Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

บางสิ่งในใจ
mail2gink@maildozy.com

ฤดูหนาว

*~บางสิ่งในใจ~* mail2gink@maildozy.com

ลมหนาวพัดโชยมาต้องผิวเนื้อทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า บัดนี้ฤดูหนาวได้
เริ่มย่างกรายเข้ามาแล้ว เมื่อปีที่แล้วฉันจำได้ว่ามันช่างเป็นช่วงเวลาที่อ้างว้าง
เดียวดายเสียเหลือเกิน สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกเงียบเหงาหนาวใจนั้นมิใช่เพราะอากาศ
และลมเย็นสบายภายนอก แต่กลับเป็นเพราะจิตใจข้างในของฉันที่มันไม่มีแม้ใครสักคน
ที่จะให้ไออุ่น ซุกหน้าเมื่อยามเหน็บหนาว มันเป็นฤดูหนาวที่ทั้งแห้งแล้ง ห่อเหี่ยว
และเปลี่ยวใจอย่างที่สุด ถึงแม้โดยส่วนตัว ตั้งแต่ยังเล็กฉันจะชอบฤดูนี้ที่สุด
เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน นานๆจะได้มีอากาศเย็นๆซักที และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ
ฉันเกิดในฤดูหนาว ฉันจึงรู้สึกผูกพันกับฤดูนี้ไปโดยปริยาย...
แต่เพราะเหตุใดลมหนาวของปีที่แล้ว จึงทำให้ฉันห่อเหี่ยว..หดหู่ใจได้ขนาดนั้นนะ...

เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป ฤดูร้อนก้าวเข้ามาแทนที่ เมื่อฤดูร้อนจากไป ฤดูฝนก็เข้ามา
ให้ความชุ่มฉ่ำ และเมื่อฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป ฤดูหนาวก็กำลังจะมารับช่วงต่ออีกครั้ง...
หน้าหนาวปีนี้ฉันกลับไม่รู้สึกหนาวเย็น ว้าเหว่อย่างปีที่แล้ว
ฉันรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็ตาม แค่เพียงได้ยินเสียงโทรศัพท์
ดังขึ้น แล้วเสียงจากปลายสายก็พูดคำเดิมๆ จากเสียงของคนๆเดิมว่า
"ฮัลโหล....ทำอะไรอยู่"
เพียงเท่านั้นฉันก็รู้สึกราวกับว่าไออุ่นได้แผ่ซ่านกระจายอยู่รอบๆตัว
และโอบอุ้มฉันไว้แล้ว....
"คืนนี้อากาศคงจะเย็นนะ นอนห่มผ้าให้ดีๆล่ะ...เดี๋ยวจะไม่สบาย"....
คำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยและความหวังดีจากเขา จะทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นได้อยู่เสมอๆ
ถึงตอนนี้เราจะอยู่ห่างไกลกัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่า เราอยู่ใกล้กันนิดเดียว.....

ฉันเดินไปหน้าประตูบ้านตามเสียงแตรรถของบุรุษไปรษณีย์......มีจดหมายจ่าหน้าซองถึงฉัน!
ฉันมองเห็นลายมือของผู้ส่งที่จ่าหน้าซอง ฉันก็รู้แทบจะในทันทีว่านั่นเป็นลายมือของเขา
ฉันบรรจงเปิดซองจดหมายออก แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆที่พับอยู่ข้างในออกมา
มันเป็นกระดาษลายการ์ตูนสีชมพู....นั่นไง!
มีข้อความเขียนอยู่ที่กลางกระดาษตัวเบ้อเริ่มว่า.....
"รักมากนะ" ทั้งกระดาษมีข้อความเขียนอยู่เพียงแค่นั้น...............
ฉันส่ายหัวพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วบรรจงจัดแจงเก็บมันกลับลงไปในซอง
ปิดให้เรียบร้อย
แล้วก็นำมันไปเก็บในห้องนอนของฉัน ฉันเปิดลิ้นชักของฉันซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยซองจดหมาย
และการ์ดน้อยใหญ่มากมาย.....
ฉันวางจดหมายฉบับล่าสุดทับลงบนซองจดหมายสีฟ้า..ฉบับก่อนหน้านี้
ซองสีฟ้านั้นข้างในเขียนไว้กลางหน้ากระดาษตามสไตล์ของเขาว่า.."คิดถึงทุกนาที"..
ส่วนเจ้าซองสีเหลืองอ่อนที่วางอยู่ทางซ้ายมือนั่น ออกจะแปลกไปสักหน่อย
ข้างในเป็นกระดาษลายหัวใจ
แต่ไม่ได้เขียนคำพูดอะไรกำกับมาด้วยเลย.....แต่ถึงกระนั้นฉันกลับรู้สึกเหมือนว่ากระดาษแผ่นนั้น

เต็มไปด้วยข้อความมากมายหลายร้อนพันประโยค
ทั้งๆที่กระดาษที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงกระดาษเปล่าๆ
ใบหนึ่งเท่านั้น....ฉันยิ้มเล็กน้อยให้กับจดหมายเหล่านั้น
ก่อนจะปิดลิ้นชักกลับเข้าไปอย่างเดิม

ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ริมหน้าต่าง เหม่อมองออกไปเห็นต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน
ที่บัดนี้เริ่มจะผลัดใบทิ้งแล้ว ลมที่พัดอยู่ภายนอกทำให้ใบไม้บางใบร่วงหล่น
บางใบก็ยังสามารถเหนี่ยวรั้งกับกิ่งไว้ได้....ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่าง
ฉันสูดมันเข้าไปจนเต็มปอด
รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ภายในจิตใจฉันมีแต่ความอบอุ่น เหลือบมองไปที่กำแพง
มีกรอบรูปแขวนอยู่เต็มไปหมด กรอบบนสุดนู่น
เป็นรูปที่ฉันถ่ายคู่กับเขาเมื่อประมาณ7เดือนที่แล้ว
มันเป็นรูปแรกที่เราถ่ายด้วยกัน จำได้ว่าตอนนั้นเราไปเที่ยวกันที่ชะอำ เราสนุกกันมากๆเลย
ตัวเปียกปอนกันถ้วนหน้า
ครั้งนั้นเราไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่มีทั้งเพื่อนเขาและเพื่อนฉัน
รูปนี้เพื่อนๆคะยั้นคะยอให้ถ่าย ที่ชายหาดตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มๆแดงๆแล้ว ฉันเขินแทบตายกว่าจะยอมให้ถ่ายได้...
ยังมีภาพอื่นๆอีกมากมายที่มีความหมายกับฉันมาก.....
ทั้งห้องนอนของฉันมีแต่สิ่งดีๆที่เกี่ยวกับเขาเต็มห้องไปหมด
ฉันจึงชอบที่จะเข้ามาอยู่ในห้องนอนนี่ไงล่ะ
มันเหมือนกับว่าฉันได้มีเขาอยู่ใกล้ๆตัวตลอดเวลา....แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ไกลแสนไกล...
เราช่างอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน........



ฉันเริ่มรู้สึกหนาว จึงเดินไปหยิบผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงมาห่มไว้คลายหนาว
แล้วก็นอนเหยียดยาวลงบนเตียง
คิดอะไรเพลินๆจนเคลิ้มหลับไป.....

........ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรดังขึ้น
ฉันมองนาฬิกาแล้วอุทานออกมาเบาๆ
"นี่เราเผลอหลับไปนานขนาดนี้เชียวหรือนี่" ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย
"ฮัลโหล"...ปลายสายตอบกลับมาว่า...."ทำไมรับสายช้าจัง"......เสียงเขานั่นเอง!....."อ๋อ..เราหลับอยู่น่ะ"

"เหรอ..โทรมาปลุกหรือเปล่าเนี่ย" ......."อืม....ไม่เป็นไรหรอก"........"เออนี่
เดี๋ยวรอรับดอกไม้ที่หน้าบ้าน
ด้วยนะ เราส่งไปให้"........."นายนี่นะ...จริงๆเลย บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องส่งมา
เปลืองตังค์เปล่าๆ"
"เออน่าาาา....รอรับแล้วกัน"..........

ฉันเดินลงมาดูโทรทัศน์ข้างล่าง นั่งรอคนมาส่งดอกไม้ตามที่เขาบอก
สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น
ใช่แน่แล้ว....คงจะมาแล้วล่ะ.....ฉันเดินไปหน้าประตูรั้ว โผล่หน้าออกไปดู......
และก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น........ฉันได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปาก น้ำใสๆก็ไหลลรินอาบแก้ม
ไม่ใช่เพราะดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อันแสนน่าประทับใจ
ที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะคนที่ถือมันมาให้นั้น คือคนที่ฉันคุ้นเคยดี
คนที่โทรหาฉันทุกๆวัน
คนที่ฉันเพิ่งได้รับจดหมายจากเขาเมื่อเช้านี้
คนที่มีรูปถ่ายคู่กับฉันติดอยู่ที่กำแพงของห้องนอน คนที่ฉันรักและคิดถึง
สุดหัวใจ บัดนี้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

ลมเย็นๆเหมือนจะเป็นใจ พัดโชยเอื่อยมาปะทะกับแก้มเย็นๆของฉัน
ทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาเบาๆว่า
"รักมากนะ....รู้ไหมว่าคิดถึงแค่ไหน....หนาวไหม?...อากาศเย็นออก
ยืนตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายนะ"
เขาพูดพร้อมกับส่งดอกไม้ให้ช่อนั้นให้ฉัน.......ฉันยิ้มและสั่นหัวเบาๆแล้วตอบไปว่า...
"ไม่หนาวหรอก..." เขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน............
มีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่า.........เหตุใดฉันจึงไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป...........


ความรัก   ฤดูหนาว    กาลเวลา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com