Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

รวมงานเขียนและแนวคิด
กระบี่ดาวแดง
leehonglong@hotmail.com

ระบอบทุนนิยมแห่งสังคม

 SOCIAL - CAPITALISM

ทุน ( Capital ) :
นิยามและความหมาย
กระบวนการวิเคราะห์พื้นฐานในทางสังคมเพื่อให้เห็นถึงทิศทางแห่งการพัฒนาไปทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ล้วนแล้วก็คือการวิเคราะห์ถึงโครงสร้างแห่งความสัมพันธ์ต่างๆของทุนภายใต้การวิวัฒนาการไปสังคมนั้นๆ ความหมายของคำว่า ทุน ดังได้กล่าวมาแล้ว...อันหมายถึงศักยภาพที่มีการสั่งสมมาในทางกายภาพและทางจิตวิญญาณของมนุษย์ในสังคม... ในความหมายที่กล่าวมานี้ย่อมแตกต่างจาก แนวคิด ทวิลักษณะกลไกแบบมาร์กซิสต์ ที่ให้คำอธิบายว่าทุนก็คือแรงงาน....ภายใต้การใช้แรงงานของชนชั้นกรรมาชีพ แรงงานส่วนเกินของชนชั้นกรรมาชีพก่อเกิดมูลค่าส่วนเกินและเกิดการสะสมทุนของชนชั้นนายทุนที่ขูดรีดและเอาเปรียบสร้างความมั่งคั่งและก่อเกิดชนชั้นนายทุน... ในความหมายในที่นี้ จะอธิบายให้เห็นว่า ที่จริงแล้วทุนก็คือการสั่งสมแห่งศักยภาพที่ดำรงอยู่อันแตกต่างกันของมนุษย์
ทั้งในทางศักยภาพทางกายภาพและศักยภาพทางปัญญาและจิตวิญญาณอันเกิดจากการเรียนรู้ที่สั่งสมมาในกระบวนการทางสังคม ในความแตกต่างแห่งศักยภาพเหล่านี้ของคนที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างสัมบูรณ์บนโลก อันเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งในจักรวาลที่ดำรงสถานะความเป็นเอกเทศอย่างสัมพัทธ์ ภายใต้ความแตกต่างเหล่านี้ ก่อให้เกิด กลไกกลางแห่งการแลกเปลี่ยนศักยภาพทุน ที่พัฒนามาเป็นระบอบการเมืองการปกครอง ระบอบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม กฏเกณท์ต่างๆ บรรทัดฐานทางสังคม รูปการทางจิตสำนึก-จิตวิญญาณต่างๆ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น เด็กทารกแรกเกิดในประเทศจีน หากเกิดมาเป็นเด็กชาย จะมีศักยภาพทางกายภาพที่สูงกว่า เด็กหญิง และมีมูลค่าในการแลกเปลี่ยนศักยภาพแห่งทุนสูงกว่า เด็กหญิง

จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า แค่เด็กร้อง อุแว้ ...ก็มีมูลค่าสูงกว่าแล้วหาได้ใช้แรงงานส่วนเกินอะไรไม่.. ทุนแห่งศักยภาพทางกายภาพของเด็กที่ดำรงอยู่ ก่อเกิดมูลค่าได้ ที่มีมูลค่าสูงกว่าเด็กหญิง ย่อมเกิดจาก สิ่งที่เรียกว่า องค์รวมพหุภาพแห่งทุนในทางสังคม...

องค์รวมพหุภาพแห่งทุนในทางสังคม ก็คือองค์รวมแห่งการสั่งสมศักยภาพแห่งทุนในสังคมนั้นๆที่มีมานับแต่อดีต ปัจจุบัน และทิศทางแห่งอนาคต
การก่อรูปการองค์รวมทางวัตถุใดๆของสรรพสิ่ง ล้วนดำรงไว้ซึ่งร่องรอยแห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต ในกระบวนการพัฒนาไปของสิ่งนั้นๆ...



ความหมายของคำว่าทุน
ทุน ได้มีการให้ความหมายของคำว่า ทุนในปัจจุบัน เป็น 2 แนวคิดใหญ่ๆ คือ แนวคิด แนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ แบบเสรีนิยม จะให้ความหมายที่ครอบคลุมไปทั้งหมด คือหมายถึงทรัพยากร ต่างๆรวมทั้งทรัพยากรมนุษย์ที่มีการนำใช้ในกระบวนการผลิต,การแลกเปลี่ยนสินค้า ในขณะที่แนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์แบบมาร์กซิสต์ จะให้ความหมายของคำว่าทุน ก็คือ ผลอันเกิดจากแรงงานของมนุษย์ในการดำเนินการผลิต และผลจากแรงงานส่วนเกิน ที่ก่อให้เกิดมูลค่าส่วนเกินได้กลายมาเป็นทุนหรือเครื่องมือในการดำเนินการผลิตและก่อเกิดยุคทุนนิยม สำหรับความหมายของคำว่าทุน ในที่นี้ หมายถึงคุณสมบัติที่ดำรงอยู่ในตัวมนุษย์ ที่แสดงออกถึงการสั่งสมไว้ทางศักยภาพอันประกอบเป็นองค์รวมพหุภาพของมนุษย์ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างของมนุษย์แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน การแสดงออกของทุน ก็คือกระบวนการที่มนุษย์ มีอันตรกิริยา กับ สิ่งอื่นที่อยู่นอกตัวมนุษย์ เช่นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ,มนุษย์ กับธรรมชาติ ภายใต้การดูดกลืน และการแผ่กระจายออกในการปรับดุลยภาพในความแตกต่างทางศักยภาพก็คือการแลกเปลี่ยนทุน การกำเนิดของทุน มาจากความแตกต่างทางศักยภาพ ของมนุษย์ กล่าวคือในยุคบรรพกาล เมื่อมนุษย์มีการอยู่กันเป็นสังคมชุมชนแบบบรรพกาล ความแตกต่างทางกายภาพเช่นความแข็งแรง หรือความเชี่ยวชาญในการสังเกตุ , ทักษะ ประสบการณ์, ได้ก่อรูปให้เกิดการ แลกเปลี่ยนทางศักยภาพ
ผู้มีทุนทางศักยภาพสูงสุดและศักยภาพนั้นๆเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้นหรืออยู่บนพื้นฐานของความต้องการของชุมชนนั้นๆก็ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำ หรือเป็น กลไกกลาง ที่จะไกล่เกลี่ย และให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศักยภาพที่เกิดดุลยภาพในชุมชนนั้นๆ และเป็นระบบแรกเริ่มของระบบกลางของการประเมินคุณค่าแลกเปลี่ยน รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของ กระบวนการแห่งอำนาจรัฐของชุมชน หรือระบบกลางในการแลกเปลี่ยนศักยภาพในทางการเมือง,วัฒนธรรม และสังคม

รัฐแห่งชุมชนบรรพกาลได้ก่อรูปการจิตสำนึกขึ้นมาบนพื้นฐานการประเมินคุณค่าของศักยภาพ ในทางจิตวิญญาณ และศักยภาพในทางวัตถุ จากที่มีรูปการจิตสำนึกทางสังคมแบบแบ่งปันกันที่มีดุลยภาพ ก็เริ่ม มี อภิสิทธิ์ ต่างๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนไปจากการขาดดุลยภาพของระบบกลางในการประเมินคุณค่าต่อศักยภาพของสิ่งต่างๆ เมื่อสังคมได้ขยายใหญ่ขึ้นระบบกลไกกลางแห่งการแลกเปลี่ยนศักยภาพทุนไม่ได้รับการปรับตัวให้เกิดดุลยภาพ เช่นการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม,ความไม่เท่าเทียมกันด้านต่างๆ ประกอบกับ มีการรุกรานซึ่งกันและกันของชุมชน รวมทั้งการรับรู้ ระหว่างชุมชน กับชุมชน ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ อันก่อให้เกิดการรวมตัวและการแยกตัวของชุมชน

ทุน ได้มีการนำใช้ นับแต่มนุษย์ เริ่มอยู่กันเป็นสังคม หรือแม้แต่ดำรงชีพอยู่อย่างโดดเดี่ยว ก็ยังต้องใช้ทุนทางปัญญาหรือทุนที่เกิดจากการสั่งสมทางประสบการณ์ ที่รวมไปถึงความคิดจินตนาการ ในการใช้ทุนเหล่านี้เพื่อต่อสู้ในการดำรงชีวิตอยู่กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ

ชุมชนบรรพกาลหรือตามแนวคิดของสำนักมาร์กซิสต์ ที่อธิบายว่าเป็นสังคมคอมมิวนิสต์บรรพกาล ที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน นั้น ที่จริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความแตกต่างทางศักยภาพของมนุษย์ยังดำรงอยู่ ระบบกลางของการไกล่เกลี่ยหรือแลกเปลี่ยนศักยภาพที่จะต้องไม่เท่าเทียมกัน เช่นความรัก ความผูกพัน ของครอบครัวหนึ่งๆย่อมไม่เท่ากัน ,กิเลส,ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่มีความแตกต่างกันก็ยังมีอยู่ ซึ่งก็คือมีการดำรงอยู่ของรูปการอันก่อให้เกิดอภิสิทธิ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน

การวิเคราะห์ว่าเป็นสังคมที่ไม่มีชนชั้น คือเป็นสังคมที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันคงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เนื่องจากความเป็นจริงในทางธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งใดๆเท่าเทียมกันอยู่แล้วอย่างสัมบูรณ์

สิ่งที่เรียกว่าความเสมอภาคก็คือกระบวนการภายใต้กรอบแห่งการแลกเปลี่ยนหรือกระบวนการของอันตรกิริยาที่มีดุลยภาพภายใต้การเคลื่อนที่ ดังนั้นย่อมไม่มีสิ่งที่สัมบูรณ์ของความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมของชนชั้นสิ่งที่เท่าเทียมอย่างสัมพัทธ์ของมนุษย์ก็คือ การเกิดการแลกเปลี่ยนที่มีดุลยภาพภายใต้การเคลื่อนที่ของศักยภาพที่แตกต่างกันของมนุษย์ เมื่อสังคมพัฒนาไป ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกลไกของระบบเริ่มมีความซับซ้อนสูงขึ้น มีการสร้างระบบกลางการแลกเปลี่ยนดุลยภาพที่เข้มแข็งขึ้น การใช้สิ่งของหาได้ยากมาแลกเปลี่ยนไปสู่ระบบการใช้เงินตราแลกเปลี่ยน และ ภายใต้การพัฒนาไปของรูปการจิตสำนึกในทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จากชุมชนเดี่ยวๆ กลายเป็นหลายๆชุมชน และเป็นรัฐ การขยายตัวทางศักยภาพ จากบุคคล มาเป็นกลุ่มบุคคล กลุ่มสังคม และกลุ่มระบอบรัฐ โดยมีการรวมตัวของกลุ่มคนหรือตัวแทนของกลุ่มที่มีศักยภาพสูงกว่า กลุ่มบุคคลอื่น ทำหน้าที่ควบคุมกลไกกลางการแลกเปลี่ยนทางศักยภาพของคนในสังคม อันได้แก่กลไกทางการผลิต,กลไกการป้องกันและการรักษาตนเอง, กลไกทางจิตวิญญาณต่างๆ อันก่อเป็นรูปการจิตสำนึกในสังคมนั้นๆ การพัฒนาทางเทคโนโลยีในการผลิตที่ล้าหลังที่ต้องพึ่งพาอาศัยแรงงานจากมนุษย์ เป็นหลัก ภายใต้การแย่งชิงทรัพยากรและผลผลิตต่างๆระหว่างรัฐกับรัฐเพื่อสร้างความมั่งคั่ง หรือการเสริมสร้างศักยภาพให้กับรัฐของตนเอง

แรงงานมนุษย์หรือทุนทางศักยภาพของมนุษย์ทั้งทางกายภาพและทางปัญญาจิตวิญญาณ ได้ถูก กลุ่มที่มีอำนาจในการควบคุมกลไกกลางของรัฐ นำมาแลกเปลี่ยนเป็นสินค้า และมีการเกิดขึ้นของตลาดซื้อขายมนุษย์ที่เป็นไปอย่างกว้างขวาง และเข้าสู่ยุคสังคมทาส
การขาดดุลยภาพ ทางกลไกกลางของสังคมเป็นไปอย่างรุนแรงจนในที่สุดเกิดการลุกฮือของทาส และก่อให้เกิดการปรับดุลยภาพทางสังคมใหม่ของกลไกกลาง พร้อมๆกับ ความก้าวหน้าขึ้นของเทคโนโลยีการผลิต กลุ่มชนชั้นนำในสังคมต้องมีการปรับเปลี่ยนกลไกกลางใหม่ เป็นในรูปของ การแลกเปลี่ยนผลผลิตจากแรงงาน กับการคุ้มครองทางสวัสดิภาพของบุคคลหรือกลุ่มคนที่อยู่ภายใต้สังกัดเดียวกันซึ่งกลายเป็นไพร่ ในยุคนี้ที่ต้องเสี่ยงกับการรุกรานกวาดต้อนทุนหรือผู้คน และก่อเกิดสังคมศักดินา ที่มีการครอบครอง และแบ่งปันการถือครองปัจจัยการผลิตหลักคือที่ดินหรืออาณาเขตุที่เป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติด้วยการใช้กำลัง หรือเทคโนโลยีการรบและป้องกันตนเองที่เหนือกว่าครอบครองเขตุแดนนั้นๆจนเกิดเป็นรัฐชาติต่างๆ การค้นคว้าทางการผลิต ทำให้เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยี ไปสู่การคิดค้นการใช้เครื่องจักรไอน้ำ มาทดแทนแรงงานในการผลิต อันเป็นกระบวนการผลิตที่ก้าวหน้ากว่า และเกิดกระบวนการผลิตในรูปแบบของโรงงาน ที่มี การเกิดขึ้นของกลุ่มที่เรียกว่านายทุน ที่มีสีสัน แตกต่างจากชนชั้นนำเดิม และมีระบบการขายแรงงานแบบรับจ้างเกิดขึ้น นั่นก็คือการเกิดขึ้นของผู้ขายแรงงาน และก้าวสู่ สังคมที่มีรูปแบบความสัมพันธ์แบบใหม่ที่เราเรียกกันว่า สังคมทุนนิยม ที่มีการพัฒนาและมี กลไกกลาง ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆมาจนทุกวันนี้

การคาดหมายแบบกลไกในแนวคิดแบบมาร์กซิสต์ที่ คาดหมายว่าระบอบทุนนิยมจะล่มสลายและจะเป็นการเกิดขึ้นของสังคมคอมมิวนิสต์นั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากในความเป็นจริงของมนุษย์ ถ้าหากว่าสังคมที่เกิดจากการดำเนินแนวทางนโยบายตามกรอบการจำแนกชนชั้นการสร้างเงื่อนไขในการทำลายชนชั้น ในรูปแบบที่นักลัทธิมาร์กซ์ดำเนินงาน หรือภายใต้กรอบหรือแนวคิดที่คิดว่าต้องอาศัยความพยายามทางอัตวิสัย เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีรูปธรรมคือการคัดค้าน ,การต่อต้าน,การทำลาย ต่อระบอบทุนนิยม เพื่อเป็นเงื่อนไขต่อการเกิดขึ้นของสังคมคอมมิวนิสต์ที่ไม่มีชนชั้นตามแนวคิดแบบมาร์กซิสต์ คงเป็นไปไม่ได้เลย เพราะรูปแบบ,วิธีการ,แนวทาง,นโยบาย ดังได้กล่าวมาข้างต้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมมนุษย์

เป้าหมายในการทำลาย ระบอบทุนนิยม จึงเป็นเป้าหมายที่ผิดอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่สอดคล้องความเป็นธรรมชาติของทุน ซึ่งทุน ยุคปัจจุบันก็คือการสั่งสมทางศักยภาพของมนุษย์ ทุน มีการดำรงอยู่มาแต่บรรพกาล จนถึงปัจจุบันหากมิใช่ว่าเมื่อเกิดกระบวนการผลิตที่มีการจ้างแรงงานและมีชนชั้นกรรมกรที่ยังชีพด้วยการขายแรงงาน จึงจะมีการเกิดขึ้นของทุน การจำแนกความแตกต่างของสังคม ก็คือความแตกต่างขององศาแห่งความเข้มข้นของการใช้ทุนในรูปแบบที่แตกต่างกัน การที่จะบรรลุสังคมตามอุดมคติของนักลัทธิมาร์กซ์ ได้นั้นจะต้องมีกระบวนแห่งวิธีการที่ถูกต้องและสอดคล้องความเป็นจริงทางธรรมชาติของสังคมมนุษย์ ไม่ว่าจะเรียกว่าสังคมอะไรโลกปัจจุบันก็คือโลกของการแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดดุลยภาพของทุนหรือ โลกทุนนิยมทั้งสิ้น ซึ่ง ก็มีการดำรงอยู่ของรูปแบบ การแลกเปลี่ยนศักยภาพแห่งทุนในหลายๆรูปการ เหมือนแบบบรรพกาลเช่น ศักยภาพทางกายที่ได้เปรียบ รูปแบบสังคมทาส เช่นการค้ามนุษย์ในรูปแบบที่มีการแลกเปลี่ยนที่มีความซับซ้อนขึ้น รูปแบบสังคมศักดินา เช่น การผูกขาดการครอบครองในปัจจัยการผลิตเช่นที่ดินหรือแหล่งทรัพยากร รวมทั้งระบบเจ้าพ่ออิทธิพล หรือรูปแบบ ของ ตลาดเสรีของการขายแรงงานกายและแรงงานสมอง หรือที่เรียกว่าทุนนิยม ทั้งนี้ การจำแนกรูปแบบสังคมก็คือการจำแนกประมาณการความเข้มข้นของรูปแบบการใช้ทุน และระบอบแห่งกลไกกลางการแลกเปลี่ยนศักยภาพทุน

การพัฒนาทุนในสังคมมนุษย์ มีการพัฒนากล่าวคือ ทุนคือศักยภาพ ที่แสดงออกภายใต้การเปรียบเทียบและอันตรกิริยาของมนุษย์ในสังคมผ่านทางกลไกกลางที่เป็นรูปการต่างๆในสังคม ทิศทางหลักของการพัฒนาไปของทุนก็คือทิศทางแห่งการรักษาไว้ซึ่งดุลยภาพขององค์รวมร่วมกันของระบบย่อยภายใต้ความเป็นเอกภาพร่วมกันขององค์กรใหญ่ ที่เป็นองค์รวมพหุภาพของระบบ การทำลายทุนก็คือการทำลายศักยภาพของมนุษย์ที่ดำรงความแตกต่างในสังคม เพราะศักยภาพที่แสดงออกของมนุษย์อันประกอบไปด้วยแรงงานกายและแรงงานสมองก็คือทุน ที่มนุษย์มีอยู่ไม่เท่าเทียมกัน ทั้งทางกายภาพและทางกระบวนการทางสังคมที่มีพัฒนาการไปไม่เท่าเทียมกัน

เพราะกล่าวถึงที่สุดแล้ว ทุนก็คือคน และคนก็คือทุน การดำเนินการเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในการพัฒนาของทุนหรือเกิดดุลยภาพในระหว่างการเคลื่อนที่ไปของทุนในสังคม ที่เข้าสู่ยุค โลกาภิวัตน์ของทุน ในปัจจุบัน จะต้องดำเนินการใน รูปแบบ ของ ระบอบทุนนิยมแห่งสังคม ดังที่จะกล่าวในรายละเอียดต่อไป ระบอบทุนนิยมแห่งสังคม ในการอธิบายในที่นี้จะแตกต่างจาก คำว่า ทุนทางสังคม ซึ่งคำว่าทุนทางสังคมหมายถึงการ นำใช้ทุนแห่งปัจเจกชนอันเกิดจากการก่อรูปการการแลกเปลี่ยนศักยภาพทุนจากรูปการทางสังคมต่างๆเช่น ความสัมพันธ์ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมสถาบัน ศาสนา เชื้อชาติ ความเชื่อมั่น ความศรัทธา เป็นต้น ซึ่งการนำใช้ทุนทางสังคม ในความหมายแบบนี้ โดยไม่จำแนกย่อมเกิดผลกระทบต่อการสร้างดุลยภาพ เช่น ลัทธิคลั่งชาติ ,ลัทธิชาตินิยม เป็นต้น
( ยังมีต่อไปเรื่อยๆ....ขออภัยอาจจะช้าบ้างเนื่องจากต้องมาเรียบเรียงใหม่ทั้งหมดจากที่เคยเขียนไว้... และมัวเร่งเรียบเรียงแนวคิดด้านฟิสิกส์ให้จบก่อน)

รวมงานเขียนและแนวคิดของ กระบี่ดาวแดง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com