีเอกภาพ มีมากแต่เป็นหนึ่ง

ปรัชญาในตะวันออกมีมาพร้อมกับประวัติศาสต์ และไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง "ตำนาน-ความเชื่อ" กับ "เหตุผล" คนตะวันออกมองชีวิตเป็นชีวิต เป็นองค์รวม ไม่แบ่งแยกอะไรที่อธิบายได้และอธิบายไม่ได้ในเวลาเดียวกัน เหตุผลไม่อาจเข้าถึงความจริงได้ทั้งหมด ถึงได้ด้วยประสบการณ์ตรง ด้วยจิต ด้วยญาณทัศนะ (intuition)

จึงทำให้เรา "เข้าถึง" ความจริง และสะท้อนออกมาด้วยภาษาที่ดูเหมือนแปลกแต่จริง (paradox) เป็นอะไรที่ดูเหมือนขัดแย้งกับความเป็นจริง ขัดแย้งกับเหตุผล เพราะเหตุผลเองไม่เข้าใจ ต้องอาศัย "ใจ" อันเป็นสัญลักษณ์ขององค์รวมแห่งความเป็นคน

ภาษาปรัชญาของตะวันออกจึงพาเราก้าวข้ามตรรกะแห่งเหตุผล ไม่ได้ต้องการ "อธิบาย" ความจริง เพราะความจริงยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายไม่ได้ แต่ต้องการช่วยให้คน "เข้าถึง" และ "สัมผัส" ความจริงนั้นโดยตรง

เราจึงมีภาษาตำนาน เทพปกรณัม (mythology) ภาษากวี ภาษาสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่สะท้อนประสบการณ์ตรงออกมา เป็นการสร้างสรรค์ของจิต ซึ่งบ่อยครั้งต้องใช้ภาษาบุคลาธิษฐาน ซึ่งต้องการการตีความ การถอดรหัสให้เข้าถึงแก่นหรือสารัตถะทางปรัชญา

ปรัชญาไม่ใช่เรื่องของนักคิดนักปราชญ์เท่านั้น เป็นเรื่องของมนุษย์ที่คิดได้ คิดเป็น ถ่ายทอดการมองโลกมองชีวิตของตนเอง การเห็นและตีความ ให้ความหมายกับสิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้น

บางคนมองได้อย่างลึกซึ้ง มองเห็น "อะไร" ในเรื่องธรรมดาที่คนธรรมดามองไม่เห็น สามารถเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกันอย่าง "ลงตัว"

วิเคราะห์ได้ สังเคราะห์ได้ ไม่ไหลไปตามกระแส และเหลวเหมือนน้ำ แต่ตกผลึก และเป็นตัวของตัวเอง

เคยเขียนไว้ในหนังสือ 10 ปีวนเกษตรของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เกี่ยวกับบุคคลผู้นี้ ที่เป็น "ชาวบ้าน" นักคิดนักปฏิบัติ รวมทั้ง "นักปรัชญา" ว่า

"การคิดทางปรัชญาไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยของคนมีเวลาว่าง หากแต่เป็นแก่นและเนื้อหาที่แท้จริงของชีวิต และเป็นสิ่งที่ผู้แสวงหาความหมายพึงกระทำ แต่สังคมทุกวันนี้ทำให้คนไม่มีเวลาว่างที่จะคิด แม้ขณะกินข้าวก็ยังไม่ว่างเพราะต้องดูโทรทัศน์ เขาถูกสังคมกำหนดวิถีการดำเนินชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน แม้นอนหลับยังฝันร้าย"

"สายพานชีวิตเป็นการจัดระบบแนวคิดที่ค่อยๆ ตกผลึก นำเสนอต่อสาธารณชน ของบุคคลที่ผ่านการเรียนรู้มาระดับพอที่จะบอกว่า ทางเดินสายพัฒนานั้นนำเขาไปสู่ทางตัน เขาถูกบังคับให้เลือกเส้นทางสายใหม่ เขาพบทางชีวิตที่มีความหมายมากกว่า มีความพอใจและสบายใจมากกว่า เพราะที่นี่ เขาเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง

หากจะยัดเยียดลัทธิทางปรัชญาให้เขา เอ็กซิสเทนเชียลิสท์นั้นใกล้เคียง แตกต่างอยู่ที่ว่า ขณะที่นักคิดอย่างคามูส์หรือซาตร์สะท้อนทางตันและความบัดซบของชีวิต โหยหาเสรีภาพและการเป็นตัวของตัวเอง ผู้ใหญ่วิบูลย์ผ่าทางตันและผ่านความบัดซบ โบยบินอยู่บนฟ้าใหม่แห่งเสรีภาพ เขาพูดออกมาจากข้างใน ไม่ได้มองจากข้างนอกเหมือนคนนั่งดูละครโรงใหญ่ ใคร่ครวญบนเก้าอี้แห่งความคิดคำนึง"

หนังสือเล่มนี้มีบทความเก่าบทความใหม่ รวบรวมไว้ในเล่มเดียว ร้อยด้วย "ปรัชญาชีวิต" ความคิดคำนึงในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา

การคิดปรัชญานั้น เป็นอะไรที่นอกกรอบโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ย้ำในชื่อหนังสือเพื่อเตือนสติตัวเองให้มั่นคงใน "ปรัชญา" ในความเป็นตัวของตัวเอง ให้คิดใคร่ครวญ คำนึงถึงความเป็นจริง เป้าหมายจริงของชีวิต ยอมรับและปล่อยวาง อย่างผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่บันทึกไว้ว่า

"ชีวิตนี้ฉันเลือกไม่ได้ก็จริง แต่มีใครบ้างที่เลือกชีวิตได้ทั้งหมดและทุกอย่าง เป็นทุกอย่างที่อยากเป็น ได้ทุกอย่างที่อยากได้ ชีวิตลึกซึ้งเกินกว่าที่จะเข้าใจ และยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะเลือกและควบคุมได้ทั้งหมด..." (บันทึกของวาสนา)

ขอบคุณทุกคนที่สอนปรัชญาชีวิตให้ ช่วยให้ได้เรียนปรัชญา วิชาที่เกิดชาติหน้าก็อยากเรียนอีก
สารบัญ

ภาค 1

1. ความคิดคำนึง
2. การจัดการชีวิต
3. การลงทุนชีวิต
4. ทุนอันยิ่งใหญ่ของสังคมไทย
5. ทุนทางสังคม
6. วันสงกรานต์ วันเกิดของสังคมไทย
7. กรรมการมวยปล้ำกับการปฏิรูปสังคมไทย
8. วิจารณ์ ด่า ศรีธนญชัยกับจิ๊กโก๋ปากซอย
9. ความสุขมวลรวมประชาชาติ (GDH)
10. ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ปัญญา

ภาค 2

11. ตำนานกับความจริง ความเชื่อกับความรู้
12. ผีมีจริงเพราะผีมีความหมาย
13. ขวัญ
14. เวลา
15. ที่
16. ฤกษ์ ยาม ชะตา ราศี
17. ฮวงจุ้ย
18. คืนสู่ธรรมชาติ
19. ถอดรหัสภูมิปัญญา
20. ส่วนรวม กลุ่ม ชุมชน
21. เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเพื่อสานอนาคต

ภาค 3

22. วิญญาณขบถ
23. ภควัทคีตา กับมหาตมะคานธี
24. การสื่อสารคือการพัฒนา
25. อินธิรา คานธี กับคาปร้า
26. คานงัดอาร์คีเมดิส
27. อมาตยา เซน
28. ซุนหวู่
29. อาวุธคนยาก
30. อาบราฮัม ลินคอล์น
31. ท่านพุทธทาสภิกขุ
32. Aloisius Pieris
33. Nicolaus Cusanus
34. Blaise Pascal
35. ไอน์สไตน์
36. ฌอง ปอล วิจีเอร์
37. ดร. เยน
38. กุนเธอร์ ฟาลติน
39. สังคมไทยอ่อนแอทางปัญญา
40. ทุนทางปัญญา ทุนชุมชน
41. เงินแก้ปัญหาความยากจนไม่ได้
42. เครื่องมือและเป้าหมาย
43. ใครว่ายุค "อุดมการณ์" ผ่านไปแล้ว

ภาค 4

44. ท่านพุทธทาสกับสังคมไทย
45. สายพานชีวิต
46. ดอน กีโฆเต้ 400 ปี ความฝันที่ไม่มีวันดับสูญ
47. พระสันตะปาปา - เกิดอะไรขึ้นกับมนุษยชาติ
48. เอดส์ คุณค่าและความหมายของชีวิต

ภาค 5

49. "ฟ้าบ่กั้น" คำร้องทุกข์ของ "ลาว คำหอม"
50. จากเหมาถึงโมสาร์ท ตะวันออกพบตะวันตก
51. Dogville - เมืองหมา หรือ สุนัขนคร
52. The Nights of Cabiria ชีวิตนี้ยังมีความหมาย (แม้ผู้ชายจะเลวกว่าหมา)
53. Forrest Gump ทำเรื่องยากให้ง่าย เรื่องร้ายให้ดี
ค้นมาแก้หน้าโดยเฉพาะ
โดย : .....สร้างสรรค์ฯ
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 21 : 21 ]

ปรบมือค่ะ
แต่ละท่านสุดยอดแท้ๆ เห็นทีข้าน้อยจะมัวแต่ศึกษาอวัยวะช้างม้าวัวควายอย่างเดียวมิได้เสียแล้ว

โดย : ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 22 : 13 ]

เรียน ปรัชญา ไม่ค่อยได้เงิน แต่ สนุกดี ฮ๊า

ปรัชญา จงเจริญ ๐(*0*)P โย่วววววว

ทุกวันนี้อยู่ไปงั้น สนุกดี เบื่อก็กลับ อยากก็มา มีอะไรมากกว่านี้

ไม่เข้าใจเลย บางเรื่อง วุ่นวายเกินไปไหม ไม่น่าจะขนาดนั้นเลยนะ นั่นเลย พวกไม่ชอบปรัชญา

โดย : กระเทยเดียวดาย
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ 22 : 28 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook