บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด
หน้า > 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9

>> ชีวิตเป็นเช่นไร

หัวข้อ : ชีวิตเป็นเช่นไร


คนเราลิขิตชีวิตของตัวเอง หรือว่า ต้องปล่อยให้มันปลิ้วไปตามลม หรือมันน่าจะถูกทั้งคู่ อาจเป็นได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน
ชีวิตผมกับความทุกข์ที่เผญิช คือ ความโดดเดี่ยว ทำอะไรก็ทำคนเดียว ไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใคร ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่กล้าที่จะคุยเล่นกับใครได้เป็นเวลานาน และสามารถทำให้เขามีความสุขได้ เป็นคนเก็บอารมณ์ และความรู้สึกได้ดี ถึงแม้ว่าอารมณ์ขณะนั้น จะแสดงออกได้ผ่านทางสายตาที่จองมอง จดจ่ออยู่ในความว่างเปล่า แต่ก็อาจไม่มีใครสังเกตเห็น ใช้เวลาส่วนใหญ่กับตัวเราเอง ไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับสังคมภายนอก ไม่ได้พูดกับคนที่เคยรู้จัก และทิ้งตัวเองอยู่ในความเงียบเหงา ถึงจะมีคนพยายามชวนคุย หรือยิ้มให้ แต่ผมก็ไม่อาจที่จะพูดคุยกลับหรือโต้ตอบได้อย่างดี มันเหมือนกับว่า พยายามจะพูดอะไร แล้วเราก็ลืมว่าจะพูดอะไรดี แล้วในที่สุดก็พูดออกมาได้เพียงคำสั้นๆ พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ ผมไม่อยากเข้าไปคุยกับใครเลย จึงแยกมาอยู่ตัวคนเดียว แล้วหลอกตัวเองมาตลอดว่า ไม่เป็นไร ผมทนอยู่ได้ แต่ไม่จริงเลย ในที่สุดผมก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความเหงา และสิ่งที่ผมทำเองลงไป ผมนั่งมองท้องฟ้า และปรารถนาให้มีใครสักคนที่จะเข้าใจในความทุกข์ที่ผมเป็นอยู่ในขณะนี้ แล้วมันจะเป็นไปได้ไหมละ? คนที่เคยทำและอยากให้เป็นแบบที่ผมต้องการนี่แหละ แต่ก็ไม่มีเลย ทำไมละ? ทำไมพระเจ้า หรืออะไรก็ตามที่สร้างสรรพสิ่งรวมทั้งมนุยษ์ไม่เข้ามาช่วยเหลือ ในฐานะผู้สร้างที่ย่อมต้องเข้าใจในผลงานของตน?
ผมอยากให้มีใครสักคนที่จะช่วยผมในเรื่องนี้ ผมอยากให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

“ในวันที่พายุพัดแรง ต้มไม้ใหญ่เอนลู่ไปตามลม
คลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่มีหยุด หินจึงเกิดเป็นผาสูงชัน
หิมะแม้จะ หนาวเหน็บ และเย็นชา แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องละลายกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิที่สดใส
พระอาทิตย์เป็นเจ้าของ วัน ส่วนพระจันทร์เป็นเจ้าของ คืน
เวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำไม่หยุดนิ่ง เกิดเป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ชีวิตผู้คนที่คิดฝัน และลงมือรังสรรค์ ทุกสิ่งให้กับโลก ตลอดช่วงชีวิตของเขา”

ผมได้พูดคุยกับเพื่อนสนิท หลังจากที่เราทะเลาะกันด้วยเรื่องงาน ด้วยการพูดคุยกันให้เข้าใจกัน ก่อนปล่อยให้มิตรภาพระหว่างเราขึ้นอยู่กับการเวลา
ความโกธรไม่ใช่เรื่องดี แต่มันก็เป็นวิธีระบายความรู้สึกจรึงๆที่ไม่ต้องปกปิด แต่เราก็ต้องมีเวลาสำหรับการให้อภัย

