Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> ถนนของแม่

เรื่อง :

ถนนของแม่

ถนนของแม่
โดย อาทิตย์ มลิทอง
ถนนของพ่อ
ยาบ้าสองตัวสุดท้ายที่ “เฉลิม” กินเข้าไปก่อนออกรถบรรทุกวิ่งรอกจากบ่อทรายที่กาญจนบุรีมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครนั้นฤทธิ์ของมันบ้าดีเดือดสมชื่อจริงๆเพราะเฉลิมวิ่งรอกรถบรรทุกทรายไปกลับกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ ได้ในคืนนี้ 4 เที่ยวแล้ว ยังคงไม่มีความง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด จนใกล้รุ่งสาง เฉลิมขับรถเที่ยวที่ 5 ซึ่งเป็นเที่ยวสุดท้าย มาถึงแยกบ้านโป่ง-เพชรเกษม สายตาเริ่มพร่ามัว มือสั่นเทา ก้านคอและไหล่แข็งห่อเกร็งกระตุก สติสตังเริ่มดับวูบลงในทันที ไม่สามารถบังคับรถ 18 ล้อคู่ชีพได้อีกต่อไป
รถของเฉลิมเริ่มเสียการทรงตัว หลุดโค้งพลิกคว่ำเสียงดังสนั่นหวั่นไหวปานฟ้าถล่มทลาย เฉลิมคอหักคาที่นั่ง จบสิ้นชีวิตลูกจ้างพนักงานขับรถบรรทุกที่แสนยากลำบากควบคู่กับการเป็นทาสยาบ้า ซึ่งเขาไม่อยากใช้มันเลยแต่จำเป็นต้องขับรถวันละหลายๆชั่วโมง จึงติดมันซะงอมแงมจนไม่สามารถถอนตัวจากมันได้ เฉลิมจากไปแล้วตอนใกล้รุ่งสางของวันเศร้าวันนั้น ทิ้ง “แสงดาว”เมียรัก และ “น้องปุ๋ย” ลูกสาวคนเดียวที่กำลังเรียนพาณิชย์ปี 2 ที่บ้านเช่าในชุมชนใกล้วัดช่างเหล็ก ย่านฝั่งธนบุรี ไม่ว่าเขาจะรักลูกรักเมียเพียงใดก็ตามเขาได้จากไปแล้ว………
ถนนไร้พ่อ
“แสงดาว” และ “น้องปุ๋ย” จัดงานศพให้เฉลิมแบบเร่งรัดตามอัตภาพ ความโศกเศร้านั้นไม่ต้องบรรยายถึง แม้แต่เชิงตะกอนที่เหลือจากงานศพของพ่อ แม่ลูกคู่นี้ยังกวาดเก็บมิให้หลงเหลือ นำใส่ห่อผ้าขาวกอดไว้แนบอกร่ำไห้จนเป็นที่เวทนาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก….. แม่ลูกคู่นี้โดดเดี่ยวและวังเวงเหลือเกิน ยามไร้ผู้นำครอบครัวเช่นนี้……..
ถนนของแม่
“แสงดาว” เข็นรถเข็นคู่ชีพบรรทุกน้ำอัดลม น้ำขวดหลากสีสัน กับปลาหมึกย่างออกจากบ้านยามเช้า มุ่งหน้าสู่ถนนอันวกวนของย่านฝั่งธนบุรีที่เคยชิน โดยมีน้องปุ๋ยเดินเคียงคู่มาด้วยกันในชุดนักเรียนเพื่อมาขึ้นรถเมล์ที่ป้ายปากซอยบ้านเช่า “แสงดาว” มองดูลูกอย่างชื่นชม “ต้องหาเงินมาส่งเสียลูกปุ๋ยให้เรียนจบพาณิชย์ให้ได้ตามที่เธอและเฉลิมตั้งใจกันเอาไว้ ถึงไม่มีพ่อ แต่แม่นี่แหละ จะทำความฝันให้เป็นจริงให้ได้” เธอคิดอย่างตั้งมั่น ขณะเข็นรถเข็นอันหนักอึ้งข้ามสะพานแห่งหนึ่ง
“แสงดาว” ตะเวนขายของอยู่หลายเดือน โดยมีน้องปุ๋ยมาช่วยขายตลอดยามที่เธอกลับจากโรงเรียนและวันหยุด แต่จะเพียรพยายามอย่างไร รายได้ก็ไม่พอกับรายจ่ายอยู่ดี เพราะการที่เฉลิมตายจากไป รายได้หลักของครอบครัวจึงขาดหายไปด้วย “แสงดาว” ยามนี้ จึงเป็นเหมือนดาวที่ไร้แสง ที่ต้องวิตกกังวลต่างๆนาๆ ถึงค่าใช้จ่าย ยิ่งใกล้เปิดเทอมเข้ามาทุกที น้องปุ๋ยจะทำอย่างไรเพราะขึ้นปีที่สาม เธอจะจบชั้น ปวช. แล้ว ความเป็นแม่อันใหญ่ยิ่งหนึ่งเดียวของเธออัดแน่นอยู่ในอกเพื่อหาทางออกที่ใหญ่ยิ่งในเวลานี้
ถนนใหม่ของแม่
“แสงดาว” ยืนอยู่ใต้ต้นขนุนริมคลองหลอดอย่างเขินๆ อายๆ ในคืนเดือนมืด อากาศเย็นยะเยือกของเดือนธันวาคม ขี้เมาสองคนเดินเข้ามาทักทายและสอบถามค่าตัวแบบตรงไปตรงมา แสงดาวตะกุกตะกักตอบไป จากนั้นขี้เมาคนหนึ่งพาแสงดาวเข้าโรงแรมจิ้งหรีดราคาถูกๆ ย่านใกล้เคียง ปฎิบัติกามกิจอย่างบ้าคลั่งกับเธอ ท่ามกลางบรรยากาศอันเหม็นอับของห้องอันคับแคบที่มีกลิ่นน้ำเน่าโชยมาเป็นระยะๆ ผสมปนเปกับกลิ่นสาปจากเหงื่อไคลของขี้เมาคนนั้นที่โถมทับเข้าหาเธอ ในคืนนั้น ทั้งนรก และสวรรค์ ได้รับรู้และได้กลิ่นพระคุณของแม่ของแสงดาวตลบอบอวลดับกลิ่นเหม็นเน่าทั้งมวล แม่ผู้ให้ และทุ่มเท ชีวิตเพื่อลูก
แสงดาว กำเงินค่าตัวของเธอแน่น จนอับชื้น เดินร้องไห้ออกจากโรงแรม ในใจเต็มไปด้วยความหวังและตั้งใจที่ไม่มีท้อถอยท้อแท้ เงินนี่คือค่าเทอมของลูก ต้องเก็บไว้ให้ลูก ถนนสายใหม่ของแม่นี้หนาวเหน็บเหลือเกิน…..ลูกจ๋า……
แสงดาวปฏิบัติตนอยู่อย่างนี้นานนับปี คือตอนกลางวันเข็นรถเข็นขายของ ตอนกลางคืนไปขายตัวเป็นผีขนุนอยู่ตามคลองหลอดและสนามหลวง โดยบอกน้องปุ๋ยว่าเธอไปเป็นลูกจ้างทำความสะอาดให้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยจะรีบกลับบ้านในตอนเช้ามืด ตี3 ตี 4 น้องปุ๋ยนั้นไม่เคยรู้เลยว่าแม่ออกไปเป็นผีขนุนเร่ขายตัว ขายบริการ อยู่นานนับปี…
ถนนของลูก
3 ปีต่อมา น้องปุ๋ยเรียนจบ ปวส.แล้ว แสงดาวอ่านใบประกาศนียบัตรของลูกอย่างชื่นชม เธอจุดธูปบอกเฉลิม ขอให้ดวงวิญญาณของเฉลิมรับรู้ เธอทำสำเร็จแล้ว เธอสามารถหาเงินส่งลูกจนเรียนจบถึงชั้นปวส.แล้วและขณะนี้ลูกปุ๋ยของเรากำลังจะเข้าทำงานเป็นพนักงานคอมพิวเตอร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนดีเสียด้วย “พ่อจ๋า แม่ทำสำเร็จแล้ว” แสงดาวพูดกับภาพถ่ายเฉลิมที่เธอกอดไว้แนบอก รอยยิ้มของเธอสดใสที่สุดในวันนี้ตั้งแต่เฉลิมจากไป
ถนนขาด
“แสงดาว” เริ่มเจ็บออดๆ แอดๆ มีอาการประหลาด กินยาซื้อเองตามร้านขายยาก็ไม่หาย ร่างกายซูบผอมลง จนไปไหนมาไหนไม่ได้ น้องปุ๋ยเป็นห่วงแม่เป็นที่สุดต้องขอร้องแกมบังคับจัดการพาไปโรงพยาบาล ผลออกมาน่าตกใจเป็นที่สุด แสงดาวเป็น “เอดส์” เต็มขั้น น้องปุ๋ยพาคุณแม่กลับบ้านหลังจากที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งจนหมอบอกหมดทางแล้ว….. เธอดูแลคุณแม่ของเธออย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอนอนเคียงข้างคุณแม่เช็ดแผลตามเนื้อตัวให้ เธอไม่เคยรังเกียจน้ำเหลือน้ำหนอง จากแผลของแม่เลยแม้แต่น้อย จนแสงดาวเริ่มเพ้อถึงเฉลิมเป็นระยะๆ
ในคืนฝนตกหนักวันนั้น…..ท่ามกลางกลิ่นเหม็นเน่าของแผลพุพองจากร่างกายของแสงดาว ดวงวิญญาณของเฉลิมประคองกอดแสงดาวเมียรักด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น จากนั้นเฉลิมจูงมือแสงดาวเดินผ่านน้องปุ๋ยที่นอนอยู่ข้างๆ น้องปุ๋ยสะลึมสะลือในสภาพกึ่งหลับกึ่งฝันกึ่งตื่นเห็นคุณพ่อคุณแม่ยืนยิ้มโบกมือให้ จึงสะดุ้งตื่นขึ้น……. แสงดาวจากไปแล้วคุณพ่อมารับคุณแม่ไปแล้ว……… ในบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นไออันอบอุ่นของพระคุณแม่อีกครั้ง แม่ที่ให้ได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตราคาถูกๆ ใต้ต้นขนุนเพื่อลูก ถนนของแม่จะเหน็บหนาวและว้าเหว่สักเพียงใดก็ตาม ขอให้ถนนของลูกเป็นถนนแห่งความสำเร็จและอบอุ่นที่สุด เธอจากไปแล้ว “แสงดาว” แม่ที่ใหญ่ยิ่ง ในคืนฝนตกหนักของวันนั้น……….
……………………………………………………………………….

*** เกี่ยวกับผู้แต่ง อาทิตย์ มลิทอง(ชื่อจริงสุกลจริง) เป็นคนอ.เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี เรียนจบ วิทยาศาสตร์
มหาบัณฑิตนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาสตร์ ชอบเขียนหนังสือแนวตลกครื้นเครงและมีเรื่องชีวิตบ้างในบางอารมณ์(เท่านั้น) โทร 09 –894-3602 อีเมล์ artyufo@hotmail.com


โดย : อาทิตย์ มลิทอง
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com