Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

กระบี่มังกรดำ ดาบมังกรทอง

CK   W. : เขียน   gggggade@hotmail.com

4

หน้า1      หน้า2      หน้า3    หน้า4     หน้า5

(ตอน  วันแรกแห่งการเดินทาง)

ก่อนเดินลงจากเขาไป วันรุ่งขึ้นเจ็งจื่อโจแอบไปที่เขาแห่งนั้นแต่เช้าพร้อมทั้งขนมและของกินมากมายฝีมือท่านป้าเหลียงของเขา ที่นั้นเขาพบขอทานเฒ่านอนรอเขาอยู่ใต้ต้นไม้ก่อนแล้ว ตั้งแต่นั้นเจ็งจื่อโจจะไปพบอาจารย์ของเขา ที่เขาลูกนั้นทุกวันเพื่อให้ขอทานเฒ่าถ่ายทอดวิชาให้   เจ็งจื่อโจเป็นเด็กฉลาด และจิตใจของเขายากที่จะวอกแวก   ทำให้เกิดสมาธิได้โดยง่าย เพียงไม่กี่วันเขาก็ฝึกวิชามรรคไร้พรมแดนได้สำเร็จ หลังจากนั้นขอทานเฒ่าสอนเขาประมาณหนึ่งเดือนเศษ   ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ถึงยามจากกันเจ็งจื่อโจก็ยังมิรู้ชื่ออาจารย์ของเขา เมื่ออาจารย์มิอยากบอกแล้วศิษย์จะถามได้อย่างไร แม้กระนั้นเจ็งจื่อโจก็ยังแอบออกไปฝึกวิชาที่นั้นบ่อยๆ เพียงเพื่อหวังว่าอาจจะได้พบอาจารย์ของเขาอีก   แต่วันแล้ววันเล่า   ปีแล้วปีเล่า ขอทานเฒ่ามิเคยมาปรากฏกายให้เขาเห็นอีกเลย
                       *ฝีมือของเจ็งจื่อโจรุดหน้าขึ้นทุกวัน   เพราะความขยันฝึกซ้อมของเขา ว่างเมื่อไหร่เขาก็แอบฝึกเมื่อนั้น ผู้ที่รู้ว่าเจ็งจื่อโจไม่ได้เป็นแค่องค์ชายหนอนหนังสือฉลาดๆเท่านั้นแต่ยังเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง มีไม่กี่คน   มีบ้างที่เจ็งจื่อโจเผลอสำแดงวิชาตัวเบาหรือพลังลมปราณออกไป แต่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นฝีมือของฟ่งอี้   อดีตหัวหน้าองค์รักษ์ไหมทองของวังหลวง ผู้ที่เจ็งจื่อโจเคยช่วยชีวิตไว้ ในวังหลวงมีการแบ่งกลุ่มองค์รักษ์ออกเป็นสี่กลุ่มดูแลประตูวังหลวงทั้งสี่ทิศ องค์รักษ์ไหมทองอยู่ทางทิศเหนือ    ไหมเงินอยู่ทิศใต้   เสื้อขาวอยู่ทางตะวันออก เสื้อดำอยู่ทางตะวันตก   โดยในองค์รักษ์ทั้งสี่กลุ่ม องค์รักษ์ไหมทองถือเป็นตำแหน่งสูงสุดซึ่งคอยอารักษ์ขาฮ่องเต้และดูแลประตูวังทางทิศเหนือที่ถือว่าเป็นประตูหน้าของวังหลวง เป็นประตูสำหรับฮ่องเต้ผ่านเข้าออก   และใช้ประตูนี้ในราชพิธีต่างๆ   ขณะนั้นฟ่งอี้ซึ่งเป็นหัวหน้าองค์รักษ์ไหมทอง และเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งของวังหลวง กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า  
“ผู้หนึ่งได้ดีย่อมมีผู้อื่นคอยอิจฉา”
เนื่องจากเขาถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายจนต้องโทษประหาร   แต่โชคดีที่สวรรค์ทรงเมตตา เจ็งจื่อโจกำลังซึ่งฝึกวิชาอยู่บนเขา   บังเอิญไปเห็นองค์รักษ์ผู้หนึ่ง   กำลังพูดคุยกับคนชุดดำหลายสิบคน   เนื่องจากเขาอยู่ไกลและคนกลุ่มนั้นพูดกันเบามาก เขาจึงจับใจความได้แค่ว่าคนชุดดำกลุ่มนั้นจะทำให้คนผู้หนึ่งหลุดออกจากตำแหน่งองค์รักษ์ไหมทอง เจ็งจื่อโจติดใจมาตลอดว่าใครคือเป้าหมายของคนกลุ่มนั้น   จมมีข่าวแว่วมาว่า มีองค์รักษ์ไหมทองผู้หนึ่งต้องโทษประหาร ปริศนาที่ค้างคาใจเขาตลอดสามวันก็ถูกคลี่คลายลง
“องค์รักษ์ไหมทองผู้นี้แน่ที่ถูกคนกลุ่มนั้นใส่ร้ายป้ายสี”
แต่เจ็งจื่อโจมิอาจเปิดโปงเรื่องราวที่เขาได้ยินมา มิเช่นนั้นเรื่องที่เขาแอบหนีออกจากวังก็ต้องถูกเปิดเผยเช่นเดียวกัน เขาจึงใช้ป้ายทองอภัยโทษที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้ และใช้ได้เพียงครั้งเดียวระงับการประหาร   ช่วยชีวิตฟ่งอี้ไว้ได้   แต่โทษตายละได้ โทษเป็นยังอยู่  ฟ่งอี! ้ถูกถอดออกจากตำแหน่งองค์รักษ์ไหมทอง   ตำแหน่งอันทรงเกียติที่ใครๆใฝ่ฝันถึง เป็นสามัญชนธรรมดา แต่แค่นี้เขาก็พอใจแล้วเพราะเขากำลังเบื่อกับการอิจฉาริษยาของเพื่อนร่วมงานเต็มที   ฟ่งอี้รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของเจ็งจื่อโจยิ่งนัก ที่ใช้ป้ายทองอภัยโทษซึ่งใช้ได้เพียงหนเดียวเพื่อช่วยชีวิตเขา   วันที่เขาต้องออกจากวัง เขาไปอำลาเจ็งจื่อโจ   และขอบคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ฟ่งอี้


“ข้าซาบซึ้งในน้ำพระทัยขององค์ชายใหญ่ยิ่งนัก ถ้าฝ่าบาทมีเรื่องอะไรขอให้เรียกใช้ข้าได้ทันที   แม้ว่าจะต้องแรกด้วยชีวิต ข้าก็จะทำให้สำเร็จ”
เจ็งจื่อโจ
“ไม่ว่าเรื่องอะไร   เจ้าก็จะทำหรือ”
ฟ่งอี้
“แน่นอนพะยะค่ะ   แต่ต้องเป็นเรื่องที่ที่ชอบธรรม”
เจ็งจื่อโจ
“ดี   ข้าขอสั่งให้เป็นเพื่อนข้า   เจ้าจะทำให้ข้าได้ไหม”
ฟ่งอี้มิอยากเชื่อหูตนเอง   เท่าที่ตนเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเจ็งจื่อโจมา ก็พอรู้อยู่บ้างว่าเจ็งจื่อโจเป็นคนไม่ถือตัว   แม้เจ็งจื่อโจจะสั่งให้เขาทำอะไร เขายินดีกระทำให้ตามที่ลั่นวาจาไว้ แต่การที่สั่งให้เขาเป็นเพื่อนนั้น เป็นเรื่องที่เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ
“เรื่องนี้..”
เจ็งจื่อโจหัวเราะ
“เจ้ามิต้องคิดมากหรอก   ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น   เมื่อเจ้าไปแล้ว ข้าจะรับเจ้าเข้าวังอีกครั้งในฐานะคนสนิท คราวนี้ถ้ามีใครคิดลงโทษเจ้าต้องได้รับความเห็นชอบจากข้าเสียก่อน   เมื่อข้าไม่เห็นด้วย ใครก็แตะต้องเจ้าไม่ได้   ที่สำคัญ   ข้าโดนลอบสังหารอยู่บ่อยๆ แต่มิอยากให้เสด็จพ่อเสด็จแม่รู้เรื่องนี้ มิฉะนั้นข้าคงถูกคุมตัวจนขยับเขยื้อนไปไหนมิได้    ถ้าเจ้ามาอยู่ข้างกายข้า ข้าจะได้อุ่นใจที่มียอดฝีมือเช่นเจ้าคอยคุ้มครองอยู่ข้างๆ แค่นี้ก็ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณข้าอย่างมากแล้ว”
ฟ่งอี้คิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบตกลง เจ็งจื่อโจเห็นฟ่งอี้ตอบตกลงแล้ว   รอยยิ้มแห่งความเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น   เจ้าห้ามกลับคำเด็จขาด   ในการเป็นคนสนิทของข้า มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง  คือ   เราจะปฏิบัติต่อกันในฐานะสหาย   จะไม่มีคำว่านายกับบ่าว หรือองค์ชายกับสามัญชนอะไรพวกนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง   เมื่อเจ้าตกลงเป็นสหายของข้าแล้ว เจ้าห้ามกลับคำเด็ดขาด   และต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กที่ข้าตั้งไว้อย่างเข้มงวด”
ดังนั้นฟ่งอี้จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทของเจ็งจื่อโจแบบมัดมือชกเพราะตกหลุมพรางของคนเจ้าปัญญาเข้า ตอนที่เจ็งจื่อโจรับฟ่งอี้เข้าวังในฐานะคนสนิทใหม่ๆ เรื่องนี้ถูกฮองเฮาคัดค้านอย่างหนักเพราะการให้คนที่เคยมีคดีถึงกับต้องโทษประหาร มาเป็นคนสนิทอยู่ข้างกายเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่เจ็งจื่อโจหาใส่ใจไม่   เรื่องจึงค่อยๆเงียบหายไปเอง   เมื่อฟ่งอี้ได้ติดตามเจ็งจื่อโจไม่นานเขาจึงรู้ว่าที่ใครๆเห็นเจ็งจื่อโจร่าเริงได้ตลอดทั้งวันจนดูเหมือนไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้เขาอารมณ์เสียได้เลยนั้น ความจริงเจ็งจื่อโจเป็นคนที่น่าสงสารมากคนหนึ่ง ต้องแบกคำว่าองค์รัชทายาทไว้บนบ่าตั้งแต่เกิด ถูกลอบสังหารบ่อยครั้งแต่ไม่เคยปริปากบอกใคร เขาต้องรับมือด้วยตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เด็ก ต้องทนกับความเข้มงวดของฮองเฮาซึ่งขนาดฟ่งอี้ที่เป็นคนใจเย็นจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งยังทนไม่ไหว เวลาเจ็งจื่อโจเข้าพบฮองเฮา   เขาเป็นต้องหนีหน้าไปทุกที   โดยให้เหตุผลกับเจ็งจื่อโจว่า
“ไม่อยากฟังฮองเฮาบ่น   มันเมื่อยหู”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com