Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

รวมงานเขียนและแนวคิด
กระบี่ดาวแดง
leehonglong@hotmail.com

จอมยุทธ์เย้ยยุทธจักร

(ภาคหนึ่ง)

.....เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วในมหานครเทียนจิน...ภายใต้การวางแผนยุทธศาสตร์โค่นล้มแย่งชิงประมุขเจ้ายุทธจักร.........เรื่องราวที่นำเสนอมานี้...ผู้เขียนบันทึกอ้างอิงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง...และนำเสนอไว้ที่บล็อกแห่งหนึ่ง...และมิใช่เพื่อประจบประแจงผู้ใดหรือเป็นเครื่องมือในการโฆษณาโอ่โอ้อวดให้ผู้หนึ่งผู้ใด...หากเป็นเพียงทัศนะหนึ่งในมุมมองของผู้เขียน...ณ.ช่วงเวลานั้น.......การนำมาเสนอใหม่ให้อ่านอีกครั้งที่นี่...เพียงเพื่อเป็นอุทาหรณ์...และให้เห็นแนวคิดในการมองอย่างเป็นรูปธรรมแห่งความวุ่นวายอันเรื้อรังในทางการเมืองของยุทธจักรไท่กว๋อ...ในปัจจุบันว่า...มีสาเหตุอย่างไร...และมีกลยุทธ์ในทางการเมืองอย่างไร........จอมยุทธ์หลายท่านในเรื่องนี้...ปัจจุบัน..ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์..สู่แนวทางที่สร้างสรรค์และร่วมมือในการทำนุบำรุงยุทธจักรให้รุ่งเรืองแม้ว่าจะอยู่คนละฝ่าย......บางท่านก็วางมือไป..........การดำรงอยู่ของฝ่ายธรรมและอธรรมใดๆหาเป็นสิ่งสัมบูรณ์ไม่....ต่างล้วนอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ....แม้แต่ชื่อสมญานามก็ล้วนแปรเปลี่ยนไปมาและหาได้ชี้ขาดว่าผู้หนึ่งผู้ใดคือผู้ที่มีธรรมหรือผู้หนึ่งผู้ใดคืออธรรม..........ผู้เขียนต้องขออภัย...หากบังเอิญว่าเรื่องราวที่นำเสนอตรงกับความจริงของท่านจอมยุทธ์ผู้ใด...ก็ให้ถือว่าเป็นมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน...ที่อาจจะเป็นกระจกหยาบๆให้ท่านมอง...ในทัศนะผู้เขียน ณ.เวลานั้น...........ขอบคุณที่บ้านจอมยุทธ์ได้ให้พื้นที่ในการนำเสนอ.......................................................................................................จอมยุทธ์เย้ยยุทธจักร(ภาคหนึ่ง) ..........................
มารโลหิตคืนชีพ
ท้องฟ้ามหานครเทียนจิน....ณ.เพลานี้มันมิมีเพียงสีฟ้าหากยังฉาบด้วยสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนักเมื่อบุรุษหนึ่งซึ่งหลีกหนีเร้นกายจากวงการบู้ลิ้มพลันปรากฏตัว..... รังสีอำมหิตแผ่ปกคลุม...ความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วท้องพารา..หากมิใช่มันแล้วผู้ใดจะแปรเปลี่ยนความรู้สึกผู้คนได้เร็วเพียงนี้.... ใช่แล้ว..จอมมารโลหิต..อดีตประมุขฝ่ายธรรมะที่ชื่อกระฉ่อนวงการยุทธจักร...ด้วยสุดยอดเคล็ดวิชาฝ่ามือโลหิต5ขัน....มันได้มาปรากฏตัวพร้อมๆกับกลิ่นอายความหนาวเย็นยะเยือกของผู้คนแห่งนครเทียนจินอีกครั้ง.... มิเพียงแต่จอมมารโลหิต....จอมยุทธ์จากทั่วสารทิศทั้งฝ่ายธรรมและฝ่ายอธรรมต่างล้วนมุ่งหน้ามาชุมนุมที่มหานครแห่งนี้....การปรากฏตัวของจอมยุทธ์ทั้งหลายมีเลศนัยอะไรแอบแฝงหรือ..... แน่นอนที่สุดหากมิมีจุดประสงค์ใดๆ...ก็ย่อมเป็นการยากที่จะมีจอมยุทธ์มากมายมาชุมนุมกันคับคั่งปานนี้...... การประลองยุทธ์เพื่อคัดเลือกประมุขนครเทียนจิน...เป็นแค่จุดหมายเบื้องต้นเท่านั้นในการประลองยุทธ์ของจอมยุทธ์เหล่านี้.....หรือพวกมันต่างล้วนมีบุญคุณความแค้นอันใดแอบแฝงกระนั้นหรือ....... ....หามิได้...ไม่แน่นัก... ประมุขฝ่ายธรรม...นอกจากจอมมารโลหิต...ยังมี..มารเฒ่าทารก...เฒ่าสารพัดพิษ....มารหนวดหยิมประมุขพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี้ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ)..ที่สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนด้วยท่าร่างหนวดกระดิก.....5 อรหันต์ทองคำชุบ.....หมอเทพยดาผันผวน....หมอเทพยดาปาหมีลี่...เป็นต้น... ฝ่าย....อธรรม......ก็หาได้น้อยหน้าไปกว่ากันยิ่งนักประกอบไปด้วย...โกวเนี้ยน้อยลีน่าจังที่มีสุดยอดวิชานินจาจากนอกกำแพงใหญ่ทางหมู่เกาะฝั่งบูรพา.....อีกดรุณีหนึ่งมิคาดกลับเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับโฉมสะคราญของแผ่นดินนางหนึ่งที่แม้แต่ผึ้งก็ยังต้องบินมาตอมความหวานพลังสายตาของนางเมื่อยามแผ่พลังฝีมือสุดยอดอันเร้นลับ........ แน่นอนที่สุดอิสตรีคนนั้นจะเป็นใครไม่ได้ถ้ามิใช่...เทพธิดาหยก....ที่สร้างชื่อเสียงกับการช่วยเหลือเหล่าคณิกา...อิสตรีที่โดนพลังฝีมือเหล่าบุรุษเพศฝ่ายธรรมลอบทำร้าย....ยาถอนพิษของนางจึงสร้างชื่อให้แก่นางยิ่งนัก....มิเพียงอิสตรีหากเหล่าบรรดาพี่น้องพรรคกระยาจกทั้งหลายต่างก็ได้รับโอสถนี้ด้วยเช่นกัน........นอกจากนั้นยังมีกงจื้อหนุ่มกรุ้มกริ่มอ่างทองคำ...ที่สร้างชื่อด้วยสุดยอดฝีมือไม้ตายกระบวนท่าสยบมารส่วยอันลือลั่น... การประลองยุทธ์เริ่มต้นในยกแรก....แม้ว่าฝ่ายอธรรมจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ...ประเดิมด้วยโกวเนี้ยน้อยลีน่าจัง....ที่ต้องโดนค่ายกล5อรหันต์ทองคำชุบ...และกระบวนท่าฝ่ามือสิบแปดมงกุฎที่เกรี้ยวกราดของ5อรหันต์ทองคำชุบการประลองยุทธ์รอบสองก็เริ่มขึ้น... และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายอธรรมเช่นเคย......ภายใต้การรุมล้อมของเหล่าธรรมที่เข้าจู่โจมเทพธิดาหยก.....ที่ถูกสร้างภาพให้วงการบู้ลิ้มมองว่าเป็นตัวแทนฝ่ายอธรรมและเป็นร่างทรงกระบี่ดาวเหนือ...ไฉนฝ่ายธรรมจะต้องเลือกคู่ต่อสู้เป็นอิสตรีก่อนเป็นคู่ประลอง....อิสตรีมิสมควรที่จะต้องคู่ควรและเคียงข้างบุรุษมิใช่หรือ...... หามิได้.....มิแน่นัก.... หรือว่าพวกมันต่างล้วนเป็นเหล่าปุกน้ำปุกนึ้งองค์กรเร้นลับของเหล่าธรรม... หรือมีเลศนัยอย่างอื่นอีก.....ยังมิมีผู้ใดตอบได้ในยามนี้......
.............................................. ผลการประลองยุทธ์ภายใต้การสนับสนุนอย่างลับๆของยอดฝีมือหลายคนเช่น..หมอเทพยดาปาหมีลี่..และออกหน้าออกตาของสำนักต่างๆฝ่ายธรรมที่ต่างล้วนมีเป้าหมายโค่นล้มการผนึกอำนาจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของแผ่นดินไท่กว๋อ....ที่มีประมุขพรรคเสยไอ้สุย (ใครรักใคร) ...จอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่...เป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามวาระ..... ฝ่ายธรรม...มุ่งหวังการโค่นล้มครั้งนี้จะเป็นผลพรรคเล็กพรรคน้อยแตกกระจัดกระจายและต่างจะได้มีส่วนแบ่งเก้าอี้ในการปกครองแผ่นดินไท่กว๋อ...นั่นหมายความว่าหามีใครมีอำนาจที่สมบูรณ์ในการปกครองแว่นแค้วนไม่... ความไม่มีเอกภาพใดๆย่อมเป็นจุดมุ่งหมายการปกครองแผ่นดิน....
ไหนเลยในโลกหล้าจะมีประเพณีพิสดารเช่นนี้.........
หรือว่าเหล่าพวกมันล้วนวิกลจริต....????!!!!!หามิได้.....เหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมต่างล้วนฝึกปรือและเคร่งครัดยิ่งนักในคัมภีร์ปกครองแผ่นดินที่กอดติดอักษรทุกตัวในคัมภีร์และเทิดทูนทุกตัวอักษร...ปานอาหารที่โอชะของหนอนหนังสือ..... คัมภีร์อะไรหรือที่พิสดารปานนั้น.....
มิผิด...หากมิใช่ค่ายกลจากคัมภีร์อัศดงคตานุภาพ(ตะวันตกจมทะเล) แล้วมันจะเป็นอะไรเล่า.....เสียงเล่าลือความพิสดารของมัน....ผู้ใดฝึกปรือได้สำเร็จสามารถที่จะปกครองวิญญาณของผู้คนได้.....และอยู่เหนือโลกหล้า.... ..............หรือว่าผู้คนที่ถูกปกครองเหล่านั้นต้องตกเป็นทาส....กระนั้นหรือ.?..
จริงสิ...คัมภีร์มิผิดหรอก....หากจะผิดก็อยู่ที่คน...
หากคนไม่เชื่อคัมภีร์...ไหนเลยจะมีคัมภีร์วิเศษ...... และถ้าคัมภีร์ไม่วิเศษ...ไหนเลยผู้คนที่ฝึกปรือจะมีพลังกร้าวแกร่งเหี้ยมหาญและจิตใจที่อำมหิตเพียงนี้..... ความพิสดารของค่ายกลตะวันตกจมทะเลเป็นสุดยอดวิชาเก่าแก่โบราณของทางตะวันตกที่สาบสูญไปนาน...ไฉนมันจึงมาปรากฎขึ้นและเหล่าธรรมนำมาใช้ฝึกฝนกันอย่างคร่ำเคร่งเคล็ดวิชาของมันคือแบ่งแยกผู้คนออกเป็นก๊กๆเป็นเหล่าหากแต่ควบคุมวิญญาณของผู้คนและยังแบ่งออกเป็นหลายระดับขั้นราวกับห่วงโซ่คล้องวิญญาณไว้...กระบวนท่าคร่าวิญญาณประกอบไปด้วยท่ากรงเล็บเหยี่ยวขยุ้มสมอง..... คนเราหากมิมีสมองก็มิอาจนับว่าเป็นคนที่สมบูรณ์....
คนที่ไม่สมบูรณ์ก็ย่อมไม่สามารถควบคุมตนเองได้....
และเป็นไปตามผู้ที่ป้อนพลังข้อมูลคำสั่งเข้าไป.....
หากมิใช่กรงเล็บเหยี่ยวไหนเลยจะขยุ้มวิญญาณผู้คนได้...มีดบินผู้แซ่ลี้....หรือว่าอาวุธที่ร้ายกาจของหลี่ซื่อหมิ่น...มิอาจเทียบเทียมได้... ทั้งนี้...หากคนๆหนึ่งถูกอาวุธร้ายทิ่มแทงเข้าร่างกาย...คนๆนั้นมิได้เสียชีวิตในทันที....คนๆนั้นอาจมีชีวิตอีกชั่วระยะเวลาเสี้ยวชั่วยามหนึ่ง.....

แต่หากผู้ใด...โดนกระบวนท่ากงเล็บเหยี่ยวขยุ้มวิญญาณคนๆนั้นได้เสียชีวิตแล้วก่อนที่อาวุธที่ชักออกมาจากฝักจะวิ่งไปถึงตัวมัน....... ไหนเลยจะมีอาวุธที่มีอานุภาพร้ายกาจเพียงนี้ในโลกหล้าที่คร่าชีวิตผู้คนต้องสิ้นชีวิตก่อนคมอาวุธที่พุ่งไปเชือดเฉือนร่างกาย..... มิผิด...มิเช่นนั้นฝ่ายธรรมไหนเลยจะมุ่งหวังฝึกปรือเพื่อใต่เต้าสู่สุดยอดฝีมือของแผ่นดิน....
มิเว้นแม้แต่องค์กรลับปุกน้ำปุกนึ้งของเหล่าธรรม
....................................จอมมารลิ้นบิน
คนๆหนึ่ง...หากมิมีลิ้น...มันก็มิอาจส่งภาษาเหมือนผู้คนทั้งหลายได้...หากลิ้นมีหลายแฉก...ก็นับว่าประหลาดยิ่งนัก!!! หนึ่งลิ้น...แต่หลายแฉก...
ก็ย่อมนับเป็นกระบวนท่าพิสดารยิ่งนักของสุดยอดฝีมือพิสดารของคนผู้หนึ่ง.......
มิเพียงแต่จะแยกเป็นหลายแฉก...หากความรวดเร็วของกระบวนท่าลิ้นบิน...นี่นับเป็นสุดยอดฝีมือหนึ่งในห้าของสุดยอดอาวุธลับในวงการยุทธจักรไท่กว๋อ...คนเราไม่มีลิ้น...ก็มิอาจลิ้มรสสุราอาหารได้..... หากปีศาจสุราทั้งหลายขาดลิ้น....ชีวิตพวกมันล้วนไร้ความหมายหารสชาดอะไรไม่ได้ไหนเลยจะจำแนกความแตกต่างระหว่างน้ำปัสสาวะกับสุราเลิศรสที่หมักบ่มมาหลายสิบปี...มาตรว่าจะได้กลิ่นแต่เมื่อขาดลิ้น....มันจะแตกต่างอะไรกันเล่ากับดื่มน้ำเปล่าเข้าไป....
กลับมิสู้มิมีชีวิตมิดีกว่าหรือ..
หากได้กลิ่นสุราเลิศรสยั่วพยาธิในกระเพาะแต่กลับต้องมานั่งจิบน้ำที่จืดชืดไร้รส....... บางคนมิต้องทำงานอะไรนอกจากใช้ลิ้นเลี้ยงชีวิตนับแต่ตะเวนในวงการบู้ลิ้ม...
ลิ้น...ทำลายฝ่ายตรงข้าม....ลิ้นต่อสู้และรับคมกระบี่....และลิ้นเลียแข้งขาเพื่อไต่เต้า... และในโลกหล้ายังหาใครที่เป็นสุดยอดฝีมือกระบวนท่าลิ้นบินเทียบเท่าชวนเสอโถวนับได้น้อยมาก.... อาวุธใดๆตัวมันเองมิได้เป็นอันตรายต่อผู้คน....
หากแต่ว่าอันตรายของอาวุธอยู่ที่คนใช้อาวุธนั้น....ลิ้นบินเช่นกันหลายครั้งที่ลิ้นบินชวนเสอโถว...ต้องโดนคมอาวุธจากลิ้นบินของตนเองจากความพลั้งเผลอ.... หากมิมีความพลั้งเผลอไหนเลยตัวเราเองจะรับรู้รสชาดพิษสงของอาวุธที่เราใช้ด้วยตัวของเราเอง..... ลิ้นกับใจต่างสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอันเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาลิ้นบิน..
มาตรว่าหนึ่งลิ้นแต่ล้านใจกลับหลอมเป็นอันเดียวกันได้...กระบวนท่าไม้ตายอาวุธลับสุดยอดของฝ่ายธรรม...ที่หากนับความอาวุโส...ลิ้นบินชวนสือโถวนับได้ว่าอาวุโสสูงสุดในฝ่ายธรรมในปัจจุบัน.... มิแปลกอันใดที่ฝ่ายธรรมต่างล้วนฝึกปรือวิชาฝีมือเหล่านี้..
จะมินับว่าเป็นเคล็ดลับวิชามารฝ่ายอธรรมหรือ.....?? หามิได้....เคล็ดลับวิชาไม่อาจจะจำแนกให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้.....
มีแต่ผู้หนึ่งผู้ใดเท่านั้นเลือกที่จะฝึกปรือ..... ลิ้นบินปลิดชีพ...พลังฝีมือที่ร้ายกาจผู้ที่ประมือต่างล้วนแปรเปลี่ยนเป็นตรงข้ามทั้งสิ้น...อานุภาพของมันพิสดารยิ่งนัก.... คนๆหนึ่งแม้ว่ามีโฉมหน้าที่แท้จริงเป็นสีขาวมีจิตใจที่เปี่ยมล้นคุณธรรม...หากได้รับพิษอาวุธลับลิ้นบิน...ใบหน้าที่สง่างามสีขาวก็จะกลับกลายเป็นสีดำคล้ำ..ขณะที่จิตใจก็กลับกลายเป็นคนชั่วโฉดสามานย์.....ตรงกันข้ามคนๆหนึ่งหน้าดำใจหยาบช้าหากได้รับพิษลิ้นบินมันก็จะกลับกลายเป็นผู้คนใหม่ตรงกันข้าม.....จากโจรชั่วกลายเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งที่น่าเชิดชู..หากมินับว่าพิสดารมิทราบว่าจะเรียกขานเยี่ยงใด....!!! ลิ้นบินชวนสือโถวนับเป็นจอมยุทธ์ที่ลึกลับคนหนึ่ง...
ไม่มีผู้ใดในวงการบู้ลิ้มล่วงรู้ว่าใครคือฮูหยินใหญ่ของลิ้นบินผู้นี้อย่างเป็นตัวตน....
หากแต่มีเพียงคำร่ำลือว่า....ลิ้นบินชวนสือโถวผู้นี้เป็นหนึ่งยอดฝีมือในองค์กรลับฝ่ายธรรมปุกน้ำปุกนึ้ง...นั่นย่อมมิอาจจะให้อิสตรีใดๆล่วงล้ำเข้าไปในสำนักได้ตามกฎเกณท์แห่งองค์กรลับ.... ยังมิมีผู้กล้าคนใดที่อาจหาญย่ำกายเข้าไปใกล้จอมยุทธ์ผู้นี้เพื่อไถ่ถามถึงเลสนัยนี้ ผู้ใดเล่าจะอาจหาญเพียงนั้น???....ต่อให้กินดีหมีหัวใจเสือ.....!!! ดังนั้นจึงเป็นเพียงคำร่ำลือในเหล่าปีศาจสุราที่เมื่อสุราเข้าปากย้อมใจหาญกล้า...

มิผิด....เพียงแค่มันเดินผ่านเฉียดกราย...รังสีอำมหิตก็จับขั้วหัวใจผู้คนแล้ว.....
จะหา มุสิกไหนที่หาญกล้าไปผูกกระพรวนที่คอแมวได้เล่า....??? เว้นแต่ว่าพวกมันต่างล้วนเหนื่อยหน่ายต่อชีวิต!!!!
.............................. กระบี่ดาวเหนือ…ษิณฉีจ้วงลี่ หากผู้คนเดินทางไปในยามค่ำคืนและหลงทิศทาง.....
หากมิเมื่อยคอ...และเมื่อเงยหน้ามองไปบนฟ้าก็จะเห็นดาวดวงหนึ่งซึ่งโดดเด่นสง่างามทางทิศเหนือ... มิมีดวงดาว...ไหนเลยจะล่วงรู้ทิศทาง.... มาตรว่าฝีเท้าย่างก้าวก้มหน้ามองรากหญ้าบนดินมิให้พลั้งพลาดถลำลึกลงเหว.....
หากต้องก้มหน้าเยี่ยงนั้นตลอดเวลาไฉนเลยจะไปถึงจุดหมายได้หากไม่เงยหน้ามองทิศทางหรือว่าฟ้าดินสร้างตาให้มันมีไว้อีกดวงกลางศีรษะ...และอีกดวงที่ด้านหลัง ???
ไหนเลยจะมีคนเช่นนั้นในโลกหล้า...และหาเป็นเช่นนั้นไม่....!!!แม้ว่าไม่มีตาก็เหมือนมีตา....มีตาก็เหมือนไม่มีตา... เลศนัยเป็นเช่นไรหรือ....มีตาก็เหมือนไม่มีตา...???เหตุผลก็คือในเมื่อตาที่มีอยู่มันใช้งานไม่ได้..เช่นไม่มีแสงมืดมิด....หรือความกว้างใหญ่ไพศาลของยุทธจักรที่ตาของผู้หนึ่งผู้ใดมิอาจจะมองให้เห็นครอบคลุมไปได้ทั้งหมด....
แล้วจะต้องไปใช้ตาที่ไร้ประโยชน์เยี่ยงนี้ใยเล่า???... หรือมันมีเคล็ดลับวิชาอันใด.....ที่มาทดแทนตา....??? สุดยอดเคล็ดวิชากระบี่ดาวเหนือ...คือการประสานพลังสุดยอดจากบนท้องฟ้าพลังจากดวงดาว....
ใต้โลกหล้ามีดาวดวงใดหรือที่ถ่ายทอดพลังให้ผู้คนได้.....
หากมิใช่พลังจากดาวไท่คมคู่แฝดดาวเหนือแล้วจะมีดาวอื่นอีกหรือในยุทธจักรไท่กว๋อ... มีแต่กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่เท่านั้นที่ฝึกปรือได้ขั้นสุดยอดวิชาในการใช้พลังดาวไท่คม.....แล้วจะมีผู้ใดหาญกล้าประมือกับวิชาสุดยอดของแผ่นดิน...??? หามิได้....สุดยอดเคล็ดวิชาใดๆต่างก็มีสิ่งที่คู่กันในการสยบ....
มิเช่นนั้นไหนเลย...ช้างที่ตัวใหญ่โตกลับพ่ายแพ้มดแดงตัวเล็กนิดเดียว...ใครที่บังอาจสยบสุดยอดฝีมือของแผ่นดินได้....???!!!!ผู้คนน้อยนักที่จักล่วงรู้...ตำหนักลับจันทร์ส่องหล้าที่กระบี่ดาวเหนือพำนัก....ที่มีฮูหยินจันทร์ส่องหล้าคอยควบคุมดูแลอยู่... มิคาดสุดยอดวิชากระบี่ดาวเหนือกลับถูกวิชาฝ่ามือฮูหยินจันทร์ส่องหล้าสยบได้อย่างราบคาบ !!!!! แล้วเยี่ยงนี้จะนับได้ว่าเป็นสุดยอดวิชาฝีมือของแผ่นดินได้เช่นไร...มินับฝ่ามือฮูหยินจันทร์ส่องหล้าเป็นอันดับหนึ่งหรือ????? หามิได้...ทั้งนี้เนื่องจากสุดยอดเคล็ดวิชาฝ่ามือฮูหยิน...สยบเหมือนไม่สยบ.....ความพิสดารของพลังฝ่ามืออยู่ที่หากมีการใช้วิชากระบี่ดาวเหนือฝ่ามือฮูหยินกลับช่วยเสริมอานุภาพให้กระบี่ดาวเหนือแผ่อานุภาพยิ่งขึ้นไปอีก....เมื่อเป็นเช่นนี้จะเรียกขานว่าสยบได้อย่างไร.....
ผิดคาด...เรื่องนี้กลับอยู่นอกเหนือการคาดหมายของผู้คน!!!! ฝ่ามือฮูหยินไม่สามารถไปใช้ในการประมือกับคนทั่วไปหากมิมีพลังกระบี่ดาวเหนือย่อมไม่สำแดงอานุภาพได้.... กระบวนท่าคันฉ่องส่องหน้าหนึ่งในไม้ตายฝ่ามือฮูหยินจันทร์ส่องหล้า...ย่อมที่จะควบคุมพลังกระบี่ดาวเหนือมิอาจใช้ตามอำเภอใจ...และบังคับให้สะท้อนพลังออกไปเหมือนกระทบกับกระจกเงาสะท้อนไปยังทิศทางที่ต้องการ มิเพียงเท่านี้...หากผู้ที่ใช้พลังกระบี่ดาวเหนือต้องการจะเพิ่มอานุภาพของพลังจะต้องรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกับกระบวนท่าร่างคันฉ่องส่องหน้าด้วยจึงจะบังเกิดขีดพลังสูงสุด....
ที่แท้ก็เป็นเยี่ยงนี้เอง.. ดังนั้นก็ยังนับว่ากระบี่ดาวเหนือยังเป็นสุดยอดวิชาฝีมือหนึ่งในแผ่นดินในเวลานี้...
...........................
แกะกล่องดวงใจลิ้นบิน
หากทารกน้อยยังอยู่ในอุทรของมารดาย่อมต้องได้ยินเสียงหัวใจมารดาเต้นสม่ำเสมอ....และขับกล่อมให้นอนหลับด้วยความสุข...... จะต่างอันใดเล่ากับผู้คนในยามนี้หากเห็นท่วงท่าอันรุ่มร้อนของ...ลิ้นบินชวนเสอโถว....เหตุใดมันร้อนรนปานนั้น....???และหากมีผู้กล้าเอาใบหูแนบฟังเสียงที่อกของมัน....มิได้ยินเสียงรัวประหนึ่งกองศึกกระนั้นหรือ....????มิผิดหรอกหากว่ามันมีอุทรเหมือนอิสตรี...ทารกในอุทรก็ย่อมหัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้กับหัวใจที่เต้นรัวเยี่ยงนั้น.....มีเหตุอันใดฤา??...!!! ที่ก่อกวนหัวใจลิ้นบินชวนเสอโถวให้กลัดกลุ้มเพียงนั้น หัวใจ...ไม่เหมือนลิ้นบินของจอมยุทธ์ที่ยืดได้หดได้และเลือกใช้ในการทำลายคู่ต่อสู้ได้ดั่งใจ......หากปราศจากหัวใจไฉนจะมีเป้าหมายการใช้อาวุธได้เล่า....และอาวุธที่ใช้ออกไปไหนเลยจะถูกเป้าหากปราศจากจิตใจควบคุม... และหัวใจจอมยุทธ์...มันก็ลึกล้ำหามีผู้หนึ่งผู้ใดหยั่งได้..... ใครเล่าจะเชื่อว่า....มันพิสดารอะไรปานนี้....!!!!!! ปริศนาเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากการเยี่ยมเยือนของกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ได้ตะเวนแวะเวียนเยี่ยมเยือนมิตรสหายวงการบู้ลิ้มทั่วแผ่นดินไท่กว๋อ.....หากมิแวะเข้าเยี่ยมเยียนบ้านเกิดจอมยุทธ์ลิ้นบินไหนเลยจะเกิดเรื่องราวแบบนี้.... ฤาจอมยุทธ์ลิ้นบินชวนเสอโถวมีความลับอันใดที่มิอาจแพร่งพรายให้ผู้คนรับรู้.....???!!!เหตุใดจึงปรากฎร่าง....มารเทพเทือกเขาหัวซาน...เคียงคู่กันในวันชุมนุมใหญ่จอมยุทธ์และไพร่พลที่บ้านเกิดของจอมยุทธ์ลิ้นบินเมื่อเร็วๆนี้.....หลังมารเทพได้หลีกหนีเร้นกายมานานหลายปี....??? จักต้องมีสิ่งผิดปกติธรรมดาแน่.....!!! มิผิด...มารเทพเทือกเขาหัวซาน...เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับจอมยุทธ์ลิ้นบินชวนเสอโถว.....พวกมันทั้งสองต่างล้วนมีสุขร่วมเสพ...เสมอมา... เมื่อมีสุขร่วมเสพ......นับประสาอะไรเมื่อมีทุกข์จะไม่ร่วมต้าน.... อย่างนี้ย่อมมิอายกับคำสาบานกับฟ้าดิน.....???!!!หากยึดคุณธรรมกับผู้หนึ่งได้...แต่กลับละเว้นคุณธรรมน้ำมิตรกับผู้คนอื่นอย่างมิอายฟ้าดิน....
ก็ย่อมมีเหตุคับแค้นใจให้กระทำ.....!!!
หรือมิเช่นนั้นก็หามีคุณธรรมอะไรไม่นอกเหนือจากความกลับกลอกของผู้นั้น....!!!!!ในหลายสิบปีที่ผ่านมา....พวกมันทั้งสองต่างแอบซุ่มฝึกปรือพลังฝีมือ...การถอดดวงใจ...เป็นวิชาเร้นลับของลามะธิเบต....โดยฝ่ายธรรมไม่รู้... หรือพวกมันทั้งสองต่างฝึกได้สำเร็จถึงขั้นแลกหัวใจกัน....!!! คนหนึ่งต่างมีหัวใจอีกคนหนึ่งอยู่ในกาย....เป็นสิ่งที่สุดพิสดารในโลกหล้าจริงๆ....
สุดยอดวิชาฝีมือเช่นนี้มีด้วยหรือ.....???!!! มิผิด....พวกมันต่างยึดกุมกล่องดวงใจกันและกันไว้......!!!
........................................พายุฝนกลางใจ
พายุฝนจากฤดูหยี่จี้....ที่กระหน่ำถาโถมฝั่งทะเลที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งห่างจากนครเทียนจินไปยังเบื้องทางทิศใต้หลายพันลี้....
มิผิด...ฝนที่กระหน่ำลงมาเป็นสายหาได้ดับความรุ่มร้อนของผู้คนที่หมู่บ้านแห่งนี้อันเป็นบ้านเกิดจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถว...ในยามนี้ได้......ฝนจากฟ้า...เป็นทั้งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวยุทธจักรได้เพาะปลูกหว่านกล้าไถดำ.....แต่บางครั้งก็เกรี้ยวกราดอย่างมิปรานีผู้ใด.....และยากเกินกว่าจะคำนวณคาดคิดได้....“ คนคำนวณ...หรือจะสู้ฟ้าลิขิต ” หรือว่าฟ้าลิขิตให้จอมมารฝ่ายธรรมะทั้งสอง...จอมมารลิ้นบินและมารเทพเทือกเขาหัวซานได้โคจรมาพบกันบนเส้นทางอีกครา....กลางฤดูหยี่จี้...ในเพลานี้...มิผิด.....การส้องสุมขุมกำลังอย่างลับๆของสองจอมมารฝ่ายธรรมและจอมยุทธ์ต่างๆฝ่ายธรรมที่หมู่บ้านแห่งนี้ที่แท้มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยแค้นและกอบกู้ตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มหลังพ่ายแพ้การประลองฝีมือกับกระบี่ดาวเหนือ.... เมื่อกาลก่อนในอดีตในคราที่จอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ยังมิได้รับเลือกเป็นประมุขของบู้ลิ้ม.
ครานั้นจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถวดำรงตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มมิใช่หรือ....และกระบี่ดาวเหนือยังได้แวะมาเยือนที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อหวังจะมาลิ้มรสเนื้อสุกรย่างอันโอชะและเลื่องชื่อ.....ที่กล่าวมามิผิดแต่อย่างใดไม่....หากเพียงแต่ว่า..ผิดคาด...คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต.....
กระบี่ดาวเหนือ..หาได้ลิ้มรสสุกรย่างรสโอชะเลื่องชื่อแต่อย่างใดไม่.....!!!!มีเหตุพิสดารอันใดฤา???!!!!ให้กลับตาลปัตรเป็นเช่นนี้....
จริงสิ...!!!....เหตุพิสดารย่อมอยู่นอกเหนือการคาดหมายของผู้คน...สุกรย่างอันโอชะกำลังจะเข้าปาก...แต่ถ้าหากมีผู้หนึ่งผู้ใดเอาหยีชื่อ(หูฉลาม)ราคาถูกๆมาแลกเป็นผู้ใดก็ยอมมิได้...นั่นยังมินับว่าเป็นหูฉลามสดๆยังมิได้ปรุงรสชาดใดๆ..... หรือมีเลสนัยอันใดจากจอมมารลิ้นบินที่ดำรงตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มในเพลานั้น....
มันมิต้อนรับขับสู้กับจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือที่มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านเกิดหรือ.....ในเมื่อมันเองก็กล่าวขานกับคนในวงการยุทธจักรว่าจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือต่างก็เป็นมิตรสหายร่วมเส้นทางเดียวกัน.....หรือว่าผู้คนต่างล้วนโดนพิษลิ้นบินแปรเปลี่ยนสีขาวกลายเป็นสีดำ...???ปริศนาที่ยังตอบมิได้...ผู้ใดไปดับโคมไฟร้านสุกรย่างรสโอชะและโคมไฟ ในการชุมนุมมิตรสหายที่มาต้อนรับจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือในทันทีที่กระบี่ดาวเหนือไปถึง...หรือจะมีเจตนาเพื่อจะลักลอบปล่อยอาวุธลับ....?
หรือเป็นแผนการยอกย้อนอันหนึ่งอันใดก็ยังหาผู้หนึ่งผู้ใดให้คำตอบมิได้...?ฤาว่าจะเป็นการวางค่ายกลส่งแขกกลับบ้านของจอมมารลิ้นบิน...???
ก็ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยและยังไม่กระจ่างนัก....เมื่อผู้คนมีใบหน้ายิ้มแย้มสดใส.....
แล้วจะหาพิรุธอันใดจากใบหน้าผู้ใดได้เล่า...
ในเมื่อต่างล้วนมีใบหน้าผุดผ่องคุณธรรมอันโอ่อ่าในสายตาชาวยุทธจักร....
จะหาผู้กล้าคนใดที่อยากถูกประนามว่ามีรูปโฉมใบหน้าเยี่ยงสุนัขลอบกัด
นั่นย่อมยากเย็นยิ่งกว่างมเข็มในกะทะร้อนเสียอีก.....!!!
..................................... การกลับมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้งของกระบี่ดาวเหนือ....ย่อมสร้างความกระด้างกระเดื่องให้กับผู้คนในหมู่บ้านเอาใจออกห่างและสร้างความคับแค้นใจยิ่งนักให้กับจอมมารลิ้นบิน....กว่าสามสิบปีในการสืบทอดตำแหน่งตัวแทนหมู่บ้านในการเข้าช่วงชิงตำแหน่งในยุทธจักร....
มันกลับละเลยการทำนุบำรุงไพร่พลที่หมู่บ้านแห่งนี้..กลับปล่อยปะละเลยให้ขุนนางกังฉินปล้นสะดมภ์ชาวบ้านสมคบชนเผ่านอกกำแพงใหญ่กดราคาพืชผลชาวยุทธจักรเป็นผลให้ชาวยุทธจักรต้องลำบากที่ราคาพืชผลข้าวปลายางพาราตกต่ำ.....เพลานี้...ถึงคิดได้ก็สายเกินกว่าจะแก้.... ทั้งนี้เนื่องจากอำนาจการปกครองบู้ลิ้มได้ตกอยู่ในมือของกระบี่ดาวเหนือแล้ว.....และได้เกิดการทำนุบำรุงส่งเสบียงกรังฟื้นฟูครั้งใหญ่ในทั่วแผ่นดิน...คนผู้หนึ่ง...เมื่อมีอำนาจที่จะใช้อำนาจเหล่านั้นกลับมิทำ...หากจะคิดได้ต่อเมื่อแก่เฒ่าชราภาพหมดอำนาจวาสนาแล้ว....ย่อมเหมือนเกาทัณฑ์ที่น้าวค้างไว้กลับมิยิงปล่อยโอกาสหลุดลอยและมาเสียดายภายหลัง เยี่ยงนี้ชีวิตที่ผ่านมามิถือว่าไร้ค่าหรือ....???มิผิด...คุณค่าของคนผู้หนึ่งอยู่ที่คนประเมิน...
หากประเมินว่ามีคุณค่าเพียงแค่ตนเองพึงพอใจหาใช่คนทั่วไปพอใจไม่...
ก็ยังนับว่าเป็นคุณค่าเช่นกัน.....หากแต่ว่าคุณค่าเยี่ยงนี้....เบาหวิวยิ่งกว่าขนนก..!!!
และจะนับได้หรือว่ามีคุณค่าอย่างสูงส่งต่อผู้คนทั่วไป???!!
เพลานี้...พายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นกลางหัวใจของจอมยุทธ์....
มิอาจคาดได้ว่าฝนจากฤดูหยี่จี้จะนองท่วมหัวใจจอมยุทธ์ผู้ใด หากน้ำตาแห่งความคลั่งแค้นในใจมันท่วมท้นยุทธจักร...
จักมิกลายเป็นสีแดงฉานหรือ?????!!!!.......................................
กระบี่สำอางอันดับสอง
บุรุษรูปงามย่อมเป็นที่หมายตาของอิสตรีในแผ่นดิน....
เช่นเดียวกับอิสตรีโฉมสคราญของแผ่นดินย่อมเป็นที่หมายตาของบุรุษทั้งหลายทั่วไป....มิเพียงแค่อิสตรีเท่านั้นที่ชื่นชอบบุรุษรูปงาม....หากแต่ว่าบุรุษบางคนยังชื่นชอบในบุรุษรูปงามด้วยกันอีก......พิสดารยิ่งนัก!!!!! หรือว่าพวกมันเหล่านั้นต่างล้วนรังเกียจสตรี...???
หามิได้!!!!!!....มิแน่นัก???????!!!!!
มิมีสิ่งใดที่เกิดขึ้นมิได้บนโลกหล้าใบนี้.....เยี่ยงนี้บุรุษสตรีที่อัปลักษณ์ต่างมิมีคุณค่าอันใดในสายตาชาวยุทธ์หรือ...???
ในเมื่อต่างมิคู่ควรยึดถืออยู่ในใจของผู้คน....
อันเนื่องมาจากเพียงรูปเรือนโฉมภายนอกที่กำเนิดมาอัปลักษณ์ มิต่างจากกระบี่สำอางอันดับสอง...หล่อเล็กหงส์....ฉายาของมันได้มาอย่างไรและเหตุใดผู้คนในวงการบู้ลิ้มจึงให้ฉายาว่า...กระบี่สำอางอันดับสอง...หากมิมีบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งของแผ่นดินแล้วจะมีอันดับสองได้อย่างไรเล่า....
มิผิดจอมยุทธ์สำอางอันดับหนึ่งกลับเป็นศิษย์ผู้เฒ่าจอมมารลิ้นบินที่มีฉายาว่า...ลิ้นบินน้อย..เสี่ยวเสอโถว....ที่รับการถ่ายทอดวิทยายุทธมาอย่างไม่ผิดเพี้ยนจากผู้เป็นปรมาจารย์...... ไฉนมิมีฉายากระบี่สำอางอันดับหนึ่งแต่กลับมีเพียงกระบี่สำอางอันดับสอง....หรือกระบี่สำอางอันดับหนึ่งบนโลกหล้าไม่มี..... เลศนัยดังกล่าวก็คือ...ก่อนกระบี่สำอางอันดับสองหล่อเล็กหงส์เข้าสู่วงการยุทธจักรก็หามีจอมยุทธ์ผู้ใดที่มีพลังดึงดูดสตรีเพศได้เท่าเทียม...ลิ้นบินน้อยไม่.ลิ้นบินน้อยเซี่ยวเสอโถวจึงยังรั้งตำแหน่งบุรุษงามอันดับหนึ่งในบรรดาจอมยุทธ์ซึ่งล้วนมีแต่ผู้อาวุโส......ภายหลังลิ้นบินน้อยเซี่ยวเสอโถวได้ละทิ้งการฝึกปรือวิชากระบี่สำอางหันไปฝึกสุดยอดวิชาลิ้นบิน......และเมื่อกระบี่สำอางได้เข้ามาร่วมสังกัดพรรคเดียวกันก็อาวุโสน้อยกว่าจึงเป็นศิษย์รุ่นหลังก็เลยต้องเป็นอันดับสอง...วงการบู้ลิ้มเลยเรียกขานว่าเป็นกระบี่สำอางอันดับสอง.....หล่อเล็ก...หงส์... ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้เอง.... กระบี่สำอางอันดับสองหล่อเล็กหงส์....มาตรว่าจะเข้าร่วมสำนักกับศิษย์ผู้พี่และยังมิได้ฝึกปรือวิชาฝีมือลิ้นบินจนแตกฉานเหมือนศิษย์ผู้พี่....หากแต่เพียงใช้เพลงกระบี่สำอางในการตะเวนเพื่อหาประสบการณ์ในวงการยุทธจักร...การพลิกแพลงกระบวนท่าย่อมมิอาจเทียบเทียมลิ้นบินน้อยเซี่ยวเสอโถว.... หากแต่ว่าในยามนี้กระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์...กลับได้รับการส่งเสริมจากพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี่ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ)ที่มีมารหนวดหยิมเป็นประมุขและมี ผู้เฒ่ามารลิ้นบินชวนเสอโถวเป็นผู้อาวุโสในลำดับสูงสุด.....กลับให้การส่งเสริมอย่างออกหน้าออกตา......เหตุไฉนกลับมิส่งเสริมให้ลิ้นบินน้อยรั้งตำแหน่งนี้..... นั่นย่อมมีเลศนัยแฝง.....หากมิมีจุดหมายที่ใหญ่กว่าประมุขมหานครไหนเลยจะงดเว้นการส่งเสริมลิ้นบินน้อย...

มาตรว่าลิ้นบินน้อยจะพ่ายแพ้การประลองวิทยายุทธ์ในการช่วงชิงตำแหน่งประมุขพรรคกับมารหนวดหยิมโดยมีผู้เฒ่ามารลิ้นบินชวนเสอโถวให้การสนับสนุน..

มิคาด.....หากมิได้ยาถอนพิษลิ้นบินและการสนับสนุนของเทพอสูรจระเข้มึนเมาที่เพิ่งพ้นโทษผิดกฎบู้ลิ้มซึ่งโดนบังคับให้ปลีกวิเวกทางยุทธจักร......
ต่อให้ไม้ตายกระบวนท่าหนวดกระดิกของจอมมารหนวดหยิมที่มีอานุภาพสูงส่งก็ไม่อาจเอาชนะลิ้นบินน้อยเซี่ยวเสอโถวได้........

เยี่ยงนี้นับว่าลิ้นบินน้อยยากจะหาใครตอแย...และดูแคลนทว่าเพลานี้ขุมกำลังที่เคยสนับสนุนมารหนวดหยิมต่างได้ทะยอยถอนตัวออกจากพรรคไปแสวงหาเส้นทางใหม่....
หรือว่าผู้คนในพรรคหน้ากากเจ็ดสีต่างล้วนเปลี่ยนเส้นทาง....หาเป็นเช่นนั้นไม่...!!...เส้นทางมิมีผู้ใดไปเปลี่ยนมันได้หากแต่ว่าเส้นทางล้วนขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้คน.. หมายความว่าเยี่ยงใดหรือ??? ก็ย่อมหมายความว่า...เส้นทางใดๆต่างล้วนผู้คนเป็นคนแผ้วถากถาง...
หากผู้คนไม่แผ้วถางจะมีเส้นทางได้อย่างไร....??หากผู้คนเลือกที่จะเดินบนเส้นทางที่แผ้วถางในใจต่อให้มีเส้นทางราบเรียบตรงหน้าเอากุหลาบมาโรยปูลาดก็หาใยดีไม่....
เพราะไม่ใช่เส้นทางของมันผู้นั้นที่มีอยู่ในใจ
จริงสิ....ที่แท้ก็เส้นทางล้วนอยู่ที่ใจ.... มิผิด...ไหนเลยมารหนวดหยิมกับลิ้นบินน้อยจะมิมีเส้นทางในใจ...!!!ในเมื่อ..มารหนวดหยิมและลิ้นบินน้อยต่างล้วนก็มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันที่จะช่วงชิงตำแหน่งประมุขบู้ลิ้ม...และต่างอาศัยกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์ในการซ่องสุมกำลังจากมหานครเทียนจินเพื่อช่วงชิงตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้........
เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากยิ่งนัก....!!!!!!!!!
และจะหามิตรแท้ที่ยึดมั่นคุณธรรมน้ำมิตร หรือศัตรูถาวรก็ยากยิ่งในวงการบู้ลิ้มแห่งยุทธจักรไท่กว๋อในยามนี้...การประลองยุทธ์ในการช่วงชิงตำแหน่งประมุขมหานครเทียนจินและกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์ได้รับชัยชนะรับเลือกเป็นประมุข... ภายใต้การช่วยเหลือและการลักลอบถ่ายเทพลังเสริมของขุมกำลังฝ่ายธรรมะต่างๆเช่น....ปรมาจารย์จากสำนักหวงหงเส้อหลายคนรวมทั้งสำนักเฝิ่นหงเส้อบางคน.....รวมถึงหมอเทพยดาปาหมีลี่ซึ่งโดนลอบวางยาพิษและโดนพิษค่ายกลยืมดาบฆ่าคนของผู้ชักใยเบื้องหลังของฝ่ายธรรมมิเช่นนั้นไหนเลยจะได้รับฉายาหลงทางแปดทิศหากมิถูกลอบวางยาพิษจนหลงทาง....รวมทั้งการสนับสนุนจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมอื่นๆอีกมากมาย...รวมไปถึงเครือข่ายขุมกำลังขององค์กรลับนอกกำแพงใหญ่หลายองค์กร..... และถ้าหากหล่อเล็กหงส์มีรูปร่างอัปลักษณ์....ไหนเลยกระบวนท่าฝีมือกระบี่สำอางจะแสดงอานุภาพออกมาได้.....หรือได้รับการสนับสนุนมากมายปานนี้ หากพวกมันทั้งหลายที่สนับสนุนมิมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอย่างอื่น.... มิผิด..หากมิใช่เป้าหมายการโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือเพื่อช่วงชิงประมุขบู้ลิ้ม แล้วจะมีเหตุผลอันใด...???!!!!!! ...............................ความลับในหอแดง ฝ่ามือย่อมปิดแผ่นฟ้าไม่มิด.... มิผิด...จะหาผู้ใดปิดแผ่นฟ้าให้มืดมิดมิให้ผู้คนเห็นย่อมมิได้ หากเพียงแต่ว่า...ถึงปิดฟ้าไม่มิดแต่ปิดตาตนเองให้มืดมิดได้..
และหากจะให้ผู้คนที่เชื่อถือก็ทำได้เพียงตะโกนให้ผู้อื่นรับรู้ว่าฟ้ามืด...
มิต่างกับการตบตาตนเองหามีผู้คนทั้งโลกหล้าจักเชื่อตามได้....!!!!หากพวกมันมิเมื่อยมือและยอมเอามือปิดตาตาม..!!!!!
เมื่อผู้คนต้องใช้มือใช้งาน...มิอาจปิดได้นานนัก...
เมื่อไม่ปิด....แผ่นฟ้ากว้างมันก็ต้องเปิด...เมื่อเปิดไหนเลยจะมีความลับอีกต่อไป...ความลับหากแพร่งพรายให้ผู้คนรับรู้ย่อมมิอาจจะเรียกขานว่าความลับ.. หากจะมิให้ผู้คนรับรู้ก็มีแต่ต้องปิดตา.... จะหามือที่ไหนไปปิดตาคนทั่วทั้งยุทธจักร.... หากมีเพียงมือสองข้างย่อมมิอาจเพียงพอได้และไหนเลยจะไปอุดรูหูพวกมันมิให้ได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆในยุทธจักรได้... หากผู้หนึ่งมิอาจรับรู้ใดๆก็มิอาจแพร่งพรายเรื่องราวใดๆต่อผู้คนได้..
ไหนเลยผู้คนทั่วไปในยุทธจักร จักล่วงรู้เรื่องราว... มีแต่ผู้ที่ไม่มีชีวิตเท่านั้นจึงจะไม่สามารถรับรู้เรื่องราวใดๆได้....
และมีแต่ผู้ที่ตายไปแล้วเท่านั้นจึงจะพูดไม่ได้...!!!
ในยุทธจักรมีความคับแค้นเยี่ยงใดถึงกับส่งยอดฝีมือเพื่อลอบลักพาตัวจอมยุทธ์ผู้หนึ่ง....
ในครานั้นยังเป็นเพียงบุรุษนิรนาม...หามีผู้คนในวงการกล่าวขานถึงไม่..!!!หากมิเกิดเหตุการณ์การจู่โจมตีโชวห่วย..ร้านค้า..โรงเตี้ยม..กลางดึกในมหานครเทียนจินของมือสังหารลึกลับกลุ่มหนึ่งที่เข้ารื้อทำลายร้านค้าโชว์ห่วยเหล่านี้มาตรว่ามิมีผู้คนสูญเสียชีวิต แต่ทางการก็ยังมิอาจจับมือใครมาดมได้....!!!มันผู้ใดบังอาจล้วงคองูเห่า..!!!
มันผู้ใดอาจหาญบุกถ้ำเสือ..!!!ต่อให้มันกินดีหมีหัวใจเสือ...
หรือว่าจะกินพยัคฆ์ร่ำไห้(เสือร้องไห้)ของแผ่นดินจากทางทิศตุงเป่ย(อีสาน)ก็ตามแต่...!!!!! การอาจหาญยกกำลังเข้าจู่โจมในเขตุความรับผิดชอบดูแลของมือปราบอันดับหนึ่งของไท่กว๋อในครานั้น.....มิใช่การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสำนักคุ้มภัยของแผ่นดินกระนั้นหรือ??ฤา.......พวกมันมิได้กริ่งเกรงเกียรติภูมิประมุขบู้ลิ้มจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่...จักนิ่งดูดายได้เยี่ยงไรเมื่อพี่น้องชาวยุทธจักรมิตรสหายร่วมเส้นทางโดนลอบจู่โจมทำร้าย... มีเลศนัยเยี่ยงใดฤา....ที่มิอาจสาวถึงผู้ชักใยเข้าทำการจู่โจมในครานั้น....
หรือว่ามือปราบอันดับหนึ่งของแผ่นดินมีส่วนเกี่ยวข้องนั่นย่อมมิอาจห้ามความเคลือบแคลงสงสัยของผู้คนในวงการยุทธจักรได้..... เหตุใด....พวกมันถึงต้องลักพาตัวกงจื้อหนุ่ม..???
การลักพากลับมิสู้ลักพาอิสตรีมิดีกว่าหรือ???
ในเมื่อพวกมันต่างใช้กระบวนท่าอุ้ม...!!!!!!!! กระบวนท่าการอุ้ม...ย่อมสมควรใช้กับทารกหรือกับอิสตรีอันเป็นที่ชื่นชมของบุรุษผู้ใดผู้หนึ่ง.....
เหนือการคาดเดา..พวกมันกลับใช้กระบวนท่าอุ้มบุรษนับว่าพิสดารยิ่งนัก..!!! ฤา...พวกมันต่างล้วนอยู่บนเส้นทางเดียวกันโยงใยกับองค์กรลับฝ่ายธรรมะปุกน้ำปุกนึ้ง....ที่รังเกียจชิงชังอิสตรี...!!!
หามิได้...มิแน่นัก...!!!! มิคาด.....ผู้ถูกอุ้มกลับเป็น..กงจื้อหนุ่มกรุ้มกริ่มอ่างทองคำ
หลังจากหลุดพ้นการลักพาตัวไป....กงจื้อหนุ่มได้ถ่ายทอดแพร่งพรายปริศนาเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเหล่าจอมยุทธ์ในวงการบู้ลิ้ม...ก็ได้เพียงเบาะแสรางๆว่า...มีร่างเงาของบรรดามือปราบร่วมลงมือด้วยหลายคน.... หรือเหล่ามือปราบกับกงจื้อหนุ่มต่างมีความแค้นอันใดกัน...???
ในเมื่อมือปราบเหล่านี้ต่างล้วนเป็นมิตรสหายและมีบุญคุณต่อกันกับกงจื้อ หนุ่มอ่างทองคำ.... มิผิด....หากมิมีความคับแค้นอันใดไฉนจะลงมือจู่โจมลักลอบตัวกงจื้อหนุ่มกรุ้มกริ่มอ่างทองคำผู้นี้...
มิใช่ความแค้นอันฝังลึกที่ถูกฝ่ามือสยบมารส่วยของกงจื้ออ่างทองคำไหนเลยจะชิงลงมือ...!!!!!!
กระบวนท่าฝ่ามือสยบมารส่วย...มีเคล็ดวิชาลึกลับและมีอานุภาพสูงผู้ใดถูกพลังฝ่ามือต่างล้วนมีรอยฝ่ามือประทับไว้บนใบหน้า...ทำลายใบหน้าสง่างามที่ผู้คนทั่วไปมองเห็นและฝังพิษไว้...
ใบหน้าที่สง่างามหากมีรอยฝ่ามือประทับอยู่ย่อมสร้างความอับอายไหนเลยจะสู้หน้าผู้คนได้.......ท่าร่างกงเล็บขยุ้มหน้ากากที่เป็นไม้ตายประจำตัวของกระบวนท่านี้....ผู้ได้รับพลังฝ่ามือย่อมมิอาจปกปิดโฉมหน้าตนเองได้ไม่ว่าจะสวมหน้ากากทับบนใบหน้าไว้หลายชั้นก็ตาม...... นับว่าเป็นฝ่ามือที่น่าสพึงกลัวยิ่งนัก....!!!!!!! ทั้งนี้เนื่องจาก...ผู้คนต่างล้วนให้ผู้อื่นมาชื่นชมในเพียงแค่โฉมหน้ากากของตน...
หากแต่ว่า....ผู้คนทั่วไปกลับอับอายที่จะดู....และชื่นชมโฉมหน้าที่แท้จริงของตนด้วยตนเอง.....
นับประสาอะไรหากถูกเปิดให้ผู้อื่นเห็นใบหน้าแท้จริง... มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ..???!!!!! มิผิด...ผู้คนต่างล้วนโกหกตนเองและล้วนละอายใจ
และเมื่ออยู่ในใจย่อมเป็นความลับที่มิอาจมีผู้ใดล่วงรู้.... หากแต่ว่า...เรื่องราวเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องราวที่น่าอับอายและผิดศีลธรรมกับคนทั่วไปที่ยึดถือ....
ก็ย่อมซุกซ่อนไว้ใต้หน้ากาก.......................................
กลางราตรีแห่งมหานครเทียนจินผู้คนยังมิหลับไหลเช่นกันกับสำนักโคมแดงแห่งนี้ที่มีกงจื้ออ่างทองคำเป็นประมุข... สำนักโคมแดง 5 สาขาของกงจื้อ ต่างจุดโคมสว่างไสว...เพื่อต้อนรับเหล่าจอมยุทธ์ที่นิยมชมชอบมาหาความสำราญและชื่นชมเหล่าคณิกาเลอโฉม..หากบุรุษมิชื่นชอบอิสตรีเลอโฉมก็นับว่าผิดปกติ
แต่หากพวกมันเลือกเป็นคู่ครอง...กลับนอกเหนือเรื่องรูปโฉม... ก่อนกราบไหว้ฟ้าดิน...พวกมันต่างล้วนให้คำมั่นมินอกใจ... “ตราบไหมสำรอกใย...จนตัวตาย..” ฤา...พวกมันต่างล้วนมิซื่อสัตย์ต่อภรรยาและคนรักของมัน...!!!
มิผิด...ไหนเลยจะมีความซื่อสัตย์ต่อคนรักจากบุรุษสำราญเหล่านี้... นอกจากฟ้าดินสร้างหัวใจของมันให้มีหลายดวง..!!! หรือมิฉะนั้น...หากมิมีผู้ใดทำไหน้ำส้มที่บ้านมันแตก....!!! และก็มิผิด....พวกมันต่างล้วนเป็นทารก..!!! ที่กล่าวเยี่ยงนี้เหตุผลเป็นเช่นไรหรือ...??? หากมิใช่ทารกที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม...
ไหนเลยจะชมชอบกับการดูดดื่มน้ำนมสด...หนิวหน่ายซินเซียน..
และไหนเลยจะชมชอบให้กงจื้อส่งส่วยจ่ายเงินเลี้ยงดูแลด้วยเล่า..!!!!มีแต่ทารกเท่านั้น...ที่ต้องให้มารดาถอดอาภรณ์ที่สวมใส่ให้เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย
และหากมิใช่ทารก..ไหนเลยจะชมชอบการดื่มกินน้ำนมสด.. หากมิใช่ทารกก็ย่อมทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ...
มิพักต้องขอเงินค่าเลี้ยงดูจากบุพการีหรอกหรือ..??? ฤาว่ากงจื้ออ่างทองคำยึดกุมความลับอันใด
ที่ไม่อาจแพร่งพรายผู้ใดได้???? มิผิด...ความลับที่ว่าพวกมันต่างล้วนอับอายใจกลับการเป็นทารก!!!!เป็นทารกจะอับอายอันใด?ไม่เป็นทารกจะอับอายอันใด??!! หามิได้...!!!!....
พวกมันล้วนแล้วแต่อาวุโสคนนับหน้าถือตาไหนเลยจะมาเป็นทารกได้...เป็นทารกมิดีอันใดฤา...มีแต่ทารกเท่านั้นที่บริสุทธิ์ไร้มายาต่อผู้คนทั่วไป....
จอมยุทธ์เหล่านั้นเป็นทารกมิดีอันใด...???!!! มิผิด...หากแต่พวกมันเป็นทารกต่อหน้ามวลบุปผาโคมแดงที่มันชมชอบเท่านั้น..
หาได้แสดงตนเป็นทารกให้บุคคลภายนอกล่วงรู้ไม่...!!!และพวกมันก็มิอาจทำตัวเป็นทารกต่อหน้าธารกำนัลได้......
มิเช่นนั้น...มันก็มิอาจเป็นทารกในสายตาของผู้อื่น....?? หากมันทำตัวเป็นทารกแล้วจะยังมีผู้อื่นที่เห็นมันเป็นทารกอีกหรือ???
แล้วจะมีผู้อื่นที่ไหนหากมิใช่มวลบุปผาเหล่านั้น...!!!!
ที่แท้...พวกมันล้วนให้ผู้อื่นชมชอบว่าเป็นทารก....!!! และก็มีแต่....ในห้องหอของสำนักโคมแดงเท่านั้น...
ที่ชมชอบให้พวกมันทำตัวเป็นทารกได้....!!!!!!
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง...!!!!!????
....................................
กระบี่ปลิดวิญญาณ
หลังการปะทะฝีมือระหว่างกงจื้ออ่างทองคำกับเหล่ามือปราบ....เรื่องราวต่างๆก็ค่อยๆซาลงมีการสับเปลี่ยนโยกย้ายมือปราบหลายคน... กงจื้ออ่างทองคำภายใต้การส่งเสริมสนับสนุน...ของหลายค่ายสำนักบู้ลิ้มที่มีการฝึกฝนวิทยายุทธ์กระบี่ปลิดวิญญาณ..ทำให้ได้รับการยกระดับพลังฝีมือกล้าแข็งขึ้น..ค่ายสำนักกระบี่ปลิดวิญญาณ...มีหลายสาขาในสังกัด..เช่นสำนักพู่กันหยกปลิดวิญญาณ...สำนักภาพปลิดวิญญาณโดยใช้กระบวนท่า..จอเงาย้ายร่าง...เป็นต้นซึ่งต่างล้วนฝึกปรือวิทยายุทธ์จากคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณที่มีอานุภาพสูงส่งมาก..สุดยอดไม้ตายวิชาฝีมือก็คือกรงเล็บเหยี่ยวขยุ้มวิญญาณ..และกระบี่ไร้เงา... อานุภาพวิชากระบี่ปลิดวิญญาณ...หากผู้ได้รับย่อมสูญเสียวิญญาณ เมื่อไม่มีวิญญาณ...ก็เหมือนสูญสิ้นการมีชีวิต...!!!
และโลหิตที่หลั่งเปื้อนอาวุธที่มีการใช้เพลงยุทธ์กระบี่ปลิดวิญญาณ
ผิดคาด....โลหิตที่หลั่งกลับมิมีสีแดง....!!!! มีเลศนัยเยี่ยงใดหรือ...???!!!!
โลหิตที่หลั่งกลับเป็นสีดำ...และขาว...!!!! เป็นเรื่องพิสดารยิ่งนัก...ไหนเลยในโลกหล้าจักมีโลหิตที่หลั่งเป็นสีขาวและโลหิตสีดำ...???
มิผิดแต่ประการใดไม่...!! การปลิดวิญญาณ...ไหนเลยเลือดสีแดงจะหลั่งไหล..
หากมิใช่โลหิตสีดำและโลหิตสีขาวในจิตวิญญาณของผู้คน.. เพียงแต่ว่าจิตวิญญาณของผู้คนต่างล้วนมีโลหิตสีดำกับขาว...
ไฉนผู้คนจักมองเห็นได้เล่า..??? มิผิด...ผู้ที่มองเห็นต่างล้วนได้ตายไปแล้ว....!!! หากมิตาย...ไหนเลยจะเห็นวิญญาณ...!!!
และโลหิตจากวิญญาณก็มิอาจจะหลั่งได้....หากยังมีชีวิต.. !!!
หากมิได้รับการช่วยเหลือจากหลายสำนักของค่ายกระบี่ปลิดวิญญาณ...
ไหนเลยกงจื้ออ่างทองคำจักมีตาที่ลืมได้ในวันนี้...!!! เมื่อผู้คนที่มันประฝีมือ...ต่างล้วนระดับสุดยอดฝีมือในแผ่นดิน...
ในบรรดาสำนักบู้ลิ้มที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ....
น้อยคนที่จะไม่รู้จักกับจอมยุทธ์ผู้หนึ่งแห่งสำนักมั่นกู่เย่อเป้า....มิผิด...จอมยุทธ์ศีรษะเหล็กล้านหัว...ไป่วั่นโสว... ไฉนมันจึงได้ฉายาล้านหัว...ผู้คนทั่วไปมีเพียงศีรษะเดียวมิใช่หรือ..??
เยี่ยงนี้มินับว่าเป็น..สุดยอดคนจิงอิง..หรือ???!!!! มิผิด...ฉายาไป่วั่นโส่วมิใช่เรื่องที่ได้มาง่ายๆ.... คนผู้หนึ่ง...คิดล้านครั้ง..
หากแต่ว่าในล้านครั้งล้วนแต่เป็นเรื่องเดียว แล้วใยจักต้องไปคิดให้หนักศีรษะทำไม...!!!
ในเมื่อคิดเพียงครั้งเดียวล้วนมีค่าเท่ากันกับคิดล้านครั้ง..!!! หากคิดเพียงครั้งเดียวก็ย่อมมิใช่มัน...!!!!
และจักต้อง..คิดเรื่องเดียวในล้านครั้ง.!!!! นับว่าคู่ควรกับคำว่าสุดยอดฝีมือพิสดารยิ่งนัก..!!!จอมยุทธ์ล้านหัวซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขพรรคมั่นกู่เย่อเป้า...ชื่อเสียงของพรรคนี้ได้มาโดยจากการฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณในสำนัก...หากแต่ว่า...มีการปรับปรุงกระบวนท่าใหม่ที่พลิกแพลงขึ้น....มิผิด...กระบวนท่า...เย่อเป้าย้ายวิญญาณ...!!!! เย่อเป้า...มิได้หมายความถึงอันอื่นอันใดมิใช่หรือ????
ผิดคาด....หามิได้.!!!!พวกเจ้าล้วนสับสน..!!!! มิพักต้องใช้คัมภีร์เทียบอักษรจงกว๋อเป็นไท่กว๋อ..มาตีความหมายให้มากความ...เย่อเป้า....ย่อมหมายถึงการเคลื่อนย้ายเป้าไปมาประหนึ่งวิชาฝีมือที่ช่วงชิงแดนด้วยเชือกป่านกัน...หรือชาวบู้ลิ้มในไท่กว๋อกล่าวขานว่า..ชักกะเย่อ.. เมื่อมีการดึงไปมาเป้าหมายมันก็เลยเคลื่อนไปมา....ฤาพวกเจ้าสับสนอันใด...ในเมื่อวงการยุทธจักรต่างล้วนยึดถือการตีความตามอำเภอใจ........!!!
การตีความเยี่ยงนี้หาได้ผิดแผกจากประเพณีที่บู้ลิ้มสืบทอดกันมาไม่....ที่แท้เป็นเยี่ยงนี้เอง.......
นับว่าศิษย์สำนักนี้พลิกแพลงกระบวนท่าได้สูงส่งพิสดารยิ่งนัก....
หากเป้าหมายเลื่อนไปมาได้...ไหนเลยอาวุธที่ใช้จะตรงเป้าได้เล่า???ที่กล่าวมามิผิด...เป้าหมายล้วนอยู่ที่ใจ...!!! เป้าในใจก็ย่อมเคลื่อนไปมาได้มิใช่หรือ...???มิผิด...หากเป็นผู้อื่นย่อมเป็นเช่นนั้น...
หากมิใช่จอมยุทธ์ล้านศีรษะไป่วั่นโส่ว...ไหนเลยจะมีผู้คนที่คิดเพียงเรื่องเดียวในล้านครั้ง...!!!!!!!
และมิอาจพลาดเป้าได้...เนื่องจากล้านครั้งที่เป้ามีการเคลื่อนที่
ต่างล้วนมีเพียงเป้าเดียวในใจมัน..!!!!!!????? อานุภาพ...กระบวนท่าเย่อเป้าย้ายวิญญาณจอมยุทธ์ล้านศีรษะนับเป็นสุดยอดวิชาฝีมือวิชาบู้ลิ้มจริงๆ...... แล้วมันผู้ใดมิขวัญหนีดีฝ่อหรือ????!!!
หรือมีผู้ใดเล่าที่ตกเป็นเป้าหมายในเพลานี้...???!!!! ........................................
แผนยกเมฆ..ทับเหนือเมฆ“ ถึงมาเหนือเมฆก็รู้ทัน...” เมื่อผู้หนึ่ง...มาเหนือเมฆ...ผู้คนที่คิดว่าอยากจะรู้ทันมันก็ต้องนั่งทับบนเมฆ...
มิเช่นนั้น...เมื่อเมฆเคลื่อนตัวไหนเลยจะรู้ทันได้..!!!เมื่อไม่มีที่นั่งบนเมฆ...มันก็ต้อง..ยกเมฆ...มาซ้อนทับไว้...
มีแต่การ....ยกเมฆ...มาทับไว้จึงจะอยู่เหนือเมฆได้..!!!!
การเกิดขึ้นของสมาคมลับต่างๆเพื่อโค่นอำนาจกระบี่ดาวเหนือ...เป็นไปอย่างกว้างขวาง...ก่อนหน้าการจัดชุมนุมใหญ่จอมยุทธ์ที่มีพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี้ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ)นำโดยจอมมารหนวดหยิมที่ให้กระบี่ดาวเหนือและจอมยุทธ์ที่ได้รับเลือกเข้าปกครองบู้ลิ้มชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆว่ากระทำผิดต่อชาวยุทธจักร....หลังการชี้แจงของเหล่าจอมยุทธ์ก็ได้คลี่คลายข้อกล่าวหาที่สงสัยต่างๆรวมทั้งกระแสข่าวที่มีการร่ำลือในวงการยุทธจักร......พร้อมๆกับการเข้าร่วมพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี่ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ)ของหล่อเล็กหงส์เพื่อเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งประมุขมหานครเทียนจิน...มีขึ้นก่อนการจัดชุมนุมใหญ่จอมยุทธ์ไม่นานนัก...
หล่อเล็กหงส์...ย่อมมิอาจทราบถึงเลศนัยต่างๆที่เกิดขึ้น.... เหตุผลคือหลังการชุมนุมใหญ่จอมยุทธ์ในครานั้น.... กระบี่สำอางมิอาจจะล่วงรู้ล่วงหน้าได้ว่ารอยร้าวภายในพรรคหน้ากากเจ็ดสีจักกลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน.... มาตรว่าผู้คนต่างล้วนยิ้มแย้มเข้าหากัน....!!!!!?????!!! มิผิด...เป็นหยกที่แตกสลายดีกว่าเป็นกระเบื้องที่สมบูรณ์...!!!
มีหรือที่...เทพอสูรจรเข้มึนเมา...ที่เพิ่งพ้นผิดการละเมิดกฎเกณท์จึงโดนลงโทษให้ปลีกวิเวกทางยุทธจักรมาหลายปี....หลังการปลีกวิเวกมาหลายปี...และกลับมาสู่วงการยุทธจักรเพลานี้..มิคาด...กลับถูกอนุชนรุ่นหลังที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมถึงกลับขับไล่ผู้เฒ่าที่อาวุโส....
มันผู้ใดชักใย...เบื้องหลัง..มิเช่นนั้นไหนเลยทารกที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมจักอาจหาญเพียงนั้น!!!!!!!???? ฆ่าได้..แต่หยามไม่ได้..!!!
ยอมหัก...ไม่ยอมงอ.....!!! จากนั้นบรรดาจอมยุทธ์ต่างๆในพรรคหน้ากากเจ็ดสีก็เริ่มทะยอยออกจากพรรคเพื่อเลือกเส้นทางใหม่และมีการตั้งพรรคขึ้นมาใหม่โดยมีผู้เฒ่าเทพอสูรจรเข้มึนเมาอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังโดยเปิดเผย........
หากกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์รู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเยี่ยงนี้ก็อาจลังเลใจในการเข้าร่วมพรรค....เพราะนั่นย่อมหมายความว่าการต่อสู้เพื่อช่วงชิงประมุขมหานครเทียนจินย่อมยากลำบากขึ้น....ผู้ที่ไม่รู้ย่อมไม่ผิด...!!!! หากจะผิดก็อยู่ที่ผู้ที่รู้...!!! แม้ว่า...จอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือประกาศไม่สนับสนุนยอดฝีมือในพรรคเข้าช่วงชิงตำแหน่งก็ตาม..... กระแสการสนับสนุนของกลุ่มต่างๆที่ล้วนมีเป้าหมายโค่นล้มประมุขกระบี่ดาวเหนือ...จึงเกิดการถ่ายเทพลังทุกเส้นทางมาสนับสนุน...กระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์... มาตรว่าจะมีหลายกลุ่มซึ่งให้การสนับสนุนยอดฝีมือผู้อื่น.....แต่ทุกกลุ่ม.......ล้วนแล้วปฏิเสธต่อการมีอำนาจของกระบี่ดาวเหนือซึ่งเป็นประมุขบู้ลิ้มปัจจุบันตามวาระ..... เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในบู้ลิ้มจากการชักใยหลายกลุ่ม...จึงเป็นผลดีต่อกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์...ที่ได้รับการถ่ายเทพลังสนับสนุนจำนวนมากขึ้นเป็นประมุขมหานคร..... หากแต่ว่าล้วนขึ้นกับพลังฝีมือกระบี่สำอางที่มีส่วนส่งเสริมด้วย....ความโดดเด่นของเพลงกระบี่สำอางย่อมสร้างความประทับใจในกระบวนท่าที่ใช้ออกไปกับผู้คนที่พบเห็นหากฝึกปรือถึงขีดสูงสุดย่อมมีอานุภาพสูง.....ซึ่งแตกต่างจากการใช้พลังฝีมือลิ้นบิน.... ผู้ที่ฝึกฝนกระบวนท่าลิ้นบิน...หากฝึกถึงขั้นสูงสุดลมปราณจะย้อนกลับและปั่นป่วนยากที่จะควบคุมอารมฌ์ได้จิตใจจะแข็งกร้าวหยิ่งยะโสทรนง.....และอาวุธลิ้นบินก็จะย้อนมาทำลายตนเอง.... หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้...ไหนเลยอาวุธที่ใช้จะตรงเป้าหมาย... น่าเสียดายยิ่งนักยอดฝีมือในพรรคหน้ากากเจ็ดสีต่างยึดถือการฝึกคัมภีร์ลิ้นบิน...และต่างก็โดนพิษลิ้นบินทำลาย...!!!
หรือพวกมันต่างล้วนทำลายตนเอง....!!!! มิผิด...!!! หากผู้หนึ่งลอบใช้อาวุธทำร้ายต่อผู้คนอีกผู้หนึ่งทั้งต่อหน้าและลับหลัง...อาวุธนั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง...พิษลิ้นบินกลับมาทำลายตนเอง..!!!!เลศนัยเป็นเช่นใดหรือ..???
จะต่างอันใดกับผู้คนๆหนึ่งหากมิมีความจริงใจต่อผู้หนึ่งและกล่าวประนามทั้งต่อหน้าและลับหลัง....เมื่อไปเจอผู้ที่ตนด่าไว้แล้วจะคบหาได้สนิทใจหรือ...??? พิษลิ้นบิน...ก็มิต่างอันใดไปจากที่กล่าว...!!
ทั้งนี้หากผู้ใช้อาวุธอันใดมิอาจควบคุมจิตใจได้...
พวกมันก็ต่างล้วนเลอะเลือนในเป้าหมาย...และหารู้ไม่ว่าตัวมันเองคือเป้าหมายของการใช้อาวุธที่พวกมันล้วนใช้ออกไปเอง...

และมันก็ย่อมคิดเอาเองว่า...มันได้ใช้อาวุธไปทำลายเป้าหมายแล้ว..หากแต่ว่าแต่สวรรค์ก็ยังพอมีตา...และฟ้ายังเป็นใจ!!!!!หลังการเข้ารับตำแหน่งประมุขมหานคร กระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์...หาได้ใช้กระบวนท่าลิ้นบินไม่!!!!! มิคาด!!!!.....กลับใช้กระบวนท่ากระบี่สำอางได้ถึงขีดสูงสุด..และท่วงกระบวนท่าอันอ่อนน้อมถ่อมตน...!!!หาได้เย่อหยิ่งยะโสทรนงเหมือนยอดฝีมือผู้อื่นในพรรคของตนไม่...!!! ผิดคาด..ลูกไม้กลับหล่นไกลต้น...!!! การเข้าพบประมุขบู้ลิ้มกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่..ของกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์ ทั้งสองกลับบรรลุผลการปรึกษาหารือเพื่อฟื้นฟูยุทธจักรมหานครเทียนจินเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งนัก หากกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์ฝึกฝนคัมภีร์ลิ้นบิน..ก็ย่อมไม่เป็นเช่นนี้...และก็ไม่สนิทใจได้ต่อให้มีเป้าหมายเดียวกันในการฟื้นฟูบู้ลิ้มก็ตาม....มิผิด...มีแต่ในที่ต่ำเท่านั้นจึงจะเป็นแหล่งให้สายธารจากทุกสารทิศไหลไปรวมตัวกัน... มีแต่ความอ่อนยืดหยุ่นจึงจะสยบความแข็งกร้าวได้...
และหากมีแต่การแข็งกร้าวชิงไหวชิงพริบทุกชั่วยาม...!!!ไหนเลยจะทำการงานใดๆได้... เพราะลมปาก...มิอาจเป่าให้ครกขึ้นภูเขาได้...
หากเป่าได้ก็เพียงแค่รูหู....!!!! และก็แค่ระบายขี้หูผู้คนได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น...!!!
หากว่าพวกมันมิเก็บเอามาไว้ในใจตน...!!!!
แล้วจะผิดจากผายลมอันใดเล่า……!!!!! อาชาที่ย่างก้าวแรกสง่างามก็ต้องรอพิสูจน์ระยะทางในข้างหน้า..
บนทุกเส้นทางข้างหน้า...อาจมีตอขวางได้ในฉับพลัน..... เมื่อผู้คนต่างล้วนมีเส้นทางในใจที่ตนเองกำหนด... มิต่างกับกระบี่สำอางหล่อเล็กหงส์.....
ที่ต้องมีเส้นทางในใจของตนเอง...!!!! ไหนเลยจะมีผู้คนจะหยิบฉวยเอาเส้นทางในใจผู้หนึ่งผู้ใดมาใช้ได้...
มีแต่ต้องใช้เส้นทางในใจของตนเอง...
ในเมื่อหล่อเล็กหงส์มีเส้นทางในใจของตน...
ก็ย่อมยากที่ผู้ใดมาใช้เป็นสะพานเพื่อก้าวเดินข้าม..!!!อย่างง่ายๆ... หากสวรรค์ยังมีตา...และนรกไม่เป็นใจ....
วงการยุทธจักรก็อาจเห็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่มีแสงเจิดจ้าได้......
หากท่วงท่าอาชาที่สง่างามมิไปสะดุด..สะ....ตอก่อน!!!!
หลังการเลือกประมุขมหานครเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆในวงการก็เริ่มเบาบางลงและปริศนาก็เริ่มคลี่คลายโฉมหน้าออกมาทีละน้อย...
เมื่อความร้อนแรงในยุทธจักรเริ่มผ่อนคลายลง...
ผู้คนในวงการบู้ลิ้มย่อมรู้จักการจำแนกแยกแยะ....หนทางของผู้ชักใยเบื้องหลังก็เริ่มแคบลงทุกขณะ...
....................................
เปิดแผนลับผู้ชักใย:
แผนจั๊กจั่นลอกคราบ
ขณะที่ในยุทธจักรไท่กว๋อกำลังชื่นชมกับชัยชนะของ..4วีรสตรีห่วงเหล็ก...วีรสตรีฝ่าเท้าไว..และ...3วีรบุรุษหมัดพิฆาต....ที่ได้รับชัยชนะในการประลองฝีมือจากทั่วหล้า...และสร้างชื่อเสียงให้กับชาวยุทธจักรไท่กว๋อ...มิคาด...ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้..กลับปรากฎร่างเงาของโจรปล้นแผ่นดินที่สร้างความเสียหายให้ชาวยุทธจักรไท่กว๋อในอดีต...... ผู้หนึ่งสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิให้ชาวยุทธจักรได้มีหน้ามีตา..
กับอีกผู้หนึ่งสร้างความเลวทรามกับยุทธจักรไท่กว๋อ.....ต่างก็ได้รับการกล่าวขานชื่นชอบในวงการยุทธจักรพอๆกัน...????!!!!!! มันมีเลศนัยเยี่ยงใด....ฤาจิตใจชาวบู้ลิ้มแปรเปลี้ยนไป๋อย่างผิดการคาดหมาย...
ถึงกับนิยมชมชอบชื่นชมโจรชั่วที่ปล้นพี่น้องชาวบู้ลิ้มอย่างหน้าด้านๆ.... ผิดคาด....โจรปล้นแผ่นดินกลับได้รับการชื่นชมอย่างออกหน้าออกตาของเหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ...
ซึ่งต่างล้วนประกาศต่อชาวยุทธจักรตลอดเวลาว่าเป็นฝ่ายธรรมะไม่เคยกระทำการใดๆที่ชั่วช้าและต่างล้วนบริสุทธิ์ผุดผ่องยองใยยิ่งกว่าสาวพรหมจรรย์......????!!!! ฤา...ความจริงเริ่มปรากฎชัดขึ้น...เมื่อฝุ่นหายตลบ...!!!!
มิผิด.....ไหนเลยที่ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน.....จะมองตาก็รู้ใจ....!!!!! ไหนเลยมารหนวดหยิม.....ลิ้นบินน้อยเซี่ยวโสวโถว...และยอดฝีมือมากหน้าหลายตาจะมิดาหน้าออกมาปกป้อง....
กับผู้ที่มีบุญคุณน้ำมิตร...!!!...และผู้ร่วมเส้นทางเดียวกัน...???!!!!ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว............
....โจรผ้าผูกคอยาว...สวมอาภรณ์ชนเผ่าเอี้ยงเหริน..ผู้นี้ได้หลอกลวงต้มตุ๋นเอาทรัพย์สินเงินทองชาวบู้ลิ้มจำนวนมากเมื่อทางการสมัยนั้นจะดำเนินการจับกุม...มันก็ได้หลบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ระยะหนึ่ง... ระยะนั้นก็เกิดกลุ่มกบฎล้มล้างอำนาจการปกครองบู้ลิ้ม....มันก็ได้ใช้แผนค่ายกลจั๊กจั่นลอกคราบขนเงินทองทรัพย์สินไปเสนอให้การสนับสนุนกลุ่มกบฎในกองบัญชาการกบฎเพื่อหวังว่าหากกบฎได้ชัยชนะมันก็จะได้ลอกคราบเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งต่อยุทธจักรไท่กว๋อ.... หากแต่ว่า...ฟ้ายังมีตา......
ความฝันของมันต้องพังทะลาย...!!! เมื่อทางการได้ทำการปราบปรามกบฎได้ราบคาบ... ในขณะที่หัวหน้าก่อการกบฎ...ได้หลบหนีไปกบดานที่...แผ่นดินเอี้ยงเหริน และเช่นเดียวกับ โจรชั่วผู้นี้....ที่ได้หอบทรัพย์สินที่ปล้นชาวบู้ลิ้มไปหลบหนีและตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินเอี้ยงเหรินเช่นกัน.... หลังจากทางการได้ให้การอภัยโทษแก่กลุ่มกบฎ....หัวหน้าก่อการกบฎก็กลับมายังแผ่นดินไท่กว๋ออีกครั้ง...และเข้าร่วมในวงการยุทธจักรเข้าประลองยุทธ์จนได้รับเลือกเป็นประมุขฝ่ายผู้ออกกฎของบู้ลิ้ม...ซึ่งมีชื่อฉายาว่า กระบี่หักเก้าชีวิต...หม่าฉางเผ่า(ม้าวิ่งทน)
ส่วนโจรชั่วปล้นแผ่นดินผู้นี้หลังพ้นระยะที่ทางการเอาผิดตามกฎหมายบ้านเมืองก็ได้ย้อนรอยกลับมาอีกครั้ง....
มาตรว่าจะมีคนสำคัญหลายคนของพรรคฝ่ายธรรมะในไท่กว๋อได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนคบหาติดต่อกันมาตลอด20ปีในแผ่นดินเอี้ยงเหรินก็ตามเพื่อเยี่ยมเยือนและกินเป็ดย่างสี่ฤดูเครือข่ายกลุ่มโจรก็ยังดำรงอยู่หากเพียงแต่เปลี่ยนหน้าตา..และเป็นรากเหง้าของกลุ่มโจรที่มีอิทธิพลในไท่กว๋อหลายกลุ่มในปัจจุบันนี้....
รวมทั้งในแผ่นดินยุทธจักรอื่นที่พวกมันหลบหนีไปซุกตัว......ขณะที่กลุ่มโจรชั่วเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกจับกุมคุมขัง....มีมันที่ยังเดินลอยนวล...!!!!มิคาด....โจรผู้นี้ก็ยังกลับมาใช้แผนจั๊กจั่นลอกคราบได้อีก...??? เลศนัยเป็นเช่นใด ???เหตุใดยอดฝีมือฝ่ายธรรมจึงปกป้องอย่างเต็มที่...????!!หรือพวกมันต่างล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน??????
.......................
แผนซ้อนแผน...ยืมดาบฆ่าคน
ก่อนการออกมาปรากฎร่างเงาของโจรผ้าผูกคอยาวอาภรณ์เผ่าเอี้ยง.....
ความปั่นป่วนวงการบู้ลิ้มวุ่นวายยิ่งนัก.....เกิดกระแสต่อต้านกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่....ซึ่งดูแล้วเหมือนไม่เป็นเอกภาพเพราะเป็นการเกิดขึ้นแบบเป็นไปเองหลายๆกลุ่ม...และแต่ละกลุ่มล้วนเป็นไปเอง.... เหตุใดกระบี่ดาวเหนือจึงถูกกล่าวหาว่า...กระทำชั่วต่อแผ่นดิน...
เหตุใดจึงกล่าวหาว่าปล้นชาติปล้นแผ่นดิน...และข้อกล่าวหาสารพัดมากมายนับไม่ถ้วน.. ทั้งๆที่....ในเพลานี้กระบี่ดาวเหนือได้ก่อให้เกิดการทำนุบำรุงแก่พี่น้องชาวบู้ลิ้ม
และได้แก้ไขปัญหาแก่ชาวบู้ลิ้มมากมายเหลือคณานับ...จากที่หมักหมมมานาน...เช่นการปราบปรามโจรอิทธิพลต่างๆในการทำลายล้างชาวบู้ลิ้ม.....แตกต่างจากหน้ามือเป็นหลังมือกลับยุคของจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถวเป็นประมุขอย่างเห็นได้ชัด....การกลับตาลปัตร...เหล่าซือสำนักศึกษาต่างๆของชาวบู้ลิ้มออกมาโจมตีถ้วนหน้า ด้วยข้อกล่าวหาอย่างร้ายแรงที่เหลือเชื่อ.....และในทางตรงข้ามก็ออกมาชื่นชมกับพฤติกรรมของกลุ่มที่มีเคยมีเบื้องหลังในการทำชั่วอย่างออกหน้าออกตา... เป้าหมายหลักคือโค่นประมุขบู้ลิ้มกระบี่ดาวเหนือ...
หาใช่เป็นการติติง...แสดงข้อชี้แนะตามประเพณีปฏิบัติของบรรดาเหล่าซือที่เป็นขาประจำไม่...!!!! เมื่อมีการปั้นแต่งความเท็จบางส่วนให้เป็นความจริง......ด้วยค่ายกลยกเมฆ
ของกลุ่มคนบางกลุ่มชักใยเบื้องหลัง....!!!! เพื่อ...ยืมดาบฆ่าคน....!!!!ในขณะที่สำนักค่ายที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ...หลายแห่งประสานประโคมเสียงเป็นเสียงเดียวกันอย่างเหลือเชื่อ...!!!!.ในเพลานี้..... หากมินับ...บางสำนักซึ่งเป็นขาประจำ...
ก็ต้องนับว่ามีความผิดปกติอย่างยิ่งเกิดขึ้นในบู้ลิ้มยามนี้....!!!!
ดาบอยู่คนอยู่...ดาบหายคนตาย...!!!!!!
ผิดคาด...จอมยุทธ์มากหน้าหลายตากลับให้ยืมดาบ....!!!!! และไม่เว้นแม้แต่สำนักกระบี่ปลิดวิญญาณ....
หรือพวกมันต่างล้วนละทิ้งอุดมการณ์....!!!! เมื่อดาบที่ยืมไป....ล้วนมีเป้าหมายเดียว.....เพื่อใช้ไปฆ่าคน...
และคนที่มันต้องการฆ่า.....ต่างล้วนไม่สมควรตาย....!!!!!!!!
หากแต่ว่าคนที่สมควรตาย...กลับเป็นคนที่ยืมดาบมัน...!!!!!!!! และมันผู้ใดเป็นผู้วางค่ายกลยืมดาบฆ่าคน...!!!!! ????? ........................
ค่ายกลขุดบ่อล่อพยัคฆ์
มิผิด... ในเพลานี้...จอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่...ตกอยู่ในค่ายกลแล้ว.!!!!!!
เหตุใด...จอมยุทธ์จึงตกในหลุมพลางได้ง่ายดาย...!!!! คนผู้หนึ่ง...ซึ่งเป็นยอดฝีมือของแผ่นดิน...มาตรว่าจักมีคุณธรรมสูงส่งย่อมหลงกลได้ง่ายๆ...หากมีความวู่วาม....กระบี่ดาวเหนือมาตรว่าจะมีคุณธรรมสูงส่งเพื่อแผ่นดินชาวบู้ลิ้มไฉนจึงหลงกลง่ายๆกับทหารเลวที่มายั่วยุหน้าค่าย.....
มีเหตุเลศนัยเยี่ยงใดฤา.....ไฉน แม่ทัพที่ห้าวหาญจักเอาตัวเข้าไปในหลุมพลางของผู้ชักใยที่ใช้ทหารเลวที่โง่เขลาและด้อยกว่ามาตีหน้าค่ายยั่วยุท้าทาย หากแม่ทัพวู่วามออกไปเอาตัวเข้าแลกกับทหารเลว.....ก็ย่อมตกเป็นเหยื่อ..และตกหลุมพลางของผู้ชักใยได้โดยง่าย....ในการซุ่มกำลังจู่โจมบดขยี้ทำลาย.... ปรมาจารย์จอมยุทธ์ในอดีตกล่าวถึงเคล็ดกลศึกไว้ว่า..รู้เขารู้เราร้อยศึกบ่พ่าย.ฤา....กระบี่ดาวเหนือษิณษีจ้วงลี่มิจดจำ...ในกระบวนวิชาพื้นฐานของสำนักกระบี่ที่เคยร่ำเรียนมา...... มิผิด.....ผู้คนที่วู่วาม...ก็ย่อมขาดความระมัดระวัง....!!!!
เหล่าดาวบริวารที่แวดล้อมกระบี่มือหนึ่งมีมากมาย...ไฉน...เงียบเฉยต่างล้วนเป็นยอดฝีมือของแผ่นดิน...กลับปล่อยจอมยุทธ์มาทะลวงฟันกับทหารเลวเยี่ยงนี้....!!!! มิเป็นเรื่องที่ต้องอับอายต่อชาวบู้ลิ้มหรือ...?? หรือว่าพวกมัน...มิมีรูปาก...???!!!
มิผิด...หากมันมีปากแต่กลับไม่พูด...มิมีประโยชน์อันใด
กลับมิสู้เอาไว้ผายลมมิดีกว่าหรือ???!!!!
กระบวนกลวิธีการสัปประยุทธ์ชิงชัย....ต่างล้วนมีหลักการที่จารึกไว้ดังนี้.... “ กำหนดเป้าหมาย....เงื่อนเวลา....สถานการณ์....การผันแปร....แลเงื่อนไข....โหมไฟให้ปะทุ...ยุแหย่แยกสลาย...กระจายกำลังเข้ารุก.....รวมศูนย์บุกชิงชัย....ยึดหัวใจมาครอบครอง(วีรบุรุษ)....และอักษรสุดท้าย.....นั่งผ่องถ่ายเสพสุรา....”
อักษรคำสุดท้าย...นั่งผ่องถ่ายเสพสุรา...มีความหมายอันใดฤา...???? ก็ย่อมหมายความว่า...เมื่อได้รับชัยชนะชนชาวบู้ลิ้มต่างล้วนยกย่องเป็นวีรบุรุษ...เมื่อเหนื่อยยากทุ่มเทใช้เล่ห์กลศึกมา....ก็ต้องถึงเวลาผ่องถ่ายความสุขกลับคืน... เลศนัยเยี่ยงใดหรือ...??? ก็ย่อมหมายถึงการผ่องถ่ายเอาความสุขคืนจากชาวบู้ลิ้ม...เพื่อไปเริ่มต้นกระบวนยุทธ์ใหม่...

ที่แท้ก็เป็นเยี่ยงนี้เอง...!!!!
ยอดฝีมือที่ใกล้ชิดกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่เช่น..กระบี่ดาวแดงอ้วนเว่ยชิง.....ผู้เฒ่าพิสดารใหญ่เล็กจิ๋วไว่กง....ต่างล้วนเป็นดาวบริวารที่เป็นสุดยอดฝีมือและช่ำชองกลศึก...ไฉนกลับปล่อยให้เป็นฝ่ายรับเยี่ยงนี้ทั้งที่เหนือกว่าทุกด้าน เพียงแค่...ค่ายกลอักษรย่อ..ล่อกระบือ อันตื้นๆของโจรผ้าผูกคอยาวสวมอาภรณ์ชนเผ่าเอี้ยง...กลับต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ... ค่ายกลอักษรย่อล่อกระบือ เป็นค่ายกลที่ตื้นๆของเหล่ามารในยุทธจักรบู้ลิ้มชอบใช้กัน เพื่อสร้างข่าว...ยกเมฆ..ให้ผู้คนเชื่อถือและแตกตื่น.....หากแต่ว่าเป็นที่นิยมชมชอบของชาวบู้ลิ้มในไท่กว๋อที่นิยมสนตะพายให้ลากจูงเพื่อความสง่างามในทางภูมิปัญญา.... ผู้ที่ตกอยู่ในค่ายกลอักษรย่อล่อกระบือ...จะมิแตกต่างจากกระบือที่ถูกสนตะพายและให้ผู้คนลากจูงไปมาตามใจชอบ..บางครั้งราวกลับมิมีความคิดเป็นของตนเอง... มิคาด...!!! เพลานี้กลับถูกนำมาใช้ หากแต่ว่ากลับมีการพลิกแพลงกระบวนท่า...เป็นกระบวนท่าอักษรย่อล่อกระบือเหยียบจอมปลวก.... เป็นกระบวนท่าพิสดารเยี่ยงใดฤา..????!!! กระบวนท่านี้เพื่อล่อแมลงเม่าเมื่อกระบือเหยียบจอมปลวกแตก.....ในยามค่ำคืนบรรดาแมลงเม่าก็จะออกมาเข้ากองไฟที่จุดไว้ให้คุโชนอยู่แล้ว.... มิใช่ไฟที่สุมไว้ในไท่กว๋อหรือ???!!! จริงสิ !!!! เป็นการยิงนกสองตัวด้วยเกาทัณฑ์ดอกเดียว...!!! ของโจรชั่ว..ได้ทั้งการปลุกปั่นเหล่าบรรดาแมลงเม่าให้แตกตื่นและการจุดไฟในนาคร..

นับว่ายอกย้อนพิสดารยิ่งนัก...!!!! ในเพลานี้....กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ได้ใช้หน้าที่ตำแหน่งประมุขยุทธจักรไท่กว๋อสร้างสัมพันธ์กับแว่นแคว้นต่างๆรอบยุทธจักร...ให้ผนึกกำลังกันและช่วยเหลือกันจากเดิมที่ไม่ค่อยลงรอยกันของชาวยุทธจักรไท่กว๋อกับกลุ่มนอกแผ่นดินไท่กว๋อ... ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กลับชนเผ่าเอี้ยงที่อยู่ในทางทิศทางเบื้องตะวันตก...เมื่อแว่นแคว้นทางเบื้องทิศตะวันออกสมัครสมานสามัคคีกัน.......
ซึ่งที่ผ่านมาเกือบสิบปีที่แล้วถึงกับลอบทำร้ายด้วยการจู่โจมทำลายสำนักแลกเงินของแว่นแคว้นทางตะวันออกจนปั่นป่วนไปทั่ว........
ถึงกลับตั๋วแลกเงินจากยุทธจักรไท่กว๋อ หมดความเชื่อถือ.....
...........................
แผนโหมไฟให้คุโชน...
การสร้างความแตกแยกให้ไท่กว๋อ...ของชนเผ่านอกยุทธจักรหากมิอาศัยคนในไหนเลยจะสำเร็จได้....องค์กรลับของเอี้ยงหนูมีมากมายหลายองค์กรและต่างล้วนเป็นอิสระในการทำงาน... หากมิกล่าวถึงจอมมารกระพือข่าว สงหย่งจ้าวเอี๋ยว(ยุแหย่ข่าวลือ) ก็จักไร้รสชาดเมื่อกล่าวถึงเหล่าเอี้ยงหนู...มารกระพือข่าวผู้นี้ทำงานรับใช้ชนเผ่าเอี้ยงมานาน...และปัจจุบันเข้าสังกัดสำนักที่ฝึกคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณสำนักจ้าวเอี๋ยวอวี้เป้า....มีหน้าที่กระพือข่าวสร้างข่าวลือและโจมตี...ไม่ว่าใครจะมาเป็นประมุขบู้ลิ้มในยุทธจักรไท่กว๋อก็ตามในสายตามันต่างล้วนเลวทรามทั้งสิ้น....
มันยังมีฉายาอีกฉายาที่ชาวบู้ลิ้มชอบเรียกขานว่า...ปีศาจคาบคัมภีร์ ฤา...มีมันผู้เดียวในไท่กว๋อที่สูงส่งที่ซื่อสัตย์และภักดียิ่งต่อแผ่นดิน...
นอกเหนือจากความภักดีต่อชนเผ่าเอี้ยงอย่างซื่อสัตย์ของมัน.......หากผู้หนึ่ง...ถือเอาการสร้างความแตกแยกให้มาตุภูมิเป็นจุดมุ่งหมาย... มิมีประโยชน์อันใด..ที่มันจักอ้างว่ากระทำเพื่อแผ่นดิน....!!!!!
เพราะในเมื่อแผ่นดินของมารดามัน....ต่างล้วนไม่อยู่ในสายตา... หากชนชาวบู้ลิ้มมีโอกาสออกไปเปิดสายตานอกกำแพงมหานครเทียนจิน....อาจจะเห็นผู้คนในยุทธจักรไท่กว๋อบ้างก็ปักดำไถหว่านธัญญาหาร....

ชนชาวยุทธจักรบางกลุ่มก็ใช้ควายลากจูงคันไถ....เมื่อเสร็จจากการไถก็จะปล่อยควายกินหญ้า
ควายที่กินหญ้าอันโอชะ...อย่างสำราญใจในหญ้าเขียวขจี.... ก็จะมีนกชนิดหนึ่งที่ชาวไท่กว๋อเรียกขานว่า.....นกเอี้ยง...มากินแมลงบนหลังควายและขับไล่แมลงให้ควาย.... เมื่อต่างพึ่งพากันต่างก็ได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะจากเหยื่อซึ่งก็คือ....รากหญ้าและแมลง
จริงสิ!!! เมื่อต่างฝ่ายต่างพึ่งพากันต่างฝ่ายต่างก็ได้ผลประโยชน์ มีแต่ต้นหญ้า...รากหญ้า...กับ...แมลง เท่านั้นที่เสียประโยชน์....!!!!!
ในท้องนา....ถึงหน้าฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็จะมีเหล่า..มุสิกออกมากินเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นบนท้องนาบางแห่งก็มีมากมายที่ไปทำลายข้าวในนา....
หากมันปัสสาวะราดไว้....เมื่อน้ำกักขังในนา..ชาวยุทธจักรที่ไปเหยียบย่ำในนาก็จะรับพิษ...หากมิมียาถอนพิษก็ถึงกับเสียชีวิต....
มุสิกเหล่านี้...มีชื่อที่ชาวไท่กว๋อเรียกขานว่า...หนู....นกเอี้ยงกับหนูต่างล้วนหากินในท้องไร่ท้องนา...ล้วนเก็บเกี่ยวผลจากท้องไร่ท้องนา....
เมื่อกระบือเหยียบ...รากหญ้า...นกเอี้ยงจิกกินแมลงรบกวนกระบือ....มุสิกกินเม็ดข้าวที่หล่นบนรอยเท้ากระบือ..
มิคาด....ยุทธจักรไท่กว๋อเพลานี้กลับมีการเกิดขึ้นขององค์กรลับหลายแห่ง...!!!
มิผิด....ต่างล้วนมีชื่อ....เอี้ยงหนู....?????!!!!!
ต่างล้วนมีตรารูปนกเอี้ยงกับมุสิกเป็นสัญลักษณ์เพียงแต่เรียกขานแตกต่างกันไปหากแต่ล้วนแล้วเป็นองค์กรเหล่า....เอี้ยงหนู....!!!!!!
หรือมีเลศนัยอันใด....เอี้ยงหนู...มิใช่หมายถึง...เหล่าบรรดาทาสมิใช่หรือ..?????หาใช่เช่นนั้นไม่....เอี้ยงหนูย่อมหมายถึงความชมชอบกับธรรมชาติ...นกเอี้ยงกับมุสิกเป็นสัตว์...ผู้คนที่รักธรรมชาติก็ต้องเอารูปสัตว์มาเป็นสัญลักษณ์หาได้หมายถึงเป็นขี้ข้า...เผ่าเอี้ยงแต่อย่างใดไม่...
หากหมายถึงองค์กรลับ....ที่รักในธรรมชาติอย่างยิ่งนัก....!!!!!!! ฤา...ชาวบู้ลิ้มต่างล้วนเข้าใจผิด....????
เปล่าเลย...ต่างล้วนเข้าใจถูกต้องแล้ว....!!!!
ไฉนจึงกล่าวเช่นนั้น...??? ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า...เมื่อเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ที่ปกปิดลับ...แล้วจะทำลับๆล่อๆหรือเปิดเผยได้อย่างไร...???มีแต่ปกปิดวัตถุประสงค์ลึกลับได้จึงจะเป็นองค์กรลับ...!!!! เมื่อไม่เปิดเผยให้ชาวบู้ลิ้มรู้สามารถไต่ถามตรวจสอบได้แล้วชาวบู้ลิ้มที่ไหนจะรู้...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
บางอย่างดูเหมือนถูกกลับผิด...... บางอย่างดูเหมือนผิดกลับถูก!!!!! จริงสิ......ล้วนแล้วอยู่ที่ จะลับกับใคร และจะรับใช้ใคร...????!!!!เปลวไฟที่ถูกจุดให้ลุกไหม้ขึ้นในแผ่นดินไท่กว๋อหากมิมีคนจุดไหนเลยมันจะติดเองได้....เช่นเดียวกับกิ่งไม้แห้ง.....หากไม่มีลมพัดไหนเลยไม้จะเสียดสีกันได้.....เมื่อเสียดสีจนไฟติดขึ้น..หากมิมีลมที่กระพือพัดไฟก็ไม่อาจจะลามได้ไปไกล... หากมิมีการเติมลมเติมฟืนสุมใส่โหมไฟให้ลุกไหม้........มินานมันก็อาจดับ....
เมื่อไฟดับ...ไหนเลยจุดมุ่งหมายจะบรรลุ........ต่างล้วนมีจุดมุ่งหมาย...บ้างมีฟืนท่อนใหญ่เล็กแตกต่างกัน......
เชื้อเพลิงจากทุกสารทิศ....บ้างก็ขนมากันเองบ้างก็ต้องมีคนจัดการขนให้.....
แต่ทั้งหมดก็ต้องมีการขนเชื้อเพลิง.....ที่มีขนาดจุดมุ่งหมายต่างกัน.... เชื้อเพลิงมิอาจลอยมาได้....ต่อให้มันเป็นปุยนุ่นก็ต้องมีลมพามา...!!!! ไม่มีคนจุดมันก็ไม่ติด.....เมื่อติดก็ต้องโหมไฟให้คุโชน...........
การนำเอาเชื้อเพลิงจากข้างนอกมาเผาบ้าน....หรือการชักศึกเข้าบ้านเป็นค่ายกลที่บรรดาเหล่าเอี้ยงหนู.....มีความเชี่ยวชาญยิ่งนัก..เมื่อเป็นเอี้ยงหนูที่เป็นองค์กรอิสระก็ต้องไม่ใช่องค์กรชาวยุทธจักรไท่กว๋อหรือแว่นแคว้นใดๆ....
เพราะเป็นองค์กรอิสระลึกลับไม่มีสังกัดแว่นแคว้นใดเป็นตัวตน...เป็นองค์กรพิสดารยิ่งนัก...ที่หาสังกัดใดๆไม่มีในหล้าและไม่ขึ้นกับยุทธจักรใดๆ....
ฤา...เป็นองค์กรชนเผ่านอกโลกหล้าเพื่อมาทำลายโลกหล้า....????
หามิได้....มิแน่นัก...????!!!! หรือที่แท้เป็นองค์กรลับของชนเผ่าใด..นอกยุทธจักรไท่กว๋อ????
ในคราวชุมนุมใหญ่จอมยุทธ์เพื่อตอบข้อซักถามซักฟอกของจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือและบริวารที่ปกครองบู้ลิ้ม....ในครานั้นกลับมีการเปิดเผยถึงข้อตกลงลับที่สมัยจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถวทำการตกลงกับองค์กรลับของชนเผ่าเอี้ยง....เพื่อทำการปราบปรามบางกลุ่มในทางใต้ของแผ่นดินไท่กว๋อ... เมื่อผู้เฒ่าพิสดารใหญ่เล็กจิ๋วกงกง....เปิดเผยให้บรรดาจอมยุทธ์รับรู้...ลิ้นบินถึงกับหัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้....ในเมื่อสิ่งที่มันกล่าวหาผู้อื่นได้ย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง....
...................................... เปิดแผน...วาดเสือให้วัวตื่น
ผู้หนึ่งผู้ใดอยากจะให้โคกระบือตื่นกลัว....
หากมิวาดรูป พยัคฆ์ ที่ดุร้ายไหนเลยโคกระบือที่โง่เง่าเช่นนั้นจักคล้อยตามมีแต่การวาดรูปพยัคฆ์เขี้ยวโง้งยาวน่าสะพรึงกลัว...ตัวใหญ่โต..ตาลุกวาว !!!
จึงจะทำให้...โคกระบือโง่เง่าที่ดูภาพวาด..แตกตื่นได้...!!!!! มิคาด!!!กลับมีการพลิกแพลงวิทยายุทธ์ในปัจจุบันด้วยการเติมกลิ่นสาปพยัคฆ์ เพิ่มเติมเข้าไปอีกด้วยวิชาการแพร่พิษแบบใหม่...ที่ผ่านกระบวนวิชาวิทยายุทธ์เข็มพิษปลิดวิญญาณ
โคกระบือ...ที่เฉลียวฉลาดในโลกหล้าก็จำแนกมิออก... เพราะมัน..มีทั้งภาพวาดพยัคฆ์และกลิ่นสาปพยัคฆ์ที่ยึดกุมไว้แล้วในใจ..!!!!!โดยไร้ร่องรอยของภาพวาดและกลิ่นที่เป็นจริง...!!!!
เนื่องจาก....ต่างล้วนอยู่ในใจ...!!!! ผู้ที่ใช้วิทยายุทธ์ใดๆ....ต่างล้วนมีเป้าหมาย...
หากมิมีเป้าหมายในใจ...ไหนเลยจะใช้วิทยายุทธ์ออกไปให้เหนื่อยเปล่า...??? เพลานี้ในยุทธจักรไท่กว๋อตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มที่กระบี่ดาวเหนือนั่งอยู่ย่อมเป็นที่หมายปอง..
มิเช่นนั้นไหนเลยจักมีการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้าง...!!! หากผู้หนึ่งต้องการเอาชนะผู้ที่มีพลังฝีมือที่เหนือกว่าทั้งพลังฝีมือและกำลังสนับสนุนมีแต่จะต้องใช้ค่ายกลตัดทอนแยกสลายกำลัง... มิผิด...มีแต่ต้องตัดทอนกำลังฝีมือจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือ
และการตัดกำลังไพร่พลที่สนับสนุน....เท่านั้น
เมื่อได้จังหวะที่สมควรและฝ่ายตนมีกำลังที่กล้าแข็งกว่าจึงเข้าจู่โจมชิงชัย...!!!!จุดอ่อน เพลงกระบี่ดาวเหนือเป็นเพลงยุทธ์ที่แข็งกร้าว.......
หากมิมีกระบวนท่าคันฉ่องส่องหน้าของฮูหยินจันทร์ส่องหล้าคอยเสริมด้วยแล้ว...ทิศทางการใช้กระบวนยุทธ์ย่อมผิดเป้าหมายและไร้การควบคุมทิศทางได้...
หากมิใช้ฝ่ามือคันฉ่องส่องหล้า...ก็จะต้องมีกระบวนเพลงยุทธ์ของดาวบริวารคอยเสริมและกำกับทิศทางจึงจะแสดงอานุภาพสูง...มิต่างกับแหวนเพชรที่ต้องมีอัญมณีอื่นรายล้อมจึงจะเสริมความโดดเด่น ของประกายที่เก็บงำได้.... เมื่อผู้รู้จุดอ่อน กระบี่ดาวเหนือ ษิณฉีจ้วงลี่ ที่มีเพลงฝีมือที่มีความแข็งกร้าวทรนงก็ย่อมใช้จุดอ่อนเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์.... กระบี่ที่แข็งกร้าวและทรนง.....มิใช่เป็นกระบวนท่าที่ยอดฝีมือต้องใช้พิชิตคู่ต่อสู้มิใช่หรือ???? ผิดคาด...ความแข็งกร้าวทรนง กลับถูกความอ่อนยืดหยุ่นสยบ...และตกเป็นฝ่ายรับได้
เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งใช้ค่ายกลวาดเสือให้วัวตื่น...!!!! ที่แท้ มีเลศนัยอันใด??? เลศนัยก็คือว่า....ความแข็งกร้าวทรนงของกระบี่ดาวเหนือมีการถูกวาดขึ้นโดยผู้คนลึกลับที่ชักใยเบื้องหลัง........
และนำภาพวาดนั้นไปแสดงต่อชาวยุทธจักรให้แตกตื่นกลัวเพลงฝีมือกระบี่ดาวเหนือ....???
มีแต่ภาพวาดเท่านั้นที่เป็นความอ่อนหยุ่นงดงามหรือเคียดแค้นชิงชังที่จะเกิดขึ้นได้ในใจผู้คน... เมื่อเป็นเพียงภาพวาดแล้วจะเกรงกลัวอันใด????
มีช่างทาสีคนใด วาดขึ้นกระนั้นหรือ??? หามิได้...ชาวยุทธจักรมิได้แตกตื่นอันใดหรอก...
หากมีเพียงฝูงโคกระบือบางส่วนที่แตกตื่น เมื่อมันแตกตื่นก็จะวิ่งพล่านทำลายพืชผลที่ชาวบู้ลิ้มเขาร่วมกันปลูกฝังเอาไว้..
ชาวยุทธ์ปลูกฝังพืชผลอันใดไว้ฤา????!!!! พืชผลที่เขาร่วมกันคิดร่วมกันทำร่วมกันปกครองด้วยตัวเขาเอง...!!!!
หากมันถูกทำลายมินับว่าเสียแรงเปล่าหรือกับเลือดเนื้อชีวิตที่ผู้คนในยุทธจักรสั่งสมมาจากบรรพชนเป็นประเพณียึดถือ... เพียงแค่ความลุ่มหลงอำนาจ....ของบางกลุ่มที่ต้องการปกครองบู้ลิ้มด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมวิชามารเพื่อให้ได้มา.......หาได้ทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งกันไว้ไม่.... เพลานี้....เพลงยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ ถูกวาดขึ้นด้วยฝีมือของจิตรกรกลุ่มหนึ่งเพื่อนำมาใช้ขู่ขวัญโคกระบือในยุทธจักรให้แตกตื่นด้วยภาพวาด...จอมเผด็จการปล้นชาติ...จากพู่กันของจิตรกรกลุ่มหนึ่ง เหตุใด...ต้องวาดเป็นภาพเยี่ยงนี้...???!!!! เมื่อผู้หนึ่งมุ่งหวังในตำแหน่งประมุขบู้ลิ้ม..แต่ตนเองด้อยกว่ามีแต่ต้องตัดกำลังฝีมือ....มิเพียงเท่านั้นพวกมันต่างล้วนไม่เคยรู้ประเพณีชาวบู้ลิ้มที่ปลูกฝังมา....เว้นแต่การใช้กำลังโค่นล้ม...และเล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้มา..... ภาพวาดให้โคกระบือตื่น...ก็ต้องเกิดการขับไล่ผู้ที่เป็นแบบตามภาพนั้นในใจของชาวบู้ลิ้ม...ว่าเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดฝูงวัวควายตื่นทำลายพืชผลชาวยุทธจักรเสียหาย....ใครที่ถูกนำมาเป็นแบบและถูกเสริมแต่งต่อเติมขึ้นเพื่อให้เกิดการลุกฮือขึ้นของชาวบู้ลิ้มเพื่อขับไล่...???? มิผิด...เป็นใครไม่ได้...นอกจากกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ และมิผิด...จิตรกรที่วาดจะเป็นใครก็มิได้....
หากมิใช่...กลุ่มที่ต้องการขึ้นครองอำนาจในบู้ลิ้ม.…ในเพลานี้...!!! พวกมันเป็นผู้ได๋...??? ไผ๋เป็นมัน..???..
มันเทศ...หรือมันมือพยัคฆ์..???!!
เป็นหยังจึงมาเฮ็ดจังซี้....!!
เมื่อฝุ่นซา...ฟ้าย่อมสางมิพักต้องใช้คบส่องดูหน้าตา..ก็ย่อมรู้ใจ..???
ว่า..ไผ๋เป็นไผ๋....!!!!!.................................
เปิดหม้อกระบือตุ๋น “ ฆ่ากระบือ...ใยต้องเสียดายเกลือที่ต้องใช้ทา ” หากว่า...กระบือที่จะต้องถูกฆ่าเพื่อนำมาตุ๋นเป็นอาหารอันโอชะเพื่อให้ผู้ที่ฆ่าได้แกล้มกับการนั่งดื่มสุราเลิศรสฉลองชัย......ก็ต้องมีหม้อตุ๋น(จื๋อสิงกัว).... มาตรว่า....มีหม้อตุ๋นแต่ไร้พ่อครัวที่มีฝีมือในการตุ๋นไหนเลยจะได้ลิ้มกระบือตุ๋นที่เลิศรส... ในยามนี้....จะหาผู้ใดมีพลังฝีมือ ตุ้นสุ่ยหนิว(กระบือตุ๋น) ....ที่ตุ๋นกระบือได้เลิศรสหาเกินศิษย์รุ่น7กลุ่มหนึ่งแห่งสำนักกระบี่แห่งหนึ่ง...วิทยายุทธ์เฉพาะตัวของผู้นี้นอกเหนือจากเพลงกระบี่ที่เกรี้ยวกราดแล้ว....ฝ่ามือตุ้นสุ่ยหนิวก็นับได้ว่ามิได้น้อยหน้าไปกว่าเท่าใดนัก.... หลังจาก...โจรผ้าผูกคอยาว(หลิ่งไต้)สวมอาภรณ์ชนเผ่าเอี้ยง(ซีจวง)...ผู้นี้ได้ถูกจับตามองจากมือปราบลึกลับของทางการเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวและลอบคุ้มกัน.... มีเลศนัยใดหรือ???!!!เหตุใดจักต้องไปคุ้มกันกับโจรผู้นี้...!!! มิผิด...กระบือที่เปลี่ยวและบ้าคลั่ง....ผู้ที่จะนำมาใช้งานมันก็มิมีความจำเป็นต้องสนตะพายผูกเชือกล่ามไว้เพราะมันไม่เชื่อง...!!!ย่อมใช้งานตามความเปลี่ยวและโง่เง่าของมัน...!!! กระบือ ที่เปลี่ยวและโง่เง่าการใช้งานก็มีแต่เพียงนำไปใช้ในสนามประลองฝีมือของชาวยุทธ์ ที่ชมชอบการประลองยุทธ์ด้วยชีวิตกระบือ... มีแต่กระบือเปลี่ยวที่โง่เง่าคึกคักห้าวหาญเท่านั้น...จึงจะคู่มือกับการประลองยุทธ์ของยอดฝีมือในสนามการประลองฝีมือเชือดกระบือ...!!!! กระบือที่เสียชีวิต...ในสนามประลองยุทธ์ก็จะถูกนำมาตุ๋นในหม้อตุ๋น....เพื่อแกล้มสุราของผู้ที่ส่งมันเข้าไปประลอง....!!!! ผู้ใดมีหม้อตุ๋น...???!!! ผู้ใดมีฝีมือตุ๋น...!!!???
หากมิใช่พ่อครัวแล้วจะเป็นผู้ใด..!!!! มันผู้ใดเป็นพ่อครัว...!!!???
ผู้ที่ส่งกระบือลงสนามประลองยุทธ์กับพ่อครัวก็ต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีเลศนัยอันใด..????
ก็เพราะมีแต่พวกมันเท่านั้นที่ต้องการลิ้มรสโอชะของกระบือตุ๋นตุ้นสุ่ยหนิว!!
หลังจากโจรสวมอาภรณ์หลิ่งไต้และซีจวงผู้นี้ถูกติดตามโดยคนของทางการ
เหตุอันใด...มันจึงรู้ตัว..???!!! ว่าถูกติดตาม...????เหตุที่มันรู้ว่าถูกติดตามก็เพราะ...ผู้ติดตามมันต้องการเปิดเผยว่ามันถูกติดตาม
เพราะมีแต่ให้มันรู้ว่าถูกติดตามจึงจะรักษาชีวิตมันได้....!!! ฤามีปริศนาอันใด...??? หากมิให้มันรู้ว่าถูกติดตามจากทางการ...ไหนเลยจะเป็นข่าวที่เล่าขานใหญ่โตในวงการบู้ลิ้ม....
เมื่อผู้หนึ่งต้องการจะใช้มันเป็นเหยื่อ..!!!การให้การคุ้มครองเพื่อป้องกันจากการลอบฆ่า...นั้นยากเย็นอย่างยิ่ง มันยากเยี่ยงใด???
มันยากเย็นเพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่ามือสังหารที่ถูกส่งมาเป็นผู้ใด...???
และพวกมันมาจากสายไหน...เนื่องจากมันอยู่ในที่ลับ... หากมิตีป่าให้อสรพิษตื่น...!!!ก็ยากต่อการป้องกันอสรพิษที่ลอบกัดเอา เมื่อต่างฝ่ายต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่าใครทำอะไร???
หากแต่ไร้หลักฐานเอาผิด...!!! เมื่อฝ่ายชักใย..ต้องการสร้างภาพให้ชาวบู้ลิ้มมองเห็นว่า...ผู้หนึ่งเป็นจอมยุทธ์ที่เหี้ยมโหดเผด็จการ......
มีแต่จะต้องเปิดหม้อรอไว้ตุ๋นกระบือเปลี่ยวตัวนั้นในขั้นสุดท้าย....มิผิด...กระบือที่มีชีวิต..ไหนเลยจะลงหม้อตุ๋นได้...!!! และเมื่ออีกฝ่ายก็รู้อยู่ว่าแผนกลุ่มชักใยเป็นอย่างไร...???!!!
มันก็ต้องซ้อนแผนเป็นเยี่ยงนี้...!!ดีกว่าปล่อยกระบือตาย...ไปลงหม้อตุ๋น
และเป็นอาหารอันโอชะบำรุงพละกำลังของฝ่ายตรงกันข้ามที่ชักใย...????!!!!! ที่แท้...เป็นเยี่ยงนี้เอง...!!!!???!!!! ฝ่ายชักใยจะทำอะไรต่ออีก...????
เมื่อแผน...หม้อตุ๋นกระบือถูกเปิดเผย...!!!
และกระบือก็ยังเปลี่ยวอยู่อย่างงมงาย ....?????!!!
..........................การสัประยุทธ์ช่วงชิง...หัวใจ หัวใจ(ซินจั้ง)ของผู้คนในบู้ลิ้ม...มาตรว่ามีเพียงคนละหนึ่งดวง...
หากแต่ว่าข้างในนั้น.....กลับมีมากมายหลายใจ...!!!!??? หนึ่งดวงแต่หลายใจ....ที่แท้เป็นเลศนัยเยี่ยงใดฤา...??? หากมิมีหลายใจที่แปรเปลี่ยนได้...ไฉนข้างในนั้นจักเป็นสนามให้จอมยุทธ์ประลองฝีมือช่วงชิง..!!!!...
หรือมิฉนั้นก็ไหนเลยบุรุษและสตรีจะต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเมื่อถูกแย่งหัวใจไปจนหัวใจสลาย.....???!!! ปรมาจารย์กลศึกกล่าวไว้ว่า....ชัยชนะสูงสุดคือชัยชนะที่ได้มาด้วยการไม่หลั่งโลหิต...!!! เยี่ยงนี้...แล้วไฉนฝ่ายชักใยกลับใช้...กลศึกกระบือตุ๋น...
กลับมิสู้..ปล่อยกระบือลงวิ่งกลางทุ่ง...มิดีกว่าลงในสนามประลองหรือ???และฝ่ายกระบี่ดาวเหนือไฉนต้องติดตามโจรผู้นั้นและก็รู้อยู่ว่าจะต้องสูญเสียพื้นที่ในใจของชาวบู้ลิ้มที่จะต้องเกลียดชัง...???!!! มิผิด...การยุทธ์ใดๆล้วนต้องมีการได้เปรียบเสียเปรียบของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด....ในช่วงเวลาหนึ่งๆที่ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ......

การยุทธ์ย่อมมิใช่งานเลี้ยงร่ำสุรา...!!!ที่ยกจอกชนกัน หากแต่ว่า...เหตุที่ฝ่ายกระบี่ดาวเหนือต้องเลือกกลวิธีนี้เนื่องจากเหตุผลหลายประการ... เหตุผลประการแรก....เพื่อป้องกันการขยายการยกระดับจากทางยุทธวิธีขึ้นสู่ทางยุทธศาสตร์..
เหตุผลประการที่สอง...เพื่อป้องกันการสวมรอยของอีกหลายกลุ่มที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือในเพลานี้.... จากเหตุผลดังกล่าว...มาตรว่าจะต้องเป็นฝ่ายรับและสูญเสียการช่วงชิงพื้นที่ในใจของชาวบู้ลิ้ม...ก็ต้องยินยอมเพราะหากปล่อยให้ยกระดับขึ้นเป็นการรุกทางยุทธศาสตร์....ย่อมเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตในบู้ลิ้ม...!!!! เหตุใดฝ่ายกระบี่ดาวเหนือมิรุกทางยุทธศาสตร์ในเรื่องราวอื่นมากมาย..???!! เพราะ...เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของชาวบู้ลิ้มที่ได้รับการกระพือข่าวใหญ่โต...จนกลายเป็นการยกระดับกระบวนยุทธ์เพื่อเริ่มต้นรุกทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายชักใย....และเครือข่ายของฝ่ายชักใย...!!! เมื่อฝ่ายชักใยไม่สามารถขยายยกระดับขึ้นสู่ทางยุทธศาสตร์แล้วมันจักปรับวิธีการเยี่ยงใด???

ฝ่ายชักใย...ล้วนได้ประโยชน์จากโจรอาภรณ์ซีจวงผู้นี้.....
นอกจากจะเป็นแหล่งเสบียงกรังแหล่งใหญ่....มันยังเป็นกระบือเปลี่ยวใช้ลงสนามได้ดี.... เมื่อมันเป็นกระบือเปลี่ยวแล้วจะมิถูกยอดฝีมือฆ่าตายในสนามหรือ...??? การที่จะเป็นกระบือลงหม้อตุ๋นของผู้ชักใย...ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้นเมื่อสถานการณ์ต่างๆสุกงอมพื้นที่ในใจชาวบู้ลิ้มโดนยึดครองเป็นส่วนใหญ่......และเมื่อกระบือมันไม่มีเรี่ยวแรงขนเสบียงกรังให้ได้...!!!!....การปรับเปลี่ยนสู่การรุกทางยุทธศาสตร์ก็มีแต่จะต้องยกหม้อตุ๋นตั้งเตาไฟ.... เมื่อสถานการณ์อยู่ในขั้นการตรึงกำลัง...จะมิมีการปรับเปลี่ยนแผนการหรือ??? มิผิด....ต่างฝ่ายต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อจะชิงเป็นฝ่ายรุก.....ฝ่ายชักใยก็ต้องปล่อยให้โจรผู้นี้สร้างภาพเป็นวีรบุรุษเพื่อยึดครองจิตใจของชาวบู้ลิ้มต่อทั้งๆที่รู้ผู้นี้เป็นโจร
หากแต่ว่าหนี้บุญคุณที่ติดค้างในยามคับขันในอดีตของคนผู้หนึ่งที่โจรผู้นี้ยื่นมือขนเงินทองเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ....มันก็ย่อมซาบซึ้งในน้ำใจ...ทั้งๆที่มันก็รู้ผู้นี้คือโจร แต่ในยามคับขันที่เป็นตายเยี่ยงนั้น...มีเพียงโจร...ผู้นี้ที่ช่วยมัน...!!!! ฝ่ายกระบี่ดาวเหนือก็คงปรับเช่นกันเพียงแต่หันไปรุกชิงจิตใจด้านอื่น...เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสของบางกลุ่มและการยกระดับการยุทธ์ของกลุ่มชักใยและเครือข่ายของกลุ่มชักใย......!!!! ต่างล้วนจะต้องพลิกแพลงให้แยบยลยิ่งขึ้นเพื่อบรรลุผลการครองหัวใจชาวบู้ลิ้ม!!!!!
..............................
กระบี่หักเก้าชีวิต
ผู้คนในยุทธจักรต่างล้วนมีเส้นทางที่เดินไป บางครั้งก็มีกุหลาบปูลาด บางเส้นทางก็อุดมไปด้วยขวากหนามตอของป่าที่รกชัฏ
ต่างล้วนไปสู่จุดมุ่งหมาย.... มิต่างจากมันผู้นี้...กระบี่หักเก้าชีวิต หม่าฉางเผ่า( ม้าวิ่งทน)
เส้นทางหากมีผู้คนเหยียบย่ำเดินไปมาตัดกิ่งก้านไม้กีดขวางมันก็เป็นเส้นทางผิดคาดมิใช่มัน...มันกลับมิชมชอบเส้นทาง..???
เลศนัยเยี่ยงใด..???!!! มันมิใช่เป็นนักแผ้วถางทางมิใช่หรือ???!!!!
มิผิด....มันกลับชมชอบการแผ้วถางทางอย่างยิ่ง...
มิเช่นนั้นไหนเลยกระบี่มันจะต้องหักจากการตัดโค่นถางทาง...!!!หากแต่ว่า....ทุกเส้นทางที่มันชมชอบแผ้วถาง
ล้วนเป็นเส้นทางลัด....!!! และหามีตอไม้และขวากหนามไม่....!!!! นั่นมิใช่เส้นทางที่ดีดอกหรือ...นอกจากจะย่นย่อระยะยังมิมีหนามตอ...??? ผิดคาด...!!! ทุกเส้นทางลัดของมัน
ต่างล้วนเป็นภูผาหินสูงชันใหญ่โตขวางตรงหน้า กระบี่ที่มันแผ้วถางไหนจะทานทนก็ย่อมต้องหัก...
เมื่อหักมาหลายครั้งมันก็เลยได้สมญาว่ากระบี่หักเก้าชีวิต.... ไฉนจึงนับว่ากระบี่มันเป็นหนึ่งในยอดฝีมือกระบี่....เมื่อกระบี่มันหัก..???อาวุธที่ยอดฝีมือใช้ออกไป ต่อให้เป็นมีดหั่นผัก มันก็มีอานุภาพหากผู้นั้นมีพลังฝีมือ... และเพลงกระบี่ของมันก็สมควรอนุรักษ์ไว้ !!!
เหตุใดกล่าวเยี่ยงนั้น.....กระบี่มันผู้นี้ล้วนแผ้วถางทางลัดที่ผู้คนเขามิได้ชมชอบเดินกันมิใช่หรือ ???มิผิด...เส้นทางใหม่ที่เป็นทางลัดใดๆ
ย่อมมิมีผู้ใดคาดเดาได้ว่าดีหรือไม่ดี..!!! ทางลัดอาจมิใช่เส้นทางใหญ่ที่ผู้คนเดินกัน
อาจเป็นซอกหลืบเล็กๆที่ผ่านไปได้... เยี่ยงนี้จะนับว่าเป็นทางที่ดีให้รถม้า...อาชาเดินได้อย่างไร???? มิผิด...หากผู้คนปราศจากความคิดที่เป็นกบฎต่อความคิดเดิมไหนจะเกิดคิดค้นเส้นทางใหม่ได้
และเส้นทางเหล่านั้นอาจออ้มโค้งไกลยืดยาด... มิต่างจากมันผู้นี้...
และต่อให้กระบี่มันหักอีกเก้าครั้งมันก็มิหยุดคิดเส้นทางลัด...!!!!
เมื่อกระบี่ที่หักเป็นแผลในใจของมัน...หาได้หยุดยั้งหัวใจที่เป็นกบฎได้...!!!เมื่อทั้งชีวิต...มันล้วนคิดแต่ทางลัด...!!!!!
และไม่เคยคิดกบฏต่อหัวใจของตนเอง !!!!!
เมื่อมีการรับงาน ก็ต้องมีการ จัดให้ !!!
เพราะถ้าไม่มีการรับงาน ผู้ใดๆก็ต้องเกียจคร้านที่จะไป จัดให้ ฟรีๆ
หากมันไม่มีหัวใจที่เป็นกบฎ !!!! ในบรรดาศิษย์ สำนักกระบี่พิทักษ์แผ่นดินหงเหอ รุ่น 7 มียอดฝีมือในยุทธจักรหลายคนที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการบู้ลิ้ม กระบี่หักเก้าชีวิต เป็นหัวหอกหลักในรุ่น ที่นำกำลังก่อการกบฏถึงสองครั้งในอดีต...และรอดชีวิตได้ทั้งสองครั้ง ขณะเดียวกัน ผู้เฒ่าเทพอสูรจระเข้มึนเมา หนึ่งในศิษย์สำนักนี้ก็เคยร่วมก่อการหนึ่งหนและเป็นผลให้หัวหน้ากบฏ ที่เป็นเจ้านายของเทพอสูรฯต้องเสียชีวิต เครือข่ายที่เคยวางไว้ ของเทพอสูรจระเข้มึนเมา เมื่อครั้งร่วมกับจอมมารลิ้นบินในคราปกครองบู้ลิ้มยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น...ในการกุมอำนาจต่างๆที่เป็นรูปธรรม เช่นองค์กรที่เป็นอิสระนอกเหนืออำนาจปกครองของประมุขบู้ลิ้มหลายองค์กร.. และกระบี่หักเก้าชีวิต หม่าฉางเผ่า ก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรของเทพอสูรจรเข้มึนเมา เป็นผลให้ จอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือ มาตรว่าจะชนะใจอย่างท่วมท้น ต่อชาวบู้ลิ้มในการประลองยุทธ์เพื่อชิงตำแหน่งประมุข....เกือบจะต้องหลุดจากตำแหน่งในวันแรกที่รับตำแหน่งด้วยค่ายกลรูโหว่สิบแปดมงกุฎอันแพรวพราว....ด้วยข้อหากระทำผิดต่อกฎเกณฑ์ของบู้ลิ้มบางข้อ......
และผลจากความชะล่าใจของกระบี่ดาวเหนือที่ร่ำรวยกลับไม่แสดงตนว่าร่ำรวยไปให้สินทรัพย์เป็นชื่อของบรรดาเหล่าคนรับใช้....
.....................................
สายน้ำและทางเลือกแบบทางลัด
ลำธารที่ไหลมาจากทุกสารทิศ...
ไหลมารวมตัวกันในแอ่งที่ต่ำเป็นแหล่งน้ำ ไม่อาจจะคาดหมายได้ว่าแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นจะเป็นน้ำที่ชาวบู้ลิ้มใช้ดื่มกินได้หรือไม่
หากลำธารหลายสายต่างล้วนมาจากแหล่งน้ำที่เน่าเสีย...มูลสุกร...โค..กระบือ..
และเช่นกัน...แหล่งน้ำเก่าที่เน่าเสียเมื่อไม่มีน้ำดีไหลเข้ามาใหม่
แหล่งน้ำนั้นมันก็เป็นแหล่งน้ำที่เน่าเสีย.... เมื่อมันไหลไปรวมกันเป็นแม่น้ำ....
ก็มิต่างอะไรกับแม่น้ำที่เน่าเสียอันเชี่ยวกราก...
ที่เอ่อท่วมท้นบ้านเรือนชาวยุทธจักร....
และจะต้องทนความเน่าเหม็นที่กักขังอยู่อีกนาน หากไร้น้ำใหม่ที่ไหลบ่าไล่ตามหลังเข้ามาทดแทน.... การแยกตัวออกมาของเทพอสูรจรเข้มึนเมา และพวกพ้องออกมาจากพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี่ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ) เพื่อมาจัดตั้งพรรคใหม่ขึ้น.... จุดมุ่งหมาย ก็ คือต้องการช่วงชิงตำแหน่งประมุขบู้ลิ้มจากกระบี่ดาวเหนือ และหากผู้ที่คิดแต่เส้นทางลัด....
ก็ย่อมทนทานไม่ได้กับการรอคอย.....
ที่ต้องเดินตามทางที่ผู้คนยึดถือปฏิบัติ การโค่นล้มผู้ที่เหนือกว่าและยึดกุมจิตใจชาวบู้ลิ้มส่วนใหญ่ไว้ได้...
หากใช้เส้นทางตรง....มันมิอ้อมเกินไปหรือ...???!!! เมื่อมีการรวมตัวแบบฉุกละหุก...
และเวลากระชั้นชิดในการสะสมไพร่พลให้เติบใหญ่... มันก็ต้องมียุทธวิธี....แบบลัดๆ....และรวบรัด...
นั่นย่อมหมายถึง การรุกด้วยวิธีลัด.... วิธีลัดย่อมมิใช่วิถีทางทีผู้คนในบู้ลิ้มใช้เดินอันเป็นปกติวิสัย...
หากจะให้บรรลุจุดมุ่งหมายสุดท้ายในการยุทธ์ คือเข้าไปนั่งผ่องถ่ายเสพสุราหลังชัยชนะปกครองยุทธจักรเพื่อผ่องถ่ายเอาความสุขคืนมาจากชาวบู้ลิ้มหลังกรำศึก..... มีแต่จะต้องแบ่งปันการผ่องถ่าย...ให้กับผู้อื่น...
การขายความสุขแห่งการผ่องถ่ายเสพสุราบนเก้าอี้แห่งอนาคต....เพื่อสร้างพันธมิตรก็ย่อมมีเก้าอี้แห่งอนาคตเป็นสิ่งล่อจูงใจ.... และหากมิร่วมกันตี...ไหนจะมีอนาคต...!!!
เมื่อมีพันธมิตรลับๆ....และล่อๆ...และเปิดๆปิดๆ ตามธรรมชาติของบรรดาจอมยุทธ์ในไท่กว๋อที่ปลอดศัตรูถาวร..และปลอดมิตรแท้..... ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะไปล่อให้ลับ หรือ สิ่งที่จะไปให้แบบลับเพื่อล่อ...
และสูตรสำเร็จการโจมตีฝ่ายตรงข้าม คือเผด็จการไม่มีความเป็นธรรม..และต้องซุกความเป็นจริง...ให้เป็นเป็นสิ่งที่เร้นลับ....!!!! หากทางลัดมันเป็นทางตัน....ก็คงต้องฝันต่อไป..
เมื่อหัวใจยังไม่เคยทรยศต่อความคิดที่เป็นกบฏของหัวใจของตนเอง.....และล้วนเคยชินแบบทางลัด...อันเร้นลับ...!!!!
เพื่อสร้างพรรคแห่งทางเลือกที่ลึกลับ...!!!
และอนาคตที่ลึกลับมิอาจคาดเดาได้ของชาวยุทธจักร...!!!....................................
สัญญา...เมื่อสายัณห์ “ จาก ตงเป่ยมา..เจ้าลืมสัญญาสองเราเมื่อสายัณห์ก่อนเคยรักใจภักดิ์ไม่เปลี่ยนผัน................................
................... กลับบ้านเดินเคียงสำเนียงได้ยิน ไม่เล่นลิ้น...แม้สิ้นดินฟ้า............ ..............................เจ้าแปรไป.....หัวใจเหมือนถูกเกาทัณฑ์ แทบล้มทั้งยืน...สะอื้นอกตรม.................
......................วิมานที่ล่ม...ลืมสัญญาเมื่อสายัณห์.....”
บทเพลงขับขานของชาวยุทธจักร อันเป็นประเพณีสืบสานกัน มายาวนานหลังฤดูการประลองยุทธ์เพื่อช่วงชิงการปกครองในยุทธจักรของบรรดาจอมยุทธ์สิ้นสุดลงและเข้าสู่ช่วงการผ่องถ่ายเสพสุราของบรรดายอดฝีมือ.....อันเป็นวัฎจักร.......... พวกมันต่างล้วนลืมสัญญา...จนเป็นนิสัย.!!!
การผ่องถ่าย....เริ่มขึ้นหลังการได้ชัย....
ความสุขของชาวยุทธจักร....เริ่มถูกผ่องถ่ายกลับคืน.... มิผิดกับคำสัญญา...เวลาพลบค่ำเพื่อนำพาสู่ความมืดมิดของรัตติกาล....!!!!

มาตรว่าเขาจะหลอก...ชาวยุทธจักรล้วนเต็มใจให้หลอกและช้ำทั้งนอกทั้งใน
จนกายเป็นความด้านชินชา......
เมื่อต้องเป็นบันไดเป็นเรือจ้างเป็นสะพานให้เขาเดินเขาพบบ่อทองเขาพบบ่อเงิน....เขาจะเมินไม่ว่า.... และหาอะไรมิได้กับคำสัญญา... เมื่อคำสัญญา..ที่เกิดขึ้นในตอนสายัณห์....!!!!!
เป็นจริงได้ก็เพียงความฝันยามนิทรา...!!!!! เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ต่างๆในยุทธจักรไท่กว๋อเพลานี้....
วันเวลาแห่งการประลองยุทธ์เพื่อช่วงชิงการปกครองยุทธจักรใกล้เข้ามาทุกขณะ.....การใช้ค่ายกลสัญญาสายัณห์.....ค่ายกลความฝันอันสลัว... รวมทั้งค่ายกลอื่นๆซึ่งต่างล้วนเป็นการให้คำมั่นสัญญา....ที่โอ่อ่าโหมประโคมให้อึกทึกทั่วยุทธจักร....เพื่อสัญญาตอนสายัณห์กับชาวยุทธจักรอันเป็นจารีตประเพณี...... มิต่างจากพรรคทางเลือก จูเยว์ – ปั้งหวั่น ( สัญญา – สายัณห์ )ที่มีหัวหน้าพรรค ฉายาว่ามือกระบี่สำรอง เฟยไคว่จือ(ตะเกียบบิน) ซึ่งมีฝีมือในการทำพิราปตุ๋น( หวงซานตุ้นเกอ) แกล้มกับผูเถาจิ่ว สุรารสเลิศ หยดละหลายตำลึง ของผู้เฒ่าเทพอสูรจรเข้มึนเมา หากมิมีตัวจริง...ไหนจะมีตัวสำรอง... หากผู้หนึ่งถือตะเกียบคีบอาหารอยู่....ตะเกียบสำรองก็ย่อมวางทิ้งไว้บนโต๊ะ...คงมิมีผู้ใดใช้ตะเกียบสองคู่ในมือข้างเดียวคีบอาหาร... เมื่อพรรคสัญญา-สายัณห์ มีผู้เฒ่าเทพอสูรจรเข้มึนเมา...อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังโดยเปิดเผย... ผู้ที่ใช้ตะเกียบจริงในมือ...ก็ต้องเป็นเทพอสูรจรเข้มึนเมา...เป็นผู้คีบอาหารด้วยตะเกียบจริง...มิใช่ใช้ตะเกียบสำรองคีบ... หาใช้ตะเกียบสำรองคีบได้ไม่...เพราะตะเกียบสำรองย่อมเอาวางไว้บนโต๊ะเพื่อความสง่างาม......เพื่อไว้ชำเลืองดูยามที่คีบอาหารตุ๋นทั้งหลายแหล่ในจานแกล้มกับการดื่มผูเถาจิ่ว....หยดละหลายตำลึงทอง..ของผู้เฒ่าเทพอสูรฯ มิต่างอันใดกับกระบี่สำรองมือหนึ่ง เฟยไคว่จือ.....ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคดั่งตะเกียบสำรองคู่หนึ่ง....... แค่เสียง ฮัดเช้ย !!! ผู้เฒ่าสะอึกเมื่อดื่มผูเถาจิ่วดังขึ้น...เรื่องราวในพรรคก็ต้องเป็นไปตามนั้น... มิผิด...จะเป็นมือหนึ่งได้ก็ต่อเมื่อเสียง..ฮัดเช้ย!!!สงบลง..!!! หากแต่ว่า...กระบี่สำรองยังพอมีสายสัมพันธ์เพื่อนพ้องน้องพี่เครือข่ายพรรคกระยาจกอยู่หลายเครือ...
และข่ายอิสระอยู่หลายข่ายที่คอยช่วยเหลือ....เช่นเครือข่าย ค่ายกล ร่างทรง ปวกเปียก หรือเรียกตามอักษรย่อของ3คำได้ว่า ครป.เป็นต้น เป็นกลุ่มที่ใช้ค่ายกลหนึ่งในการย้อมจิตวิญญาณผู้คน.... สัญญาที่สวยสดงดงามล้วนอยู่ที่จินตนาการ....
และหาใครที่มีจินตนาการ เทียบเท่า ตะเกียบบินเฟยไคว่จือ ไม่มี เมื่อเป็นจินตนาการ....ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในการกระทำ...
มิเช่นนั้น ไหนเลยจะเรียกว่าจินตนาการ... หากแต่...ว่าผู้ที่จะยึดกุมใจชาวบู้ลิ้มให้ได้ก็ต้องใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือ...ยิ่งจินตนาการสูงเพ้อฝันสูงอันมิอาจกระทำได้...ยิ่งพิสดารสูงย่อมยิ่งยึดกุมจิตใจชาวยุทธจักรได้ดี.... ทั้งนี้....ชาวยุทธ์ส่วนใหญ่รับรู้มาจนชาชิน...จนกลายเป็นความชินชา..
จากชินชา...ก็กลับกลายเป็นเบื่อหน่าย...!!! จึงต้องการผู้ใดมีกระบวนท่าจินตนาการเพ้อฝันที่พิสดารยิ่งขึ้น...
เพียงเพื่อมิให้เบื่อหน่ายเท่านั้นเอง...!!! เพราะต่างล้วนรู้ว่าเป็น...สัญญา เมื่อสายัณห์ !!!
อันเป็นได้เพียงความจริงของความฝัน.....ที่พิสดารยิ่งนัก...!!! และก็เป็นความฝันที่พิสดารยิ่งนักของกลุ่มผู้คนที่อยู่ในเวลาจวนสายัณห์....????!!!
การประกาศ...ค่ายกลความฝันอันสลัว ของกลุ่มจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือ...เพื่อปราบปรามขุนนางกังฉิน...มาตรว่าจะเป็นความฝันอันสลัวแต่ก็เป็นการเริ่มต้นกับการกวาดล้างขบวนการปล้นแผ่นดินอย่างเป็นกิจลักษณะ..ที่ไม่เคยมีมาก่อนในไท่กว๋อ.......แม้ว่าจะเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆ... มิผิด...เพลงยุทธ์ใดๆล้วนจะต้องบาดเจ็บจากกระบวนยุทธ์ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ออกไปเองหรือผู้ที่รับกระบวนยุทธ์เช่นเดียวกับไพร่พลของกระบี่ดาวเหนือที่จะต้องหนาวๆร้อนๆ.....หากโดนต้องอาวุธย้อนกลับในข้อหากังฉิน... เทพอสูรจรเข้มึนเมา มือคีบตะเกียบตัวจริงของ พรรคสัญญา –สายัณห์...
เมื่อในอดีตคราที่มีอำนาจในบู้ลิ้มถนนทุกสายล้วนวิ่งเข้ามาหา..จึงเป็นผู้กว้างขวางอย่างยิ่งกับมิตรสหายในทุกเส้นทางซึ่งมีทั้งธรรมและอธรรม... เพลานี้...จึงเป็นแหล่งพักพิงไพร่พลมิตรสหายจากหลายเส้นทาง....หลายเครือข่าย...ที่พิสดาร..!!!
เป็นธรรมดาของบรรดาเหล่าผู้สูญเสียผลประโยชน์จากเคยผ่องถ่ายความสุขจากชาวบู้ลิ้ม...ทั้งวิธีตรงที่ถูกกฎมณเทียรบาล...ทั้งอาศัยรูโหว่....และทั้งเส้นทางลัดต่างๆ.....ที่จะต้องวิ่งเต้นหาที่พักพิง.... กลุ่มที่นิยมใช้เส้นทางลัดย่อมมีหลายกลุ่ม....ทางลัดย่อมไม่กระทำตามกฎหมายและกฎเกณฑ์บู้ลิ้มเพราะความเยิ่นเย้อมิทันใจ... ย่อมก่อเกิดขบวนการมือสังหารอาชีพและมือสังหารรับจ้างในสังกัด...... มือสังหารอาชีพ...ย่อมแตกต่างจากมือสังหารรับจ้าง...เนื่องจากมือสังหารรับจ้างย่อมรับจ้างจากตัวเงิน...และมีเพียงเงินที่มันชมชอบบูชา... ต่างจากมือสังหารอาชีพ...เนื่องจากมือสังหารอาชีพล้วนถือการสังหารเป็นสิ่งประเทืองจิตใจ...ชมชอบกับการสังหารและการล่าเหยื่อเป็นนิสัย...... มิผิด...พวกมันต่างชมชอบการนั่งจิบสุราชมการหลั่งโลหิตของชาวยุทธจักร....ชมชอบการหลั่งเลือดและน้ำตาของผู้คน...แทนการชื่นชมธรรมชาติและความงดงามในความรักของผู้คนในยุทธจักร.... บรรดามือสังหาร ต่างล้วนชมชอบเส้นทางลัด...
หากมิมีเส้นทางลัด..ไหนเลยจะมีกฎหมายบ้านเมือง... เมื่อเส้นทางลัด....ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใดหาใช่ประโยชน์ทั้งมวลของชาวยุทธจักร.....
ก็ย่อมเป็นเส้นทางที่ผิดกฎเกณฑ์ของชาวยุทธจักร.. หากเป็นไปตามกฎเกณฑ์...ก็ย่อมไม่มีขุนนางกังฉิน...ก็ย่อมไม่มี นักเลงอันธพาล....มือสังหารอาชีพ...มือสังหารรับจ้าง...นักแสวงโชค...

เพราะมีแต่ทางลัดจึงจะก่อให้เกิดความร่ำรวยลัดอย่างทันตาเห็น... การใช้ค่ายกลความฝันอันสลัว...ของกระบี่ดาวเหนือ...เพื่อสร้างฝันอันสลัวในการกวาดล้างกังฉิน....ย่อมที่จะผลักใสให้กลุ่ม ชื่นชมเส้นทางลัด...หาที่พักพิงเป็นเกราะคุ้มกันตัวเองให้พ้นจากการปราบปราม....รวมทั้งบรรดาที่มีจุดมุ่งหมายในการฟอกตัวให้ขาวผ่องจากห้องย้อมสี.... แน่นอนที่สุด...วีรบุรุษย่อมเป็นผู้สร้างสถานการณ์...
หาใช่สถานการณ์สร้างวีรบุรุษไม่....!!!! มิผิด...ที่พักพิงที่ว่าย่อมอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มกระบี่ดาวเหนือ...
และก็ย่อมเป็นขุมกำลังสำคัญกับการล้มล้างกระบี่ดาวเหนือ...!!!........................................กระบี่ไวใจสั่งมา ความไวในการช่วงชิงเป็นฝ่ายรุกและการตอบโต้ฉับไว...ย่อมเป็นหัวใจในการใช้กระบี่.. กระบี่ที่ดูเชื่องช้า...ทว่าล้วนใช้เวลาการเล็งหาช่องโหว่ฝ่ายตรงข้ามที่อ่อนเปราะที่สุด
จำต้องมีสมาธิอย่างดีและดูประหนึ่งเชื่องช้า... แต่ทว่า...เวลาที่ลงมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามมันกลับลงมืออย่างฉับไวในจุดที่อ่อนเปราะของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ...และรวดเร็วยิ่งนัก กระบี่ไวใจสั่งมา ยี้จือจี่ (ยี้คู่ใจ) ผู้นี้ฉายาของมันมิได้มาง่ายๆ
ผ่านการล้มลุกคลุกคลานจากเวทีประลองฝีมือที่โดนฝ่ายธรรม ที่รุมล้อมมาหลายครั้ง และได้รับบาดเจ็บหนักที่สุดในสมัยที่เข้าร่วมการปกครองบู้ลิ้มคราที่ผู้เฒ่า เติ้งเสี่ยวหมาน ประมุขพรรค ไท่จินหมาน ( ปลาไหลทองไท) เป็นประมุขบู้ลิ้ม....และในยุคผู้เฒ่าพิสดารใหญ่เล็ก จิ๋วไว่กง(พ่อใหญ่จิ๋ว) เป็นประมุขในเพลาต่อมาที่กระบี่ไวใจสั่งมา แทบเอาชีวิตไม่รอด..จากการโจมตีของหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะจากพลพรรคหน้ากากเจ็ดสี(เมี้ยนจี้ว์ชีหยันเส้อ)....ที่ดำรงตนเป็นฝ่ายธรรม... เพลานี้ กระบี่ไวใจสั่งมา ยี้จือจี่ มันกลับพลิกฟื้นฟูพลังฝีมือสูงขึ้นถึงกลับมาเป็นกระบี่คู่ใจผู้หนึ่งของกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่(สง่างามพิสดาร) ผู้ที่ดำรงตำแหน่งจ๋งหลี่ อันเป็นตำแหน่งสูงสุดในการปกครองบู้ลิ้ม มิคาด...กระบวนท่าเหวี่ยงตาข่ายหาปลาของมันในการจัดการกับจอมมารโลหิต กลับมิได้รับการชมชอบจากพลพรรคเดียวกัน... มีเลศนัยเยี่ยงใด...ฤา ???
เลศนัยก็คือ หากมันแสดงความโดดเด่นอันเข้าตา ของกระบี่ดาวเหนือบ่อยๆ
การควบคุมไพร่พลในแดนตงเป่ย...มันย่อมมีอำนาจในการคัดเลือกผู้คนเป็นตัวแทนในการประลองยุทธ์... มิผิด...ผู้ใดล้วนอย่างแสดงฝีมือในสนามประลองยุทธ์หากมิได้คัดเลือกลงก็ย่อมไม่มีสนามแสดงความสามารถในวิทยายุทธ์ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวยุทธจักร... เหตุใดมันจึงต้องใช้กระบวนท่าเหวี่ยงตาข่ายหาปลา...?? กระบวนท่าการเหวี่ยงตาข่ายหาปลา ต่างล้วนเป็นไปเพื่อบรรลุผลสร้างความชื่นชมต่อชาวยุทธจักรในการหาอาหารมาป้อนปาก...

หากมิมีทีดิน ไหนจะมีที่ปลูกหว่านพืชผลเลี้ยงชีพ มิคาด...กระบวนท่าเหวี่ยงตาข่ายหาปลาของมัน...กลับมิได้หาปลา...????มันกลับใช้เพื่อหา วนิพกที่ยากจน...!!!
เหตุอันใดมันจะต้องตามหาคนจน..??? เพราะมีแต่คนจนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ครอบครองที่ดินทำกิน... มิมีผู้ใดอยากร่ำรวยในยุทธจักรไท่กว๋อ....!!!
ต่างล้วนอยากเป็นคนจนของแผ่นดินนับว่าพิสดารยิ่งนัก..!!! ทั้งนี้เนื่องจาก...มีแต่จะต้องเสแสร้งจน...จึงจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในบู้ลิ้ม...มิต่างจากจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถวที่ต้องอยู่อย่างยากจนแม้กระทั่งบ้านเรือนไม่มีจึงได้รับการชื่นชอบรับเลือกเป็นประมุขบู้ลิ้ม....และมิต่างจากจอมมารโลหิตเหอทานอี้ว์ ( สายธารกิเลส) มิผิด...มีแต่ความจนเท่านั้นจึงจะทำให้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจโดยปราศจากข้อครหาจากชาวยุทธจักร...!!!! จอมมารโลหิตเหอทานอี้ว์ผู้นี้มีประวัติความเป็นมาที่พิสดารอย่างยิ่ง...ฉายาที่ได้ล้วนเกิดจากเพลงฝีมือของมันที่ใช้ออกไปที่เกรี้ยวกราด ฝ่ามือโลหิต ของมันได้สร้างชื่อในอดีตในแผ่นดินยุทธจักรที่มีเขตุแดนติดต่อกับไท่กว๋อ......และค่ายกลโลหิตที่มันวางไว้ในเหตุการณ์นองเลือดครั้งหนึ่ง... มิผิด...ชัยชนะที่ได้มาโดยการหลั่งโลหิตล้วนคือจุดมุ่งหมาย วิชาตัวเบา โหนเชือกยึดค่าย เป็นกระบวนยุทธ์หนึ่งที่สร้างชื่อให้กับมัน ในการจู่โจมเข้ายึดสำนักของมันเอง มีเลศนัยเยี่ยงใดเหตุใดมันจึงยึดสำนักมันเอง..??? หามีเลศนัยใดไม่นอกจาก ความรุ่มร้อนในวิชาการบุกยึดจู่โจมที่มันถนัดเมื่อไม่ได้ใช้มานานและหาจังหวะที่จะใช้ไม่ได้สักที...มันก็ต้องใช้วิธีประลองฝีมือกับสำนักของตนเอง.....เพื่อซักซ้อมการขับไล่พลพรรคตามถนัด.. และเมื่อ มันล้วนยึดถือความจนเป็นจุดมุ่งหมาย..
มิคาด มันกลับมิเห็นรถม้าที่สง่างามหลายคัน ที่มีอาชาพ่วงพี 4ตัวลากจูงที่ใช้ภายในพรรคที่มันเอาไปใช้เป็นสิ่งมีค่าและถือว่าต่างล้วนเป็นสวะไม่อยู่ในสายตามัน....
เมื่อตีมูลค่าทางตัวเลขบัญชีทรัพย์สินแค่อีแปะเดียว.....นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อพิสดารยิ่งนัก...ทรัพย์สินหนึ่งที่มีค่ามากมายในสายตาชาวยุทธ์ที่เต็มใจสนับสนุนพรรคของมัน เมื่อย้ายมาอยู่ในมือมันกลับมีค่าแค่อีแปะเดียว....!!!
มิผิด...เมื่อผู้หนึ่งถือความจนเป็นสรณะ...ทรัพย์สินที่มันเอาไปถือครองย่อมมิมีค่าอันใด....พิสดารยิ่งกว่านั้น เมื่อพรรคที่มันสร้างขึ้นมันกลับขับไล่พลพรรคมันเอง...มีเลศนัย อันใด ??? มิใช่มันสร้างมากลับมือกลับมาลบด้วยฝ่าเท้าหรือ ?มิผิด...ผู้คนที่ควบคุมไม่ได้ก็ย่อมชี้นิ้วตามอำเภอใจไม่ได้
ย่อมมิมีประโยชน์ เพราะย่อมมิทำตามอำเภอใจได้...
หากจะควบคุมจิตวิญญาณได้....ก็มีแต่พรรคฟ้าดิน ที่มันตั้งขึ้นมาใหม่...
เครือข่ายพรรคฟ้าดิน ที่มีการขยายตัวไปในหลายพื้นที่ในไท่กว๋อ..มาตรว่าจะเป็นความสมัครใจของผู้คนในยุทธจักร เช่นขุมกำลังใหญ่ในที่แห่งหนึ่งของนครเทียนจินโส่วตู อีกหลายแห่งในตุงเป่ย (อีสาน) และอีกหลายแห่งในทิศซีฟัง(ตะวันตก)การรวบรวมพลพรรคเพื่อแสดงตัวเป็นคนจน ก็ย่อมได้ครอบครองที่ดินทำกิน
นับเป็นการดีที่คนจนได้มีที่ทำกิน หากแต่ว่า การควบคุมจิตวิญญาณผู้คน เพื่อบรรลุผลการสั่งให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้ดั่งใจ...
มีแต่ต้องควบคุมจิตวิญญาณให้ได้เท่านั้น....
และหากมิมีองค์กรไหนเลยจะควบคุมคนจำนวนมากให้เดินหน้าถอยหลังได้ดั่งใจ...!!!
ในคราเลือกประมุขมหานครเทียนจินที่ผ่านมา......การขับไล่ ให้กระบี่ดาวเหนือลงจากเก้าอี้ด้วยกระบวนท่าลิ้นบินอันโอ่อ่าคุณธรรมของจอมมารโลหิต และการทวงบุญคุณในการที่มันได้ดึงกระบี่ดาวเหนือมาเพื่อช่วยกู้หน้าให้ในคราวพรรคของมันตกต่ำ...กลับกลายเป็นหนี้บุญคุณเหลือล้นที่มันตามทวง...!!! ย่อมเป็นการหยามน้ำใจกันอย่างยิ่งต่อกระบี่ดาวเหนือ
มีหรือ กระบี่ไวใจสั่งมายี้จือจี่ จะรั้งมือ... มิพักต้องรอใบสั่ง เมื่อใจมันสั่งมา...
ทุกอย่างก็ล้วนได้ดั่งใจ....เมื่อโอกาสอำนวย หากปลาที่ติดร่างแห จากกระบวนยุทธ์เหวี่ยงตาข่าย
ได้ปลาจนๆตัวใหญ่มาเป็นอาหาร แกล้มสุรา
ก็ยังดีกว่าเหวี่ยงแหเปล่าที่ได้แต่ปลาจนๆเล็กๆมิอ้วนพี...!!!
แถมยังมีแต่ปลาจนปลอมๆ....!!!
.....................................
ซ่อนดาบในรอยยิ้ม มีดที่คมกริบ หากมิมีฝักสวมย่อมพลาดพลั้งโดนคมบาดได้
และฝักที่สวมย่อมหาคมอะไรไม่มี...
มิผิด...เปลือกนอกย่อมดูทื่อและไร้คม
หากข้างในกลับซ่อนเร้นใบมีดที่คมกริบไว้ภายใน.. หากผู้หนึ่งผู้ใด ที่มีใบหน้าแย้มยิ้ม กลับซ่อนความอำมหิตไว้ที่ก้นบึ้งลึกในหัวใจ ....
แล้วจักหาผู้ใดหยั่งได้ ....!!! เว้นแต่ว่าหากมันโชคดีที่ไม่เสียชีวิตจากความอำมหิตที่ซ่อนไว้ข้างหลังเหล่านั้น
และมีเพียงรอยแผลเหวอะหวะไว้ดูต่างหน้า
เป็นค่าประสบการณ์จากความโง่เขลาของตนในความเชื่อใจผู้คนบนเปลือกนอก
ที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์โอ่อ่ามีคุณธรรมสูงส่ง...มิผิด....มีแต่นักแสดงที่ตีบทได้แตกจึงจะเรียกน้ำตาผู้ชมละครเศร้าให้หลั่งน้ำตาตามได้ !!!! ความเศร้าสร้อยของยอดฝีมือในยุทธจักรบางส่วนในเพลานี้ ต่างล้วนเกิดจากการที่ กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ ได้ประกาศแก่ชาวยุทธจักรว่าจักล้างความยากจนให้หมดไปในไท่กว๋อ... มิคาด.....การทำนุบำรุงให้ชาวไท่กว๋อร่ำรวยกลับมิได้อยู่ในสายตายอดฝีมือจำนวนหนึ่ง
พวกมันต่างล้วนรังเกียจชิงชังความร่ำรวย... มีเลสนัยอันใดที่พิสดารเยี่ยงนี้...!!!! หากผู้หนึ่งผู้ใด....มีชีวิตอยู่อย่างยากจน ดูประหนึ่งหามีสมบัติใดๆเป็นของตน
ทั้งนี้มันอาจจะไม่มีทายาทที่จะต้องมารับสมบัติสืบแทน
มีประโยชน์อันใดจักต้องไปหามาใส่ชื่อไว้ว่าเป็นสมบัติของตน... เมื่อ รถม้าสง่างามม้าพ่วงพีถึง4ตัวหรูหรา ก็มีคนหามาให้ขี่
อยากจะได้ดาว ผู้คนก็สาวมาให้..... แล้วจะต่างอันใดกับเศรษฐีที่ร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติเป็นชื่อของตน
เยี่ยงนี้แล้วจะประสงค์อันใดอีกเล่าที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ เมื่อไปไหนมิจำเป็นต้องพกพาเงินตราแต่ว่ามีชีวิตหรูหราได้ตามอำเภอใจเมื่อผู้คนต่างล้วนเสียสละที่จะทำให้....อยากจะพักพิงตรงไหนในแผ่นดินก็ล้วนจับจองได้เมื่อมีคนจองให้และเลือกได้ตามอำเภอใจ.....
มิผิด...สิ่งที่ผู้คนยังไม่ยกมาให้ได้คืออำนาจความยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือผู้คนในยุทธจักร !!!!
หากแต่ว่า ถ้าแสดงออกมันก็อาจจะเผยให้เห็นความลับที่ซุกซ่อนภายใน...!!! ผู้คนอาจจะตื่นกลัว....!!!! เว้นแต่ต้องหาฝักมาสวมใส่ให้มิดชิด....
ปกปิดให้สนิท....จักต้องใช้ตัวแทนแห่งความต้องการ...!!! มิผิด...ไม่มีอำนาจก็เหมือนมีอำนาจหากมีตัวแทนของตน....
มิมีเงินก็เหมือนมหาเศรษฐี ที่ทำอะไรก็ล้วนได้ดั่งใจเมื่อมีคนเสนอหน้ามาให้บริการเพื่อคอยรับใช้.... จริงสิ...!!! มีแต่ความยากจนเท่านั้นจึงจะได้มาซึ่งอำนาจและเงินตรา...อย่างไม่มีที่สิ้นสุดโดยมิต้องขาดทุนล่มจมล้มละลาย... มีเหตุผลอันใดฤา ???!!! เหตุผลก็คือเมื่อมันจน...ไหนเลยจะพักต้องมีทรัพย์สินอะไรให้ขาดทุน.....
เมื่อมันล้วนแล้วไม่เคยขาดทุน สิ่งที่มันมีอยู่ก็ล้วนแล้วคือกำไร...!!! มีแต่ความจนเท่านั้นจึงจะสร้างผู้อื่นให้ร่ำรวยได้เมื่อเปรียบเทียบกับตน....ที่เป็นประหนึ่งผู้เสียสละอันสูงส่งให้ผู้อื่นร่ำรวยขณะที่ตนเองยากจนอย่างยิ่งก็ยังมิแล้งน้ำใจ.......
และก็เพื่อเป็นเจ้าหนี้ทวงบุญคุณกลับคืนจากผู้คนเหล่านั้นได้มากมายดอกเบี้ยบุญคุณย่อมงอกเงยได้ไม่มีขอบเขตุและไม่มีที่สิ้นสุด!! และ หากมูลค่าดอกเบี้ยมันสูง มันก็ย่อมมีคุณค่าสูงเพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนได้ทุกสิ่งตามความต้องการแห่งส่วนลึกสุดในใจตน...!!! ในยุทธจักรเพลานี้....หากความยากจนสูญไปจากไท่กว๋อ ตามประกาศของกระบี่ดาวเหนือที่ว่าจะทำลายล้างความยากจนแล้วพวกมันจักทำอะไรได้...ในเมื่อมีแต่ความจนต่างหากที่สร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้...!!!
มีแต่คนรวยเท่านั้นที่ต้องถูกกล่าวหาปล้นชาติปล้นแผ่นดิน... เยี่ยงนี้แล้วจักมีผู้ใดอยากเป็นคนร่ำรวย
เมื่อเป็นคนร่ำรวยแล้วต้องเอาดินหม้อทาหน้าและปิ๊บคลุมศีรษะกันผู้คนจำได้...
ซ่อนดาบในรอยยิ้ม ค่ายกลหนึ่งซึ่งยอดฝีมือบางกลุ่มที่ฝึกปรือจนบรรลุฝีมือล้ำเลิศในการวางค่ายกลเหล่านี้... ในการประลองยุทธ์เพื่อช่วงชิงตำแหน่งประมุขมหานครเทียนจินที่ผ่านมา จอมมารโลหิตเหอทานอี้ว์(สายธารกิเลส) ถึงกับใช้สุดยอดค่ายกลตัวแทนแห่งตัวตน อันเป็นสุดยอดของค่ายกลซ่อนดาบในรอยยิ้มมาใช้... มิผิด...ตัวแทนกลับเป็น ซวงเมี่ยนเหริน(คนตีสองหน้า)ผู้หนึ่ง หากเป็นภาษาทางตุงเป่ย จะเรียกขานว่า เซียงเมี่ยง(ศรีธนญชัย) จากเท้ามิเคยสัมผัสรถลากก็ต้องมาลากรถเพื่อสัมผัสกับความจน
จากมือแข็งกระด้าง ลำตัวแข็ง ก็อ่อนปวกเปียก โค้งคารวะคนจนได้ทุกคน....ในเมื่อมีแต่คนจนเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และเป็นผู้ที่สถาปนาอำนาจให้ได้....
และอำนาจที่ว่าเพื่อไปบังคับกลุ่มคนให้จนลงและจนยิ่งขึ้น... หากมิมีการเสียสละเพื่อการเป็นคนร่ำรวยของพวกมัน
ไหนเลยในยุทธจักรจักมีผู้คนที่มีเกียรติที่คนยกย่อง....ที่เรียกว่าคนจน... เมื่อมีแต่คนรวยเท่านั้นที่เป็นที่รังเกียจชิงชังและหาความซื่อสัตย์ไม่มี...
ในสายตาของชาวยุทธจักร ไท่กว๋อเพลานี้
และเมื่อพวกมันต่างล้วนซ่อนดาบในรอยยิ้ม...เยี่ยงนี้...
แล้วปากแดงๆจะไว้ใจได้ก๋า...หน้าสวยๆจะไว้ใจได้ก๋า...!!!
.......................................
ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น หากสายธารไหลเชี่ยวแทนที่จะไหลไปข้างหน้ากลับมาหมุนวน
เมื่อมันหมุนวนราวกังหันมันก็ต้องเป็นวังน้ำวน... มีแต่วังน้ำวนจึงจะไหลเชี่ยวเป็นเกลียว...วกวน....ฮื้อฮือ..ฮื้อฮือ..
เมื่อมีฮื้อ..มันก็คือปลาที่ว่ายวกวน.... มีฮื้อ...กลับมี ยี้ ...ก็ต้องมีลูกปลา....ที่ตัวมันเล็กถูกน้ำวนหมุนจนเวียนหัว
เมื่อมันวกวนจนผู้คนสับสน มีหรือผู้เฒ่าวังน้ำเย็นจะต้องทานทน
มิผิด ยามนี้บรรดาไพร่พลพรรค เสยไอ้สุย (ใครรักใคร) ที่มีผู้เฒ่าวังน้ำเย็น ที่ดำรงตำแหน่งกู้เวิ่นจ่งจิงหลี่ ของพรรค อันถือว่ามีอาวุโสสูงสุดในพรรค หากมินับกระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่ ที่เป็นประมุขพรรค ก็ย่อมนับว่าผู้เฒ่าวังน้ำเย็น จินล่าจู๋ (เทียนทอง)อาวุโสสูงสุด ผู้เฒ่าวังน้ำเย็นถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีขุมกำลังใหญ่ ที่สนับสนุนให้ยอดฝีมือขึ้นเป็นประมุขยุทธจักร มาแล้วรวมถึง4 คน นับว่ามีกำลังน่าเกรงขาม ในยามนี้ พรรคพรรคของพรรค เสยไอ้สุย กลับมีมิตรสหายจำนวนมากมายที่มาจาก วังบาดาลที่อยู่ ใต้น้ำ หลายกลุ่ม ในวังบาดาล ย่อมแยกเป็นหลายสังกัด ต่างๆ ได้แก่วังน้ำเย็น วังบัวบาน วังบัวแดง วังน้ำยม วังน้ำเขียว วังแก่นนคร วังพญานาค และวังปลาไหล ที่เพิ่งเข้ามาร่วมใหม่เป็นต้น เมื่อเป็นแหล่งน้ำใหญ่ก็ย่อมประกอบไปด้วยสายธารจากทุกสารทิศมากมายหลายแหล่ง ยามนี้ วังน้ำต่างๆกลับกลายเป็นวังน้ำวน...เป็นเกลียว..วกวน...
อันเกิดจาก กระบี่ไวใจสั่งมายี้จือจี่ (ยี้คู่ใจ) ได้ใช้กระบวนท่าเหวี่ยงตาข่ายหาปลา.....หากได้ปลาซิวมามันก็ย่อมไม่เกิดน้ำวน... มิคาด กลับได้ปลาจนๆอ้วนพี ได้มาโดย มิเจตนา...
แทนที่จะได้ปลาจนๆผอมๆให้ผู้คนดีใจ...น้ำก็ย่อมไม่วนไปมา....มิผิด.... น้ำวนกลับเกิดขึ้น ที่วังน้ำเขียวกับวังแก่นนคร ก่อนที่จะวนกันใหญ่ไม่ไหลไปข้างหน้า จึงเป็นเหตุให้ผู้เฒ่าต้องใช้น้ำเย็นเข้าใส่ มีเลสนัยอันใดฤา...???? เลสนัย ก็คือว่า ยามนี้ ศัตรูรอบด้านที่มาประชิด หากภายในไม่สามัคคี กันกลับมุ่งหน้าเปิดใส้เปิดพุงให้คู่ต่อสู้ดู...จะเอาอะไรไปสู้เขาได้เมื่อเขาเห็นใส้เห็นพุงแล้ว
หากเป็นดรุณีเลอโฉมใส่เอี้ยม โชว์พุงและตู้เฉียเหยี่ยน (สะดือ )
ก็ยังนับว่าพอที่จะชื่นชมได้โดยไม่เคืองลูกตาเท่าใดนัก
มิคาด...กลับเป็นพุงพลุ้ยของบุรุษและสตรีสูงวัย แถมตู้เฉียเหยี่ยน(สะดือ)กลวงโบ๋ มิควรค่าแก่การมาอวดโชว์ แสดงแก่สายตาผู้คน..!!! หากนำมาอวดสายตามิสร้างความอุจาดและอับอายต่อชาวยุทธจักร....
รวมทั้ง เหล่าบรรดาศัตรูที่นั่งดูอยู่จะมิสร้างความขบขันให้กับพวกมัน กระนั้นหรือ..??? เมื่อพวกมันมิพักต้องใช้กระบี่เพื่อเขี่ยอาภรณ์
ก็กลับเปิดไส้พุงของฝ่ายตรงข้ามให้ชาวยุทธ์เห็นเป็นที่ขบขัน...

พวกมันตอนนี้ก็ย่อมนั่งดู พักผ่อนเอาแรง ด้วยความสุขใจในการแสดงของฝ่ายตรงข้ามกับการขบขันเพื่อคั่นการประลองฝีมือ... มีเลสนัยอันใด ที่พวกมันต้องมาเปิดการแสดงอวดโอ่สะดือและพุงแก่สายตาชาวยุทธจักร มิผิด...พวกมันต่างมุ่งหวังว่าการแสดงของมันจะทำให้เป็นบันไดเป็นเรือจ้างเป็นหนทางสู่เก้าอี้ ปู้จั่ง อันเป็นความหวังใหม่ ที่หวังมาแล้วหลายครั้งก็ต้องผิดหวังและก็ต้องหวังใหม่อีกไม่มีสิ้นสุด...มีแต่ต้องโชว์ให้ผู้คนชมจึงจะได้รับการเลือกเป็นตัวแทนสู่เก้าอี้ ปู้จั่ง อันรองลงมาจาก ตำแหน่งจ๋งหลี่ หรือประมุขยุทธจักรไท่กว๋อ วังแก่นนคร หากยังประกอบไปด้วย แคนพิฆาต ตุ๊ตงเป่ย เป็นหัวหอก และกลุ่มกุหลาบแดงที่ปลูกกุหลาบไว้เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอกจนอดรนทนไม่ไหวที่จะรอคอยต่อเพื่อปลูกอีก เพียงหนึ่งดอก....
เมื่อกุหลาบแดงที่ปลูกมันต้องเหี่ยวแล้วเหี่ยวอีก .... และเมื่อพวกมันนั่งมองดูกระบวนท่าเหวี่ยงตาข่ายหาปลาของกระบี่ไวใจสั่งมายี้จือจี่ ต้องตาค้างด้วยความตื่นตะลึงในฝีมือ.... แล้วพวกมันจะวางใจได้หรือเมื่อกระบี่ไวใจสั่งมา มีมิตรสหายมากล้วนกว้างขวางยิ่งนักในดินแดนตุงเป่ย และมือเติบอย่างยิ่งหาใครเปรียบปานยาก
มิเพียงแต่ฟ้าดินเป็นใจให้ กระบี่ไวใจสั่งมา ไปตกถังข้าวสารใหญ่ มันเองก็หาใช่มุสิกที่หลงพลัดเข้าไปแต่กลับยิ่งใหญ่พอกัน มิคาด พยัคฆ์หากตกถังข้าวสาร แล้วมันจะทำอะไรได้...
เมื่อมันกินข้าวสารไม่ได้...มีแต่มุสิกเท่านั้นที่กินข้าวสาร.. เมื่อจะเป็นพยัคฆ์ มันก็ต้องออกล่าเหยื่อหาเนื้อมาเป็นอาหาร..
หากอาหารจานเล็กก็ย่อมมิคู่ควรกับพยัคฆ์.... อาหารของมันต้องจานใหญ่โตเสมอ...
มีแต่ผู้คนที่ใหญ่โตในแผ่นดินเท่านั้นจึงจะยกอาหารมาบริการพยัคฆ์ได้... ผู้คนที่ใหญ่โตเท่านั้น จึงจะปรบมือเรียกไก่ก็ได้ไก่ย่าง เรียกเป็ดก็ได้เป็ดย่าง เรียกสุกรก็ได้สุกรย่างอันโอชะแก่พยัคฆ์ ....หากอยากได้ต้นยางพาราต้นยางก็ต้องหล่นใส่ให้ตามพยัคฆ์ต้องการ.....
วังน้ำเขียว ย่อมเป็นกลุ่มเครือข่ายอันดั้งเดิมของบรรดามิตรสหายในพรรคเสยไอ้สุย(ใครรักใคร) ที่มีเครือข่ายการปลูกพืชผลสีเขียวๆที่มีการจับจองใช้ที่ดิน ในการปลูกพืชผลเกษตรที่มิได้ใช้ปรุงยาพิษอันเป็นเครือข่ายกว้างขวางในยุคหนึ่งที่กลุ่มเหล่านี้เคยสร้างมาเมื่อคราสังกัดภายใต้พรรคเก่าที่มีจอมมารโลหิตเป็นประมุขพรรค เครือข่ายเหล่านี้ยังรวมไปถึงขุมกำลังหย่อมหนึ่งในมหานครเทียนจินหรือวังเจ้าพระยา ทว่าเพลานี้ พลพรรคเหล่านี้ก็โยกย้ายตนเองมาสังกัดพรรคเสยไอ้สุย(ใครรักใคร) ผิดคาด กลับมิมีการเคลื่อนไหวใดๆจาก วังบัวแดง...!!!
มิผิด.... ปากแดงๆไว้ใจได้ก๋า หน้าขาวๆไว้ใจได้ก๋า.. หากเป็นผู้อื่นหรือดรุณีมากรักก็ย่อมใช่...เมื่อหากมิสง่างามพอที่จะล่อจิตใจดรุณีเหล่านั้นให้จ้องมองจนลืมกระพริบตา จริงสิ!! เมื่อเป็นต้าเจี่ยหง ( เจ้เจ๊แดง) ที่เป็นม่วยมวยกระบี่ดาวเหนือ...ย่อมมิมีการเปลี่ยนใจ.!!
หากจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อ ใจ กระบี่ดาวเหนือ หยุด สั่ง... และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดสั่ง เมื่อมันยังมีชีวิต !!!
และคงมิมีผู้ใดจักไปหยุดหัวใจของตนเองมิให้เต้นตราบใดที่มันยังมีชีวิต...ความปั่นป่วนในยุทธจักรเพลานี้ หากมองเพียงเปลือกผิวภายนอกจะเห็นว่า มิต่างกับสายน้ำ ที่ดูประหนึ่งราบเรียบ ผิดคาด สายน้ำที่ราบเรียบ ก็ย่อมมีการก่อตัวของคลื่นใต้น้ำที่ผู้คนมิอาจมองเห็นได้...
เมื่อเก้าอี้ จ๋งหลี่ อันเป็นตำแหน่งประมุขยุทธจักรไท่กว๋อ มีเพียงเก้าอี้เดียวที่ทุกฝ่ายต้องการ !!!!!! มิแปลกอันใดเลยที่ความวุ่นวายในยุทธจักร ต่างล้วนมีจุดมุ่งหมายบรรลุผลการโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือเพื่อขึ้นครองยุทธจักร เพลานี้ ฝ่ายตรงข้ามกระบี่ดาวเหนือ หันมาปรับกระบวนยุทธ์ใหม่ หันมาก่อคลื่นใต้น้ำก่อนเพื่อใช้ในการเปิดการรุกแบบตั้งตัวไม่ติดใน ช่วงครึ่งเดือนสุดท้าย....ก่อนวันประลองยุทธ์ใหญ่เพื่อชิงประมุขยุทธจักรไท่กว๋อวาระใหม่... ขณะที่นั่งดูปาหี่จากพลพรรคเสยไอ้สุย
ฝ่ายตรงข้ามต่างล้วนส่งทหารเลวมาเย้ยหน้าค่ายเพื่อสะสมคะแนนนิยมไปพลางๆในการสะสมกำลังพลังฝีมือและพักเอาแรง... จะได้มิเสียเวลาก่อนรุกใหญ่ กับคลื่นใต้น้ำ....ที่มีหลายระรอก....!!!
เมื่อมี ปาหี่โชว์สะดือ มาให้ดูฟรีๆ มีหรือจะมินั่งขบขัน...!!!
.......................................
การรุกหยั่งเชิงของกำลังพันธมิตรฝ่ายธรรมะ
เพลานี้ ในยุทธจักรไท่กว๋อเริ่มมีความร้อนแรงขึ้นมาอีกระรอก ภายใต้การปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ์ใหม่ของฝ่ายธรรมะ โดยมีการ สนธิกำลังกัน และมีการร่วมกันรุกโดยการยกขบวนไพร่พลระดมพลโจมตีขับไล่กระบี่ดาวเหนือในรูปแบบที่เปิดเผย หากแต่ว่าในแบบวิธีลับก็ยังมีการดำเนินงานประสานกันและดำเนินงานอย่างลับๆยุทธวิธี ของฝ่ายธรรมะที่เคยใช้ในการโค่นล้ม ผู้เฒ่าพิสดารใหญ่เล็กจิ๋วไว่กง เมื่อคราเป็นประมุขยุทธจักร ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้ง มิต่างกับในอดีตซึ่ง ผู้เฒ่าพิสดารฯ ครานั้นเหลือเวลาไม่กี่เดือนก็จะครบวาระ...
เช่นเดียวกับกระบี่ดาวเหนือที่จะครบวาระในไม่กี่เดือน
การเปิดฉากรุกของพันธมิตรค่ายฝ่ายธรรมะ ที่ประกอบไปด้วย กองกำลังโจรปล้นแผ่นดิน ที่สวมอาภรณ์ หลิ่งไต้ – ซีจวง พลพรรค ของพรรคหน้ากากเจ็ดสี (เมียนจี้ว์ชีหยันเส้อ) ที่มีมารหนวดหยิมเป็นหัวหน้าพรรคและมีจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถว ( กอด ลิ้น) เป็นผู้คอยให้คำปรึกษาภายในพรรค พรรคนี้เชี่ยวชาญสูงส่งอย่างยิ่งในการฟอกสีผู้คน ไพร่พลเหล่านี้ที่ระดมมา ส่วนหนึ่งเป็นคนที่คราพรรคหน้ากากเจ็ดสี ครองอำนาจปกครองยุทธจักร ได้ฝากฝังคนของตนเข้าไปฝังตัวในหน่วยงานต่างๆของบ้านเมืองมาทุกยุคทุกสมัยที่มีอำนาจอยู่ เช่นหน่วยจุดไต้โคมไฟของมหานคร หน่วยลำเลียงน้ำดื่มมหานคร หน่วยลมปราณสื่อสาร เป็นต้น ในแต่ละปีที่มีการฝากฝังเข้าไปปีละหลายร้อยคนหลายๆปีก็เป็นผู้คนจำนวนมากที่เป็นกองกำลังของพรรคนี้ที่ฝังร่างไว้...กำลังอีกส่วน ก็มาจากกลุ่มที่ทำการค้าขาดทุน เมื่อไปขอกู้ยืมเงินเขามาหลายหมื่นล้านตำลึงทอง เจ้าหนี้เขาก็ต้องเข้าไปขอดูแลกิจการ กลุ่มนี้จึงไม่พอใจ และต้องการให้ทางการช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน จึงต้องเกณท์ไพร่พลมา ด้วยหวังว่าหากบุญมาวาสนาส่งให้กลุ่มที่มาช่วยออกโรงสนับสนุน มีอำนาจขึ้นมาก็จะช่วยปลดปล่อยหนี้ให้ลืมตาอ้าปากได้....กำลังสนับสนุนส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มที่เคยมีอำนาจวาสนาบารมีจากการควบคุมจิตวิญญาณผู้คนในยุทธจักร มาเพลานี้ กระบี่ดาวเหนือมิได้ใส่ใจให้ความสำคัญกับโหราพยากรณ์เหล่านี้ รวมไปถึงเครือข่ายบรรดาศิษย์เก่าจากสำนักในแผ่นดินโอวโจว กลุ่มหนึ่ง ที่หามีความโปร่งใสอันใดไม่ ที่ให้การสนับสนุนลับๆกลุ่มเหล่านี้เชี่ยวชาญการสร้างค่ายกลยกเมฆ...และค่ายกลปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ...อันเลื่องชื่อ.. กำลังอีกส่วน มาจากกลุ่มของ จอมมารกระพือข่าว สงหย่งจ้าวเอี๋ยว( ยุแหย่ – ข่าวลือ ) ซึ่งมีฉายาอีกฉายาว่า ปิศาจคาบคัมภีร์ หรือบางคนก็เรียกขานว่า ปีศาจคาบกล้องสูบยา มิคาด...ก่อนการลาออกจากสำนักที่ฝึกคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณแห่งหนึ่ง มันได้กล่าวอาฆาต และกล่าวอย่างยโสโอหังว่าจะใช้วิถีทางอย่างอื่นโดยไม่อาศัยสำนักจ้าวเอี๋ยวอี้ว์เป้า ทำการโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือให้ได้ในทุกวิถีทาง.... มิผิด...มันทำจริงหลังออกมาเพียงไม่กี่วัน คือผนึกกำลังกับโจรปล้นแผ่นดินหลิ่งไต้-ซีจวงเปิดการโจมตีกระบี่ดาวเหนือด้วยการยกขบวนขับไล่ เพลานี้ มารกระพือข่าวสงหย่งจ้าวเอี๋ยว(ยุแหย่ – ข่าวลือ)ผู้นี้ ได้ลาออกแล้วจากสำนักที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า สำนักจ้าวเอี๋ยวอี้ว์เป้า ฉายาสำนักที่เรียกขานว่าจ้าวเอี๋ยว(ข่าวลือ) ล้วนเกิดจากฝีมืออันสูงส่งยิ่งนักของมันผู้นี้เป็นผู้สร้างขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการเป็นผู้ฝึกให้ศิษย์ในสำนักใช้กระบวนท่าย้ายวิญญาณ ท่าร่างย้ายวิญญาณจากสำนักนี้ภายใต้การสร้างสรรค์ของมัน แทบมิจำเป็นต้องอ่านเนื้อหาข่าวสารหรือได้ยินได้ฟัง เพราะก็รู้อยู่ว่ามันจะมีเนื้อหาเป็นเช่นไรมีกระบวนยุทธ์แบบไหนในการโยกย้ายท่าร่าง...หากนับเวลาตั้งแต่วันแรกที่กระบี่ดาวเหนือเข้ารับตำแหน่งประมุขยุทธจักร จนถึงปัจจุบันร่วม4ปี เนื้อหากระบวนยุทธ์พู่กันปลิดวิญญาณของมัน ก็ล้วนยังเป็นท่าร่างเดิม คือมีเนื้อหาที่เดิมๆมิต่างจาก4ปีที่แล้วที่มันพยายามย้ายวิญญาณชาวยุทธจักร เพื่อบรรลุผลการสร้างความแตกแยกให้กับแผ่นดิน.....ดังนั้นหามีความจำเป็นที่ผู้คนจะต้องเสียทรัพย์สินไปซื้อหาวิชาความรู้เหล่านี้เพราะถึงมิอ่านคัมภีร์ก็รู้อยู่แล้วว่าเนื้อหาคัมภีร์เป็นเช่นไร เมื่อเป็นเช่นนี้ สำนักจ้าวเอี๋ยวอี้ว์เป้า ก็ขายคัมภีร์อะไรมิออก.....เมื่อมีแต่รายจ่ายมันก็ต้องขาดทุนตลอดมา...เมื่อผู้หนึ่ง...ถือเอาความแตกแยกในมาตุภูมิเป็นจุดมุ่งหมาย.....
มิมีประโยชน์อันใด..ที่มันจักอ้างว่าทำเพื่อแผ่นดิน
เพราะในเมื่อแผ่นดินของมารดามันต่างล้วนไม่อยู่ในสายตา...!!! มิเพียงไม่แยแส กับแผ่นดินมารดา
มิคาด...โจรปล้นพี่น้องชาวยุทธจักร ปล้นแผ่นดินอย่างหน้าด้านๆ
มันกลับยกย่องชื่นชม เทิดทูน ประหนึ่งบิดาบังเกิดเกล้า !!!!และถือหาเป็นมิตรสหายสนิทต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ที่ตายแทนมันได้...!!! มาคราวนี้ ภายใต้การกระพือข่าวกล่าวหาว่ากระบี่ดาวเหนือเป็นประมุขที่ป่าเถื่อนเหี้ยมโหด เพื่อทำการโค่นล้ม !!! หากกระบี่ดาวเหนือ เหี้ยมโหดจริงดังที่พวกมันกล่าวหา คอพวกมันก็คงหลุดจากบ่าไปนานแล้วและคงไม่ปล่อยให้พวกมันมีอิสระใดๆในการกล่าวหายุแหย่ได้อย่างเสรี โดยมิมีผู้ใดไปก่อกวนพวกมันแม้แต่คนเดียว ซึ่งโดยความจริงพวกมันต่างหากที่นิยมความเหี้ยมโหดไร้การเคารพกติกาล้วนอดรนทนไม่ได้กับการรอคอยตามกฎเกณฑ์กติกาของชาวยุทธจักร ....และพวกมันล้วนช่ำชองกับเส้นทางมิจฉาชีพแบบลัดๆ และคบหาสมาคมกับกลุ่มที่นิยมวิธีฆ่าลัดตัดตอน.... พวกมันต่างชื่นชมการหลั่งโลหิตเป็นยิ่งนัก หากอยากเห็นการลุกฮือขึ้นของชาวยุทธจักรเพื่อ ล้มกติกาให้เป็นดั่งใจที่พวกมันคิดไว้ และอยากเห็นการหลั่งเลือดของผู้คนเพื่อเป็นบันไดให้พวกมันก้าวขึ้นสู่อำนาจ
...............................
การเคลื่อนไพร่พล
ขู่ขวัญไม่มีแผ่นดินอยู่
ผู้ที่กล่าว คำๆนี้ เพื่อขู่กระบี่ดาวเหนือ เป็นครั้งแรกหากเป็นพลพรรคของ พรรคหน้ากากเจ็ดสี เมื่อประมาณกลางปี ที่แล้วและเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่การร่างกฏเกณฑ์กติกาบู้ลิ้มไปถึงการซักฟอกกลุ่มปกครองยุทธจักร ไพร่พลพรรคหน้ากากเจ็ดสีก็ดาหน้าออกมาขู่กันถ้วนหน้าเป็นระยะๆ
ไม่เว้น แม้แต่คนนอกพรรคในปัจจุบันเช่น กระบี่หักเก้าชีวิต และ เทพอสูรจรเข้มึนเมา มาคราวนี้ โจร อาภรณ์หลิ่งไต้ – ซีจวง ถึงกับออกมาขู่อย่างยโสโอหัง... โจรชั่วผู้นี้ถึงกับประกาศจะให้เงินสนับสนุนพรรคหน้ากากเจ็ดสี เพื่อโค่นกระบี่ดาวเหนือยุทธศาสตร์ ไม่มีแผ่นดินอยู่ เพื่อขับไล่กระบี่ดาวเหนือของฝ่ายธรรมะ จากที่ผ่านมาโดยมีพรรคหน้ากากเจ็ดสีเป็นหัวหอกในระยะเริ่มแรก และมาปรับเปลี่ยนเป็น กลุ่มพลพรรค สัญญา – สายัณห์ เป็นหัวหอกโดยมีโจรอาภรณ์ซีจวงเป็นทหารเลวตีหน้าค่าย... บัดนี้ก็ยังคงยุทธศาสตร์นี้อยู่ หากปรับเปลี่ยนมาเป็นการสนธิกำลัง เพื่อใช้รูปแบบเปิดเผย ขณะเดียวกันก็ใช้รูปแบบลับในการก่อคลื่นใต้น้ำด้วยการวางเครือข่าย เตรียมรุกใหญ่ เหตุที่สนธิกำลังเพื่อหยั่งเชิง และเพื่อก่อให้เกิดกระแสใหญ่ต่อเนื่องไปถึงการชุมนุมใหญ่ของชาวยุทธจักรที่จะมีขึ้นเป็นประจำในเดือนหน้าเพื่อรำลึกเหตุการณ์นองเลือดในยุทธจักร..... ... เพื่อก่อกระแสและพลิกผันอาศัยกำลังเหล่านั้นโจมตีขับไล่กระบี่ดาวเหนือ.พรรคหน้ากากเจ็ดสี ย่อมมีความเชี่ยวชาญยิ่งนัก กับการย้อมสีผู้คน การแปลงโฉม การฟอกตัว และการป้ายสี จากอดีต มีแต่พรรคหน้ากากเจ็ดสีเท่านั้น ที่เชี่ยวชาญการฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ ที่มีการนองเลือด...!!! และมีแต่พรรคนี้พรรคเดียวที่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และกลายเป็นวีรบุรุษที่ชื่นชมในสายตาชาวยุทธจักรจากการนองเลือดในมหานครเทียนจินแต่ละครั้ง......การพลิกตัวหักหลังได้ฉับพลัน ด้วยกระบวนยุทธ์ลิ้นบินคร่าวิญญาณและหน้ากากเจ็ดสีแปลงโฉมโดยมิต้องออกแรงใดๆเมื่อมีบันไดเลือดมาทอดให้ไต่อย่างสง่างาม!!!! เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ย่อมสับเปลี่ยนมาเป็นหัวหอกอีกครั้งในการนำ เพื่อเติมเชื้อเพลิงให้คุโชนให้กับแผ่นดิน....
ในเป้าหมายการยึดครอง มหานครเทียนจิน
และการบรรลุสู่ความมุ่งหวัง เก้าอี้ประมุขยุทธจักร...!!! เพื่อกลับมาตักตวงความสุขกลับคืนจากชาวยุทธจักร
ผู้ที่ยินยอมบริจาคเลือดเนื้อชีวิตให้ ...เป็นบันไดไต่เต้า และนี่ก็คือจุดมุ่งหมายสูงสุด...!!! ของพวกมัน !!! และการหยั่งเชิงครั้งนี้ ก็เป็นการทดสอบการสนธิกองกำลังพันธมิตร
ในฝ่ายที่แอบอ้างตนเองเป็นฝ่ายธรรมะมาตลอดกาล.... มิผิด...มีแต่โจรเท่านั้นย่อมเข้าใจโจร....!!! เมื่อต่างล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกันและตั้งตนเป็นฝ่ายธรรมะ ผู้หนึ่งมุ่งหวังบรรลุผลสร้างความแตกแยกให้แผ่นดินมารดาของมัน
ผู้หนึ่งมุ่งหวัง ทำลายเส้นทางทำมาหากินของชาวยุทธจักรไท่กว๋อ และการหาเส้นทางลัดหากินเพื่อพวกมัน ให้ได้เปรียบ.... ผู้หนึ่งหวังตอบแทนบุญคุณผู้ที่ฝากฝังมันมีงานทำ...
ผู้หนึ่ง มุ่งหวังใช้กระบวนยุทธ์จั๊กจั่นลอกคราบเป็นวีรบุรุษเพื่อชุบตัวปล้นแผ่นดินต่อด้วยเส้นทางมิจฉาชีพแบบลัดๆ ผู้หนึ่งมุ่งหวังยึดครองมหานคร และเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...!!! แต่ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายร่วมกันหนึ่งเดียวคือ ...โค่นล้มกระบี่ดาวเหนือเพื่อสถาปนากลุ่มตนขึ้นมามีอำนาจสูงสุด...!!!
เพลานี้ พลพรรค เสยไอ้สุย (ใครรักใคร )ของจอมยุทธ์กระบี่ดาวเหนือษิณฉีจ้วงลี่(พิสดารสง่างาม) กลับมิมีการเคลื่อนไหวเพื่อช่วงชิงเป็นฝ่ายรุกใดๆ โดยใช้กระบวนท่ารับ อย่างเดียว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ย่อมเป็นผลดีต่อการที่ฝ่ายตรงข้ามจะได้ช่วงชิงใช้วิธีรุกด้วยกระบวนท่าคร่าวิญญาณชาวยุทธจักรไปเป็นไพร่พลเพิ่มชึ้น เช่นเครือข่ายของชาวยุทธจักรต่างๆ รวมไปถึงชาวยุทธจักรที่ต้องโดนอาวุธลับอาบยาพิษ ของกระบวนท่าลิ้นบิน กระบวนท่าคร่าวิญญาณต่างๆของ บรรดายอดฝีมือฝ่ายธรรมะเหล่านี้....
มาตรว่า ชาวยุทธจักรทุกผู้คน เมื่อคลอดมาจากมารดา พอลืมตาได้ ทารกเหล่านี้ ทุกคนต่างล้วน ได้รับยาพิษ เพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นฐานลมปราณ ให้มีพิษ ทุกคนในยุทธจักรไท่กว๋อ... เช่น การหยอดยาพิษ เพื่อกรุยทางลมปราณที่ลำคอของทารกมิให้ตีบตัน การใช้เข็มพิษแพร่พิษเพื่อป้องกันอวัยวะภายในเช่นตับไตต่างๆจากการโดนพิษภัยจากภายนอกเข้ามา....การใช้เข็มพิษฉีดพิษเข้าร่างกายเพื่อป้องกัน การแพร่พิษฝีหนองจากภายนอก ....และอื่นๆมากมาย ชาวยุทธจักรในไท่กว๋อและในโลกหล้า ต่างล้วนมีการเสริมแต่งด้วยยาพิษทุกผู้คน ต่างล้วนมีการปรับปรุงพื้นฐานทางเผ่าพันธุ์ มิมีละเว้นแม้แต่คนเดียว... หากแต่ว่า ในยามนี้ กลับมีการใช้ ค่ายกล ส้มตำ (ซ่งตาน มู่กวาซือเหลียงปั้น) ไก่ย่าง (ไท่กว๋อ เข่าจี) และข้าวเหนียว ( นั่วหมี่) มาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้าง อย่างเป็นกิจการค้าขาย... ค่ายกล ใดๆ ต่างล้วนบรรลุผลเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง... ประสิทธิภาพของค่ายกล...อยู่บนพื้นฐานแห่งความโง่เขลาเบาปัญญาที่แตกต่างกันของผู้คน...
ผู้คนที่โง่เง่าเต่าตุ่นเท่านั้น ที่ยอมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ฉลาดแกมโกงเพียบพูนเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย...ชั่วโฉดและแสนทราม....!!! หากมิมีเหยื่อที่โง่เขลา...
ไหนจะมีปลาที่ซื่อสัตย์...มากินเหยื่อ....!!! มีแต่ความอ่อนด้อยโง่เขลาต่อเล่ห์เหลี่ยมของผู้คน
จึงจะทำให้ ควบคุมทางจิตวิญญาณผู้คนได้ และมีแต่ผู้ที่มีจิตใจออ่นโยนใสซื่อบริสุทธิ์ เท่านั้น
จึงจะเป็นเหยื่อที่ดีในการนำมาให้ปลาตัวใหญ่ฮุบเข้าปาก มิผิด...มีแต่ทารกที่ใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา..เท่านั้น
จึงจะตกเป็นเหยื่อ...เหล่ามารเฒ่าหัวงู ....!!! ที่เพียบพูนเล่ห์เหลี่ยมประสบการณ์ !!!
....................................เครือข่ายกิเลส – ตัณหา ผู้คนบนโลกหล้า ต่างล้วนมีกิเลส (ทานอี้ว์)ถ้วนหน้า
จะต่างกันบ้างที่หนาบ้าง บางบ้าง... และล้วน มากมีด้วยตัณหา ( อี้ว์วั่ง)
เมื่อกิเลส ล้วนแล้วคือความมืดมัวที่ปิดบังทางปัญญาให้พร่ามัว ด้วยความโลภ ความโกรธ ความลุ่มหลงงมงาย
ก็มิเกิดปัญญาอันใด เมื่อในใจล้วนแล้วอวิชชา....!!! หากยังมี ตัณหา ( อี้ว์วั่ง) มารั้งเหนี่ยวยึดไว้ในใจให้ทะยานอยากได้มา
ตามความต้องการในใจจากตนเอง เพื่อตนเอง และเฉพาะตนเอง เมื่อขยายเป็นกลุ่มก้อนของผู้คน ก็ล้วนเป็นความทะยานอยาก ที่มาจากกลุ่มตน ดำเนินงานโดยกลุ่มตน และเพื่อตัณหาของกลุ่มตน..... มิผิด....กระบวนท่า ค่ายกล เท้าเปล่าก้าวถอยหลัง( ชื่อเจียวเตอ เต้าเชอ) เป็นกระบวนท่าที่ผู้คนกลุ่มหนึ่งมีประสบการณ์ช่ำชองตลอดชั่วชีวิตของพวกมัน ล้วนยึดถือว่า คือเส้นทางเดียวที่ชาวยุทธจักรต้องยึดถือ และเป็นวิธีการเดียวที่แสดงออกถึง แบบประเพณี การปกครองในยุทธจักร ผิดคาด.... พวกมันต่างล้วนถือเอาการประนีประนอมในยุทธจักรเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ....!!!
ผู้คนในยุทธจักร จักต้องยึดถือเอาการต่อสู้โค่นล้ม ผู้ที่ขึ้นมาปกครองยุทธจักร เป็นเป้าหมาย มิว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามแต่... เพราะมีแต่การจำแนกและตั้งเป้าหมาย ให้ฝ่ายปกครองยุทธจักรตามกติกาและกฎเกณฑ์ของชาวบู้ลิ้มเป็นเป้าหมายในการโค่นล้มจึงจะคือรูปแบบที่สมบูรณ์ในแบบประเพณีของชาวบู้ลิ้มต้องยึดถือปฏิบัติ...

มีแต่การโค่นล้มกฎเกณฑ์กติกาของบู้ลิ้ม จึงจะได้มาของอำนาจสูงสุดแห่งการปกครองของชาวบู้ลิ้ม ( หมินจู่) ฤา พวกมันต่างล้วนวิกลจริต !!!!
หามิได้.....มิแน่นัก..!!! เมื่อเกือบชั่วชีวิตพวกมัน ต่างล้วนคุ้นเคยกับกระบวนยุทธ์ ค่ายกลเท้าเปล่าก้าวถอยหลัง และค่ายกล ระดมพลชนแหลก ( สิงจวิน ) และพวกมันต่างถือเอา ผู้ที่ขึ้นปกครองยุทธจักรคือเป้าหมายโค่นล้ม

มิเพียงเท่านั้น....หากยังยึดถือว่า วิธีการเจรจาประนีประนอมเป็นวิธีการเหลวไหล ไร้สาระที่จะนำมาเป็นประเพณียึดถือในยุทธจักร...

เมื่อเป็นเช่นนี้ จุดมุ่งหมายของมันก็ล้วนแล้วบรรลุผลการสร้างความแตกแยกให้กับยุทธจักร.... เมื่อ ผู้หนึ่งหายึดถือกฎเกณฑ์กติการที่คนส่วนใหญ่ยึดถือใดๆไม่....
หาก กลับยัดเยียด กิเลส และตัณหา ของกลุ่มตนให้ผู้คนอื่นให้ยึดถือตาม
ภายใต้การซุกซ่อนกิเลส ที่อำมหิตลึกๆอยู่ในใจ...!!! ผิดคาด.... การจัดชุมนุมยอดฝีมือของเครือข่าย กิเลส – ตัณหา ที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ลานหญ้าใหญ่ประลองยุทธ์ กลางมหานครเทียนจิน กลับปรากฎร่างเงา ของยอดฝีมือผู้หนึ่ง มิผิด.... นักพรตกิเลสสร้างสรรค์ ( ทานอี้ว์ ช่วงเจ้า )ผู้หนึ่งซึ่งเคยมุ่งหวังและฝันไฝ่จะได้รับการเสนอชื่อในการคัดเลือก ยอดฝีมือที่สร้างสันติสุขให้กับโลกหล้า อันจัดขึ้นเป็นประจำในแผ่นดินของชาวเอี้ยง หากความฝันของมันต้องล่มสลาย...มันกลับมิได้รับการเสนอชื่อรับรางวัล........จากการสร้างภาพการช่วยเหลือบรรดาผู้หลบลี้หนีภัย.... มิคาด...เพลานี้มันกลับยุยงให้กลุ่มต่างๆ ขุมกำลังเครือข่ายต่างๆในยุทธจักรลุกฮือขึ้นมา....!!! หรือว่า....ผู้คนในยุทธจักรต่างล้วนเข้าใจผิด...!!!
เมื่อมันเอง...อ้างตนเองเป็นผู้สร้างสันติภาพ ให้ชาวโลกหล้าและเป็นผู้ยึดถือ สันติสุขมาชั่วชีวิต.... หรือว่าพวกมันต่างล้วนสวมหน้ากาก...!!!
เมื่อ สิ่งที่มันกระทำกลับเป็นการสร้างความแตกแยกให้แผ่นดินลุกฮือขึ้นเป็นไฟ....!!! หากเป็นวาจาจากเด็กทารก...ก็ย่อมให้อภัยได้ว่าโง่เขลาเบาปัญญา...
หากแต่เป็น ...วาจาจากนักพรตผู้นี้....!!! ผู้ซึ่งชาวยุทธจักรยกย่องเป็นปราชญ์ผู้หนึ่งในยุทธจักร...!!! มิผิด....มันมิได้โง่เขลาเบาปัญญา...
หากแต่ว่าอุดมไปด้วยปัญญาแห่งกิเลสตัณหาอันหนาแน่นยิ่งนัก..... หากยุทธจักรนองด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของชาวยุทธจักรเพื่อรางวัลสันติภาพในไท่กว๋อ....
ก็คงพอประเทืองผ่อนคลายความต้องการลึกๆในใจมัน...!!!
.......................................
แผนเกลือจิ้มเกลือ
เมื่อผู้คนกลุ่มต่างๆ...ในยุทธจักรต่างล้วนสับสน วกวนอันน่าเวียนหัว
อันเกิดมาจาก การเกิดขึ้นของความคิดที่แตกต่างกัน.... ขณะเดียวกันก็เกิดจากการสร้างสรรค์ขึ้นมาของกลุ่มต้องการมีอำนาจในยุทธจักร
เมื่อเก้าอี้ประมุขยุทธจักรมีอยู่เก้าอี้เดียว ก็มีแต่ต้องโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือ...จึงจะบรรลุผลการขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...!!! การขึ้นมาเป็นใหญ่หากไร้ความชอบธรรม ก็ย่อมมิได้รับการสนับสนุนจากชาวยุทธจักร...
มีแต่จะต้องยึดครองจิตใจชาวยุทธจักรให้ได้ จึงจะบรรลุการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...
และก็มีแต่การสุมไฟให้ลุกไหม้ จึงจะเผาผลาญสิ่งที่เป็นเป้าหมายได้
เพลานี้ ฝ่ายตรงข้ามที่พยายามโค่นล้มกระบี่ดาวเหนือ ด้วยการก่อกระแสให้ลุกฮือให้ต่อเนื่องไปถึงกลางเดือนหน้า ก็ต้องหัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้ เมื่อกระบี่ดาวเหนือ หันมาใช้วิธีรุกด้วย ค่ายกลเกลือจิ้มเกลือ... ด้วยการเชื้อเชิญพวกมันมาโจมตีได้เต็มที่ แถมเปิดหน้าอกให้เป็นเป้าลิ้นบินอาบยาพิษได้โดยมิพักต้องยั้งมือ...!!!
เมื่อพวกมันอยากรุกโจมตีด้วยกระบวนท่าลิ้นบินอาบยาพิษ ก็จัดเวทีให้มันใช้ อาวุธลับได้เต็มที่ แถมส่งเสบียงอาหารให้กินฟรี... พันธมิตร ฝ่ายธรรมะ มีหรือจะหัวร่อออกร่ำไห้ได้....
มีเลสนัย เยี่ยงใด...!!!??? พวกมันควรจะยินดีมิใช่หรือ ??? ผิดคาด... พันธมิตรส่วนใหญ่พวกมัน ต่างล้วนประกาศถอนตัวมิเข้าร่วมการใช้อาวุธลิ้นบินอาบยาพิษ มีเหตุอันใดฤา ??? มิผิดเมื่อ จุดมุ่งหมายพวกมัน มิต้องการเส้นทางแห่งการประนีประนอมในยุทธจักร....มันก็ต้องเห็นกระบี่ดาวเหนือเป็นเป้าหมายทำลายเป็นผู้คนป่าเถื่อน ทั้งนี้เนื่องจากใช้วิธีการประนีประนอมในยุทธจักร มิผิด เมื่อพวกมันต่างล้วนกล่าวหากระบี่ดาวเหนือ ด้วยค่ายกลวาดโคให้พยัคฆ์ตื่น วาดภาพให้ผู้คนเห็นกระบี่ดาวเหนือเป็นพยัคฆ์เขี้ยวโง้งใหญ่โตมีตาลุกวาว...!!! เป็นบุคคลที่ป่าเถื่อน...!!! มิคาด... ลิ้นบินอาบยาพิษย้อนกลับมาโดนพวกมันเอง !!!
เลสนัยเป็นเยี่ยงใดฤา ??? ผิดคาด พวกมันต่างล้วนตื่นกลัวภาพวาดพยัคฆ์ ที่พวกมันวาดไว้ให้โคตื่น...!!!! เหนือการคาดหมายพวกมันล้วนแตกตื่นกลัวภาพที่พวกมันวาดขึ้นเอง...!!!! ที่แท้เป็นเยี่ยงนี้เอง....!!!!
พวกมันต่างล้วนกลัวรูปเงาพยัคฆ์ที่พวกมันสร้างด้วยมือมันเอง...!!! ..........................................
แผนยึดมหานครเทียนจิน
หากผู้คนที่ฝึกฝนวิชาฝีมือสูงสุดด้วย วิชาแลกหัวใจของลามะ ธิเบต มิเพียงแต่จะสับเปลี่ยนกล่องดวงใจแก่กันและกันได้ มาตรว่าจะอยู่คนละที่กลับมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในที่อีกผู้หนึ่งยึดกล่องดวงใจไว้
แม้นว่าจะโดนอาวุธทำร้าย กลับเป็นอีกผู้หนึ่งเจ็บปวด.... มิผิด...เมื่อหัวใจต่างแลกเปลี่ยนให้ผู้อื่นยึดกุมไว้..
เมื่อผู้หนึ่งถูกทำร้าย ความเจ็บปวดย่อมไปอยู่ที่ผู้กุมกล่องดวงใจ.... หาใช่ผู้ที่ได้รับคมอาวุธทางกายไม่... มิผิดไปจาก มารเทพเทือกเขา กับจอมมารลิ้นบินชวนเสอโถว(กอดลิ้น) ต่างล้วนยึดกุมกล่องดวงใจกันและกัน ด้วยการฝึกฝนและสำเร็จขั้นสูงสุดของยอดวิชาลามะธิเบต มาตรว่า มารเทพเทือกเขา จะหลีกเร้นปลีกวิเวกอยู่นอกมหานครเทียนจินอยู่ตามป่าเขา ก็หาต่างอันใดไม่กับการอยู่ในมหานครหากแต่ว่า ระหว่างการปลีกวิเวกอยู่ในป่าเขา มารเทพเทือกเขากลับคิดเพลงยุทธ์หนึ่งขึ้นมาได้...
ระหว่างที่ปลีกวิเวกตามลำพัง มันกลับสังเกตุเห็นว่า นกเหยี่ยวเวลามันโผตัวขึ้น ที่อุ้งเท้ามันกลับขยุ้มเหยื่อและโผขึ้นได้... มิคาด....มันกลับบัญญัติเพลงยุทธ์ขึ้นมาใหม่เป็นค่ายกล กระบวนท่าโหนเท้าเข้านครา .... มิผิด เมื่อ ประเมินกำลัง พลพรรค หน้ากากเจ็ดสี ที่มันเป็นผู้อาวุโสในพรรคเมื่อเปรียบเทียบกับขุมกำลังของพรรคเสยไอ้สุ่ย(ใครรักใคร) ของกระบี่ดาวเหนือแล้ว การที่จะประลองกำลังเพื่อช่วงชิงตำแหน่งประมุขยุทธจักรที่จะมีขึ้น ย่อมที่จะพ่ายแพ้ต่อกองกำลังของกระบี่ดาวเหนือที่มีขุมกำลังที่เหนือกว่า อย่างแน่นอน หากจะยึดครองยุทธจักรมีแต่ต้องล้มโต๊ะ ด้วยการสร้างกระแสให้ชาวยุทธจักรขับไล่กระบี่ดาวเหนือก่อนวาระ มิเช่นนั้นก็ต้องทนรอไปอีกหลายปีกว่าจะครบวาระ... แผนการนี้ล้วนได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่กลางปีที่แล้ว หวังจะปลุกให้ลุกโชนในช่วงของปลายปีที่แล้ว แต่กลับผิดหวัง...

หลังจากการเปิดการชี้แจงใหญ่ของคณะปกครองยุทธจักรตามข้อกล่าวหาของพรรคหน้ากากเจ็ดสี
ก็เกิดการแตกแยก ภายในพรรคอีก...มาตรว่า เทพอสูรจรเข้มึนเมา ที่ถอนตัวออกจากพรรค จะเป็นฝ่ายตรงข้ามภายในพรรคกับมารเทพเทือกเขา เมื่อถอนตัวออกก็ทำให้พรรคหน้ากากเจ็ดสีอ่อนตัวลงยิ่งขึ้น หากยังคงความเป็นพันธมิตรกับกลุ่มที่ถอนตัวออก เสบียงกรังที่สนับสนุนก็ร่อยหรอลง จน โจรอาภรณ์หลิ่งไต้ – ซีจวง ต้องอดสงสารมิได้ถึงกับมาเสนอทรัพย์สินเงินทองให้ฟื้นฟูพรรค.... และร่วม ฟื้นฟูยุทธศาสตร์ การล้มโต๊ะระรอกใหม่ !!!!
มีเลศนับเยี่ยงใดจึงต้องการล้มโต๊ะ ทั้งๆที่ใกล้วาระประลองยุทธ์ชิงประมุขยุทธจักร ???!!! เลศนัยก็คือ หากทอดเวลาให้มีการช่วงชิงประมุขตามวาระ พรรคหน้ากากเจ็ดสี รวมทั้งพันธมิตรที่อ้างตนเป็นฝ่ายธรรมะ ย่อมมิอาจเอาชนะกำลังของกระบี่ดาวเหนือได้......และต้องทนรอไปอีกหลายปี มีแต่จะต้องใช้วิธีล้มโต๊ะ จึงจะแนบเนียน มิเป็นที่ครหาของชาวยุทธจักร เมื่อกระแสที่เกิดล้วนเป็นการควบคุมจิตวิญญาณของผู้คนด้วยกระบวนท่าพิษลิ้นบินปลิดวิญญาณ การลุกฮือ ของชาวยุทธจักร จักต้องดำเนินก่อนครบวาระเท่านั้นจึงจะฉกฉวยชัยชนะมาเป็นของพรรคหน้ากากเจ็ดสีได้ และภายใต้การฉกฉวยสวมรอยกลายมาเป็นวีรบุรุษ ที่ชาวยุทธจักรเรียกร้อง.....แน่นอนที่สุด วีรบุรุษ ก็ย่อมเป็นพรรคหน้ากากเจ็ดสี ดุจดั่ง การโค่นล้ม ผู้เฒ่าพิสดารใหญ่เล็ก จิ๋วไว่กง ( พ่อใหญ่จิ๋ว)หากแต่ว่า ในยุค ผู้เฒ่าพิสดารฯ มีการจุดชนวนหลายๆด้านไว้ด้วยหนอนบ่อนไส้ ทั้งการโจมตีของชาวแผ่นดินเอี้ยงต่อแผ่นดินทางตะวันออก จึงเป็นผลกดดันให้ ผู้เฒ่าพิสดารฯต้องลาออก และพรรคหน้ากากเจ็ดสี กลายเป็นวีรบุรุษ และดำเนินตามแผนงานรับใช้ต่อชนเผ่าเอี้ยงได้อย่างดีเยี่ยม แผนการทั้งหมดในยุทธศาสตร์การล้มโต๊ะ ก็คือแผนยุทธศาสตร์ไม่มีแผ่นดินอยู่ ที่เคยขู่ขวัญกระบี่ดาวเหนือ และได้มีการเปิดยุทธการหลายครั้งในหลายพื้นที่ในยุทธจักร นับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว หากแต่ว่าไม่ก่อเกิดกระแสรุนแรงพอที่จะกดดันให้กระบี่ดาวเหนือ ลาออกจากประมุขยุทธจักร ด้วยแรงกดดันของการลุกฮือขึ้นจากชาวยุทธจักรเมื่อมาถึงในเพลานี้ โอกาสมีเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น มิเช่นนั้นต้องรอประตูจะเปิดให้เดินก็อีกยาวนานที่จะไปเป็นใหญ่ได้ในแผ่นดิน.... แผนการเหล่านี้ มีแต่หน้าฉากต้องทำเสมือนเคารพกฎกติกาและดำเนินกลยุทธ์แบบเปิด หากแต่ว่าหลังฉาก ล้วนเร่งมืออย่างสุดกำลังทุกรูปแบบทุกวิธีการ
ที่จำเป็นต้องล้มกติกาของชาวยุทธจักร...!!!
ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยวิธีแบบไหน !!!
กระบวนท่าโหนเท้าเข้านครา เป็นกระบวนยุทธ์ค้นคิดโดย มารเทพเทือกเขา ที่นำมาใช้เป็นวิธีการแบบเปิดเผย หากก็ยังคงวิธีการทางลัดแบบลับๆไว้ โดย การระดมไพร่พลมาลงประลองยุทธ์ในสนามประลองมหานครเทียนจิน เนื่องจากหากใช้กระบวนท่า ถือบัญชีเข้าตีเมือง อาจเป็นเรื่องขบขันเมื่อกระดาษบัญชีรายชื่อมันหดสั้นหรือไม่ก็ขาดวิ่นเมื่อรับคมกระบี่ มิผิด มีแต่ต้องใช้ท่าร่าง โหนเท้าของกระบี่สำอาง หล่อเล็กหงส์ ที่แสดงเพลงกระบี่เป็นที่ชื่นชมแก่สายตาชาวเมืองเทียนจิน เท่านั้นจึงจะเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้ายึดมหานคร การโหนเท้ากระบี่สำอาง หล่อเล็กหงส์ ก็ย่อมสร้างความลำบากในการใช้วิชาตัวเบา ของกระบี่สำอางยิ่งนัก หากมีการคว้า ผิดพลาด กลับไปคว้าเอาอาภรณ์ ที่เป็นกางเกงที่สวมใส่ เมื่อยาม หล่อเล็กหงส์ใช้วิชาตัวเบา ก็อาจทำให้กางเกงหลุดลุ่ยเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวยุทธ์ได้
จักมิทำให้ อับอายแก่สายตาชาวยุทธจักรหรือ ???
เมื่อภาระหน้าที่ที่หล่อเล็กหงส์ ต่างดำเนินมาด้วยดี....
และยังมี ฝีย่างก้าวของอาชาที่สง่างามอยู่ !!!
เพลานี้ มาตรว่า เหล่าบรรดาพันธมิตรฝ่ายธรรมะต่างล้วนแตกตื่นกลัวกับภาพวาดพยัคฆ์ ที่พวกมันวาดไว้ขู่โคกระบือ... ...และก็มีแต่พวกมันต่างล้วนแตกตื่นกลัวเสียเองกับภาพที่วาดกระบี่ดาวเหนือเป็นพยัคฆ์เหี้ยมโหด
ต่างปฏิเสธที่จะรับเทียบเชิญ งดที่จะมาร่วม ใช้ ลิ้นบินจู่โจมกระบี่ดาวเหนือที่จัดเวทีให้ประลองอาวุธโดยเป็นเป้าให้ใช้อาวุธเข้าใส่.... เมื่อจุดมุ่งหมายต้องการโค่นล้ม...และล้มโต๊กฎเกณฑ์กติกาบู้ลิ้ม
ไหนเลยจะมีจุดมุ่งหมายสร้างความสมานฉันท์ผู้คนในยุทธจักร... หากไปร่วมประลองอาวุธ ใยมิสูญเสียเป้าหมายใหญ่...
แห่งการ ยึดครอง มหานคร ด้วยกลียุค...!!! นั่นย่อมหมายถึงการสูญเสียเป้าหมายใหญ่ในใจ...!!!.............................
ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน
เม็ดถั่ว ที่พวกมันต้ม เมื่อต่างล้วนใช้เถากิ่งก้านลำต้น ของถั่วเป็นเชื้อไฟเพื่อต้มถั่วเป็นอาหาร
เมื่อเชื้อไฟที่ลุกไหม้จากกิ่งก้านลำต้นของถั่ว และเม็ดถั่วที่ใช้ต้มเป็นอาหาร ต่างล้วนเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน.... แล้วเหตุอันใดจักต้องมาเผาผลาญกันเยี่ยงนี้เมื่อยังมีมากมายหลายหลากวิธีการที่ให้ได้มาซึ่งอาหารและเชื้อเพลิงในการหุงต้มประกอบอาหาร.....ซึ่งต่างล้วนเลือกได้ที่จะเสพอาหารและการใช้เชื้อเพลิงหุงต้ม มิผิดจาก โศลก ที่ จอมยุทธ์ โจสิด ได้ร่ายไว้ ในอดีตครา สงครามกลางเมืองของแผ่นดินจงกว๋อ ที่แยกออกเป็น 3ก๊ก... เพียงแค่การกระหายให้ได้มาซึ่งอำนาจ....!!!
หากไร้ซึ่ง มโนธรรม ไร้ซึ่งแบบวิธีการแห่งการสร้างความสมานฉันท์ มิผิด....ล้วนแล้วตบตา หลอกลวงต้มตุ๋น ปวงประชาชาวยุทธจักร
ด้วยใบหน้าโอ่อ่า เปี่ยมล้นคุณธรรม จริยธรรมสูงส่ง !!! หากแต่ว่า ล้วนแล้วปิดบังซ่อนเร้น ความอำมหิต เหี้ยมโหด กระหายโลหิต หยาบช้า กักขฬะที่ให้ได้มาซึ่งอำนาจ ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างหลังหน้ากากที่โอ่อ่าหรูหราเปี่ยมล้นคุณธรรม....!!! เมื่อเส้นทางที่พวกมัน เลือก ที่จะใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟและใช้เม็ดถั่วเป็นอาหารที่โอชะของมัน...!! จะต่างอันใดกับเส้นทางโลหิต บันไดซากศพ ของชาวยุทธจักร ที่ต้องล้มตายถมทับให้สูงขึ้น เพื่อ พวกมันจะได้ ขึ้นไปยืนอยู่ข้างบนทรากศพเหล่านั้น ไขว่คว้าดวงดาว....สาวหาอำนาจ...!!! และความบ้าคลั่งหลังหน้ากากนักบุญอันโอ่อ่า!!
..................................
ดับไฟในนาคร
หากจะนับทำเนียบอาวุธ ในยุทธจักรที่กล่าวมาจากทั้งหมดแล้ว
อาวุธที่มีประสิทธิภาพในการทำลายได้สูงสุด
หรือในทางตรงข้ามสามารถที่จะสร้างสรรค์ได้สูงสุดในขอบเขตกว้างขวาง ในปัจจุบันของยุทธจักรไท่กว๋อ มิผิด ..... คัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ ย่อมมีประสิทธิภาพสูงสุด และสำนักมากมายที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณหากมิจำแนกแยกแยะ ก็เป็นได้เพียงแค่ การ แพร่พิษลิ้นบิน การเย่อเป้าย้ายวิญญาณ ให้กับผู้อื่น มี เลศนัยเยี่ยงใดหรือ???!!! เลสนัย ก็คือ หากศิษย์ สำนักที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ มิได้สนใจไฝ่คว้าฝึกฝนยกระดับฝีมือเพลงยุทธ์ แถมยังเยาว์วัยที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ก็ย่อมง่าย ต่อการที่ มารเฒ่าหัวงูต่างๆ ที่ มากล้นด้วยเล่ห์เหลี่ยมประสบการณ์แพรวพราว ล่อหลอกใช้ค่ายกล ยืมดาบฆ่าคน แพร่พิษร้ายออกไปในยุทธจักร ภายใต้ความใสซื่ออ่อนด้อยประสบการณ์ของศิษย์ รุ่นใหม่เหล่านี้ มาตรว่า กระบวนท่าลิ้นบิน จะเป็นอาวุธลับที่อันตราย หากแต่ว่ามีข้อจำกัดการใช้ จุดอ่อนในขอบเขตุการใช้มิกว้างขวาง การทำลายล้างในวงแคบ ผิดคาด หากมีการพลิกแพลงกระบวนยุทธ์โดยใช้ร่วมกับเพลงยุทธ์ของคัมภีร์กระปลิดวิญญาณแล้ว อานุภาพ ลิ้นบิน ก็จะกลับกลายเป็นกระบวนท่าที่อันตรายสูงสุดทันที มิผิด ในโลกหล้า จะหามีอาวุธไหนที่มีอานุภาพสูงส่งเท่าลิ้นบินพิษปลิดวิญญาณ ได้ยากยิ่งนัก
หากศิษย์ สำนักต่างๆที่ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ ฝึกฝนเพียงท่าร่างค่ายกลเย่อเป้าย้ายวิญญาณ (ดังได้กล่าวถึงในตอนที่ผ่านมาแล้ว ) หาได้ใช้ หรือฝึกฝนให้บรรลุถึง ขั้นสูงสุดของ คัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ คือ กระบวนท่า ล้านศีรษะ (ไป่วั่นโสว่) มิผิด มีแต่กระบวนท่าล้านศีรษะ จึงจะเป็นเพลงยุทธ์สูงสุดของคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณ
เคล็ดวิชา ล้านศีรษะ ก็คือ จักต้องฝึกคิดล้านครั้งในเรื่องเดียว มันเป็นเคล็ดวิชาพิสดารอันใดฤา ???!!! ความพิสดารก็คือ หากผู้ฝึกฝนคิดได้ในจุดอ่อน แหล่งข้อมูลจากล้านแหล่ง ช่องโหว่ล้านช่อง เมื่อช่องโหว่ต่างล้วนค้นพบถึงล้านช่อง แล้วคู่ต่อสู้จะมิลำบากยากเย็นแค่ไหนในการควานหาจุดอ่อนเพื่อจะทำลายล้าง...!!!! เว้นแต่ว่าพวกมันจะต้องคิดให้ได้มากกว่าหนึ่งล้านในเรื่องเดียว !!!
แล้วจะหาคนเช่นนั้นได้ที่ไหนในโลกหล้า...ที่มาประมือด้วย
อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง ย่อมมีอานุภาพระเบิดทำลายล้างโลกหล้าได้ส่งรังสีครอบคลุมทั่วหล้า
หากอยู่ในมือของทารกไร้เดียงสาก็ย่อมมิต่างจากของเล่น หรือขนมหวานที่ทารกขบเคี้ยว
หากแต่ว่า หากมีการบังเอิญไป ดึงสลักอาวุธเหล่านั้นออกมาอย่างมิรู้ตัวและไร้เดียงสาเยี่ยงทารกที่ใจใสซื่อ... มิอาจคาดหมายได้ ว่า จักเป็นฉันใด....????
มีแต่ จะต้องฝึกฝน ให้ถึงขั้นสูงสุดของคัมภีร์กระบี่ปลิดวิญญาณเท่านั้นของค่ายสำนักต่างๆที่ฝึกฝนคัมภีร์นี้ เช่น พู่กันปลิดวิญญาณ หมึกปลิดวิญญาณ จอเงาย้ายร่างปลิดวิญญาณ พิณปลิดวิญญาณ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันต่างฝึกฝนเพียงระดับของกระบวนยุทธ์เย่อเป้าย้ายวิญญาณเท่านั้น และเพียงกระบวนท่าหนึ่งศีรษะ เท่านั้น มีแต่จะต้อง ฝึกฝนใน กระบวนท่าสูงสุดของเพลงยุทธ์ คือ กระบวนท่าล้านศีรษะ เท่านั้นจึงจะดับไฟในนาครได้....
จึงจะย้ายวิญญาณที่ดีงามให้ผู้คนได้พบพานกับความจริง... แต่นั่นแหละ อาวุธที่ดีที่สุด ย่อมมิใช่ อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างสรรค์หรือการทำลายล้าง...!!!
เมื่ออาวุธที่ดีที่สุด ก็คือ การหามีอาวุธใดๆไม่ !!! และมีเพียงความจริงใจที่ให้ และความจริงใจที่ได้รับ
ต่อกันและกัน !!! ด้วยความรักความสมานฉันท์ ที่หาพบได้เพียงในยุทธจักรของความฝันแห่งผู้คน.....เท่านั้น..!!!( ขอยุติ จอมยุทธ์เย้ยยุทธจักร ภาคหนึ่ง ไว้ชั่วคราวเพียงเท่านี้...หากแต่ว่าเรื่องราวมากมายของยอดฝีมือยังดำเนินไป ซึ่งหาดูได้จากสำนักกระบี่ปลิดวิญญาณต่างๆ ที่รายงานเป็นประจำทุกวัน ...... )หมายเหตุ: บันทึกไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว...กระบี่ดาวแดง... โดย : กระบี่ดาวแดง

รวมงานเขียนและแนวคิดของ กระบี่ดาวแดง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com