บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด
หน้า > 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9

>> มงคลหมู่ที่ 1... ฝึกให้เป็นคนดี

หัวข้อ : มงคลหมู่ที่ 1... ฝึกให้เป็นคนดี


... มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล...

ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา

ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง

คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา

ได้แต่รายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์

(สุภาษิตโคลงโลกนิติ)

"ใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า
ย่อมต้องพลอยเหม็นแปดเปื้อนไปด้วยฉันใด
ผู้ที่คบคนพาล ก็ย่อมต้องพลอยเสียชื่อเสียง
ติดความเป็นพาลเดือดร้อนเสียหายไปด้วยฉันนั้น"
"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ให้ผล คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง บาปให้ผลเมื่อใด คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น" ขุ. ธ. ๒๕/๑๕/๒๔

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 14 ]

คารวะท่านหนูจุก

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 19 ]

ค น พ า ล คื อ ใ ค ร ?

คนพาล คือคนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆ และมีวินิจฉัยเสีย คือไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร เช่น บัณฑิตเห็นว่า "เหล้า" เป็นของไม่ดี ทำให้ขาดสติ นำความเสื่อมมาให้นานัปการ แต่คนพาลกลับเห็นว่า "เหล้า" เป็นของประเสริฐ เป็นเครื่องกระชับมิตร หรือบัณฑิตเห็นว่า "การเล่นไพ่" เป็นอบายมุข เป็นปากทาง หรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความฉิบหาย แต่คนพาลกลับเห็นว่า "การเล่นไพ่" เป็นสิ่งดี ทำให้เพลิดเพลิน เป็นการฝึกสมองซ้อมวิชาคำนวณ ดังนี้เป็นต้น

คนพาลเป็นคนเหมือนกับเรา คือมีร่างกายประกอบด้วยเลือดเนื้อเช่นเดียวกับเรา และอาจมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับเราก็ได้ เช่น เป็นญาติพี่น้อง สามีภรรยา ครูอาจารย์ ฯลฯ อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง อาจมีสมัครพรรคพวกมาก ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร มีความ สัมพันธ์กับเราหรือไม่ ขึ้นชื่อว่าพาลแล้ว ถึงแม้จะมีความรู้มีความสามารถก็ไม่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ถูกที่ควร เพราะเขาแสลงต่อความดี เหมือนคนไข้แสลงต่อน้ำเย็น

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 20 ]

สำหรับเด็กสมัยนี้ เห็นทีต้องปรับกันนิดหน่อยกระมัง

แบบว่า........

ถุงพลาสติกใส่ปลา ย่อมเปื้อนคาวปลา
การคบหาคนพาลเป็นเพื่อน.......จุดจุดจุด....ว่าไป

คงจะดีมั๊ง

เด็กสมัยนี้เขาไม่เคยเห็นใบไม้ห่อปลาเน่าหรอก........อาจนึกภาพไม่ออกว่างั้น

หุหุ

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 24 ]

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ค น พ า ล

เนื่องจากคนพาลมีใจขุ่นมัวอยู่เสมอ ทำให้ไม่สามารถควบคุมใจให้คิดไปในทางที่ถูกต้องได้ คนพาลจึงมีลักษณะวิปริตผิดจากคนทั้งหลาย ๓ ประการ คือ

๑. ชอบคิดชั่วเป็นปกติ ได้แก่ คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ

๒. ชอบพูดชั่วเป็นปกติ ได้แก่ พูดปด พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยง พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ

๓. ชอบทำชั่วเป็นปกติ ได้แก่ เกะกะเกเร กินเหล้าเมายา ชอบล้างผลาญชีวิตคนและสัตว์ ลักทรัพย์ ฉุดคร่าอนาจาร ฯลฯ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 26 ]

โ ท ษ ข อ ง ค ว า ม เ ป็ น ค น พ า ล

๑. มีความเห็นผิด ก่อทุกข์ให้ตนเอง

๒. เสียชื่อเสียง ถูกติฉินนินทา

๓. ไม่มีคนนับถือ ถูกเกลียดชัง

๔. หมดสิริมงคล หมดสง่าราศี

๕. ความชั่วเภทภัยทั้งหลาย จะไหลเข้ามาหาตัว

๖. ทำลายประโยชน์ของตนเองทั้งโลกนี้และโลกหน้า

๗. ทำลายวงศ์ตระกูลของตนเอง

๘. เมื่อละโลกไปแล้วมีอบายภูมิเป็นที่ไป

ฯลฯ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 31 ]

วิ ธี สั ง เ ก ต ค น พ า ล

คนพาลมักกระทำในสิ่งต่อไปนี้ คือ

๑. คนพาลชอบชักนำในทางที่ผิด

- ชัก คือชักชวน เชิญชวน ชี้ชวน หรือเสนอแนะ

- นำ คือการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

การชักนำนี้อาจทำด้วยความหวังดีก็ได้ แต่ว่ามันผิด เช่น ได้เงินมาก็ชักชวนเพื่อนไปเลี้ยงเหล้า เที่ยวกลางคืน อย่างนี้ก็จัดว่าเป็นพาล

๒. คนพาลชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ เกะกะเกเร หน้าที่การงานของตน ไม่พยายามจัดการให้เรียบร้อย แต่ชอบไปก้าวก่ายหน้าที่การงานของผู้อื่น เช่น จับผิดผู้ร่วมงาน เขียนบัตรสนเท่ห์ กลั่นแกล้ง รังแก ทำความรบกวน ให้เดือดร้อน ฯลฯ

๓. คนพาลชอบแต่สิ่งผิดๆ ชอบถือเอาสิ่งที่ชั่วว่าเป็นสิ่งที่ดี เช่น ชอบเล่นไพ่ ชอบสูบบุหรี่ ชอบหนีโรงเรียน ชอบเถียงพ่อแม่ ฯลฯ เห็นคนทำถูกเป็นคนโง่ เห็นคนกลัวผิดเป็นคนขี้ขลาด

๔. คนพาลแม้พูดดีๆ ก็โกรธ เช่น เตือนให้ดูหนังสือตอนใกล้สอบก็โกรธ เตือนให้ตื่นเช้าก็โกรธ แค่มองหน้าบางครั้งก็ยังโกรธ ฯลฯ

๕. คนพาลไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย เช่น ไม่ชอบข้ามถนนตรงทางม้าลาย ทิ้งขยะบนพื้นถนน ไปโรงเรียนสาย ไปทำงานสาย ฯลฯ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 39 ]

พ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ เ รี ย ก ว่ า " ค บ " คื อ อ ย่ า ง ไ ร ?

คบ หมายถึงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ

- ร่วม เช่น ร่วมกิน ร่วมนอน ร่วมก่อการ ร่วมหุ้น ร่วมลงทุน

- รับ เช่น รับเป็นเพื่อน รับเป็นภรรยาหรือสามี รับไว้ทำงาน

- ให้ เช่น ให้ความไว้วางใจ ให้คำชมเชย ให้ยศ ให้ตำแหน่ง ให้หยิบยืมสิ่งของ ให้การสนับสนุน

การไม่คบคนพาล คือการไม่ยอมมีพฤติกรรมสัมพันธ์ใดๆ ดังกล่าว ข้างต้นกับคนพาล ถ้ายังคบคนพาลอยู่ ไม่ว่าจะในระดับไหนก็ตาม จะพลาด ติดเชื้อพาลโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นพาลตามไปด้วย

โบราณท่านให้คติเตือนใจไว้ว่า ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลา ให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 53 ]

โ ท ษ ข อ ง ก า ร ค บ ค น พ า ล

๑. ย่อมถูกชักนำไปในทางที่ผิด

๒. ย่อมเกิดความหายนะ การงานล้มเหลว

๓. ย่อมถูกมองในแง่ร้าย ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป

๔. ย่อมอึดอัดใจ เพราะคนพาลแม้เราพูดดีๆ ด้วยก็โกรธ

๕. หมู่คณะย่อมแตกความสามัคคี เพราะการยุยงและไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย

๖. ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไหลเข้ามาหาตัว

๗. เมื่อละโลกแล้ว ย่อมมีอบายภูมิเป็นที่ไป

ฯลฯ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 57 ]

ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ค น พ า ล

คนพาลมี ๒ ประเภท ได้แก่

๑. พาลภายนอก คือคนพาลทั่วไป ซึ่งแม้จะร้ายกาจเพียงใด เราก็ยังมีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่มีพาลอีกประเภทหนึ่งที่ร้ายยิ่งกว่า เพราะมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ คือพาลภายใน

๒. พาลภายใน คือตัวเราเองขณะที่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เช่น หนีงาน บ้าง เที่ยวเกเร ไปยุ่งธุระคนอื่นโดยใช่เหตุบ้าง ชอบไปทำงานสายบ้าง คนอื่นเตือนดีๆ ก็โกรธบ้าง หลีกเลี่ยงวินัยบ้าง พูดไม่ไพเราะบ้าง ครั้งใดที่เราทำ เช่นนี้ ครั้งนั้นเราเองนั่นแหละคือตัวพาล มีเชื้อพาลอยู่ภายใน ต้องรีบแก้ไข

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 14 : 59 ]

ห ลั ก ป ฏิ บั ติ ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น

๑. หมั่นห้ามใจตนเองจากความชั่วแม้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่มันจะลุกลามต่อไป

๒. อย่าตามนึกถึงความชั่ว ความผิดพลาดในอดีต ทั้งของตนเองและผู้อื่น ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไป ถือเป็นบทเรียนที่จะไม่ยอมทำซ้ำอีก แล้วตั้งใจทำความดีใหม่ให้เต็มที่

๓. ตั้งใจให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ

๔. หลีกเลี่ยงการอ่าน การฟัง การพูด เรื่องเกี่ยวกับคนพาล จะได้ ไม่สะสมความคิดเกี่ยวกับพาลไว้ในใจ พยายามสะสมแต่ความคิดที่ดีงามโดยการอ่าน การฟัง การพูด แต่สิ่งที่ดีงาม เช่น อ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ สนทนาธรรม พูดถึงคนที่ทำคุณความดี ฯลฯ

๕. ถ้าจำเป็นต้องอยู่ใกล้คนพาลอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เช่น ทำ งานในที่เดียวกัน เป็นญาติพี่น้องกัน ในกรณีเช่นนี้เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า เรากำลังอยู่ใกล้สิ่งที่เป็นอันตราย เหมือนอยู่ใกล้คนเป็นโรคติดต่อ ต้องระวังตัว คือระวังความเป็นพาลของเขาจะมาติดเราเข้า ต้องหมั่นให้ทาน รักษาศีล ทำสมาธิ เพื่อให้ใจผ่องใสอยู่เสมอ

เราต้องระลึกเสมอว่า หน้าที่อันยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิต ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่าการปราบพาลภายในตัวเราเอง

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 15 : 3 ]

อ า นิ ส งน์์ ก า ร ไ ม่ ค บ ค น พ า ล

๑. ทำให้ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด

๒. ทำให้สามารถรักษาความดีเดิมไว้ได้

๓. ทำให้สามารถสร้างความดีใหม่เพิ่มขึ้นได้อีก

๔. ทำให้ไม่ถูกคนพาลทำร้าย

๕. ทำให้ไม่ถูกตำหนิ ไม่ถูกใส่ความ

๖. ทำให้ไม่ถูกมองในแง่ร้าย ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป

๗. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถตั้งตัวได้เร็ว

๘. ทำให้มีความสุขทั้งตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ

๙. เป็นการตัดกำลังไม่ให้เชื้อพาลระบาดไป เพราะขาดคนสนับสนุน

ฯลฯ
จบมงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล

จาก.. มงคลชีวิตออนไลน์
โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 15 : 7 ]

เอวัง...สาธุ
โดย : เอวัง...**
เมื่อเวลา : ศุกร์ ที่ 24 พ.ย. ปี 2006 [ 19 : 30 ]

ได้อ่านแล้วรู้สึกเป็นข้อคิดที่ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณ

โดย : เพชรเมษา
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2006 [ 8 : 0 ]

ขอค้าน ท่านหนูจุก ปลาร้ามิใช่ปลาเน่า
เนื่องเพราะเราชาวอีสาน
สืบชีวิตอยู่ได้มานาน
เพราะอาหารปรุงปลาร้า ใช่ปลาเน่าเอย

โดย : แมงเม่าเมาแสง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2006 [ 10 : 35 ]

ท่านเห็นปลาร้า..เป็นปลาเน่า..ฉันใด
แล้วใยเราคนอิสานจึงชอบกินปลาร้า...
ทุกชั่วกาล..นานมา..
ก็ไม่เห็นว่า..จะเลิกได้..สักที
โดย : ใบไผ่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2006 [ 13 : 23 ]

หากไม่มีใครคบคนพาล...
แล้วใครจะชี้แนะคนพาล..
นำทางให้รู้ถึงการทำดี..ได้อย่างไร..

โดย : ใบไผ่
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2006 [ 13 : 27 ]

........
คนมีสิทธิที่จะพลาดพลั้ง
แล้วจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
เมื่อมีทั้ง.หนทาง.มีทั้ง.โอกาส.ในช่วงเวลาที่แสนสั้นนี้
.......
คนพาล...ฟังดูแล้วใครจะชอบ..ช่างขัดหู.ช่างกวนต่อมอารมณ์
ไม่ใช่คนพาล...แต่ไยทำให้คนที่รักเราเป็นทุกข์ตรอมตรมเพราะเรา
ไม่ใช่คนพาล...แต่ไยทำให้คนที่เรารักทั้งเสียใจทั้งหมองไหม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่ใช่คนพาล...แต่ผิดหวังกับการตัดสินใจของตัวเองมาโดยตลอด
......
จะหลอกลวงตัวเองอีกนานแค่ไหน
คนพาล....เมื่อเริ่มให้โอกาสเพียงน้อยนิดกับคนรอบข้าง..ฟ้าจะเริ่มเปลี่ยนสี
คนพาล.....เพียงตั้งใจที่จะให้โอกาสตัวเองในวันนี้....รัศมีเรืองรองในตนจะเริ่มเปล่งประกาย
การยืดอกยอมรับ..อย่างไม่ปิดบัง..ว่าเคยเมามายพาล.แม้กับผู้มีพระคุณ
การยอมรับ..ว่า.อดีตที่เลวร้ายสร้างเสียหายมามากเกินพอแล้ว
ท้องฟ้าช่างสวยงามสว่างไสว..หมดสิ้นเมฆบัง
โดย : ถั่วทอด
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 25 พ.ย. ปี 2006 [ 19 : 21 ]

... มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต...

ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา

หอมระรวยรสพา เพริศด้วย

คนเสพเสน่หา นักปราชญ์

ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม

(สุภาษิตโคลงโลกนิติ)

"ผ้าที่ห่อหุ้มของหอม
ย่อมพลอยหอมตลบอบอวลตามไปด้วยฉันใด
ผู้ที่คบบัณฑิต
ก็ย่อมพลอยได้รับความรู้ ความสามารถ
และความดีตามบัณฑิตไปด้วยฉันนั้น"
"แท้จริง บุคคลผู้มีปกติเที่ยวสมคบคนพาล ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน เพราะการอยู่ร่วมกับคนพาล เป็นเหตุนำทุกข์มาให้ในกาลทุกเมื่อ เหมือนการอยู่ร่วมกับศัตรู ส่วนบัณฑิตมีการอยู่ร่วมเป็นสุข เหมือนสมาคมแห่งหมู่ญาติ เพราะเหตุนั้นแล นรชนพึงคบบัณฑิต ผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต เอาการเอางาน มีศีล มีวัตร ไกลจากกิเลส และเป็นสัตบุรุษ เปรียบดังพระจันทร์คบอากาศอันเป็นทางโคจรแห่งดวงดาวฉะนั้น" ขุ. ธ. ๒๕/๒๕/๔๒-๔๓
โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 11 : 44 ]

บั ณ ฑิ ต คื อ ใ ค ร ?

บัณฑิต คือคนที่มีใจผ่องใสอยู่เป็นปกติ ทำให้มีความเห็นถูก ยึดถือค่านิยมที่ถูกต้อง สามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา

- เป็นผู้รู้ดี คือรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว

- เป็นผู้รู้ถูก คือรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด

- เป็นผู้รู้ชอบ คือรู้ว่าอะไรบุญอะไรบาป

บัณฑิต อาจเป็นใครก็ได้ เช่น อาจเป็นผู้อ่านหนังสือไม่ออก อาจเป็นชาวไร่ชาวนา อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจเป็นญาติของเรา ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะต้องเป็นผู้มีจิตใจผ่องใส และดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา คือเป็นคนดีนั่นเอง

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ผู้ที่เรียนหนังสือจนได้รับปริญญานั้น คือบัณฑิต ความจริงแล้วนั่น เป็นเพียงบัณฑิตทางโลกเท่านั้น ยังไม่ใช่บัณฑิตที่แท้จริง บัณฑิตที่แท้จริง ย่อมเป็นผู้ตั้งใจละชั่ว ประพฤติชอบ ประกอบแต่ความดี ความถูกต้องความสุจริต

"บัณฑิตมิใช่ผู้มีเพียงปริญญา แต่คือผู้อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา"

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 11 : 50 ]

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง บั ณ ฑิ ต

เนื่องจากบัณฑิตเป็นผู้มีจิตใจผ่องใส มีความเห็นถูก ดำเนินชีวิตอยู่ด้วย ปัญญา ฉลาดในการสอดส่องหาเหตุผล จึงมีลักษณะพิเศษสูงกว่าคนทั้งหลาย ๓ ประการ คือ

๑. ชอบคิดดีเป็นปกติ ได้แก่ คิดให้ทาน คิดให้อภัยอยู่เสมอ ไม่ผูกพยาบาท คิดเห็นถูกต้องตามความเป็นจริง เช่น เห็นว่าบุญบาปมีจริง พ่อแม่มีพระคุณต่อเราจริง เป็นต้น

๒. ชอบพูดดีเป็นปกติ ได้แก่ พูดคำจริง พูดคำสมานไมตรี พูดคำมีประโยชน์ พูดด้วยจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และพูดถูกต้องตามกาลเทศะ

๓. ชอบทำดีเป็นปกติ ได้แก่ มีเมตตากรุณา ประกอบสัมมาอาชีวะ ทำบุญให้ทานเป็นปกติ รักษาศีล ทำสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 11 : 53 ]

อ ง ค์ คุ ณ ข อ ง บั ณ ฑิ ต

๑. กตัญญู รู้อุปการคุณที่ท่านทำแล้วแก่ตน

๒. อัตตสุทธิ ทำตนให้บริสุทธิ์จากบาป

๓. ปริสุทธิ ทำผู้อื่นให้บริสุทธิ์จากบาป

๔. สังคหะ สงเคราะห์แก่ชุมชนทั้งหลาย

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 11 : 55 ]

วิ ธี สั ง เ ก ต บั ณ ฑิ ต

บัณฑิตมักกระทำในสิ่งต่อไปนี้คือ

๑. บัณฑิตชอบชักนำในทางที่ถูก เช่น ชักนำให้เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มสุรา เลิกเล่นการพนัน เลิกเสพยาเสพย์ติด ชักนำให้สวดมนต์ก่อนนอน ให้รักษา ศีล ให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ให้ทำมาหากินในทางสุจริต เป็นต้น

๒. บัณฑิตชอบทำแต่สิ่งที่เป็นธุระ ไม่เกะกะเกเรใครๆ เร่งรีบทำการงานในหน้าที่ของตน ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่ปล่อยงานให้คั่งค้าง และไม่ก้าวก่ายงานในหน้าที่ของคนอื่น เว้นแต่เมื่อได้รับการขอร้อง หรือเพื่ออนุเคราะห์

๓. บัณฑิตชอบทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร เช่น ชอบพูดและทำตรงไปตรงมา ชอบสนทนาธรรม รังเกียจการนินทาว่าร้าย ชอบบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นต้น

๔. บัณฑิตเมื่อถูกว่ากล่าวตักเตือนโดยดีย่อมไม่โกรธ มีนิสัยถือเอา ความถูกความดีและความมีประโยชน์เป็นที่ตั้ง ไม่ถือตัวอวดดีดื้อรั้น แต่เห็นว่า ผู้ที่ตักเตือนตนคือผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์ให้ แล้วพยายามแก้ไขปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นตามคำแนะนำนั้น โดยไม่นึกรังเกียจว่าผู้ที่ตักเตือนจะมีอายุ ยศศักดิ์ ฐานะสูงหรือต่ำกว่า และหากมีผู้เข้าใจผิดพูดก้าวร้าวไม่สมควร ก็อดทนไว้ไม่โกรธตอบ แล้ว พยายามหาโอกาสชี้แจงให้เข้าใจภายหลัง จึงทำความอบอุ่นเย็นใจให้แก่ทุกคน

๕. บัณฑิตย่อมรับรู้ระเบียบวินัย รักที่จะปฏิบัติตามระเบียบวินัยของหมู่คณะอย่างเคร่งครัด เพราะตระหนักดีว่า วินัยเป็นเครื่องยกหมู่คณะให้เจริญขึ้นได้จริง ทำให้หมู่คณะสงบเรียบร้อยไม่วุ่นวายจริง ทำให้เกิดความผาสุกจริง ฯลฯ จึงรังเกียจความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ความไม่สะอาด รกรุงรัง

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 2 ]

วิ ธี ค บ บั ณ ฑิ ต

๑. หมั่นไปมาหาสู่

๒. หมั่นเข้าไปนั่งใกล้

๓. มีความจริงใจ ให้ความเกรงอกเกรงใจต่อท่าน

๔. ฟังคำแนะนำ ฟังคำพูดของท่าน (ฟังธรรม)

๕. จำธรรมที่ได้ฟังนั้นไว้

๖. พิจารณาใจความของธรรมที่จำได้นั้นให้ดี

๗. พยายามปฏิบัติตามธรรมที่ได้ฟังและใคร่ครวญอย่างดีแล้วนั้น

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 4 ]

ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง บั ณ ฑิ ต

บัณฑิตมี ๒ ประเภท ได้แก่

๑. บัณฑิตภายนอก คือบุคคลทั่วไปไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้ประพฤติดี มีคุณธรรม ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา

๒. บัณฑิตภายใน คือตัวเราขณะที่คิดดี พูดดี และทำดีนั่นเอง ดังนั้น การคบบัณฑิตภายในก็คือ การพยายามฝึกตนให้เป็นผู้มีจิตใจผ่องใส มีสติรำลึกถึงแต่ความคิดที่ดีๆ เพื่อการสร้างสรรค์ คำพูดที่ดีๆ เพื่อยกใจผู้พูดและผู้ฟังให้สูงขึ้น และการกระทำที่ดีๆ เพื่อประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ซึ่งทำได้โดยการหมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 7 ]

อ า นิ ส ง ส์ ก า ร ค บ บั ณ ฑิ ต

๑. ทำให้มีจิตใจผ่องใส สามารถทำความดีตามไปด้วย

๒. ทำให้ได้ปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นคนหนักแน่น มีเหตุผล

๓. ทำให้มีความเห็นถูก เป็นสัมมาทิฏฐิ

๔. ทำให้ไม่ต้องเศร้าโศกเดือดร้อนเพราะทำผิด

๕. ทำให้เป็นที่ยกย่องสรรเสริญของคนทั่วไป

๖. ทำให้มีความสุข ปลอดภัยจากอุปสรรคภัยพาลต่างๆ

๗. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถตั้งตัวได้เร็ว

๘. ทำให้แม้ละโลกนี้ไปแล้ว ก็ไปสู่สุคติโลกสวรรค์

๙. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย

ฯลฯ

จบมงคลที่ ๒ คบบัณฑิต

จาก... มงคลชีวิตออนไลน์
โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 10 ]

^^

โดย : ชาวบ้านทอเสื่อ
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2006 [ 13 : 22 ]

... มงคลที่ ๓ บูชาบุคคลที่ควรบูชา...

"ต้นไม้เมื่อยังเล็กเป็นต้นกล้าอยู่
จำเป็นต้องมีหลักค้ำประคองไว้
ป้องกันไม่ให้ล้มรากขาดตายเสียก่อนฉันใด
ผู้ที่หวังความเจริญก้าวหน้า
ก็จำเป็นต้องบูชาบุคคลที่ควรบูชา ไว้เป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิตที่ถูก
เป็นหลักใจ ป้องกันความเห็นผิดและอกุศลกรรมต่างๆ
มิให้ย้อนกลับกำเริบขึ้นมาอีกฉันนั้น"

"ผู้ใด พึงบูชาท่านผู้อบรมตนแล้วผู้หนึ่ง แม้เพียงครู่เดียว การบูชาของผู้นั้น ประเสริฐกว่าการบูชาของบุคคลผู้บูชา (โลกิยมหาชน) ด้วยทรัพย์เดือนละพัน ตลอดร้อยปี" ขุ. ธ. ๒๕/๑๘/๒๙

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 17 ]

ก า ร บู ช า คื อ อ ะ ไ ร ?

การบูชา คือการเลื่อมใส ยกย่อง เชิดชู ด้วยกิริยาอาการสุภาพที่เราแสดงต่อผู้ที่ควรบูชาทั้งต่อหน้าและลับหลัง การแสดงต่อหน้า เป็นการแสดงให้ท่านทราบว่า เรามีความเคารพ และตระหนักในคุณธรรมความดี ที่มีอยู่ในตัวของท่านอย่างจริงใจ การแสดงลับหลัง เป็นการเตือนใจตัวเราเอง ให้ผูกใจไว้กับ คุณธรรมอันสูงส่งของท่าน ก่อให้เกิดความรู้สึก อยากกระทำตาม ใจเราจะได้ยกสูงขึ้นเสมอๆ ไม่เลื่อนไหลไปในทางชั่วร้าย

การบูชา เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง สำหรับฝึกใจที่ยังหยาบกระด้าง เพราะไม่อาจยอมรับคุณความดีของผู้อื่น ให้ละเอียดอ่อนลง ผู้ที่ยังด้อยปัญญา ยังไม่เข้าใจในคุณธรรมความดีของผู้ที่ควรบูชานัก แต่หากได้เคยชินกับการบูชาแล้ว ในที่สุดย่อมสามารถเห็นถึงคุณธรรมความดี ที่มีอยู่ในตัวของผู้ที่เราบูชา ได้อย่างแจ่มชัด จนเกิดความเลื่อมใสกลายเป็นการบูชาอย่างแท้จริง อยากทำความดีตามท่านบ้าง ผู้ใหญ่จึงควรสอนบุตรหลานให้รู้จักสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย เป็นการปลูกศรัทธา ให้รู้จักบูชาบุคคลที่ควรบูชา ตั้งแต่เล็กๆ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 24 ]

บุ ค ค ล ที่ ค ว ร บู ช า

คือบุคคลที่มีคุณความดีควรค่าแก่การระลึกนึกถึง และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม ได้แก่ ผู้มีศีล สมาธิ ปัญญาสูงกว่าเรานั่นเอง ซึ่งประมวล สรุปได้ดังนี้

๑. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบัณฑิตที่ประเสริฐสุดในโลก ทรงไว้ด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ จัดเป็นบุคคลที่ควรบูชาของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

๒. พระสงฆ์ ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบก่อนแล้วจึงสอนให้ผู้อื่นประพฤติดี ปฏิบัติชอบตามอย่างบ้าง จัดเป็นบุคคลที่ควรบูชาของพุทธศาสนิกชน

๓. พระมหากษัตริย์ผู้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นธรรมราชา จัดเป็นบุคคลที่ควรแก่การบูชาของประชาชน

๔. บิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่มีความประพฤติดี เป็นบัณฑิตที่อยู่ ในฐานะสูงเกินกว่าจะคบ จัดเป็นบุคคลที่ควรแก่การบูชา หรือปูชนียบุคคลของบุตรหลาน

๕. ครูอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ ความประพฤติดี เป็นบัณฑิตที่อยู่ในฐานะสูงเกินกว่าศิษย์จะคบหา จัดเป็นบุคคลที่ควรแก่การบูชาของศิษย์

๖. ผู้บังคับบัญชาที่มีความประพฤติดี ตั้งอยู่ในธรรม จัดเป็นบุคคลที่ควรแก่การบูชาของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

นอกจากนี้บัณฑิตที่มีเพศภาวะสูงเกินกว่าที่จะคบในฐานะผู้เสมอกันได้ ล้วนจัดเป็นบุคคลที่ควรแก่การบูชาทั้งสิ้น

สิ่งที่เนื่องด้วยท่านเหล่านี้ ก็จัดเป็นสิ่งที่ควรบูชาอีกเช่นกัน เพราะเมื่อเราบูชาสิ่งเหล่านี้ ก็ทำให้ระลึกนึกถึงคุณงามความดีของบุคคลที่สิ่งเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องด้วย ตัวอย่างคือ

๑. สิ่งที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า เช่น พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ สังเวชนียสถาน ฯลฯ

๒. สิ่งที่เนื่องด้วยพระสงฆ์ เช่น พระธาตุ รูปพระสงฆ์สาวก ฯลฯ

๓. คำสั่งสอน รูปภาพของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ผู้บังคับบัญชา พระมหากษัตริย์ ซึ่งตั้งใจประพฤติธรรม เป็นบัณฑิต จัดเป็นสิ่งที่ควรบูชาทั้งสิ้น

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 27 ]

ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า ม บู ช า

๑. ทางกาย ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนหรือประกอบกิจใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้า ท่านหรือสัญลักษณ์ตัวแทนของท่าน เช่น รูปปั้น ภาพถ่าย ก็อยู่ในอาการสำรวม

๒. ทางวาจา สรรเสริญยกย่องคุณความดีของท่าน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เช่น การสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย การนำความดีของท่านไปสรรเสริญ

๓. ทางใจ ตามระลึกนึกถึงคำสอนของท่านด้วยความเคารพและซาบซึ้ง

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 29 ]

ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ก า ร บู ช า

การบูชาในทางปฏิบัติมี ๒ ประเภท คือ

๑. อามิสบูชา คือการบูชาด้วยสิ่งของ เช่น บุตรระลึกถึงคุณของบิดามารดา ศิษย์ระลึกถึงคุณของครูบาอาจารย์ จึงบูชาด้วยการนำทรัพย์สินเงินทองของใช้ ฯลฯ ไปมอบให้ เป็นต้น การบูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียน ก็จัดเป็นอามิสบูชาเช่นกัน

๒. ปฏิบัติบูชา คือการบูชาด้วยการตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามคำสอนตามแบบอย่างที่ดีของท่าน เช่น พยายามกำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ตามคำสอนของท่าน การปฏิบัติบูชานี้จัดเป็นการบูชาที่สูงสุด เพราะเป็นวิธีที่จะทำให้กาย วาจา ใจ ของเราใสสะอาด เป็นบัณฑิตตามท่านได้โดยเร็ว

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 31 ]

ข้ อ เ ตื อ น ใ จ

สำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือนักปฏิบัติธรรม พึงระลึกเสมอว่า สิ่งที่เราจะเรียนรู้นั้น ถ้าเราเทิดทูนบูชา ตั้งใจประคองรักษาอย่างดี ไม่นำไปล้อเลียน หรือพูดเล่น ผลของการศึกษาเล่าเรียนตลอดจนการปฏิบัติธรรมของเรา ย่อม จะมีความเจริญก้าวหน้าประสบผลสำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์

ตรงกันข้าม ถ้าเราไม่เคารพแต่กลับลบหลู่ครูอาจารย์หรือสิ่งที่จะเรียนรู้ ความเข้าใจ ความซาบซึ้งที่จะปฏิบัติตามคำสอนก็หมดไป เกิดความรู้สึกไม่อยากบูชาหรือไม่ศรัทธา ใจที่ควรจะตรึกนึกถึงธรรมะหรือบทเรียนต่างๆ ก็มืดมิด เป็นการปิดกั้นหนทางที่จะเข้าถึงปัญญา อันจะเป็นแสงสว่างส่องนำวิถีชีวิตให้ก้าวไปในทางที่ถูกที่ควรที่ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 33 ]

ข้ อ ค ว ร ร ะ วั ง

อย่าบูชาสิ่งที่ไม่ควรบูชา เพราะจะชักนำไปสู่ความงมงายหลงผิด จิตใจขุ่นมัวเป็นพาลไป ซึ่งทำได้ดังนี้

๑. ไม่บูชาคนพาล คือไม่ยกย่อง ไม่เชิดชู ไม่ส่งเสริม ไม่สนับสนุนคนพาล ไม่ว่าคนพาลนั้นจะมียศศักดิ์ หรือสถานภาพสูงส่งเพียงไรก็ตาม

๒. ไม่บูชาสิ่งที่เนื่องด้วยคนพาล เช่น รูปภาพ รูปปั้น ผลงาน สิ่งของ เครื่องใช้ของคนพาล หรือทำตามคำแนะนำสั่งสอนของคนพาล

๓. ไม่บูชาสิ่งที่บูชาแล้วไม่ทำให้เกิดสิริมงคล เช่น รูปภาพดารา นักร้องนักกีฬาที่ไม่มีคุณธรรมเพียงพอ ภาพโฆษณาเกี่ยวกับอบายมุข ฯลฯ อย่า นำมาประดับบ้านเรือน

๔. ไม่บูชาสิ่งที่บูชาแล้วทำให้งมงายไม่เกิดปัญญา เช่น ต้นไม้ใหญ่ ภูเขาสูง คนทรง ภูตผีปีศาจ สัตว์ที่เกิดมามีลักษณะผิดปกติ ฯลฯ

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 37 ]

ก ร า บ ๓ อ ย่ า ง

วิธีการบูชาพระพุทธรูปที่ใช้กันมากคือการกราบ ซึ่งผู้ที่กราบพระนั้น แยกได้หลายประเภทดังนี้

๑. ยิ่งกราบยิ่งเมื่อย คือพวกที่เห็นคนอื่นกราบพระก็กราบตามเขา โดยไม่รู้ความหมาย ทำลวกๆ เหมือนลิงไหว้เจ้า

๒. ยิ่งกราบยิ่งโง่ คือพวกที่กราบพระแล้วขอในสิ่งที่ไม่สมควร เช่น กราบพระขอหวย หรือไม่ดูหนังสือแต่กราบพระขอให้สอบได้

๓. ยิ่งกราบยิ่งฉลาด คือพวกที่กราบพระแล้วยึดถือเอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติตาม
... กราบครั้งที่ ๑ ระลึกถึงพระปัญญาคุณของพระพุทธเจ้า

... กราบครั้งที่ ๒ ระลึกถึงพระบริสุทธิคุณของพระองค์

... กราบครั้งที่ ๓ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 45 ]

อ า นิ ส ง ส์ ก า ร บู ช า บุ ค ค ล ที่ ค ว ร บู ช า

๑. ยังความเห็นถูกที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น

๒. ยังความเห็นถูกที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น

๓. ทำให้มีกิริยามารยาทสุภาพอ่อนโยน น่ารักน่านับถือ

๔. ทำให้จิตใจผ่องใส เพราะตรึกอยู่ในกุศลธรรมเสมอ

๕. ทำให้สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ขึ้นเพราะมีความสำรวมระวัง เป็นการป้องกันความประมาท

๖. ป้องกันความลืมตัวความหลงผิดได้ เพราะตระหนักอยู่เสมอว่า ผู้ที่มีคุณธรรมสูงกว่าตนยังมีอยู่

๗. ทำให้เกิดกำลังใจและอานุภาพอย่างมหาศาล สามารถคุ้มครองป้องกันตนให้พ้นจากอุปสรรคและภัยพาลต่างๆ ได้

๘. เป็นการกำจัดคนพาลให้พินาศไปโดยทางอ้อม เพราะมีแต่คนบูชาบัณฑิตผู้มีคุณธรรม

๙. เป็นการเชิดชูบัณฑิตให้สูงเด่น ทำให้ท่านสามารถบำเพ็ญกรณียกิจได้สะดวกกว้างขวางยิ่งขึ้น

ฯลฯ

จบมงคลที่ 3 บูชาบุึึคคลที่ึึควรบูชา

จาก... มงคลชีวิตออนไลน์

โดย : หนูจุก
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ 12 : 50 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook