Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

รวมงานเขียนและแนวคิด
กระบี่ดาวแดง
leehonglong@hotmail.com

การวิเคราะห์แบบองค์รวมในทางสังคม

................................การคิดใหม่ต่อหลักการ
และแนวคิดทั่วไปในการวิเคราะห์:
หลักการพื้นฐานโดยทั่วไปในกระบวนการรับรู้ในการเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ต่างจากปิระมิดที่มียอดแหลมตั้งบนพื้น....ถ้าเปรียบพื้นดินเหมือนความรับรู้อันกว้างใหญ่ไพศาลในจักรวาล....โดยมีปลายแหลมของยอดปิระมิดที่เป็นบริเวณที่มนุษย์ทำความเข้าใจต่อโลกและสรุปเป็นหลักการ
.....เมื่อมีการต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆขององค์ความรู้....ฐานที่เล็กแต่ส่วนบนมีการแตกแขนงไปไม่สิ้นสุด....ย่อมล่องลอยอยู่บนฟ้าและในที่สุดก็ล้มลงสัมผัสความเป็นจริงยังพื้นดิน.....และสร้างพื้นฐานใหม่....
......นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า...ทำไมจึงต้องมีการคิดใหม่ในเรื่องหลักการ...ก็เพื่อหารากฐานที่ถูกต้องในการต่อยอด.... หลักพื้นฐานในการคิด....ที่มีหลายรูปแบบเช่น...
แบบแยกส่วนย่อย
แบบการสรุปรวบยอด
แบบบูรณาการ

ในแบบบูรณาการจะเห็นว่ามีฐานของปิระมิดหลายๆปิระมิดแห่งสหวิชาหลายๆสาขาที่เอาปลายแหลมตั้งไว้หลายๆบนดินแดนแห่งความรู้อันเป็นรากฐานการต่อยอดขึ้นไป....จากหลายๆฐานที่เกี่ยวโยงกัน...

หากแต่ว่า....กระบวนทัศน์แบบองค์รวม( holistic paradigm )ที่นำเสนอนี้เป็นแบบวิธีคิดอีกแบบ....ที่ขยายกรอบอ้างอิงให้กว้างขึ้น...เช่นกรอบมิติ...ในการอ้างอิง.. โดยสรุปเป็นกรอบกว้างๆเรียกว่า....มิติแห่งองค์รวมพหุภาพ.. องค์รวมพหุภาพ.....หมายถึงองค์รวมอันประกอบเป็นเอกเทศของสิ่งหนึ่งสิ่งใดในการตรวจวัด....และสัมพันธ์กับสิ่งที่ตรวจวัด.... การวิเคราะห์ทุนอันเป็นหน่วยพื้นฐานหนึ่งในทางเศรษฐกิจการเมืองเช่นกัน...มีรากฐานในการวิเคราะห์ดังได้กล่าวมาแล้ว...คือ.... การวิเคราะห์บนรากฐานทฤษฎีแบบเสรีนิยม
การวิเคราะห์บนรากฐานทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบมาร์กซิสต์ และการวิเคราะห์ภายใต้กระบวนทัศน์แบบองค์รวม.... ผู้เขียนจะเน้นหนักเฉพาะทุน...แห่งระบอบธรรมาธิปไตย....เช่นระบบทุนแบบ ethical capital อันเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ ของโครงสร้างชั้นบนในระบอบรัฐแห่งธรรมาธิปไตย Ethical capital หรือทุนแบบมีศีลธรรม ( ทุนในอุดมคติของระบบที่กลไกกลางการแลกเปลี่ยนศักยภาพของทุนเกิดดุลยภาพ) ซึ่งมีความหมายครอบคลุมที่กว้างขวาง....อันรวมไปถึงรูปการจิตสำนึกต่างๆที่เป็นศักยภาพแห่งทุนที่ดำรงอยู่ของมนุษย์ในสังคมนั้นๆ.....รวมถึงศาสนา....ความเชื่อทางจิตวิญญาณต่างๆของผู้คน.... รวมไปถึงจุดอ่อนต่างๆของระบอบทุนภายใต้กรอบกลไกแลกเปลี่ยนแบบเสรีนิยม....และแบบสังคมนิยม...
ทุน...หน่วยย่อยพื้นฐานเศรษฐกิจ-การเมือง
ระบอบเศรษฐกิจการเมืองใดๆล้วนแล้วมิอาจแยกออกจากการพัฒนาไปของระบอบทุนในโลก....
ทุน อันถือเป็นหน่วยย่อยพื้นฐานหนึ่งในทางเศรษฐกิจและการเมืองในสังคม....และเป็นรากฐานสำคัญต่อความสัมพันธ์ต่างๆของผู้คนในสังคมที่ก่อเกิดรูปการจิตสำนึกต่างๆ
การทำความเข้าใจในการพัฒนาไปของทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงไปของสังคม...วัฒนธรรม...การเมือง...ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ไปของทุน... นิยามของทุน...มีผู้ให้คำอธิบายไว้หลายมุมมอง...ในทฤษฎีของฝ่ายสังคมนิยม...ได้ให้คำอธิบายว่า.... ทุน...เกิดจากแรงงาน....และผลจากแรงงานได้สร้างมูลค่าส่วนเกิน....และจากการสะสมทุนที่เกิดจากแรงงานส่วนเกิน ก่อให้เกิดชนชั้นใหม่คือชนชั้นนายทุน...ที่มีอำนาจผูกขาดควบคุมปัจจัยการผลิตต่างๆ.....จึงก่อให้เกิดทฤษฎีแห่งการต่อสู้ทางชนชั้น...และก่อเกิดรัฐแห่งสังคมนิยมขึ้น..... ขณะที่อีกแนวคิดหนึ่ง...ยึดถือความมีเสรีภาพแห่งทุน....และก่อให้เกิดความมั่งคั่งและใหญ่โตของทุนที่เป็นปัจเจกชนขนาดใหญ่ขึ้น...จนไปสู่การข้ามชาติและไร้รัฐ...

ในแนวคิดที่นำเสนอ...จะพิจารณาทุนในอีกแง่มุมหนึ่ง...เพื่อนำเสนอว่าทุนแห่งรัฐธรรมาธิปไตย....เกิดขึ้นได้อย่างไร... รัฐแห่งธรรมาธิปไตย ก็คือรัฐที่มีกระบวนการจัดความสัมพันธ์ของระบอบทุนอย่างมีดุลยภาพที่มีการเคลื่อนที่....
การกำเนิดของทุน....และกลไกแลกเปลี่ยนศักยภาพทุน
มนุษย์ ทุกคนที่เกิดมาบนโลก...ต่างล้วนมีความแตกต่างกัน...ไม่มีมนุษย์คนไหนที่เกิดมาเหมือนกันทุกประการแม้แต่เด็กฝาแฝดก็ตาม....
ความแตกต่างเหล่านี้...แยกเป็นความแตกต่างทางศักยภาพทางกายภาพ...และความแตกต่างทางศักยภาพทางปัญญารวมถึงจิตวิญญาณ...
องค์รวมของศักยภาพเหล่านี้ ที่ประกอบเป็นมนุษย์ผู้นั้น ที่มีความแตกต่างจากผู้อื่น....เมื่อมนุษย์มีการอยู่กันเป็นสังคม....จึงก่อให้เกิดกระบวนแห่งการแลกเปลี่ยนศักยภาพเหล่านั้นที่มีศักย์สะสมไว้แตกต่างกัน....
จึงมีการเกิดขึ้นของ....กลไกแห่งการแลกเปลี่ยนทางศักยภาพของทุน.... เช่น...ระบบการประเมินคุณค่าของศักยภาพที่มีอยู่....ระบบแลกเปลี่ยนศักยภาพ...
ในยุคบรรพกาล....ก็ย่อมมีการประเมินคุณค่าที่แตกต่างกันไป....ศักยภาพที่ได้เปรียบทางกายภาพบางครั้งอาจถูกประเมินว่ามีคุณค่าที่สูงกว่า...
เมื่อกลไกแห่งการแลกเปลี่ยนไร้ซึ่งดุลยภาพ.....ภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อมต่างๆที่เปลี่ยนไป....รวมไปถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นและลดลงของผู้คนเมื่อมีการเปรียบเทียบอย่างสัมพัทธ์.....
การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น......จากการขาดดุลยภาพในการแลกเปลี่ยนเหล่านั้น......การวิเคราะห์ในแบบเศรษฐกิจการเมือง
ในการวิเคราะห์แบบทฤษฎีของค่ายสังคมนิยม หรือทฤษฎีวัตถุนิยมวิภาษ จะมีแบบวิธีวิเคราะห์ กว้างๆคือ รากฐานทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างชั้นบน รากฐานทางเศรษฐกิจ หรือพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จะประกอบไปด้วยส่วนหลักๆ2ส่วนคือ....พลังการผลิต และความสัมพันธ์ทางการผลิต
พลังการผลิต จะวิเคราะห์ถึง คน และ เครื่องมือการผลิต หรือการเปลี่ยนแปลงไปของคน และสภาพแวดล้อมภายใต้การเปลี่ยนไปของกระบวนการผลิตต่างๆ....
ความสัมพันธ์ทางการผลิต จะวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ของคนในการถือครองปัจจัยการผลิตต่างๆ....ระบบแห่งสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป...
ทั้งหมด กล่าวโดยรวมๆจะเรียกว่า การศึกษาวัตถุนิยมทางประวัติศาสตร์....โดยมีรากฐานแห่งการคิดคือปรัชญาวัตถุนิยมวิภาษที่มีหลักสำคัญคือวัตถุกำหนดจิต การปฏิบัติเป็นพื้นฐานความรู้เป็นต้น..... และเอกภาพของด้านตรงข้ามหรือทวิลักษณะหรือทฤษฎีวิภาษวิธี การวิเคราะห์ในเรื่องทุน....ในแบบวิธีการวิเคราะห์แบบนี้จะเน้นการวิเคราะห์ชนชั้นของทุน....หรือสรุปกว้างๆได้ว่ากระบวนความคิดใดๆมีการดำรงอยู่ของชนชั้น....ระหว่างชนชั้นที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ
บนพื้นฐานของปรัชญาวัตถุนิยมวิภาษ ที่มีหลักการว่าการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของเอกภาพด้านตรงข้ามโดยมีเหตุภายนอกเป็นเงื่อนไข และเหตุภายในเป็นมูลฐานการเปลี่ยนแปลง เหตุภายนอกก่อบทบาทโดยเหตุภายใน......
ด้วยเหตุนี้...นักทฤษฎีของค่ายนี้ที่ยึดถือทฤษฎีอย่างเหนียวแน่นจึงเสนอแนวทางนโยบายใดๆล้วนมีลักษณะ การสร้างเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการเร่งการสูญสลายทางชนชั้น..... เมื่อมีการวิเคราะห์ถึงชนชั้นของทุน....จึงมีการเสนอทิศทางนโยบายอันเป็นการลดทอนลงของการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์....เมื่อมีการถือเอาว่ามนุษย์ที่มีแนวคิดที่เรียกว่าทุนนิยมเป็นเป้าหมายทำลายล้าง.....ด้วยแบบวิธีคิดแบบกลไก... จึงทำให้เกิดการเฉื่อยชา....เกิดองค์กรขนาดมหึมาที่เทอะทะและเฉื่อยชา.....หรือในกรอบคิดค่ายนี้จะเรียกว่า ความขัดแย้งระหว่างพลังการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิต...ที่ก่อเกิดเงื่อนไขขัดขวางต่อการพัฒนาของพลังการผลิต.....

ในประเทศจีน ก็ยังยึดถือแนวคิดเช่นนี้...แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดโดยมุ่งยึดถือคนเป็นศูนย์กลาง....
การยึดถือคนเป็นศูนย์กลาง....จึงทำให้...ทุน...ในความหมายแบบมาร์กซิสต์คลาสสิกต้องเปลี่ยนไป....และตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น... เพราะทุน....แท้ที่จริงแล้วก็คือศักย์...หรือพลังงานศักย์ ใดๆ....หรือศักยภาพใดๆที่แตกต่างกันของมนุษย์....ของกลุ่มทางสังคมของมนุษย์.... ที่ย่อมมีความแตกต่าง ทั้งปัจเจกชน และกลุ่ม ระบบแห่งการเอารัดเอาเปรียบใดๆ....ล้วนเกิดจากการขาดดุลยภาพอันเกิดจาก ระบบกลไกกลางการแลกเปลี่ยนศักยภาพของทุนที่ดำรงอยู่ในมนุษย์....
กรอบแนวคิดแบบเสรีนิยมเช่นกัน....เมื่อปล่อยให้มีการดำเนินไปของปัจเจกชน...อย่างไร้ทิศทางควบคุม...ก่อให้เกิดกลุ่มที่ทรงอำนาจที่ผูกขาดอำนาจเศรษฐกิจการเมืองไว้ในมือของคนส่วนน้อยในสังคม....และลักษณะอนาธิไตยต่างๆ...อันไม่อาจเกิด.....ทุนแห่งศีลธรรมจรรยา หรือธรรมาธิปไตยของทุนได้.... ดังนั้นเอง...ทุนแห่งศีลธรรมจรรยา กล่าวกว้างๆก็คือทางสายกลาง...ที่เกิดจากการลดลงของทั้งสองขั้วดังกล่าว....ก่อเกิดรูปการใหม่ขึ้นมา....อันก่อให้เกิดดุลยภาพของระบบทุน.....แบบจำลององค์รวมพหุภาพทุน
ในการวิเคราะห์แบบแยกส่วนย่อย(reduction) จะเห็นได้ว่าหน่วยย่อยพื้นฐานเบื้องต้นของทุน(capital ) ที่จริงแล้วก็คือ คน นั่นเอง

ทุน คือศักยภาพที่มีการสั่งสมของมนุษย์ อันประกอบไปด้วยศักยภาพทุนทางกายภาพ และศักยภาพทุนทางปัญญา-จิตวิญญาณ นั่นก็คือคนที่มีการสั่งสมทางวิวัฒนาการ ในทางกายภาพของมนุษย์ และการสั่งสมทางปัญญา-จิตวิญญาณ ตามวิวัฒนาการแบบวิถีชีวิตในทางสังคมมนุษย์ เมื่อทุน ก็คือ คน และ คน ก็คือ ทุน การวิเคราะห์ทุนใดๆที่พัฒนารูปแบบมาถึงปัจจุบัน ย่อมแยกไม่ออกจาก ระบบความเชื่อ รูปการจิตสำนึก จิตวิญญาณของมนุษย์ การศึกษาวิจัยในทางสังคมศาสตร์ ทุกชนิด ล้วนเริ่มต้นจากคน....และมีการต่อยอดสาขาวิชาไปมากมายเหลือคณานับ.... หากมิมีการมองในแบบรวบยอด ( deduction) ก็จะไม่เห็นถึง รากฐาน และทิศทาง....และเช่นกันหากมองแบบแยกส่วนโดดๆ( reductionism) และการสรุปรวบยอดโดดๆโดยขาดการเจาะลึกหารายละเอียด( deductionism) ก็จะไม่พบทิศทางและแนวทางที่เป็นรูปธรรม.....
อุดมการณ์ และจุดมุ่งหมาย นักทฤษฎีทางสังคมศาสตร์โดยทั่วไปแล้วหากกล่าวถึงจุดมุ่งหมายแล้วล้วนมีจุดมุ่งหมายในการก่อให้เกิดสภาวะดุลยภาพของมนุษย์ในการเปลี่ยนแปลงสังคม... ในปัจจุบันหากแยกประเภทใหญ่ๆกว้างๆในเชิงอุดมการณ์ได้แก่...
-อุดมการณ์แห่งลัทธิเสรีนิยม
-อุดมการณ์แห่งสังคมนิยมแบบอเทวนิยม
-อุดมการณ์แห่งสังคมนิยมแบบเทวนิยม

ในแบบเสรีนิยม อันมีจุดมุ่งหมาย เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ภายใต้หลักคิดแห่งการมีเสรีภาพของปัจเจกชน ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เกิดการขยายศักยภาพทุนภายใต้การแข่งขัน....หากแต่ว่าเมื่อขาดทิศทางแห่งการสร้างลักษณะร่วมขององค์รวมพหุภาพเหล่านั้น....อันไม่ต่างจากองค์รวมที่ประกอบเป็นมนุษย์ที่ประกอบด้วยองคาพยพของหน่วยย่อยต่างๆที่เป็นอิสระ....แต่ก็ยังมีลักษณะร่วมเพื่อการพัฒนาร่วมกัน..... เสรีภาพ ที่มีในเชิงกายภาพและจิตวิญญาณ โดยขาดการควบคุมทางจิตวิญญาณ.....ก็ก่อให้เกิด....อนาธิปไตยแห่งทุน...อันเป็นการทำลายเอกภาพแห่งองค์รวม....

ในแนวคิดแบบสังคมนิยม ในแบบอเทวนิยม และแบบเทวนิยม รูปแบบหลักคือการใช้รูปแบบศรัทธานิยมเป็นหลัก....อุดมการณ์แห่งการควบคุมในทางจิตวิญญาณอย่างเข้มข้น..... ในการควบคุมอย่างเข้มข้นเพียงอย่างเดียว....จึงก่อให้เกิดการทำลายความมีเสรีภาพแห่งการสร้างสรรค์ หรือส่งเสริมให้เกิดศักยภาพสูงสุดของทุน.... เมื่อทุน....ก็คือ คน.....หรือศักย์ที่ดำรงอยู่ในคน เมื่อคน...ต่างล้วนมีรูปการแห่งความเชื่อ ที่แตกต่างกัน....ไม่มีแม้แต่คนเดียวในโลกที่เหมือนและเท่าเทียมกันทุกประการ...... เมื่อ อุดมการณ์ ที่ตั้งบนพื้นฐานทฤษฎีและการปฏิบัติอันไม่สอดคล้อง....เป้าหมายและอุดมการณ์...ก็ต้องเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆแล้งๆ.... และในทางตรงข้าม เป็นการทำลายล้างมวลมนุษยชาติ....

แน่นอนที่สุด...เป็นการทำลายทุน... เมื่อทุนคือคน....และจุดมุ่งหมายของผู้คน....ต่างล้วนแสวงหาความสุขที่ตนพึงพอใจ.....
แนวคิดทฤษฎีและแบบวิธีการวิเคราะห์ทางสังคม
แนวคิดทฤษฎีและแบบวิธีการวิเคราะห์ทางสังคมเพื่อศึกษาสังคมไทยโดยทั่วไปจำแนกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ดังนี้ 1. การวิเคราะห์แบบแยกส่วนย่อย และแบบสรุปรวบยอด จะจำแนกเป็นประเภทกว้างๆดังนี้ - แบบวิธีวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ
- แบบวิธีวิเคราะห์ทางการเมือง
- แบบวิธีวิเคราะห์ทางสังคมและมานุษยวิทยา
- แบบวิธีวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์
- แบบวิธีวิเคราะห์ทางจิตวิทยาสังคม
- แบบวิธีวิเคราะห์ด้านโครงสร้าง
- แบบวิธีวิเคราะห์ด้านบุคลิกภาพและจิตใจ
- แบบวิธีวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
- แบบวิธีวิเคราะห์ในแนววิวัฒนาการ เป็นต้น
ในแบบวิธีวิเคราะห์ทางทฤษฎีทางเศรษฐกิจ ของนักเศรษฐศาสตร์ จำแนกได้กว้างๆดังนี้ - กลุ่มคลาสสิก ได้แก่ ทฤษฎีพัฒนาการเศรษฐกิจ ของอดัม สมิท (1723-1790)ถือเป็นOriginal ในทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ของโลก เดวิด ริคาร์โด (1772-1823) และจอห์น สจ๊วต มิลล์ เป็นต้น

- กลุ่มคัดค้านคลาสสิก ได้แก่ คาร์ล มาร์กซ (1818-1883)

- กลุ่ม นีโอ-คลาสสิก เช่น อัลเฟรด มาร์แชลล์ กลุ่มออสเตรีย (the Austrian School) กลุ่มMathematical School มีอิทธิพลระหว่าง 1870-1935

- กลุ่มคัดค้าน นีโอ-คลาสสิก ได้แก่ โจเซฟ ชุมปีเตอร์ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ Roy F.Harrod และEvsey D.Domar เป็นต้น รวมไปถึงแนวคิดนักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปในปัจจุบัน
- กลุ่มคลาสสิกใหม่ (new clas-sical )

แนวนโยบายทั่วไปของรัฐโดยทั่วไปจะยึดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น 2. การวิเคราะห์แบบสหวิทยาการ หรือแบบบูรณาการ ได้แก่

- แบบวิธีวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคม ในแบบวิธีวิเคราะห์แบบนี้ เช่น แบบวิธีวิเคราะห์แบบมาร์กซิสต์ ถือเป็นแบบแรกในการนำเสนอแนวคิดในการวิเคราะห์แบบนี้โดยมีรากฐานทางทฤษฎีวัตถุนิยมวิภาษ เป็นหลักในการวิเคราะห์

หากแต่ว่ากรอบวัตถุนิยมวิภาษแบบมาร์กซิสต์คลาสสิก นั้นจะเป็นในรูป การวิเคราะห์แบบทวิลักษณะในแบบกลไก เช่น การยึดถือเอาชนชั้นอันเป็นนามธรรมคือชนชั้นกรรมาชีพที่ไร้สมบัติ ไม่มีความคิดเอารัดเอาเปรียบ ไม่มีการขูดรีด เป็นชนชั้นที่มองแบบกลไกว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด มีจิตใจเสียสละที่สุด ไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัว ฯลฯ

หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ พระเจ้านั่นเอง จินตภาพ กรรมาชีพ ก็ไม่ต่างจากพระอรหันต์ ในศาสนาพุทธ และพระเจ้าในศาสนา อื่นๆ

นั่นคือการถือเอา อุดมคติ หรือเป้าหมายในเชิงอุดมคติ มาเป็นแบบวิธีการกำหนดแนวทางนโยบายในการแปรเปลี่ยนมนุษย์ โดยแนวทางการสูญสลายชนชั้นแบบกลไก แต่ทฤษฎีของมาร์กซ ได้สร้างคุณูปการให้แก่ชาวโลกหลายประการเช่น การเกิดแนวคิดรัฐสวัสดิการ ในประเทศอุตสาหกรรม การดูแลเอาใจใส่แก่คนงานเพิ่มขึ้น และทฤษฎีมาร์กซ ถือเป็นต้นแบบการวิเคราะห์แบบสหวิทยาการแม้ว่าจะเป็นในแบบกลไกแต่เนื่องจากเกิดขึ้นมานับร้อยปีแล้ว 3.การวิเคราะห์แบบองค์รวม ในแบบวิธีการวิเคราะห์ แบบนี้จะต้อง ถือความสัมพันธ์ของทุกส่วนนั้นเกี่ยวข้องกัน
เพื่อเสนอ model ( ตัวแบบ) ในการวิเคราะห์ลักษณะสังคมไทยและเป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ดังที่ได้นำเสนอมากว้างๆ ในปัญหาเรื่องทุน ซึ่งจะเป็นหน่วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจการเมืองในสังคม

การวิเคราะห์แบบองค์รวม จะต้องวิเคราะห์ ถึงความสัมพันธ์ ระหว่าง องค์รวมของทุนหรือศักยภาพทุนทางกายภาพและศักยภาพทุนทางปัญญาและจิตวิญญาณของมนุษย์ ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่นธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ และสังคม การวิเคราะห์รูปแบบการพัฒนาไปของกลไกกลางการแลกเปลี่ยนทางศักยภาพของทุน ระบบที่มีดุลยภาพของกลไกกลางการแลกเปลี่ยน หรือระบบดุลยภาพของทุน เป็นต้นเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ก่อให้เกิดดุลยภาพทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม

การพัฒนาคิดค้นรูปแบบการสร้างมูลค่าให้กับทุน เช่น ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสังคมต่างๆเพื่อก่อให้เกิดดุลยภาพ และเกิดการสะสมทุนเพิ่มขึ้นของกลุ่มที่ขาดดุลยภาพทางทุนในสังคมไทยเช่นชาวนาชาวไร่ในชนบทไทย อย่างเป็นรูปธรรม ชาวนาชาวไร่ ที่เพิ่งหลุดพ้นจากความไร้อิสระภาพในการสะสมทุนจากระบบไพร่ มาเพียงแค่ชั่วไม่กี่อายุคน คือเพียงแค่ร้อยกว่าปี จากที่ต้องทำงานให้มูลนายในสังกัดเป็นปี ลดลงเหลือ 6เดือนต่อปี และมีการยกเลิก แต่แบบวิถีชาวบ้านในชนบทก็ยังมีการเกณท์แรงงานเช่นกันหากแต่ว่าเป็นความสมัครใจ นอกจากจะมีระบบการผลิตที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลักและต้องทำงานอย่างหนักแต่ไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาผลผลิต
จากประวัติศาสตร์ที่ยากจน ปัจจุบันก็ยังยากจน และอนาคตก็ยังจะยากจนต่อไป ถ้าไม่มีการสร้างเสริมให้เกิดดุลยภาพแห่งทุน

เมือง ที่บริโภคทรัพยากรส่วนใหญ่ของประเทศ ขณะที่ชนบท ขาดแคลน จึงก่อให้เกิดการขาดดุลยภาพอย่างหนักในประเทศ ระบบรวมศูนย์ที่เมืองใหญ่ และกระจายไปเมืองบริวาร ไปจนถึงหน่วยสุดท้ายหมู่บ้านในชนบท
เช่นคนเมืองใหญ่ มีการบริการทางการแพทย์ที่ดี เป็นศูนย์รวมการคมนาคมขนส่ง ส่วนเมืองเล็กๆก็เป็นเมืองบริวาร เช่นถ้าจะขึ้นเครื่องบินก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเมืองใหญ่เพิ่มขึ้น จึงก่อให้เกิดการกระจุกตัวในเมืองใหญ่ และพ่อค้าในเมืองจึงเป็นผู้ที่มีการสะสมเงินทุนได้สูง
ภายใต้ระบบการเมืองที่ผูกขาดอำนาจก่อให้เกิดการเติบโตของกลุ่มพ่อค้า กลุ่มมาเฟีย และระบบผู้รับเหมาก่อสร้างที่บริหารจังหวัดที่ผลาญงบประมาณแผ่นดินในการบริหารท้องถิ่น เป็นต้น
ขณะที่ระบบการผลิตที่ล้าหลังในชนบท ระบบการทำนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีที่ทำการเกษตรที่เป็นที่ทำนาเป็นหลัก แยกออกไปจากบ้านพักอาศัยซึ่งจะเป็นชุมชนเป็นหมู่บ้าน ทำให้การปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบผสมผสานลำบาก และต้องลงทุนสูงในการปรับปรุงที่นา ในการโยกย้ายที่อยู่อาศัย ปัญหาความปลอดภัยต่างๆเป็นต้น จึงทำให้การผลิตไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงตนเองได้และก่อเกิดปัญหาหนี้สิน ปัญหาการอพยพหางานทำในเมือง การแตกสลายของครอบครัว เป็นต้น แนวทางการปรับเปลี่ยนและมีการค้นคิดนำใช้ทุน ทางวัฒนธรรม ทางสังคม ทางการสั่งสมภูมิปัญญา ให้กับชาวนาชาวไร่ พร้อมๆกับการช่วยเหลือด้านเงินทุนเบื้องต้นเพื่อก่อให้เกิดการสร้างผลิตผล จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ก่อให้เกิดการเพิ่มพูนขึ้นทางศักยภาพทุนของกลุ่มชาวนาชาวไร่ในสังคมที่ขาดศักยภาพทุนมาตลอดในรูปเงินลงทุน ระบบกลไกกลางการแลกเปลี่ยนศักยภาพแห่งทุนใดๆที่ก่อให้เกิดดุลยภาพ ย่อมเป็นกลไกของระบบรัฐแห่งธรรมาธิปไตย
( อ่านต่อในหัวข้อ...การกำเนิดระบอบทุน...และระบอบทุนนิยมแห่งสังคม )

รวมงานเขียนและแนวคิดของ กระบี่ดาวแดง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com