คำพูดหนึ่งที่ผมได้ยินหลังจากที่ผมทนทุกข์ และเฝ้ารอ เสียงที่ไพเราะที่สุดที่พูดกับผมว่า “เป็นไงบ้าง?”
ผมก็ตอบแบบขอไปทีว่า “ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ” แต่ก็ดีใจที่มีใครมาพูดคำที่ผมต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ด้วยรอยยิ้ม เราเองก็ยิ้มไปพร้อมกับเธอด้วย

เหมือนหิมะในใจผมเริ่มละลาย เกิดเป็นฤดูใบไม้ผลิที่สดใส เธอทำให้ใจที่เย็นชา ได้รู้สึกอบอุ่น และเหมือนได้รับการอภัยในทุกสิ่งที่ทำลงไป
ขอบคุณพระเจ้าที่เฝ้ามองผม ฟังคำภาวนาที่เหมือนเป็นการต่อว่าพระองค์ว่าไม่ยอมช่วยเหลือ แต่พระองค์ก็ไม่ว่าอะไร และช่วยผม

มันอาจเป็นปาฏิหาร์จากพระเจ้า หรือชีวิตที่เหมือนขนนกที่ลอยไปขึ้นสูง หรือต่ำลง ตกที่นั้น หรือที่นี้ เพราะนั้นคือวิถีที่ขนนกลอยไป
โดย : สิงห์สันโดษ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 0 : 7 ]

สุดท้าย..ท้ายสุดของชีวิตล้วน....อนิจจัง
ไม่มีผู้ใดอยู่ยั้ง.........................ยืนยง
ทุกชีวิตล้วนคงมลายสิ้น
สุดท้ายแค่หน้าถูกดินกลบกลับคืนธรนี
โดย : ยมบาลซ่าส์
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 8 : 29 ]

ใบหน้าที่เหมือนไร้ความรู้สึกริมฝีปากที่ปิดสนิท
นิ้วมือเรียวยาวขาวซีดที่ไม่เคยห่างจากด้ามดาบดำสนิท
บุคลิกที่สร้างความอึดอัดแก่ผู้คน
ทุกย่างก้าวอันหนักอึ้งที่ลากเดินผู้คนมองเห็นเป็นคนขาเป๋.ที่ยากจะตอแย
ภาระแค้นที่แบกรับยัดเยียดทุกวี่วันมันล้วนไม่ส่วนเกี่ยวข้อง
.........
ใบหน้าอิ่มเอิบเดินแย้มยิ้มทักทายเหล่าแม่ค้าพ่อค้าตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด
คำพูดหยอกล้อเฮฮาเรียกเด็กเด็กไล่ตามมาเป็นพรวน
พุทราเชื่อมราคาถูกหลากสีเสียบไม้แจกจ่ายดูชุลมุนวุ่นวายแต่มีชีวิตชีวายิ่ง
........
พวกมันต่างผ่านวัยเด็กมาอย่างยากเย็น
ในห้องมืดที่ไร้แสงไฟ..โป๊วอังเสาะยังคงฝึกชักดาบ
บนโขดหินที่ถูกกระหน่ำจากน้ำตกสูงชัน.หลายชั่วยามแล้ว.เอี๊ยบไคยังคงยืนหยัด
.......
ภาระแค้นยิ่งใหญ่ปานใดแห่งมนุษย์ชาติ
ใยต้องให้เด็กบริสุทธิ์ทั้งสองต้องแปดเปื้อนปานนี้
.......
ภายภาคหน้าใครจะยื่นอกรับผิดชอบ
เมื่อคนมันสองต้องหัวใจแหลกสลาย
โดย : ถั่วทอด
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 10 : 26 ]

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน
แต่ข้าจะขอจรไปตามทางฝัน
อีกกี่พันหมื่นคืนวัน
ชีวาข้านั้นมีปลายทาง...
...ผมเป็นสมาชิกใหม่ครับ มีอะไรดีๆก็ช่วยเสนอแนะกันบ้างนะครับ

โดย : แสงปรัชญ์ ปัญญ์สรรค์
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 12 : 5 ]

วาดเส้นทางวางเส้นทองของชีวิต
รู้ถูกผิดรู้ดีงามยามสับสน
ทุกก้าวย่างตระหนักชี้วิถีชน
ย้ำเติอนตนจนเวลาชีวาวาย

โดย : เดาเคาะแคะ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 12 : 22 ]

ชีวิตก็เช่นนี้ ชีวิตก็เช่นนั้น ชีวิตใครชีวิตมัน
ระวังจะลืมหายใจกันไว้ให้จงหนัก

โดย : งูเขียวหางบอบช้ำ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 15 : 14 ]

แสงแห่งปรัชญ์ส่องหล้าอนัตตา
ลงรักปิดทองทาไม่คาดเดาเคาะแคะ
หมื่นวันพันคืนวิถีชนยังคงขุดคราด
วาดเบิกร่องแจ้งชัดตระหนักรู้ปลายทาง
โดย : ถั่วทอด
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 15 : 50 ]

ชีวิต คืออะไร
ชีวิต เกิดจากอะไร
ชีวิต จะสิ้นสุดอย่างไร และ เมื่อใด ปัญหาจะหมด...
สิ่งที่เรา “คิด” ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่อยู่ห่างไกล
ตัวเราก็คือตัวเรา
ไม่ต้องรอ อินทร์ พรหม ยมนา เทวา พระเจ้า
ตัวเราลิขิต ชีวิตของตัวเราเอง.....

คำตอบ.....
ความคิดนี้ เป็นความคิดส่วนตัว ไม่ตรงใจใคร ขออภัย ณ.ที่นี้ครับ
โดย : สร้างสรรค์ฯ
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 16 : 29 ]

ในความเห็นของข้าน้อย

ข้าน้อยคิดว่า ............เราต้องลิขิตชีวิตเอง
ทุกอย่างมีเหตุ และมีผล
การที่เราอยากเป็นเช่นไร.... เราต้องพยายามทำเช่นนั้น
หรือเบนเข็มมุ่งเป้าไปที่สิ่งนั้น...........
ข้าน้อยไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ
ถึงแม้จะบังเอิญ...แต่ก็ย่อมมีเหตุแห่งความบังเอิญนั้นเสมอ
การที่ชีวิตเราเป็นเช่นไร
เพราะเราเป็นคนลิขิตเอง

ขออภัย ถ้าความเห็นอันต่ำต้อยนี้ ขัดใจจอมยุทธทุกท่าน

โดย : แมงเม่าเมาแสง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 17 : 49 ]


...... ความโดดเดี่ยวที่ตั้งใจให้เป็น
......ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรหลังการโดดเดี่ยวตัวเอง
...... เหงาก็ให้เหงา............................
...... ทุกข์? ทำไมทุกข์ล่ะ.....................

......... ถ้าอย่างนั้น..ออกจากความโดดเดี่ยวเสียบ้างก้อด้าย...........
......... ตั้งใจให้โอกาสตัวเองบ้าง...................
......... ค่อยๆนะ...วันละประโยค...2.....3........

..... ลองนะ.....
..... แล้วอาจจะเข้าใจตัวเอง.............. เข้าใจเขา...
.............. เขาเข้าใจเรา......เราเข้าใจเธอ..............

* 1 ในหลายวิธี ลิขิตชีวิตตัวเองได้
... เพราะตัวเองต้องเริ่มเอง

โดย : แอบหวาน
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 19 : 35 ]

เมื่อสมัยข้าพเจ้าเด็กกว่านี้ ข้าพเจ้าคล้ายเป็นเช่นท่าน แต่ข้าพเจ้าไม่เงียบเหงา ไม่รู้สึกถึงความเงียบเหงาแม้แต่น้อย
คนผู้หนึ่งหากไม่เคยรู้จักคำว่า"มิตรสหาย" ไหนเลยจะรู้ความแตกต่าง ว่าเงียบเหงาเป็นอย่างไร ไม่เงียบเหงาเป็นอย่างไร?
ความเหงาคล้ายแทรกอยู่ในทุกอารมณ์ของข้าพเจ้า ไม่ว่าดีใจ หรือเสียใจ ข้าพเจ้าก็ได้แต่อยู่กับหนังสือและตัวเอง
จนเมื่อโตขึ้นสักหน่อยจึงพบว่าชีวิตนี้กลับไร้ชีวิตชีวานัก ตอนนั้นเองที่ข้าพเจ้าเลือกที่จะยิ้ม ให้กับทุกคน ราวกับคนบ้า แต่ผลตอบแทนกลับไม่เลว
ตอนนี้ข้าพเจ้ายังแปลกแยกแตกต่าง แต่ไม่เดียวดายอีกต่อไปแล้ว
พระเจ้าไม่ได้ประทานใครมาให้ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าก็ยังมีความสุข และขอบคุณพระองค์ ที่ปล่อยให้ข้าพเจ้าเติบโตหาหนทางด้วยตนเอง
"แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระองค์ และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะเติมเต็มสิ่งเหล่านั้นให้"
แม้แต่พระผู้สร้างที่วางแผนการให้แก่เรา ยังให้เราลุกขึ้นแสวงหาพระองค์ก่อนเลย หาไม่แสวงหาก็ยากจะได้มา
ตอนนี้ท่านมีความสุขก็ดีแล้ว แต่ภายภาคหน้า ก็อย่าลืมว่าพระเจ้ามักจะส่งบททดสอบมาให้มนุษย์

