บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด 2
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)
หน้า > 1 - 2

>>เพลงคู่โดนใจ ตลอดกาล

หัวข้อ : เพลงคู่โดนใจ ตลอดกาล
เพลงแด่ความรักอันเป็นนิรันดร

(solo) ช. รักยิ่งใหญ่ ในดวงใจฉันและเธอ.. รักแรกเจอ รักเดียวตราตรึงหัวใจ
ญ. จะดู แลรักเธอไม่ยอมร้างราไป ห่วงใยรักจริงด้วยใจผูกพัน..
ช. เหมือนมีมนต์ให้ดวงใจฉันและเธอ.. รักจริงหนอ ฉันขอสัญญาใต้แสงจันทร์..
ญ. จะขอ รักเดียวแม้ตายไม่แปรผัน สื่อใจสัมพันธ์เคล้ากลิ่นพลับพลึงยามค่ำ.. ผิดหวัง จากรักมาก่อน.. ขอวอน.. โปรดอย่าตอกย้ำ..
ช. ที่พลั้ง ทุกการกระทำ ก็เพราะฉันมองเธอผิดไป..
* ช.+ญ. รักนิรันดร์ เชื่อมวิญญาณฉันและเธอ.. รักเสมอ รักเราร่วมกันฝันใฝ่.. รักแต่เธอรักเดียวไม่เคยคิดรักใคร รักตลอดไปคล้องใจสองดวงคู่กัน (solo)Fine
ญ. ความรัก.. ช. ซึ้งใจยิ่งนัก
ญ. มีหวานมีเศร้า.. ช. ทุกข์ใดกันเล่า
ญ. ฉันกลัว.. ช. ใยต้องกลัว
ญ. ไม่อยากเจ็บช้ำ.. ช. จะไม่เจ็บช้ำ จากนี้.. ญ. พูดสิ ช. ฉันขอรับคำ.. ญ. ขอฟังสักคำ
ช.+ญ. จะไม่ทำให้เธอเสียใจ

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 13 ]

คู่กรรม

ช) ดังนรกชังหรือสวรรค์เเกล้ง เเกล้งทรมานให้ฉันได้เจอ
ญ) เกลียดชิงชัง สุดท้ายรักเธอ เเต่พอเผลอ พรากเธอดับสูญ
ช) เวรกรรมหรือไรแต่ปางไหนนั่น
ญ) สุขเพียงชั่ววัน เเต่ช้ำ ทวีคูณ
ช) ให้ห่างไกล สุดฟ้าอาดูร
ญ) สูญสิ้นเธอ ตลอดกาล

ช , ญ) อธิษฐานจิตใจ หากเกิดชาติไหน ฐานันดรใดๆ ทุกสถาน
ดลให้เรา ได้พบเจอเป็นคู่กัน วอนสวรรค์ได้ไหม

ช) วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก เลือกเธอรักเธอ ไม่ร้างลาไกล
ญ) ดั่งหิ่งห้อย เฝ้าคอยจนชีพวาย ใต้ลำพู รอคู่กรรม

ช , ญ) อธิษฐานจิตใจ หากเกิดชาติไหน ฐานันดรใดๆ ทุกสถาน
ดลให้เรา ได้พบเจอเป็นคู่กัน วอนสวรรค์ได้ไหม

ช) วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก เลือกเธอรักเธอ ไม่ร้างลาไกล
ญ) ดั่งหิ่งห้อย เฝ้าคอยจนชีพวาย ใต้ลำพู รอคู่กรรม
ช , ญ) ดั่งหิ่งห้อย เฝ้าคอยจนชีพวาย ใต้ลำพู รอคู่กรรม
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 15 ]

รักใต้ร่มไทร
ช) เห็นไทรพลิ้วใบเมื่อต้องลม ชี้ชวนให้เจ้าชมพลอดรักพรรณา
ญ) ม่านไทรย้อยห้อยระย้าพาร่มเย็น เหมือนหนึ่งเป็นวิมานเมืองฟ้า
ช) ลมโชยหวน มวลดอกไม้นานา หอมไม่เกินไปกว่านวลแก้มน้อง
ญ) อุ๊ย อย่าต้องของหวงห้าม
ช) พี่เชยเพียงนิด ไยน้องปิดห้ามปราม
ญ) มิควรหยาบหยาม
ช) ชมเพราะความเสน่หา
ญ) อายฟ้าดินเถิดพี่ขา
ช) ดวงตาฟ้าดินนั้นควรจะอิจฉา ท่านหาความรักไม่ได้
ญ) คำช่างหวาน (ฮัม) นานคงเบื่อ ลืมเยื่อใย
ช) รัก (ฮัม) พี่นี้มาจากใจ เปรียบปานร่มไทรใหญ่และยงยืน

ญ) แม้ม้วยดินสิ้นโลก ไทรโยคคลอน รักอาจถอนกลายเป็นอื่น
ช) รักเดียวแน่วแน่
ญ) เดี๋ยวแปรขมขื่น
ช) สาบานต่อหน้า
ญ) รักอย่าเป็นอื่น
ช) มิยอมมีอื่น
ญ) งั้นชื่นปรางได้
พร้อม) ณ ร่มไทร สองดวงใจ
ขอวอนสวาทให้ยั่งยืน เหมือนไทรที่ร่มรื่นชื่นสุขเสมอเอย
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 15 ]

รัก

(ญ) แสงจันทร์ นวลผ่อง นภาพราวพร่างดังทอง เหม่อมองแล้วสุขอุรา
(ช) เดือน สวยสว่างพร่างตา ฟ้า ชื่นวิญญา จันทราจุมพิศ ทุกคืน
(ญ) เห็นนภา สม รัก หวั่นใจนัก เกรงรักกลาย ไม่ชื่น
(ช) ไม่ต้องกลัวเป็นอื่น รักพี่มีแต่ชื่น ชื่นรัก เรื่อยไป
(ญ) คำก็รักสองคำก็รัก น้องใคร่ทราบนัก รักมากเท่าไหร่
(ช) รักเจ้านั้นรักจนหมดใจ มิ มี สิ่งใดมาเทียมพี่รัก
(ญ) ครึ่งแผ่นฟ้านี้ได้ไหมพี่
(ช) สุดฟ้านี้ ไม่ถึงครึ่งรัก
(ญ) อยากจะเห็นดวงใจพี่นัก
(ช) เชิญน้องควักออกดู พี่ ยอม สิ้น
(ญ) หวั่นใจเหลือเอ่ย คำเฉลยดั่ง ร้อย ลิ้น
(ช) เสียดาย ไม่สิ้น ลิ้นมีเพียงหนึ่ง ไม่ถึง ร้อย พัน
(ญ) ลิ้นหนึ่ง อย่างนี้ วจี ยังตามไม่ค่อยจะทัน
(ช) หากมีร้อยจะให้ทั้งร้อย เสกสรร
(ญ-ช) เพ้อ รำพัน แต่คำ รักเอย

(ญ) คำก็รัก สองคำก็รัก น้องใคร่ทราบนัก รักมากเท่าไหร่
(ช) รักเจ้านั้นรักจนหมดใจ มิมีสิ่งใดมาเทียมพี่รัก
(ญ) ครึ่งแผ่นฟ้านี้ได้ไหมพี่
(ช) สุดฟ้านี้ไม่ถึงครึ่งรัก
(ญ) อยากจะเห็นดวงใจพี่นัก
(ช) เชิญน้องควักออกดูพี่ ยอม สิ้น
(ญ) หวั่นใจเหลือเอ่ย คำเฉลยดั่ง ร้อย ลิ้น
(ช) เสียดาย ไม่สิ้น ลิ้นมีเพียงหนึ่ง ไม่ถึง ร้อย พัน
(ญ) ลิ้นหนึ่ง อย่างนี้ วจี ยังตามไม่ค่อยจะทัน
(ช) หากมีร้อยจะให้ทั้งร้อย เสก สรร
(ญ-ช) เพ้อ รำพัน แต่คำ รักเอย

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 19 ]

สักขีแม่ปิง

ช. โอ้กุศลดลพี่มาพบเจ้า ใจพี่ยังร้อนผ่าว ความรักรุมเร้าคลั่งไคล้
ญ. น้ำคำรักของคนเมืองใต้ จะจริงแท้แค่ไหน สาวเชียงใหม่ครวญใคร่ถวิล
ช. ชีพสลายยังไม่คลายรักเจ้า
ญ. จริงดั่งใจหรือเปล่า หวั่นเกรงเคลือบเอาที่ลิ้น
ช. รักจริงเพียหัวใจแดดิ้น ไม่วายเว้นถวิล มิสิ้นความรักได้เลย
ญ. น้ำปิงล้นฝั่ง ช. ดังรักพี่ เปี่ยมฤดีแล้วเจ้าเอย
ญ. แล้วคงละเลย ไม่เหมือนเอ่ย ช. โอ้ทรามเชยมิเคยแหนงหน่าย
ญ. หน่อยเถิดนะ คงจะไม่เห็นหน้า
ช. ถ้าพี่เป็นเหมือนว่า วานน้องฆ่าเสียให้ตาย ญ. สาบาน
ช. จ๊ะสาบานก็ได้ หากความรักสลายขอตายในสายแม่ปิง
ญ. รักกันหวานชื่น เกรงขมขื่น ขื่นกลับชังช้ำอกหญิง
ช. น้องควรรู้ใจ พี่ทุกสิ่งเช่นแม่ปิงรู้จริงใจพี่
ญ. หน่อยจะคร้าน นานกลับกลายหายชื่น
ช. พี่ไม่ไปไหนอื่น จะขอชื่นรักอย่างนี้
ญ. อุ๊ยตาย อายเขาบ้างซิพี่ ช. จูบฝากรักสักที
ช.ญ. ไว้เป็นสักขีแม่ปิง

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 21 ]

หนุ่มหาดใหญ่ สาวเชียงใหม่

ช.) น้องสาว บ้านเจ้าอยู่ไหน พี่เป็นหนุ่มใต้ แอบหลงรักจึงได้มา อาจเป็นดั่งโชคชะตา บุญนำพา ให้มาพบเธอ
ญ.) น้องเป็น คนเมืองเชียงใหม่ ข่าวคราวมากมายเปิ้นบอกคนใต้ว่าใจดำ จริงหรือที่เขาว่ากัน ขี้จุ๊ทั้งนั้น น้องไม่ค่อยเชื่อใจ
ช.) น้องเอย คนใต้ตัวตัวดำ แต่ใจไม่ดำดั่งคนเขาพรรณนา ปักษ์ใต้ หากน้องได้มา จะรู้ดีว่าไม่มีใครใจดำ
ญ.) พี่จ๋า บ้านพี่อยู่ไหน พี่เป็นคนใต้ อยู่ที่ไหนล่ะพี่จ๋า หากพี่รักจริง ก็ให้ผู้ใหญ่มาหา หมายหมั้นสัญญา มาทำตามประเพณี
ช.) น้องเป็น คนเมืองเชียงใหม่ พี่เป็นหนุ่มใต้ จะจำไว้ให้สัญญา พี่คนบ้านไกลพี่อยู่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา จะให้ผู้ใหญ่มาหา มาหมั้นขวัญตาแน่นอน ญ.) หากพี่พูดจริง ดั่งคำที่เอ่ย จะพาไปเลยแอ่วเมืองเหนือชมความงาม เจ้ดร้อยกว่าปีเชียงใหม่ยังคงอยู่คู่ความงาม มีดอยสุเทพสถาน อยู่คู่ฟ้างามเชียงใหม่
*ช.) พี่นั้นพูดจริง ดังคำที่กล่าว อยากพาน้องสาวไปอยู่ปักษ์ใต้ด้วยกัน เล่นน้ำทะเล ชมสะพายเปรมที่บ้านของฉัน รุ่งเช้าฟังธรรม ขอพรพนมจากหลวงพ่อทวด
**(พร้อม) สองเราสัญญา เราอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน อยู่ใต้ดวงตะวัน แม้กายห่างกันแต่ใจไม่ห่าง จากกันเพื่อเจอ จะกลับมาสร้างตำนาน
ช.) ว่าหนุ่มหาดใหญ่คงไม่คอยนาน เมื่อหลงรักสาว เชียงใหม่
(ดนตรี) (ซ้ำ */ **)

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 24 ]

อยากหาเพลงคู่อะไร บอกได้น๊ะจ๊ะเดี๋ยวโปร์จัดให้ อิอิ

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 27 ]

คู่อาฆาต......มีมั้ย..

โดย : หมาไล่เงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 30 ]

หวินเอง อยากได้เพลง"ประไพพิศ สถิตย์ในใจหวิน"
มีสักท่อนไหม?
มาอีกแล้ว ไปอีกแล้ว เพราะใกล้เท้าเต็มทน

โดย : หวินเอง
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 38 ]

...........................................
................................................
.........................................................
................................................................
....................................................
...........................................................
......................................................................
....................................................................
....................................................................
........................................................................
(...***..........)
.............................................
...................................................
......................................................
.......................................................
.................................................
........................................................ .

โดย : เจ้าบ้านหมื่นกรอบ
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 41 ]

ท่านผู้เฒ่า...เจ้าบ้านฯ

ตกลงเพลงนี้..ของท่าน...ใช้ คีย์..อะไรเนี่ย...
แล้ว คอร์ด เคิร์ด..มันไม่มีเลยเหรอะ
โดย : หมาไล่เงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 46 ]

เอาไปเลย เพลง คู่อาฆาต ...อิอิ....

เพียงเพราะรักคำเดียวเท่านั้น

ทำทุกๆ อย่างพลันเปลี่ยนไป

บางทีเปลี่ยนโลกซึมเซาให้สดใส

บางทีเปลี่ยนโลกทั้งใบ...ให้เงียบงัน

เพียงเพราะรักคำเดียวเท่านั้น

ทำเอาใจป่วนปั่น...ไม่มั่นคง

ทำให้มัวเมาเศร้าซึมลุ่มหลง

ทั้งที่เคยทระนงว่าเราก็หนึ่ง...ไม่รองใคร

เพียงเพราะรักคำเดียวเท่านั้น

จึงยอมให้เธอจับมั่น...จะคั้นก็คงตายตรงนี้

ยอมเป็นลูกไก่ในกำมือคนดี

ยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยมีเพื่อเธอ

เพียงเพราะรักคำเดียวเท่านั้น

จึงเจ็บ จึงจำ จึงพร่ำ จึงเพ้อ

จึงเกลียด จึงชัง จึงแค้น เพราะเธอ

จึงโกรธ จึงเก้อ อาฆาตเธอ...ไปจนตาย
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 15 : 55 ]

เออ..ๆๆ.. เข้าท่าๆ..ดี โปร์...เอ๊ย

ว่าแต่ว่า เพลงของ..ท่านผู้เฒ่าฯ.. ท่านเขียนผิดไปท่อนนึงนะ
ท่อนที่ว่า
.............................................

มันต้องเป็นแบบนี้นะ
.......................................................
ด้วยเคารพ..ขอรับ

โดย : หมาไล่เงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 0 ]

หนูอยากได้เพลงหมู่ค่ะ ได้มั้ยคะ

เพลงที่ร้องว่า "ไปเที่ยวกันไหม จะไปไหนดี"

ของพี่ ๆ ตาวิเศษน่ะค่ะ

โดย : สองเงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 3 ]

อะนะ จะพยายาม

จ้าปา จ้าปา จ๊ะทิงจา ปาจ๊ะทิงจา ปาจ๊ะทิงจา
จ๊ะทิงจา ปาจ๊ะทิงจา ปาจ๊ะทิงจา

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 14 ]

อุ๊ย จ๊ะทิงจา มาเองเลยเหยอ

อยากได้บาห์นนี่ด้วยนะ

นู๋โปร์นะ

โดย : สองเงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 21 ]

ให้เพลงนี้ล่ะกัน..

เพลงถ่านไฟฉายตรากบ

ต้นตระกูลผม แต่บางบรรพ์
หลังย่ำสายัณห์ ดวงตะวันเลี่ยงหลบ
จะเดินทางเยื้องย่างไปไหน
จำเป็นต้องใช้ จุดไต้จุดคบ

ปัจจุบันเห็นจะไม่ดี
ขืนจุดไต้ที ถ้ามีใครมาพบ
อาจต้องอายขายหน้าอักโข
เขาต้องพากันโห่ ว่าผมโง่บัดซบ

ยุคนี้มันต้องทันสมัย
เพื่อนผมทั่วไปใช้ถ่านไฟตรากบ
ทั้งวิทยุ และกระบอกไฟฉาย
คุณภาพมากมาย สะดวกสบายแทนคบ

ถ่านก็มีหลายอย่างวางกอง
เขากลับรับรองว่า ต้องแพ้ตรากบ
เหตุ และผลเขาน่าฟังครับ
ขอท่านจงสดับเถอะท่านที่เคารพ

(เสียงพูด... .
คือเขาบอกว่า ถ่านไฟฉายตรากบ ไม่ใช่ของนอกที่ส่งมาขยอกเงินไทย และก็ไม่ใช่ของทำภายในที่โกยกำไรส่งออกนอก แต่ถ่านไฟฉายตรากบ ทำในเมืองไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ในเมืองไทย ทำให้ดุลการค้าของไทยดีขึ้น… .ดังนั้น นอกจากผมจะชอบกินกบ ชอบเพลงพม่าแทงกบ และชอบเล่นไพ่กบแล้ว ผมยังชอบถ่านไฟฉายตรากบอีกด้วย โอ๊บๆ ...)

.......................................................
อิอิอิ

โดย : หมาไล่เงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 26 ]

โอ้ท่านพี่หมาไล่เงา

เห็นทีเราต้องเรียกท่านว่า ท่านปู่เสียละม๊าง........

ท่านปู่ หลานอยากฟังเพลง "อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน"
แล้วต่อด้วยเมดเล่ย์รำวง อีก 10 เพลงรวดเลยนะคะ

ถ้าไม่ให้ไม่ว่ากัน แต่จะเรียกท่าน ท่านทวด ตลอดไป

อิอิอิ
โดย : สองเงา
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 16 : 33 ]

อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน

อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน
จิตใจอาวรณ์ มาเล่า สู่กันฟัง
อยุธยา แต่ก่อน นี้ยัง
เป็นดังเมืองทอง ของพี่น้อง เผ่าพงศ์ไทย
เดี๋ยวนี้ ซิเป็นเมืองเก่า
ชาวไทยแสนเศร้า ถูกข้าศึกรุกราน
ชาวไทย ทุกคนหัวใจร้าวราน
ข้าศึกเผาผลาญ แหลกราญ วอดวาย
เราชน ชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ
อนุสรณ์ เตือนให้ ชาวไทยคงมั่น
สมัครสมาน ร่วมใจกันสามัคคี
คงจะไม่มี ใครกล้า ราวีชาติไทย

อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน
จิตใจอาวรณ์ มาเล่า สู่กันฟัง
อยุธยา แต่ก่อน นี้ยัง
เป็นดังเมืองทอง ของพี่น้อง เผ่าพงศ์ไทย
เดี๋ยวนี้ ซิเป็น เมืองเก่า
ชาวไทยแสนเศร้า ถูกข้าศึกรุกราน
ชาวไทย ทุกคนหัวใจร้าวราน
ข้าศึกเผาผลาญ แหลกราญ วอดวาย
เราชน ชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ
อนุสรณ์ เตือนให้ ชาวไทยคงมั่น
สมัครสมาน ร่วมใจกันสามัคคี
คงจะไม่มี ใครกล้า ราวีชาติไทย...
.........
................
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 19 : 13 ]

ลีลาศเมดเล่ย์รำวง 10 รวดตามคำขออิอิ....
ศึก บางระจัน
จำให้มั่น พี่น้องชาติไทย
เกียรติประวัติ สร้างไว้
แด่ ชน ชาติไทยรุ่นหลัง
แม้ชีวิตยอมอุทิศเมื่อชาติอับปาง
เลือดไทย ต้องมาไหลหลั่ง
ทา ทั่ว พื้นแผ่นดินทอง
ไทยคงเป็นไทย มิใช่ชาติเป็นเชลย
ไทย มิเคย ถอยร่นชนชาติศัตรู
บาง ระจัน แม้สิ้น อาวุธจะสู้
สองดาบ ฟาดฟัน ศัตรู
สู้จน ชีพตน มลาย
ตัวตาย ดีกว่า ชาติตาย
พลีเลือด หยาดสุดท้าย
ขอให้ไทยคงอยู่
แดนทอง ของไทยมิใช่ศัตรู
แม้นใครรุกรานต้องสู้
เพื่อกู้ แหลมถิ่นไทยงาม

ศึก บางระจัน
จำให้มั่น พี่น้องชาติไทย
เกียรติประวัติ สร้างไว้
แด่ ชน ชาติไทยรุ่นหลัง
แม้ชีวิตยอมอุทิศเมื่อชาติอับปาง
เลือดไทย ต้องมาไหลหลั่ง
ทา ทั่ว พื้นแผ่นดินทอง
ไทยคงเป็นไทย มิใช่ชาติเป็นเชลย
ไทย มิเคย ถอยร่นชนชาติศัตรู
บาง ระจัน แม้สิ้น อาวุธจะสู้
สองดาบ ฟาดฟัน ศัตรู
สู้จน ชีพตน มลาย
ตัวตาย ดีกว่า ชาติตาย
พลีเลือด หยาดสุดท้าย
ขอให้ไทยคงอยู่
แดนทอง ของไทยมิใช่ศัตรู
แม้นใครรุกรานต้องสู้
เพื่อกู้ แหลมถิ่นไทยงาม

วันเพ็ญ เดือน สิบสอง
น้ำก็นอง เต็ม ตลิ่ง
เรา ทั้งหลาย ชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย ลอย กระทง
ลอย ลอย กระทง
ลอย กระทง กันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้ว ออกมารำวง
รำวงวันลอย กระทง
รำวงวันลอย กระทง
บุญ จะส่ง ให้เราสุขใจ
บุญ จะส่ง ให้เราสุขใจ

งามแสงเดือน มาเยือน ส่องหล้า
งามใบหน้า เมื่ออยู่ วงรำ
งามแสงเดือน มาเยือน ส่องหล้า
งามใบหน้า เมื่ออยู่ วงรำ
เราเล่น กันเพื่อ สนุก
เปลื้องทุกข์ ให้วาย ระกำ
ขอให้เล่น ฟ้อนรำ
เพื่อ สา-มัคคี เอย

ใกล้เข้าไป อีกนิด
ชิดชิด เข้าไป อีกหน่อย
สวรรค์ น้อย น้อย
อยู่ในวง ฟ้อนรำ
รูปหล่อ เขาเชิญ มาเล่น
เนื้อเย็น ขอเชิญ มารำ
มองมา นัยน์ตา หวานฉ่ำ
มองมา นัยน์ตา หวานฉ่ำ
มะ มารำ กับพี่นี่เอย

ตามองตา สายตามาจ้องมองกัน
รู้สึกเสียวซ่าน หัวใจ
รัก ฉันก็ ไม่รัก
หลง ฉันก็ ไม่หลง
ฉันยังอดโค้ง เธอไม่ได้
เธอช่างงาม วิไล
เธอช่างงาม วิไล
เหมือนดอกไม้ ที่เธอถือมา
เหมือนดอกไม้ ที่เธอถือมา

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 19 : 15 ]

เต่ากับกระต่าย

เต่าตัวลายเดินย้ายโคลงเคลง
กระต่ายฮัมเพลงเดินสวนทางมา
ให้นึกขำขันเจ้าเต่าท้องนาเชื่องช้าดั่งกับปลิง
มันจึงเปรยแกมเย้ยท้าทาย
แข่งความไวกันไหมเจ้าปลิง
เจ้านั่นชักช้าน่าเบื่อเสียจริงต่อให้วิ่งไปก่อน
เพราะทะนงในตัวเกินไป
จึงหลงเอนกายพิงไม้พักผ่อน
สายลมโชยหวิวไหวไชชอน กระต่ายเจ้าจึงนอนหลับปุ๋ยเย็นใจ กระต่ายทะนงลุ่มหลงลืมตน ตื่นมาจนอาทิตย์ลาไป
รีบลุกผลุนผลันดั้นด้นพฤกษ์ไพร แต่ช้าไปแล้วสิ(ซ้ำทั้งเพลง)

นกเขาขัน

นกเขาเอย ขันแต่เช้าไปจนเย็น ขันไปให้ดังแม่จะฟังเสียงเล่น เนื้อเย็นเจ้าคนเดียวเอย

กาเหว่า

กาเหว่าเอย ไข่ให้แม่กาฟัก แม่กาหลงรัก คิดว่าลูกในอุทรคาบข้าวมาเผื่อ คาบเหยื่อมาป้อน
ปีกหางเจ้ายังอ่อน สอนร่อนสอนบิน
แม่กาพาไปกิน ที่ปากน้ำแม่คงคา
ตีนเหยียบสาหร่าย ปากก็ไซ้หาปลา
กินกุ้งกินกั้ง กินหอยกระพังแมงดา
กินแล้วบินมา จับต้นหว้าโพธิทอง
นายพรานเห็นเข้า เยี่ยมเยี่ยมมองมอง
ยกปืนขึ้นส่อง หมายจ้องแม่กาดำ
ตัวหนึ่งว่าจะต้ม ตัวหนึ่งว่าจะยำ
แม่กาตาดำ แสนระกำใจเอย

วัดโบสถ์

วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ มีต้นข้าวโพดสาลี
ลูกเขยตกยาก แม่ยายก็พรากเอาตัวหนี
ข้าวโพดสาลี ต่อแต่นี้จะโรยรา

นอนไปเถิด

นอนไปเถิดแม่จะกล่อม นวลละม่อมแม่จะไกว
ทองคำแม่อย่าร่ำไห้ สายสุดใจเจ้าแม่เอย

เจ้าเนื้อละมุน

เจ้าเนื้อละมุนเอย เจ้าเนื้ออุ่นเหมือนสำลี
แม่มิให้ผู้ใดต้อง เนื้อเจ้าจะหมองศรี
ทองดีเจ้าคนเดียวเอย

เจ้าเนื้ออ่อน

เจ้าเนื้ออ่อนเอย อ้อนแม่จะกินนม
แม่จะอุ้มเจ้าออกชม กินนมแล้วนอนเปลเอย

เจ้านกกาเหว่า

เจ้านกกาเหว่าเอยไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
แม่กาก็หลงรักคิดว่าลูกในอุทร
คาบเอาข้าวมาเผื่อคาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรังนอนซ่อนเหยื่อมาให้กิน
ปีกเจ้ายังอ่อนคลอแคลท้อแท้จะสอนบิน
แม่กาพาไปกินที่ปากน้ำพระคงคา

อื่อกล่อมลูกล้านนา"

อื่อ...........จา......จา.........
หลับสองตานะลูกหล้าตัวน้อย
ผีเงือกน้อยอาบน้ำกองทราย
ผีวัวลายอาบน้ำในร่องเหมือง
อื่อ...........จา.......จา........
นกกางเขนบินไปบินมา
กาสองตัววกตามพ่อกา
ถือด้ามพร้าหลอกล่อ
นกพิราบจับกาแลยุ้งข้าว
อื่อ...........จา..........จา.......
แม่ของเจ้าไปตลาดยังไม่มา
หลับสองตาถ้าแม่มาค่อยตื่น อื่อ.....อือ.........จา

เพลงวิหคเหินลม

...แสนสุขสมนั่งชมวิหก อยากเป็นนกเหลือเกิน
นกหนอนกเจ้าหกเจ้าเหิร ทั้งวันนกเจ้าคงเพลิน
โผบินละลิ่วลอยลม แม้เป็นนกได้ดั่งใจปรารถนา
ฉันคงเริงร่าลอยลม แม้เป็นนกได้ดั่งใจจินตนา
ฉันคงเริงร่าลอยลม ขอเพียงเชยชมทั่งน้องนภา
จนสุดขอบฟ้า สุขาวดี ฉิมพลีวิมานเมืองฟ้า
ค่ำคืนจะทนฝืนบิน เหินไปทั่งถิ่นที่มันมีดารา
อยากจะรู้เป็นนักเป็นหนา ดาราพริบตาอยู่ใย
ยั่วเย้ากระเซ้าหรือไร หรือดาวเกี้ยวใคร เหตุใดดาวจึงซน

อิ่มอุ่น

อุ่นใด ๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อุ่นอกอ้อมแขน
อ้อมกอดแม่ตระกอง รักเจ้าจึงปลูก
รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใด ๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือน พร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็น เด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็น ความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุล ขอน้ำนมอุ่น จากอกให้ลูกดื่มกิน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสอง เชื่อมโยงผูกพัน
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่น จากอกให้ลูกดื่มกิน.

เพลงใครหนอ

ใครหนอรักเราเท่าชีวี(เท่าชีวี )ใครหนอปราณีไม่มีเสื่อมคลาย(ไม่มีเสื่อมคลาย )
ใครหนอรักเราใช่เพียงรูปกายรักเขาไม่หน่ายมิคิดทำลายใครหนอ
ใครหนอเห็นเราเศร้าทรวงในใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา
ใครหนารักเราดังดวงแก้วตารักเขากว้างกว่าพื้นพสุธานภากาศ
จะเอาโลกมาทำปากกาแล้วเอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาดประกาศพระคุณไม่พอ
ใครหนอรักเราเท่าชีวันใครหนอใครกันให้เราขี่คอ( คุณพ่อคุณแม่ )
ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอรู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ

กุ๊ก กุ๊ก ไก

กุ๊ก กุ๊ก ไก่ เลี้ยงลูกมาจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกร้องเจี๊ยบ ๆแม่ก็เลียบคุ้ยดิน ทำมาหากิน ตามประสาไก่เอย

จับปูดำ

จับปูดำ ขยำปูนา จับปูม้า คว้าปูทะเล สนุกจริงเอย แล้วเลยนอนเปล ชะโอละเห่ นอนเปลเลยหลับไป

แมงมุมลาย

แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน วันหนึ่งมันถูกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา
พระอาทิตย์ส่องแสง น้ำแห้งเหือดไปลับตา มันรีบไต่ขึ้นฟ้า หันหลังมา ทำตาลุกวาว

จันทร์เจ้า

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้าขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั้งให้น้องข้านอนขอละครให้น้องข้าดู ขอยายชูเลี้ยงน้องข้าเถิด ขอยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง

โยกเยก

โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่างลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก

แมงมุมขยุ้มหลังคา

แมงมุม ขยุ้มหลังคา แมวกินปลา หมากัดกระพุ้งก้น

ช้าง ช้าง

ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า ช้างมันตัวโตไม่เบาจมูกย่าว ๆ เรียกว่างวง มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา มีหูมีตาหางยาว

จ้ำจี้มะเขือเปราะ

จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาวหนุ่มหนุ่ม อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยม ๆ มองๆ นกขุนทองร้องวู้

ก้าบ ก้าบ ก้าบ
ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในครอง ตาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอยปลาปู
ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคู ตาก็จ้องแลดู เพราะในคูมีหอยปูปลา

ตั้งไข่
ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน ไข่ตกดิน อดกินไข่เอย

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 19 : 18 ]

ใคร จะ เอา อะ ไร บอก มา เลย อิอิ .... เดี๋ยว โปร์ จัด ให้
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 19 : 19 ]

รำวง รำวง ด่าว ได๋ ดาวได ด้าว ได๋ ดา ดี ดุง หนุ่ม เอย สาว เอย เรา มารำดง กันด๋าวๆ เรา มารำวง กัน ด๋าว

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 19 : 21 ]

ตอบ คุณสองเงา เพลงนี้ใช่ไหมจ๊ะ

ท่องไปในยามราตรี สะดวกสบายสิ้นดี
ขาดไปเพียงอย่างไม่มี คือขาดคู่ชมสมฤดี
*
ก็ใครต่อใครน่ะเขาคู่กัน บอกรักสัมพันธ์ทุกที...
ส่วนฉันต้องอยู่เพียงคนเดียว
ไม่มีตัวเธอมาเจ๊าเจี๊ยว เงียบเหงาสิ้นดี
**
โธ่.เธอเดินมาแล้วเดินจากไป
กี่ทีกี่หนไม่เคยสนใจ จะให้ทำใจ
ยังไง เดินมาแล้วก็เดินจากไป
แค่อยากมีใครที่ใจ ไปเที่ยวกันไหม...
ถ้าเธอ ..โอเค.. ฉันก็ดี
ถ้าเธอว่าไม่คงชีช้ำกะหล่ำปลี...
ท่องไปในยามราตรี บรรยากาศแสนดี
หากมีหน้ามล ยิ่งดี จะพาไปกินเกี๊ยมอี๋

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 6 ]

พันหนึ่งราตรี

ช...ในใจนารีมีอะไร ในใจนารีมีอะไร ซุกซ่อนเอาไว้ข้าง จังปันใจให้ใครต่อใคร จึงปันใจให้ใครต่อใคร ฉันเจอจนเบื่อระอา ไม่ขอพบใครอีกต่อไป
ญ...เธอจงศรัทธาถึงแม้ว่าเธอจะเบื่อกับความรัก
ช...ฉันจะไม่ยอมเชื่อ ฉันกลัวว่าเธอจะหลอก
ญ...ลองฟังเรื่องราวที่ฉันตั้งใจจะเล่าให้เธอได้ฟัง...ลองอีกสักครั้ง
ช...จบแล้วถ้านิทานของเธอจบแล้ว ถ้าฉันไม่ประทับใจ ก็ขอให้เข้าใจว่าต้องแลกด้วยชีวิต จบแล้วถ้านิทานนั้นทำให้ฉัน นั้นรักเธอขึ้นมาได้ เล่านานเท่าไร พันหนึ่งราตรี ฉันก็ยินดีฟัง

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 27 ]

ข้ามันลูกทุ่ง

ข้ามันลูกทุ่ง ข้านอนมุ้งสี่สาย
ผูกด้วยเชือกจูงควาย เอนกายแล้วสิ้นรำเค็ญ
ไม่ต้องสนใจมาดัดนิสัยข้าหรอกบานเย็น
ข้ามันลูกทุ่งเอ็งก็คงเห็น ข้าเป็นแค่คนชาวนา

ถ้าเอ็งมองข้าว่าหัวของข้าล้าสมัย
สุดที่เอ็งทนได้ ตามใจเอ็งเถิดแก้วตา
จะเปิ่นหรือเชย ข้าก็ยังเคยมุ้งแบบของข้า
เอ็งอยากจะรักข้าก็ไม่ว่า เอ็งจะเกลียดข้าไม่ว่าสักน้อย

* ไอ้หนุ่มบางไหนมันใส่กางเกงหุ่นสวย
ถ้าเอ็งชังกางเกงขาก๊วย คนสวยไม่ต้องมาคอย
ถ้าเจ้าบานเย็นคิดไปเด่นในกรุงเลิศลอย
อยากจะทิ้งข้าให้เศร้าหงอย ข้าจะไม่คอยขวางตา

** ข้ามันลูกทุ่งข้านอนมุ้งสี่หู
ข้าพูดเอ็ง มึงกู ฟังดูก็ตรงหนักหนา
ข้าชอบไทยเดิม ข้าส่งข้าเสริมคำพูดบ้านข้า
ข้าแต่งกับเอ็ง เอ็งเป็นของข้า
ใครเรียกภรรยา แต่ข้าเรียกเมีย

(*)

(**)
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 32 ]

สาวรำวง

อายุสิบห้า ได้มาเป็นสาวรำวง
มาใส่กระโปรง วับๆ แวมๆ ไฟสลัว
มัวเหมือนคืนเดือนแรม อร้าอะแหร่ม
อยู่บนฟลอร์ เต้นรำ เราเกิดมา เป็นคนต้อยต่ำ
กระด่างกระดำ ดั่ง เม็ดดิน เม็ดทราย
.สาวน้อย ใจกล้า ต้องมาเป็นสาวรำวง
นั่งตี คิ้วโก่ง รอบัตรโค้งจากชาย
ปากพูดจา ขออย่ามา กล้ำกราย
นิดเดียวพอได้ อย่ามากไปนะพี่จ๋า
โปรด มองฉัน เป็นแค่เพียงอาหารตา
เห็นใจ เถิดหนา คู่ขาเต้นรำวง

มี ผู้เฒ่ากำลังเฝ้ารอ ทั้งแม่และพ่อ
คอยเฝ้ารอใจบุญหนุนส่ง จึงปล่อยลูกสาว
ที่รักมาเป็นสาวรำวง จึงปล่อยลูกสาว
ที่รักมาเป็นสาวรำวง ก็คง เข้าใจแล้วว่า
ไยสาวใจกล้า กระโดดขึ้นบนเวที

กฐิน ผ้าป่า ทั้งงาน วัด งานโยม
มาแอ่ว มาห้อม มาเต้นฟ้อน รำวง
หนุ่มใหญ่หนุ่มน้อย เข้ามาโค้งนวลอนงค์
สามช่า รำวง ตะบึงฮ่อ จนเหงื่อไหล
แต่ง สีสัน ชีวิตชีวาคนบ้านไพร
ชาวนา ชาวไร่ เป็นสุขใจในงาน บุญ
.ท้องฟ้า สว่าง ยามรุ่งอรุ-โณทัย
เราเริ่ม ต้นใหม่ ยามเมื่อฟ้า ราตรี
เปลี่ยนเวียนไป รักน้ำใจ ไมตรี
ร้อยวัน พันปี รับไมตรีอยู่เสมอ
จากคืนนี้ คงต้องมี วันพบเจอ
แล้วใคร ที่เหม่อ คราวโบกมือ อำลา

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 33 ]

หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ

ช. บ้านของพี่ทำนา ทำนา ปลูกข้าวทุกเมื่อ

ญ. น้องเป็นสาวนาเกลือ ขายเกลือนั้นซื้อข้าวกิน

ช. บ้านของพี่อยู่ที่กาฬสินธุ์

ญ. ส่วนตัวยุพินอยู่สมุทรสาคร

ช. พี่มาเจอะคนงาม คนงาม บ้านอยู่ดาวคนอง

ญ. นับว่าเป็นบุญของน้อง มาพบพี่ที่ทักน้องก่อน

ช. อยากไปอยู่จัง ที่สมุทรสาคร

ญ. ที่พี่เว้าวอนพูดมากลัวไม่จริง

ช. พี่ทำนาปลูกข้าว รักน้องสาวแก้มเรื่อ

ญ. น้องก็เป็นสาวนาเกลือ

ช. หนุ่มนาข้าวไม่ทอดทิ้ง ถ้าพี่จะไปขอ ไปขอ พ่อจะว่ายังไง

ญ. น้องก็แสนดีใจ ถ้าพี่ไปขอน้องจริงจริง

ช. หนุ่มนาข้าวรับรอง ไม่ทอดทิ้ง

ญ. ถ้ารักน้องจริง อย่าทิ้งสาวนาเกลือ

โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 34 ]

หางเครื่อง
สิ่งที่ฉันคิดสิ่งที่ฉันฝัน
สิ่งที่ฉันเฝ้ารอหรือสิ่งที่ฉันพอใจ
สิ่งที่ฉันเห็น สิ่งที่ฉันสัมผัส
สิ่งที่ฉันลิ้มลอง หรือสิ่งที่ฉันทำไป
จะต้องเป็นจริงได้ ฉันต้องโด่งดังไกล
แต่ไฉน ใคร ใครเห็นเป็นภาพลวงตา
ดนตรีนั้นคือชีวิต
จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป แสงสี
ที่สวยสดใส นั้นเป็นจิตใจที่สดใสเสรี
เสียงปรบมือคือกำลังใจ
ให้ต่อสู้ไปอย่าได้ถอยหนี
ความภาคภูมิใจที่มี
เกียรติยศศักดิ์ศรีจากพวงมาลัย
โดย : นู๋ โปร์ จ้า
เมื่อเวลา : พฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ 20 : 38 ]

ขอสากลเก่า แปลไทยหน่อยครับ ท่านผู้รอบรู้ ยุค60-70ปี

โดย : เด็กหน้าจอ
เมื่อเวลา : เสาร์ ที่ 30 มิ.ย. ปี 2007 [ 13 : 30 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook