บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ชุมนุมจอมยุทธ
แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด 3
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)
ไปหน้า > 1 - 2

>>ศัพท์จอมยุทธ์ภาษาจีนกลาง

หัวข้อ : ศัพท์จอมยุทธ์ภาษาจีนกลาง

เหล่าซาน : คนที่สาม ; เหล่าเอ้อร : คนที่สอง ; เหล่าต้า : พี่ใหญ่ ล้วนเป็นสรรพนามเรียกหากันอย่างสนิทสนม

หลี่ : หรือ ภาษาจีนแต้จิ๋วอ่านว่า “ลี้” เป็นหน่วยวัดความของจีน 1 หลี่ = 150 จ้าง แต่ความยาวของหลี่มีจุดที่คลาดเคลื่อนระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้กำหนดให้ 1 หลี่ = 500 เมตร แต่ตามหน่วยความยาวโบราณแล้ว 1 หลี่ ควรอยู่ในราว 345 เมตร ในที่นี้ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ควรเอาความยาวของหลี่ตามปัจจุบัน คือ 500 เมตร ส่วน จ้าง เอาตามอย่างโบราณ คือประมาณ 2.3 เมตร จะถูกต้องกว่า

สามชั่วช้าแห่งส่านซี : ส่านซีซานเอ้อ
ส่านซี : ชื่อมณฑลหนึ่งของจีน

ขวานเบิกภูผา : คายซานฝู่
โจรจอมวางแผน : เจ๋ยกงจี้
เกาทัณฑ์ทะลวงเมฆ : ชวนอวิ๋นเจี้ยน

เปียวซือ : ผู้คุ้มกันภัย : ในประเทศจีนสมัยก่อน เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกดังเช่นปัจจุบัน การเดินทางไกลจึงมักมีอันตรายจากการถูกผู้ร้ายปล้นฆ่า ด้วยเหตุนี้ จึงมีการตั้งสำนักคุ้มกันภัยของเอกชนขึ้นมา รับจ้างคุ้มครองคน หรือสิ่งของ หรือทั้งคนและสิ่งของไปส่งยังที่หมาย ผู้ที่ทำหน้าที่คุ้มครองเหล่านี้เรียกว่า “เปียวซือ”

เซียงเจียง : ชื่อแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลหูหนานของจีน
โยวหมิงซานจวง : คฤหาสน์แดนปิศาจและแดนมนุษย์ : โยวหมิง แปลว่า แดนปิศาจและแดนมนุษย์ ; ซานจวง แปลว่า บ้านพักตากอากาศบนภูเขา

โซ่เย็นเก้าห่วง : จิ๋วจื๋อเหลิ่งเหลียนหวน
บุรุษที่หนึ่งแห่งเซียงเจียง : เซียงเจียงตี้อีเหรยิน
โยวหมิงซานจวง : คฤหาสน์แดนปิศาจ ;โยวหมิง แปลว่า แดนปิศาจ ; ซานจวง แปลว่า บ้านพักตากอากาศบนภูเขา

จ้าง : หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ 1 จ้าง = 10 ฉื่อ ประมาณ 2.27 – 2.31 เมตร

ตึกต๋าหมอของวัดส้าวหลิน หากเปรียบวัดส้าวหลินเป็นองค์กรแห่งหนึ่ง ตึกต๋าหมอ คือฝ่ายที่มีอำนาจมากที่สุดในวัด

จิน : มาตราน้ำหนักของจีน 1 จิน = ½ กิโลกรัม
เหล่าฟู : ชายชรา เป็นสรรพนามแทนตัวเองอย่างถ่อมตนของชายชรา

มือสิบสุดยอดไล่วิญญาณ : สือเจว๋จุยหุนโส่ว
เซียนเซิง : เป็นสรรพนามเรียกยกย่องผู้มีความรู้
ยิ้มแย้มสนทนาไล่วิญญาณ : เสี้ยวอวี่จุยหุน
เหอหนาน : เป็นชื่อมณฑลหนึ่งของจีน

ซิ่วฉาย : เป็นชื่อที่ใช้เรียกบรรดานักศึกษาที่เตรียมสอบขุนนางในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง(ค.ศ. 1368 – 1911) ซิ่วฉาย คือหนึ่งในผู้มีสิทธิ์สมัครสอบระดับเซียง (การสอบขั้นที่หนึ่ง) หากสอบผ่านการสอบระดับเซียง จะเรียกว่า“จวี่เหรยิน” จวี่เหรยินจะมีสิทธิ์สมัครสอบฮุ่ยซื่อ( การสอบขั้นที่สอง) หากสอบผ่านการสอบระดับฮุ่ยซื่อจะเรียกว่า“ก้งซื่อ” ก้งซื่อจะมีสิทธิ์สมัครสอบเตี้ยนซื่อ( การสอบขั้นสุดท้าย) ซึ่งจะเป็นการสอบหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ผู้ที่สอบผ่านจะได้เป็น“จิ้นซื่อ” และมีแต่จิ้นซื่อเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นขุนนาง อันดับหนึ่งของจิ้นซื่อคือจ้วงเหยวียน อันดับสองคือป๋างเหยี่ยน อันดับสามคือท่านฮวา