ปล. ถึงทำเป็นพูดดีแต่ข้านับถือศาสนาพุทธ หากผิดพลาดประการใดได้โปรดขอให้พระองค์อภัยให้ข้าพเจ้าด้วย

ขอให้พระเจ้าอวยพร...

โดย : ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 19 : 55 ]

สันโดษ...แท้จริงเป็นความพอใจอย่างยิ่งประการหนึ่ง
...............................

ขนนกที่ล่องลอยไป...ตกอยู่ใน...ใจกลางฝ่ามือ
ใครในโลกจะรู้...ว่ามันอยู่ที่นี่...หรือไม่อยู่
มีผู้หนึ่ง...ที่รู้..............
.........................................

ไม่บีบคั้น...ร้อนรน...เร่งเร้า...หรือ...ท้อถอย
ทั้งกับผู้อื่น...กระทั่งตนเอง
ปล่อยความจริงใจ...นำทางไปข้างหน้า
ผลที่ตามมา...มิต้องกังวล...คาดหวัง
เป็นธรรมชาติดุจดัง...ขนนก...ไร้สภาวะ

มิตรภาพ...ก่อสถานะ...ไร้การ..กะ...เกณฑ์
โดย : หลวงจีนทุศีล
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 20 : 18 ]

* แอบ เลยร้อนท้อง.......ท่าน*หลวงจีนฯกล่าวถูกจริงๆ

..... ไม่ได้ตั้งใจว่าจะกะเกณฑ์ หรือ บีบคั้น....จริงๆนะ

..... แค่ไม่อยากให้เงียบ...แล้วเหงา

โดย : แอบหวาน
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 20 : 58 ]


ท่านหวานนี่...ก็จริงๆเลย...แย่งท่านสิงห์กินปูนเสียหมด

บอกอีกหลายครั้ง...ก็ยังเหมือนเดิม

มีคนอย่างท่านหวาน...บ้านจอมยุทธนับว่าไม่เงียบเหงาแล้ว
โดย : หลวงจีนทุศีล
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 21 : 21 ]

.........ว๊าว!!........... ได้ยิ้มก่อนนอน

* ท่านหลวงจีนเมตตา *แอบหวาน

โดย : แอบหวาน
เมื่อเวลา : พุธ ที่ 6 ธ.ค. ปี 2006 [ 21 : 32 ]

ขอขอบคุณทุกท่าน ในทุกความคิด ข้าพเจ้าจะพยายามขจัดความเหงาออกไปจากจิตใจให้ได้ และขอให้ได้คุยกันอีกนะครับ เพื่อขจัดปัญหาออกไปจากใจ...
สิงห์สันโดษผู้ถูกสาป...พเนจรไปในโลกกว้าง...
ค้นพบหลงลืมตัวตน...สุขหรือทุกข์ชะตาใครกำหนด...ฟ้าหรือข้ายังไม่รู้ถูกละหนา...แต่สิงห์หนุ่มจ้องฟ้าคำรามไป...ว่า"ข้าไง ขอลองดูไม่เป็นไร"...

โดย : สิงห์สันโดษ
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 11 ธ.ค. ปี 2006 [ 0 : 53 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook