Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1

>> สิ้นสุดสรวงสวรรค์

เรื่อง :

สิ้นสุดสรวงสวรรค์

เซ็นต์ปีเตอร์ ขยับไอ้วงกลมๆที่มันหมุนติ้วแกว่งเป็นเลขแปดอยู่เหนือหัวให้เข้าที่เข้าทาง แล้วสูดหายใจยาวๆ ลุกขึ้นจาก โซฟานุ่มสบายที่นั่งพักรออยู่หน้าห้อง เสียงกริ้งโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเลขาหน้าห้องของพระเจ้าดังกริ้งขึ้น เธอเหลือบตามาดูละมือออกมาจากลิ๊ปสติค และ กระจก โดยเอามันวางลงไปบนโต๊ะ ดูเค้าโครงหน้าตาคลับคล้ายคลับคราว่าจะเป็น อดีตนางพยาบาลในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่บำเพ็ญตัวรักษาทหารผู้บาดเจ็บจากสงครามจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ฟรอเร็นซ์ ไนติ้งเกล ถ้าดูในหน้าตาที่เอามาทายในเกมส์ทศกรรณ จะเห็นว่าแตกต่างกันมาก หน้าตาเธอตอนนี้สดใสและดูดีจน เซ็นต์ปีเตอร์ อดเพ็งมองด้วยสายตาเป็นปริศนาไม่ได้ อาจจะเป็นที่เครื่องสำอางค์ ยุคใหม่ๆที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเธอ ที่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่งยังไม่มีก็เป็นได้
“พี่ปีเตอร์ค่ะ ท่านอนุญาตให้เข้าไปได้แล้วค่ะ” เซ็นต์ ปีเตอร์ ยิ้มรับ แล้วก้มลงรวมรวมแฟ้มเอกสารต่างๆที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาถือ เดินเข้าไปเปิดประตู แต่ก่อนจะบิดลูกบิด ก็ไม่วายหันมา ทำหมาหยอกไก่ ถามเลขาสาว
“นี่น้องสาว เดี่ยวพี่พบท่านเสร็จแล้ว เย็นนี้เราไปหาข้าวทานกันนะ พี่รู้จักร้านอร่อยๆ เยอะ” สาวเจ้าหันมาค้อน คิ้วขมวด
“แหม พี่ปีเตอร์นี่แหละก้อล้อเล่นอยู่เรื่อยเชียว ก็หนูอิ่มทิพย์อยู่แล้วนี่ค่ะ จะต้องไปหาอะไรกินกันอีก เร็วเข้าเถอะค่ะ ท่านรออยู่ อารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วยนะจะบอกให้”พอเซ็นต์ ปีเตอร์เดินหายเข้าไปในห้องแล้ว เลขาหน้าห้องพระเจ้าบ่นงุบๆงิบๆ
“แก่จนสองพันกว่าปีแล้วยัง มาทำเป็นเฒ่าหัวงูอีก” เซ็นต์ปีเตอร์ เปิดประตูอ้าเข้าไปเผยให้เห็นห้องทำงานอันโอ่อ่า โอ่โถงของพระเจ้า โอ่โถงเพราะว่าดูเหมือนห้องนี้จะหาผนัง และ ฝ้าเพดานไม่ได้ มันมีแค่โต๊ะทำงานโต๊ะเดียวลอยขึ้นมากลางกลุ่มเมฆ ดูไปดูมาเหมือน ควันจากน้ำแข็งแห้งที่เรานิยมใช้กันในงานคอนเสิร์ต เซ็นต์ปีเตอร์ กระแอมเบาให้พระเจ้าได้ยิน เป็นการแสดงตนว่าเข้ามาในห้องแล้ว พระเจ้าที่กำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มรายงานอยู่ จึงเลิกแว่นตาขึ้นมอง พระเจ้าที่เห็นเป็นชายแก่หน้าย่น ผมและคิ้วขาวโพลน หน้าตาที่มีท่าทางรีเรียสเอาจริงเอาจังนั้นตกกระเขลอะไปทั้งหน้า สูทสีนำเงินเข้มถูกรีดเสียกลีบคมกริบหารอยยับตรงไหนไม่ได้ บนโต๊ะทำงานขนาดใหญ่มีโทรศัพท์สีแดงและสีขาววางไว้อย่างล่ะเครื่อง ตรงกลางโต๊ะมีคอมพิวเตอร์จอขนาด ๒๑ นิ้ว มีหนังสือรู้ทันทักษิณ และแฟ้มเอกสาร วางทับอยู่บนหนังสือ เพนเฮาส์ เห็นนางแบบยกขาชี้ฟ้า แพลมแลบออกมาจากหนังสือที่วางไว้เหลื่อมกัน พอพระเจ้าเห็นเซ็นต์ปีเตอร์ เดินเข้ามาก็เลื่อนแฟ้มสีแดงมาปิดทับจนมิด
“ปีเตอร์ รัศมีบนหัวของท่าน แกว่งอีกแล้วนะ นี่ท่ากำลังวางแผนคิดจะเคลมเลขาฉันรึไง เราน่ะมันเทพชั้นผู้ใหญ่แล้วนะทำอะไรให้เป็นตัวอย่างแต่เทพรุ่นหลังมันบ้าง” พระเจ้าแอนหลังไปพิงเก้าอี้ทำงาน พลางโคลงศีรษะท่าทางเบื่อหน่าย
“แล้วเรื่องานที่สั่งให้ไปทำฉันเพิ่งจะอ่านรายงานดู ทำไมมันไม่คืบหน้าเลยล่ะ ว่ามาซิดูตรงนี้หน่อย แล้วอธิบายมาด้วยทำไมตัวเลขมันออกมาอย่างนี้” พระเจ้าพูดเสียงหนักๆและตีหน้าขรึมกว่าเดิม จนเซ็นต์ปีเตอร์ ยืนตัวลีบ แล้วค่อยๆกระเถิบเข้าไปเอียงคอดูเส้นกราฟที่อยู่ในแฟ้ม
“ เส้นนี้ แทนค่าอัตราการเชื่อถือในพระเจ้าของมนุษย์ แบ่งตามภูมิภาค แต่ละเส้นแทนความเชื่อในแต่ละทวีป ช่องถัดไปเป็นความเชื่อแยกประเภทเป็นเพศหญิง เพศชาย แล้วก็ช่วงอายุ ครับท่าน” พระเจ้าหน้าเริ่มแดง แต่ดูเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่
“ไอ้เส้นไหนเป็นเส้นไหน นั้นฉันรู้แล้ว แต่ฉันอยากรู้ว่าทำไมปริมาณกราฟผู้ศรัทธาในพระเจ้ามันถึงได้หัวทิ่มดินอย่างนี้ ดูซิ KPI แต่ละตัวมันหัวปักลงหมดเลย นี่ถ้าสวรรค์เราเป็นบริษัท จำกัด เราคงเจ๊งกันหมดแล้ว”
“แต่ท่านครับ ผมว่ามันเป็นการปรับตัวลงทางเทคนิคส์เท่านั้น ดูเส้นค่าเฉลี่ยยี่สิบวันยังอยู่เหนือ เส้นค่าเฉลี่ย สี่สิบวันอยู่เลยนะครับท่าน” เซ็นต์ปีเตอร์ ดูเหมือนจะไม่ยอมจำนนง่ายๆ เอื้อมมือไปพลิกแฟ้มพลิกไปอีกหน้าหนึ่ง
“ดูสิท่าน ค่าความศรัทธา ในศาสนาอื่นๆก็ลดลงเหมือนกัน” พระเจ้าชำเลืองดูแว็ปนึง แล้ว หยิบแฟ้มใหม่ขึ้นมาพลิกดู
“เอาแต่เฉพาะเรื่องของเราเถิด เรื่องของคนอื่นอย่าไปยุ่ง ไหนเอาแฟ้มไอ้แมวมาดูซิ เรากลั่นแกล้งมันไปได้ถึงไหนแล้ว” คราวนี้เซ็นต์ปีเตอร์มีอาการใจชื้นขึ้นหน่อย รีบวางเอกสารทั้งหมดลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่ตั้งไว้หน้าโต๊ะของพระเจ้า เซ็นต์ปีเตอร์จับแฟ้มพลิกๆดูสักพักแล้วก็หยิบแฟ้ม ขึ้นสีแดงสดขึ้นมาแฟ้มหนึ่ง ดูเซ็นปีเตอร์ กระตืนรือร้นเป็นพิเศษเมื่อพระเจ้าถามถึงแฟ้มนี้ นัยว่าเป็นงานชิ้นเดียวที่พระเจ้ามอบให้เซ็นต์ปีเตอร์ปฏิบัติแล้วมีผลงานออกมาค่อนข้างเป็นรูปธรรม ในความคิดของเซ็นต์ปีเตอร์เองคิดว่าผลงานของเขาเกี่ยวกับการ ทำร้าย ทำลาย และสร้างความปวดร้าวให้มนุษย์ที่ชื่อไอ้แมว มีผลงานออกมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ หลังจากพลาดท่าเสียทีมนุษย์ปล่อยให้มนุษย์ทราบเรื่องการถอดรหัส DNA คราวนั้น พระเจ้าก็แทบจะลืมเซ็นต์ปีเตอร์ไปเลย มีงานสำคัญๆ คราวได้ มักมอบหมายให้เซ็นต์กาเบียล หรือ สำคัญน้อยลงมาหน่อยก็ให้เซ็นต์ โยเซฟ ไปทำเสียทั้งหมด ดังนั้นผลงานรุมยำชีวิตไอ้แมวครั้งนี้ เซ็นต์ปีเตอร์ จึงทำสุดชีวิตหมายมั่นปั้นมือไว้เป็นผลงานชิ้นไถ่โทษ
“ผมยำชีวิตมันเละไปเลยครับท่าน ตอนนี้ต่อให้สิบไอ้แมวมาจับมือรวมกัน สังคมรอบข้างก็ไม่ได้ให้ราคามันเท่ากับหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งเลย ผมตั้งค่าความโชคร้าย ค่าความเคราะห์ร้าย ผมอัดเข้าไปในโปรแกรมที่จุด Maximum เลย ค่าขนาดนี้ผมยังไม่เคยทดลองกับมนุษย์คนไหนมาก่อน นี่ยังไม่รู้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ผมจะทนได้หรือเปล่า เรื่องความรักผมร่วมมือกับเทพวีนัส ปล่อยข่าวเสียๆเผามันไหม้เกรียมไปแล้ว คนรักที่มันรักที่สุด ถีบหัวมันส่งไปมีแฟนใหม่แล้ว เรื่องหน้าที่การงาน ผมก็จัดการให้ลูกพี่มันประสบอุบัติเหตุที่เชียงใหม่ ทำให้งานป่วนไปทั้งบริษัทจนมันต้องลาออก ฟาร์มไก่มัน ผมก็ส่ง H5N1 ไปล้างฟาร์มมันสะอาดไปเลย ผมเล่นงานมันตั้งแต่ก่อนทักษิณจะช่วยจ่ายค่าชดเชยด้วยซ้ำ ท่านไม่ต้องห่วงเงินที่มันลงทุนเลี้ยงไก่ไปรับรองไม่ได้คืนหรอก ไร่งาที่มันลงไว้ที่ภูกระดึงห้าสิบกว่าไร่ ผมก็ให้เทพเจ้าวัลแคน เทพแห่งไฟแกล้งทำไฟป่าเผาไร่มันหมดแล้ว รวมทั้งบ้านปีกไม้เล็กๆที่มันปลูกไว้นอนเล่นก็ไม่เหลือ เพื่อนฝูงที่เคยหยิบยืมเงินมันไปตอนนี้ผมจัดการยุให้ชักดาบพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนแล้วครับ ตอนนี้บ้านพ่อบ้านแม่มันก็เข้าไปเหยียบไม่ได้แล้ว เพราะเอาเงินทางบ้านมาแล้วหาทางเอาคืนไม่ได้ ตอนนี้มันต้องระหกระเหเร่ร่อน นอนป้ายรถเมล์ กินข้าววัด อาบน้ำปั๊มน้ำมันมาหลายอาทิตย์แล้ว” พระเจ้านั่งฟังนิ่ง อมยิ้มอยู่มุมปากนิดๆด้วยความสะใจ
“ฟังดูก็เข้าท่าดีนี่ปีเตอร์ ถ้าทำได้จริงตามที่รายงานมานี่ทั้งหมด ไม่ช้าเราปราบไอ้แมวอยู่หมัดแน่ ไอ้คนหัวดื้อพรรค์นี้ ปล่อยไว้เป็นภัยต่อสวรรค์ แต่เราน่าจะเล่นงานมันให้หนักกว่านี้นะ ชักอยากจะดูน้ำหน้ามันเสียแล้วซิ ” พระเจ้าละจากแฟ้ม หันมาขยับจอ โมนิเตอร์เข้ามาหาตัว กดแป้นคีย์บอร์ดเข้าโปรแกรมเสริ์ทเอ็นจิ้น พิมพ์ชื่อไอ้แมวลงไป
“มันอยู่ไหนนะ หาพิกัดซิ ละติจู๊ต ๑๒๓ ฟิลิปดา ลองติจู๊ต ๑๖๓ ฟิลิปดา” สักพัก เครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ที่สามารถใช้ประมวลผลข้อมูลของพลเมืองโลกมนุษย์ทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าล้านคนได้ทุกเรื่องราวภายในไม่กี่วินาที ก็ปรากฏข้อมูลที่อยู่ของไอ้แมวขึ้นมาบนจอ เซ็นต์ปีเตอร์ ชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ
“นี่ไงท่าน นี่ไงเจอมันแล้ว เป็นไงล่ะโดนซะงอมพระราม ไปเลยไม๊” พระเจ้ายังคีย์ข้อมูลต่อไป อีกบรรทัด
“เดี่ยวใจเย็นๆปีเตอร์ เพิ่งจะรู้ที่อยู่มัน นี่อยู่ ตรงนี้ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เราต้องเอากล้องวิวแคมผ่านดาวเทียม ซูมมันเข้ามาดูใกล้ๆ ถึงจะเห็นตัวมันได้ ลองถามฟลอเร้นซ์ ดูซิว่าจะมีดาวเทียมดวงที่จะโคจรผ่านประเทศไทย เร็วที่สุดมีดวงไหนบ้าง” เซ็นต์ ปีเตอร์ ยกโทรศัพท์สีขาวบนโต๊ะกดสายภายในไปที่เลขาหน้าห้อง เผลอทำเสียงหวาน
“หนูเหรอจ๊ะ นี่พี่ปีเตอร์นะ ท่านบอกให้หาหน่อยว่าจะมีดาวเทียมดวงไหนโคจรผ่านประเทศไทยบ้าง เอาดวงที่มาถึงเร็วที่สุดเลยนะ” กล่าวเสร็จก็หันหน้ามาทางพระเจ้า พอเหลียวมาเห็นท่านทำตาเขียวใส่ เซ็นต์ปีเตอร์สะดุ้งนิดนึง ฝืนยิ้มเฝื่อนๆ
“ เลขาท่านบอกว่ารอสักครู่ ครับ อ้อได้แล้วเหรอ ว่าไงนะ จ๊ะ...จ๊ะ ขอบคุณมากจ๊ะ” เซ็นต์ปีเตอร์ วางสายโทรศัพท์
“อีกสิบห้านาที ดาวเทียมปาลาป้า วีสาม จะโคจรผ่านประเทศไทย ครับท่าน ดวงถัดไปก็ ไทยคมแต่ต้องรออีกสามชั่วโมง” พระเจ้าทำหน้าเบ้
“ยี๊ ดวงนี้อีกแล้ว ภาพสั่นไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ฉันอยากจะดูน้ำหน้าไอ้แมวมันไวๆ ว่ามันจะดื้อ ว่ามันจะแน่สักแค่ไหน” เซ็นต์ปีเตอร์ เลื่อนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมาใกล้ๆแล้วลงนั่ง ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน หลังจากชั่งใจอยู่สักครู่ เซ็นต์ปีเตอร์ ก็เอ่ยปากขึ้น
“เออ ท่านครับ สิ่งที่เราทำกับไอ้แมวมันนี่ มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอครับท่าน คุณงามความดีเท่าที่ผมเปิดประวัติมันย้อนหลังดูมันก็ทำมาเยอะนะครับ มันมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ เห็นความทุกข์ของคนอื่นสำคัญกว่าความทุกข์ของตัวเองเสมอ คดโกงคนก็ไม่เคย ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็ไม่มี จะว่าไปแล้วมันดีกว่า ไอ้คนที่ท่านบันดารให้มันสุขสมหวัง ตั้งหลายร้อยล้านคน แล้วยังมีไอ้คนเลวแสนเลวอีกเป็นสิบล้านคนที่ท่านสนับสนุนให้มันมีอายุยืนยาว สนับสนุนให้มันร่ำรวยมีเรี่ยวมีแรงอยู่ทำความเลวต่อไป บางทีผมทำงานไปตามที่ท่านสั่งเสร็จ ผมเองก็ต้องมานั่งงงทีหลังว่าควรหรือไม่ควร ตลอดเวลาที่เราร่วมงานกันมา สองพันกว่าปีนี่ ผมไม่เคย เลยที่จะสงสัยในวิจารณญาณของท่านเลยสักครั้ง แต่หลังจากปีสองพันเป็นต้นมานี่ผมว่าท่านเปลี่ยนไปจากพระเจ้าที่ผมเคยร่วมงานด้วย คำสวดคำวิงวอน ที่ควรได้รับการดูแล ท่านก็ไม่สนใจ คนดีๆท่านก็ปล่อยให้พวกเขาถูกรังแก ส่วนคนชั่วๆท่านก็ให้ท้ายพวกมัน ให้มันมีเงินมีอำนาจ จนแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก ผมไม่แน่ใจว่ามาตรฐานของพระเจ้าและสวรรค์เราอยู่ที่ไหนกันแน่ ” พระเจ้า วางแฟ้มสีแดงลงบนโต๊ะ เงยหน้าขึ้น มองเซ็นต์ปีเตอร์
“ปีเตอร์เอ๋ย ปีเตอร์ สิ่งที่เจ้าพูดนี่แหละเป็นจุดอ่อนของเจ้า เจ้ามีเมตตามากเกินไป ขี้สงสารมากเกินไป ข้าเคยอธิบายให้เจ้าฟังไปแล้วไม่ใช่หรือว่า ทำไมข้าทนดูยิวผู้ศรัทธาในตัวข้า ๖ ล้านคนถูกรมแก๊สตายไปโดยไม่ทำอะไรเลย ทำไมข้าไม่ยืดอายุเอลวิสออกไปอีกสักสิบปี ทำไมข้าไม่เบี่ยงเส้นทางเครื่องบินที่มุ่งไปชนตึกเวิร์ลเทรด” พระเจ้านิ่งเงียบไปนิด ย้อนระลึกถึงภาพความหลังกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น “เจ้ายังจำได้ไหม ตอนศตวรรษที่ ๕ ก็เจ้าเอง นั่นแหละมาอ้างว่างานล้นมือ แล้วขอข้าให้ยกเลิกวิธีแบบเก่าที่เราเคยเลือกให้พรแก่ผู้อธิฐานตามเหตุตามผล ตามลำดับความสำคัญ แล้วหันมาใช้วิธีเลือกคำอธิฐานด้วยการจับฉลากสุ่มเอาแทน มันก็มีบ้างที่คำขอของไอ้พวกคนเลวมันจะถูกส่งไปให้ฝ่ายปฏิบัติการของเรา เจ้ารู้ไหมระหว่างที่เรารอดาวเทียมสิบกว่านาทีนี่ จะมีเด็กๆหิวตายไปอีกสองร้อยกว่าคน หกสิบกว่าคนเกิดมาได้ไม่ถึงอาทิตย์ไม่ทันได้รู้หรอกว่าอะไรดี อะไรเลว ทุกเรื่องมนุษย์ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไอ้พวกชั่วๆที่ขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโต ได้ดิบได้ดี ก็ใครเล่าเลือกพวกมันขึ้นมา ความเลวความชั่วต่างๆที่เกิดขึ้น มีแต่มนุษย์เท่านั้นแหละที่สร้างให้มันเกิดขึ้น ไม่ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น ใครล่ะเอาข้าไปเขียนไว้ว่าข้าจะพิพากษาโลก ที่ไหนได้ล่ะ มนุษย์ต่างหากที่พิพากษาตัวเอง” กล่าวจบพระเจ้าก็หมุนเก้าอี้หันออกไปทางซ้ายผายมือออก กลุ่มควันน้ำแข็งแห้งก็ถูกลมพัดกระจายม้วนตัวออกไป เผยให้เห็นตู้ใส่แฟ้มเก็บเอกสาร มีตู้เก็บเอกสารวางเรียงกันเป็นแนวยาวนับร้อยตู้ พระเจ้าลุกขึ้นเดินมุ่งตรงไปยังตู้เอกสาร เอื้อมมือไปเลื่อนลิ้นชักของตู้หนึ่งที่อยู่ที่ใกล้ที่สุดออกมา เห็นเป็นแฟ้มสีแดงอัดแน่นอยู่ในตู้
“ไม่ใช่เพียงแค่ไอ้แมวหรอกที่ต้องโดนข้าลงโทษ ดูซิปีเตอร์ ยังมีคนอีกมากมายที่ต้องถูกข้าลงโทษ เพียงแต่กรณีไอ้แมวนี่ข้าหมั่นไส้มันเป็นพิเศษเท่านั้นเอง ก่อนมันจะนอนมันแช่งชักหักกระดูกข้าอยู่ทุกวัน ขณะที่มันโก้งโค้งนอนหลับสบาย แต่ตาข้าสว่าง หูข้าอื้อ หัวข้าปวด ก็เพราะเสียงของมัน ไอ้แมวมันทำกับพระเจ้ามากเกินไป นี่ถ้าอีกห้าหกวันถ้ามันไม่เปลี่ยนใจกลับมาศรัทธาข้าให้มากกว่านี้ ข้าจะตั้งหน่วยเฉพาะกิจเอาไว้เล่นงานมันโดยเฉพาะ เมื่อไรมันทนไม่ไหวฆ่าตัวตายไป หรือ ยอมคุกเข่าสวดวิงวอนต่อข้า ถึงค่อยยุบหน่วย”
“ท่านครับ สงสัยว่าปาลาป้า บีสามกำลังจะโคจร ผ่านประเทศไทยแล้วนะครับ” เซ็นต์ ปีเตอร์ ส่งเสียงเตือนพระเจ้าเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ กระพริบถี่ๆ เป็นสัญญาณเตือน พระเจ้าเลื่อนลิ้นชักแฟ้มกลับเข้าที่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง เรียกหน้าจอวิวแคมป์ หาพิกัดที่อยู่ของไอ้แมว ที่หลังจากโดนวิบากกรรมชุดใหญ่รุมเล่นงาน ว่าจะอยู่ในสภาพใด
“ไอ้แมว ไอ้แมวตัวดี เอ็งไปอยู่ที่ไหนว่ะ ออกมาเสียดีๆ” พระเจ้า สแกนกล้องวิวแคมป์แรงสูง (คุณภาพดีกว่าของ CIA ใช้ หลายร้อยเท่า) ในที่สุดพิกัดที่แน่นอนของที่ตั้งไอ้แมวก็ปรากฏขึ้นบนจอ พิกัดชี้บอกว่าไอ้แมวกำลังอยู่ที่ สวนสาธารณะพญาแถน อ.เมือง จ.ยโสธร เซ็นต์ปีเตอร์ ผู้ที่ติดตามกลั่นแกล้งชีวิตไอ้แมวมาโดยตลอด เกือบจะทุกๆยี่สิบสี่ชั่วโมง กอดอกเอานิ้วชี้เกาจมูกยิ๊กๆ หน้าตาอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด“เอ มันไปทำอะไรที่ยโสธรหว่า ปกติถ้ามันไม่ไปตีแบดมันก็ไปห้องสมุดแห่งชาตินี่นา คอมพิวเตอร์ท่านผิดพลาดหรือเปล่าครับ น่าจะเป็นหนองบัวลำภูมากกว่า” เซ็นต์ปีเตอร์ ยังสงสัย ส่วนพระเจ้าก็ซูมกล้องเข้าไปใกล้ เพื่อให้เห็นหน้าไอ้แมวได้อย่างชัดๆ
“ไม่ใช่หรอก ยโสธรแน่ ข้าลองรีเฟรชข้อมูลดูแล้ว แต่เฮ้ยปีเตอร์ ดูซิมันไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นร้อนอะไรเลยนี่ หน้าบานเป็นจานดาวเทียมอยู่เลย ” เซ็นต์ปีเตอร์ ยังยืนเกาจมูก เหมือนกับว่ายังขบคิดปริศนาข้อสำคัญยังไม่แตก แต่ก็มองดูจอแล้ว ปีเตอร์ยังเอ่ยปากให้ข้อสังเกตกับพระเจ้า เมื่อเห็นภาพของไอ้แมว ชายหนุ่มรูปร่างสูง หน้าตาคมเข้ม มีรอยยิ้มบางๆที่มุมปากกำลังถือเชือกเดินไปที่ไหนสักแห่ง
“มันเดินถือเชือกไปอย่างนี้ สงสัยมันกำลังจะไปผูกคอตายแล้วล่ะท่าน” พระเจ้าคว้าแว่นตาขึ้นมาใส่เพื่อมองให้เห็นภาพชัดๆ เมื่อปีเซ็นต์ปีเตอร์ บอกว่าไอ้แมวกำลังจะไปฆ่าตัวตาย นั่นหมายถึงชัยชนะของพระองค์กำลังใกล้เข้ามาถึงแล้ว ไอ้แมวกำลังถือเชือกป่านมนิลาม้วนๆอยู่ในมือจริงๆ มันกำลังเดินดุ่มๆ ตรงไปยังวัตถุ ทรงกระบอก สีฟ้าอ่อนขนาดสักเท่าท่อนขาที่วางนอนกับพื้นอยู่ห่างออกไป
“แต่เชือกเส้นกระเปี๊ยกเดียวแค่นั้น มันใช้ผูกคอตายไม่ได้หรอก ปีเตอร์โทรไปตามเทวดาผู้ชำนาญการพิเศษเรื่องประเทศไทยมาดูซิ ฉันอยากรู้ว่าไอ้แมวมันกำลังจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหน ” เซ็นต์ปีเตอร์ หยิบโทรศัพท์ เครื่องสีแดง ซึ่งหมายถึงเครื่องที่เป็น ฮ๊อทไลน์สายตรง สายนี้โทรไปเข้าหมายเลขไหน เครื่องคอมพิวเตอร์จะสับสายให้เข้าเบอร์ที่ต่อได้ทันที ไม่ว่าจะติดสายอยู่ หรือ มีสายรออยู่กี่สายก็ตาม สักครู่เทพผู้ชำนาญการพิเศษด้านประเทศไทย ก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเปิดประตูเข้ามา เหงื่อแตกซิก โค้งคำนับพระเจ้าหนึ่งครั้ง แล้วก็เข้ามายืนมุงจอคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง
“เอ้าช่วยดูให้หน่อยว่าซิมันกำลังจะทำอะไร ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องประเทศไทยเท่าไร” พระเจ้าเลื่อนเก้าอี้ถอยไปข้างหลัง พอให้เทพผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศไทยเข้ามาดูภาพไอ้แมวได้อย่างชัดๆ ตอนนี้ไอ้แมวเดินไปถึงแท่งทรงกระบอกสีฟ้าอ่อนแล้ว มันควักกระดาษ ขนาด A4 ออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วนั่งลงประคองแท่งกระบอกสีฟ้าไว้แนบหน้าตัก เอากระดาษพันไว้กับแท่งกระบอกด้านบน เอามือรีดให้กระดาษแนบติดไปกับกระบอก แล้วเอาเชือกป่านมนิลาที่มันถือมา มัดกระดาษ ให้ติดกับกระบอกอยู่สองทบ
“บอกแล้ว ว่าเชือกมันเล็กเกินไป มันไม่ได้แขวนคอตายหรอก” พระเจ้าลุกขึ้นยืนเอาแขนไขว้หลังชะโงกดู เมื่อเห็นว่าเทพผู้เชี่ยวชาญมองจอคอมพิวเตอร์ไม่ถนัด ตอนนี้เทพผู้เชี่ยวชาญก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าไอ้แมว มันกำลังทำอะไร ไอ้แมวเอามือขยับๆเชือกดูว่ากระดาษติดกับแท่งกระบอกแน่นดีแล้ว มันก็เรียกพรรคพวกเสียงโหวกเหวก ก่อนที่ภาพจะสั่นกระตุก และ เริ่มพร่าเลือน เห็นไอ้แมวกับพวกสามคนกำลังแบก แท่งกระบอกสีฟ้าใส่บ่า ได้เท่านั้นภาพก็ล้มไป เนื่องจากดาวเทียมปาลาป้า บีสาม กำลังโคจรออกพ้นประเทศไทย
พระเจ้าตบคอมพิวเตอร์ดังโครม “เฮ้ย ยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรเลย” จนเทพผู้เชี่ยวชาญสะดุ้งลุกขึ้นยืนถอยออกมา พระเจ้าซึ่งกำลังหัวเสียเต็มที่ สั่งเซ็นต์ปีเตอร์เสียงเขียว “ตามเซ็นต์การ์เบรียล มาด่วน ฉันจะตั้งชุดเฉพาะกิจ ชำระโทษไอ้แมวมันเดี่ยวนี้เลย ลงโทษมันขนาดนี้แทนที่มันจะสำนึกบาปเข้าโบสถ์สวดวิงวอน ดันมัวไปแบกท่อนอะไรไม่เข้าท่าอยู่ได้” บรยากาศในห้องทำงานของพระเจ้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเหลือกันแค่สองคนระหว่างพระเจ้ากับเทพผู้ชำนาญการพิเศษด้านประเทศไทย เทพผู้ชำนาญเลยตกเป็นเป้านิ่ง “คุณมันก็ฮ่วย ไม่ได้เรื่อง ส่งไปเกิดที่ประเทศไทยกี่รอบแล้วยังไม่ได้เรื่องอีก ต้องส่งลงไปอีกรอบแล้วมั้งนี่ กะอีแค่หาว่า ไอ้แมวมันไปทำอะไรที่ยโสธรแค่นี้ก็หาไม่ได้” พอได้ยินชื่อจังหวัดยโสธรเทพผู้เชี่ยวชาญถึงกับหูผึ่ง “ท่านว่าจังหวัดยโสธรใช่ไหมครับ” “เออ ใช่ ฉันบอกว่าจังหวัดยโสธร ตัวหนังสือในจอคอมพิวเตอร์ ก็บอกตัวเท่าหม้อแกง ทำไมไม่อ่านดูเอง” เทพผู้ชำนาญการพิเศษด้านประเทศไทยยิ้มแห้งๆ “ผมเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องประเทศไทย ครับท่าน แต่ไม่เชี่ยวชาญภาษาไทย เลยอ่านภาษาไทยไม่ค่อยจะออก” พระเจ้าเอาสันมือตัวเองค้ำขมับทำท่าเหมือนโลโก้ขายยาทันใจ “โอ้ มายก็อด นี่สวรรค์ภายไต้การปกครองของฉันนี่เละเทะถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่” เทพผู้ชำนาญรู้สึกว่าผิดไปจึงแย้งขึ้น “ก็ท่านนั่นแหละเป็นก็อด จะไปโอ้มาย ก๊อดที่ไหนกันอีกล่ะ ครับท่าน” มาถึงตอนนี้พระเจ้ารู้สึกเหลืออด กำลังจะหยิบโทรศัพท์เขวี้ยงหัวเทพผู้ชำนาญการ พลันก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้น แล้วตามมาด้วยการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดังกึกก้องไปทั้งสวรรค์ เก้าอี้ที่วางไว้สองตัวหน้าโต๊ะพระเจ้าล้มกลิ้ง โทรศัพย์เครื่องสีแดงที่ถืออยู่ในมือหมายจะเขวี้ยงกระบาลเทพผู้ชำนาญหลุดมือหล่นลงบนพื้นจนแตกเห็นวงจรอีเล็คโทรนิคส์ข้างใน ฝุ่นควันกลับมาตลบอบอวลอีกครั้งหนึ่ง เซ็นต์ปีเตอร์ เซ็นต์โจเซฟ และ เลขาหน้าห้องวิ่งแตกตื่นเข้ามาในห้องทำงานของพระเจ้า เห็นพระเจ้ากำลังยืนโงนเงนเอากระดาษทิสชู่ เช็ดหน้าที่เปรอะเปื้อนฝุ่นอยู่ไปมา ตรงพื้นหน้าโต๊ะของพระเจ้านั้นแยกเป็นรอยแตกเป็นทางยาว มีแท่งวัตถุทรงกระบอกสีฟ้าอ่อน พุ่งทะลุพื้นขึ้นมาประมาณสักแค่เอว ยังส่งควันลอยขึ้นกรุ่นๆ ตรงปลายท่อน มีเชือกป่านมนิลาขาดกระรุ่งกระริ่ง มัดกระดาษขนาด A4 แผ่นติดหนึ่งติดไว้ พระเจ้าบุ่ยปากมาทางเซ็นต์ปีเตอร์ ให้เข้าไปดู เซ็นต์ปีเตอร์ส่ายหน้าดิก เซ็นต์การ์เบรียล จึงเข้าไปเดินวนรอบๆเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วก็ เข้าไปปลดเชือกหยิบกระดาษขึ้นมาดู เทพผู้เชี่ยวชาญเมื่อเห็นเซ็นต์การ์เบรียล หยิบกระดาษออกมาได้อย่างปลอดภัยเลยเข้าไปใกล้ๆ ลูบๆคลำๆ “ใช่แล้วครับท่าน แบบนี้ไม่ผิดแน่นอน มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในความเชื่อของคนไทยภาคอีสาน ทำมาจากท่อพีวีซี อัดดินประสิว ใช้จุดขึ้นฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณให้เทพดลบันดารให้ฝนตก เข้าเรียกกันว่าบั้งไฟครับ ที่มีชื่อเสียงก็ต้องของจังหวัดยโสธร” พระเจ้าโบกไม้โบกมือบอกว่าไม่ต้องอธิบายต่อไปแล้ว เพราะมันเห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นแท่งเดียวกันกับที่ไอ้แมวมันผูกสารติดบั้งไฟยิงขึ้นมาถึงสวรรค์
“ไหน เซ็นต์การ์เบรียล ลองอ่านให้เราฟังหน่อยซิ ได้ข่าวว่าเคยไปเปิดโรงเรียนอยู่เมืองไทย มิใช่เหรอ” เซ็นต์การ์เบรียล พยักหน้ารับแล้วคลี่กระดาษออกอ่าน เสียงดังฟังชัด
“ถึงพระเจ้า เคราะห์ร้ายทั้งหลายที่ท่านส่งลงมา มันยังร้ายไม่พอให้ข้าต้องคุกเข่าวิงวอน ให้ท่านเมตตาข้าหรอก ข้าไม่ขอคุกเข่าให้ใคร นอกจากสัปเหร่อเพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่ข้าไม่เชื่อถือท่าน เพราะข้าเชื่อถือมือของข้ามากกว่า ไม่ศรัทธาท่านเพราะข้าศรัทธาในสติปัญญาและความมุ่งมั่นของข้ามากกว่า และ ที่ข้าไม่เกรงกลัวท่าน เพราะข้านับถือศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่าให้เชื่อว่าโลกนี้มีพระเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ให้เชื่อเรื่องใดๆจนกว่าจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง พระเจ้าเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาจาก ความเกรงกลัว และความไม่รู้ของมนุษย์เอง ถ้ามนุษย์กล้า และ มนุษย์รู้แล้ว โลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีพระเจ้า ที่ท่านยังเป็นพระเจ้าอยู่ได้ เพราะว่าข้าเคยเชื่อว่ามีท่าน และ ท่านเชื่อก็ซึ่งกันและกันว่า มีพวกท่านอยู่ ท่านตอบคำถามเหล่านี้ได้บ้างไหม ว่าคนดีที่อธิฐานถึงท่านอยู่ทุกวันทำไม ต้องตายอย่างหมาข้างถนน คนเลวที่ทำชั่วมาตลอดชีวิตกลับได้ดิบได้ดี ท่านมีความจำเป็นอันใดต่อโลกใบนี้ ท่านและสวรรค์ของท่าน เมื่อไร้ซึ่งศรัทธาของมนุษย์มาหล่อเลี้ยงมันก็จะล่มสลายลงไป บัดนี้ถึงเวลาแล้ว ”
วันนั้นกระดาษแผ่นนี้ได้ถูกผูกติดขึ้นไปกับบั้งไฟอันหนึ่ง เมื่อมันไปได้สุดแรงขับของดินปะสิว ขึ้นไปเหนือพื้นดินประมาณ ๒ กิโลเมตร กระดาษแผ่นนี้ก็หลุดออกจากท่อพีวีซี แล้วถูกลมบนพัดหายไปในอากาศ เหมือนกับสรวงสวรรค์และ เทพทุกองค์.




โดย : แมว มหาภัย
เมื่อเวลา :

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com