บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด
หน้า > 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9

>> ธรรมทาน

หัวข้อ : ] ] ] ธรรมทาน [ [ [


เมื่อการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้ใจเป็นทุกข์
เมื่อรัก โลภ โกรธ หลง ริษยา ทำให้จิตใจไม่สงบ และเกิดทุกข์
ปล่อยวางคือทางรอด จากนรกในใจ
ปฎิบัติธรรมเถิดสาธุชน หนทางดับทุกข์แท้จริง

โดย : ฉายเดี่ยว นักธรรมไร้อันดับ
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 23 ก.ย. ปี 2006 [ 10 : 15 ]

"ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง"
แม้จะให้โลกทั้งโลกที่ทำด้วยทองคำ ก็สู้ธรรมทานมิได้
เพราะยังทำให้ผู้รับมีความโลภอยู่
แต่การให้ธรรมทานนั้น ให้แล้วผู้รับได้รับความสุข
ได้มีที่พึ่งของตน
" ต้นไม้ที่ให้ผลและร่มเงา นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นไม้ที่มีประโยชน์แล้วย่อมได้รับการดูแล ใส่ปุ๋ย พรวนดินยิ่งๆขึ้นไปอีกฉันใด "
" ผู้ที่รู้จักให้ทาน นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นคนมีประโยชน์แล้ว ย่อมได้รับการสรรฌสริญ ช่วยเหลือสนับสนุน จากคนทั้งหลายอีกฉันนั้น "

โดย : A
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 23 ก.ย. ปี 2006 [ 16 : 29 ]

ธรรมทาน ให้ความรู้เป็น ทาน
เป็นการให้ ที่มองไม่เห็น รับรู้ได้ โดยผู้ให้ และ ผู้รับ
บางที ผู้ให้ ไม่ได้เต็มใจให้ แต่ผู้รับไปหลงว่า ได้รับ
บางทีผู้ให้ เต็มใจให้ แต่ผู้รับ รับไม่ได้ เพราะไม่พร้อมรับ
เป็นบัว คนละเหล่า ภาพนึก คนละ ภาพ

การให้ธรรมทาน กับผู้ที่ไม่พร้อม รับ ผู้นั้น ต้องอาบัติ ทุกฏ

เราเรียกมันว่า "กาละ เทศะ"

การ ปฏิวัติ ครั้ง ชาติชาย ทหารได้ รับ ก้อนอิฐ
การ ปฏืวัติ ครั้ง ทักษิณ ทหารได้รับ ดอกไม้

การกระทำ ชนิดเดียวกัน ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างกาละเทศะ
ผล ตอบรับ มันผิดกัน

ขอจง เป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวร ต่อกัน และกันเลย

โดย : แต่งแต้ม
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 23 ก.ย. ปี 2006 [ 18 : 47 ]

พระพุทธองค์ตรัสถึงกฎแห่งกรรม

ผลกรรมของไตรภพเป็นเรื่องใหญ่ จงอย่าดูหมิ่นพุทธพจน์

อย่าพูดว่ากฎแห่งกรรมไม่มีใครเห็น

กรรมสนองเร็วก็ตกที่ตัวเอง กรรมสนองช้าก็ตกกับลูกหลาน

แม้ปัจจุบันสั่งสมบุญกุศล บุญนั้นก็จะคุ้มครองถึงบุตรหลาน

เรื่องกฎแห่งกรรมในสามโลกนี้พูดกันไม่จบ

สวรรค์ไม่เคยขาดคนจิตกุศล ในพระรัตนตรัยเป็นแก้ววิเศษ

รู้จักสละบ้างผลได้รับเหลือคณานับ

เหมือนดั่งสะสมอริยทรัพย์ไว้ในเซฟที่มั่นคง

จะได้รับผลประโยชน์ทุกๆชาติไป

หากถามเรื่องชาติปางก่อน ก็ให้ดูที่ได้รับในปัจจุบัน

หากจะถามเรื่องชาติหน้า ก็ให้ดูสิ่งที่กระทำในปัจจุบัน

"การให้ธรรมะเป็นทาน เป็นบุญกุศลอันสูงสุด"
โดย : แอบหวาน
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 23 ก.ย. ปี 2006 [ 19 : 32 ]

หากสิ่งที่ผู้ให้ธรรมเพื่อเป็นทานด้วยหลงผิดว่าสิ่งที่ตนให้เป็นธรรมที่แท้จริง...
และผู้รับต่างชื่นชมที่จะรับ...และน้อมเอามาปฏิบัติด้วยเชื่อว่าเป็นธรรมที่แท้จริง
เมื่อธรรมที่เชื่อถือและน้อมนำเอามาปฏิบัติ ก่อเกิดความชิงชัง ปลูกฝังบ่มเพาะความแค้น..และฝังแน่นในศรัทธาแห่งธรรมที่ตนเชื่อมั่นถือมั่น
และถ้าการสร้างความแตกแยกให้ทำลายในสิ่งที่ตนถือว่าอธรรมตามความเชื่อแห่งตนและจากทานที่ตนน้อมรับว่าเป็นสัจธรรมที่แท้และเที่ยงแท้.....
แล้วจักมีสิ่งใดเปรียบเทียบได้อย่างใดเล่า...หากมิมีสิ่งที่ถูกที่ควร และสมควรเป็น
เมื่อไม่มี....แล้วจะหาธรรม ไปให้ทานแก่ผู้ใดได้...
จักมิเป็นบาปดอกหรือ...
โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 23 ก.ย. ปี 2006 [ 22 : 36 ]

...การดำรงอยู่แห่งสัจธรรมใดๆต่างดำรงอยู่ภายใต้การเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น....หามีสัจธรรมสัมบูรณ์ใดๆที่ไม่มีขอบเขตุแห่งอัตตา..หรืออาจกล่าวได้ว่าต่างล้วนเป็นสัจธรรมสัมพัทธ์ที่ชั่วคราวและมีเงื่อนไข...หากจะต่างตรงที่ขอบเขตุแห่งอัตตา..
...มิต่างจากคำสอนที่เป็นจริงของศาสดาใด...ต่างล้วนยืนยาวภายใต้การเปรียบเทียบ...แห่งผู้รับที่ศรัทธาภายใต้อัตตา....
....หากเมื่อมีสิ่งที่เรียกว่าความดี...ก็มีสิ่งที่เรียกว่าความชั่ว..เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบ
....ทั้งหมดล้วนแล้วดำรงอยู่อย่างชั่วคราวหรือสัมพัทธ์...ภายใต้อัตตาแห่งตัวตน...
....หากสิ่งที่หยิบยื่นให้โดยกิเลส..และน้อมรับเอากิเลสนั้นมาพอกพูนในอัตตา...อันก่อเกิดปัญญาด้วยอัตตาแห่งตน..ก็ย่อมเห็นธรรมที่จำกัดโดยอัตตาแห่งตน...
....เมื่อเกิดมีการเปรียบเทียบ..ก็ย่อมก่อเกิดปัญญาแห่งอัตตาที่พอกพูนขึ้น...ที่มีขอบเขตุอัตตากว้างขึ้น...
.....ธรรมอันเป็นอนัตตา ...มิอาจจะจำกัดด้วยอัตตาใดๆ...

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 0 : 26 ]

เมื่อวาง ธรรม ดุจเส้น กราฟ มองว่า เหนือ เลข ศูนย์ ขึ้นไป คือ คุณค่า
ที่แท้จริง แต่หาก ผู้มองว่า ต่ำกว่า ศูนย์ ลงมา คือ คุณค่า ที่แท้จริงเล่า
ดังนั้น อะไร? คือ ธรรม มากมาย ไ ขว่คว้า หาความมีค่า เหนือกว่าศูนย์ มากมาย ไขว่คว้า หาคุณค่า ปลดวาง ให้น้อยลงกว่าศูนย์

ธรรมคืออะไร? ใยจึงมีหลายสำนัก ธรรมล้วนเป็นไป เพื่อความอยู่รอด หรือ เพื่อความแตกดับ
ไม่เชื่อในตน แล้วจะเชื่อในใคร?
อัตตา ที่ยิ่งใหญ่ หรือ อนัตตา ซึ่งเป็น อัตตา ของใคร? ขบคิดกัน จนโลกสลาย มีชีวิต อยู่เพื่อรับใช้ใคร? กิเลส ภายในตน (ความต้องการ) หรือ อยู่เพื่อรักษา กายเนื้อให้อยู่รอด หรือ มีเกียรติยศ เผ่าพงศ์ วงษา หรือ มีอะไร? อื่นๆ อีกมากมาย บรรทัดในใจตน ก็คง ตอบได้ แค่ตนเอง หาใช่ คำตอบ ที่ให้ผู้อื่น มาเชื่อ หรือ ไม่เชื่อได้ เมื่อ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภาษา สิ่งแวดล้อม สังคม การศึกษา ตัวแปร อันเป็น อินฟินิตี้

ขอจงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย
มนุษย์ สรรหา ตัวยา เพื่อเข่นฆ่า ไวรัส ภายในร่างกายตน
แต่ถ้า ในจักรวาล มองว่า มนุษย์ คือ ไวรัส ของจักรวาล ต้องหาทาง ทำลาย มนุษย์ เพื่อให้จักรวาล อยู่ได้ล่ะ จักรวาล จะระเบิด โลก ให้ออกจากระบบ ก็จะทำให้ จักรวาล เป็นอัมพาต อาจถึง ขั้นศูนย์เสีย ความเป็นจักรวาล (ชีวิต)

สุข ทุกข์ อยู่ที่วิธีคิด

โดย : แต่งแต้ม
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 10 : 13 ]

ธรรมทาน...

อันใดเดือดร้อนเขา สบายเรา อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเรา สบายเขา อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเรา เดือดร้อนเขา ก็อย่าทำ
อันใด ไม่เดือดร้อนเรา ไม่เดือดร้อนเขา จงทำเถิด...

เพียงแต่จิตเป็นกุศล คิดจะทำอะไรก็เป็นกุศล ทั้งสิ้น

โดย : เดียวดาย
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 11 : 27 ]

ธรรมทาน.....

ทานใดเล่าควรคู่แก่การสรรเสริญยิ่งกว่า ปัญญาทาน
ความรู้ คือทานอันประเสริฐยิ่ง แต่ ผู้ซึ่งได้มอบความรู้นั้น
กลับประเสริฐยิ่งกว่า
การให้ทาน มิจำเป็นตอ้งให้มากมาย ให้เพียงพอที่เขาจะรับได้
และให้โดยที่เรานั้นมิเดือดร้อน...........นั้นแลคือทานอันยวดยิ่ง

โดย : นรชน
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 14 : 29 ]

บางคนบอก ว่าตัวเอง นั้นสูงส่ง
แต่นึกปลง การกระทำ นำนิสัย
ฐานะรวย แต่กิริยา ทำบรรลัย
แต่จิตใจ ไม่เคย สูงส่งเลย

30บาท รักษา ทุกโรคา
คนรวยหนา ไม่เห็น เขาใส่ใจ
สุวรรณภูมิ เสร็จเพราะ ฝึมือใคร
ยาบ้าไง ที่หมดไป ในแผ่นดิน

ไอเอ็มเอฟ เจ็บไหม ปี40
หนี้เพิ่มพูน ประชายาก มากเพียงไหน
ทักษิณมา เป็นนายก ไม่เท่าไหร่
แต่กลับไช้ คืนหมดจด ลืมหมดยัง

โดย : กวีร้อยบุปผา
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 21 : 3 ]

ทาน คือ การให้ การสละความตระหนี่
บุญจะถึงพร้อมอย่างเต็มที่
- เมื่อผู้ให้มีเจตนาที่บริสุทธิ์
- ของที่ให้เป็นของบริสุทธิ์
- ผู้รับมีศีลบริสุทธิ์

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำขึ้น ไม่มีสูญเปล่า
หากทำแล้วสูญเปล่า แปลว่าเพียงแค่ทำได้ แต่ยังทำไม่เป็น

บุญเราอาจไม่เห็นด้วยตา แต่เราสามารถสัมผัสได้ด้วยใจ
เมื่อเรามีความสุข ความสบายใจ ที่ได้ทำความดี ก็คือผลของบุญ
"ในวันๆหนึ่งเราเกิดความรู้สึกอย่างนี้กี่ครั้ง หากยังไม่เกิดก็รีบกันทำ เวลาแห่งชีวิตไม่เคยมีการหมุนย้อนกลับมา "

การทำการลงมือปฏิบัติ ย่อมดีกว่าการพูดหรือการกล่าวอ้างเสมอ
บางคนเป็นผู้รอบรู้ มากความสามารถ เป็นพหูสูต แต่ไม่เคยนำความรู้ที่มีมาใช้ ไม่เคยลงมือทำ มันช่างน่าเสียดายในความรู้ที่เขามี
เช้าใด ยังไม่ได้ทำทาน เช้านั้นอย่างพึ่งกินข้าว
วันใด ยังไม่ได้รักษาศีล วันนั้นอย่างพึ่งออกจากบ้าน
คืนใด ไม่ได้สวดมนต์ทำสมาธิภาวนา คืนนั้นอย่างพึ่งเข้านอน
มารีบสร้างบุญกันดีกว่านะครับ : - )

โดย : A
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 24 ก.ย. ปี 2006 [ 22 : 8 ]


กล่าวดั่งนี้ซาบซึ้งแลเข้าใจง่าย........ท่านเดียวดาย

มิต้องคิดให้สลับซับซ้อน

เพราะเรื่องซับซ้อนมีมากมายแล้ว





โดย : แอบหวาน
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 25 ก.ย. ปี 2006 [ 0 : 1 ]

อะไร? ที่ไม่เดือดร้อนเขา และไม่เดือดร้อนเรา ล่ะ
มีหรือ? หรือ น่าจะมี

ย้อนภาพ อดีต ลองคิด ง่ายๆ กว่าจะเป็นตัวตน
บริโภคข้าวสาร ไปเท่าไร?แล้ว ใครเดือดร้อน
บริโภค เนื้อสัตว์ ไปเท่าไร?แล้ว ใครเดือดร้อน
บริโภค อารมณ์ ตนเอง ไปเท่าไร? แล้ว ใครเดือดร้อน
แค่ทำให้เจือจางก็ยาก พอแล้ว สหายเอย

ขอจงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้ ก่อกรรมซึ่งกันและกันเลย

โดย : แต่งแต้ม
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 25 ก.ย. ปี 2006 [ 9 : 12 ]

ทานคือการให้ที่บริสุทธิ์

ทานยุติเห็นแก่ตัวอันมัวหมอง

ธรรมทานคือการให้ไม่หมายปอง

ธรรมสนองต่อผลกรรมดังนั้นแล

โดย : หมัดเมา
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 25 ก.ย. ปี 2006 [ 10 : 22 ]

...หากจะเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นค่าประมาณการทางคณิตศาตร์อย่างหยาบๆ...ของกองกิเลสต่างๆอันประกอบเป็นมวลที่ก่อเกิดทุกข์ อันได้แก่ รัก โลภ โกรธ หลง...
....โดยให้ 0 เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด...และสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และแทนค่าความหมายดังนี้...
....ในแกนโคออดิเนต X และY แทนด้วยมิติ ของกิเลส อันได้แก่ มิติรัก มิติโลภ มิติโกรธ มิติหลง และในเส้นทะยงตัดผ่าน 0 ทั้งซ้ายและขวา คือมิติกาลเวลา หรืออายุขัยของมนุษย์...
....เราจะเห็นว่า มวลแห่งกองกิเลส แต่ละคนไม่เท่ากันแม้แต่คนเดียว...บ้างก็จะมีค่ากิเลสแห่งรักสูง...บ้างก็โลภสูง...เป็นต้น
....เมื่อเราให้ค่าคงที่คืออัตตาแห่งตน..และอัตตาของกลุ่มคนในสังคม หรือค่าคุณธรรมความดีคืออัตตาแต่ละสังคมที่ยึดมั่น และมีค่าที่ใกล้ 0
.....เราจะได้รูปทรงเปรียบเทียบอย่างหยาบๆตามการผันแปรเปลี่ยนไปของอายุขัย...
.....เมื่อ เทียบเคียงกับสูตร สมการตามธรรมชาติ หรืออัตตา ในทางการวิเคราะห์ธรรมชาติ E=MC กำลังสอง
.....มวลแห่งกองกิเลส จะจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นและลดลงตามการพอกพูนแห่งอัตตา และจะมีพลังงานสูงเมื่อเข้าใกล้ 0 ...
.....แต่ถ้าทั้งหมดถึง 0 ก็เกิดกระบวนการใหม่ ในขอบเขตุอ้างอิงใหม่อีก...ตราบใดที่ยังคงสภาพมวลแห่งอัตตา..
.....ในระบบเวลาหรือหากนับว่าการสิ้นอายุขัย ถึง0 แต่มวลกิเลสบุคคลนั้นยังดำรงอยู่ในสังคม ในรูปการเป็นปัจจัยให้คนอื่นๆเอาไปปรุงแต่งในจิตใจตนหรือพอกพูนกิเลสในใจ...เช่นการถือเป็นแบบอย่างทั้งในแง่บวกและลบเป็นต้น

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 25 ก.ย. ปี 2006 [ 12 : 2 ]

...พิมพ์ผิดแก้เป็น เส้นทะแยง

โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 25 ก.ย. ปี 2006 [ 12 : 6 ]


โบราณกาลขานแว่ว...........เคยฟัง

จุติแล้วตามกำลัง................กรรมเจ้า

ศีลครบขาด.....บอดสนิท.....กำหนด

ชาติวรรณะพ่อ......แม่.........สิ้นฝืน
พ่อแม่เจริญธรรม...............เสมอสม่ำ

ลูกกำเนิดเกิดธรรม............กรรมขาว

วัดวาบุญกุศลสร้าง..............เรื่องราว

ไม่เท่แต่จำเป็น.......แก่โลก....ทุนนิยม
มาเด็กใหม่ใจสากล.............ด้นจารีต

เสพติดชีพกลั้วสนุก.............ทิ้งขื่นขม

แลกกาเมทิ้งธรรม...............กาฬอารมณ์

เกิดบุตรล่มศีลธรรม............กรรมไม่แบ
เมื่อต้นแย่ห่างธรรม..............กรรมดำปิด

บุตรที่ผลิตก็ขาดศูนย์.............เอียงโล้เหม็น

แพร่เชื้อใหม่ยิ่งหัวใหม่.........งับสนุกเต็ม

ล่มเศร้าเห็นหมองพร้อมกัน.........ทั้งเผ่าไทย.
โดย : กระบี่ไล่ล่า ////
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 26 ก.ย. ปี 2006 [ 9 : 3 ]

ธรรมมีในทุกมิติ
ทานมีในทุกวรรณะ
ศีลมีในทุกข์โมเลกุล
สมาธิ ปัญญา บังเกิดได้ ด้วยตน

อตฺตา หิ อฺตโนนาโถ อตฺตานํ โจทยตานํ

โดย : แต่งแต้ม
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 26 ก.ย. ปี 2006 [ 11 : 47 ]

ธรรมะนั้น มีได้ ทุกพื้นที
แต่เรามี ธรรมะ ในใจไหม
หรือมัวแต่ กระทำ กรรมจัญไร
อยากจะไห้ ทุกท่าน เฝ้าคิดดู



โดย : กวีร้อยบุปผา
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 26 ก.ย. ปี 2006 [ 16 : 3 ]


ขออนุโมทนา...........ธรรมทาน
ข้อคิดแตกฉาน...........หลายแขนง
ถกเถียงแตกต่าง........ธรรม - แสดง
ล้วนนำพาสู่ทางแจ้ง.....แสวงล้ำ....ปัญญา ฯ

ธรรมะยาตรา....ธรรมดา....ธรรมชาติ

อมิตตาพุทธ

โดย : หลวงจีนทุศีล
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 26 ก.ย. ปี 2006 [ 17 : 40 ]

....ธรรมทานบานเบ่งสู่............หลักธรรม
ก่อเกิดผลพูลนำ......................สวรรค์
กับศิลมิพร่องล่ำ......................สว่างจ้า..งามแฮ
นิพพานแท้สุขสันต์.................สิ้นทุกข์.เกิดตาย...

....เกิดแก่เจ็บตายล้วน............ย่อมมี
ยังแต่ผลกรรมชั่วดี.................ส่งสร้าง
ธรรมทานทางหลีกลี้.................เกิดดับ....สิ้นเสีย
ปฏิบัติได้ลบล้าง.......................เวรกรรม..

สาธุๆๆ........................
....

โดย : ทะเลที่ไร้คลื่น//*+*//
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 26 ก.ย. ปี 2006 [ 21 : 30 ]

ใต้เป็นไฟ ยุคไหน ใครรู้บ้าง
โกงทั้งบาง ซีทีเอ็กซ์ ในยุคไหน
ทุจริต การเลือกตั้ง ฝีมือใคร
กกต. เป็นพวกใคร ใคร่อยากฟัง

เงินของใคร ที่ใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ
เงินในเซฟ ของทักษิณ งั้นหรอกหรือ
เงินภาษี ที่ชาวบ้าน ต่างร่วมมือ
มันเอาหน้า ใช้ชื่อ เป็นผู้นำ

ถ้าดีจริง พระองค์ท่าน คงช่วยเหลือ
ไม่น่าเชื่อ ท่านโปรดเกล้าฯ เหล่าทหาร
ให้คณะ ปฏิรูป เร่งทำการ
หรือว่าท่าน จะคัดค้าน พระเสาวนีย์

กรรมของใคร ก่อไว้ เดี๋ยวก็รู้
ขอให้ดู และไตร่ตรอง มองเหตุผล
สมบัติชาติ มันยังขาย อ้างของตน
หนีไม่พ้น เวรกรรม มันมีจริง
โดย : ขอเจือก2
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 ก.ย. ปี 2006 [ 10 : 12 ]

การให้ทานใดๆนั้น ล้วนเป็นการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น
ผู้ที่ปฏิบัติธรรมโดยการให้ทานนั้น ก็เปรียบเสมือน
ผู้ที่ล้างคราบโลนตมออกจากตัวด้วยน้ำสะอาด
การใหทานนั้นมีหลากหลาย ทั้งวัตถุทาน อภัยทาน หรือธรรมทาน
กาให้ทานด้วยวัตถุเปรียบเสมือนการให้ข้าวสาร ที่เอาไว้หุงกิน กินแล้วก็หมด ต้องรอรับทานจากผู้อื่นอีก
แต่การให้ธรรมทานนั้น เปรียบเสมือนการให้ข้าวปลูก ที่ผู้รับต้องนำไปเพาะปลูกให้เกิดผลผลิตเพิ่มมากขึ้นอีก และกิดการหมุนเวียนของข้าวนั้นได้ ทั้งเอาไว้กินเอง และเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่น
ธรรมะทานนั้น จะเป็นบุพผชาติแห่งปัญญาที่เบ่งบาน ในจิตของผู้รับ และเบ่งบานในจิตแห่งผู้ให้เสมอกัน
***ท่านใดที่ถึงพร้อมด้วยธรรมทานนั้นแล้วข้าเจ้าก็ขออนุโมธนาสาธุด้วยเถิด***
โดย : กิ่งไผ่
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 2 ต.ค. ปี 2006 [ 11 : 52 ]

ถือ นิพพิทา อันเป็นที่สุดแล้ว แห่งธรรมทั้งปวง

ขอแสดงความนับถือแก่ท่าน ผู้ถือธรรม

โดย : กระเทยเดียวดาย
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 2 ต.ค. ปี 2006 [ 18 : 41 ]

จดหมายข่าวจากดังตฤณดอทคอม ฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๙

คุณไม่สามารถกล่าวได้เต็มปาก
ว่าคุณรู้จักพุทธศาสนาเป็นอย่างดีจากการอ่านตำรา
ไม่ว่าจะอ่านมากแค่ไหน
ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้รอบรู้ระดับเปรียญธรรมขั้นใด
เพราะที่แท้แล้ว
คุณต้องเข้าใจความจริงเกี่ยวกับตัวเอง
อ่านตัวเองออก บอกที่มาที่ไปของการกระทำต่างๆได้
ตัดสินได้ว่าคิด พูด ทำ อย่างไรเป็นบาป อย่างไรเป็นบุญ
ตอบตัวเองได้ว่าทำไมจึงไม่ควรมีจิตที่เปื้อนบาป
ทำไมจึงควรมีจิตที่เอิบอิ่มไปด้วยบุญกุศล
อย่างนั้นถึงจะพอเรียกได้ว่าเข้าใจพุทธศาสนาพอใช้

แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นเข้าใจพุทธศาสนาลึกซึ้ง
คุณต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงในตนเอง
รู้จักรสชาติความสุขที่แตกต่างและห่างชั้น
ระหว่างความรู้สึกว่ามีอัตตา
กับความรู้สึกว่าอัตตาเงียบหายไป
ถึงตรงนั้นคุณจะพบความอัศจรรย์
ว่าศาสนามิใช่แค่คำสอนให้เชื่อ
แต่เป็นหลักปฏิบัติให้เข้าถึงอะไร "อีกอย่างหนึ่ง"
แปลกประหลาดมหัศจรรย์กว่าทุกสิ่งที่คุณเคยพบ
เพราะทุกสิ่งที่คุณเคยพบ
เป็นต่างหากจาก "สิ่งนั้น" อย่างสิ้นเชิง

พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นจักเห็นพระองค์
พุทธวจนะอันสูงส่งเกินจินตนาการนี้
ประดุจความลับสุดท้าย
ที่ผู้ทำอวิชชาให้ทลายสิ้นเท่านั้น
จึงมีสิทธิ์ได้ล่วงรู้อย่างแจ่มแจ้ง
ว่ารสอันเหนือรสทั้งปวงเป็นอย่างไร


--------------------------------------------------------------------------------
ถ้าเห็นศาสนาเป็นเรื่องเชย
ก็สะท้อนว่าเรานับถือศาสนาแบบเชยๆ
ถ้าเห็นศาสนาเป็นเรื่องน่าศึกษา
ก็สะท้อนว่าเราเพิ่งรู้จักศาสนาไม่นาน
ถ้าเห็นศาสนาเป็นเรื่องรองจากเรื่องอื่น
ก็สะท้อนว่าเราเห็นศาสนาเป็นงานอดิเรก
แต่ถ้าเห็นศาสนาติดตามเราไปทุกฝีก้าว
รู้สึกชัดถึงศาสนาในทุกลมหายใจเข้าออก
ที่ตรงนั้นสะท้อนเช่นกัน
ว่าเรามีชีวิตที่เข้าถึงพระศาสนาด้วยใจ
ศาสนาเข้าถึงตัว เข้าถึงใจเรา
เพราะใจเราเข้าถึงศาสนาอย่างเต็มตัวและเต็มใจ

มหาสมุทรแห่งบรมสุขเปิดเผยอยู่ตรงหน้า
ถ้าเพียงย่างเท้าก้าวลง
ก็จะรู้รสอันล้ำคำเอ่ยถึงใดๆด้วยประการทั้งปวง


โดย : อินทรีย์เดี่ยวทรนง
เมื่อเวลา : อังคาร ที่ 10 ต.ค. ปี 2006 [ 9 : 58 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook