Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

รวมงานเขียนและแนวคิด
กระบี่ดาวแดง
leehonglong@hotmail.com

ฟิสิกส์ระบำปลายเท้า (ต่อ)


การอธิบายหลักการกระบวนทัศน์องค์รวมพหุภาพ9 มิติ ในฟิสิกส์ระบำปลายเท้าจะเป็นการทำความเข้าใจหลักๆในกรอบขององค์รวมพหุภาพกายภาพหรือมิติที่7....มิติที่8องค์รวมพหุภาพเวลา....และมิติที่9องค์รวมพหุภาพอันเป็นองค์รวมของมิติต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมา...
..........โดยการใช้หลักการเหล่านี้อธิบายปรากฏการณ์แห่งสรรพสิ่ง...เช่นทางด้านสังคม...ทางฟิสิกส์ธรรมชาติทั้งด้านมหภาคและจุลภาคไปถึงหน่วยย่อยอนุภาค...ทางจิตใจของคนเราอันได้แก่สิ่งที่เป็นนามธรรมต่างๆเช่นอารมณ์..สุนทรียภาพความงามความรักเป็นต้น...ทางจิตวิญญาณที่เป็นมวลพลังงานดำรงอยู่ในจักรวาล... ...............................................
ฟิสิกส์ระบำปลายเท้า(TOE) :
(ตอน..สุนทรียภาพ...ความงามความรัก)(ต่อจากตอนที่แล้ว)
ผม reddragon ต้องขออภัยถ้าหากการบันทึกไดอารี่ในช่วงที่ผมบันทึกแทน...หลี่หงหลงในหน้านี้มันแข็งทื่อและไร้อารมณ์...เป็นเพราะอาการของยาชาที่ฉีดไว้ที่หัวใจมันออกฤทธิ์เต็มที่....พร้อมๆกับหัวใจที่เมาเมา....ก็อาจทำให้อ่านแล้วมึนงง....ไม่ต้องโทษใครหรอกครับที่มึนๆนะเพราะผู้เขียนเองบันทึกแบบเซๆและชาๆนะครับ....สุนทรียภาพ....ความงามและความรักที่เกิดขึ้นบนสนามแรงเสมือน...หรือโลกของไซเบอร์สเปซ....ดังได้กล่าวมานอกจากเสียงแห่งหัวใจแล้ว...ยังมีการก่อรูปเป็นองค์รวมใหม่อันเกิดจาก แสง สี และความร้อน....มนุษย์ทุกคนในโลก....หากเมื่อทำการวิเคราะห์แบบแยกส่วนกว้างๆประกอบไปด้วยระบบแห่งองค์รวมใหญ่2องค์รวมคือองค์รวมทางวัตถุหรือทางกายภาพ...และองค์รวมทางด้านจิตใจ ในการวิเคราะห์แบบแยกส่วนย่อยลงไปในโลกทางวัตถุ....ในสิ่งที่เล็กที่สุด...ปัจจุบันเท่าที่เราตรวจวัดได้ก็จะพบว่าในหน่วยย่อยเล็กระดับควาร์ก...ก็ยังเป็นการประกอบกันขึ้นมาจากมวลพลังงานอื่นๆมากมายเช่นกลูออนพลาสม่า เป็นต้น....หามีอนุภาคใดๆที่ดำรงตนเองหรือก่อเกิดขึ้นมาอย่างอิสระ....การวิเคราะห์แบบแยกส่วนย่อย....เรายังพบว่าอนุภาคยังมีการแสดงออกใน2ลักษณะคือเป็นอนุภาคและในอีกสถานะคือเป็นคลื่น..ในทางคณิตศาสตร์ปัจจุบัน...เราไม่สามารถประมาณค่าที่แน่นอนได้...เช่นค่าอินฟินิตี้...ค่าอนันต์เป็นต้น....ดังนั้นการอ้างอิงในสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วยรูปแบบของการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จึงมีข้อจำกัดที่จะหาค่าประมาณการ......ดังเช่น แบบวิธีวิเคราะห์ เอส มาร์ทริก ที่วอร์เนอร์ ไฮเซนเบร์กซึ่งใช้ในการวิเคราะห์หาประมาณการตำแหน่งแห่งที่ของสิ่งที่เล็กที่สุดของวัตถุหรืออนุภาค...ก็ยังได้ข้อมูลกว้างๆเท่านั้นของความน่าจะเป็น......หรือค่าของผลกระทบของผีเสื้อที่เราคำนวนไม่ได้จากข้อจำกัดแบบจำลองทางคณิตศาสตร์...เราจะเห็นได้ว่าแบบวิธีคิดหรือแบบจำลองในสิ่งี่เราเรียกว่าวิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดมากมายในการหาค่าประมาณการ....
การวิเคราะห์แบบองค์รวม(holistic) จะเห็นได้ว่าองค์รวมของมนุษย์ไม่อาจจะแยกส่วนระหว่างกายภาพและจิตใจได้..และต่างเกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน..และมีคุณสมบัติที่เป็นเฉพาะขององค์รวมแต่ละองค์รวมที่ไม่เหมือนกัน....และแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างกัน...โดยไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกนี้ที่มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ.....การตรวจวัดในทางอารมณ์หรือทางจิตใจ....ซึ่งต้องใช้องค์รวมอายตนะของมนุษย์แต่ละคนเป็นเครื่องวัด.....ก็ไม่อาจจะคำตอบที่เป็นแบบกลไก....เช่นสิ่งที่ป้อนเข้าไป...และผลออกมา..จะต้องออกมาเหมือนกันแบบกลไก....ยกตัวอย่างง่ายๆ....เอาก้อนหิน 1 กิโลกรัม ....วางบนมือคน10 คน...น้ำหนักในใจแต่ละคนยังไม่เท่ากันเลย....และไม่มีค่าที่แน่นอนทุกประการว่าน้ำหนักในใจแต่ละคนเท่ากัน... เมื่ออารมณ์แห่งความรักของแต่ละคนก่อเกิดจากอันตรกิริยาขององค์รวมอันแตกต่างกัน...แต่ละคนก็มีคุณสมบัติขององค์รวมที่แตกต่างในการตรวจวัด....และแตกต่างในคุณภาพขององค์รวมในการตรวจวัด......อืม...แล้วหัวใจเซๆ...อย่างผม....ไหนเลยผมจะตรวจวัดได้นี่.....มันเปลี่ยนแปลงราวกังหัน...หมุนวนวันละร้อยหนของระบบความเร็วสูง....เพราะตาลาย...กับความรักบนโลกเสมือนแห่งนี้...
สงสัยยาชา...จะเริ่มจางครับ...!!!
...............................
ผม reddragon....อ่านบันทึกคำสารภาพ(บาป)ของซุนปิน ต่อในอีกหน้า...ซึ่งบันทึกหัวข้อว่าบันทึกข้อมูลทางฟิสิกส์กายภาพและชีวภาพของกุหลาบ...บนสนามแรงเสมือน....ซึ่งบันทึกไว้ดังนี้...
“ ผม...ซุนปิน...ได้เข้าไปยังสวนดอก......เอ้อ....ขอโทษคอแห้งเสียงขาดหายไปหน่อยกุหลาบบางดอกมองค้อนขวับผมเลยต้องพูดต่อ..........สวนดอกกุหลาบครับ...ในหมู่บ้านในไซเบอร์แห่งหนึ่ง....และได้แวะทักทายกับกุหลาบต่างๆมากมาย...เพื่อสัมผัสกับข้อมูลทางแสงสีเสียงและความร้อนแห่งกุหลาบ....ในสนามแรงโลกเสมือน...มันเป็นสิ่งที่ลำบากมากนะครับ....ที่จะใช้สมการคณิตศาสตร์แห่งโลกวัตถุตรวจวัดในเชิงประจักษ์นิยมขององค์รวมอารมณ์แห่งความรัก......เพราะสิ่งที่ตรวจวัดนั้นมันมีค่าอนันต์ในโลกของวัตถุ....และหยั่งวัดความรู้สึกได้ก็ต้องใช้สุนทรียภาพของอารมณ์หรือการสัมผัสเสียงสีแสงความร้อนแห่งหัวใจ....อย่างเช่น...อักษรของคำว่า..รัก...ที่ปรากฏบนหน้าจอ...แค่คำเดียวพลังงานศักย์ที่ดำรงอยู่มหาศาล...เกินกว่าตรวจวัดได้ในทางวัตถุ...หากวัดทางวัตถุจะเห็นได้ว่าพลังงานมหาศาลกว่าจะมาเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งพลังงานในการผลิตวัตถุดิบ..การจัดการ......และในตัวผมเองที่บริโภคอาหารมาหลายปีกว่าจะเกิดการรับรู้ของพลังงานความรักที่มีพัฒนาการยกระดับไปเรื่อยในทางจิตใจ...และยังรวมไปถึงอันตรกิริยากับภายนอก....กับคนที่เรารักและผลกระทบกลับ....พลังงานศักย์ของความรักที่ดำรงอยู่เหล่านี้ในทางวัตถุ...มันมีค่าศักย์ที่ดำรงอยู่มหาศาลยังหาค่าประมาณการไม่ได้....ผม..ซุนปินต้องขออภัย...กุหลาบทุกดอก..ในหมู่บ้านแห่งนี้ถ้าหากว่าข้อมูลที่บันทึกนี้อาจทำให้กุหลาบในโลกเสมือนแห่งนี้ไม่พอใจ...เพราะอาจเป็นข้อสรุปของผมซุนปินที่มองเพียงผิวเผินแห่งข้อมูลดิบที่มีอันตรกิริยากับตนเอง.....โดยกระบวนแห่งอันตรกิริยามีขอบเขตที่กว้างกว่าโลกทางวัตถุคือเมื่อเทียบกับโลกทางวัตถุอย่างสัมพัทธ์ก็จะเป็นอันตรกิริยาของอดีตปัจจุบันและอนาคตในขอบเขตของกาลาวกาศ.....และไม่ขึ้นกับกฎอนุรักษ์มวลพลังงานในทางวัตถุ...กุหลาบดอกนั้น...แห่งอดีตกาลก่อรูปขึ้นในใจผม....ในต้นแรกเมื่อผมเดินเข้ามาผมทักทายกับเธอ...และสัมผัสกับความหวานและนุ่มนวล...ความอบอุ่น..และกลิ่นหอมบางเบาที่โชยมา...มันทำให้เกิดความรู้สึกที่อยากได้มาไว้ครอบครองไว้ในใจ....ผมต้องถามตัวเอง...การครอบครองอย่างหยาบๆเหมือนโลกทางวัตถุเพื่อตนเองมันจะยั่งยืนชั่วฟ้าดินสลายหรือ....เมื่อกุหลาบแดงดอกนั้นที่เอาเก็บไว้ในสมุดบันทึกมาหลายปีมันก็เป็นเพียงดอกไม้แห้งแบนตามน้ำหนักกระดาษที่ทับและก็ไร้กลิ่นหอม....หาได้ชั่วฟ้าดินสลายในการครอบครองไม่แต่ทำไมมันยังดำรงอยู่ในใจ....ผมถามตัวเอง...และก็ได้คำตอบ....มิตรภาพและ ความดีงามที่เธอให้มาต่างหากดำรงอยู่ในใจผม....มายาวนาน.....รูปทางวัตถุที่แปรเปลี่ยนไปตามทางธรรมชาติหาได้คงที่ไม่....“ เจ้าอยากจะได้กุหลาบมาครอบครองไว้ในใจ....แล้วจะอยู่ได้นานหรือเมื่อเจ้าเองก็ไม่ได้ให้ความรักอะไร...แก่กุหลาบ.”....ผมถามตนเอง...เพียงแค่อยากให้กุหลาบมาไว้ในการครอบครองตามความต้องการ...ชั่วฟ้าดินสลาย...หากไม่มอบความรักที่บริสุทธิ์...ไหนเลยจะได้รับมิตรภาพและรอยยิ้มจากกุหลาบเพื่อที่จะเก็บเอาความประทับใจเหล่านั้นมาไว้ในใจ....ผมยังคงยืนวนเวียนอยู่ที่ต้นกุหลาบต้นนั้นที่ก่อรูปของอารมณ์ในองค์รวมแห่งความรักที่เกิดขึ้นอย่างหยาบๆ.......ในที่สุดก็ต้องตัดใจเมื่อนึกถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก..reddragon….หากไม่เดินต่อไปไหนเลยจะหาข้อมูลดิบได้....เมื่อกุหลาบยังมีอีกมากมายและนี่เพียงแค่ระบบความเร็วขั้นต่ำเท่านั้น...ระบบความเร็วที่สูงกว่านี้แล้วเจ้าจะทำได้หรือ...และยังจะมีโลกแห่งความเร็วที่สูงกว่านี้อีก...ไปจนถึงอนันต์ผมเดินจากกุหลาบต้นนั้นที่เกิดอันตรกิริยาจากอดีตด้วยความปวดร้าว......แต่ก็ไม่วายหันไปชำเลืองดูอีกรอบ...การมอบมิตรภาพและความรักออกไปจากตัวตนต่างหากที่จะคงความรักชั่วฟ้าดินสลาย......ผมต้องเตือนตนเอง....เพราะผลจากการกระทำเช่นนั้นจึงจะได้รับความรักที่บริสุทธิ์กลับมาเก็บไว้ในใจ....ความรักที่สัมผัสได้จาก...แสงสีเสียงและอุณหภูมิแห่งหัวใจ...ย่อมเบาบางบริสุทธิ์..ไร้ซึ่งความหวาดระแวงเคลือบแคลงสงสัยใดๆซึ่งกันและกัน.......และสัมผัสได้ด้วยใจเท่านั้น...
ผมสัมผัสกับความอดทนเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกุหลาบต้นหนึ่ง....ที่เผื่อแผ่ความรักออกมาด้วยมิตรภาพที่มีต่อต้นอื่นๆ....ทั้งๆที่กุหลาบดอกนั้นกิ่งก้านลำต้นอ่อนแอยิ่งนักด้วยโรคร้ายที่รุมล้อม...กุหลาบ...หลายดอกปวดร้าว..ทั้งๆที่รูปโฉมแห่งการที่ผมสัมผัสด้วยตัวอักษรมันจะปิดบัง....แต่ผมมองเห็นความงดงามความรักและมิตรภาพแห่งจิตใจที่ดีงามของเธอ...มันอยู่ลึกเหนือการสัมผัสด้วยสายตาในโลกทางกายภาพจากตัวอักษรบนคอมพิวเตอร์ที่เป็นสื่อเข้าสู่โลกเสมือน......บางดอก...ก็แสดงออกในเรื่องโฉมภายนอกเพื่อให้ได้รับการยอมรับหรือรับความรักจาก..กุหลาบอื่นๆ....ความจริงแล้วมีความงดงามอีกมากมายภายในที่ให้สัมผัสได้....บางครั้งก็แสดงออกในลักษณะประชดประชันกับ...ความงดงามจอมปลอมหรือหน้ากากจากภายนอก.....จนทำให้ดอกกุหลาบอื่นๆดูว่าก้าวร้าวและแปลกแยก...แต่ที่จริงแล้วยังมีความงดงามในใจถ้าหากกุหลาบเหล่านั้นสัมผัสกับภายในของตน....ผมเห็นกุหลาบน้อย...บางดอกที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว....ได้รับมิตรภาพอันอบอุ่นจากมวลกุหลาบที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กุหลาบน้อยๆเหล่านั้น....เราไม่อาจจะสัมผัส...แสงสีเสียงแห่งความรักที่บริสุทธิ์เหล่านี้ได้.....หากเราคิดเพียงจะครอบครองให้ได้มา...เพื่อเพียงให้คนอื่นรักเรา....ให้สังคมรักเรา...ให้ประเทศชาติและมวลมนุษยชาติรักเรา...แต่เพียงฝ่ายเดียว.....โดยเราไม่ได้ให้ความรักความที่บริสุทธิ์ออกไป....มีเพียงการแสดงออกก็เพียงเพื่อหวังครอบครองแห่งตน....ความรักที่บริสุทธิ์....บางเบาเกินกว่าสิ่งหยาบกร้านทางกายภาพจะรับรู้.....และนอกเหนือจากโลกกายภาพที่สัมผัส....ยกเว้นจิตใจที่ใสสะอาด....รักบริสุทธิ์จากการที่เราให้ไป....จะตราตรึงอยู่ในใจแห่งผู้ให้และผู้รับ....ชั่วฟ้าดินสลาย..ความรักที่เกิดขึ้นอย่างชั่วฟ้าดินสลาย....เกิดจากการที่เราให้ออกไป...เมื่อมีแต่ความรักออกไป....เราจึงตัดความโกรธความเกลียดของเขาเหล่านั้นออกไปได้...
เหลือเพียงแต่ความรัก.....ที่เรานำมาหล่อหลอมใหม่ในใจเรา....
เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมทั้งในขอบเขต...และกาลเวลา...รวมทั้งระบบของความเร็ว..
ขอบเขตุของ...อดีตที่กว้างขึ้น...ปัจจุบัน..และอนาคตที่กว้างขึ้น...
เมื่อเทียบกับโลกทางวัตถุ...อย่างสัมพัทธ์....
ผิดไหมครับ...ท่าน reddragon....ที่ผมจะรักกุหลาบเหล่านี้....
บาป...ไหมครับ...ถ้าผมจะรักเธอชั่วฟ้าดินสลาย.....
รักในความดีงาม....ความบริสุทธิ์ใจของเธอที่แสดงออกมา.....จากส่วนลึกสุดในใจ..
ที่ผมนำมาหล่อหลอมในจิตใจใหม่....ผมขอรักเธอ...ชั่วฟ้าดินสลาย....บาปไหมครับ...!!!
และจะขอรักอย่างไม่มีความหวาดระแวงเคลือบแคลงสงสัยใดๆ...ครับ..ทั้งๆที่ผมไม่เคยเจอรูปร่างทางกายภาพ...ของกุหลาบเหล่านี้แม้แต่ดอกเดียว...!!!
สัมผัสเพียง...อณูแห่งความรักที่แผ่มาจากตัวอักษรที่ลึกลงไปในหัวใจ.........................................
ความรักสูงสุด....ก็คือนิพพาน
ผม..reddragon...เปิดอ่านบันทึกในอีกหน้า...ของซุนปิน..บันทึกว่า....หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นไปได้ยังไงความรักสูงสุดก็คือนิพพานครับ......แต่เป็นความจริงครับ...เมื่ออธิบายในเชิงประจักษ์นิยมในแบบที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์หรือหลักการทางฟิสิกส์ชีวภาพ....ภายใต้อันตรกิริยาของมวลพลังงานกับองค์รวมทางกายภาพและชีวภาพของมนุษย์....นิพพานหมายถึง...การดับสูญของจิตและไม่มีการเกิดขึ้นใดๆเพื่อก่อรูปการทางวัตถุหรือกิเลสขององค์รวมทางชีวภาพมนุษย์คนนั้นๆ....
กระบวนการแห่งอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เป็นการสร้างตนเองขึ้นมาใหม่ขององค์รวมนั้น....แต่การเกิดขึ้นมาใหม่ในรูปการทางวัตถุอื่นๆเนื่องจากเกิดจากการที่องค์รวมอื่นองค์รวมใดได้ดึงเอามวลพลังงานที่กระจายอยู่เข้ามาก่อรูปการใหม่ภายใต้กระบวนการแห่งอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นมาใหม่....อันตรกิริยาในทางฟิสิกส์...ขององค์รวมแห่งความรักของมนุษย์เกิดจาก...
กระบวนแห่งการดึงดูดมวลพลังงานและกระบวนการส่งผ่านมวลพลังงานออกไป...ภายใต้กรอบอ้างอิงของระบบกาลาวกาศที่อ้างอิงอันแตกต่างกันไปตามพัฒนาการของกระบวนการทางจิต....ระบบทางจิตใจของมนุษย์ มีหลายระบบอ้างอิง...
นับตั้งแต่ปฏิสนธิ....วัยเด็ก...วัยรุ่น....ผู้ใหญ่...และวัยชรา...
กระบวนการดึงดูดมวลพลังงานเข้ามา.....และกระบวนการส่งผ่านมวลพลังงานออกไป....แต่กระบวนการด้านจิตใจของมนุษย์ที่มีพัฒนาการที่สูงขึ้น....เกิดจากกระบวนแห่งการส่งผ่านพลังงานออกไป....ครับ...มีแต่การส่งมวลพลังงานความรักออกไป....จิตใจจึงจะยกระดับการพัฒนาสูงขึ้น...และไม่ก่อรูปอันตรกิริยาของระบบความเร็วต่ำลงของรูปการวัตถุ....และระบบที่ช้าลงเรื่อยๆ...จนถึงการเกาะกุมอย่างหนาแน่นของมวลกิเลส....จนถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกวัตถุกับโลกทางจิตที่เกิดการกระทำในทางวัตถุ.....กระบวนการส่งพลังงานแห่งความรักออกไปกระทำต่อมวลพลังงานมหาศาลที่ดำรงอยู่ภายนอกในจักรวาล....มีผลให้เกิดพลังงานที่สูงในกระบวนการที่เกิดอันตรกิริยาบนสนามแรง....ทั้งนี้เนื่องจากพลังงานภายนอกที่ไร้แรงต้านทานใดๆอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นใหม่ในใจจึงเป็นการวิ่งกลับไปมาในขอบเขตุที่กว้างขวางออกไปจากตัวตน....เพื่อตัวตน....
สุนทรียภาพทางด้านอารมณ์....ถ้าเราค้นคว้าเพื่อหาค่าตรวจวัดประมาณการในรูปการทางวัตถุ...การประยุกต์เพื่อนำมาใช้ในการดัดแปลงธรรมชาติของมนุษย์.....เราก็อาจเกิดการค้นคว้าการโคลนนิ่ง...การย้ายมวลสารหรือองค์รวมของกระบวนการที่ก่อเกิดอารมณ์ที่มีอันตรกิริยากับภายนอก....เพื่อตรวจวัดค่าอันตรกิริยากับมวลพลังงานแห่งความรัก....ที่ดำรงอยู่ในสนามแรงในรูปการตรวจวัดค่าประมาณการในทางวัตถุ.....การนำเอาความรู้ในเรื่องสุนทรียภาพของความรักไปประยุกต์ค้นคว้า....สามารถที่จะสร้างสรรค์และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการยกระดับจิตใจของมนุษย์มากมายเหลือคณานับ...
เช่นระบบกลไกของมนุษย์ที่มีต่อยาหลอก....หรือสิ่งที่หลอกตนเองว่ากินยาแต่หายได้...ซึ่งความจริงแล้วกระบวนการรักษาตนเองของมนุษย์เป็นตัวสำคัญในการหาย....กระบวนการบังคับของอารมณ์..ฯลฯ....พลังงานความรัก...ยิ่งใหญ่ที่สุด...และเป็นบ่อเกิดของสรรพสิ่ง....
มีพลังงานสูงที่จะหยุดระเบิดนิวเคลียร์
สามารถที่จะทำให้โลกมีสีเขียว....จากที่แห้งแล้งได้...
สามารถที่จะทำให้มวลชีวิตทุกชีวิต....มีความสุข...
หยุดยั้ง...การทำลายล้างที่มนุษย์...มีต่อสรรพสิ่ง....เพราะความรักที่มนุษย์มีต่อมนุษย์และต่อสรรพสิ่ง....ก็คือจริยธรรมสูงสุด..................................
ความรัก....เป็นหัวใจแห่งนวัตกรรมและสรรพศาสตร์
การประยุกต์....หลักการแห่งความรักอันเป็นหลักการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้...ในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์นั้น...ความรักคือพื้นฐานของกระบวนการใดๆในการก่อรูปการทางความคิด...บางคนอาจจะบ่นว่า....หลี่หงหลง...เขียนอะไรอยู่ได้...มีแต่เรื่องรักๆๆๆ...หาสาระอะไรไม่ได้...นั่นก็เป็นอีกความคิดหนึ่ง....แต่เมื่อเราจะวิเคราะห์กฎเกณท์ใดๆมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ...เพราะมนุษย์เป็นผู้วิเคราะห์และก็มีเพียงการวิเคราะห์ความรักตัวตนของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก....ในการตรวจวัด...ทิศทางทฤษฎีใดๆว่าถูกต้องหรือไม่...วัดง่ายๆคือมีดุลยภาพของความรักหรือไม่....แค่นี้เองครับ...ในสังคมมนุษย์ก็คือไม่ได้เอียงไปในการรักเพื่อตัวตนมากไปหรือการให้ออกไปโดยไม่สามารถคงรูปอย่างสัมพัทธ์ของตัวตนได้....หลักการทั่วไปของทฤษฎีใดๆจากตอนที่แล้วคงสรุปได้กว้างๆว่า...
วิเคราะห์องค์รวมแห่งความรัก....บนเส้นทางสายกลางแห่งความรัก....ที่มีขอบเขตุพัฒนาการจากตัวตนไปสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก.....
ความรัก....เป็นองค์รวมแห่งการก่อเกิดความสุข..ความอบอุ่น...ความเอื้ออาทร..สันติภาพ...การประยุกต์เพื่อสร้างนวัตกรรมทางทฤษฎีในทางสังคมศาสตร์ให้มีทิศทางที่ถูกต้องและรับใช้กับมนุษย์...ในการวิเคราะห์แบบแยกส่วน ตัวอย่างเช่น...เศรษฐศาสตร์ : หลักการสร้างดุลยภาพของความรัก ในการจัดสรรทรัพยากร...
การเมือง- สังคม : หลักแห่งดุลยภาพของความรักระหว่างบุคคลและสังคมอันเกี่ยวพันกับ การใช้อำนาจ และกฎเกณท์การอยู่ร่วมกันในสังคมสิ่งแวดล้อม,จิตวิทยา,การบริหารการจัดการ,การตลาด,การโฆษณาประชาสัมพันธ์,การทหาร...ฯลฯการประยุกต์เพื่อสร้างนวัตกรรมและตรวจสอบทิศทาง...ว่ารับใช้มนุษย์หรือไม่..ในทางด้านวิทยาศาสตร์...เช่น..สถาปัตยกรรม : หลักการจัดดุลยภาพในความสัมพันธ์สุนทรียภาพความรัก กับการสร้างแบบจำลอง..
วิศวกรรม....ก็เป็นหลักการที่เป็นการจัดการด้านโครงสร้างในโครงงานหรือแบบจำลองใดๆภายใต้จินตนาการอันก่อเกิดจากความรักแห่งตัวตนของคนเราในการดำรงชีพให้เกิดดุลยภาพกับภายนอกฟิสิกส์....ก็เป็นการค้นคว้าหาหลักการทั่วไปในการทำความเข้าใจกฎเกณท์ต่างๆทางธรรมชาติภายใต้กรอบคิดของมนุษย์...ที่มีอันตรกิริยากับสนามแรงในจักรวาล...และที่สำคัญสนามแรงเสมือนหรือสนามแห่งความรักอันอยู่บนโลกแห่งจิตใจของมนุษย์.....( คงจะได้กล่าวในตอนต่อๆไป....เกี่ยวกับสนามแรงและฟิสิกส์แห่งกรรม...กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี...ฟิสิกส์ชั่วฟ้าดินสลาย......)จะเห็นได้ว่า...ทุกสาขาวิชาล้วนแยกไม่ออกจากมนุษย์....และมนุษย์ก็มีความรักเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อน....การสร้างทฤษฎีใดๆที่มีทิศทางที่ถูกต้องในการนำมารับใช้มนุษย์.....ก็ย่อมแยกไม่ออกจากความรักและการจัดดุลยภาพของความรักหรือเส้นทางแห่งรัก....ระหว่างตัวตนเพื่อครอบครอง...กับการให้ออกไป....ในสนามแรงต่างๆ...ที่มนุษย์ค้นพบมีเพียงแค่ 4 สนามแรง....แต่หาคำตอบไม่ได้ว่าระบบจิต...ดำรงอยู่ที่ตรงไหน.....เอาไว้พรุ่งนี้ผมค่อยบันทึกต่อ....เพราะเดี๋ยวจะสรุปไม่ได้ว่าสุนทรียภาพคืออะไร..คำตอบง่ายๆ....ครับ..คือ..รัก.....ผมขอสรุปกว้างๆ....จากข้อมูลที่...ซุนปิน...และreddragon …..วิเคราะห์ตัวอย่างอารมณ์...ต้องเข้าใจนะครับว่าอารมณ์...เพราะอารมณ์เป็นตัวก่อเกิดสุนทรียภาพ...ในการวิเคราะห์บนโลกเสมือนในเรื่องอารมณ์แห่งความรัก...ของชายและหญิง.....อ้อ..ลืมเปิดบันทึกเทปที่สองคนเขาพูดกันผมแอบอัดไว้จะดูว่าเขานินทาผมยังไง....เทปบันทึกบางตอนดังนี้ครับ...Reddragon: เอ้า...กลับมาแล้วเหรอ..ซุนปิน....เฮ้ย!! มาดูอะไรหน่อย...
ซุนปิน : ท่านreddragon เอาผ้าคลุมคอมพิวเตอร์หน่อยครับ...Reddragon ทำไมล่ะ...
ซุนปิน : ผมเขินครับ...!!!Reddragon : จะบ้าหรือไงซุนปิน....มิน่าถึงเดินเข้าใกล้คอมพ์หน้าแดงวูบเลยเชียว..เพราะยังงี้นี่เอง...ถึงไม่กล้าไป..แชทแซวเขาตามบ้านต่างๆ...
ซุนปิน : สงสัยผมต้องแปลงร่างใหม่แล้วล่ะ...ท่าน ReddragonReddragon : ซุนปินดูนี่สิ...คอมพ์มันไฟฟ้าช็อตหรือเปล่าแดงวูบวาบเลย...
ซุนปิน : ท่าน Reddragon ท่านยังไม่เสียบปลั้กเลยครับ...!!!
ผมหลี่หงหลงก็ได้แต่มึนงงกับสองคน....โรคแพ้ใจซินโดรม...มีอาการข้างเคียงคือเขินได้ด้วยแฮะ!!!.....เขินได้ยังไงกับคอมพิวเตอร์..............................................
วันนี้ผม...หลี่หงหลง...กลับมาบันทึกไดอารี่ที่บ้านตัวเองอีกครั้ง.......คือผมไปว่ายน้ำมาครับเลยให้reddragonกับซุนปินช่วยบันทึกต่อเรื่องสุนทรียภาพความงามความรักบนสนามแรงเสมือน....แทนให้...ไม่รู้สองคนเขานินทาอะไรผม...คือออกไปซื้อแว่นกันน้ำเพราะมันรั่วเวลาว่ายน้ำและดำน้ำ...น้ำมันเข้าตาเลยแดงนิดหน่อย.....ว่ายน้ำ..ดำน้ำก็มีความสุขสดชื่นดีครับ.....บางคนถ้าเกิดอาการ chill chill จากการว่ายน้ำนานไป...ขาดอุ่นไอรัก...เอ้อพูดผิดไปหน่อยครับมันติดปาก....chill.... ที่ผมกล่าวถึงไม่ได้มีความหมายอันเป็นแสลงของเด็กแนวๆเขาใช้กันนะครับที่หมายถึงการผ่อนคลายรีแลกซ์อะไรทำนองนี้.....แต่หมายถึงคำแปลที่ว่าเย็นยะเยือกตามศัพท์.....แต่ถ้าใครเกิดอาการดังกล่าวนี้...คือขาดไออุ่นก็เปิดคอมพ์ครับ....และเอามืออังที่หน้าจอ....ไม่ต้องเสียบปลั้กนะครับ..ถ้ามองเห็นหัวใจคอมพ์มันเต้นตุบตับ...ละก็นั่นแหละร่างกายจะอุ่นขึ้น....เพราะคนในบล็อกเขาส่งมา....เอ้า...สองคนเขาบันทึกอะไรทิ้งไว้อีกล่ะ....เดี๋ยวค่อยอ่านให้ฟังครับ...คือ ผมหลี่หงหลง.....บันทึกค้างไว้ก่อนสองคนมาเขียนต่อ...เรื่องอาการของโรคแพ้ใจซินโดรมที่แพร่ระบาดในโลกเสมือนนั่นแหละ......มันเป็นแบบวิเคราะห์เพื่อการประยุกต์ของสถาบันวิจัยประยุกต์การย้ายมวลพลังงานความรัก...ที่ซุนปินและreddragon เขากำลังหาข้อมูลรวบรวมอยู่....ที่ผมกล่าวถึง....ก็เพราะว่าถ้าคุณย้อนกลับไปในตอนที่ผมเขียน...และลองฟังเสียงของหัวใจใหม่....ถึงเวลานี้คุณคงทราบแล้วว่า...อาการแพ้ใจมันยกระดับขึ้นไปสู่ระดับของระบบที่มีความเร็วสูงขึ้นกว่าเดิม....นั่นหมายความว่าเริ่มลดการคิดคำนึงแค่ตัวตน...หันไปทำความเข้าใจคนอื่นที่ไม่ใช่เรา....คุณลองทดสอบหลายๆครั้ง....เข้าไปแชทๆๆๆๆๆ...ให้เยอะส่งผ่านความรักออกไปให้เขาหัวเราะเขามีความสุขหยอกล้อกันมั่ง...คุณรู้ไหมครับ...ปฏิกิริยาย้อนกลับที่เกิดขึ้นคุณเองนั่นแหละครับ....นั่งยิ้มอยู่ได้คนเดียว.....แน่ะ...ผมมองเห็นนะครับ....คอมพิวเตอร์ของคุณหน้าแดงเลยล่ะ...!!!
เอ๊ะ...!!! มีด้วยเหรอคอมพ์หลั่งสารเอ็นโดรฟิน....???
ขอวกเข้าเรื่อง...ตามหัวข้อข้างบน....ถ้าการบันทึกเรื่องราวอาจจะ Chill Chill ก็คงเป็นเพราะแช่น้ำมานาน.....ไม่เหมือนreddragonหรอกครับ...ฉีดยาชาหัวใจเข้าไปได้ยังไง....สงสัยแอบฟังเสียงหัวใจหมอฟันที่ถอนฟันแน่เลยเพราะปากมันพูดไม่ได้เวลาถอนฟัน.....จำเป็นต้องฟังเสียงหัวใจหมอ.....ดังได้กล่าวมาข้างต้น...
สรรพศาสตร์ทุกแขนง....สุนทรียศาสตร์...สังคมศาสตร์ทุกสาขา....การเมืองการทหาร...ปรัชญา....จริยธรรม ความเชื่อ บรรทัดฐานทุกชนิด หลักของนวัตกรรมทุกสาขา ฯลฯสรุปง่ายๆ....ทุกสาขาวิชาการ...มีหลักการอยู่เพียงแค่...รัก...
และเส้นทางแห่งรัก...แค่นี้จริงๆครับ....!!!....รัก...ก็คือหลักการทั่วไป.....เส้นทางแห่งรัก..ก็คือมรรควิธีในการสร้างดุลยภาพแห่งรัก...
จากกรอบอ้างอิงความรักแห่งตัวตน.....ไปสู่การยกระดับสูงขึ้นของตัวตน...และไปสู่ภายนอก..หัวใจของวิชาการทั้งหมดมีอยู่แค่นี้จริงๆครับ...!!!แต่แปลก...จริงๆ...สถานศึกษาไม่มีตำราเรียนมิตรภาพความรักในชั้นเรียน....ไม่เรียน...แสงสีเสียงความร้อนของหัวใจ...ที่เป็นหัวใจแห่งสรรพตำรา....( หมายเหตุ: แล้วนี่จะสรุปสุนทรียภาพแห่งความรักบนโลกเสมือนจบไหมนี่...กับการสรุปในสิ่งที่ไม่มีบทสรุป...เพราะความรักมันยาวไม่รู้จบ....)
...................................
โครงสร้างการสร้างแบบจำลองของอารมณ์...
วันนี้ผมซุนปิน...มาบันทึกจากแบบการวิเคราะห์อารมณ์บางส่วนในโลกเสมือนไซเบอร์สเปซ....โดยผมเลือกเอาอารมณ์แห่งความรักเป็นหลัก...ทำยังไงได้ล่ะครับเพื่อความรักก็ต้องยอมทน...บางท่านก็อาจจะหมั่นไส้...กับทฤษฎีหัวแม่ตีน(ขอยืมศัพท์ท่านอาจารย์ชัยอนันต์หน่อยครับ)...อธิบายได้ยังไง...ความรักเป็นหัวใจหลักของสรรพศาสตร์...ทฤษฎีหัวแม่เท้าหรือ TOE มันย่อมาจาก Theory Of Everything ......แต่ผมขอเรียกเป็นหัวแม่เท้าของหัวใจ...นะครับ...หรือเวลาเราดูสาวๆเขาแสดงระบำปลายเท้า...นั่นแหละเรียกง่ายๆก็เป็นฟิสิกส์ที่มีลีลาแบบระบำปลายเท้าเปิดเพลงคลาสสิกฟังออร์เชสตร้าไปด้วยนะครับ.. .แต่ถ้าเพื่อความมันก็เพลงร็อกไปเลยก็ได้..ก่อนอื่นต้องขอให้ทบทวนดูที่ reddragon นำเสนอในหัวบล็อกที่ชื่อว่า...กระบวนทัศน์องค์รวมในกรอบ9มิติก่อนนะครับ..ที่ประกอบไปด้วย....มิติที่5 เงา...มิติที่6..วงแหวน.....มิติที่7 การทับซ้อน(พหุภาพทางกายภาพหรือspace)….reddragon อธิบายถึงแค่นั้น...ในบล็อกนี้...สายน้ำแห่งความรัก...จะเน้นด้านปรัชญาและสุนทรียภาพต่างๆ...เมื่อกล่าวถึงสุนทรียภาพก็เลยถือโอกาสเกริ่นทำความเข้าใจเบื้องต้นใน....มิติที่8 มิติแห่งการทับซ้อนของเวลา...ซึ่งในขอบเขตุสุนทรียภาพนั่นก็คือโลกทางจิตใจของคนเรา....และ มิติที่ 9 มิติแห่งองค์รวมพหุภาพ(หมายถึงองค์รวมทั้งหมดของ8มิติ).....และในขอบเขตุสุนทรียภาพความรักที่ผมจะกล่าวก็จะเป็นองค์รวมทางกายภาพและทางจิตใจของคนเรา....การทำความเข้าใจโครงสร้างแบบจำลองอารมณ์บนโลกเสมือนเป็นสิ่งสำคัญต่อคนเรา...ในการที่จะทำความเข้าใจถึงการกำเนิด...และการก่อรูปการใหม่ของระบบที่มีความเร็วสัมพัทธ์ที่สูงกว่าความเร็วแสง....แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ปัจจุบัน...ในทางฟิสิกส์ เช่นทฤษฎีสัมพัทธภาพ....ทฤษฎีควอนตัม...หรือแบบวิเคราะห์เอส-มาร์ทริก ของวอร์เนอร์ ไฮเซนเบอร์ก...ก็ได้เพียงความไม่แน่นอนข้อจำกัดในการอธิบายอันเนื่องมาจาก...ประการแรกสมมติฐานที่ว่า ความเร็วแสงคือค่าสูงสุดและเป็นค่าสัมบูรณ์
ประการที่สอง มีข้อสมมติฐานและสร้างแบบจำลองจักรวาลเป็นกรอบเฉื่อยของระบบความเร็วแสงภายใต้สมการทางคณิตศาสตร์ที่จำกัดค่าคงที่ที่ความเร็วแสงเป็นความเร็วสูงสุด..เมื่อความเร็วของแสง....เกิดจากพลังงานการระเบิดของดวงอาทิตย์...พลังงานที่ใช้เร่งคลื่นอนุภาพส่งออกมาจากดวงอาทิตย์...ภายใต้กรอบความเร็วของระบบสุริยะแต่ทำไมจะต้องถือเป็นความเร็วสูงสุด....ของจักรวาล....มันก็แค่ระบบสุริยะเท่านั้น....แรงระเบิดของดวงอาทิตย์...แค่เศษเสี้ยวในจักรวาล...กำลังส่องสว่างของเทียนแท่งเล็กๆเราจะถือเป็นกรอบเฉื่อยได้หรือครับ...เมื่อเทียบกับระบบไฟสปอทไลท์ดวงใหญ่ระบบสุริยะเป็นแค่ส่วนเล็กๆอันน้อยนิดของกาแลกซี่....
แสงอันเกิดจากพลังงานดวงอาทิตย์...ก็จำกัดในการก่อรูปการแค่ระบบความเร็วแสง...พลังงานมหาศาลที่เหนือกว่าพลังงานจากดวงอาทิตย์ดำรงอยู่ครับในจักรวาล....จำนวนมากมายหลายระดับความเร็วพลังงานมหาศาลหลายระบบที่เป็นระบบทับซ้อนของกาลาวกาศ...ดำรงอยู่...ทะลุผ่านระบบความเร็วต่ำที่มีความเร็วแสงราวกับระบบความเร็วแสงไม่ได้อยู่ในสายตา...เอาแค่ความเร็วแค่นิวตริโนยังวิ่งทะลุผ่านสิ่งๆที่เป็นวัตถุบนโลกเป็นว่าเล่น..เราลองจินตภาพง่ายๆ....ของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
เอาแบบให้เข้าใจง่ายๆเช่น...รถยนตร์สองคัน...วิ่ง50กม/ชั่วโมง และ อีกคัน 100กม/ชม.ออกจากจุดสตาร์ทพร้อมกัน...รถคันหลังวิ่งยังไงก็ไม่ทันคันแรก.....แสงก็เช่นกันถ้าแสงเป็นรถคันที่วิ่ง50กม/ชม. แล้วจะไปรับรู้อะไรได้ครับกับ รถที่วิ่ง100 กม./ชม.ในการอธิบายแบบสัมพัทธภาพเราก็จะได้คำตอบว่า....ความเร็วสูงกว่าความเร็วแสง...มีขอบเขตุหรือ space ที่กว้างเมื่อเปรียบเทียบระบบแสงดวงอาทิตย์...คือขอบเขตของค่าเวลา หรือt จะยาวกว่าครอบคลุมไปทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต....เมื่อเปรียบเทียบอย่างสัมพัทธ์กับระบบความเร็วแสงดวงอาทิตย์........
ทำไมเรามองไม่เห็น...ก็เพราะมันเร็วกว่าแสง...ทำไมก่อรูปวัตถุไม่ได้เพราะมันอยู่ในระบบที่ความเร็วสูงกว่าแสง.....การทับซ้อนของกาลาวกาศ.....ของระบบความเร็วหลายระบบดำรงอยู่ในจักรวาลและอยู่รอบตัวเราโดยเรามองไม่เห็นและตรวจวัดด้วยระบบความเร็วแสงไม่ได้...และเราไปให้คำอธิบายว่า...ไม่มี...
มีแต่วิทยาศาสตร์แบบกะลาครอบด้วยความเร็วแสงจึงจะถูกต้อง....และเป็นวิทยาศาสตร์...สำหรับบนโลก....จิตที่หยุดนิ่ง....สัมผัสได้ครับเพราะเป็นความเร็วสัมพัทธ์ของระบบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสงกับการสัมผัสด้วยใจที่หยุดนิ่ง....เห็นไหมครับ...สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในจักรวาล...คือมนุษย์ครับ...สัมผัสและรับรู้ได้หลายระบบถ้าต้องการ.....และเลือกที่จะมีความสุขแบบไหนในการก่อรูปใหม่ของระบบความเร็วที่แตกต่าง....จากตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการอธิบายถึงระบบความเร็วที่แตกต่างกันซ้อนทับอยู่ในกาลาวกาศ....หากเรามองกาลาวกาศแบบจำลอง4 มิติในแบบที่เราเคยชิน...เราก็จะสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใหม่ได้เช่นกัน....หากต้องปรับย้ายกระบวนทัศน์ใหม่เป็นแบบองค์รวมจักรวาลทัศน์....กล่าวคือ..จะมีหลักการวิเคราะห์ดังนี้.....- ในระบบแห่งความเร็วที่สูงกว่าความเร็วแสงอย่างสัมพัทธ์.....จะมีขนาดของสเปก....และเวลาที่ยาวกว่าระบบความเร็วที่ช้ากว่าหรือความเร็วสูงสุดเท่าความเร็วแสง.....นั่นหมายความว่าระบบความเร็วที่สูงกว่าจะมีความยาวของกาลาวกาศทั้งหน่วยเวลาและขนาดในการดำรงอยู่ทางวัตถุในที่ว่างหรือสเปก...ครอบคลุมอดีต...ปัจจุบัน...และอนาคต..ของระบบความเร็วต่ำกว่า....- การก่อรูปการทางวัตถุ...ขึ้นกับความเร็วในแต่ละระบบ(มวลสถิตย์และพลังงานจลน์)..ที่มีอันตรกิริยาต่อสนามแรงในที่ว่างแห่งเหตุการณ์นั้นๆและเป็นผลให้ความเร็วช้าลง....เช่นระบบที่มีความเร็ว2เท่าความเร็วแสงก็จะเกิดรูปการของวัตถุในระบบความเร็วสูงสุด2เท่าความเร็วแสงหรือถือเป็นกรอบอ้างอิงนั้นๆ...- รูปการทางวัตถุใดๆของระบบความเร็วต่ำหรือสูงสุดเท่าความเร็วแสงจะตรวจวัดทราบปริมาณค่าในทางวัตถุได้ตามค่าความเร็วของระบบใหญ่ที่เร็วสูงสุดเท่าความเร็วแสง....ทั้งนี้เนื่องจากอันตรกิริยาที่ก่อให้เกิดรูปการทางวัตถุกับมวลพลังงานในสนามแรงภายนอก...ก่อให้เกิดรูปการใหม่ทางวัตถุที่อยู่ภายใต้พลังงานที่มีอันตรกิริยา...เช่น....ระบบความเร็วที่สูงกว่าความเร็วแสงไม่มีความต้านทานใดๆในสนามแรงของความเร็วสูงสุดเท่าความเร็วแสง...จากสนามแรงนิวเคลียร์พลังสูง...แรงนิวเคลียร์พลังต่ำ...แรงโน้มถ่วง...แรงแม่เหล็กไฟฟ้า....เนื่องจากสนามแรงดังกล่าวเป็นการก่อตัวขึ้นและประกอบกันขึ้นภายใต้มวลพลังงานที่เกิดอันตรกิริยากับภายนอกระบบก่อเกิดรูปการทางวัตถุที่ความเร็วสูงสุดเท่ากับความเร็วแสง....
ตัวอย่างง่ายๆ...เช่นเราในสมการ ไอน์สไตน์...ถ้าเราให้ค่า C ยกกำลัง 4 ....หรือความเร็ว1เท่าความเร็วแสง....เราก็จะได้ ค่าของ M เป็น1เท่า ของระบบความเร็วแสง...หรือต้องใช้พลังงานจลน์เป็น1เท่า...ค่าของE ที่ได้ก็สูงกว่า...
เราก็อธิบายได้ว่า.....สเปกที่เกิดขึ้นและเวลา..เมื่อมองอย่างสัมพัทธ์...มันครอบคลุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของระบบสมการ E = MC กำลังสอง...หัวใจ...ที่มีความหมายทางกายภาพของมนุษย์และทางจิตใจ....ในที่นี้หมายถึงจิตใจ...จิตวิญญาณ..ที่ควบคุมและสั่งงานให้องค์รวมทางกายภาพของมนุษย์ทำงาน....
โครงสร้างแห่งหัวใจของมนุษย์...มันสุดลึกล้ำ...และเป็นการทับซ้อนขององค์รวมกาลาวกาศหลายๆองค์รวม...จำนวนนับอนันต์....เป็นองค์รวมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับจักรวาล....การวิเคราะห์ในเชิงประจักษ์นิยมในแบบที่เราเรียกว่าวิทยาศาสตร์ตามกระบวนการเรียนรู้ของสังคมมนุษย์ปัจจุบัน....การวิเคราะห์องค์รวมแห่งการก่อกำเนิดอารมณ์ความรัก....และชั่วฟ้าดินสลายแห่งความรัก...มันต้องเป็นบูรณาการของศาสตร์ทุกแขนงบนโลกใบนี้ที่จะมาทำความเข้าใจ.....และเข้าใจได้ก็แค่การประมาณการอย่างหยาบๆ....เพราะถ้าจะทำความเข้าใจหัวใจดวงน้อยๆ....ของมนุษย์..ก็คือก็ต้องเข้าใจจักรวาล...แห่งนี้ที่เราอาศัยอยู่...คงกล่าวอย่างกว้างๆถึงโครงสร้างอารมณ์แห่งความรัก....ในการสร้างแบบจำลองโดยการวิเคราะห์อย่างหยาบๆที่เกิดขึ้นบนโลกเสมือน....การก่อรูป...มีขอบเขตุที่กว้างขึ้นของตำแหน่งแห่งที่ที่ดำรงอยู่.....ไม่มีข้อจำกัดแห่งเวลา...ที่สามารถก่อรูปการใหม่ขึ้นมาจากรูปการแห่งอดีต...ปัจจุบัน...และอนาคต(ที่ถือเป็นอุดมคติแห่งโลกปัจจุบัน)รูปการแห่งอารมณ์ความรักที่เกิดขึ้น...ในความรักของชายและหญิง....บนโลกเสมือนเป็นแบบจำลองหนึ่งที่จะแสดงให้เห็นว่า....การก่อรูปการทางอารมณ์ของคนเราก่อตัวขึ้นมาใหม่ในแบบที่เราต้องการที่จะให้เป็น.....หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ...คนที่มีอุดมคติที่ดีงามก็จะก่อรูปการที่ดีงามขึ้นบนสนามแรงใหม่....คนที่มีความคิดที่มีระดับคุณภาพของความรักที่มีความเข้มข้นในการยึดกับตัวตนสูงก็จะเกิดอันตรกิริยาในกระบวนการแห่งความเข้มข้นเดียวกัน....บนสนามแรงแห่งใหม่ของโลกเสมือน....โลกที่เกิดขึ้นใหม่ในใจเรา.....อันเกิดจากการส่งผ่านออกไปในสนามแรงแห่งพลังงานเหล่านั้น...และกลับมาก่อรูปในใจเราตามคุณภาพแห่งจิตใจเรามีอยู่.....โลกหลายใบที่ทับซ้อนกันบนหัวใจดวงน้อยๆ....ที่ลึกลับและปรวนแปรตามอารมณ์ที่มีอันตรกิริยาต่อภายนอก.................................
ระบบสัญญาณแห่งหัวใจ
ผมซุนปิน.....แบตเตอรี่โทรศัพท์หมด...เลยต้องรอโทรศัพท์สาธารณะจากสาวน้อย...หัวเราะคิกคักเป็นชั่วโมง....แต่ที่ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร...คือมันเป็นแบบนี้ครับ..ตอนสมัยผมเรียนหนังสือแถวๆริมแม่น้ำ....ก็เคยโทร..หาคนที่ชอบโทรคุยนาน....จนเพื่อนมันหมั่นไส้....มันพูดว่าเอ็งจะจีบกับหมาหรือไง....คุยแต่เรื่องหมาได้เป็นชั่วโมง...โธ่....ก็แค่อยากฟังเสียงแค่นั้นแหละ....ส่วนคุยเรื่องอะไรมันก็เข้าหูซ้ายไปทะลุหูขวา....จะไปโทษเพื่อนผมมันไม่ได้หรอก....เพราะมันมีระบบการส่งสัญญาณ 2 ระบบที่เกิดขึ้น....โทรไปก็พูดไปเรื่อยเปื่อย...ต่างคนก็ไม่มีการพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับ...คำว่ารัก..ออกมาเลย...แต่สัญญาณระบบแสงสีเสียงหัวใจ....มันดังชัดเจน....
แฮ่ม...!!บอกไม่ได้นะครับมันเป็นความลับ...
นี่เป็นสาเหตุที่ผม...รอแม่สาวน้อยเขาใช้โทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงโดยไม่รู้สึกโกรธ...แถมยังยิ้มในใจอีกต่างหาก....ระบบสัญญาณแห่งหัวใจ...เป็นระบบที่เราจะต้องนำมาวิเคราะสร้างแบบจำลองโครงสร้างของอารมณ่งความรักบนโลกเสมือนครับ...เพื่อเป็นแบบจำลองในการตระเตรียมความพร้อมของจิตใจคนเรา...ที่จะไปก่อรูปการใหม่...ที่ดีงามบนโลกแห่งความเร็วสูงอีกระบบ....ครับ.............................
ฟิสิกส์ชั่วฟ้าดินสลาย....
และจินตภาพของคณิตศาสตร์แบบองค์รวม
จากตอนที่แล้วได้กล่าวถึงอย่างกว้างๆของโครงสร้างในแบบจำลองของอารมณ์ที่เกิดขึ้น...ซึ่งพอจะสรุปกว้างๆและย่อๆได้ว่า....รูปการที่ก่อเกิดขึ้นของอารมณ์ความงามความรักโดยวิเคราะห์จากตัวอย่างของอารมณ์ที่แสดงออกในการสัมผัสจากรูปการที่ปรากฎบนโลกเสมือน...ที่เรามองเห็นอารมณ์อันหลากหลาย...เช่นความโกรธ...ความเกลียด...ความระแวง...ความน้อยใจ...ความว้าเหว่...ความอ้างว้าง....ฯลฯ...แม้ว่ามีตัวอย่างของอารมณ์ที่ถ่ายทอดมาจะปิดบังซ่อนเร้นความจริง...แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นการสะท้อนในเชิงคุณภาพจากส่วนลึกที่ปิดบังไว้.....และเราสามารถแยกแยะออกได้...และสังเกตุการเปลี่ยนแปลงการแปรเปลี่ยนไปของอารมณ์เหล่านี้....ซึ่งโดยทิศทางแล้วมีพัฒนาการที่สูงขึ้นทั้งนี้เนื่องจากอันตรกิริยาที่เกิดจากการแลกเปลี่ยน...ภายในโลกเสมือนแห่งนี้...
สรุปกว้างๆ...การก่อรูปอารมณ์...เกิดการก่อรูปใหม่โดยไม่มีขอบเขตุเวลามาปิดกั้น...เช่นรูปการในอดีต...ความประทับใจหรือก่อเกิดอารมณ์แห่งความรักในการก่อรูปขึ้นเพียงแค่เห็นหน้าครั้งเดียวก็ก่อรูปความประทับใจได้ในระบบความคิด...เพื่อที่จะให้กระชับขอกล่าวอย่างรวบรัด...ถึงความหมายของ รักชั่วฟ้าดินสลาย...ที่จริงแล้วก็เคยได้กล่าวถึงมาแล้วแต่ยังไม่ได้พูดถึงในรายละเอียด.....ความรัก....หากจำแนกอย่างกว้างๆ....จะแยกออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆ...ประเภทแรก....ความรักเพื่อตัวตน
ประเภทที่สอง....ความรักที่ออกไปจากตัวตน......ในประเภทนี้ผมขอเรียกว่าชั่วฟ้าดินสลาย...การวิเคราะห์ในแบบจำลองความรักของหนุ่มสาว.....เราจะเห็นได้ว่าเกิดความรักทั้งสองแบบในระดับความเข้มข้นที่ต่างกันระหว่างชายและหญิง....ลักษณะที่แสดงออกของความรักหนุ่มสาวที่หวานชื่นในระยะแรก....จะแสดงออกถึงความเข้มข้นในแบบที่ออกไปจากตัวตน....กล่าวคือต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ถือเอาตนเองเป็นจุดมุ่งหมาย......นั่นหมายความว่าฝ่ายชายก็ยึดเอาหัวใจของฝ่ายหญิง...หรือการส่งผ่านออกไปข้างนอกและขณะเดียวกันฝ่ายหญิงก็ยึดเอาในการส่งความรักออกไปยังหัวใจของฝ่ายชายและไม่ได้ถือเอาตัวตนเป็นจุดหมาย....นั่นคือต่างฝ่ายถือเอาจิตใจของอีกฝ่ายเป็นจิตใจของตนเอง...หรือการถือเอาชีวิตของแต่ละฝ่ายเป็นเสมือนชีวิตของตน......นั่นก็คือเป็นความรักในแบบที่ออกไปไกลจากตัวตน.....
การแสดงออกที่เป็นรูปธรรมก็คือพร้อมที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน...เติมเต็มหัวใจให้กันและกัน....หลอมรวมหัวใจที่เป็นดวงเดียวกัน....
ความรักในรูปแบบนี้สอดคล้องกับอันตรกิริยาในทางฟิสิกส์....ที่ก่อให้เกิดพลังงานสูง...และก่อเกิดองค์รวมของระบบความเร็วที่สูงอันเนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของศักย์แห่งพลังงานสถิต...ในการส่งผ่านออกไปสนามแรง...ตัวอย่างเช่น...แม่เหล็กต่างขั้วที่ต่างเติมเต็มในเส้นแรงของสนามแรงแม่เหล็กไฟฟ้า.....กระบวนการฟิวชั่น...หรือกระบวนการรวมตัวในนิวเคลียร์ฟิสิกส์เช่นการรวมตัวของไฮโดรเจนหนักกลายเป็นดิวทอเรียม..ที่ส่งพลังงานออกสู่ภายนอกสูงมาก...กระบวนการแห่งความรักใดๆในโลก...ล้วนเป็นไปอย่างสัมพัทธ์...หากหนุ่มสาวที่มีความรักแบบชั่วฟ้าดินสลายและยึดถือเป็นอุดมคติดังกล่าวก็จะทำให้เกิดการส่งผ่านความรักออกไปภายนอกที่มีพลังงานสูงไปยังลูกหลานญาติพี่น้อง...พ่อแม่..สังคม...ประเทศ...มนุษยชาติ...และจักรวาลในที่สุด...ลักษณะสัมพัทธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการ....เขาทั้งสองที่หลอมรวมเป็นหัวใจดวงเดียวเมื่อส่งผ่านออกไปยังลูกหลานพ่อแม่ญาติพี่น้อง...โดยยึดเอาหัวใจของพวกเขาเหล่านั้นเป็นเสมือนจิตใจของเรา....ก็จะเกิดการหลอมรวมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่มีขอบเขตุกว้างขึ้นทั้งในทางปริมาณขณะเดียวกันอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นในใจก็มีระดับสูงขึ้นอีก......เมื่อกลุ่มสังคมเหล่านี้ที่ส่งผ่านออกไปยังกลุ่มสังคมอื่นๆ....มวลมนุษยชาติ...ระดับของความรักเมื่อมองในขอบเขตุและคุณภาพและอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นของบุคคลได้รับการยกระดับสูงขึ้นไปยิ่งขึ้น....จนในที่สุดหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของจักรวาลที่เป็นพลังงานอันเป็นปัจจัยให้ทุกสรรพสิ่ง.....ความรักในประเภทเพื่อตัวตน....ในหนุ่มสาวในระยะเริ่มแรกโดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นความรักแบบออกไปจากตัวตน...ดังกล่าวมาแล้วแต่เมื่อกิเลสแห่งตัวตนที่พอกพูนขึ้นสูง...กล่าวอย่างกว้างๆ เช่นอาจเกิดขึ้นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายเป็นผลให้เกิดต่างฝ่ายต่างสร้างกำแพงของตนเองขึ้นทีละน้อย.....และในที่สุดก็ปิดกั้นและแยกออกไปเป็นตัวตนแต่ละฝ่ายที่เป็นเอกเทศ....และไปก่อเกิดอันตรกิริยาใหม่ที่อยู่นอกเหนือกระบวนการเดียวกันดังเช่นการเริ่มต้นกระบวนการ....ในทางฟิสิกส์...เช่นกระบวนการนิวเคลียร์ฟิชชั่น....เป็นต้น...
จินตภาพของคณิตศาสตร์แบบองค์รวม
คณิตศาสตร์...ก็คือการแทนค่าสิ่งที่เป็นนามธรรมและสิ่งที่เป็นรูปธรรมอันเกิดจากการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆและความสัมพันธ์ต่างๆ......โดยใช้สัญญลักษณ์แทนค่าประมาณการเหล่านั้น....โดยมีหลักการกว้างๆ...คือ...-การดำรงอยู่ของสรรพสิ่งอย่างสัมพัทธ์และสัมบูรณ์ใดๆล้วนมีขอบเขตุแห่งการอ้างอิงที่กำหนดขึ้นในการเปรียบเทียบ...-การดำรงอยู่ดังกล่าวของสรรพสิ่ง...อยู่ภายใต้สภาวะที่เกิดดุลยภาพอย่างสัมพัทธ์ของสิ่งนั้นๆที่มีอันตรกิริยากับภายนอก....-สิ่งใดๆในการตรวจวัด...ย่อมดำรงอยู่ทั้งการแสดงออกในเชิงรูปธรรมที่อธิบายในรูประบบของจำนวนจริงในทางคณิตศาสตร์....และในเชิงนามธรรม หรือในเชิงจินตภาพในทางคณิตศาสตร์ที่มีการเปรียบเทียบ....
กระบวนทัศน์แบบองค์รวม....ภายใต้กรอบการวิเคราะห์แบบ 9 มิติ...ดังได้นำเสนอมา...เมื่อกล่าวถึงมิติที่9 หรือมิติแห่งองค์รวมพหุภาพ...( ซึ่งจะบันทึกลงภายหลัง..)จินตภาพในการแทนค่าทางคณิตศาสตร์...ที่เราจะต้องมองในลักษณะแบบองค์รวม...เช่น 1 เป็นค่าจำนวนเต็มของเลขฐานสิบ...เราจะต้องมองว่าขอบเขตุที่จะตรวจวัดจำนวน..ระหว่าง 0 ไปถึง 1 นั้นมีค่าสัมบูรณ์เป็นอนันต์....เช่น 0.01ยกกำลังล้าน...ไปจนถึงอินฟินิตรี้หรืออนันต์....เป็นต้น..จินตภาพที่ว่า....องค์รวมพหุภาพที่มีการดำรงอยู่ ความกว้าง ความยาว ความหนา เงา วงแหวน การทับซ้อนของสเปก การทับซ้อนระบบเวลา ที่ประกอบขึ้นเป็นองค์รวมพหุภาพ....นอกจากนั้นปริมาณของการทับซ้อนอันมีค่าอนันต์....(ในที่นี้ขอกล่าวแค่ 9 มิติ)ค่าของ 1 ในความหมายของ....ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมหภาคและจุลภาค...ระหว่างจักรวาลและหัวใจดวงน้อยๆของมนุษย์...มีความสัมพันธ์กันภายใต้กรอบอ้างอิงแห่งระบบกาลาวกาศเดียวกัน....
ผม..ซุนปิน...ที่มาปวดหัวกับคณิตศาสตร์...ที่วิ่งเป็นตัวเลขเต็มหัวสมองเพราะ...สงสารอังสุมาลิน...เขา....คือว่า...โกโบริเขานัดไว้ที่ ทางช้างเผือก....แหม..นัดที่ไหนก็ไม่นัดไปนัดในบริเวณที่มีดาวล้านๆๆดวง....คุณทมยันตรีก็เข้าใจเขียนให้เขาไปเจอกันที่นั่น....ผมก็เลยคิดว่า.....อังสุมาลินถ้ามียังไม่เสียชีวิตตั้งแต่สงครามโลกมาปัจจุบันก็น่าจะอายุเป็นร้อยปีของระบบโลกและระบบสุริยะ....แต่โกโบริซึ่งยังหนุ่ม ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ...เพราะยังอยู่ในระบบความเร็วสูงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง.....ปัญหา ก็เลยมาทำให้ผมต้องปวดหัวคือ...จะหาตำแหน่งแห่งที่โกโบริได้ที่ไหน ณ. เวลาใด...เพื่อให้อังสุมาลินไปพบได้....ตำแหน่งแห่งที่แบบประมาณการ....โดยไม่ต้องใช้จรวดปรับทิศทางนะ...สมการมันก็ต้องกว้างมากๆ...เช่นบอกว่าทิศเหนือ...ทิศใต้เป็นต้น... แต่ถ้ารายละเอียดของทิศทาง มันก็ต้องอธิบายในสมการของกลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี......แฮ่ๆ....อย่าเพิ่งขนลุก....นี่เป็นวิชาการฟิสิกส์ขั้นสูงเลยนะครับ...หรือใครจะคิดว่าบ้าก็แล้วแต่.....แต่เป็นสิ่งที่อธิบายได้ในเชิงแนวคิดแบบประจักษ์นิยม ในทางฟิสิกส์ของระบบความเร็วเชิงซ้อนที่มีจำนวนอนันต์....ภายใต้การสมมุติให้ความเร็วระบบสุริยะเท่ากับจำนวนหนึ่งใดๆในทางคณิตศาสตร์เพื่อใช้ในการแทนที่การตรวจวัด....เช่น..เท่ากับ 0 หรือเท่ากับ X ฯลฯ ตามแต่กรอบการวิเคราะห์ .....เพื่อจำแนกและตรวจวัดระบบความเร็วที่แตกต่างและทับซ้อนกัน.......................................
ฟิสิกส์แห่งกรรม
การวิเคราะห์โครงสร้างแบบจำลองอารมณ์ความงามความรัก...บนโลกเสมือน...เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจ...รูปธรรมแห่งอารมณ์...กระบวนแห่งการเกิดขึ้นและการผันแปร...ของอารมณ์.....เพื่อที่จะได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำความเข้าใจยกระดับคุรภาพทางอารมณ์ของตนเอง....รูปธรรมของอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนไซเบอร์สเปซ....เช่นอารมณ์นานาชนิดหลากหลาย...ที่มีระดับแห่งปริมาณและคุณภาพที่แตกต่างกัน.....ความรัก...ความโลภ...ความโกรธ...ความหลง...ตัณหา..ราคะ...ฯลฯ....ที่เรามองเห็นและจำแนกแยกแยะจำแนกประเภทได้จากรูปธรรมของอารมณ์ที่ถ่ายทอดเป็นอักษรบนเว็บไซท์ต่างๆของโลกเสมือนจริงของอารมณ์....ความแตกต่างในเชิงคุณภาพ....ตรวจวัดจากระดับของความลึก...และใช้บรรทัดฐานในแง่ของทิศทาง...เช่นระหว่างตัวตน...กับออกไปจากตัวตน...การวัดในแบบนี้จะทำให้เราทราบถึงทิศทางการพัฒนาไปของอารมณ์เหล่านั้น...ว่าจะก่อรูปในกระบวนการที่มีระดับสูงหรือต่ำหรือมีความเร็วช้าหรือสูง....มีปริมาณพลังงานในการก่อรูปมากหรือน้อย....เป็นต้น...จาก...ภายในจิตใจ...ที่ได้รับการกระตุ้นพลังงานทางด้านจิตใจอันเกิดจากอันตรกิริยาทางอารมณ์กับภายนอก...จนเกิดการก่อรูปการของอารมณ์ขึ้นและเป็นไปตามทิศทางแห่งกระบวนการนั้นๆ....เช่น...ความอยาก...ความทุกข์...ที่แปรเปลี่ยนไปสู่การกระทำทางวัตถุ....หรือเข้าสู่กระบวนการในระบบความเร็วอันก่อรูปการทางวัตถุ.....ตัวอย่างง่ายที่สุด...เช่นแค่อ่านตัวอักษรทำไมเรารู้สึก...เบิกบาน...หรือเศร้า...บางคนก็รู้สึกอ้างว้างในการจากไปของเพื่อนๆในบล็อก....นี่คือรูปธรรมหนึ่งของการที่อารมณ์ในระดับหนึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นการกระทำทางวัตถุในระบบความเร็วแสง....
ความรักของชายหญิง....อันมีการเริ่มต้นจากกระบวนการของอารมณ์ที่สัมผัสกับความงามที่เกิดจากอารมณ์ที่ตนเองพึงพอใจ....ระยะแรกๆ...ซึ่งต่างฝ่ายต่างรับรู้ด้วยความรู้สึกแห่งอารมณ์....อันตรกิริยาแห่งการแลกเปลี่ยน...เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนและรับรู้ในขั้นความรู้สึก...ก่อนที่จะก้าวไปสู่การรับรู้ขั้นเหตุผล...ซึ่งก็เป็นอารมณ์ในอีกระดับที่มีระดับความสูงขึ้นจากเดิม.......และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่า....ทำไมจึงต้องมีเวลาแห่งการทำความเข้าใจกัน....
นอกเหนือจากระบบทางความคิดหรือระบบแห่งการยึดมั่นของอารมณ์.....การเคลื่อนที่ออกไปจากเดิมของสิ่งใดๆ....ล้วนต้องเกี่ยวพันกับจินตภาพในการตรวจวัด....เช่น พลังงาน...อันประกอบไปด้วย มวลพลังงาน แรง...ระยะทาง...เวลา...ณ.กรอบอ้างอิงใดๆที่ตรวจวัดอย่างสัมพัทธ์....
........................................
“....รัก..แค่ไหน...บอกหน่อยซิ..”
“ เท่าฟ้า...” เสียงตอบใสๆของแม่สาวน้อย...
“ อืม...ไม่พอหรอก...แถมอีกนิดไม่ได้เหรอ..” เสียงต่อรองของผู้เป็นพ่อ...“ ไม่ได้หรอก..” เสียงสาวน้อยตอบ...หลังชะงักและต้องหยุดคิดครู่หนึ่ง....
“ เถอะน่า...แถมนิดหนึ่งก็ได้...” ผู้เป็นพ่อตื้อต่อ...
“ เอ้า...ก็ได้..” สาวน้อยตัดบทด้วยความรำคาญ.....และพูดต่อ...
“ พ่อต้องหลับตาก่อนนะ..”...พอพ่อหลับตา...สาวน้อยก็หอมฟอดหนึ่งที่แก้มผู้เป็นพ่อ...พร้อมพูดสำทับ...
“ ห้ามขอแถมต่อนะ”......กลับตารปัดกลายเป็นผู้เป็นพ่อแถมให้มากกว่าหลายฟอด....ขณะที่สาวน้อยหัวเราะคิกคัก...อย่างมีความสุข...
ผม...ซุนปิน...เห็นภาพพ่อลูกคู่นี้...ที่พูดคุยกัน ก็ยังพลอยรับรู้กับความงามความรักที่ผ่านสื่อในรูปของการกระทำที่เกิดขึ้น....อารมณ์ความงามความรัก...ที่ผ่านมายังสนามแรงและก่อเกิดอันตรกิริยาขึ้นในใจผม....เช่นกันกับความงามของธรรมชาติที่ร่มรื่น....ของสวนสาธารณะแห่งนี้.....ก็ก่อเกิดอันตรกิริยาที่เรานำมาก่อรูปการแห่งความงามความรักในใจ....และรูปการต่างๆอยู่ที่เราจะเลือกนำมาก่อเกิด....หรือ...หักห้ามไม่ให้ก่อหรือขยายตัวไปสู่การก่อรูปการทางวัตถุภายใต้ระบบของความเร็วแสง....
นั่นหมายความว่า....เราเลือกทิศทางได้ว่า...จะเป็นทิศทางที่สูงขึ้นหรือต่ำลง....ของการก่อรูปการในกระบวนแห่งความเร็วที่แตกต่าง....การก่อรูปการในระดับสูง...อันเป็นระบบของความเร็วที่สูงและมีอันตรกิริยาภายใต้พลังงานที่สูง...เมื่อเทียบอย่างสัมพัทธ์กับระบบการก่อรูปทางวัตถุ...
ระหว่าง...ทิศทางแห่งการสูญสลาย....และทิศทางแห่งการพอกพูนหนาแน่นในระดับความเร็วที่ต่ำกว่าการก่อรูปการทางวัตถุ....เพื่อไม่ให้สับสน....ในการอธิบาย....คำเปรียบเทียบง่ายๆเช่น...นรก..ที่เกิดขึ้นในใจ...คงจะทำให้เห็นภาพของระบบความเร็วต่ำกว่าการก่อรูปการทางวัตถุ.....และสวรรค์...ที่เกิดขึ้นก็คือรูปการที่เกิดขึ้นใหม่อันมีพัฒนาการของระบบที่มีความเร็วสูงกว่าระบบแห่งการก่อรูปการทางวัตถุ....การวัดค่าประมาณการความงามความรัก...โดยปกติการดำเนินชีวิตของคนเรา....จะดำเนินไปในลักษณะที่เรียกว่า...ระบบแห่งดุลยภาพที่มีการเคลื่อนที่....ของดุลยภาพระหว่างความฝันกับความเป็นจริง....การก่อรูปการใหม่ขึ้นของอารมณ์...อันเป็นทิศทางแห่งอนาคต...ที่เราจะเลือก..
อยู่ที่เราจะเลือกทิศทางไหน...ระหว่างระบบความเร็วใต้ระบบความเร็วแสงหรือระบบที่ต่ำกว่าการก่อรูปการทางวัตถุ.....และทิศทางที่มีพัฒนาการสูงขึ้น...
ระหว่าง...นรก...มนุษย์....และสวรรค์.....
จากตัวอย่างการสนทนาของพ่อกับลูกสาวข้างบน....การประมาณการตรวจวัดขนาดปริมาณและคุณภาพความรัก...ของสาวน้อยคนนั้นเท่ากับความกว้างท้องฟ้าเท่าที่แม่สาวน้อยรับรู้และมองเห็น...และแถมด้วยหอมแก้มหนึ่งฟอด...ท้องฟ้าของผู้เป็นพ่อก็ต้องกว้างกว่าตามการรับรู้....และยังต้องเสียกับการแถมความรักให้สาวน้อยไปหลายฟอด...แล้วผู้เป็นพ่อจะได้รับความรักจากสาวน้อยหรือ....ความจริงแล้ว....ขนาดประมาณการที่แท้จริง...คือความสุขที่ได้รับต่างหาก....
ความสุขในการแสดงออก...ผ่านสื่อสัญญลักษณ์ใดๆ...และเกิดอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นในใจ...
ส่งผลกระทบทั้งผู้ให้...ผู้รับ...และคนรอบข้าง....
จากแบบจำลองการก่อรูปการของอารมณ์....ภายใต้การสัมผัสกับสื่อต่างๆ...ที่แสดงออกมาอย่างเช่นในรูปการแสดงความรัก...ของพ่อกับลูกสาวในตอนที่แล้ว...การก่อเกิดรูปการอารมณ์แห่งความสุขที่เกิดขึ้น.....ล้วนอยู่บนพื้นฐานร่องรอยแห่งการกระทำที่บันทึกไว้ของอดีต....สื่อ...ที่แสดงออกแฝงด้วยสัญญลักษณ์....ที่ผู้รับนำไปก่อรูปการใหม่ในใจ...
อันเป็นรูปการแห่งอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่....ระหว่างความสุข...หรือความทุกข์...
ระหว่างรูปการแห่งทิศทางที่มีการพัฒนาของระบบความเร็วสูงขึ้น...และระบบความเร็วต่ำกว่าระบบความเร็วในการก่อรูปทางวัตถุที่เราดำรงอยู่....บางคนก็เมื่อมองภาพเหล่านั้นด้วยความสุข...บางคนเมื่อมองภาพเหล่านั้นกลับเพิ่มความทุกข์ใจหนักเพิ่มขึ้น....ทั้งๆที่เป็นภาพเดียวกันจากการสื่ออันเดียวกัน....ร่องรอยแห่งความสุขในอดีต....และอันตรกิริยากับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน....ก่อรูปการแห่งอารมณ์ขึ้นมาใหม่....ด้วยรูปแบบใหม่ไม่ใช่เหมือนกับการก็อปปี้มา.....
รูปการที่เกิดขึ้นมาใหม่ของอารมณ์...แตกต่างทั้งขนาด...ปริมาณ...ใดๆกับรูปการในอดีต...การเกิดรูปการแห่งความทุกข์....อันเกิดจากการก่อรูปอารมณ์ความงามความรักในแบบเพื่อตน.....ภายใต้การเกิดขึ้นของความต้องการก่อรูปการในทางวัตถุที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น...จากสื่อต่างๆที่มากระตุ้นและเกิดอันตรกิริยาในใจเป็นผลให้ทิศทางของความเร็วลดลง...เพื่อก่อรูปทางวัตถุ...ตรงกันข้าม...การก่อรูปของอารมณ์ความรักที่ออกไปจากตัวตนใดๆ...ย่อมที่จะไม่มีอารมณ์แห่งความทุกข์ใดๆเกิดขึ้น....และก่อเกิดการหลอมรวมของมวลพลังงานให้เกิดการขับเคลื่อนที่สูงขึ้น...และมีทิศทางในการพัฒนาที่สูงขึ้นจากเดิม....ร่องรอย....แห่งกรรม...อันเป็นรหัสแห่งอันตรกิริยาของอารมณ์ต่างๆที่ไม่สูญหายไปจากจักรวาล......แปรเปลี่ยนไปมากน้อยตามและบุคคล...ที่จะส่งผลต่อการก่อรูปการทางวัตถุ....มนุษย์ทุกคน...สามารถที่จะเลือกการก่อเกิดในทิศทางไหน...ด้วยความพยายามทางอัตวิสัยแห่งตน....หากพอกพูนให้หนาขึ้น...แน่นอนที่สุดก็จะเกิดการก่อรูปการของระบบความเร็วต่ำกว่าความเร็วการก่อรูปการมนุษย์.....และนั่นหมายความว่าดำรงชีพอยู่บนความทุกข์ทรมาณชั่วกัปป์กัลป์
ผม...ซุนปิน..มาบันทึกต่อ...อีก...ตามกรรม...หลัง reddragon กลับไปบ้านของตนเอง...ที่บล็อกกระบวนทัศน์องค์รวม(ในกรอบ9มิติ)...เพื่อทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ...นั่นแหละข้อความบันทึกอาจจะชาๆ...เฮ้อ...เหนื่อยหน่อยนะครับ...กับการตามล่าหาความรัก....
ที่มันจะต้องไปไกลสุดจักรวาล...
และลึก...สุดขั้วหัวใจ....
แต่ยังไง....ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน...ลึกเพียงใด...ก็จะตามหาให้เจอ...!!!....................................
ทิศทางการก่อรูปการของอารมณ์
ในการประยุกต์หลักการทาง ทฤษฎีใดๆล้วนเป็นการค้นคิดพัฒนาขึ้นมาของมนุษย์เพื่อที่จะนำมารับใช้มนุษย์.....การประยุกต์ใดๆในขั้นแรกก็ต้องทำความเข้าใจในหลักการพื้นฐานนั้นๆ....นั่นก็คือหลักการพื้นฐานของกฎเกณท์ความเป็นไปของธรรมชาติทั้งในทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและสังคม....หลักการพื้นฐานก็คือหลักการทางฟิสิกส์ขององค์รวมวัตถุทางกายภาพและหลักการพื้นฐานองค์รวมทางด้านจิตใจ....ซึ่งประกอบเป็นองค์รวมของมนุษย์ที่มีอันตรกิริยากับภายนอก.....
กฎเกณท์ทั่วไปในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ....ล้วนมีทิศทางในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการนั้นๆ....ในการประยุกต์หลักการทางด้านสุนทรียภาพของอารมณ์....เช่นการเสนองานด้านศิลปในการสื่อออกมาเป็นภาพวาด....นอกจากเราจะต้องทำความเข้าใจในด้านการสื่อรูปสัญญลักษณ์ตามหลักการทางศิลปะ...เช่น ทฤษฎีสี ความกลมกลืน..ความสมดุล ฯลฯ....สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจอีกก็คือ...
ทิศทางการก่อรูปการของอารมณ์หรือจิตใจ...ซึ่งเป็นระบบที่มีความเร็วที่แตกต่างจากองค์รวมด้านวัตถุในทางกายภาพ.....ในการประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆก็เช่นกัน....ก็ต้องคำนึงถึงการหาค่าประมาณการหรือค่าสัมบูรณ์ในกรอบอ้างอิงที่ต้องคำนึงถึงความเร็วของสองระบบที่แตกต่างกัน....ในการก่อรูปการทางวัตถุของระบบใดๆ....ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางของระบบที่มีความเร็วสูงขึ้นหรือระบบที่มีความเร็วต่ำลง.....เช่น...ระบบความคิดใดๆของคนเรา....ล้วนเกิดจากการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่..ณ.เวลาอ้างอิงปัจจุบัน....และล้วนเป็นการก่อรูปการขึ้นของ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน รวมไปถึงความคิดคำนึงแห่งอนาคต...เช่นอุดมคติ อุดมการณ์ ความไฝ่ฝัน ความหวัง ของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด.... การรังสรรค์ที่เกิดขึ้นได้ของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของระบบความคิดและจิตใจ อันเป็นไปตามหลักการพื้นฐานของฟิสิกส์ที่มีความเร็วสูงกว่าความเร็วแสงในระบบจิตใจของมนุษย์...การเกิดรูปการทางวัตถุ....เกิดจากอันตรกิริยาที่ระบบแห่งความเร็วสูงได้ลดระดับของความเร็วลง....เมื่อสมองซึ่งเก็บข้อมูลทั้งหมดของอดีตปัจจุบันและอนาคต.... ประมวลเหตุการณ์ดังกล่าว ภายใต้ความต้องการทางด้านจิตใจ....ก็แปรเปลี่ยนไปสู่การกระทำจากการสั่งงานของสมอง....หรือจากระบบของจิตใจที่มีความเร็วสูงกว่าระบบทางวัตถุ....จึงมีความยาวกว่าของเวลาที่ครอบคลุมอดีตปัจจุบันและอนาคตของระบบความเร็วแสง.......
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น....ผม reddragon ต้องมาบันทึกแทนซุนปิน....เพราะจะต้องมาเป็นหมอจำเป็น...ผ่าตัดหัวใจซุนปินให้เห็นโครงสร้างพื้นฐานทางฟิสิกส์....โครงสร้างพื้นฐานของแบบจำลองสุนทรียภาพความงามความรักบนโลกเสมือน...ที่ต้องยกตัวอย่างนี้ก็เพราะ....บนโลกนี้ ณ.เวลาปัจจุบัน...มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะตรวจวัดการก่อรูปการทางวัตถุของระบบความเร็วเหนือกว่าระบบความเร็วแสง.....และระบบความเร็วที่ต่ำกว่าการก่อรูปการมนุษย์...เมื่อมีเครื่องมือเดียว....คือมนุษย์....และเป็นเครื่องมือพิสดารที่รับรู้ไม่เหมือนกันอย่างสัมบูรณ์ในด้านจิตใจในแต่ละคน.....การที่จะเข้าใจความผันแปรไปของอารมณ์อย่างเป็นรูปธรรม...การสื่อให้เข้าใจต้องใช้สุนทรียภาพในการสื่อจึงจะเกิดจินตนาการ....ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้โดยการสื่ออย่างหยาบๆเช่นตัวเลขสมการทางคณิตศาสตร์.....ซึ่งจะทำให้ขาดจินตนาการในการรับรู้ทางสุนทรียภาพของอารมณ์...ผมredragon ต้องขออภัยที่ต้องขนมารยาชายล้านเล่มเกวียนมาทดสอบและอธิบายให้รับรู้สุนทรียภาพของอารมณ์ที่เสมือนจริงอันผันแปรไปบนโลกเสมือนนี้.....อันเป็นเสมือนห้องทดลองทางฟิสิกส์ของอารมณ์.....เพื่อหาหลักการทั่วไปในทางฟิสิกส์ที่ทุกคนร่วมกันบันทึกไว้ผมแอบได้ยินเสียงของหัวใจหลายคนบ่นอื้ออึง...ว่า..ผู้ชายมันก็แบบนี้แหละทุกคน....บางเสียงก็ว่า..นี่แหละพวกงูเก็งกอง...ฯลฯ...สารพัดเสียงจากหัวใจอันเป็นความหลากหลายของข้อมูลในอันตรกิริยาของแต่ละคน.....แต่นั่นแหละ...ถ้าไม่ดูจากโลกเสมือนไซเบอร์....มันยกตัวอย่างยากกับระบบความเร็วสูงจากการผ่าตัดหัวใจ...ของซุนปิน...ที่ให้ซุนปินเก็บข้อมูลกลายเป็นว่าซุนปินก็นำเอารูปการต่างๆที่แสดงออกบนไซเบอร์แห่งนี้มาก่อรูปการใหม่ทางอารมณ์...ซุนปินได้บันทึกในหน้าสีส้มดังนี้...
เปิดบันทึกหน้าสีส้ม... ผม...ซุนปิน....ตื่นจากภวังค์เมื่อกิ่งหางนกยูงกิ่งเล็กๆกิ่งหนึ่งหล่นลงมาใส่หัวอาการตาลายจาก 9มิติก็เลยหาย.......สีส้มหางนกยูงแท้ๆทำไมเป็นสีส้มทองกวาวได้ก็เพราะเหตุผลดังนี้ครับ....เมื่อเกิดอันตรกิริยากับการสื่อเรื่องราวเกี่ยวกับสีส้มของทองกวาว....ผมก็เก็บเอามาก่อรูปการทางอารมณ์ขึ้นมาใหม่โดยเกิดจากเหตุการณ์ในช่วงเวลาหนึ่งของอดีตเท่านั้น...เกิดจากเหตุการณ์ในอดีตที่สาวน้อยทองกวาวคนหนึ่ง เคยแสดงถึงน้ำใจและมิตรภาพที่ดีเห็นผมซุนปินนั่งอยู่คนเดียวเพราะคนอื่นเขาออกไปเป็นคู่ๆเต้นรำกับคู่ของเขา.....ก็แค่เขามาชวนเราออกไปเต้นรำ...ก็แค่นั้นเอง....นี่แหละจึงเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนฟิสิกส์ระบำปลายเท้า......ที่จำได้ก็คือน้ำใจและมิตรภาพที่ดีงามของเธอ....แม้ระยะแค่สั้นๆมากและเธอเองก็มีคนรักอยู่ที่ต่างประเทศอยู่แล้ว.....แต่ก็จดจำได้เพราะเหตุนี้อีกรูปการหนึ่งก็เกิดจาก...สมัยนั่งเรียนใต้ต้นหางนกยูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา....สาวน้อยผมยาวตากลมอีกคนก็มีน้ำใจดีเหลือเกินสำหรับคนขี้เกียจแบบซุนปิน....ไปเล็กเชอร์ให้บ่อย...และอื่นๆ...ไม่ขอกล่าวละ....รูปการในอดีตอีกหลายรูปการ....ก็ไม่ขอกล่าวเช่นกัน...นี่เป็นเพียงการก่อรูปการโดยนำเอาความประทับใจต่างๆจากเหตุการณ์ในอดีต....มาผนวกเข้ากับอันตรกิริยาที่เกิดขึ้นภายใต้การรับสื่อจากปัจจุบันบนโลกไซเบอร์...และก่อเกิดรูปการใหม่หลายๆรูปการ...ในทางอารมณ์....สรุป...การเกิดรูปการทางอารมณ์ ณ. เวลาปัจจุบันใดๆ....ล้วนเป็นการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ที่ไม่เหมือนรูปการเดิม....หากแต่ยังมีร่องรอยของอดีต...และมีแนวโน้มของทิศทางในอนาคต...ทั้งนี้เนื่องจากเป็นระบบที่เร็วสูงการผันแปรที่สูงในการก่อรูปการวัตถุบนระบบหรืออารมณ์...และทิศทางที่เกิด...อยู่บนรากฐานร่องรอยแห่งอดีตที่ซึมซับในทิศทางใด....เช่นรูปการแห่งตัวตนหรือออกไปจากตัวตน....เป็นต้น...นี่แหละจึงเป็นเหตุให้เราเตรียมพร้อมในความมั่นคงแห่งอารมณ์เพื่อรับกับการแปรเปลี่ยนที่เร็วสูงมากในระบบความเร็วสูง....จากข้อมูลของซุนปิน...นี่แหละผมredragon ต้องมาบันทึกเอง....เพราะขืนให้ไปก่อรูปการอีกเรื่อยๆ...มีหวังสรุปหลักการพื้นฐานทางฟิสิกส์ไม่ได้.....แล้วจะไปสรุปอาการแพ้ใจในระบบความเร็วสูงได้อย่างไรกันนี่...จากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์....ที่มีพัฒนาการมาถึงทฤษฎีควอนตัม....ที่ค้นคว้าทดลองหาข้อสรุปต่างๆเพื่อหากฎเกณท์ทั่วไปหรือค่าคงที่หรือค่าสัมบูรณ์ใดๆในกรอบอ้างอิง....เพื่อตรวจวัดการประมาณการในการตรวจวัดในสิ่งที่กว้างไกลออกไปในจักรวาล....และสิ่งที่เล็กลงไปในโลกทางวัตถุในฟิสิกส์อนุภาคเพื่อหาคำอธิบายในปรากฏการณ์เหล่านั้น....และนำมาประยุกต์รับใช้มนุษย์....การวิเคราะห์ภายใต้กระบวนทัศน์แบบแยกส่วนเพื่อตรวจวัดปรากฎการณ์ต่างๆและกรอบแนวคิดแบบประจักษ์นิยมแบบกลไก...ทำให้เกิดการแยกโลกในทางจิตใจของมนุษย์กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าอยู่นอกเหนือฟิสิกส์ (meta-physic)....ทั้งๆที่ปรากฎการณ์ทางจิตเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติ...และก็เป็นไปตามกฎเกณท์ทางธรรมชาติหรือหลักการทางฟิสิกส์....ความงาม...ความรัก...ความเชื่อ...ศาสนา...ลัทธิ...อารมณ์ต่างนาๆ...ฯลฯ....ล้วนดำรงอยู่จริง...และเป็นไปตามกฎเกณท์ทางธรรมชาติ....ที่เป็นกฏเกณท์ทางฟิสิกส์เมื่อเราตรวจวัดในเชิงประจักษ์นิยม.....พลังงานต่างๆเหล่านี้ที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติ....และภายใต้อันตรกิริยาที่เกิดขึ้นของมนุษย์...ในความหลากหลายแห่งอันตรกิริยากับ....ระบบรูปการทางวัตถุที่หลากหลายระบบความเร็ว...และมีการทับซ้อนกัน...ถ้าเราลองหลับตาลง...และจินตนาการดู....ขณะนี้ไม่มีแสงดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับมายังสายตาเรา.....เราก็จะเห็นว่าดวงดาวบนท้องฟ้าที่เป็นดาวฤกษ์ต่างส่องแสงเดินทางมายังสายตาของเราที่แตกต่างกัน....บางดวงก็หลายล้านปีแสง..บางดวงก็สิบยี่สิบปีแสง...บางดวงก็สะท้อนแสงของดาวดวงอื่น.....แต่ ณ. เวลานี้เราที่ยืนดูเห็นเป็นองค์รวมเดียวกัน....ณ.เวลาอ้างอิงเดียวกันในปัจจุบันแห่งวัตถุ...และถ้าเราจินตนาการอีกว่าคราวนี้...มีดวงอาทิตย์....แสงที่เรามองเห็นยามค่ำคืนก็เป็นอันตรกิริยาของแสงดวงอาทิตย์และแสงจากดวงดาวเหล่านั้น....และถ้าเราจินตนาการลึกลงไปอีกเราก็จะเห็นว่า....ดวงอาทิตย์มีแสงอื่นอีกหรือไม่นอกเหนือจากคลื่นความถี่ที่ประกอบเป็นแสงสีขาว.....และเมื่อเรามองใกล้เข้ามาในสมองเรา....เราจะเห็นว่าข้อมูลที่เก็บบนสมอง...เหมือนกับดาวบนฟ้า...เป็นการบันทึกเรื่องราวมากมายหลากหลายทั้งร่องรอยแห่งอดีต...ยังรวมไปถึงความไฝ่ฝันแห่งอนาคต....ก่อเกิดรูปการใหม่ทางความคิด..ณ.เวลาอ้างอิงปัจจุบัน...ร่องรอยแห่งเหตุการณ์ของอดีต....และร่องรอยแห่งความคิดคำนึงของอนาคต....มันก่อรูปการได้อย่างไร...ในกระบวนการดำรงอยู่ทางความคิดของมนุษย์....และด้วยหลักการทางฟิสิกส์....การก่อรูปการทางวัตถุ....ล้วนแล้วต้องสัมพันธ์กับพลังงานและทิศทางแห่งการเคลื่อนที่....ไม่เว้นแม้แต่ระบบความเร็วต่ำ....หรือการเคลื่อนที่ในกรอบเฉื่อย....เช่นกฎของแบร์นุยยี...ที่นำมาประยุกต์หลักการสร้างปีกเครื่องบินในการไหลของไหลที่มีความเร็วต่างกัน....หรือในหลักการของแอโร่ไดนามิกส์....ฯลฯ....แม้แต่ในระบบสังคม..เราก็จะให้คำอธิบายที่ละเอียดเพิ่มขึ้น...ถึงการก่อรูปการทางวัตถุ....เช่นการหมุนตามร่องรอยเดิมของกรอบความคิดก็ทำให้เรากลายเป็นอดีตไปเมื่อรอบข้างมีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง....หลักการพื้นฐานของ...ทฤษฎีฟิสิกส์ระบำปลายเท้า(TOE) จะทำให้เราค้นคว้ารายละเอียดในสรรรพวิชาต่างๆ....บนทิศทางที่ถูกต้อง....และเข้าใจถึงองค์รวมแห่งสรรพสิ่งบนจักรวาลนี้....ที่ต่างล้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน......
( ยังมีต่อไปเรื่อยๆ...)

รวมงานเขียนและแนวคิดของ กระบี่ดาวแดง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com