Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

"ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน..."

ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ

โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ

(5)

ด้วยเหตุผลเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาต้องทิ้งระเบิดปรมณูถึง 2 ครั้งที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ บนกองซากศพหนังสือพันกว่าเล่มที่ชื่อซ้ำกันทั้งหมด"ฝ่าเท้าเย้ยพิภพ" โครงการปรัชญาเถื่อน ชุดที่ 2 ภายใต้ชื่อ"ธรรมนูญนรก" ก็อุบัติขึ้นเฉกเช่นโครงการแมนฮัตตั้น

ระหว่างที่รอภาพประกอบทั้ง 35 ภาพ ช่วงนั้นอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาท และเป็นสิ่งซึ่งสามารถจับต้องได้ประมาณหนึ่ง โฮมเพจกับเว็บไซต์เริ่มเป็นที่กล่าวถึง เทคโนโลยี่สารสนเทศระยะแพร่ระบาด และผมคือผู้ติดเชื้อรายแรกๆ เพราะมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวใช้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ช่างถูกจริตยิ่งนัก ในที่สุดก็มีโฮมเพจเป็นของตัวเองที่ geocities.com ในชื่อบ้านจอมยุทธ จึงตัดสินใจระงับโครงการปรัชญาเถื่อนชุดที่ 2 โดยนำมาเผยแพร่ให้สามารถอ่านได้ฟรีในโฮมเพจแทน เพราะแท้ที่จริงแล้วสำหรับผม ที่กระเสือกกระสนดิ้นรนอยากจะเป็นนักเขียนนั้น ก็เพียงเพื่อต้องการจะเผยแพร่งานเขียนและนำเสนอแนวคิดส่วนตัวสู่สังคมเท่านั้น ไม่ได้หวังจะร่ำจะรวยจากงานเขียน แค่อยากสื่อสารกับผู้คนในโลกกว้าง

จากโฮมเพจเล็กๆ กลายเป็นเว็บไซต์บ้านจอมยุทธ ในปี 2543 ด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน โดยมีงานเขียนส่วนตัวทั้งหมดกองไว้ให้สามารถหาอ่านกันได้แบบฟรีๆ ในห้องชมอักษร ปัจจุบันรวบรวมไว้ที่เว็บไซต์ Jomyut.com และวางขายในรูปแบบ E-book ให้ได้ดาวน์โหลด

ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่ใครสักคนจะเรียนรู้ เราก็แค่ต้องยอมรับในความเป็นคนโง่ของเราให้ได้ก่อน จากนั้นก็หาข้อมูลและใส่ใจเรียนรู้มัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือที่เรียกว่าพากเพียรพยายาม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความอดทนชั้นสูง คืออดทนที่จะรอ...

ผมยังอยากเป็นถึงผู้กำกับภาพยนตร์อย่าลืม แน่นอนผมย่อมไม่ใช่แค่ฝันเฟื่องอยากเป็นโน่นเป็นนี่ไปวันๆ โดยไม่ย่อมตื่นขึ้นมาเข้าสู่กระบวนขบคิดและไขว่คว้า และไขว่คว้าเอาเท่าที่ได้...

วันหนึ่งคิดจะสร้างหนังสักเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับศิลปินวงชาตรี ชื่อ"อมตะชาตรี สายน้ำที่ไม่มีวันไหลกลับ" โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความชอบส่วนตัว ประกอบกับช่วงนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวของสมาชิกวงชาตรีเลย รู้แต่ว่า นราธิป กาญจนวัฒน์ นักร้องนำมุ่งสู่ทางธรรม โดยไม่มีท่าทีจะไม่สึก คฑาวุธ สท้านไตรภพ กับคนอื่นที่เหลือก็ไม่ทราบชะตากรรม และผมเติบโตมาพร้อมกับวงชาตรีตั้งแต่เด็ก และยังคงติดตามผลงานเรื่อยมาจนชุดสุดท้าย กับชุดหลังๆที่ออกมาแบบศิลปินเดี่ยว และมีไว้ในครอบครองทั้งหมดทุกชุด ยังจำความรู้สึกที่ดูคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ ที่ประกาศแยกวง ณ ลานโลกดนตรีได้ดี เรื่องของเรื่องคืออยากให้สายน้ำไหลกลับ โดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

คร่าวๆ คือผมจะเริ่มเรื่องจากเด็กชายเกเรคนหนึ่ง หันมาหัดเล่นกีต้าร์เพราะชอบเพลงของวงชาตรีชุดแรก และชีวิตได้ดำเนินไปตามวิถีทาง ในแต่ละะช่วงวัยและเวลา บทเพลงของชาตรีก็พัฒนาด้านอารมณ์และความรู้สึกไปพร้อมกับเขาที่เติบโตขึ้น ออกแนวๆเล่นมิวสิกวีดีโอโดยเน้นเรื่องราวความรักหนุ่มสาว ผ่านบทเพลงของวงชาตรีแต่ละยุคสมัย ทั้งเรื่องจะมีแต่กลิ่นไอบทเพลงของวงชาตรีสอดแทรกตลอด ฉากสุดท้ายไปจบกันที่ลานโลกดนตรี ประมาณว่าคนดูกลับกันหมดแล้ว หมอนี่ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นเงียบๆคนเดียว ทบทวนเรื่องราวตอนเป็นเด็กเกเร จนหัดเล่นกีต้าร์ อกหัก ล้มเหลว จนประสบความสำเร็จ  กับเพลงของชาตรีซึ้งๆสักเพลง เอาให้น้ำตาคลอไปเลย ประมาณนั้น แนวเดียวกับเรื่องแฟนฉัน แต่"อมตะชาตรี สายน้ำที่ไม่มีวันไหลกลับ" ของผมเกิดก่อนหน้านั้นนานมาก

ใส่รายละเอียดหยาบๆ ร่ายยาวไปได้สัก 10 กว่าหน้า ระบุตัวนักแสดงจะให้ใครรับบทไหนพร้อมสรรพ ส่งให้ไฟว์สตาร์ฯ แบบไม่ระบุชื่อผู้รับ โดยแจ้งไว้ตรงบรรทัดสุดท้ายว่า "ขออภัย หากเป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์" ลงชื่อและเบอร์โทรฯ และโดยปราศจากการคาดหวังใดๆทั้งสิ้น แค่เขียนไปตามที่คิดและจิตนาการ หาคนเข้าใจ...

ก็ผ่านไปอีกครั้ง แรกๆก็รอโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน หลังๆก็ลืมไปแล้วว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง ชีวิตดำเนินไป วันหนึ่งใครสักคนจากไฟว์สตาร์โทรมาหาที่บริษัทฯ แค่บอกว่าโทรมาจากไหนก็ใจสั่นแล้วตอนนั้น รู้สึกประหม่ามาก เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการสร้างหนังหรือกำกับหนังเลยแม้แต่น้อย เล่นเอาปากคอสั่นกันเลยทีเดียว สักวูบหนึ่งรู้สึกโมโหตัวเอง ทำไปได้...

เรื่องของเรื่องคือทางไฟว์สตาร์ ขอดูบทภาพยนตร์ ส่วนผมก็กระอักกระอ่วนใจ รู้สึกว่ามันเกินความสามารถมาก ที่สำคัญคือหน้าที่การงานสถานภาพทางครอบครัวไม่เอื้ออำนวย ก็เลยต้องบอกเขาไปตามตรงว่าไม่มีความรู้ด้านนี้เลยแม้แต่น้อย แค่คิดแล้วก็นำเสนอไปเท่านั้น ถ้าสนใจก็ทำเองแล้วกัน สรุปแนวๆนี้ แต่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเผื่อจะได้ค่าไอเดีย... สุดท้ายก็วางหูกันไป พร้อมกับคำขอโทษจากผม แบบว่าต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องเสียเวลา

ก็แค่เดินดุ่มๆ ไปจนสุดทาง และสุดความสามารถ อย่างน้อยก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องอยู่กับความเป็นจริงและไขว่คว้าเอาเท่าที่ได้....

แต่เดี๋ยวก่อน... ผมยังอยากเป็น นักแต่งเพลง อีกด้วยเหมือนกัน และผมก็เกือบจะได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว...

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com