กั้วซยง : กั้ว เป็นแซ่ของกั้วจือเกิ่ง ; ซยง แปลว่า พี่ชาย เป็นคำใช้เรียกอย่างสนิทสนม อาจจะเป็นผู้อ่อนวัยกว่าเรียกผู้สูงวัยกว่า หรือผู้สูงวัยกว่าเรียกผู้อ่อนวัยกว่าก็ได้

สือจวงจู่ : เจ้าของคฤหาสน์ผู้แซ่สือ ; จวง = ซานจวง : บ้านพักตากอากาศบนภูเขา ; จู่ : เจ้าของ

ชื่อเลี่ยน : เป็นชื่องูไม่มีพิษชนิดหนึ่ง ยาวประมาณเมตรกว่า หัวสีดำ หลังสีดำออกน้ำตาล มีลายขวางสีแดง 60 – 70 เส้น ท้องสีเทาอมเหลือง อาศัยอยู่ในนา ในทุ่งหญ้า หรือใกล้หมู่บ้าน

ไม้เท้าเหล็ก : เถียไกว่
จิ่วต้ากวนเตา : เก้าดาบกวนอวี่ ; กวนเตา เป็นทวนของกวนอวี่(กวนอู)ในสมัยสามก๊ก เนื่องจากทวนที่มีใบมีดเป็นดาบ จีนเรียกว่า “เตา”(ดาบ) ไม่เรียกว่า “เชียง”(ทวน)

สำนักคุ้มกันภัยวาตะเมฆา : เฟิงอวิ๋นเปียวจวี๋
บุรุษที่หนึ่งแห่งยุทธภพ : อู่หลินตี้อีเหรยิน
ดาบที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน : เทียนเซี่ยตี้อีเตา
สำนักเสื้อโลหิต : เสว้ะอีพ่าย
สามศิษย์อู่ตัง : อู่ตังซานจื่อ
คัมภีร์ลับหลงอิ๋น : หลงอิ๋นมี่จี๋

กวนตงเปินเฟลิย : กวนตง คือ ดินแดนจีนที่อยู่ทางตะวันออกของด่านซานห่ายของกำแพงเมืองจีน โดยทั่วไปหมายถึงบรรดามณฑลที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ; เปินเหลิย แปลว่า ไล่ตามสายฟ้า(ทัน)

ป่าเฟิง : เฟิงหลิน : ต้นเฟิง คือไม้ยืนต้นผลัดใบ เกิดใบคู่ ใบมีสามแฉก ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย ฤดูใบไม้ร่วงใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ดอกสีน้ำตาลอมเหลือง ผลมีเปลือกยื่นออกมาคล้ายกับปีก

จิ่ว : สุรา
เหล่าเตีย : เป็นคำเรียก แปลว่า เถ้าแก่ หรือ เจ้านาย
เหล่าสิ่ว : เป็นคำเรียกตัวเองอย่างถ่อมตัวของชายชรา แปลว่า ไม้ผุ

จ้าง และ ฉื่อ เป็นหน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ ; 1 จ้าง = 10 ฉื่อ = 227 – 231 cm.

กระบองหัวค้อน : เหลยกงฮง
พู่กันเหล็ก : พ่านกวนปี่
แม่ของข้าจ๋า : หว่อเตอมายา เป็นคำที่คนจีนใช้อุทานเวลาตกใจสุดขีดหรือกลัวสุดขีด คล้าย “พ่อแก้วแม่แก้ว”
กงจื่อ : เป็นคำเรียกบุตรของขุนนางหรือบุตรของผู้อื่นอย่างให้เกียรติ
ต้ากงจื่อ : คำ “ต้า” แสดงว่ากงจื่อผู้นี้เป็นบุตรคนโต
จิ้งจอกยืมอำนาจเสือ : หูเจี๋ยหู่เวย เป็นสุภาษิตจีน หมายถึงผู้ที่อาศัยบารมีบิดา ญาติผู้ใหญ่ บุคคลใกล้ชิดหรือเจ้านายอวดเบ่งวางอำนาจ
เสี่ยวเหนียงจึ : เมียจ๋า : เหนียงจึ เป็นคำที่ใช้เรียกภรรยา

สือเค่อ หรือ เหมือนเค่อ : คือ ผู้ที่อาศัยอยู่กินในบ้านขุนนางหรือบ้านผู้ดีตระกูลสูงหรือร่ำรวย โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาปัญหา วางแผนการให้เจ้าบ้าน หรือช่วยทำอย่างอื่นตามแต่เจ้าบ้านจะขอให้ทำ

ช่วยโจ้วทำชั่ว : จู้โจ้วเหวยเนว่ ; โจ้ว คือทรราชที่มีชื่อเสียงของจีน เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซาง(ประมาณศตวรรษที่17 – ศตวรรษที่11 ก่อนคริสตศักราช)

ห้ามังกรน้ำแห่งฝั่งซ้ายแยงซีเกียง : เจียงจวั๋วอู่เจียว
เซียนเซิง : เป็นคำใช้เรียกยกย่องผู้มีการศึกษา ใช้กับผู้ชาย แปลว่า “คุณ” ได้

เยว่ตง : มณฑลกวางตุ้ง
มารราชสีห์กรงเล็บทอง : จินจั่วซือม๋อ
เหอเป่ย : ชื่อมณฑลหนึ่งของจีน
ไม่เคลื่อนแม้สักชุ่น : ชุ่นปู้ปู้อี๋
ยอดวิชาเกาะดูด : ซีผานต้าฝ่า
อาคันตุกะเสื้อคลุมดำ : เฮยผาวเค่อ

เหล่าฟู : คือ คำเรียกตัวเองอย่างถ่อมตัวของชายชรา แปลว่า “ชายชรา”

เสี่ยวกูเหนียง : กูเหนียง เป็นคำใช้เรียกสตรีที่ยังไม่แต่งงาน ; เสี่ยว แปลว่า น้อย , เล็ก
ต้าเหย๋ : เป็นคำเรียกตัวเองอย่างยกย่อง แปลว่าเจ้านาย ในขณะเดียวกันก็เป็นการดูถูกคู่สนทนาไปในตัวด้วยว่าเป็นเพียงผู้รับใช้
หนึ่งขวานสยบกวนตง: อีฝู่เจิ้นกวนตง
เหล่าจ้าง : เป็นคำเรียกยกย่องชายสูงอายุ
ส้าวเหย๋ : เป็นคำเรียกบุตรชายของผู้มีศักดิ์ฐานะหรือเจ้านาย แปลคล้าย “นายน้อย”

ส้าวจ้ายจู่ : ประมุขค่ายน้อย ; ส้าว = น้อย , เยาว์ ; จ้าย = ค่าย , ค่ายทัพ ; จู่ = เจ้าของ
ค่ายทักษิณ : หนานจ้าย ; หนาน = ทักษิณ ; จ้าย ค่าย , ค่ายทัพ
สี่ตระกูลใหญ่แห่งยุทธภพ : อู่หลินซื่อต้าซื่อเจีย
ฉ่ายอวิ๋นเฟย : เมฆสีพริ้ว
สามยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดิน : เทียนเซี่ยซานต้า
พรรคที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน : เทียนเซี่ยตี้อีปาง ; พรรคยิ้มนาน : ฉางเสี้ยวปาง

หมู่บ้านที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน : เทียนเซี่ยตี้อีจวง ; หมู่บ้านลองกระบี่ : ซื่อเจี้ยนจวง
สำนักคุ้มกันภัยที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน : เทียนเซี่ยตี้อีจวี๋ ; สำนักคุ้มกันภัยวาตะเมฆา : เฟิงอวิ๋นเพียวจวี๋

ป้อมบูรพา : ตงเป่า ; ค่ายทักษิณ : หนานจ้าย ; ฐานปัจฉิม : ซีเจิ้น ; นครอุดร : เป่ยเฉิง
สายฟ้าแลบ : จี๋เตี้ยน
เป๋าจู่ : ประมุขป้อม ; เจิ้นจู่ : ประมุขฐาน ; เฉิงจู่ : เจ้านคร

เทพธิดาเมฆสี : ฉ่ายอวิ๋นเซียนจื่อ
อู๋ฉ่ายอวิ๋น : ก็คือ อู่ฉ่ายอวิ๋น แต่ตามหลักการอ่านภาษาจีนกลาง เมื่อมีคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เอกติดกัน ให้เปลี่ยนคำแรกเป็นวรรณยุกต์จัตวา ดังนั้น อู่ฉ่ายอวิ๋น จึงอ่านว่า อู๋ฉ่ายอวิ๋น

จอมยุทธ์หญิงเมฆสี : ฉ่ายอวิ๋นหนวี่เสีย

นกหวาดเกาทัณฑ์ : จิงกงจือเหนี่ยว หรือ นกเคยต้องเกาทัณฑ์ : ซางกงจือเหนี่ยว มาจากคำเต็มว่า “นกเคยต้องเกาทัณฑ์ ตกเพียงดึงสายเปล่า” ( ซางกงจือเหนี่ยว ลั่วอวี๋ซวีฟา) ความหมายตรงตัวคือ นกที่เคยถูกธนูยิงจนบาดเจ็บมาก่อน เพียงได้ยินเสียงปล่อยสายธนูอีกครั้งก็นึกว่าตนเองถูกยิงเข้าให้แล้ว จึงร่วงตกลงมาเองทั้งที่เพียงที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงน้าวคันธนูเปล่าๆ ไม่มีลูกศร เปรียบกับคนที่เคยถูกทำให้ตกใจหรือหวาดกลัวอย่างรุนแรงมาก่อน เมื่อเจอเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยที่มีคล้ายกับจะซ้ำรอยเหตุการณ์เดิมแม้ความจริงจะไม่ใช่ ก็หวาดกลัวจนเสียจนทำอะไรไม่ถูก

เขาเขียวคงไว้ สายน้ำรินไหล : ชิงซานอีจิ้ว ลวี้สุ่ยฉางหลิว แปลว่า แม้เวลาจะผ่านไป แต่บางสิ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

พรรคเสื้อทอง : จินอีปาง
หกผู้กล้าแห่งเซียงเป่ย : เซียงเป่ยลิ่วหาว
ฆ่าคนไม่กระพริบตา : ซาเหรยินปู้จ๋าเหยี่ยน หมายถึง ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นไร้ความรู้สึก

ชวีซยง : พี่ชวี ; ชวีเป็นแซ่ หมายถึงชวีเปินเหลิย ; ซยง เป็นการเรียกอย่างให้เกียรติและสนิทสนม จะเป็นผู้สูงวัยกว่าเรียกผู้อ่อนวัยกว่า หรือผู้อ่อนวัยกว่าเรียกผู้สูงวัยกว่าก็ได้ทั้งนั้น

เหล่าน่า : จีวรเก่าๆ ; เหล่าแปลว่า เก่า ; น่า แปลว่า จีวร ; เหล่าหน้า เป็น คำเรียกตนเองของหลวงจีนชรา

ซงซาน : อดีตนาม “จงเยว่” อยู่ทางตอนเหนือของเติงเฟิงเซี่ยน มณฑลเหอหนาน ประกอบด้วยถ้ายซื่อซานและส้าวซื่อซาน มี 72 ยอด ทอดแนวตะวันออกไปตะวันตก ยาว 60 กิโลเมตร ยอดเขาหลักคือยอดเขาจวิ้นจี๋เฟิง หรือเรียกว่า “ซงติ่ง” ซงซานมีโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่งรวมทั้งวัดส้าวหลิน

ผินเต้า : ผู้บกพร่องในธรรม เป็นคำเรียกตัวเองอย่างถ่อมตัวของนักพรต

เหยวียน : เป็นคำที่ใช้เรียกลิงไม่มีหาง ไม่มีกระพุ้งแก้ม ตัวใหญ่กว่าลิงทั่วไป มีหลายประเภท เช่น ชะนี อุรังอุตัง

สองยอดประหลาดแห่งอู่ตัง : อู่ตังซวงซู่
ชิงซงจึ : สนเขียว
ชิงหลิงจึ : จิตเขียว
เหล่าชี : คนที่เจ็ด ; เหล่าปา : คนที่แปด ; เหลาจิ่ว : คนที่เก้า (ตามหลักการอ่านภาษาจีนกลาง คำที่ออกเสียงวรรณยุกต์เอกสองคำติดกัน คำแรกต้องเปลี่ยนเป็นเสียงจัตวา คำหลังยังคงเสียงเอกไว้ดังเดิม เหล่าจิ่ว จึงอ่าน เหลาจิ่ว)

จ้ายเซี่ย : ผู้อยู่ล่าง เป็นคำเรียกตนเองอย่างถ่อมตัว
เจ็ดผู้กล้าล้างแค้น : ฟู่โฉวชีสยง
ชวนจง : เป็นชื่อเรียกพื้นที่แถบมณฑลเสฉวนและยูนนาน

กระบองสามท่อน : ซานเจี๋ยกุ้น ; พลั่วสะดวก : ฟังเปี้ยนฉ่าน ;
กระดิ่งกระชากวิญญาณ : ตั๋วหุนหลิง ; ท่องพันหลี่ : สิงเชียนหลี่
เกี่ยววิญญาณ : โกวหุน ; กระชากวิญญาณ : ตั๋วผอ
ซินซื่อซยงตี้ : พี่น้องตระกูลซิน

เฟยเอ๋อร : เอ๋อร : เป็นคำท้ายชื่อที่ผู้สูงวัยกว่าใช้เรียกผู้อ่อนวัยกว่าด้วยความเอ็นดูและสนิทสนม หรือผู้อ่อนวัยกว่ากล่าวชื่อตนเองโดยมี “เอ๋อร” ลงท้ายก็เป็นการแสดงความรัก และเคารพหรือสนิทสนมต่อคู่สนทนา แปลว่า น้อง หนู หรือลูก เช่น เฟยเอ๋อร คือ น้องเฟย

วิชาพิสดารแขนด้วน : ต้วนปี้ฉีกง
จอมยุทธ์ไหมพัน : ฉานซือต้าเสีย
เทพยุทธ์ขวานบิน : เฟยฝู่เสินกง
เหลิงเสว่ : เลือดเย็น ; จุยมิ่ง : ล่าชีวิต ; เถียโส่ว : มือเหล็ก ; อู๋ฉิง : ไร้หัวใจ

เทพธิดาจอมยุทธ์หญิง : เซียนจึหนวี่เสีย
หนึ่งกระบี่คร่าชีวิต : อี๋เจี้ยนตั๋วมิ่ง
อู๋ตี๋กงจื่อ : กงจื่อไร้ศัตรู
เท้าเทพยดาจุยมิ่ง : เสินถุ่ยจุยมิ่ง
เปี่ยวเม่ย : ลูกพี่ลูกน้องข้างแม่ที่อายุน้อยกว่าและเป็นผู้หญิง
เปี่ยวเกอ : ลูกพี่ลูกน้องข้างแม่ที่อายุมากกว่าและเป็นผู้ชาย
เหล่าซยง : เป็นสรรพนามเรียกคู่สนทนาที่เป็นชายอย่างให้เกียรติ โดยยกย่องให้เป็นพี่

ยาจินช่วง : จินช่วงเหย้า เป็นยาทาภายนอก มีสีดำ ลักษณะเป็นยางเหนียว
เหรยินซยง : พี่ชายผู้มีเมตตา เป็นคำที่ใช้เรียกสหายอย่างให้เกียรติ
ราชสีห์คำราม : ซือจึโห่ว
ชีพจรชี่ห่าย : ชี่ห่ายเสว๋
เหยียบหิมะไร้รอย : ท่าเสว่อู๋เหิน

นกเผิง : คือ นกในตำนานของจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในที่นี้น่าจะหมายถึงนกแร้งขนาดใหญ่พันธ์หนึ่ง

จวิน : คือ หน่วยน้ำหนักของจีนโบราณ 1 จวิน = 30 จิน ; 1 จิน =1/2 kg.

บรรทัดเหล็ก : เถียฉื่อ
ฉื่อ : หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ : 1 ฉื่อ = 10 ชุ่น;
ชุ่น : หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ : 1 ชุ่น = 1 นิ้ว

หลิ่วโจว : เป็นชื่อของฝู่แห่งหนึ่งในสมัยราชวงศ์หมิง
จ้ายเซี่ย : ผู้อยู่ล่าง เป็นคำเรียกตนเองอย่างถ่อมตัว
หลิ่วซยงตี้ : พี่น้องหลิ่ว ; ซยงตี้ เป็นคำเรียกอย่างสนิทสนม เช่นเดียวกับ “ซยง”
ต้าเหริน (ที่ถูกอ่านต้าเหรยิน) : เป็นคำเรียกฝ่ายตรงข้ามอย่างยกย่อง ความหมายคล้าย“ใต้เท้า”
มารกระบี่โลหิตบิน : เฟยเสว่เจี้ยนหมอ
เมืองลั่วหยาง : หนึ่งในหกเมืองหลวงเก่าของจีน ตั้งอยู่ในมณฑลเหอหนานในปัจจุบัน เคยเป็นเมืองหลวงของเก้าราชวงศ์
พญามังกรหาญ : ต้าเหมิ่งหลง

เขาหัวซาน (ที่ถูกอ่านเขาฮว๋าซาน) : อยู่ทางตะวันออกของมณฑลส่านซี อยู่ทางทิศใต้ของฮว๋าอินเซี่ยน

ธรรมะสูงหนึ่งฉื่อ อธรรมสูงหนึ่งจ้าง : เต้ากาวอี้ฉื่อ หมอกาวอี๋จ้าง จ้าง : หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ ประมาณสองเมตรครึ่ง : 1 จ้าง = 10 ฉื่อ

หลานเต่า : กุยซุนจื่อ : เป็นคำด่าผู้ชายว่าภรรยาคบชู้ ถูกสวมเขา
กุยอู่เหย๋ : นายท่านคนที่ห้าซึ่งแซ่กุย ; เหย๋ : คือ ต้าเหย๋( นายท่าน) เป็นการเรียกโดยดูถูกฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ที่ต่ำต้อย

กระบี่โลหิตบิน : เฟยเสว่เจี้ยน

หลี่ : หรือ ภาษาจีนแต้จิ๋วอ่านว่า “ลี้” เป็นหน่วยวัดความของจีน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้กำหนดให้ 1 หลี่ = 500 เมตร แต่ตามหน่วยความยาวโบราณแล้ว 1 หลี่ = 150 จ้าง หรือประมาณ 375 เมตร ในที่นี้ผู้แปลมีความเห็นว่า ควรเอาความยาวของหลี่ตามปัจจุบัน คือ 500 เมตรจะถูกต้องกว่า

เหล็กหมาดเหล็ก : เถี่ยจุย
ไม้เท้าวิเศษยักษ์ : จวี้เสินจ้าง
เหลาหลิ่ว : เหล่า เป็นการเรียกที่แสดงความสนิทสนม ; หลิ่ว เป็นแซ่ ตามกฎการอ่านภาษาจีนกลาง เสียงเอกสองเสียงติดกัน ตัวแรกจะเปลี่ยนเป็นอ่านเสียงจัตวา ดังนั้น “เหล่าหลิ่ว” จึงอ่านเป็น “เหลาหลิ่ว”

เทวลมปราณเหล็กกล้าคงกระพัน : จินกางปู๋ห้วยเสินกง : เป็นลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดในสายวิชาพลังภายนอก ; จินกาง : เหล็กกล้า เป็นโลหะที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาโลหะที่นำมาหลอมเป็นอาวุธของจีนโบราณ

กงจื่อ : เป็นคำเรียกบุตรของขุนนางหรือบุตรของผู้อื่นอย่างให้เกียรติ

ประตูเมืองไฟไหม้ เคราะห์ร้ายกรายปลาในสระ มาจากเรื่อง เมื่อประตูเมืองเกิดไฟไหม้ ชาวเมืองได้เอาน้ำในสระมาดับเพลิงจนหมด ปลาที่อยู่ในสระจึงแห้งตาย หมายถึงถูกหางเลขพลอยเคราะห์ร้ายตามไปด้วย

หลิงเหล่าอิงสยง : วีรบุรุษผู้เฒ่าหลิง ; อิงสยง: วีรบุรุษ ; อิงสยง และ เหล่าอิงสยง ล้วนแต่เป็นคำเรียกอย่างยกย่อง
กาวเหล่าตี้ : น้องกาว เป็นการเรียกผู้อ่อนวัยกว่าอย่างสนิทสนม
เกิงฟู : คนเคาะเกราะบอกเวลา

เซี่ยน : เป็นชื่อเขตการปกครองของจีน ในยุคราชวงศ์หมิง(ค.ศ. 1368 - 1644)ของจีน แบ่งเขตการปกครองในระดับภูมิภาคออกเป็น เสิ่ง ฝู่ เซี่ยน ตามลำดับ ซึ่งเทียบเท่ากับ มณฑล จังหวัด อำเภอของไทยตามลำดับ

หลู่จือฝู่ : หลู่ เป็นแซ่ ; จือฝู่ เป็นชื่อตำแหน่งสูงสุดในฝู่(จังหวัด)ของขุนนางฝ่ายปกครอง เทียบเท่ากับผู้ว่าราชการจังหวัด
จูเก๋อเซียนเซิง : จูเก๋อ เป็นแซ่ ; เซียนเซิง เป็นคำใช้เรียกยกย่องผู้มีการศึกษา ใช้กับผู้ชาย

กลางคืนของจีนแบ่งเป็นห้ายาม ยามละสองชั่วโมงโดยประมาณ ยามหนึ่งเริ่มจากหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม ยามสามจึงเป็นช่วงห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง
จวงโหม่ว : ผู้แซ่จวง

อาภรณ์ฟ้าไร้ตะเข็บ : เทียนอีอู๋เฟิ่ง ใช้เปรียบเทียบถึงบทกวีหรือคำพูดที่สมบูรณ์ไร้ข้อบกพร่อง ในที่นี้ใช้เปรียบถึงแผนการที่วางได้อย่างรอบคอบไร้ช่องโหว่

ตาข่ายฟ้ากว้างไพศาล แม้ตาห่างแต่ไม่รั่ว : เทียนหว่างฮุยฮุย ซูเอ๋อรปู๋โล่ว หมายถึง ผู้ที่กระทำชั่ว จะต้องได้รับกรรมสนอง

อำพรางสวรรค์ลอบข้ามทะเล : หมานเทียนกั้วห่าย แปลว่า โกหกตบตา ลอบกระทำชั่ว

เขาถ้ายซาน : เทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของจีน อยู่ตอนกลางของมณฑลซานตง ยาวประมาณ 200 กิโลเมตร

ฮู่ถี่เซ่อ : สีอำพรางกาย(กิ้งก่าเปลี่ยนสี)
เสว่ซวงเฟย : พระสนมน้ำค้างแข็งเลือด
เสียงมารคร่าวิญญาณ : ชุยหุนหมออิน
ยอดวิชากิ้งก่าเปลี่ยนสี : เปี้ยนเซ่อต้าฝ่า

วิชาดูดเลือด : ซีเสว่กง
เสียงมารคร่าวิญญาณ : ชุยหุนหมอเซิง
วิชามารสลายโลหิต : ฮั่วเสว่หมอกง

หยางคู่กับ อิน ในภาษาจีน อินและหยางมีการแปลได้อย่างกว้างขวางมากและความหมายจะตรงข้ามกัน เช่น หยาง=ร้อน อิน= เย็น , หยาง=พระอาทิตย์ อิน=พระจันทร์ , หยาง=แข็ง อิน=อ่อน ชาวจีนโบราณมีความเชื่อว่า โลกกำเนิดจากการที่อินและหยางรวมตัวกัน ดังนั้นทุกสิ่งในโลกย่อมมีสิ่งที่ตรงกันข้ามกับมันเสมอ ที่สำคัญคือ “หยาง” จะเป็นตัวแทนของผู้ชายเสมอ เช่นเดียวกับที่ “อิน” เป็นตัวแทนของผู้หญิงเสมอ

ธาตุทั้งห้า : คือ ธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน

ลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวพยัคฆ์ : ชูเซิงจือตู๋ปู๋เว่ยหู่

เสียวเจี่ย : คำเรียกบุตรสาวของผู้มีฐานะ ความหมายคล้าย “คุณหนู”

ระเบียงเจ็ดวกเก้าวน : ชีชวีจิ่วหุยหลาง
ยอดวิชาคร่าวิญญาณ : เซ่อหุนต้าฝ่า
สระสลายกระดูก : ฮั่วกู่ฉือ
น้ำมันหลอมนรก : เลี่ยนอวี้โหยว
เข็มเทพยดาโซวลั๋ว : เข็มเทพยดาเสาะหารวบรวม
หวางจึ : หมายถึงเจ้าประเทศราชที่มีขนาดใหญ่ หรือโอรสของฮ่องเต้

ซีอวี้ : หมายถึงดินแดนนอกกำแพงเมืองจีนที่อยู่ทางตะวันตกของจีน นับตั้งแต่มณฑลซินเจียงปัจจุบันไปจนถึงตะวันออกกลาง

เสียงมารคร่าวิญญาณ : เซ่อหุนหมออิน
สามพิษแห่งยุทธภพ : อู่หลินตี้ซานตู๋
เมฆาโน้มคะนึงพัสตราบุปผาโน้มคะนึงโฉมหน้า ลมวสันต์กวาดพัดธรณีประตูพาปรากฏมวลบุปผชาติ

หยางอวี้หวน : คือ หยางกุ้ยเฟย สนมเอกของพระเจ้าถังเสวียนจงในสมัยราชวงศ์ถัง หนึ่งในสี่ยอดสตรีงามในประวัติศาสตร์ของจีน
ถังหมิงหวง : คือ อีกชื่อหนึ่งของถังเสวียนจง หนึ่งในฮ่องเต้ราชวงศ์ถัง ครองราชย์ ปี ค.ศ. 712 - 756

แม้นมิใช่ประสบพบหน้าบนภูผาฉินอวี้ซาน จักพบพาน ณ ตำหนักหยาวถายใต้จันทรา

หนึ่งผกาแดงสดปรากฏกลิ่นกำจร : หมายถึง สตรีงามนางหนึ่งความงามของนางได้ดึงดูดสายตาชายทุกผู้ ; เมฆาพิรุณ ณ สิงขรอูซานแค้นใจสลาย

เอ่ยปุจฉาอดีตกาลวังฮั่นกงนางใดเทียมทัด : ในอดีตสมัยราชวงศ์ฮั่น มีผู้ใดที่กล่าวได้ว่างดงามทัดเทียมกับหยางกุ้ยเฟย? ;

อนงค์นางเฟยเยี่ยนสางเกศาประทินพักตร์ : นั่นก็คือมเหสีเจ้าเฟยเยี่ยนของพระเจ้าฮั่นเฉิงตี้เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่กล่าวได้ว่างามทัดเทียมกับหยางกุ้ยเฟย

ชิงผิงเตี้ยว : เตี้ยว คือ กลอนใส่ท่วงทำนอง เรียกอีกชื่อว่า “ชิงผิงฉือ” ; ชิงผิง คือ ชื่อของเตี้ยวบทนี้

ซือ : เป็นโคลงกลอนรูปแบบหนึ่งของจีนที่เป็นที่นิยมในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 – 907) ; ฉือ : เป็นโคลงกลอนรูปแบบหนึ่งของจีนที่เป็นที่นิยมในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960 – 1279)

มาตรสลายลมวสันต์คลายเคืองจิต อิงร่างชิดแนบราวเฉินเซียงถิง : หากสามารถหยุดยั้งลมแห่งยามค่ำฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้บุปผาร่วงโรย อันทำให้บุปผาเกิดความแค้นเคือง เปรียบกับหญิงงามในวังในนางอื่นที่ไม่ได้รับความโปรดปราณจากองค์ฮ่องเต้ อยากจะหยุดเวลาเอาไว้มิให้ความชราย่างกรายมาพรากความงามไป อันจะทำให้นางบังเกิดความรู้สึกคุมแค้น ในขณะที่หยางกุ้ยเฟยยอดหญิงงามสามารถได้รับความโปรดปรานจากองค์ฮ่องเต้ตลอดกาลราวกับนางสามารถที่จะหยุดเวลาเอาไว้ให้ความงามคงอยู่ชั่วนิรันดร์ โดยที่องค์ฮ่องเต้มักจะอิงร่างพิงราวระเบียงเก๋งเฉินเซียงถิงพลางแย้มสรวลมองนางอยู่เสมอ ; เก๋งเฉินเซียงถิง :

โคจรพลังพักผ่อน : ผู้ที่ฝึกลมปราณจะสามารถโคจรปราณปรับสภาวะในร่างกายให้เข้าสู่สภาวะปรกติ อันจะทำให้หายเหนื่อยได้เร็วกว่าคนธรรมดา ส่วนจะเร็วกว่าแค่ไหน ก็ต้องดูว่าพลังปราณของเขาฝึกได้ลึกล้ำขนาดไหน ยิ่งฝึกได้ลึกล้ำมาก เวลาที่จะหายเหนื่อยยิ่งสั้น

ตะเกียงเจ็ดดาว : ชีซิงเติง เป็นเชิงเทียนที่แตกออกเป็นกิ่งเจ็ดกิ่ง แต่ละกิ่งจะวางเทียนไว้หนึ่งเล่ม

ขุนนางฝ่ายบุ๋น : เหวินซื่อเหยวียนไหว้
แขวนเขาละมั่ง ไร้รอยให้สืบสาว : หลิงหยางกว้าเจี่ยว อู๋จีเข่อสวิน คือ มีตำนานเล่าว่ายามกลางคืน ละมั่งจะนอนโดยเอาเขาแขวนไว้กับกิ่งไม้สูง ลำตัวห้อยลงมา เท้าลอยเหนือพื้น ไร้ร่องรอยให้สืบสาว เพื่อเป็นการป้องกันภัย

วิชาหลอมมือโลหิต : เสว่โส่วฮว่ากง

ผู้ส่ง : Linmou - 18/08/2000 23:01

หมายเหตุ : ต้องขออภัยที่ข้าฯจำเว็บไม่ได้เพราะเซฟไว้นานหลายปี เพิ่งหาเจอจากที่ก็อปปี้ไว้ ก็คงพอเป็นแนวทางการตั้งชื่อและสมญานามได้มั่ง : ซุนปิน

อืม...มีอีกเรื่องคือหากท่านจะให้ผู้อ่านได้ง่าย ควรมีย่อหน้าให้เยอะหน่อย เพื่อนำสายตาและลดพื้นที่สีเทาหรือแบบเป็นพืดน่ะ มันอ่านยากเพราะเมื่อเรามองกลับมาไม่รู้เริ่มต้นจากไหน

โดย : ซุนปิน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 13 ธ.ค. ปี 2008 [ เวลา 18 : 49 ]

ที่ข้าหมายเหตุไว้ตอนท้ายก็เนื่องจากเวลาข้าฯอ่านไดอารี่ที่จอมยุทธ์หลายท่านบันทึกไว้ มักจะไม่มีการย่อหน้าใหม่ ทำให้อ่านยากมากและดูไม่น่าสนใจทั้งๆที่เนื้อหาดี.

..อ่านยากเพราะเวลาเรากวาดสายตากลับมาด้านซ้ายเพื่อเริ่มต้นอ่านต่อมันก็ยากมากเพราะตัวหนังสือจะเป็นแผงทึบไปหมด หรือที่เขาเรียกว่าพื้นที่สีเทา

ดังนั้นเรื่องราวที่ท่านบันทึกมาที่เป็นนวนิยายหรืออะไรก็ตามแต่ควรย่อหน้าให้เยอะหน่อย

ที่จริงแล้วความยาวของบรรทัดให้ดีที่สุดไม่ควรยาวที่เรากวาดสายตากลับ ควรสั้นแค่เรานั่งมองตรงๆไม่ต้องวกสายตากลับให้เมื่อยตา...

หลักการที่ข้าฯกล่าวมาเป็นหลักการที่หนัง
สือพิมพ์และนิตยสารเขาใช้ในการจัดหน้า

คารวะทุกท่าน หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มายก็น้อย

โดย : ซุนปิน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 13 ธ.ค. ปี 2008 [ เวลา 22 : 27 ]

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook