Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

"ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน..."

ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ

โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ

(4)

ผมเคยอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ นั่นเป็นอาชีพแรกที่ผมใฝ่ฝันที่จะเป็น เมื่อตอนที่เข้ามากรุงเทพฯช่วงแรกๆ ผมเคยคิดจะเป็นตำรวจ ด้วยเหตุผลที่ว่าเรียนแค่ 8 แปดเดือน สมัยนั้นรับจบ ม.ศ.3 เรียนจบก็บรรจุเข้ารับราชการเลย ไปซื้อใบสมัครที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ถึงวันที่จะต้องไปยื่นใบสมัครเข้าจริงๆ กลับเปลี่ยนใจกลัวสอบได้ เพราะใจจริงก็ไม่ได้อยากเป็นตำรวจเลยแม้แต่นิดเดียว นอกนั้นก็ไม่รู้สึกว่าอยากทำอาชีพอะไรอีก แต่ถ้าถามว่าอยากเป็นอะไร อยากเป็นนักเขียน อยากเป็นนักแต่งเพลง อยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ตลกมั๊ย...

เริ่มเขียนบทกวีตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.3 ช่วงท้ายๆ แล้วก็เขียนเรื่อยมา เขียนแล้วเก็บสะสมไว้ จากนั้นก็คัดลายมือส่งไปสำนักพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย โดยไม่เคยได้รับการตอบรับหรือปฎิเสธกลับมาแต่อย่างใด ทุกอย่างเงียบหายไปกับสายลมและกลบฝังอีกทีด้วยกาลเวลา แต่ก็ยังคงปฏิบัติซ้ำซากอยู่อย่างนั้นมาโดยตลอด เมล็ดพันธุ์แห่งบทกวีและเรื่องสั้นของผมถูกหว่านไปทั่วท้องทะเลทราย...

จนวันหนึ่งน้องชายเข้าร้านหนังสือแถวชลบุรี บังเอิญไปเปิดหนังสือพ็อกเกตบุ๊คของสำนักพิมพ์คนฟิลลิ่งเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือ "ชื่อเล่นว่าแมว" เป็นหนังสือรวมบทกวี โดยมีบทกวีของผมสอดแทรกอยู่ 2 บท ภายใต้นามปากกาว่า"กุญแจขาว" ที่เหลือเป็นผลงานของเหล่าบรรดานักเขียนบทกวีชื่อดังในยุคนั้น และคงไม่ต้องบรรยายถึงความรู้สึก ซื้อเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหลายเล่ม แต่ก็ไม่ได้มีใครติดต่อกับมาแต่อย่างใด คงทิ้งไว้เพียงความปลื้มปิติ กับแสงสว่างริบรี่ๆที่สุดขอบฟ้า

จนประมาณสักระหว่างปี 2536-37 ตอนนั้นส่ง"ปรัชญาเถื่อน" ชุดฝ่าเท้าเย้ยพิภพ ไปให้สำนักพิมพ์ดวงกลมพิจารณา จนลืมไปแล้ว ที่สุดวันหนึ่งสำนักพิมพ์ดวงกลมโทรกลับมาพร้อมแนะนำว่าให้พิมพ์เองน่าจะดีกว่า เพราะมีต้นฉบับของนักเขียนมีชื่อเข้าคิวรอพิมพ์อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือไม่รับพิจารณาต้นฉบับของนักเขียนอิสระ ทั้งอธิบายขั้นตอนและวิธีการต่างๆให้เสร็จสรรพ ตั้งแต่การพิมพ์ การจัดจำหน่าย และส่วนแบ่งทางการตลาด ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาเปิดโลกทัศน์โดยแท้จริง ได้ความรู้มาอีกมากมาย และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยส่งต้นฉบับไปฝากให้สำนักพิมพ์ไหนช่วยทิ้งถังขยะให้อีกเลย พร้อมทั้งตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ให้ใครมาตัดสินงานเขียนของตัวเองอีกต่อไป นึกถึงงานเขียนมากมายที่ส่งไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ แล้วเสียดาย ไม่ได้ทำต้นฉบับเก็บไว้เลย...

สักปลายปี 2537 เริ่มติดต่อสำนักพิมพ์ดอกหญ้า ขอทราบรายละเอียดการฝากหนังสือจัดจำหน่าย พร้อมทั้งขอความรู้ต่างๆอีกมากมาย เริ่มจากส่งต้นฉบับไปให้พิจารณา จากนั้นก็ช่วยแนะนำโรงพิมพ์ให้ด้วย ยอดพิมพ์ขั้นต่ำ 3000 เล่ม ต้นทุนเล่มละ 10 บาท ตามนั้น... จ้างคนรู้จักเขียนภาพประกอบขาว-ดำให้ 35 ภาพๆละ 100 บาท อาร์ตเวอร์คทำเองตอนนั้นมีคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว

ความเป็นไปได้มิใช่จะร่วงหล่อนลงมาจากฟ้าได้เอง นอกจากเราจะต้องสร้างมัน...

เมษายน 2538 "ปรัชญาเถื่อน" ชุดฝ่าเท้าเย้ยพิภพ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ออกวางตลาดทั่วประเทศโดยมีสำนักพิมพ์ดอกหญ้าเป็นผู้จัดจำหน่าย ราคาปก 50 บาท หนาสัก 70 กว่าหน้า ยอดพิมพ์ 3000 เล่ม โดยทางดอกหญ้าคิดค่าจัดจำหน่าย 20 % แบ่งให้ร้านค้าอีก 40 % ที่เหลือสรุปยอดทุก 4 เดือนโดยจ่ายเช็คให้ ครบ 1 ปี เก็บหนังสือคืน คร่าวๆประมาณนั้น ได้หนังสือแถมมาจากโรงพิมพ์ 150 เล่มไว้เป็นของกำนัลญาติสนิทมิตรสหายเป็นการส่วนตัว อันที่จริงจะเรียกว่าอวด ก็คงจะไปผิดเพี้ยนไปจากนั้นสักเท่าไร

ช่วงนั้นเข้าไปสูดอากาศในร้านหนังสือบ่อยเป็นพิเศษ เห็นหนังสือของตัวเองวางอยู่บนชั้นแล้วรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก จำไม่ได้ว่าสรุปยอดแต่ละงวดเท่าไร สุดท้ายมาจบที่ยอดจำหน่ายตลอดทั้งปีขายได้สัก 800-900 เล่ม ทางดอกหญ้าเมตตาแนะนำให้เปลี่ยนปกแล้วนำมาฝากขายต่ออีกด้วยเงื่อนไขที่เหมือนเดิมทุกประการ จำไม่ได้ว่าเสียค่าเปลี่ยนปกไปอีกเท่าไร แต่ไม่มากนัก...

กรกฎาคม 2539 "ปรัชญาเถื่อน" ชุดฝ่าเท้าเย้ยพิภพ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ออกอาละวาดอีกครั้ง ยอดพิมพ์ 2000 เล่ม ด้วยยอดขายที่พอๆกับครั้งที่แล้ว จำตัวเลขที่เป็นจำนวนเงินทั้งหมดไม่ได้ว่ากำไร-ขาดทุนเท่าไร น่าจะกำไรนิดเล็กน้อย ไม่ก็ขาดทุนนิดหน่อย จากนั้นหนังสือทั้งหมด 1000 กว่าเล่มที่เหลือก็ถูกลำเลียงไปไว้ใต้เตียงอย่างเป็นระบบระเบียบด้วยเนื้อที่อันจำกัด แยกออกมามัดหนึ่งสัก 50 เล่มใช้เป็นที่กั้นประตูกันลมพัดอยู่หลายปีจนย้ายที่อยู่ใหม่ และพบว่าหนังสือที่เก็บไว้ใต้เตียงทั้งหมด กลายเป็นอาหารปลวกไปหมดสิ้น แบบสบายเนื้อสบายตัวไม่ต้องหอบหิ้วหรือทำร้ายจิตใจตัวเองด้วยการชั่งกิโลขาย คงทิ้งไว้เพียงที่กั้นประตูเก่าๆซึ่งไม่สามารถประเมินราคาได้ หนึ่งเดียวในโลก...

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com